Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: sengausa ที่ มิถุนายน 29, 2016, 09:39:26
-
พอดีมีโอกาสนั่งคุยกับเพื่อนๆ บังเอิญมีรถป้ายแดงขับผ่านไปติดๆ กันหลายคัน
เพื่อนเลยพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า เขาเอาเงินมาจากไหนกันน้อ ถึงมีเงินออกป้ายแดงกันเยอะจังเลย
ผมเลยตั้งคำถามขึ้นมาว่า " มีรถแต่ไม่มีเงินเก็บ กับ มีเงินเก็บแต่ไม่มีรถ จะเลือกแบบไหน" -------------> เพื่อนผมมีทั้ง 2 แบบครับ
บางคนผ่อนรถแบบถูๆ ไถๆ ไม่มีเงินเก็บ แต่มีรถขับ เห็นไปเที่ยวกับครอบครัว ก็มีความสุขดี
บางคนเก็บเงินรอจนพร้อมจริงๆ แต่ระหว่างเก็บเงินก็ต้องตากแดด ตากฝน ไปทำงาน ครับ
ถ้าเป็นพี่ๆ จะเลือกแบบไหนครับ
-
ถ้ายังโสด ไม่มีภาระอะไร ผมเลือกมีรถ ไม่มีเงินเก็บ
แต่ถ้ามีครอบครัวแล้ว เลือกเงินเก็บก่อน ถึงเวลาค่อยซื้อรถทีหลัง
-
อยู่ที่เราใช้รถแบบไหนนะผมว่าค ถ้าไม่ถึงกับลำบากในการมาทำงาน ผมเลือกไม่มีรถ แต่มีเงินไว้ลงทุนดีกว่าครับ รถมีแต่ค่าเสื่อม
แต่ถ้าการมีรถแล้วไม่มีเงิน ทำให้เราทำงานสะดวกขึ้น มีเวลามากขึ้น หาเงินจากการใช้รถได้ ผมจะเลือกมีรถนะ
-
ตอนนี้ถ้าผมเลือได้ ผมจะซื้อสด 555555
ต้องมองว่ารถมีความจำเป็นมากแค่ไหน ถ้ามีมากก็ต้องใช้รถแบบไม่มีเงินเก็บไป หรืออาจะเลือกซื้อรถที่ถูกลงเพื่อให้เหลือเงินเก็บบ้าง (บางทีมันต้องมีเก็บบ้างนะ เผื่อประกัน พรบ ล้างรถ ขัดสี เคลือบสี มันต้องมีบ้าง งั้นตายเลย)
แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นขับโก้ๆ เป็นเหมือนเครื่องประดับฐานะ ก็อย่าเลยเลือกอย่างหลังรัวๆ นอกจากว่าเงินจะเหลือสำรองเพียงพอแล้วซื้อเถอะ 55
ปล.ถ้าคันต่อไปผมจะดาวน์มากกว่า 60%++ ผ่อนน้อยปีที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือไม่ก็ซื้อสดไปเลย , ผ่อนของทีไรอยากให้มันหมดเร็วๆทุกที555
-
ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้ก็เก็บเงินไว้เถอะครับแต่ส่วนมากความอยากได้มันทำให้เรามีความจำเป็นเองนั่นแหละฮรี่ๆ
-
ควรมีเงินเก็บด้วย จะมากน้อย แล้วแต่ แต่ถึงขั้นกระเบียดกระเสียนซื้อรถผมว่า ไม่น่าจะมีความสุขจริงๆ นะ เวลาขับไปเที่ยวคงมีความสุขอยู่หรอก แต่เวลาอื่น โดยเฉพาะสิ้นเดือนนี่สิ ต่อประกัน เปลี่ยนยาง ฯลฯ
นอกจากใช้รถทำงาน เช่น ขนของไปขาย ฯลฯ อันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของช่องทางหาเงิน ถ้าจำเป็นลำบากหน่ยอก็ต้องทนครับ
-
ถ้าละแวกที่พักไปที่ทำงานมีระบบขนส่งมวลชนที่ดี แล้วยังโสดไม่มีภาระมากมาย เก็บเงินไว้ให้ได้เยอะๆก่อนถึงวันที่พร้อมมีครอบรัวจะได้สบายๆมีรถพาครอบครัวไปไหนต่อไหน แต่ถ้าไม่ใช่ ก็หารถถูกๆสักคันสภาพดีไว้เป็นแขนขาพาไปหาเงิน แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสำหรับรถคันนั้นต่อปีก็ไม่น้อยกว่า15000และค่าน้ำมันที่ต้องเผาทิ้งไประหว่างรถติดอีกเดือนนึงก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้าเงินทองไม่พร้อมก็ต้องชั่งใจเอาละครับ............ ขอให้ฝันเป็นจริง
-
ชีวิตเรามันสั้นนัก เอาแค่กำลังเราอยู่ได้ไม่เดือดร้อนครับ ถ้ามีรถแล้วสะดวกสบายมีความสุขก็ทำเลย
แต่ถ้ามีเงินเก็บแต่ลำบากก็อย่าทำเลย เอากลางๆหารถที่จำเป็นต้องใช้ ไม่โอ้อวดเกินกำลังเงินที้ได้อยู่ เดียวจะเป็นวงจรหนี้ไม่จบไม่สิ้น สุดท้ายจะไม่เหลืออะไร ต้องมานับหนึ่งใหม่
-
ตัวแปรก็มีส่วนนะครับ เช่น ถ้ายังโสดอยู่ หรืออยู่ในกรุงเทพแบบนี้ เก็บเงินดีกว่าการเดินทางโดยขนส่งมวลชนสะดวกกว่าหรือนั่งแท๊กซี่ทุกวันยังประหยัด สะดวกสบายกว่าซื้อขับเองเลยและไม่รุ้จะไปติดแง่กกันทำไม ถ้าอยู่ต่างจังหวัดการเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวกหรือมีครอบครัวต้องดูแลแบบนี้จำเป็นแน่นอน เช่นผมเคยต่อรถวันนึงเช้าสี่ต่อเย็นสามต่อแบบนี้พอถึงบ้านเล่นเอาหมดแรงเลยไม่ต้องทำอะไรแล้ว
-
บางคนนะครับเกิดมาแปปเดียวก็โดนจับไปเรียนเตรียมอนุบาลแล้ว ยังแทบจำความไม่ได้เลย
จากนั้นก็เรียนๆๆๆๆจนอายุ 20 ต้นๆ บางคนก็เรียนต่อโทไปจน 20 กลางๆ
พอเรียนจบก็ทำงานๆๆๆๆ เก็บเงินแทบจะไม่ได้ใช้เพราะคิดว่าอนาคตคงสบาย
สุดท้ายอายุแค่ 30 กว่าๆก็ป่วยตายหรือประสบอุบัติเหตุตาย เงินที่เก็บมาแทบจะไม่ได้ใช้เลย
เพราะฉะนั้นเดินทางสายกลางครับ อะไรที่มีความสุขก็ใช้เงินซื้อมาบ้างก็ได้ อย่าเก็บเงินจนลืมใช้ชีวิตไป
แต่ก็อย่าใช้เงินซะจนไม่เหลือเก็บไว้ลงทุนสร้างอนาคต
บางมีการให้รางวัลชีวิตตัวเองบ้างมันก็เป็นแรงผลักดันในการทำงานที่ดีนะครับ บางครั้งมันให้ผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนซะอีก ที่สำคัญคืออย่าเกินตัว
-
ไม่ต้องมีเงินเก็บก็ได้ แต่ก็ต้องมีทรัพย์สินอื่นๆอยู่ดี เพราะเคยได้ยินคนรวยเขาพูดไว้ว่า
"ราคารถ=5% ของทรัพย์สินที่มี"
เช่นมีรถราคา 5แสน ไม่มีเงินเก็บเลย แต่มีตึกราคา10ล้าน ก็ถือว่าโอเค
ผมว่ามันทำยากมากนะ หลายๆคนไม่ทำหรอก แต่มันเป็นสิ่งที่ควรจะทำ ถึงทำไม่ได้100%แต่ก็ให้ได้สักครึ่งนึงก็ยังดี
เป็นหนี้มันง่าย แต่เก็บเงินมันยากครับ
-
ผมเลือกมีทั้งรถและมีทั้งเงินเก็บ เพราะรายได้ที่หาได้คงไม่มีใคจะเอาไปแต่งรถเติมน้ำมันหรือซ่อมรถจนหมดหรอกมั้งครับมันต้องมีเหลือเก็บบ้าง เว้นแต่ว่าจะเป็นพวกใช้จ่ายเกินตัว อีกอย่างถ้าเดือนไหนมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงๆที่หาเงินไม่ทันแล้ว เราก็สามมารถเอารถไปขอสินเชื่อด้นี่ครับ
-
สูตรสำเร็จแต่ละคนไม่เหมือนกันนะครับ
สำหรับผมถ้าจะซื้อรถจะต้องมีเงินสดเป็น 4 เท่า
ของมูลค่ารถที่จะซื้อเสมอ เช่นจะซื้อรถคันละ 1.5 ล้าน
จะต้องมีเงินสดใน บ/ช ประมาณ 6 ล้านครับ ไม่งั้นห้ามซื้อ
อันนี้เป็นข้อตกลงของที่บ้าน เพราะเราไม่รู้อนาคตข้างหน้า
ภาวะการเงินจะเป็นเช่นไร เพราะทำธุรกิจรายได้มีขึ้นมีลงได้
-
มันสุดโต่งทั้งสองตัวเลือก
ในชีวิตจริง เอามายำเข้าด้วยกันครับ โดยให้มันเหมาะสม
เงินน้อย ราคารถก็น้อยๆ ก็แค่นั้นเอง
มีเงินไม่ขัดสน แต่ขัดสนเรื่องรถ ก็ลำบาก มีเงินไปทำไม?
มีรถสวยหรู แต่ไม่เงินใช้ในด้านอื่นๆ ก็สุดโต่งไป
ดังนั้นเลือกอันที่เหมาะสมครับ
-
ขอบคุณมากครับ ความจริงมันก็สมควรที่จะต้องถ้าเลือกที่จะมีรถ ก็ต้องมีเงินเก็บสำรองไว้ต่างหากอยู่แล้วครับ
แต่ถ้าลองตอบเล่นๆ นะครับ สมมุติว่า ส่งฝาเครื่องดื่มไปชิงโชค ได้รางวัลที่ 1 ให้เลือกระหว่าง
1. เงินสด 5 แสน
2. รถ ราคา 5 แสน
ในเงื่อนไขที่ชีวิตจริงยังไม่มีรถและไม่ได้ร่ำรวย หาเช้ากินค่ำ
ถ้าเลือกรถ ก็เอามาไว้ใช้ทำมาหากิน หรือ ถ้าเลือกเงินสด ก็มีเงินเก็บไว้ลงทุน พี่ๆ จะเลือกข้อไหนครับ
-
ขอบคุณมากครับ ความจริงมันก็สมควรที่จะต้องถ้าเลือกที่จะมีรถ ก็ต้องมีเงินเก็บสำรองไว้ต่างหากอยู่แล้วครับ
แต่ถ้าลองตอบเล่นๆ นะครับ สมมุติว่า ส่งฝาเครื่องดื่มไปชิงโชค ได้รางวัลที่ 1 ให้เลือกระหว่าง
1. เงินสด 5 แสน
2. รถ ราคา 5 แสน
ในเงื่อนไขที่ชีวิตจริงยังไม่มีรถและไม่ได้ร่ำรวย หาเช้ากินค่ำ
ถ้าเลือกรถ ก็เอามาไว้ใช้ทำมาหากิน หรือ ถ้าเลือกเงินสด ก็มีเงินเก็บไว้ลงทุน พี่ๆ จะเลือกข้อไหนครับ
ผมเลือกเงินสดห้าแสนครับ
-
เอากลางๆ คับ เก็บเงินไว้แล้วซื้อรถมือสอง ราคาสัก 1-2 แสนมาขับแบบสดคับ
-
....มันอยู่ที่วัย และสภาพแวดล้อมรอบกายของแต่ละคน ไม่งั้นคงไม่หนี้ท่วมกันเยอะแยะ....
สำหรับผม ณ ปัจจุบัน ไม่เลือกทั้งสองแบบ ผมเลือก มีรถยนต์ราคาถูก แต่ดีๆ ที่เขาขายทิ้ง พร้อมกับมีเงินเก็บด้วย... เอาทั้งสองอย่าง ว่างั้นเถอะ...
-
เอากลางๆดีกว่าครับ รถมือสองใช้แล้ว เลือกๆหน่อย เหลือเงินเก็บไว้อีกหน่อย อะไรแบบนี้น่ะครับ
-
เอาตามความจำเป็นครับ
คือถ้าบังเอิญผมมีลูกเล็ก หรือสุขภาพไม่ดี ผมก็คงต้องเอาที่รถก่อน แต่ไม่งั้นก็ควรไปเงินเก็บครับ
-
พอดีมีโอกาสนั่งคุยกับเพื่อนๆ บังเอิญมีรถป้ายแดงขับผ่านไปติดๆ กันหลายคัน
เพื่อนเลยพูดลอยๆ ขึ้นมาว่า เขาเอาเงินมาจากไหนกันน้อ ถึงมีเงินออกป้ายแดงกันเยอะจังเลย
ผมเลยตั้งคำถามขึ้นมาว่า " มีรถแต่ไม่มีเงินเก็บ กับ มีเงินเก็บแต่ไม่มีรถ จะเลือกแบบไหน" -------------> เพื่อนผมมีทั้ง 2 แบบครับ
บางคนผ่อนรถแบบถูๆ ไถๆ ไม่มีเงินเก็บ แต่มีรถขับ เห็นไปเที่ยวกับครอบครัว ก็มีความสุขดี
บางคนเก็บเงินรอจนพร้อมจริงๆ แต่ระหว่างเก็บเงินก็ต้องตากแดด ตากฝน ไปทำงาน ครับ
ถ้าเป็นพี่ๆ จะเลือกแบบไหนครับ
เป็นผมเลือกมีเงินเก็บไม่มีรถ ถ้าไม่ได้เดือดร้อนเรื่องการเดินทางจริงก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเก็บเงินดีกว่า
ซื้อมามันจะมาพร้อมกับภาระค่าผ่อน ค่าภาษี ค่าประกัน พรบ ค่าซ่อมบำรุง ฯต่างๆนาๆ
ใช้10ปีซื้อมา8แสนขายได้2แสน พร้อมจริงๆแล้วมีความจำเป็นจริงๆค่อยซื้อดีกว่า
-
เลือกมีเงินเก็บครับ
-
เป้าของการมีทั้งสองอย่างเพื่อ ให้ใช้เพื่อความสะดวก เลือกอย่างใหนก็ได้ครับ
หากให้เลือก เลือกมีเงิน หากรีบก็เช่าเหมาไปครับ
-
ถ้ามีให้เลือกแค่ 2 ข้อนี้
ผมเลือก ไม่มีรถแต่มีเงินเก็บครับ 8)
ถ้าไม่พร้อมจริง จะไม่ซื้อครับผม เพราะมีรถก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเยอะ
-
ดูบริบทก่อนครับว่าจำเป็นต้องมีรถขนาดไหน ถ้าจำเป้นยังไงก็ต้องซื้อเพียงแต่ถ้าเงนมีจำกัดคงซื้อมือสองเอาแล้วมีเงินเหลือเก็บไว้บ้าง
-
....มันอยู่ที่วัย และสภาพแวดล้อมรอบกายของแต่ละคน ไม่งั้นคงไม่หนี้ท่วมกันเยอะแยะ....
สำหรับผม ณ ปัจจุบัน ไม่เลือกทั้งสองแบบ ผมเลือก มีรถยนต์ราคาถูก แต่ดีๆ ที่เขาขายทิ้ง พร้อมกับมีเงินเก็บด้วย... เอาทั้งสองอย่าง ว่างั้นเถอะ...
คิดว่ารถรุ่นไหนที่ ราคาถูกและดี ที่ราคาพอเอื้อได้ ในกลุ่มรถบ้านคับ
-
....มันอยู่ที่วัย และสภาพแวดล้อมรอบกายของแต่ละคน ไม่งั้นคงไม่หนี้ท่วมกันเยอะแยะ....
สำหรับผม ณ ปัจจุบัน ไม่เลือกทั้งสองแบบ ผมเลือก มีรถยนต์ราคาถูก แต่ดีๆ ที่เขาขายทิ้ง พร้อมกับมีเงินเก็บด้วย... เอาทั้งสองอย่าง ว่างั้นเถอะ...
คิดว่ารถรุ่นไหนที่ ราคาถูกและดี ที่ราคาพอเอื้อได้ ในกลุ่มรถบ้านคับ
แบรดนไหนที่ไม่ใช่เจ้าตลาด เวลาเขาขาย ขายยาก ๆ นั่นแหละดี ต่อรองได้มาก ได้รถไม่ช้ำด้วย เช่น..พัลซ่า เทียน่า (ซิลฟี่ คนใช้เยอะ ไม่เอา) ถ้าเป็นยุโรป (มีอู่ซ่อมคู่ใจแล้ว) อาจจะเป็น เปอร์โย.. รถที่ผมพูดถึง เทียบกับเจ้าตลาด มันจะถูกกว่าเยอะครับ...
-
ถ้าเป็นผมก็ต้องดูว่าจำเป้นต้องมีรถหรือไม่ครับ
ถ้าจำเป้นก็ซื้อ ถ้าไม่จำเป้นก็ไม่รู้จะซื้อทำไม
ที่ จขกท. ตั้งมา ก็ต้องตอบมีเงินเก็บแต่ไม่มีรถ
เพราะการใช้รถ ถ้าจำเป้นต้องใช้ก็ต้องซื้อครับ
-
สายกลางดีกว่าครับ
ไม่มีรถ ลำบากเกิน ไปไหนไหว้วานเพื่อนอย่างเดียว ไม่ไหว
มีรถ ไม่มีอะไรจะรับประทาน ไม่ไหว
พอมีพอใช้ กลางๆ แหละดี
-
ขอบคุณทุกท่านมากๆ ครับ
" ไม่มีรถ ลำบากเกิน ไปไหนไหว้วานเพื่อนอย่างเดียว ไม่ไหว " -------> โดนใจผมเลย ผมอยู่ในสถานการ์นั้นครับ ไปไหนต้องพึ่งพาคนอื่น
-
จับมือสองเงินสด เก่าหน่อยถ้าเล่นรถเป็น คือคำตอบครับ มีทั้งเงินทั้งรถ
-
มีเงิน ยังไงก็ดีกว่าครับ ต่อไปจะทำอะไรก็ง่ายกว่า
-
เพื่อนผมบอกว่า มีรถขับ ก็ต้องมีเงินสำรองติดตัวไว้อย่างน้อย 10,000 เผื่อเหตุฉุกเฉิน เช่นรถเสียหรืออุบัติเหตุ
แต่ผม ตอนแรกคิดว่ามีรถไว้ก่อนดีกว่า สะดวกกว่า แต่พอผ่อนไปแล้วเป็นแบบนี้ไงครับ ไม่เหลือเงินเก็บ ค่าผ่อนรถ รวมค่าน้ำมันก็หมื่นกว่าๆ แล้ว พอวันหยุด เพื่อนชวนไปเที่ยว เอารถไปกันคนละคัน ไปกับเพื่อนไม่ได้เพราะไม่มีงบให้เที่ยวเตร่ หลังจากผ่อนรถคันนี้เสร็จ ผมมีโครงการว่าจะผ่อนบ้าน ต้องการย้ายออกจากบ้านของพ่อแม่หลังปัจจุบัน แต่พ่อกับแม่ผมมาย้ำว่า ไม่ได้ ต้องช่วยพ่อผ่อนบ้านหลังปัจจุบันให้หมดก่อน เพราะหลังจากพ่อเกษียณแล้วจะยังเหลือผ่อนอีก 5 ปี ถ้าผมไปซื้อผ่อนบ้านใหม่ แล้วบ้านหลังเดิมถูกยึด พ่อกับแม่และน้องก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยที่บ้านที่ผมซื้ออยู่ดี
อีกบทเรียนนึงสำหรับข้อแรก (มีรถแต่ไม่มีเงินเก็บ) คือหลังจากที่ผมมีรถขับแล้ว คิดว่าตัวเองเท่ เหมือนยกระดับภาพลักษณ์ขึ้นมา ทำให้ผมกล้าจีบสาวที่มีรถ แต่พอจีบไปได้สักพัก สาวคนนั้นบอกกับผมว่า อย่างผมไม่ควรมีรถขับในตอนนี้ คือผมกับเธอขับรถราคาเท่าๆ กัน แต่ฐานะทางบ้านต่างกันพอสมควร คือผมผ่อน แต่เธอพ่อแม่ซื้อให้ด้วยเงินสดเลย เธอเลยทั้งมีรถขับและมีเงินเก็บไปพร้อมกัน ต่างจากผมที่มีรถแต่ไม่มีเงินเก็บ แถมยังมีภาระรออยู่อีก
-
3ปีก่อนผมพบกับคำถามนี้ในชีวิตเลยครับ แต่ไม่เหมือนกันสักทีเดียว
คุณพ่อให้งบ เล็ง328i แต่ตัดใจไปซื้อS60ครับ งบที่เหลือนำไปทดลองลงทุนส่วนตัวและเช่าที่
สรุป คิดไม่ผิดครับ ถ้าไม่"เหลือ"จริงๆ ใช้เป็นแค่พาหนะก็โอเคแล้วครับ
-
มันต้องดูความจำเป้นในการใช้รถครับ ถ้าไม่ได้จำเป็น ที่ทำงานใกล้ BTSถึง ผมคงไม่ซื้อ
แต่ถ้าเป็นเซล หรือมีกิจการส่วนตัว ยังไงรถมันก็สำคัญมากๆ ยามฉุกเฉินแค่วินาทีเดียวก็ตัดสินชีวิตเราได้
จะไปมัวรอเรียกรถ ผมว่ามันก็ลำบากนะ
-
ผมเลือกมีเงินเก็บครับ
ถ้าไม่มีเงิน ชีวิตคุณจะทำอะไรไม่ได้สักอย่าง บางครั้งจะกินยังไม่มีเลย
ไม่มีรถแต่มีเงิน ทางออกมีเยอะครับ
-
ไม่น่าจะต้องมาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ เราสามารถมีรถได้ในหลากหลายราคา ถูก แพง มือหนึ่ง มือสอง กระทั่งมอเตอร์ไซค์ ในเมืองไทยยังไงก็ควรมีรถ ต่อให้อยู่คอนโดติดรถไฟฟ้าก็เถอะ
-
ชีวิตเราครับ ประหยัดและแน่วแน่ ไม่ต้องไปตามคนอื่น น้องเพิ่งทำงาน จงขยันทำงานแล้วก็มองหาโอกาสต่อไป รายได้จะเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลา
โดยทั่วไปแล้ว พอเริ่มตั้งตัวได้ ผู้ชายเราจะซื้อรถก่อน เพราะเราใช้วิ่งหาโอกาส แล้วก็ซื้อบ้านก่อนแต่งงานเมื่อลงหลักปักฐาน
คนออกรถป้ายแดง ส่วนใหญ่ทรัพย์สินจะติดลบนะครับ ไม่ได้ร่ำรวยอะไรหรอก แค่เครดิตดี
แต่ถ้าจำเป็นต้องซื้อรถและเป็นหนี้ แนะนำว่ามีกำลังซื้อ class ไหน ให้ลบลงมา 1-2 class จากรถเก๋ง อาจจะเหลือแค่รถเครื่อง แต่ชีวิตจะเป็นสุข จะมีทั้งรถ ทั้งเงินเก็บ
lesson learn นะครับ ตอนนี้พี่อายุ 37 ตอนพี่เริ่มตั้งตัวได้ แล้วผ่อนรถหมด พี่ก็หาเรื่องจะซื้อรถใหม่ให้ได้ โชคดีว่ารุ่นที่อยากได้มานานตกรุ่น พอตัวใหม่ออกมาก็ไม่ถูกใจ เลยตัดสินใจว่าเก็บเงินไว้ดีกว่า
ก็ตัดสินใจไม่ผิดครับ หลังจากน้น พี่ยังขับคันเดิมแต่ไม่ต้องผ่อนมา 3 ปีแล้ว รวมถึงประหยัดเรื่องอื่นๆด้วย บัตรเครดิตจ่ายได้เต็มตลอด บ้านก็กลบไปได้เยอะ เงินเก็บจากไม่มี ก็เริ่มดูดี ชีวิตเริ่มมั่นคง
ตอนนี้พี่ก็ยังใช้รถคันเดิมอยู่ ซ่อมบ้าง แต่ซ่อมเป็น คงใช้ไปให้ครบ 10 ปี แล้วเปลี่ยนเป็นรุ่นเดิม โฉมใหม่ เพราะไม่ได้มีความต้องการมากมายอะไร
ครบ 10 ปีผ่านไป เงินเดือนขึ้นมาเกือบสองเท่า บ้านคงจะกลบหมดแล้ว แต่ซื้อรถราคาเท่าเดิม เงินก็คงไปนอนอยู่ในบัญชี (ถ้าไม่โดนเลออฟซะก่อน 5555)
-
มันต้องดูความจำเป้นในการใช้รถครับ ถ้าไม่ได้จำเป็น ที่ทำงานใกล้ BTSถึง ผมคงไม่ซื้อ
แต่ถ้าเป็นเซล หรือมีกิจการส่วนตัว ยังไงรถมันก็สำคัญมากๆ ยามฉุกเฉินแค่วินาทีเดียวก็ตัดสินชีวิตเราได้
จะไปมัวรอเรียกรถ ผมว่ามันก็ลำบากนะ
เห็นด้วยตามนี้ครับ
ของผมตอนนี้ก็อยากซื้อรถมาก บริษัทมีสวัสดิการให้กู้ แทบไม่เสียดอก เงินเดือนก็ผ่อน CX-5 ได้เหลือๆ ถึงจะผ่อนคอนโดอยู่ด้วยก็ตาม
สุดท้ายก็กัดฟันไม่ซื้อครับ เพราะที่บริษัท ให้ Vios มาขับฟรีด้วย ออกเองแต่ค่าน้ำมัน นอกนั้นบริษัทจ่าย
ใจนึงก็อยากซื้อรถตัวเอง อีกใจก็ไม่รู้จะเอามาทำไม รถฟรีก็มีขับ
ก็เลยเอาตังไปลงทุนแทน ธ.ค.ปีที่แล้ว ตอนวันเกิดซื้อทองไป 5 แสน ตอนนี้ยิ้มเลยทีเดียวครับ *-*
-
มันต้องดูความจำเป้นในการใช้รถครับ ถ้าไม่ได้จำเป็น ที่ทำงานใกล้ BTSถึง ผมคงไม่ซื้อ
แต่ถ้าเป็นเซล หรือมีกิจการส่วนตัว ยังไงรถมันก็สำคัญมากๆ ยามฉุกเฉินแค่วินาทีเดียวก็ตัดสินชีวิตเราได้
จะไปมัวรอเรียกรถ ผมว่ามันก็ลำบากนะ
เห็นด้วยตามนี้ครับ
ของผมตอนนี้ก็อยากซื้อรถมาก บริษัทมีสวัสดิการให้กู้ แทบไม่เสียดอก เงินเดือนก็ผ่อน CX-5 ได้เหลือๆ ถึงจะผ่อนคอนโดอยู่ด้วยก็ตาม
สุดท้ายก็กัดฟันไม่ซื้อครับ เพราะที่บริษัท ให้ Vios มาขับฟรีด้วย ออกเองแต่ค่าน้ำมัน นอกนั้นบริษัทจ่าย
ใจนึงก็อยากซื้อรถตัวเอง อีกใจก็ไม่รู้จะเอามาทำไม รถฟรีก็มีขับ
ก็เลยเอาตังไปลงทุนแทน ธ.ค.ปีที่แล้ว ตอนวันเกิดซื้อทองไป 5 แสน ตอนนี้ยิ้มเลยทีเดียวครับ *-*
หล่อกว่าขับ series 5 อีกครับ น้องๆควรเอาเป็นแบบอย่าง