Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: J_Serie5 ที่ สิงหาคม 23, 2016, 18:57:26
-
ถ้าได้ทำงานในระดับผู้บริหารองค์กร ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการควบคุมค่าใช้จ่ายขององค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้าได้รถประจำตำแหน่ง 1 คัน บริษัทให้งบ4 ล้าน แต่กลับซื้อแค่ bmw F10 มือ2+gas lpg ในงบ 1.5-1.8 ล้าน ที่มีBSIเหลืออยู่ ในมุมมองของคุณ คุณเห็นด้วยหรือไม่กับการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ คุณมองในแง่บวกหรือแง่ลบ รบกวนขอคำวิจารณ์ด้วยครับ
-
คือว่าสงสัยครับ ถ้า BMW นำไปติดแกส ประกัน BSI ก็ขาดสิครับ
-
รู้สึกบอกไม่ค่อยถูกยังไงไม่รู้แหะ ... เอาตรงๆคือไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่บอกไม่ค่อยถูกว่าไม่ชอบตรงไหนครับ รถบริษัทมันสะท้อนอะไรหลายๆอย่าง ทั้งภาพลักษณ์ สถานะในบริษัท และยังมีประเด็น reliability อีก
และด้วยบทบาทของตำแหน่งนี้ ผมไม่แน่ใจว่ามันจะส่งสัญญาณอย่างไรในบริษัท ในแง่ดีก็เป็นการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง "walk the talk" ... แต่ในอีกแง่หนึ่ง ผมก็ว่าตำแหน่งนี้น่าจะเน้นที่การ"จัดการต้นทุนดำเนินงาน" มากกว่า "ลดต้นทุน"
เอาเป็นว่าถ้าเป็นผม คงไม่กดเต็มงบแน่ๆ แต่จะเลือกรถใหม่ ในราคา 3-3.5 ล้านมากกว่าครับ
-
ถ้าไม่อยากใช้งบเต็ม 4 ล้าน แต่อยากใช้แค่ 1.8 ล้าน ออกคัมรี่ไฮบริดป้ายแดงดีกว่าครับ
-
เอาbm มาติดแก๊ส ประกันขาดดูไม่ดีเลยครับ
ออกตัวถูกกว่า 320d camryhybrid c350e ก้อว่าไปครับ
-
ผมเฉย ๆนะ ... ที่สนคือคนนั้นมีความสามารถหรือเปล่าเท่านั้นแหละ
-
ผมว่าเอาป้ายแดงดีกว่ามั้งครับ BMW bsi 5 ปีถ้าครบห้าปีก็ขายซื้อคันใหม่แทนก็ได้
-
สำหรับผมนะ ไม่มีปัญหาครับ เพิ่งจ้างผู้จัดการมาคนนึงให้งบรถ 2ล้าน แต่เค้าบอกเอา E60 LCI มือสองคันล่ะไม่ถึงล้านมาซ่อมใช้ต่อ ผมก็โอเคนะครับ ยิ่งผู้จัดการโรงงานมีความคิดแบบนี้ผมยิ่งมั่นใจว่าจะช่วยผมลด Cost ได้นะ 5555
-
จะซื้อแบบไหนเลือกแบบไหนมันเป็นสิทธิของเราครับ ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีในการประหยัดเงิน แต่ผมมองว่าคุณมีโอกาสหาเงินจากตำแหน่งนี้ได้อีกเยอะนะ ถ้าไม่รีบใช้เงินส่วนต่างก้อนนี้ แนะนำป้ายแดงใช้ยาวๆไปเลย ระดับผู้บริหาร ดูแลรถราคาแพงได้สบายๆอยู่ละ
และผมมองตามที่สังคมทุกวันนี้เป็นอยู่ ในสายCompany หรือ ธุรกิจ การขับรถที่สังคมยอมรับก็ถือว่าเป็นการลงทุนอย่างนึงนะมันคือFirst impression การเรียกเครดิต เรียกความเชื่อมั่นให้กับตัวเอง เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้คุณได้แสดงศักยภาพอย่างนึง แต่ถ้าไม่เล็งเห็นความสำคัญในจุดๆนี้ เอาเบาๆไปก่อน D seg Camry,Accord ป้ายแดงก็ไม่เลวนะครับ ที่สำคัญตอนนี้ F10 ตัวสุดท้ายก่อนอำลาวงการ ก็ลดกระหน่ำไม่ถึงสามล้านด้วยซ้ำ และไม่แนะนำให้ติดแก๊ส ถ้าอยากได้รถแก๊ส รอ w213 เครื่อง NGT แก๊สจากโรงงานไปเลยเวิคกว่า
-
มองได้ 2 แง่ครับ
1. ถ้าให้เงิน 4. ล้าน แล้วซื้อรถ 2 ล้าน อีก 2 ล้านเข้ากระเป๋า คือแย่มาก
2. ถ้าให้เท่าราคารถ อันนี้ช่วยองกรครับน่าชมเชย
-
เป็นผม ผมไม่ค่อยสนใจนะ จะใช้รถอะไรก็ใช้ไปเหอะ เน้นเรื่องความสามารถในการทำงานดีกว่า จะขับบีเอ็มติดแก๊ส บีเอ็มเก่า 3ห่วง หรือ ซีวิค3ประตูแต่งซิ่ง มาทำงาน ผมก็ไม่สนใจนะ ในเมื่อเราให้งบไปแล้ว เค้าเลือกจะใช้แค่นั้นก็เป็นผลดีต่อบริษัท มาห่วงแต่ภาพลักษณ์ สมัยนี้ผมว่ามันใช้ไม่ได้แล้ว เน้นความสามารถล้วนๆครับ
-
ผู้บริหารผม บางท่าน ขับ อีโคคาร์ ราคา ห้าหกแสน อิๆ ::) ::) ::)
ไม่มีใครสนใจว่าแปลก
-
ดีผมชอบ ของผมมีแต่ลูกน้องที่จะเอาเกินงบ
-
You're smart executive officer.
-
ถ้าบริษัทมีกำไร ซื้อมือหนึ่ง + ผ่อนบอลลูน โอเคกว่าครับ
-
ไม่โกงกินเงินบริษัทฯ ผมก็นับถือแล้ว
ประหยัดได้ แต่ระดับนี้ยังไงก็ขับรถอย่าให้ถูกๆเก่ากว่าลูกน้อง
และใจคออย่าคับแคบพอละ
F10 ก็พอไปวัดไปวาได้อยู่
-
เอาส่วนตัวผมมองว่าเฉยๆครับ ใช้อะไรก็แล้วแต่บุคคเลยสิทธิส่วนตัว
ถ้าF10+LPG คงต้อง 523i HL ซึ่งแต่ละคันBSIคงเหลือยากเพราะปีเยอะแล้ว
-
จะขับอะไรก็แล้วแต่
อย่าเอาเปรียบลูกน้อง
ซึ่งมันเห็นได้ยาก
ตอนเป็นลูกน้อง จะเอาโน่นเอานี่
หัวหน้าทำอะไร ทำกฎเกณฑ์ดีๆ ผิดใจ ขัดขืนไปหมด
พอไปเป็นหัวหน้า อะไรที่ด่าๆ เขาไว้ เลวๆ ชั่วๆ เข้าข้างตัวเอง ทำเกือบหมด
เห้ย จริงๆ
-
จะขับอะไรก็เรื่องส่วนตัวครับ
จะขับมอไซ เดินมา หรือปั่นจักรยานไปทำงาน ยังไงก็ไม่มีความหมายอะไร
สิ่งสำคัญคือทำงานให้สำเร็จ แล้วจะขับอะไรก็แล้วแต่คุณครับ
ทำงานควบคุมค่าใช้จ่ายองกรณ์แล้ว ประเทศไทยเราองกรณ์มันก็มีหลายขนาดมากมาย
ทั้งรัฐวิสาหกิจ รัฐบาล ชมรม วัด บริษัทเอกชนอะไรมากมาย
ไม่มีใครรู้เรื่องดีเท่าตัวคุณเองหรอก
ผมว่ารถมือ2 ถ้าจะซื้อ BMW ซีรี่5 ก็ซื้อได้เลยครับ แต่ที่มาถามว่าจะติด lpg ด้วยนี่คือถามประชดรึเปล่า
ฟังดูแล้วเหมือนมีเงินก้อนพอสมควร แต่เหมือนงกจนขนาดค่าน้ำมันยังไม่เอา จะติดแก๊ส
ถ้าอยากประหยัดแบบนั้น ผมว่าซื้อรถใหม่อย่าง Camry Hybrid ดีกว่า
-
เขาไม่ยักยอกเงินส่วนต่าง จะขับอะไรมันเรื่องของเขา
ดีผมชอบ ของผมมีแต่ลูกน้องที่จะเอาเกินงบ
ผมก็รู้จักประเภทนี้เยอะครับ
-
ถ้าประหยัดงบเพื่อองค์กร ผมว่าดี
รวมถึงคิดให้มากเรื่องcost บำรุงรักษา ถ้าประเมินแล้วคุ้ม ผมว่าดีเลยนะ
แต่ถ้าประหยัดแล้วเอาเงินเข้ากระเป๋า อันนี้แย่ -"-
-
มือสอง แล้วบริษัทเอารถคันนั้นไป ทำ leasing หักค่าใช้จ่ายบริษัทได้ไหมอะครับ
-
ทำไมไม่ใช้เหมือนผู้บริหารท่านอื่นๆ
-
มือ2 มันจะเจอค่า maintenance เท่าไหร่กับติดแก๊ส
ผมคงมอง camry hb
-
ดูดิีๆครับ คำว่างบ 4 ล้าน
a) 4 ล้านซื้อรถ ค่า maintenance ต่างหาก
b) 4 ล้านต่อ 4-5 ปี สำหรับรถประจำตำแหน่ง จะตั้งกฎให้ผู้บริหารใช้ยังไง อันไหนต้องควักกระเป๋า พิจารณาอีกที
c) 4 ล้านซื้อรถอย่างเดียว ค่าmaintenance จ่ายเอง ...อันนี้เหมือนการตั้งงบของรถบ้านนะ
ถ้าในรูปบริษัท งบ 4 ล้านสำหรับรถประจำตำแหน่ง ส่วนใหญ่จะหมายถึง (b) ซึ่งจะรวมถึงค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ค่าประกัน ราคาขายต่อ และอื่นๆ เช่น เงินเดือน พขร. เป็นต้น
กรณีนี้ ถ้าใช้งบ 2 ล้านซื้อรถ อีก 2 ล้านเป็นค่าบำรุงรักษาและค่าน้ำมันใน 5 ปี ลองคิดใหม่อีกทีนะครับ ว่างบมันเยอะหรือน้อย
-
ทำไมต้องเลือกคันที่ติด LPG ครับ วิ่งเยอะมากๆหรอครับ
ถ้าเราให้งบ4ล้านแล้วใช้ไม่ถึง แล้วไม่ได้เอาไปใช้ส่วนตัว ตรงนี้โอเคนะ แต่ BSI กับ LPG มันไปกันไม่ได้นะ ลองคุยดีๆครับ
-
ถ้าเป็นเงินส่วนตัว ผมมองว่าอยากใช้อะไรก็ใช้ตามที่เราชอบครับ คุณจะซื้อม้าลำพองมาขี่มันก็ได้ หรือจะอีโค่คาร์ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะนั่นมันไม่ใช่เงินของคนอื่น
แต่ถ้าเป็นเงินบริษิท ผมคงเลือก C หรือ D segment ยุ่น หรือจะยุโรปป้ายแดงสักคัน ใช้ 10 ปี ค่าดูแลยังอยู่ในงบ 4 ล้านเลย อะไรแบบนี้ครับ
-
ไม่แปลกนิ ใช้ตามสิทธิของเรา
-
มองได้ 2 แง่ครับ
1. ถ้าให้เงิน 4. ล้าน แล้วซื้อรถ 2 ล้าน อีก 2 ล้านเข้ากระเป๋า คือแย่มาก
2. ถ้าให้เท่าราคารถ อันนี้ช่วยองกรครับน่าชมเชย
+1
-
แต่เต้นท์ที่ไปซื้อเป็นของญาติหรือเปล่าครับ ถ้าแบบนี้ก็ไม่ปกติ มันขึ้นอยู่กับหลายอย่างสำหรับผมให้ส่วนกลางจัดหาตามงบ แล้วก็ตามดีล ที่บริษัทมีดีที่สุด จะได้ไม่เพิ่มปัญหาให้หน่วยงานอื่น เพราะหลังจากหมดวาระของรถมันต้องมาดูกันว่า ให้เราเลยไหม หรือต้องคืนบริษัท เพื่อให้พนักงานบริษัท มาประมูล หรือ เอาไปเทิรน์ เพราะเรื่องพวกนี้มันสร้างงานสร้างปัญหาให้อีกหลายหน่วยงานทีเดียว
ปกติ ผมจะขอแลกเป็นเงินแล้วซื้อรถที่ชอบเองครับ แต่ถ้าไม่ได้ก็ตามข้างบนครับ
-
เป็นผมผมคงจบที่ Camry Hybrid top option ละครับ ถึงภาพลักษณ์จะไม่เท่า แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องปวดหัวกับค่าซ่อมในอนาคต
ถ้าจะซื้อมือ 2 จริงๆผมคงไปจบที่ 520d / E250 CDI ดีกว่าครับ
-
ผมขอตอบดังนี้ครับ
1 ซื้อเป็นรถบริษัทครับ แล้วหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท
2 ถ้าใช้งบซื้อ F10+LPG มือ2 ค่าบำรุงรักษาบริษัทจ่ายครับ และไม่ได้เอาเงินส่วนต่างเข้ากระเป๋าตัวเอง
3 F10+LPG ไม่ได้ซื้อประชดครับ ซื้อใช้งานจริง เรื่องอะไหล่ไม่ห่วงครับ รู้จักกับร้านแถววัดโสมและมีอู่เฉพาะ ส่วนเรื่อง LPG ผมมีความรู้พอว่าจะทำที่ไหน และผมจูนเองทำเองได้ครับ เลยไม่ห่วงเรื่องนี้
4 เล็ง F10 เพราะภาพลักษณ์บริษัทครับ ซึ่งรถก็เป็นหน้าตาของบริษัท และหน้าตาของตำแหน่งด้วยครับ เรื่องพวกนี้ผมทราบดี เลยมองไปที่ F10 จริงๆอยากซื้อ E60 530i+LPG ด้วยซ้ำครับ แต่เรื่องนี้ขอปรึกษาผู้ใหญ่ในบริษัทก่อน
5 เหตุผลที่ใช้ LPG เพราะผมชำนาญสายนี้ ส่วน NGV บอกเลยว่าไม่ดีครับ ถึงจะออกมาจากโรงงานก็เถอะ มีปัญหาคุณภาพแก๊สไม่ดีเพราะมาจากหลายแหล่ง เติมช้า ต่อคิวนาน เครื่องโทรมหนักกว่า ต่อให้จูนดีแค่ไหนก็โทรมกว่าใช้ LPG ครับ
6 การทำแบบนี้หลักๆคือต้องการลด overhead โดยรวมของทั้งบริษัทครับ ด้วยความรู้ ความสามารถที่มี จากการวิเคราะห์มองไว้ที่ตัวเลข 8 หลักต่อปีครับ ซึ่งตัวเลขนี้จะตอบแทนกลับมาในรูปของเงินเดือนหรือ % ส่วนแบ่งจากผลงานที่ทำได้ครับ
7 ผมเชื่อว่าการบริหารองค์กรที่ดี ถ้าจะประหยัดค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มจากผู้บริหารครับ ถ้าผู้บริหารเอาแต่พูดๆๆ แต่ตัวเองกลับไม่ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ก็ยากที่ระดับล่างจะเชื่อและทำตามครับ
-
^
^
เห็นด้วยกับทุกข้อครับ ยกเว้นอย่างเดียวคือติดแก๊ส
แนะนำว่า หา 520D F10 ที่ราคาอยู่ในงบ และ ไม่ติดแก๊สดีกว่าครับ
ราคาน้ำมัน กับ ราคา LPG ไม่ได้ต่างกันมากแล้ว เหมือนสมัยช่วงน้ำมันลิตรละ 40 กว่า
เหตุผลก็คือ ภาพลักษณ์ทั้งตัวผู้บริหาร และ ภาพลักษณ์ องค์กรครับ
ไหนๆ ก็จะซื้อ F10 เพื่อภาพลักษณ์แล้ว เกิดขับไปรับลูกค้า แก๊สหมด ขอแวะเติมแก๊สหน่อย
แบบนี้ อาจจะดูภาพลักษณ์อาจดูไม่ดีครับ
-
ทางใครทางมันครับ
หัวหน้าผมก็ขับ Cefiro เมียเป็นแม่บ้านลูก 4 ขับ E300 บางทีไปตีกอล์ฟแกก็จะยืมมาขับบ้าง แต่จะไม่ขับไปที่ทำงาน
หัวหน้าอีกแผนกก็จะซื้อรถใหม่มือสอง ทุก 2 ปี พวกแคมรี่ แอ๊คคอร์ด ประมาณ 7-8 แสน ขายได้ 5-6 แสน แล้วก็ซื้อใหม่ (เงินสด) แกหารถถูกๆเก่ง
ผมก็ว่าจะเอาหัวหน้าผมเป็นแนวทางอยู่ ลูกน้องจะได้เอาอย่าง