Headlight Magazine : community

General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: keamgladnan ที่ มิถุนายน 18, 2016, 19:50:11

หัวข้อ: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: keamgladnan ที่ มิถุนายน 18, 2016, 19:50:11
วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มาครับ  คือไปแบบไม่ตั้งใจเลยจริงๆ คือศูนย์มีแถวยบ้านและไม่มีอะไรทำ ก็เลยไปลองซะหน่อย
เซลล์ต้อนรับดีมากครับขอชม

เรื่องคือผมหารถ suv อยู่  ตอนแรกผมมีตัวเลือกคือ  cx-5 2.2 ขับ2  และ subaru forester 2.0 ip

ความรู้สึกผมที่ไปลองคือได้ลอง MG Gs ตัว 2.0 turbo ตัวท๊อป awd มีซันรูป มีเบรคโฮล มีนู้นนี่นั่นครบหมดเลย แถมได้วารันตี 4 ปี 120000 โลอีก  แถมมีรถส่งมอบได้เลยอีก แถมมีรถใช้ระหว่างซ่อม แถมเรียกรถเซอร์วิสมาเช็คระยะที่บ้านได้อีก  อื้อหือ   ลืมความรู้สึกพวกนี้ไปก่อน
และนี่คือความรู้สึกผมหลังได้ลองขับ

ปล  การใช้งานผมนั่งอย่างมากแค่ 2 คน เบาะแถวหลังผมปล่อยว่าง ไม่มีคนนั่ง และส่วนใหญ่จะพับเบาะราบเพื่อขนของซะ 80% ครับ


1. หน้าตาภายนอก ธรรมดามากครับ  ไม่รู้สึกว้าวอะไรเลย  คือดูฟีลแล้วแบบ เอิ่ม เฉยๆ
ส่วนสีส้มที่โปรโมทนี่ผมว่ามันดูแปลกๆ ดูแนวสาวๆน่าจะชอบสีแบบนี้นะ เซลล์บอกว่าส่วนใหญ่ผู้หญิงซื้อรุ่นนี้ด้วย แต่ส่วนตัวถ้าเลือก ผมคงเอาสีดำมากกว่า  คือสีส้มมันแปร๋นไป

2. ภายใน ไม่ค่อยโอเคครับ ได้ลุคจีนๆ แบบไม่ค่อยหรูหรา คอนโซลไม่บุนุ่ม เป็นฟีลพลาสติกซะเกือบหมด และผมไม่ชอบการเรียงปุ่มติดกันเป็นพืดแบบนั้น 
เบาะหน้าก็นั่งโอเคนะ ไม่นุ่มไม่แข๊ง  ถ้าเทียบให้เห็นภาพแล้ว ถ้า npjs เบาะนิ่มระดับ  10  hrv เบาะแข๊งระดับ 5  ตัวนี้ก็อยู่กลางๆระดับ 7 ครับ   ส่วนเบาะหลังผมว่ามันดันหลังครับ  แต่ส่วนตัวผมไม่ค่อยอะไรกับเบาะหลัง อ้อ รู้สึกจะปรับระดับหรือเอนไม่ได้ด้วย
และมีซันรูฟในตำแหน่งที่ผมยอมรับว่ามันใช้งานได้จริงครับ คือมันอยู่ตรงเกือบหัวคนขับ ได้ยื่นมือ ยื่นหัวออกไปได้ ไม่เหมือนบางยี่ห้อที่ทะลึ่งไปโผล่เกือบกลางๆรถ คือถ้าจะยืนเอาหัวออกจากเบาะหน้านี้ต้องเอี้ยวตัว   แต่ข้อเสียคือขนาดซันรูฟมันแคบไปนิด
ส่วนตำแหน่งนั่ง คือดีครับ กลางๆ ไม่ได้สูงแบบ ppv แต่ก็ไม่ถึงกับต้องเบียด เอาตูดเขย่งขึ้นไปนั่ง ที่นั่งมันก้าวขึ้นแล้วนั่งได้เหมือนรถเก๋ง  พอขับแล้วทัศนวิสัยก็กลางๆ ไม่เตี้ย ไม่สูง มองเห็นได้ดี

3. ระบบปรับอากาศ แอร์เย็นดี มีแอร์แถวหลังให้ด้วยครับ เปิด 23-24 นี่เย็นโอเคแล้ว
เทียบให้เห็นภาพ npjs, altis เย็นสุดระดับ 10 mg gs ก็ระดับ 8  ส่วน hrv และ honda รุ่นใหม่ๆ ระดับ 5 (ผมขี้ร้อน เย็นจริง แต่ไม่ฉ่ำ)   
แต่วันที่ผมไปลองนี่ฝนจะตก แดดไม่ค่อยมีนะ เลยอาจจะไบแอสไปบ้าง  อ้อ ข้อเสียคือแอร์ไม่แยกฝั่งนะ ควบคุมอันเดียวทั้งรถ อิอิ แต่ผมว่าส่วนตัวไม่ได้จำเป็นเลยแอร์แยกฝั่งเนี่ย

4. มี inkanet มี wifi hotspot ให้ใช้ในรถฟรี อันนี้ชอบ 
มีเบรคโฮลแบบ hrv อันนี้ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกครับ ดีมาก ดีงาม มันควรจะเป็นออปชั่นบังคับของรถที่ออกในกรุงเทพ เมืองที่รถติด ชห วายป่วงแบบทุกวันนี้นะครับ  สำคัญกว่าพวกฝาปิดไฟฟ้า แอร์แยกโซน หรือจอกลางใหญ่ๆซะอีก

5.  ช่วงล่าง กลางๆครับ  ถ้าให้ forester: 9 , cx-5 2.2: 7.5   HRV: 4-5  ตัวนี้ผมว่าน่าจะอยู่ที่: 6-7  คือมันก็นิ่งดีนะ ไม่โยน ไม่ย้วยครับ แต่บางอารมณ์ผมรู้สึกว่ามันยวบเล็กๆ คือโช๊คมันมีบุคลิกแปลกๆ  ถ้าขับช้าๆจะบุคลิกนึง ถ้าขับเร็วๆจะอีกบุคลิกนึง  คือก็โอเคอะผ่าน แต่ก็ไม่ได้แบบว้าวมาก  อารมณ์มันกลางๆ ไม่กระด้าง ไม่ย้วย เซ็ทรถมาทั่วไปไม่ได้เอาใจผู้หญิงที่ชอบนุ่มๆ และไม่ได้เอาใจคนชอบขับรถจ๋ามาก  คือมันเฉยๆอะ ไม่ดีไม่แย่

6. พวงมาลัย อันนี้อะครับข้อเสียเลยครับ  คือส่วนตัวบางคนอาจจะชอบนะ แต่ผมไม่ค่อยชินกับพวงมาลัยที่หนืดมากขนาดนี้ ย้ำว่าหนืดนะไม่ได้หนัก ทุกครั้งที่หมุนพวงมาลัยผมรู้สึกว่ามันมีแรงต้านมาที่มือคอยจะดันกลับตลอดเลย
คือ fd ที่ผมใช้อยู่เนี่ยพวงมาลัยหนัก แต่มันคล่องตัว   ส่วน cx5 เนี่ยพวงมาลัยเบา คล่องยังกะรถเล็กเลย  ส่วน npjs ที่มีก็เบาหวิวจนโยน และไม่ค่อยมั่นใจเลย  แต่ตัวนี้มันหนืดมาก
คือระยะพวงมาลัยเวลาขับเร็วๆแล้วเราหมุนไประดับนึง รถมันเหมือนไปตามน้อยกว่าระยะรถคันอื่นที่เราหมุนพวงมาลัยเท่ากันครับ นึกออกมั๊ย  พอมาแบบนี้มันทำให้ไม่มั่นใจเท่าไร่ คือไม่กล้ามุด  เข้าใจว่าต้องใช้เวลาให้ชินน่าจะดีขึ้น และเป็นบุคลิกของเค้า

7. เบรค  เบรคดีครับ  เบรคดีกว่า hrv 18 ล้านเท่า (ประชด)  hrv เคยไปเทสที่ศูนย์ เซลบอกให้จอดจะยื่นเอกสารให้รปภ ผมกดเบรคแล้วลึกพรวด แต่รถไม่หยุด จนเซลล์ต้องบอกให้จอดอีกรอบ คือผมกดแล้วละ แต่มันไหล 
เบรคไม่ได้ดีเท่า cx5 ที่หน่วงตามเท้า  แต่ตัวนี้หน่วงเร็ว หน่วงไม่ linear แต่หยุดดี  ภาษาชาวบ้านเรียกหัวทิ่มนิดหน่อยถ้ากดเยอะ แต่มันเบรคอยู่ละกันนะ จะเอาอะไรอีก   
ถ้าให้นับฟีลของเบรคเท่าที่รถผมเคยขับ ถ้าเบรคอยู่ผมชอบ npjs  คือเบรคหยุดดีมาก
ถ้าชอบฟีลลิ่งของการเบรคตามเท้าสั่งผมชอบ cx5
ถ้าให้นับเบรคลื่น เบรคไม่อยู่ผมให้ honda เกือบทุ่กรุ่นที่ใช้ผ้าเบรคศูนย์ครับ 

8. เครื่องยนตร์ ตัวนี้ใช้เครื่อง 2.0 turbo ฉีดตรง ติดแก๊สยังไม่ได้ (หงศ์ทองบอกมา) จริงๆผมว่าถ้าจะติดก็คงทำได้แหละ เพียงแต่หงษ์ทองคงคิดว่ายังไม่คุ้มที่จะซื้อรถมาลองเทสติดแก๊ส เพราะจำนวนคนที่จะมาติดมันไม่ได้คุ้มเหมือน cx-5 ที่เป็นฉีดตรงเหมือนกัน แต่ติดได้แล้ว
เซลล์โม้ให้ฟังว่าเป็นเครื่องสายพันเดียวกับพวก bmw ซึ่งผมก็ฟังหูไว้หู เพราะไม่ได้ทำการบ้านอะไรไปเลย เลยไม่รู้ข้อมูลครับ   เทียบความรู้สึกคนทั่วไป กับตัวเลขในกระดาษผมว่ามันแรงนะ แรงมากเทียบกับเงิน 1.3 ล้าน
แต่ส่วนตัวผมขับรถเกียร์ธรรมดาตีนต้นจัดๆ  กับลอง cx5 2.2 แล้ว ผมว่ามันก็ไม่ได้แรงอะไรขนาดนั้นปะ คือแรงนะ ตีนต้นนะดี ขับในเมืองดีครับไม่เหนื่อยแน่   แต่ตอนเหยียบสุด ผมว่าความรู้สึกยังไม่ฟินเท่า cx5 2.2 อันนั้นดึงแบบคนมีพลัง ดึงแบบกำลังเหลือ
ส่วนตัวนี้มันก็ดึงนะ แต่มันดึงแบบสุดแรง เค้นเครื่อง ได้ยินเสียง turbo หวีด วี๊ดๆๆๆๆ พอได้อารมณ์ เสียงเครื่องดังเข้ามาเยอะจนรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
ส่วนตัวผมชอบเสียงเครื่องแบบ r18a ที่เสียงทุ้มๆ หรือเสียงดีเซลที่ลากแบบนั้นมากกว่า ตัวนี้ลากแล้วรู้สึกสงสารเครื่อง
ถามว่าแรงมั๊ย แรงครับ วัดความรู้สึกผมว่า 9 ปลายๆ ถึง 10 วินาที ถ้าตัวขับ 2 น่าจะได้ 8 ปลายๆ ถึง 9 วิ

9. เกียร์ บอกเลยว่าตัวที่ผมลองมีอาการอมรอบ คือตอนหยุดนิ่งหรือช้าๆ พอเหยียบสุดคันเร่งแล้วมันรอนิดนึง ประมาณ 1-2 วิ แล้วจึงพุ่ง 
ผมอ่านสเปกก็ไม่รู้จักหรอกว่าเกียตัวนี้มันดียังไง แต่ราคาน่าจะแพงและไม่ได้ออกแบบรองรับกับแรงบิดเยอะๆ ขับโหดๆ เพราะดูการเซอรวิสที่เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทีแพงพอสมควร และการเซ็ทที่อมรอบเพื่อถนอมสุขภาพเกียแล้ว ผมไม่ค่อยปลื้มเท่าไร

10. พื้นที่ด้านหลัง อย่างที่บอก ผมไม่สนใจเบาะหลัง เพราะผมจะพับมันให้หมดและขนของอย่างเดียว
หลังพับเบาะหมด  ลึกครับ ลึกมาก 182-18x ซมเลย  ลึกเกือบจะสุดในเซ็กเม้นแล้ว  ลึกกว่า Npjs ของผมที่วัดตอนพับเบาะแถวสองและสามแล้วที่ได้แค่ 165 ซม (ไม่ต้องแปลกใจเพราะ npjs มันพับเบาะหนาๆไปพิงที่เบาะหน้า เลยเสียพื้นที่ด้านลึกไปเยอะมาก)
ส่วนข้อเสียคือ ด้านกว้างมันดันโดนซุ้มล้อเบียดไปเยอะ เหลือเนื้อที่แค่ 90-95 กว่าเซ็น
ส่วนข้อเสียคือมันเตี้ยครับ วัดแล้วระยะจากขอบถึงบนสุดได้แค่ 74 ซม เอง  เตี้ยสุดในเซ็กเม้นแล้ว  (เชื่อมั๊ยว่า ที่สูงที่สุดคือ hrv ได้ทื 85 ซม  ส่วน Npjs ได้ 80-82 ซม    cx5 ได้ประมาณ 80 ซม  ส่วน forester ได้น้อยพอกันที่ 75 ซม)
สรุปตัวนี้พื้นที่เก็บของด้านหลังไม่ได้เด่นเลย มีดีแค่ยาว เก้บของยาวๆได้ถึง 180 ซม   เรียกว่าเอานวมไปปูนอนค้างคืนตอนออกต่างจังหวัดสบาย ได้ขนาดผู้ใหญ่สองคนนอนครับ

11. การเมนเทนเน้น   ระยะประกัน 4 ปี 120000 โล มีรถใช้ระหว่างซ่อมถ้าซ่อมนาน อันนี้ชอบ
อันที่ไม่ชอบคือเซลล์เอาตารางซ่อมบำรุงมากางโชว์ครับ  ราคาพอๆกับ forester เลยครับ ราคารอบแรกๆที่ราคาต่ำสุด 3000 ไม่รวมแวท ไม่รวมค่าแรง
รอบที่แพงสุดคือ 6 หมื่นโล ล่อไป หมื่นนิดๆ ส่วนรอบอื่นก็มี 5-6-8 พันบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะ 3-6 พัน

12. เซลล์บอกโรงงานอยู่ระยอง อะไหล่เพียบ รถพร้อมส่ง อันนี้ไม่รู้จริงมั๊ยก็ต้องลองดูกันครับ

13. การใช้งานควบคุมหน้าจอ เมนู พวกนี้บอกตรงๆ ไม่ได้ลองเล่นครับ มัวแต่ขับรถ อิอิ

14. อัตรากินน้ำมัน  เท่าที่ถามเพื่อนที่ขับอยู่ ผว่ามันโหดมากเอาเรื่องนะ  5-7 โลในเมืองรถติดๆ
นอกเมือง 9-12 โลลิตร  เอิ่ม


ส่วนตัวผมยังไม่สรุป แต่คะแนนเรื่อง performance ผมให้ cx5 2.2 มาอันดับหนึ่ง ชับดีขับสนุก
แต่ลังเลเพราะเป็นรถที่ยิ่งหาข้อมูลแล้วยิ่งเจออะไรที่น่าตกใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
คืออารมณ์เหมือนแบบไปเจอสาวคนนึง ถูกสเปก ไฮโซ ดีกรีนอก ฐานะดี การงานดี โปรไฟล์เลิศ จีบใกล้จะติดแล้วเพิ่งรู้ปูมหลังเธอปูดขึ้นมาเรื่อยๆทีละเรื่อง
ทั้งอดีตของเธอ ทั้งรสนิยม ทั้งการใช้ของแพง บริโภคแต่ของแบรนเนม มันเลยทำให้รู้สึกว่า เฮ้ย มันใช่หรือเปล่า ได้ของถูกใจ แต่มันมีจุดที่ต้องกลั้นใจยอมรับหลายเรื่องนะ มันชักจะยังไงๆ
ทั้งเรื่อง istop ทั้งแบตที่โดนบังคับให้เปลี่ยน 8 พันกว่า  ทั้งขนาดยางหายาก ราคาแพง
ทั้งปัญหา dpf ที่ทำให้น้ำมันลงไปปนกับน้ำมันเครื่อง และเป็นปัญหาให้น้ำมันเครื่องสูงและเพิ่มขึ้นเกินกำหนดจนต้องเปลี่ยนก่อนครบระยะ 10000 โล
บางคน 5-7 พันต้องวิ่งเปลี่ยน  ผมหาข้อมูลในคลับไม่มีคนสนใจจะตอบ หรือตอบได้เลยว่าตัวไมเนอร์แก้แล้วหรือยัง
ชาวบ้านเค้ามีแต่น้ำมันเครื่องหาย แต่นี้น้ำมันเครื่องล้น 
และเครื่องดีเซลตัวนี้เพิ่งรู้ว่ามันใช้หัวเทียน  งงมาก  และหลายคนมีปัญหาเกินแสนโลแล้วมีน้ำกระจาย ต้องเปลี่ยนฝาสูบ  จะว่าไปเป็นเครื่องดีเซลที่เปราะมากกว่าทน
ระบบ dpf ถ้าพังนี่เป็นแสน  ไม่อยากจะคิด ถ้าจะเอาจริงๆหลังหมดประกันไป remap เอา dpf ออกไปเลยน่าจะสบายใจกว่า
ก็อย่างที่บอกว่า รถมันดีมาก แต่หลายอย่างก็เหนื่อยใจและเอือมระอากับมันเหลือเกิน โดยเฉพาะไอ้ dpf, istop  ระบบอะไรทั้งหลายแหล่มันออกแบบมาดี ไฮเทคและเหมาะกับค่าครอบชีพและรายได้กับคนต่างประเทศมากกว่าจะมาเป็นรถใช้งานหนักแบบในบ้านเรา  วิศวกรคงออกแบบมาให้มันดีที่สุด โดยไม่ได้ตั้งโจทย์ให้ซ่อมบำรุงง่ายและถูกตังค์

ส่วน for นี่ผมตัดเพราะช่วงล่างดี แต่ไม่ชอบที่มันอืด  แม้ใครจะบอกว่าเอาไปทำให้มันแรงขึ้นได้ แต่ผมไม่ชอบแต่งรถครับ ไม่อยากไปทำอะไรเพิ่ม
และผมไม่มั่นใจกับราคาอะไหล่ และการบริการในอนาคต  กับการกระหน่ำเทขายรถออกจากสค๊อกหลายๆรุ่น ทั้งรถเดโมเอย รถนู้นนี่เอย
บอกตรงๆว่ากลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยครับ

ส่วน mg gs นี่ก็คุ้มราคามาก คุยๆแว่วๆว่ามีส่วนลดเยอะ แถมรถมีเลย  การขับขี่ก็ไม่ได้ขี้เหร่ แรงพอใช้   ส่วนปัญหาใหญ่ๆนี่ผมยังไม่เจอเลยว่ามีอะไรน่ากังวล ระบบอะไรแปลกๆแบบที่ cx5 ก็ไม่มีด้วย สบายใจไป 4 ปี

หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: Tan Int ที่ มิถุนายน 18, 2016, 20:00:46

MG GS เป็นดีเซล? ยาง 19?
ผมว่ารถมันเล็กไปหน่อย ดูไซส์น่าจะคู่แข่ง HR-V แต่ดันตั้งราคามาจะเท่า CX-5 ตัวล่างแล้ว ก็เข้าใจนะว่าเครื่อง 2.0 Turbo คงแพง
ถ้าโอเคกับรถแต่ไม่รีบ ขอให้รออีกหน่อยดีกว่าครับ ซักครึ่งปีให้การประกอบรถเข้าท่ากว่านี้หน่อย เท่าที่พี่บอกปัญหามามันไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรแต่ก็ใช้เวลา
 
อันนี้ความเห็นผมนะ CX-5/Forester อาจจะดีกว่าด้วยมั้งในเรื่องอื่น ถ้าไม่นับเรื่องเครื่อง MG GS ที่มันเป็นเทอร์โบยังไงก็แรงกว่า กับประกัน 4 ปีที่เยอะกว่าคู่แข่ง
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: keamgladnan ที่ มิถุนายน 18, 2016, 20:04:21
เป็นเบนซินฉีดตรง turbo 2.0  ยาง 18 ครับ

รถข้างในถ้าวัดจากความรู้สึกจากการนั่ง ก็เล็กครับ
แต่ถ้าพับเบาะหลัง วัดแล้ว ก็พอๆกับ forester  cx5 ครับ


MG GS เป็นดีเซล? ยาง 19?
ผมว่ารถมันเล็กไปหน่อย ดูไซส์น่าจะคู่แข่ง HR-V แต่ดันตั้งราคามาจะเท่า CX-5 ตัวล่างแล้ว ก็เข้าใจนะว่าเครื่อง 2.0 Turbo คงแพง
ถ้าโอเคกับรถแต่ไม่รีบ ขอให้รออีกหน่อยดีกว่าครับ ซักครึ่งปีให้การประกอบรถเข้าท่ากว่านี้หน่อย เท่าที่พี่บอกปัญหามามันไม่น่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรแต่ก็ใช้เวลา
 
อันนี้ความเห็นผมนะ CX-5/Forester อาจจะดีกว่าด้วยมั้งในเรื่องอื่น ถ้าไม่นับเรื่องเครื่อง MG GS ที่มันเป็นเทอร์โบยังไงก็แรงกว่า กับประกัน 4 ปีที่เยอะกว่าคู่แข่ง
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: neutrino ที่ มิถุนายน 18, 2016, 20:12:29
จริงๆแล้ว MG GS เป็นตัวเลือกตัวแรกของผมตอนนึ้เลย
ใจลึกๆผมว่าเจ้าสัวเค้าคงไม่ถอยและถอดใจแน่ๆครับ
HR-V ไม่ใช่ segment นี้ครับ(เล็กกว่า)
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: +@ Krishna @+ ที่ มิถุนายน 18, 2016, 20:20:43
mg gs ความรู้สึกผม ที่ได้ทดลองขับในระยะสั้น ภายในเล็กกว่า cx5 นิดหน่อย 

แต่ที่เก็บของด้านหลัง เล็กมาก + การออกแบบภายใน/วัสดุยังไม่ดีเท่าไหร่  :-X

ที่ไม่เลือกเพราะยังไม่มั่นใจใน mg ครับ  8)
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: keamgladnan ที่ มิถุนายน 18, 2016, 20:22:35
จริงๆแล้ว MG GS เป็นตัวเลือกตัวแรกของผมตอนนึ้เลย
ใจลึกๆผมว่าเจ้าสัวเค้าคงไม่ถอยและถอดใจแน่ๆครับ
HR-V ไม่ใช่ segment นี้ครับ(เล็กกว่า)

แค่เทียบให้ดูครับว่า  HRV ที่เป็นเซกเม้นเล็กกว่าเนี่ย ดันบริหารพื้นที่ด้านกว้าง กับด้านสูง ของพื้นที่เก็บของด้านหลังหลังพับเบาะได้ดีกว่า segment compact suv อย่าง forester, mg gs ซะอีก (ติดก็แค่ความลึกที่ hrv แพ้เพราะความยาวรถมันสั้นกว่าเยอะ) 
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: keamgladnan ที่ มิถุนายน 18, 2016, 20:24:09
mg gs ความรู้สึกผม ที่ได้ทดลองขับในระยะสั้น ภายในเล็กกว่า cx5 นิดหน่อย 

แต่ที่เก็บของด้านหลัง เล็กมาก + การออกแบบภายใน/วัสดุยังไม่ดีเท่าไหร่  :-X

ที่ไม่เลือกเพราะยังไม่มั่นใจใน mg ครับ  8)

วัสดุดูไม่ดีจริงๆครับ โดยเฉพาะปุ่มที่เรียงติดๆกันบนคอนโซลหน้าและไม่มีส่วนไหนที่บุนุ่มให้ดูมีราคาเหมือนคู่แข่ง
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: alpha14 ที่ มิถุนายน 18, 2016, 20:26:26
ชอบก็จัดไป
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: ซิ่งเข้าส้วม ที่ มิถุนายน 18, 2016, 20:36:22
จากผมที่เป็นคนใช้ MG นะครับ

1. เรื่องอะไหล่ ไม่มีปัญหาครับ ตอนออกโมเดลใหม่ๆ ถ้าไปชนแน่ล่ะ คงต้องรออะไหล่นานหน่อย แต่ 6 เดือนนี่ไม่ใช่แน่ๆ เพราะจากที่ผมเคยเคลมกันชนหน้าก็ 2 สัปดาห์ก็ได้แล้ว( MG6 2015) แต่ถ้าบางตัวเป็นอะไหล่ที่ต้องสั่งจากจีนก็บวกไปอีก 4-6 สัปดาห์ เช่นปกติถ้าสั่งอะไหล่มาทันทีดำเนินเรื่องซ่อมจบใน 1 เดือน ถ้าเป็นพาร์ทที่ต้องสั่งมาจากจีนอาจจะต้อง+ ไปอีกเดือน ซึ่งผมเชื่อว่าน่าจะใช้เวลาน้อยกว่าซูบารุนะ จากที่อ่านๆ มา ส่วน Mazda อะไหล่มาเร็วกว่าอยู่แล้ว ผมว่า Mazda เข้าใกล้คำว่าเจ้าตลาดรถนั่งมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้แนะนำว่าควรทำประกันซ่อมห้างเท่านั้น ถ้าคุณทำซ่อมอู่ 6 เดือนนี่มีความเป็นไปได้เลย เพราะประสานงานสั่งอะไหล่ยากกว่ายี่ห้ออื่น(ทางอู่ซ่อมบอกมา) บางอู่ก็เลยเกิดอาการสั่งไป ไม่มาก็ไม่ตาม ยุ่ง งานซ่อมเยอะ สุดท้ายคนใช้ต้องตามเรื่องสั่งอะไหล่เองถึงได้เรื่อง

2. เรื่องหน่วงถนอมเกียร์ เป็นทุกรุ่นตั้งแต่ 5 เป็นต้นมาครับ ซึ่ง MG5 ผมก็ใช้อยู่ มีการหน่วง 2 วิเหมือนกัน ทั้งๆ ที่เป็น Torque Converter ทนกว่า Dual Clutch แน่ๆ ทั้งนี้ก็พอเข้าใจได้ว่าเค้าเป็นแบรนด์ใหม่ อยากให้รถไม่จุกจิก เลยต้องแลกกับสมรรถนะบางส่วน ซึ่งหน่วง 2 วินี่รุ่นที่อังกฤษก็หน่วงครับ ขนาดเป็น Dual Clutch 7 สปีด เครื่องและเกียร์คนละลูก แต่ทั้งนี้มัน Reflash แก้อาการหน่วงนี้ได้น่ะครับ เจ้าดังที่รับรีแฟลชทุกยี่ห้อเค้ารับอยู่ น่าจะ 20000 บาท

3. MG แอร์เย็นจริงครับ เย็นทุกรุ่น และมากับแอร์ที่กินไฟมากๆ ลองปิดแอร์ดูอัตราการกินน้ำมันลดไปประมาณ 0.6-0.8 L/Hour เลยครับ

4. เห็นว่ารุ่น MG GS กินน้ำมันค่อนข้างมาก กินน้ำมันในเมือง 6-8 km/l ขับชานเมืองได้ 10-11 km/l จะว่ากินมากก็มากนะ แต่เท่าที่ผมดู Xtrail 2.5 ก็กินประมาณนี้ มันก็ไม่ค่อยต่าง

เรื่องจุกจิกยังไม่รู้ครับ คนใช้น้อยมาก แต่ถ้าให้เดา น่าจะจุกจิกระดับหนึ่งครับ จากที่ใช้ MG มา 2 รุ่น จุกจิกกันคนละอย่าง ดังนั้นคงมากกว่ารถญี่ปุ่น แต่ก็ไม่น่าจะเป็นขวัญใจรถยกแบบ Ford/Chev  แต่อย่างน้อย MG ก็รับผิดชอบ เคลมง่าย ศูนย์เป็นมิตรมาก โดยเฉพาะศูนย์ที่ผมออก MG5 (ศูนย์ที่ผมออก MG6 นี่ปานกลาง) แต่ถ้าจะให้ดี ขอไม่ต้องเคลมดีกว่าครับ เสียเวลา
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: ktonja ที่ มิถุนายน 18, 2016, 20:59:52
เบาะหลังปรับเอนได้นะครับ ปรับได้ 14 องศา
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: OXYGEN2 ที่ มิถุนายน 18, 2016, 22:55:42
ผมไม่กล้าซื้อ กลัวคุณภาพไม่โอเคเท่าญี่ปุ่น และยังไม่ค่อยเชื่อใจเทคโนโลยีจีนสักเท่าใดครับ เพราะรถยนต์มีส่วนประกอบหลายอย่างครับ เมื่อหลายสิบปีก่อน รถญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ถ้าผมจะซื้อผมขอรอรถจีนถูกยอมรับในตลาดโลกดูก่อนครับ
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: ซิ่งเข้าส้วม ที่ มิถุนายน 18, 2016, 23:40:36
ผมไม่กล้าซื้อ กลัวคุณภาพไม่โอเคเท่าญี่ปุ่น และยังไม่ค่อยเชื่อใจเทคโนโลยีจีนสักเท่าใดครับ เพราะรถยนต์มีส่วนประกอบหลายอย่างครับ เมื่อหลายสิบปีก่อน รถญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ถ้าผมจะซื้อผมขอรอรถจีนถูกยอมรับในตลาดโลกดูก่อนครับ

เอาจริงๆ ทั้งเครื่องเกียร์ก็พัฒนาร่วมกับ GM อะครับ ถ้าบอกว่าไม่มั่นใจในรถยนต์เครือ General motor อันนี้ยังเข้าใจได้เพราะประวัติในไทยไม่ดี แต่บอกว่าไม่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีจีน ผมว่ามันฟังดู stereotype เกินไปนะครับ ประเทศจีนในส่วนที่เจริญ เค้าก็เจริญกว่าไทยมาก ส่วนที่บ้านนอกก็บ้านนอกกว่าไทยมาก เหมือนทวีปนึง

ส่วนตัวขายของที่ผลิตในประเทศจีน อันที่โคตรห่วยมันก็มีครับ เยอะด้วย แต่อันที่คุณภาพสูงเกินราคาก็มีเยอะเหมือนกัน การที่มันมีทั้งสีขาวและสีดำ ไม่ใช่ว่ามันจะดำนะครับ แค่สีดำมันเห็นได้ชัดกว่าสีขาวแค่นั้นเอง

หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: The Mechanics of Emotions ที่ มิถุนายน 18, 2016, 23:53:49
ไปลองนั่งมาเหมือนกันครับ รถบางมุมก็ดูดี บางมุมก็แปลกๆ คันใหญ่ดีครับ แต่ภายในแบบว่า เอิ่ม พลาสติกเต็มเลยๆ ราคาล้านกว่าเนี่ยนะ คอนโซลหน้าก็ตั้งชันและทรงแปลกๆ ซันรูฟทำให้รถดูกว้างดีครับ เบาะนั่งโอเคทั้งหน้าและหลัง ติดที่วัสดุนี่แหละ น่าจะบุนิ่มมาสักหน่อย
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: Impulse ที่ มิถุนายน 19, 2016, 00:00:19
ผมหล่ะกลัวเกียร์มันนี่หล่ะครับกระตุกค่อนข้างแรง ไม่แน่ใจผมคิดไปเองคนเดียวเปล่า ส่วนเรื่องชอบไม่ชอบผมกลัว Bias ตัวเองเลยขอไม่พิมพ์
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: ps000000 ที่ มิถุนายน 19, 2016, 06:23:48
ถ้าจะลองของ ผมกล้าลองรุ่นเดียวคือรุ่น MG 3 ถ้ามีปัญหาอะไรก็เจ็บตัวน้อยสุด รุ่นแพงๆ ยังไม่กล้าเล่น  :'(
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: secrecyguy ที่ มิถุนายน 19, 2016, 07:06:22
ผมเปลี่ยนแบต cx-5 2.2D ราคา2,600บาท เองนะครับ
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: Pegasus7700 ที่ มิถุนายน 19, 2016, 07:16:16
ผมไม่กล้าซื้อ กลัวคุณภาพไม่โอเคเท่าญี่ปุ่น และยังไม่ค่อยเชื่อใจเทคโนโลยีจีนสักเท่าใดครับ เพราะรถยนต์มีส่วนประกอบหลายอย่างครับ เมื่อหลายสิบปีก่อน รถญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ถ้าผมจะซื้อผมขอรอรถจีนถูกยอมรับในตลาดโลกดูก่อนครับ
รถจากจีนยังไม่ถูกยอมรับในตลาดโลก. ตั้งแต่เมื่อไรครับ?
ข้อมุลจากไหน. นานรึยังครับ?
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: keamgladnan ที่ มิถุนายน 19, 2016, 07:29:50
ผมเปลี่ยนแบต cx-5 2.2D ราคา2,600บาท เองนะครับ

ของ amaron รึเปล่าครับ   เห้นในคลับเปลี่ยนกันอยู่เหมือนกัน แต่มีคนปรามๆว่าเดี๋ยวจะกระทบกับประกันของระบบ istop

เปลี่ยนของอะไร ร้านไหนครับวานบอกเป็นข้อมูลที  จะได้สบายใจเรื่องแบตไปอีกเรื่องนึง
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: keamgladnan ที่ มิถุนายน 19, 2016, 07:31:09
ผมหล่ะกลัวเกียร์มันนี่หล่ะครับกระตุกค่อนข้างแรง ไม่แน่ใจผมคิดไปเองคนเดียวเปล่า ส่วนเรื่องชอบไม่ชอบผมกลัว Bias ตัวเองเลยขอไม่พิมพ์

รถมันดีครับ ไม่ต้องกลัวไบแอสหรอก  คุ้มกับราคา แต่มันก้มีข้อดีข้อเสีย ถ้าแชร์กันได้ผมว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจครับ
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: bahamu ที่ มิถุนายน 19, 2016, 09:06:13
แบตปีกบินในกรอบติดรถใช้เปียก รุ่นธรรมดาแค่ติดรูปลอก ใสปลอกหรู
แต่ใช้แอมป์สูงกว่ารถขนาดเดียวกัน  เวลาเปลี่ยนแค่เลี้ยงไฟก่อนถอดขั้ว
ก็ใช้ได้แล้ว ระบบดับเครื่องเองยี่ห้ออื่นก็เลี้ยงไฟเปลี่ยนยกลูกกันสบาย

ราคาแบตแห้ง กึ่งเปียก แอมป์มากกว่า ไม่เกินสามพัน
ที่แย่มากๆคือ ประกับยึดแบตเป็นพลาสติกทั้งหมด แทนที่จะเป็นโลหะ
ร้าวเมื่อไหร่สั่งห้างเปลี่ยนได้เลย ไม่มีของเทียบ ถึงมีปลอกนวมกันกระแทกหุ้มแบต

mg ยกสูงขับสี่กะเทย มีล็อคเพลงกลางเป็นขับสี่พาร์ทไทม์ถนนดินได้
แต่ไม่มีขับสี่ฟูลไทม์ถนนลาดยาง ตัวเลือกยอดนิยมจึงเหนือกว่า เพราะเป็นดีเซล
ระบบขับสี่ทั้งถนนดินและลาดยาง อะไหล่ ศูนย์หาง่ายกว่า ขายต่อดีกว่า ราคาพอกัน

ระบบเกียร์ ดีตามหลักการแต่ตอนซ่อมบำรุง คงไม่ถูกกว่าทอร์คอนเวอร์เตอร์
อย่างรุ่นเล็กให้เกียร์เซเล ของแม็กเนติค มาเรลลี่ จากอัลฟ่าโรมิโอ และเฟอร์รารี่
มีตุ้ม กระปุกน้ำมันเซเล เข้ารอบสูงต่อเนื่องเร้าใจ แต่ซ่อมบำรุงต้องใส่ใจ
จะขับอย่างเดียวไม่ดูแลแบบสามห่วงไฮทอร์คไม่ได้

ถ้าเครื่อง เกียร์ดูแลง่าย เปลี่ยนอะไหล่ตามระยะไม่แพงมาก คงไปได้
ดีไม่ดีอัลฟ่า เฟอร์เอาอะไหล่มาแปลงได้คงประหยัดไปเยอะ
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: neutrino ที่ มิถุนายน 19, 2016, 13:00:20
ผมไม่กล้าซื้อ กลัวคุณภาพไม่โอเคเท่าญี่ปุ่น และยังไม่ค่อยเชื่อใจเทคโนโลยีจีนสักเท่าใดครับ เพราะรถยนต์มีส่วนประกอบหลายอย่างครับ เมื่อหลายสิบปีก่อน รถญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ถ้าผมจะซื้อผมขอรอรถจีนถูกยอมรับในตลาดโลกดูก่อนครับ

เอาจริงๆ ทั้งเครื่องเกียร์ก็พัฒนาร่วมกับ GM อะครับ ถ้าบอกว่าไม่มั่นใจในรถยนต์เครือ General motor อันนี้ยังเข้าใจได้เพราะประวัติในไทยไม่ดี แต่บอกว่าไม่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีจีน ผมว่ามันฟังดู stereotype เกินไปนะครับ ประเทศจีนในส่วนที่เจริญ เค้าก็เจริญกว่าไทยมาก ส่วนที่บ้านนอกก็บ้านนอกกว่าไทยมาก เหมือนทวีปนึง

ส่วนตัวขายของที่ผลิตในประเทศจีน อันที่โคตรห่วยมันก็มีครับ เยอะด้วย แต่อันที่คุณภาพสูงเกินราคาก็มีเยอะเหมือนกัน การที่มันมีทั้งสีขาวและสีดำ ไม่ใช่ว่ามันจะดำนะครับ แค่สีดำมันเห็นได้ชัดกว่าสีขาวแค่นั้นเอง

ผมคนหนึ่งครับที่คิดว่าจีนน่าจะมีดีแน่นอน ถ้าไม่แน่จริงคงไม่สามารถส่งคนขึ้นอวกาศแน่(ญี่ปุ่นยังทำไม่ได้)
เทคโนฯทางทหารจีนก็ไม่ด้อย(ลองหาดูในยูทูบ) การที่ประเทศจะพัฒนาจาก "คนป่วยแห่งเอเซีย" มาเป็นหนึ่งใน super power ของโลกภายในไม่เกิน 50 ปี ไม่มีประเทศไหนทำได้ ตอนญี่ปุ่นแพ้สงครามฟื้นเร็วเพราะไม่ต้องมีพัฒนาการทางกลาโหมมากมายเพราะมีอเมริกันคุ้มหัว แต่จีนต้องช่วยตัวเองทุกอย่าง
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: ซิ่งเข้าส้วม ที่ มิถุนายน 19, 2016, 13:24:17
ผมไม่กล้าซื้อ กลัวคุณภาพไม่โอเคเท่าญี่ปุ่น และยังไม่ค่อยเชื่อใจเทคโนโลยีจีนสักเท่าใดครับ เพราะรถยนต์มีส่วนประกอบหลายอย่างครับ เมื่อหลายสิบปีก่อน รถญี่ปุ่นก็ยังไม่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ถ้าผมจะซื้อผมขอรอรถจีนถูกยอมรับในตลาดโลกดูก่อนครับ

เอาจริงๆ ทั้งเครื่องเกียร์ก็พัฒนาร่วมกับ GM อะครับ ถ้าบอกว่าไม่มั่นใจในรถยนต์เครือ General motor อันนี้ยังเข้าใจได้เพราะประวัติในไทยไม่ดี แต่บอกว่าไม่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีจีน ผมว่ามันฟังดู stereotype เกินไปนะครับ ประเทศจีนในส่วนที่เจริญ เค้าก็เจริญกว่าไทยมาก ส่วนที่บ้านนอกก็บ้านนอกกว่าไทยมาก เหมือนทวีปนึง

ส่วนตัวขายของที่ผลิตในประเทศจีน อันที่โคตรห่วยมันก็มีครับ เยอะด้วย แต่อันที่คุณภาพสูงเกินราคาก็มีเยอะเหมือนกัน การที่มันมีทั้งสีขาวและสีดำ ไม่ใช่ว่ามันจะดำนะครับ แค่สีดำมันเห็นได้ชัดกว่าสีขาวแค่นั้นเอง

ผมคนหนึ่งครับที่คิดว่าจีนน่าจะมีดีแน่นอน ถ้าไม่แน่จริงคงไม่สามารถส่งคนขึ้นอวกาศแน่(ญี่ปุ่นยังทำไม่ได้)
เทคโนฯทางทหารจีนก็ไม่ด้อย(ลองหาดูในยูทูบ) การที่ประเทศจะพัฒนาจาก "คนป่วยแห่งเอเซีย" มาเป็นหนึ่งใน super power ของโลกภายในไม่เกิน 50 ปี ไม่มีประเทศไหนทำได้ ตอนญี่ปุ่นแพ้สงครามฟื้นเร็วเพราะไม่ต้องมีพัฒนาการทางกลาโหมมากมายเพราะมีอเมริกันคุ้มหัว แต่จีนต้องช่วยตัวเองทุกอย่าง

ใช่ครับ เมืองที่เจริญอย่างเซี่ยงไฮ้นี่เค้าก็เจริญมากไม่ต่างจากโตเกียว ยานอวกาศมีไม่กี่ประเทศที่ทำสำเร็จ จีนเป็น world factory ในปัจจุบัน แต่คนมองไม่ค่อยเห็นครับ ส่วนใหญ่มองแค่ว่าคนจีนไม่มีมารยาท ชอบระเบิดส้วม แหกกฏ ไข่ปลอม ข้าวปลอม

แต่ไม่ได้มองว่าเสียวหมี่มันแบรนด์จีน ก็เป็นของดีและถูก ไอโฟนก็ผลิตในจีน และอีกมากมายผลิตในจีน

ตรรกะเหมารวมเป็นสิ่งที่ไม่ดีครับ พอๆ กับที่ฝรั่งเค้ามองว่าผู้หญิงไทยเกือบทุกคนต้องขายตัว ทั้งๆ ที่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: SM. ที่ มิถุนายน 19, 2016, 15:43:49
ผมว่าจุดขาย MG ก็คือ spec รถที่ให้มาดี option เยอะกว่าใครเค้า แถมมีการรับประกันต่างๆ หลังการขายอีก ในราคาที่แรงมาก

แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบก็คือวัสดุภายใน การออกแบบภายใน พวงมาลัยใหญ่เทอะทะ การขับที่หน่วงๆชอบกล
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: Impulse ที่ มิถุนายน 19, 2016, 16:09:31
ผมเปลี่ยนแบต cx-5 2.2D ราคา2,600บาท เองนะครับ

ของ amaron รึเปล่าครับ   เห้นในคลับเปลี่ยนกันอยู่เหมือนกัน แต่มีคนปรามๆว่าเดี๋ยวจะกระทบกับประกันของระบบ istop

เปลี่ยนของอะไร ร้านไหนครับวานบอกเป็นข้อมูลที  จะได้สบายใจเรื่องแบตไปอีกเรื่องนึง

เป็น Q85 ของ GS FB Hitashi ก็ได้ครับ มันรองรับระบบ Istop แต่มันลูกเล็กคงใช้ไม่ทนเท่าแต่ราคาถูกกว่ากันมหาศาล

----------------------------------------------------------

ผมหล่ะกลัวเกียร์มันนี่หล่ะครับกระตุกค่อนข้างแรง ไม่แน่ใจผมคิดไปเองคนเดียวเปล่า ส่วนเรื่องชอบไม่ชอบผมกลัว Bias ตัวเองเลยขอไม่พิมพ์

รถมันดีครับ ไม่ต้องกลัวไบแอสหรอก  คุ้มกับราคา แต่มันก้มีข้อดีข้อเสีย ถ้าแชร์กันได้ผมว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจครับ

ผมเจอเกียร์กระตุกแล้วผมรู้สึกว่าถ้าผมเขียนต่อผมอาจจะมองมันแย่กว่าปรกติครับ การเซ้ท พวงมาลัย ก็เบาเกิน คันเร่งก็คุมยากจนนึกถึง Toyota Camry AC30 แต่น้ำหนักดีกว่ากันสัก 20% ซึ่งแปลกที่จุกพวกนี้ MG5 กลับทำมาได้ดี ตำแหน่งเบาะก็ค่อนข้างแปลก ๆ ผมเมื่อยเท้านะทั้งที่ได้ขับไม่นาน ข้อดีที่ผมเจอคืออัตราเร่งกับช่วงล่าง แค่นั้นจริงๆครับ อัตราเร่งน่าจะเร็วกว่า CX5 2.0 แต่ไม่มากนัก ถ้าเกียร์ไม่ดระตุกอะไรๆก็คงดีกว่านี้ ช่วงล่างผมว่าดีกว่า CX5 คือมันกระดอนน้อยกว่า ส่วนทางโค้งไม่ได้เล่นเลย ขับทางตรงใกลๆเสียดายเลยไม่รู้อาการตอนเข้าโค้งนัก

ถ้าตอนนี้ให้ผมมอง SUV งบประมาณนี้ผมสนใจ Forester ที่สุดนะ
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: keamgladnan ที่ มิถุนายน 19, 2016, 16:19:12
forester ช่วงล่างดีจริงๆครับ ดีมากๆ
ส่วนตัวที่ไปลองผมกลับไม่เจอเกียกระตุกนะครับ

ผมเปลี่ยนแบต cx-5 2.2D ราคา2,600บาท เองนะครับ

ของ amaron รึเปล่าครับ   เห้นในคลับเปลี่ยนกันอยู่เหมือนกัน แต่มีคนปรามๆว่าเดี๋ยวจะกระทบกับประกันของระบบ istop

เปลี่ยนของอะไร ร้านไหนครับวานบอกเป็นข้อมูลที  จะได้สบายใจเรื่องแบตไปอีกเรื่องนึง

เป็น Q85 ของ GS FB Hitashi ก็ได้ครับ มันรองรับระบบ Istop แต่มันลูกเล็กคงใช้ไม่ทนเท่าแต่ราคาถูกกว่ากันมหาศาล

----------------------------------------------------------

ผมหล่ะกลัวเกียร์มันนี่หล่ะครับกระตุกค่อนข้างแรง ไม่แน่ใจผมคิดไปเองคนเดียวเปล่า ส่วนเรื่องชอบไม่ชอบผมกลัว Bias ตัวเองเลยขอไม่พิมพ์

รถมันดีครับ ไม่ต้องกลัวไบแอสหรอก  คุ้มกับราคา แต่มันก้มีข้อดีข้อเสีย ถ้าแชร์กันได้ผมว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจครับ

ผมเจอเกียร์กระตุกแล้วผมรู้สึกว่าถ้าผมเขียนต่อผมอาจจะมองมันแย่กว่าปรกติครับ การเซ้ท พวงมาลัย ก็เบาเกิน คันเร่งก็คุมยากจนนึกถึง Toyota Camry AC30 แต่น้ำหนักดีกว่ากันสัก 20% ซึ่งแปลกที่จุกพวกนี้ MG5 กลับทำมาได้ดี ตำแหน่งเบาะก็ค่อนข้างแปลก ๆ ผมเมื่อยเท้านะทั้งที่ได้ขับไม่นาน ข้อดีที่ผมเจอคืออัตราเร่งกับช่วงล่าง แค่นั้นจริงๆครับ อัตราเร่งน่าจะเร็วกว่า CX5 2.0 แต่ไม่มากนัก ถ้าเกียร์ไม่ดระตุกอะไรๆก็คงดีกว่านี้ ช่วงล่างผมว่าดีกว่า CX5 คือมันกระดอนน้อยกว่า ส่วนทางโค้งไม่ได้เล่นเลย ขับทางตรงใกลๆเสียดายเลยไม่รู้อาการตอนเข้าโค้งนัก

ถ้าตอนนี้ให้ผมมอง SUV งบประมาณนี้ผมสนใจ Forester ที่สุดนะ
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: bingoman ที่ มิถุนายน 19, 2016, 16:59:36
ผมทราบนะครับว่า MG โดนจีน takeover ไป

แต่ออฟฟิศ R&D การพัฒนารถ ก็ยังทำที่อังกฤษอยู่หนิครับ  ทำไมถึงกลัวว่าสมรรถนะ จะกลายเป็นรถจีน

ถ้าอย่างงั้น Iphone, Macbook, Sony Xperia, Samsung ต่างๆ นานา ก็คงต้องเป็นเหมือนกัน เพราะส่วนมาก Made in China

ซึ่งที่จริงมันไม่ใช่แบบนั้น  เพราะบริษัทแม่ เค้าไม่ใช่ว่าไปผลิตที่ไหน แล้วจะลดคุณภาพตามประเทศหรือคุณภาพคนประเทศนั้นซะหน่อย

คุณคิดว่า Toyota มาเปิดโรงงานในไทย  แล้วทำให้ quality ต่ำ เกเร รวน แบบนิสัยคนไทยหรือเปล่า

Benz, BMW ก็ผลิตในไทย   รถมันก็ยังมาตรฐานตามแบรนด์บริษัทแม่
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: J_Serie5 ที่ มิถุนายน 20, 2016, 07:13:08
ถ้ารับเรื่องพวกนี้ได้ ก็ " เสี่ยง " ได้ครับ
- ราคาขายต่อที่ร่วงกระจาย หลายเต้นท์ไม่รับซื้อต่อ
- ศูนย์บริการมีไม่กี่แห่ง
- หลายรุ่นของค่ายนี้ซ่อมไม่จบ
- ความน่าเชื่อถือน้อยกว่าแบรนด์ดังทั้งหลาย toyota , honda , nissan , mazda
- เงินไม่ใช่ปัญหา เสียก็ซ่อม มีรถสำรองใช้ตลอดก็ซื้อมาเล่นได้


หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: YoungJet ที่ มิถุนายน 20, 2016, 08:38:36
npjs นี่หมายถึงอะไรครับ?
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: ซิ่งเข้าส้วม ที่ มิถุนายน 20, 2016, 09:31:31
npjs นี่หมายถึงอะไรครับ?

New Pajero Sport

ถ้ารับเรื่องพวกนี้ได้ ก็ " เสี่ยง " ได้ครับ
- ราคาขายต่อที่ร่วงกระจาย หลายเต้นท์ไม่รับซื้อต่อ
- ศูนย์บริการมีไม่กี่แห่ง
- หลายรุ่นของค่ายนี้ซ่อมไม่จบ
- ความน่าเชื่อถือน้อยกว่าแบรนด์ดังทั้งหลาย toyota , honda , nissan , mazda
- เงินไม่ใช่ปัญหา เสียก็ซ่อม มีรถสำรองใช้ตลอดก็ซื้อมาเล่นได้



พูดซะน่ากลัวเลยครับ นี่ถ้าผมยังไม่ได้ใช้นะ คงคิดว่ามันแย่มาก
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: jakkajee55 ที่ มิถุนายน 20, 2016, 15:51:10
ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากๆครับ ที่เข้ามาช่วยแบ่งประสบการณ์
อ่านแล้วสะดุดตรง กดเบรดลึกพรวด แต่รถไม่หยุดนี่แหละครับ
ตกลงคือ เบรคไม่อยู่เหรอครับ ต้องกดย้ำถึงจะหยุดรึเปล่าครับ
รุ่นล่างๆก็น่าเสี่ยงครับ แต่คงสอย eco car หรือ 1.5 ตัวเริ่ม
ดูท่าจะไว้วางใจได้มากกว่า
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: gnext ที่ มิถุนายน 20, 2016, 15:57:03
ดูเหมือนจขกท.ยังตัดสินใจไม่ได้เพราะไม่ได้ Love ตัวใดตัวหนึ่ง
ผมแนะนำไปลองขับ Hyundai Tucson อีกตัวแล้วค่อยตัดสินใจครับ ราคาขายจริงไม่หนีกัน

แต่ถ้าจะถามความเห็นผมเรื่อง GS  นะครับ

1. เรื่องความแรง ผมยอมรับว่า GS ให้ความรู้สึกเร้าใจในการขับ รู้สึกว่าขับแล้วรถพุ่งได้ดังใจ ในทางตรงข้ามถ้าเทียบกับ X-Trail Hybrid และ For i-P (โหมด S) ตอนเร่งแซงก็ทำได้ดี แต่ไม่รู้สึกกระชาก+เร้าใจเท่าซึ่งอาจเป็นเพราะcvt+ช่วงล่างที่เกาะถนน+การเก็บเสียง (ผมขับ X-Trail ไปเทสต์ จึงเปรียบเทียบอารมณ์ได้ตรงๆ) ถ้าจขกท.ชอบfeelingของการขับMGก็ลองดูครับ

2. เรื่องความลงตัว ผมว่า MG3 ลงตัวกว่ามากๆๆๆ ติดแค่พวงมาลัยหนัก จนทำให้ผมคิดว่า GS เป็นรถจีนจริงๆ คือใส่ option มาเยอะแต่tuningไม่ลงตัว (ขับ GS เหมือนขับ Vios Turbo ยกสูง ประมาณนั้น)

3. CX-5 และ Tucson เป็นรถที่ผมไปดูและสนใจ แต่ไม่ได้ลองขับ เพราะมี special requirement ส่วนตัว

4. ผมเป็นคนนึงที่พิถีพิถันกับการซื้อรถโดยหาข้อมูลและไปเทสต์เปรียบเทียบตัวเลือกทั้งหมดก่อนตัดสินใจ ผมมีข้อสรุปส่วนตัวว่า
4.1 ข้อมูลที่บริษัทรถบอก เป็น Marketing Material ซึ่งความลงตัวของรถจะรู้ได้ด้วยการ Test Drive เท่านั้น
4.2 Segment รถตามราคา/CC/Class ไม่ได้เป็นข้อจำกัดของตัวเลือกในการซื้อรถ เพราะปัจจุบันการออกแบบภายในและสมรรถนะของรถแต่ละคันในเมืองไทยไม่ได้เป็น"สหกรณ์"เหมือนในอดีต และราคาตั้งกับราคาขายจริงก็แตกต่างกัน ไม่ถามไม่ต่อก็ไม่รู้
4.3 ข้อมูลในบอร์ดเป็น Caution & Good to know
4.4 รถทุกรุ่นมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น(รวมทั้ง To,Is,Hon) แต่ปัญหาส่วนใหญ่ก็ได้รับการแก้ไข ช้าบ้างเร็วบ้างแล้วแต่ความใส่ใจของผู้ให้บริการและดวงของคุณเอง การที่เราเห็นปัญหาในบอร์ดก็แปลว่าเรามีผู้ร่วมชะตากรรมที่ไม่ถูกปิดสื่อก็แค่นั้น ไม่ได้แปลว่ารถมันห่วยหรืออะไรทั้งสิ้น กรณีแย่ๆก็คงมีแค่เกียร์dual clutchและ/หรืองานประกอบรุ่นที่แชร์ระหว่างF&Vซึ่งไม่เหมาะกับรถที่คนไทยขับ ซึ่งก็ได้รับการปรับปรุงในที่สุด

4.4 ถ้าอยากได้รถที่จ่ายตังแล้วจบก็คงต้องไปหาเบนซ์ จ่ายจริงจบจริงครับ
หัวข้อ: Re: คิดยังไงกับ mg gs ครับ วันนี้ไปลองเทสสไดรฟ์มา เทียบตัวเลือกที่ผมมี
เริ่มหัวข้อโดย: Slipknot` ที่ มิถุนายน 21, 2016, 15:59:04
ผมไม่เคยเคส แต่เห็นหน้าตามันแล้วไม่ชอบเลย