Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: sengausa ที่ มิถุนายน 03, 2016, 21:02:59
-
หักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว ทั้งค่ากิน ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องจ่ายไปแน่นอนทุกเดือน
เหลือเงินประมาณ 1 หมื่นบาทต่อเดือน ท่านคิดควรว่าผ่อนรถเดือนละเท่าไหร่ดีครับ
-
ไม่ควรเกิน ห้าพัน เผื่อไว้เติมน้ำมันกับเก็บไว้บำรุงรักษา ประกันภัย ต่อทะเบียน
-
ก็ไม่ควรเกิน5พันอย่างความเห็นบน
แต่ถ้าเป็นชีวิตผม เหลือเงินหมื่นนึงต่อเดือน ผมคงไม่ซื้อรถ (ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ)
เพราะมันไม่ใช่ค่าส่งต่อเดือนอย่างเดียว ค่าประกัน ค่าพรบ. ค่าน้ำมันต่อเดือน ค่าบำรุงรักษาตามระยะ
หมื่นนึงกับค่าใช้จ่ายของรถต่อเดือนรวมผ่อนด้วย มันฟิตมากเลยครับ
-
ไม่ควรเกิน ห้าพัน เผื่อไว้เติมน้ำมันกับเก็บไว้บำรุงรักษา ประกันภัย ต่อทะเบียน
ไม่ควรเกิน 5,000 บาท เหรอครับ ต้องดาวว์มากกว่า 60 % เลย ราคารถเกือบ 9 แสน
สงสัยคงต้องพับโครงการออกรถไว้ก่อนแล้วครับ ขอบคุณครับ
-
ขออนุญาต ครับ ถ้าคำตอบไม่ถูกใจ ก็ขออภัยไว้ ณ.ที่นี้ นะครับ
นอกจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว ลองพิจารณาให้มีส่วนหนึ่งออมไว้ก็ดีนะครับ เผื่อว่ามีเหตุเจ็บป่วย ทำงานไม่ได้ สมัยนี้มีโรคแปลกๆ เหตุการณ์ต่างๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ ออมไว้ยามฉุกเฉินใช้จ่ายได้สัก 6 - 12 เดือน น่าจะปลอดภัย
ส่วนรถถ้ามีแล้วต่อยอดหาเงินได้ เช่น ไว้ประกอบอาชีพทำเงิน ก็น่าลงทุนครับ ถ้าไม่ใช่แบบที่กล่าวถึง รถ = ลด ครับ
ถ้าต้องซื้อและผ่อนจริงๆ ก็ต้องคำนวนค่าใช้จ่ายที่เกิดจากรถ ที่เกิดขึ้นประจำ หักออกไปด้วยล่ะครับ เช่น ภาษีประจำปี ค่าประกันภัย ค่า พรบ. ค่าเช็คระยะ ค่าน้ำมัน ค่าล้างรถ(ถ้าไม่ล้างเอง)
-
สำหรับผมนะ ถ้า 1 หมื่นบาทที่ว่า คือหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างและต้องรวมถึงค่ากินเที่ยวกับค่าเก็บออมแล้วด้วยนะ
คือถ้า 1 หมื่นบาทที่ว่ามันคือเงินที่เหลือแบบ เหลือๆจริงๆ ก็ 8,000 บาทครับ
-
ให้อีกมุมมองนะครับ
ตอนจบใหม่ๆเงินเดือน 20K เพื่อผมเลือกที่จะซื้อรถ B-sec แต่ผมเลือกที่จะไม่ซื้อ
วันเวลาผ่านไป ผมใช้เงินเรื่อยๆสบายๆในขณะที่เพื่อนผ่อนรถใกล้หมด
ผ่านมา 7 ปีจากวันนั้น เพื่อนมีรถ ไม่ต้องผ่อน มีทรัพย์สิน ไปไหนสะดวกสบายมา 7 ปี ในขณะที่ผมเพิ่งเริ่มผ่อนรถ เงินที่มีก็ใช้สบายๆเงินก้อนก็ไม่มี
ย้อนเวลากลับไป ผมจะฮึดผ่อนรถครับ ถือเป็นการออมอย่างนึง
-
ไม่ควรผ่อนเลยครับ เก็บเงินไว้ดาวเยอะๆ
แต่ถ้าบริษัทมั่นคง การันตีเงินเดือนขึ้นขั้นต่ำ 10% ทุกปี มีโบนัสบ้าง
ก็ผ่อนสัก 5 พัน เพื่อค่าน้ำมัน ค่าประกันภัย ค่าเช็คระยะ ค่ายาง ค่าแบต ด้วยนะครับ
-
ถ้ารถที่เล็งไว้ราคาแพงกว่าsuzuki celerio อย่าเพิ่งซื้อครับ
เพราะรวมค่าผ่อน ค่าน้ำมัน ประกัน ถ่ายนมค. ภาษีประจำปี ค่าทางด่วน ค่าล้างรถ ตำรวจไถ 10,000ไม่พอแน่ๆ
ไหนจะค่า ยาง ค่าแบตเตอรี่ อะหลั่ยที่ไม่รวมในประกันตัวรถเช่นโช๊ค สายพาน น้ำมันเกียร์ ถ้าพักหอย่านกลางเมืองเจอค่าที่จอดรถอีก
ถ้าฝืนซื้อตอนนี้มีโอกาศต้องเสียใจสูงมาก
เว้นแต่ว่าจำเป็นต้องใช้สุดๆจริงๆ หรือ รถมีผลให้หาเงินได้ทางตรงหรือทางอ้อม ก็ต้องเสี่ยงดู
-
เหลือ 10,000 บาท รถจักรยานยนต์น่าจะตอบโจทย์มากกว่าครับ ไม่ก็ไปทางรถมือสองอย่างวีออสโฉมแรก
ผมว่ารอไว้เงินเดือนขึ้นค่อยว่ากันครับ ตอนนี้เก็บเงินดาวน์ไปพลางๆก่อน
-
หลังจากค่าผ่อนรถแล้วควรเหลืออย่างน้อยเดือนละหมื่นนึงนะครับ ชีวิตถึงจะมีความสุข นอกจากค่าใช้จ่ายอื่นๆเกี่ยวกับรถแล้ว ค่า entertain ตามงานอื่นๆจะเพิ่มมาด้วย นั่งรถเมล์แล้วกินอาหารอร่อยๆมีความสุขกว่าครับ
-
ขอบคุณอย่างสูงสำหรับคำแนะนำดีๆ ดีครับ
ตอนนี้เหมือนความยากมีรถ มันบังตา คิดไว้เล่นๆ ว่า ผ่อนซัก 8,000 น้ำมันก็ประหยัดเอา ขับบ้างจอดบ้าง 1,500 เหลือ 500 ไว้ค่าอื่นๆ
ส่วนค่าประกัน ค่าเปลี่ยนยาง ยังมาไม่ถึงง่ายๆ รอเงินเดือนขึ้น ค่อยหาข้างหน้าเอาครับ ( ตลกตัวเอง 5555 )
-
เหลือ 1 หมื่น ... ยังไม่ควรซื้อรถครับ
-
ไม่ควรผ่อนเลยครับ เพราะมันไม่ได้มีแค่ค่าผ่อนรถนี่สิ ผ่อนรถเดือนละ 5000-6000 นี่ต้องดาวน์เยอะพอสมควรละนะครับ
ผมว่าจะหักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว ควรรวมค่าผ่อนรถไว้ในค่าใช้จ่ายนั้น แล้วเรามีความสุขกับเงินที่มันเหลือเก็บดีกว่าครับ
เพราะถ้าซื้อมา เอาแค่ค่าประกันชั้นหนึ่งปีแรกอาจจะฟรีแต่ปีต่อไป นี่ถ้าหารเป็นเดือนก็ตกเดือนละพันกว่าบาทแล้วไหนจะภาษีรายปีอีก
จะเอาเงินส่วนไหนมาจ่ายเมื่อมันครบปี นี่ยังไม่รวมค่าซ่อมบำรุงรถในอนาคตนะครับ
อยากจะบอกว่ากับดักความอยากนี่มันเคยแสดงให้เห็นมาแล้วจากเมื่อตอน "รถคันแรก" เพราะหลายๆคนอยากมีแต่ไม่ได้คิดถึงค่าใช้จ่ายที่จะตามมา
ผลคือทิ้งรถกันบาน ส่วนที่ยังเก็บไว้ ก็ก้มหน้าก้มตาหาผ่อนกันไป ต้องเป็นอย่างงี้อยู่กี่ปีกว่าจะผ่อนหมด
แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้เช่นระบบขนส่งมวลชนไม่สะดวก ไปทำงานลำบาก ใช้มอเตอร์ไซค์อันตรายก็ลองชั่งน้ำหนักดูครับ
ผมมีรถแต่ถ้าวันไหนฝนไม่ตกผมก็เอามอไซค์ออก สะดวกกว่า ง่ายกว่า ประหยัดกว่า รถใช้แค่เวลาไปหาลูกค้า ไปส่วนตัว เวลางานก็ใช้รถของบริษัทสะดวกดี
-
ไม่ควรเกิน ห้าพัน เผื่อไว้เติมน้ำมันกับเก็บไว้บำรุงรักษา ประกันภัย ต่อทะเบียน
ไม่ควรเกิน 5,000 บาท เหรอครับ ต้องดาวว์มากกว่า 60 % เลย ราคารถเกือบ 9 แสน
สงสัยคงต้องพับโครงการออกรถไว้ก่อนแล้วครับ ขอบคุณครับ
ถ้าจำเป็นใช้ ผมคิดว่าเอา Ecocar ก็พอนะครับ เงินเหลือค่อนข้างน้อยครับ ซื้อรถราคา 9 แสน ถ้าไม่ได้ทำมาหากิน Finance อาจจะผ่านลำบากครับ
-
ซีวิคเหลือๆ แต่ดาวน์ 400,000 ขึ้นนะ
เหลือ 10,000 สบายๆ ถ้าใช้เป็น จะห่วงกินอะไรนักหนา กินก็ให้มันน้อยๆ
-
ดูรถราคาแถวๆ ห้าแสนไปก่อนนะครับ ผ่อนไม่เกินห้าพันอย่างทุกท่านแนะนำ ผ่อน 4ปีได้จะดีมาก
-
ถ้ายังไม่รีบใช้รถ เก็บเงินดาวน์เพิ่มอีกปีครับ รอดูท่าที ถึงเวลานั้น อาจจะไม่อยากได้รถแล้วก็ได้ 555 (ไม่ใช่แระ)
ถึงเวลานั้นส่วนลดน่าจะเยอะขึ้น หมายถึงถ้ามองรุ่นเดิมที่มองตอนนี้อยู่ + เงินดาวน์เพิ่มอีก 12 หมื่น ก็ไม่เลวน่ะครับ น่าจะผ่อนสบายขึ้น
-
หากเป้นสิ่งจำเป้น ผ่อน10,000เลยครับ.
หารายได้เสริมอีกทาง
-
เงินเท่านี้ ถ้าซื้อเพราะจำเป็นจริงๆคือเอาไปสร้างรายได้ ผมว่าซื้อได้ครับ ผ่อนซัก 5-6 พัน
แต่ถ้าซื้อเพราะกิเลส ผมว่าอย่าเลยครับ อนาคตมันไม่แน่นอน
ผมเห็นหลายคนชอบพยายามหาความจำเป็นให้ตัวเองในการซื้อรถ ทั้งที่จริงๆไม่ได้จำเป็น
รถที่ซื้อเพราะ "ความจำเป็น" ผมคิดว่าควรเป็นรถที่ราคา 6 แสนลงไป หรือถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้ อาจจะเป็นมือสองปีใหม่ๆหน่อยก็ได้
แค่ถ้าบอกว่าซื้อรถเพราะจำเป็น แต่อยากได้รถแพงๆ ผมว่ามันไม่ใช่ความจำเป็นอย่างเดียวหรอกครับ มันบวกกิเลสเข้าไปด้วย
เก็บเงินเดือนละ 10,000 บาท ถ้าเอาไปลงทุน ซื้อพันธบัตร ฝากประจำ บลาๆ เอาแค่ปีละ 5% อีก 5 ปีคุณจะมีเงินเก็บประมาณ 7 แสน
แต่ถ้าเอาทั้ง 6 แสน ไปซื้อรถ อีก 5 ปีคุณจะเหลือสินทรัพย์เป็นรถที่มีมูลค่าเหลือแค่ 3 แสนต้นๆ แถมในระยะเวลา 5 ปีนี้ คุณขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
ต่างกันมากนะครับ ลองคิดดู
-
ทำไมต้องซื้อรถ 900,000
ผ่อนเดือนละ 8,000
งบน้ำมัน 1,500 ซื้อมาใช้ หรือซื้อมาจอด
อย่าให้ความอยากบังตาครับ
รถ มีค่าใช้จ่ายที่เราไม่เห็นอีกเยอะแยะ
และมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินหรือยัง
ถ้ายัง เผื่อมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมารถอาจจะกลับไปหา finance ได้
-
สั้นๆครับ
มันยังไม่จบแค่ค่าผ่อนรถนะครับ มีอีกมากมายเลยที่ต้องใช้เงินเมื่อซื้อรถ
-
เห็นด้วยว่ายังไม่ควรมีรถนะครับ และถ้ามีรถเพราะความอยากมีแค่นั้น ผมว่ามันไม่พอครับ เพราะถ้าใช้ชีวิตแบบเงินตึงๆๆ มันเครียดครับ ยิ่งถ้ามี คชจ อะไรที่เราไม่ได้คิดไว้เกิดขึ้นมาอีก เช่นเจ็บป่วย อุบัติเหตุ คราวนี้จะยิ่งเครียดครับ เพราะเงินออมไม่มี
-
5-6 พันพอ
-
เก็บให้ได้สัก200kก่อน แล้วดูรถb segสัก6แสน ส่ง5ปีจะไม่น่าหนักมากนะครับ ลองเก็บเงินดาวน์ดูก่อนนะครับ
ตอนนั้นผมเงินเดือน20kยังผ่อนเดือนล่ะ12kมาได้เลยครับ 555
-
หักรายจ่ายทุกอย่างแล้ว
ใน "ทุกอย่าง" นี่มีเงินกินเที่ยวกับค่าน้ำมันหรือยังครับ
ค่าน้ำมันแบบน้อย ๆ ขับไปกลับ บ้าน - ที่ทำงาน เที่ยวห้างเสาร์อาทิตย์ ก็ปาเข้าไป 3000 แล้วนะครับ
ถ้ามีเงินกินเที่ยวแล้วก็ผ่อนสัก 6,000 ครับ
ถ้ายังไม่ได้รวมเงินกินเที่ยวก็เหนื่อยมากครับ เพราะมีรถ เราก็ต้องไปเที่ยวใช่มั้ยครับ
รถราคาไม่เกินล้านดี ๆ มีเยอะแยะครับ ขอให้มีรถสมใจนะครับ
-
ถามตัวเองก่อนว่า จำเป็นต้องใช้รถจริงๆ มั้ย ถ้ามีรถจะทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นอย่างมากมั้ย เหลือเงินเท่านี้ ซื้อรถก็ถือว่าค่อนข้างตึงครับ ต้องกัดฟัน และประหย้ดรายจ่ายกันพอสมควร โดยเฉพาะรายจ่ายฟุ่มเฟือยทั้งหลาย
ถ้าตัดสินใจว่าซื้อ ก็คงจะเป็น Eco Car หรือ B-Segment รุ่นเริ่มต้น หรืออีกวิธีคือ หารถที่เขาขายดาวน์ เปลี่ยนสัญญามาผ่อนต่อสั้นๆ
-
ขอบคุณอย่างสูงครับ เมื่อคืนกลับไปนอนคิด อืมมม ... มันใช่อย่างที่ทุกคนแนะนำไว้เลยครับ
เงินเหลือต่อเดือน 10,000 บาท ถ้าเอาไปใช้ทางอื่นนี้เยอะมากเลยนะครับ แต่ถ้าเอามาผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าดูแล ค่าประกัน ค่าอื่นๆ ......
มันกลายเป็นไม่เยอะเลย ทำยังไงมันก็ไม่พอกับรายจ่ายครับ
-
เก็บเงินเดือนละ10,000ไว้เถอะครับ อีก4ปีจะมีเงิน480,000 และตอนนั้นคุณก็น่าจะมีรายได้เพิ่มที่ทำให้มีเงินเก็บเหลือมากกว่าเดือนละ10,000 ถึงตอนนั้นคุณอาจจะถอย D-segment ได้สบายๆก็ได้นะครับ
-
ควรคิดถึงการออมก่อนเป็นอันดับแรกครับ
แล้วค่อยเอารายได้หลังหักเงินออมมาพิจารณาครับ
สิิ่งที่ควรคำนึงเพิ่มจากปัจจุบัน
ต้องอาศัยวินัยการออมเงินเท่าไร
ต้องอาศัยวินัยสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเท่าไร
เป็นอย่างน้อยครับ
-
ถ้าไม่ได้จำเป็นอะไรลองซ้อมผ่อนรถดูครับด้วยการเก็บเงินที่คิดว่าเป็นรายจ่ายสำหรับรถเดือนละหมื่นก็ได้ติดต่อกันโดยอย่าแตะเงินก้อนนี้เด็ดขาดซัก 6 เดือน - 1 ปี ดูว่ายังอยู่ได้สบายๆมั๊ยถ้าได้ก็ค่อยมองว่าจะเอารุ่นไหนตอนนั้นก็มีเงินก้อน 60,000 - 120,000 ได้ดาวน์เพิ่มหรือสำรอง
-
หารถมือสองปีใหม่ๆวิ่งน้อยๆที่มีประกันศูนย์อยู่ครับ
ชื้อแบบขายดาวน์แล้วผ่อนต่อเลยครับ
-
จะซื้อรถคันละ 9xx,xxx มี 2 วิธี
1.เก็บเงินดาวน์ไปก่อน พร้อมค่อยออก
2.ลดสเปกรถลงเป็น B-segment หรือ ecocar
-
อย่าคิดแต่ค่าผ่อนสิครับ
ค่า ประกัน ถ้าชั้น 1 เก็บไว้เลยอย่างน้อยเดือนละ 1000 -1500
ค่าน้ำมัน เดือนละ 2000 (จะพอไหม?)
ค่า พรบ. ภาษี เดือนละ 150
ค่าบำรุงรักษา ล้างรถ ฯลฯ เดือนละ 1000
แค่นี้ก็เกือบ 5000 แล้ว
ไม่ไหวมั้งคับ
อย่าให้กิเลสมาบังตาคับ
-
อย่าไปหลงเชื่อแคมเปญของค่ายรถสมัยนี้มากครับ 10,000บาท เหนาะๆไม่มีภาระผูกพันถือว่ายังหนักอยู่ครับ ซื้อรถแล้วเงินจมครับ รถ=ลด มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น ไหนจะค่าเบี้ยประกัน+น้ำมัน+ซ่อมบำรุงรายเดือน+พรบ. เงินจำนวนนี้เท่ากับคุณไม่ได้เผื่อเหตุฉุกเฉินไว้เลย รถไม่ว่าจะใหม่หรือเก่ามีเสียได้หมด เก็บเงินหมื่นไว้เอาไปต่อยอดดีกว่าครับแล้วอนาคตนำผลกำไรที่ได้จากเงิน10,000ในอนาคต มาดาวน์เยอะๆ ไม่ก็ออมเงินก่อนอย่าใจร้อน จะได้ลดภาระแต่ละเดือนให้น้อยลงตามไป
-
อย่าไปให้ความสำคัญกับรถเกินไป
-
พ่อแม่+ตัวเรา มีเงินเก็บเยอะไหม
-
9 แสน คุณพระ พี่หนักแน่นในตัวเลือกมากครับ
-
9 แสน คุณพระ พี่หนักแน่นในตัวเลือกมากครับ
จุดหมายมีไว้พุ่งชนครับบบ ( แต่ขอไปเก็บเงินอีกซักพักใหญ่ๆ ก่อนครับ แล้วค่อยมาพุ่งชนใหม่ )
-
ให้หลักคิดแบบนี้ครับ ได้เงินเดือนมา อย่างแรกที่ควรคิดคือหักออมก่อนใช้จ่ายเลยครับ เอาที่เราหลวมๆและทางที่เราถนัด สัก 10-20% ของรายได้ (เอาเท่าที่เราไหว สมมติไม่ใช่เงินเดือนสองหมื่น เราออมซะหมื่น แบบนั้นก็เกินไปครับ) หลังจากนั้นค่อยหักรายจ่ายประจำ รายจ่ายจรครับ เหลือเท่าไหร่ค่อยมาว่ากันเครื่องผ่อนรถครับ (ให้เหลือใช้เหลือจ่ายอย่างต่ำ 5 พันต่อเดือนครับ เงินตรงนี้ไม่ใช่เงินออม แต่เป็นเงินสำรองหรือเงินลงทุนในอนาคตครับ)
คุณไม่ได้บอกละเอียดว่าเงินเดือนเท่าไหร่ เหลือออมไหม รายจ่ายประจำมีอะไรบ้าน(ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าห้อง ฯลฯ) รายจ่ายจรมีอะไรบ้าง(ถ้ามี) ลิสมาให้ละเอียดครับ อย่าอาย เด๋วผมและพี่ๆเพื่อนๆในนี้ช่วยดูให้ครับว่าผ่อนซื้อรถไหวหรือเปล่า (อย่าลืมว่า ซื้อรถมาอีก 1 คันไม่ใช่มีแค่ค่าผ่อนรถ มีค่าแมนทาเน้นท์ 6 เดือนครั้ง ล้อยางก็ต้องเปลี่ยนถามระยะมัน ค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน ค่าล้างรถ ค่าประกัน พรบ. ค่าแต่งรถฯลฯ เยอะครับ อย่าลืมคิดเรื่องเงินสำรองส่วนนี้ด้วยนะครับ)
-
ออมไปเรื่อยๆ ครับ จนกว่าจะเจอว่า ไม่ไหวแล้วจำเป็นต้องใช้รถแล้ว
ถึงตอนนั้น มีรถรุ่นใหม่ๆ ให้เลือกอีกด้วย
ควรหาคู่ ช่วยผ่อนอีกแรงนะ ร่วมกันหาเงิน ร่วมกันผ่อน มันช่วยกันประคับประคองกันได้
แต่ต้องมั่นใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ตอนผมคบเมียใหม่ๆ ก็ผ่อนมอไซด์ร่วมกัน ตอนนั้น เพิ่งจบ อายุ 20 ต้นๆ จากนั้น ผ่อนรถเก๋งมือสองร่วมกัน แต่งงาน มีลูก ทีหลังซะอีก
-
9 แสน คุณพระ พี่หนักแน่นในตัวเลือกมากครับ
จุดหมายมีไว้พุ่งชนครับบบ ( แต่ขอไปเก็บเงินอีกซักพักใหญ่ๆ ก่อนครับ แล้วค่อยมาพุ่งชนใหม่ )
ถูกต้องคราบบ
-
ตอนผมเริ่มขายของเมื่อ5ปีที่แล้ว
ทุน4หมื่น ปัจจุบัน ยอดขาย1-2ล้านต่อเดือน
เหลือเงินใช้1-2แสน ค่อยผ่อนเบนซ์เดือนละ3หมื่นกว่าคับ
เหลือเดือนละหมื่นผมว่าเก็บไว้ลงทุนก่อนดีกว่า เชื่อผมๆ อย่าให้ความอยากบังตาครับ
-
3000 ครับ เผื่อไว้เติมน้ำมัน ขึ้นทางด่วน ล้าง / แต่ง / บำรุงรถ ฯ 8)
-
ใช้รถมือสอง ราคาหนึ่งแสนบวกลบนิดหนิอย ผ่อนเดือนละสามพันนิดๆน่าจะพอไหว
-
9 แสน คุณพระ พี่หนักแน่นในตัวเลือกมากครับ
จุดหมายมีไว้พุ่งชนครับบบ ( แต่ขอไปเก็บเงินอีกซักพักใหญ่ๆ ก่อนครับ แล้วค่อยมาพุ่งชนใหม่ )
โห ยืนยันขนาดนี้ แสดงว่าชอบมากจริง ๆ สุดยอดครับ ยอมรับเลย ผมนี่เจอโปรโมชั่นจัดเต็มก็เขวแล้ว ผมไม่ใช่คนมีเงิน ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนกัน เลยติดตามตั้งแต่หัวข้อแรกที่พี่ตั้ง งั้นต่อจากนี้เป็นกำลังใจให้เต็มที่ครับ ไม่ขัดให้เปลี่ยนเป็นรุ่นอื่นแล้ว ;D
-
ผมหักทั้งหมดเหลือเดือนละ 2 หมื่นกว่าๆ ค่ารถผ่อนแต่ละเดือนยังต้องเอาเท้าก่ายหน้าผากคิดเลยครับ
ค่ากิน ซื้อของใช้ประจำเดือน ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าผ่อนของ นี่ โน่นนั่น เกือบจะ 2 หมื่นแล้ว
ปล. อย่าว่ากันเลยนะครับถ้าผมเหลือเงินเท่านั้น ผมไม่แม้แต่จะชายตามองรถเลยครับ
-
ผ่อนแค่ 4,000 พอ
เหลือ 6,000 เอาไว้กินข้าวครับ
-
ตีงสุดๆคง 6,000 เพราะจะมี คชจ อย่างอื่นอีก