Headlight Magazine : community

General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: e:smart Hybrid ที่ ตุลาคม 03, 2016, 19:47:34

หัวข้อ: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: e:smart Hybrid ที่ ตุลาคม 03, 2016, 19:47:34
พอดีผมเห็นเพื่อนเล่าให้ฟังว่าในงานมือถือแห่งหนึ่ง

ทาง Uber X ได้เข้าไปตั้งบูท ว่า สมัครแล้วได้รับเงิน 3,000 ถ้าวิ่งสิบรอบในหนึ่งสัปดาห์

ผมอยากสอบถามเพื่อนๆ ว่า ในปัจจุบัน การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ

เคยได้ยินว่าหลายคนขับจนเลิกไปแล้ว เพราะไม่คุ้ม

อย่างเพื่อนผมกำลังคิดว่าอาจจะไปซื้อรถมือสองที่ประหยัดน้ำมันมาวิ่งแทนคันเก่าที่อายุเกินวิ่งงานไม่ได้

มี case ว่าบางคนวิ่งจนได้เงินมาก เช่น ใช้ prius หรือ march

อยากให้ทุกท่านแลกเปลี่ยนด้วยครับ ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: ps000000 ที่ ตุลาคม 03, 2016, 19:52:02
ผมเคยอ่านแต่ข่าวการดราม่าระหว่างคนขับกับผู้โดยสารน่ะครับ

คุ้มไหมไม่แน่ใจ

เคยมีเคส ฝรั่งไม่ขึ้นเจอรถสภาพโทรม ทะเลาะกับคนขับ

แล้วล่าสุดที่มีคนขับต่อยผู้โดยสาร  :'(
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arado_kung ที่ ตุลาคม 03, 2016, 20:07:01
สั้นๆนะครับ Uber "ผิดกฏหมาย" มีปัญหากับแท๊กซี่ทุกประเทศที่เข้าไปทำธุระกิจ ในไทยนี่โดนทั้งข้อหาใช้รถผิดประเภท,ใช้ใบขับขี่ผิดประเภท เกิดอุบัติเหตุมาประกันมีสิทธิไม่จ่ายค่าทดแทนเพราะใช้รถผิดจากที่ระบุไว้ในกรมธรรภ์ ผมถามจริงๆจะเสี่ยงทำอีกเหรอครับ ผิดยาวเป็นหางว่าวขนาดนี้แล้ว
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: Auto ที่ ตุลาคม 03, 2016, 20:11:24
อ่านในเวปต้องห้ามของที่นี่  อีกเวปนึงมีขึ้นกระทู้ไว้เยอะเลยนะครับตรงนั้นน่าจะได้ข้อมูลพอแล้ว     ซึงผมว่ามันไม่คุ้มอ่ะแต่ทำเป็นอาชีพเสริมก็พอได้ เอาปสก
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: [email protected] ที่ ตุลาคม 03, 2016, 20:45:31
ผมนั่งบ่อยครับ ทั้ง Uber ทั้ง Grab (ขี้เกีบจขับรถ เหนื่อย+เบื่อรถติด) จากที่นั่งมาประมาณ 40 - 50 เที่ยว ไม่เจอปัญหานะ แต่เท่าที่คุยกับคนขับมา หลายคนบอกสมัยแรกๆคุ้ม สมัยนี้เริ่มไม่ค่อยคุ้ม ขึ้นอยู่กับโปรที่บริษัทให้คนขับแต่ละช่วง
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: ซิ่งเข้าส้วม ที่ ตุลาคม 03, 2016, 20:46:59
เท่าที่คุยกับคนขับหลายคน บอกว่าไม่ค่อยคุ้มครับ บางทีบริษัทก็เอาเปรียบ เค้าบอกขับได้รายได้เสริมเดือนละหมื่นพอไหว แต่ให้ขับเป็นอาชีพหลักไม่เอา
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: cpesiit ที่ ตุลาคม 03, 2016, 21:52:21
วันนี้ผมก็พึ่งนั่ง uber กลับบ้านครับ เดี๋ยวนี้แทบไม่ใช้แท๊กซี่เลย
เพราะค่าโดยสาร uber ถูกกว่า บางครั้งก็ไล่ๆกัน แต่ได้นั่งรถสะอาดๆ
แอร์เย็นๆ คนขับสุภาพ (เพราะหลังจบการเดินทางผู้โดยสารต้องให้ดาวคนขับ) โอกาสดีมั้ยนี่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ด้วยแหล่ะ คนเยอะๆก็ขับดี มหาลัย ห้าง สถานบันเทิง อะไรงี้ นักศึกษาเลิกเรียนก็ขับuberหาค่าขนมเยอะแยะไป เดี๋ยวนี้เด็กๆมีรถกัน เขาก็มองว่ามันเหลือดีกว่าไปทำpart-time รายได้ผมเคยคุยกับคนขับ เขาบอกก็ไม่มากเท่าตอนเปิดใหม่ๆ แต่ก็ถือว่าโอเค เดือนนึง 3-4หมื่น วันไหนโชคดีฝนตกรถติดก็ได้ตัวคูณเพิ่มด้วย เมืองเอกฝนตกๆที่เคยเจอนี่ *1.3 คนขับของผมวันนี้เขาบอกแถวดอนเมืองวันนี้ได้ * 4.5
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: Padungpong ที่ ตุลาคม 03, 2016, 22:29:15
สั้นๆนะครับ Uber "ผิดกฏหมาย" มีปัญหากับแท๊กซี่ทุกประเทศที่เข้าไปทำธุระกิจ ในไทยนี่โดนทั้งข้อหาใช้รถผิดประเภท,ใช้ใบขับขี่ผิดประเภท เกิดอุบัติเหตุมาประกันมีสิทธิไม่จ่ายค่าทดแทนเพราะใช้รถผิดจากที่ระบุไว้ในกรมธรรภ์ ผมถามจริงๆจะเสี่ยงทำอีกเหรอครับ ผิดยาวเป็นหางว่าวขนาดนี้แล้ว
เห็นด้วยครับ  รู้ว่าผิดก็ยังจะทำ  บอกว่านั่งแล้วดีอย่างงั้นดีอย่างงี้  วันนึงชนขึ้นมา บาดเจ็บหรือตาย ประกันไม่จ่ายขึ้นมา อยากรู้ว่าจะทำยังไงกัน
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: promt ที่ ตุลาคม 03, 2016, 23:30:25
ถ้าบริการดี คนก็ใช้บริการเอง
คุ้มไม่ ไม่ทราบครับ
เอาเป็นประสบการณ์ของคนออฟฟิศ เพื่อหารายได้เสริมดีกว่า
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: e:smart Hybrid ที่ ตุลาคม 04, 2016, 08:51:07
ขอบคุณทุกท่านครับ

ผมเองคิดว่าถ้าทำคงเป็นรายได้เสริมฆ่าเวลาช่วงที่ว่างๆ มากกว่า

เอาจริงๆ ผมว่าไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่คับ
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: liveshow ที่ ตุลาคม 04, 2016, 09:54:22
x ไม่คุ้มเท่าไรครับ 1 trip ถ้าโดนรถติด สาหัส จาก พระราม 5 plusmall ไป  นวมินทร์สุดสาย ได้ 247.5 บาท เสียเวลา 90 นาที ปัดเลขกลมๆ
ระยะทาง กิโลละ 4.5 บาท นาทีละ 1 บาท รถกินแก๊ส 1.1 รถติดzipหาย วิ่งไป 35 โล โดนหัก % 20 เหลือ 19x ค่าแก็ส 40 บาท เหลือ 150 เฉลี่ยได้ ชม.ละ 100 

ถ้าวิ่งในกรอบ ได้ ตัวคูณ เท่าไรก็ว่ากันไป ถ้าได้น้อยกว่า 1.3 ไม่ค่อยมีใครวิ่งกัน

วิ่งๆกันอยู่ นี่ได้ค่าเดินทางต่อรอบน้อยครับ ส่วนใหญ่จะเอาโปร 10 ,15,20 25 เที่ยว 500 650 750 1000 /week กัน ถ้าวิ่งกันเอาเป็นเอาตายนะครับ

ถามว่าความเสี่ยงสำหรับ คนขับ เสี่ยงอยู่ครับ สนามบิน ท่ารถบขส. โดนที 2000 ............

คนนั่ง ถ้าให้ผมเลือก ผมก็เลือก uber อยู่ดีครับ ถ้ามีให้เลือก ถูกกว่า เห็นหน้าเห็นตา ลืมของก็ตามได้ ไม่ต้องทนเรื่องจะไปไม่ไป ไม่ต้องห่วงเรื่องการเมืองขณะเดินทาง track ได้ตลอดทาง ตัว *ค่าเดินทาง 2.3 2.5 ยังขึ้นเลยครับ ต้องลองตอนไปยืนเรียกรถถนนเพลินจิตตอน 5-6 โมงเย็นครับ เรียกtaxi หยิ่ง บัดซบ ไปตลิ่งชันใกล้ๆ รถไม่ติดด้วย พี่แกยังไม่ไป

ผิดกฏหมายแน่นอน รอมันถูกกฏหมายเมื่อไร มันจะปฏิวัติการใช้รถสาธารณะบ้านเราเลย แค่นี้ก็เยอะแล้ว แต่เมื่อไรเท่านั้นแหละ

ปล. ส่วนใหญ่ถ้าขับในเมือง เจอต่างชาติเรียก 70-80 % นะครับ เหมือนเค้ารู้ว่าอะไรเป็นอะไรเลย Speak English  กันเมื่อยมือเลย
ยิ่งเจอ จีน ไต้หวัน ปักpin มาเดียวพาไป คุยกันไม่รู้เรื่อง
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: Ruksadindan ที่ ตุลาคม 04, 2016, 11:29:35
เหมือนธุรกิจ (ตื๊ด)เวย์น่ะครับ ทางทฤษฎีมันเป็นไปได้ แต่กว่าจะคว้าได้ ผมว่าไม่ง่าย คิดเหมือนกันจะเช่ารถในโครงการเขามาขับ แต่คำนวณดูคุ้มทุนยากครับ
นักศึกษาเลิกเรียนก็ขับuberหาค่าขนมเยอะแยะไป เดี๋ยวนี้เด็กๆมีรถกัน เขาก็มองว่ามันเหลือดีกว่าไปทำpart-time

มีน้องๆสาวๆบ้างไหม ทำไมผมไม่ค่อยเจอเลยครับ

x ไม่คุ้มเท่าไรครับ 1 trip ถ้าโดนรถติด สาหัส จาก พระราม 5 plusmall ไป  นวมินทร์สุดสาย ได้ 247.5 บาท เสียเวลา 90 นาที ปัดเลขกลมๆ
ระยะทาง กิโลละ 4.5 บาท นาทีละ 1 บาท รถกินแก๊ส 1.1 รถติดzipหาย วิ่งไป 35 โล โดนหัก % 20 เหลือ 19x ค่าแก็ส 40 บาท เหลือ 150 เฉลี่ยได้ ชม.ละ 100 

ถ้าวิ่งในกรอบ ได้ ตัวคูณ เท่าไรก็ว่ากันไป ถ้าได้น้อยกว่า 1.3 ไม่ค่อยมีใครวิ่งกัน

วิ่งๆกันอยู่ นี่ได้ค่าเดินทางต่อรอบน้อยครับ ส่วนใหญ่จะเอาโปร 10 ,15,20 25 เที่ยว 500 650 750 1000 /week กัน ถ้าวิ่งกันเอาเป็นเอาตายนะครับ

ท่านขับหรือครับ
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: sukhontha ที่ ตุลาคม 04, 2016, 12:09:40
...เคยพยายามจะสมัครขับเล่น ๆ  คิดว่าจอดอยู่บ้านนั่นแหละมีคนเรียกก็ไป...แต่ลองสมัครผู้ใช้  แถว ๆบ้านมีเยอะมาก ทั้งเกรพ และอูเบอร์  เลยถอย...

สำหรับผม  คู่แข่งเยอะ ๆ  ไม่คุ้มครับ
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: liveshow ที่ ตุลาคม 04, 2016, 12:20:55
อ้างถึง
x ไม่คุ้มเท่าไรครับ 1 trip ถ้าโดนรถติด สาหัส จาก พระราม 5 plusmall ไป  นวมินทร์สุดสาย ได้ 247.5 บาท เสียเวลา 90 นาที ปัดเลขกลมๆ
ระยะทาง กิโลละ 4.5 บาท นาทีละ 1 บาท รถกินแก๊ส 1.1 รถติดzipหาย วิ่งไป 35 โล โดนหัก % 20 เหลือ 19x ค่าแก็ส 40 บาท เหลือ 150 เฉลี่ยได้ ชม.ละ 100 

ถ้าวิ่งในกรอบ ได้ ตัวคูณ เท่าไรก็ว่ากันไป ถ้าได้น้อยกว่า 1.3 ไม่ค่อยมีใครวิ่งกัน

วิ่งๆกันอยู่ นี่ได้ค่าเดินทางต่อรอบน้อยครับ ส่วนใหญ่จะเอาโปร 10 ,15,20 25 เที่ยว 500 650 750 1000 /week กัน ถ้าวิ่งกันเอาเป็นเอาตายนะครับ

ท่านขับหรือครับ
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arado_kung ที่ ตุลาคม 04, 2016, 13:54:49
x ไม่คุ้มเท่าไรครับ 1 trip ถ้าโดนรถติด สาหัส จาก พระราม 5 plusmall ไป  นวมินทร์สุดสาย ได้ 247.5 บาท เสียเวลา 90 นาที ปัดเลขกลมๆ
ระยะทาง กิโลละ 4.5 บาท นาทีละ 1 บาท รถกินแก๊ส 1.1 รถติดzipหาย วิ่งไป 35 โล โดนหัก % 20 เหลือ 19x ค่าแก็ส 40 บาท เหลือ 150 เฉลี่ยได้ ชม.ละ 100 

ถ้าวิ่งในกรอบ ได้ ตัวคูณ เท่าไรก็ว่ากันไป ถ้าได้น้อยกว่า 1.3 ไม่ค่อยมีใครวิ่งกัน

วิ่งๆกันอยู่ นี่ได้ค่าเดินทางต่อรอบน้อยครับ ส่วนใหญ่จะเอาโปร 10 ,15,20 25 เที่ยว 500 650 750 1000 /week กัน ถ้าวิ่งกันเอาเป็นเอาตายนะครับ

ถามว่าความเสี่ยงสำหรับ คนขับ เสี่ยงอยู่ครับ สนามบิน ท่ารถบขส. โดนที 2000 ............

คนนั่ง ถ้าให้ผมเลือก ผมก็เลือก uber อยู่ดีครับ ถ้ามีให้เลือก ถูกกว่า เห็นหน้าเห็นตา ลืมของก็ตามได้ ไม่ต้องทนเรื่องจะไปไม่ไป ไม่ต้องห่วงเรื่องการเมืองขณะเดินทาง track ได้ตลอดทาง ตัว *ค่าเดินทาง 2.3 2.5 ยังขึ้นเลยครับ ต้องลองตอนไปยืนเรียกรถถนนเพลินจิตตอน 5-6 โมงเย็นครับ เรียกtaxi หยิ่ง บัดซบ ไปตลิ่งชันใกล้ๆ รถไม่ติดด้วย พี่แกยังไม่ไป

ผิดกฏหมายแน่นอน รอมันถูกกฏหมายเมื่อไร มันจะปฏิวัติการใช้รถสาธารณะบ้านเราเลย แค่นี้ก็เยอะแล้ว แต่เมื่อไรเท่านั้นแหละ

ปล. ส่วนใหญ่ถ้าขับในเมือง เจอต่างชาติเรียก 70-80 % นะครับ เหมือนเค้ารู้ว่าอะไรเป็นอะไรเลย Speak English  กันเมื่อยมือเลย
ยิ่งเจอ จีน ไต้หวัน ปักpin มาเดียวพาไป คุยกันไม่รู้เรื่อง

วิธีทำให้ถูกกฏหมายคือเอารถแท๊กซี่จริงๆมาวิ่งและคนขับมีใบขับขี่รถสาธารณะถูกต้องแบบ Grab Taxi ครับ อยากให้ลองสังเกตดีๆว่าแอปตัวนี้ไม่เคยโดนภาครัฐเล่นงานอะไรเลยเพราะไม่ได้ทำอะไรผิดกฏหมายซักอย่าง ส่วนเรื่องแท๊กซี่ไม่รับผู้โดยสารมีช่องทางร้องเรียนอยู่แล้วคือโทร 1584 ในเขตกรุงเทพ จนท. ขยันทำงานมาก บุกไปปรับถึงอู่แท๊กซี่กันเลย คนขับไม่มีสิทธิปฏิเสธด้วย ค่าปรับดูผ่านๆอาจจะไม่มากมายอะไรแต่ก็เป็นรายได้ทั้งวันของคนขับเค้าวันนึงโดนปรับครั้งเดียวก็หมดตัวแล้ว ถ้าไม่กล้าโทรกลับมาบ้านแล้วไปกรอกรายละเอียดในเวปของขนส่งก็ได้เช่นกัน ส่วน Uber ถ้าเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือผู้โดยสารทางเดียวที่ติดต่อได้คือ E-mail เท่านั้น คนรอบตัวผมเจอเคสมีปัญหา Uber หลายครั้งอยู่ หลายเคส Uber เมืองไทยไม่มีปัญญาทำอะไรได้รวมทั้งเคสที่ดังๆด้วย ลูกค้าต้องร่าง E-Mail ภาษาอังกฤษส่งไปสำนักงานใหญ่ที่เมืองนอกเอง ระบบห่วยแตกสิ้นดีครับ ให้ผมเดาคุณยังไม่เคยเจอปัญหากับ Uber เลยมองว่ามันดีสุดยอดอย่างโน้นอย่างนี้ แต่เมื่อใดก็ตามเมื่อมีปัญหาคุณจะพบได้ว่าสำนักงาน Uber ที่เมืองไทยมีค่าเท่าสากกะเบือ คือมีแค่ไว้อบรมกับรับและส่งอุปกรณ์คืนเฉยๆเท่านั้น ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: anuchitnut ที่ ตุลาคม 04, 2016, 15:38:24
ขอตอบนะครับ ส่วนตัวผมเคยขับ Uber x มาระยะหนึ่ง ตอนนี้เลิกไปแล้วครับ สำหรับผม ผมขับ civic FD ครับ ขับในช่วงเวลากลางวัน จันทร์-ศุกร์ครับ เสาร์อาทิตให้เวลากับครอบครัว ส่วนสาเหตุที่ผมเลิกขับเพราะ 1.อาจจะเป็นเพราะผมอาจจะไม่ถนัดงานด้านนี้ก็ได้ครับ เมื่อมีคนกดขอมา ผมรับตลอดและผมไปทุกที่ครับด้วยความอยากลอง 2.ลูกค้าที่เรียกส่วนใหญ่ที่ผมเจอมักจะไม่ค่อยอยู่ในวงคูณอัตราค่าบริการ การรับผู้โดยสารอย่างน้อยต้อง 1-2 คน ต่อการไปรับและไปส่ง 3.ถ้าคนเรียกอยู่ไกลหรือไปผิดทางจะเสียเวลามากกับการที่จะไปรับผู้โดยสาร 4.ลูกค้าบางคนเป็นชาวต่างชาติและใช้เบอร์ติดต่อกลับเป็นต่างประเทศซึกมักจะติดต่อยากการเลิกจุดนัดพบที่จะไปเจอจึงยากขึ้นและไม่รู้ใครเป็นใคร 5.รถผมไม่ใช่รถติดแก็ส สำคัญมากครับ คำนวนออกมาแล้วได้กำไรนิดหน่อยเพราะค่าน้ำมันนี่แหละครับ อีกทั้งยังค่าสึกหลออื่นๆอีกครับ 6.ช่วงนี้ Uber เก็บผม 20% ต่อครั้ง เป็นค่าดูแลระบบหรือค่าหัวคิว หรืออะไรก็ว่าไปผมก็เรียกไม่ถูกเหมือนกัน 5555 ทำให้ค่าโดยสารกำไรของเราลดลงไปอีก สุดท้ายผมจึงตัดสินใจเลิกวิ่งดีกว่าเพราะเหนื่อยเราและไม่ค่อยคุ้มค่าสึกหลอและเสื่อมสภาพรถเราครับ ถ้ามีอะไรผิดพลาดไปต้องขอโทษด้วยครับ
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: keamgladnan ที่ ตุลาคม 04, 2016, 16:23:30
ถ้าเอาแท๊กซี่มาขับแบบ grab ก็ไม่ต่างอะไรกับเรียกแท๊กซี่อะ สภาพรถ มารยาทคนขับ
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: Disk™ ที่ ตุลาคม 04, 2016, 22:16:02
เคยอ่านมาหลายที่บอกไม่คุ้ม แต่ผมใช้อยู่รู้สึกว่ารถก็มีเยอะขึ้นตลอดนะครับ ลองศึกษาดูดีๆครับ ถ้าให้เดา ถ้าเจอแบบไปไกลๆ อาจจะไม่คุ้มค่าตีรถกลับ แต่คงไม่ได้เจอแบบนั้นทุกวัน เลยคุ้ม (เดาเอานะครับ)
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: 6162002 ที่ ตุลาคม 04, 2016, 22:37:03
ผมขับ Uber X แต่หยุดไปหลายเดือนละครับ

ถือว่าโอเคครับ ผมวิ่งช่วงดึกๆ ศุกร์ กับ เสาร์ ได้เรื่อยๆ ตอนนั้น วิ่งสองคืน 1600 บาท ก็ถือว่าไม่น้อยนะครับ

(http://www.mx7.com/i/edb/tnfLat.JPG) (http://www.mx7.com/view2/zoQiGNev0gcE42Wn)

แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหม ผมว่าเฉยๆ ถ้าไม่ได้โปร จะแทบไม่คุ้มเลยครับ 


เจอเรียกไปบางใหญ่ หมดรมณ์เลยครับ รอบเดียว -.-

ตอนนั้นขับเพราะอยากลอง สนุกดี แต่เงินไม่ค่อยได้อะไร  สอนพิเศษสบายและได้มากกว่า -.-
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: 6162002 ที่ ตุลาคม 04, 2016, 22:41:14
x ไม่คุ้มเท่าไรครับ 1 trip ถ้าโดนรถติด สาหัส จาก พระราม 5 plusmall ไป  นวมินทร์สุดสาย ได้ 247.5 บาท เสียเวลา 90 นาที ปัดเลขกลมๆ
ระยะทาง กิโลละ 4.5 บาท นาทีละ 1 บาท รถกินแก๊ส 1.1 รถติดzipหาย วิ่งไป 35 โล โดนหัก % 20 เหลือ 19x ค่าแก็ส 40 บาท เหลือ 150 เฉลี่ยได้ ชม.ละ 100 

ถ้าวิ่งในกรอบ ได้ ตัวคูณ เท่าไรก็ว่ากันไป ถ้าได้น้อยกว่า 1.3 ไม่ค่อยมีใครวิ่งกัน

วิ่งๆกันอยู่ นี่ได้ค่าเดินทางต่อรอบน้อยครับ ส่วนใหญ่จะเอาโปร 10 ,15,20 25 เที่ยว 500 650 750 1000 /week กัน ถ้าวิ่งกันเอาเป็นเอาตายนะครับ

ถามว่าความเสี่ยงสำหรับ คนขับ เสี่ยงอยู่ครับ สนามบิน ท่ารถบขส. โดนที 2000 ............

คนนั่ง ถ้าให้ผมเลือก ผมก็เลือก uber อยู่ดีครับ ถ้ามีให้เลือก ถูกกว่า เห็นหน้าเห็นตา ลืมของก็ตามได้ ไม่ต้องทนเรื่องจะไปไม่ไป ไม่ต้องห่วงเรื่องการเมืองขณะเดินทาง track ได้ตลอดทาง ตัว *ค่าเดินทาง 2.3 2.5 ยังขึ้นเลยครับ ต้องลองตอนไปยืนเรียกรถถนนเพลินจิตตอน 5-6 โมงเย็นครับ เรียกtaxi หยิ่ง บัดซบ ไปตลิ่งชันใกล้ๆ รถไม่ติดด้วย พี่แกยังไม่ไป

ผิดกฏหมายแน่นอน รอมันถูกกฏหมายเมื่อไร มันจะปฏิวัติการใช้รถสาธารณะบ้านเราเลย แค่นี้ก็เยอะแล้ว แต่เมื่อไรเท่านั้นแหละ

ปล. ส่วนใหญ่ถ้าขับในเมือง เจอต่างชาติเรียก 70-80 % นะครับ เหมือนเค้ารู้ว่าอะไรเป็นอะไรเลย Speak English  กันเมื่อยมือเลย
ยิ่งเจอ จีน ไต้หวัน ปักpin มาเดียวพาไป คุยกันไม่รู้เรื่อง

วิธีทำให้ถูกกฏหมายคือเอารถแท๊กซี่จริงๆมาวิ่งและคนขับมีใบขับขี่รถสาธารณะถูกต้องแบบ Grab Taxi ครับ อยากให้ลองสังเกตดีๆว่าแอปตัวนี้ไม่เคยโดนภาครัฐเล่นงานอะไรเลยเพราะไม่ได้ทำอะไรผิดกฏหมายซักอย่าง ส่วนเรื่องแท๊กซี่ไม่รับผู้โดยสารมีช่องทางร้องเรียนอยู่แล้วคือโทร 1584 ในเขตกรุงเทพ จนท. ขยันทำงานมาก บุกไปปรับถึงอู่แท๊กซี่กันเลย คนขับไม่มีสิทธิปฏิเสธด้วย ค่าปรับดูผ่านๆอาจจะไม่มากมายอะไรแต่ก็เป็นรายได้ทั้งวันของคนขับเค้าวันนึงโดนปรับครั้งเดียวก็หมดตัวแล้ว ถ้าไม่กล้าโทรกลับมาบ้านแล้วไปกรอกรายละเอียดในเวปของขนส่งก็ได้เช่นกัน ส่วน Uber ถ้าเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือผู้โดยสารทางเดียวที่ติดต่อได้คือ E-mail เท่านั้น คนรอบตัวผมเจอเคสมีปัญหา Uber หลายครั้งอยู่ หลายเคส Uber เมืองไทยไม่มีปัญญาทำอะไรได้รวมทั้งเคสที่ดังๆด้วย ลูกค้าต้องร่าง E-Mail ภาษาอังกฤษส่งไปสำนักงานใหญ่ที่เมืองนอกเอง ระบบห่วยแตกสิ้นดีครับ ให้ผมเดาคุณยังไม่เคยเจอปัญหากับ Uber เลยมองว่ามันดีสุดยอดอย่างโน้นอย่างนี้ แต่เมื่อใดก็ตามเมื่อมีปัญหาคุณจะพบได้ว่าสำนักงาน Uber ที่เมืองไทยมีค่าเท่าสากกะเบือ คือมีแค่ไว้อบรมกับรับและส่งอุปกรณ์คืนเฉยๆเท่านั้น ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

Grab ก็ทำ GrabECO เหมือน Uber เป๊ะ ทำโปรตัดราคากันตลอดนั่นแหละครับ ตอนนี้ก็มีอยู่ เนื้อหาในโปร นี่จิกกัดกันเองเลยด้วยซ้ำสองค่าย

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ APP มันอยู่ที่ชนิดรถครับ

ถ้ารถส่วนตัว Grab กับ Uber ไม่ได้ต่าง  ยังไง Uber ก็ดีกว่า เพราะคิดเงินระบบมิเตอร์  แต่ Grab มันคิดเงินตั้งแต่ใส่จุดหมาย (ตรงมั่งไม่ตรงมั่ง ก็คิดไป)  หลายๆคน เขาก็ออนทั้ง Grab และ Uber พร้อมกันนั่นแหละครับ

ส่วนปัญหาของ UBER ที่เมืองไทยแก้ไม่ได้ แค่ส่งเมลภาษาอังกฤษไป สองวันก็จบ ผมไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรนะครับ ส่วนแท๊กซี่  เรียกไม่ไป แล้วยังต้องไปแจ้งจับอีก เสียเวลาทำมาหากินมากครับ -.-
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: Arado_kung ที่ ตุลาคม 04, 2016, 23:06:00
x ไม่คุ้มเท่าไรครับ 1 trip ถ้าโดนรถติด สาหัส จาก พระราม 5 plusmall ไป  นวมินทร์สุดสาย ได้ 247.5 บาท เสียเวลา 90 นาที ปัดเลขกลมๆ
ระยะทาง กิโลละ 4.5 บาท นาทีละ 1 บาท รถกินแก๊ส 1.1 รถติดzipหาย วิ่งไป 35 โล โดนหัก % 20 เหลือ 19x ค่าแก็ส 40 บาท เหลือ 150 เฉลี่ยได้ ชม.ละ 100 

ถ้าวิ่งในกรอบ ได้ ตัวคูณ เท่าไรก็ว่ากันไป ถ้าได้น้อยกว่า 1.3 ไม่ค่อยมีใครวิ่งกัน

วิ่งๆกันอยู่ นี่ได้ค่าเดินทางต่อรอบน้อยครับ ส่วนใหญ่จะเอาโปร 10 ,15,20 25 เที่ยว 500 650 750 1000 /week กัน ถ้าวิ่งกันเอาเป็นเอาตายนะครับ

ถามว่าความเสี่ยงสำหรับ คนขับ เสี่ยงอยู่ครับ สนามบิน ท่ารถบขส. โดนที 2000 ............

คนนั่ง ถ้าให้ผมเลือก ผมก็เลือก uber อยู่ดีครับ ถ้ามีให้เลือก ถูกกว่า เห็นหน้าเห็นตา ลืมของก็ตามได้ ไม่ต้องทนเรื่องจะไปไม่ไป ไม่ต้องห่วงเรื่องการเมืองขณะเดินทาง track ได้ตลอดทาง ตัว *ค่าเดินทาง 2.3 2.5 ยังขึ้นเลยครับ ต้องลองตอนไปยืนเรียกรถถนนเพลินจิตตอน 5-6 โมงเย็นครับ เรียกtaxi หยิ่ง บัดซบ ไปตลิ่งชันใกล้ๆ รถไม่ติดด้วย พี่แกยังไม่ไป

ผิดกฏหมายแน่นอน รอมันถูกกฏหมายเมื่อไร มันจะปฏิวัติการใช้รถสาธารณะบ้านเราเลย แค่นี้ก็เยอะแล้ว แต่เมื่อไรเท่านั้นแหละ

ปล. ส่วนใหญ่ถ้าขับในเมือง เจอต่างชาติเรียก 70-80 % นะครับ เหมือนเค้ารู้ว่าอะไรเป็นอะไรเลย Speak English  กันเมื่อยมือเลย
ยิ่งเจอ จีน ไต้หวัน ปักpin มาเดียวพาไป คุยกันไม่รู้เรื่อง

วิธีทำให้ถูกกฏหมายคือเอารถแท๊กซี่จริงๆมาวิ่งและคนขับมีใบขับขี่รถสาธารณะถูกต้องแบบ Grab Taxi ครับ อยากให้ลองสังเกตดีๆว่าแอปตัวนี้ไม่เคยโดนภาครัฐเล่นงานอะไรเลยเพราะไม่ได้ทำอะไรผิดกฏหมายซักอย่าง ส่วนเรื่องแท๊กซี่ไม่รับผู้โดยสารมีช่องทางร้องเรียนอยู่แล้วคือโทร 1584 ในเขตกรุงเทพ จนท. ขยันทำงานมาก บุกไปปรับถึงอู่แท๊กซี่กันเลย คนขับไม่มีสิทธิปฏิเสธด้วย ค่าปรับดูผ่านๆอาจจะไม่มากมายอะไรแต่ก็เป็นรายได้ทั้งวันของคนขับเค้าวันนึงโดนปรับครั้งเดียวก็หมดตัวแล้ว ถ้าไม่กล้าโทรกลับมาบ้านแล้วไปกรอกรายละเอียดในเวปของขนส่งก็ได้เช่นกัน ส่วน Uber ถ้าเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือผู้โดยสารทางเดียวที่ติดต่อได้คือ E-mail เท่านั้น คนรอบตัวผมเจอเคสมีปัญหา Uber หลายครั้งอยู่ หลายเคส Uber เมืองไทยไม่มีปัญญาทำอะไรได้รวมทั้งเคสที่ดังๆด้วย ลูกค้าต้องร่าง E-Mail ภาษาอังกฤษส่งไปสำนักงานใหญ่ที่เมืองนอกเอง ระบบห่วยแตกสิ้นดีครับ ให้ผมเดาคุณยังไม่เคยเจอปัญหากับ Uber เลยมองว่ามันดีสุดยอดอย่างโน้นอย่างนี้ แต่เมื่อใดก็ตามเมื่อมีปัญหาคุณจะพบได้ว่าสำนักงาน Uber ที่เมืองไทยมีค่าเท่าสากกะเบือ คือมีแค่ไว้อบรมกับรับและส่งอุปกรณ์คืนเฉยๆเท่านั้น ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

Grab ก็ทำ GrabECO เหมือน Uber เป๊ะ ทำโปรตัดราคากันตลอดนั่นแหละครับ ตอนนี้ก็มีอยู่ เนื้อหาในโปร นี่จิกกัดกันเองเลยด้วยซ้ำสองค่าย

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ APP มันอยู่ที่ชนิดรถครับ

ถ้ารถส่วนตัว Grab กับ Uber ไม่ได้ต่าง  ยังไง Uber ก็ดีกว่า เพราะคิดเงินระบบมิเตอร์  แต่ Grab มันคิดเงินตั้งแต่ใส่จุดหมาย (ตรงมั่งไม่ตรงมั่ง ก็คิดไป)  หลายๆคน เขาก็ออนทั้ง Grab และ Uber พร้อมกันนั่นแหละครับ

ส่วนปัญหาของ UBER ที่เมืองไทยแก้ไม่ได้ แค่ส่งเมลภาษาอังกฤษไป สองวันก็จบ ผมไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรนะครับ ส่วนแท๊กซี่  เรียกไม่ไป แล้วยังต้องไปแจ้งจับอีก เสียเวลาทำมาหากินมากครับ -.-

ผมไม่อยากดราม่านะครับ แต่ Uber คุณมีปัญญาแจ้งทั้งที่ต้องเขียนเมลล์ภาษาอังกฤษด้วย แต่แท๊กซี่ไทยถ้ามีปัญหาแค่กดโทรศัพท์คุยก็ภาษาไทย จนท.ขนส่งขอเบอร์ติดต่อกลับแจ้งผลทาง SMS ให้ด้วยว่าได้จัดการอะไรไปบ้าง ง่ายกว่าอีกนะ ผมแจ้งทีไรคุยไม่เคยเกิน5นาที และหลังจากนั้นนานสุดประมาณ3วันมี SMS เข้ามือถือผมว่าได้จัดการรถคันดังกล่าวไปยังไงบ้าง ปัญหาคือคนไทยส่วนใหญ่เอาแต่บ่นแท๊กซี่ปกติแต่ถามว่าได้แจ้งตามช่องทางร้องเรียนหรือไม่ตอบเปล่าปล่อยผ่านกันทุกคน แต่พอเป็น Uber มีปัญหาอะไรขึ้นมาดันสรรหาช่องทางร้องเรียนได้หมดเสียเวลาทำมาหากินมากกว่าโทรศัพท์ เออ ตรรกกะแปลกดีครับ
หัวข้อ: Re: การขับ Uber X และ Grab car ในยุคปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่ดีของคนขับอยู่หรือไม่คับ
เริ่มหัวข้อโดย: Kaomao ที่ ตุลาคม 05, 2016, 06:29:26
x ไม่คุ้มเท่าไรครับ 1 trip ถ้าโดนรถติด สาหัส จาก พระราม 5 plusmall ไป  นวมินทร์สุดสาย ได้ 247.5 บาท เสียเวลา 90 นาที ปัดเลขกลมๆ
ระยะทาง กิโลละ 4.5 บาท นาทีละ 1 บาท รถกินแก๊ส 1.1 รถติดzipหาย วิ่งไป 35 โล โดนหัก % 20 เหลือ 19x ค่าแก็ส 40 บาท เหลือ 150 เฉลี่ยได้ ชม.ละ 100 

ถ้าวิ่งในกรอบ ได้ ตัวคูณ เท่าไรก็ว่ากันไป ถ้าได้น้อยกว่า 1.3 ไม่ค่อยมีใครวิ่งกัน

วิ่งๆกันอยู่ นี่ได้ค่าเดินทางต่อรอบน้อยครับ ส่วนใหญ่จะเอาโปร 10 ,15,20 25 เที่ยว 500 650 750 1000 /week กัน ถ้าวิ่งกันเอาเป็นเอาตายนะครับ

ถามว่าความเสี่ยงสำหรับ คนขับ เสี่ยงอยู่ครับ สนามบิน ท่ารถบขส. โดนที 2000 ............

คนนั่ง ถ้าให้ผมเลือก ผมก็เลือก uber อยู่ดีครับ ถ้ามีให้เลือก ถูกกว่า เห็นหน้าเห็นตา ลืมของก็ตามได้ ไม่ต้องทนเรื่องจะไปไม่ไป ไม่ต้องห่วงเรื่องการเมืองขณะเดินทาง track ได้ตลอดทาง ตัว *ค่าเดินทาง 2.3 2.5 ยังขึ้นเลยครับ ต้องลองตอนไปยืนเรียกรถถนนเพลินจิตตอน 5-6 โมงเย็นครับ เรียกtaxi หยิ่ง บัดซบ ไปตลิ่งชันใกล้ๆ รถไม่ติดด้วย พี่แกยังไม่ไป

ผิดกฏหมายแน่นอน รอมันถูกกฏหมายเมื่อไร มันจะปฏิวัติการใช้รถสาธารณะบ้านเราเลย แค่นี้ก็เยอะแล้ว แต่เมื่อไรเท่านั้นแหละ

ปล. ส่วนใหญ่ถ้าขับในเมือง เจอต่างชาติเรียก 70-80 % นะครับ เหมือนเค้ารู้ว่าอะไรเป็นอะไรเลย Speak English  กันเมื่อยมือเลย
ยิ่งเจอ จีน ไต้หวัน ปักpin มาเดียวพาไป คุยกันไม่รู้เรื่อง

วิธีทำให้ถูกกฏหมายคือเอารถแท๊กซี่จริงๆมาวิ่งและคนขับมีใบขับขี่รถสาธารณะถูกต้องแบบ Grab Taxi ครับ อยากให้ลองสังเกตดีๆว่าแอปตัวนี้ไม่เคยโดนภาครัฐเล่นงานอะไรเลยเพราะไม่ได้ทำอะไรผิดกฏหมายซักอย่าง ส่วนเรื่องแท๊กซี่ไม่รับผู้โดยสารมีช่องทางร้องเรียนอยู่แล้วคือโทร 1584 ในเขตกรุงเทพ จนท. ขยันทำงานมาก บุกไปปรับถึงอู่แท๊กซี่กันเลย คนขับไม่มีสิทธิปฏิเสธด้วย ค่าปรับดูผ่านๆอาจจะไม่มากมายอะไรแต่ก็เป็นรายได้ทั้งวันของคนขับเค้าวันนึงโดนปรับครั้งเดียวก็หมดตัวแล้ว ถ้าไม่กล้าโทรกลับมาบ้านแล้วไปกรอกรายละเอียดในเวปของขนส่งก็ได้เช่นกัน ส่วน Uber ถ้าเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นคนขับหรือผู้โดยสารทางเดียวที่ติดต่อได้คือ E-mail เท่านั้น คนรอบตัวผมเจอเคสมีปัญหา Uber หลายครั้งอยู่ หลายเคส Uber เมืองไทยไม่มีปัญญาทำอะไรได้รวมทั้งเคสที่ดังๆด้วย ลูกค้าต้องร่าง E-Mail ภาษาอังกฤษส่งไปสำนักงานใหญ่ที่เมืองนอกเอง ระบบห่วยแตกสิ้นดีครับ ให้ผมเดาคุณยังไม่เคยเจอปัญหากับ Uber เลยมองว่ามันดีสุดยอดอย่างโน้นอย่างนี้ แต่เมื่อใดก็ตามเมื่อมีปัญหาคุณจะพบได้ว่าสำนักงาน Uber ที่เมืองไทยมีค่าเท่าสากกะเบือ คือมีแค่ไว้อบรมกับรับและส่งอุปกรณ์คืนเฉยๆเท่านั้น ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

Grab ก็ทำ GrabECO เหมือน Uber เป๊ะ ทำโปรตัดราคากันตลอดนั่นแหละครับ ตอนนี้ก็มีอยู่ เนื้อหาในโปร นี่จิกกัดกันเองเลยด้วยซ้ำสองค่าย

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ APP มันอยู่ที่ชนิดรถครับ

ถ้ารถส่วนตัว Grab กับ Uber ไม่ได้ต่าง  ยังไง Uber ก็ดีกว่า เพราะคิดเงินระบบมิเตอร์  แต่ Grab มันคิดเงินตั้งแต่ใส่จุดหมาย (ตรงมั่งไม่ตรงมั่ง ก็คิดไป)  หลายๆคน เขาก็ออนทั้ง Grab และ Uber พร้อมกันนั่นแหละครับ

ส่วนปัญหาของ UBER ที่เมืองไทยแก้ไม่ได้ แค่ส่งเมลภาษาอังกฤษไป สองวันก็จบ ผมไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรนะครับ ส่วนแท๊กซี่  เรียกไม่ไป แล้วยังต้องไปแจ้งจับอีก เสียเวลาทำมาหากินมากครับ -.-

ผมไม่อยากดราม่านะครับ แต่ Uber คุณมีปัญญาแจ้งทั้งที่ต้องเขียนเมลล์ภาษาอังกฤษด้วย แต่แท๊กซี่ไทยถ้ามีปัญหาแค่กดโทรศัพท์คุยก็ภาษาไทย จนท.ขนส่งขอเบอร์ติดต่อกลับแจ้งผลทาง SMS ให้ด้วยว่าได้จัดการอะไรไปบ้าง ง่ายกว่าอีกนะ ผมแจ้งทีไรคุยไม่เคยเกิน5นาที และหลังจากนั้นนานสุดประมาณ3วันมี SMS เข้ามือถือผมว่าได้จัดการรถคันดังกล่าวไปยังไงบ้าง ปัญหาคือคนไทยส่วนใหญ่เอาแต่บ่นแท๊กซี่ปกติแต่ถามว่าได้แจ้งตามช่องทางร้องเรียนหรือไม่ตอบเปล่าปล่อยผ่านกันทุกคน แต่พอเป็น Uber มีปัญหาอะไรขึ้นมาดันสรรหาช่องทางร้องเรียนได้หมดเสียเวลาทำมาหากินมากกว่าโทรศัพท์ เออ ตรรกกะแปลกดีครับ

Uber แต่ก่อนแก้ปัญหาเร็ว

แต่เดี๋ยวนี้ วันกว่าละ ต้องมาตามแก้ค่าทางด่วนที่ไม่ได้ขึ้น ส่งไปบอกแล้วต้องมาคอยตามดู ไม่คุ้มเสียเวลาเลย