Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: bbbasty ที่ ธันวาคม 03, 2016, 13:42:24
-
พอดีเพิ่งได้ดูคลิป Civic FC 1.8 EL ถือว่าน่าตกใจพอสมควรที่ความเร็วปลาย เข้าเส้นที่ 190 km/h
เอาตัวเลขที่ผมพอจำได้ในพิกัด C-Segment (ที่ไม่ใช่เครื่อง Turbo) มีคันเดียวที่น่าจะได้มากกว่านี้นิดหน่อยคือ Focus 2.0 GDi
ที่เหลือ ทั้ง Altis 1.8, M3 2.0 Sky หรือแม้กระทั่ง Focus Ecoboost ยังจะโดน Civic 1.8 บ้านๆ สวนเอาตอนปลายเลย
แม้แต่รถที่ผมใช้อยู่ปัจจุบันอย่าง Proton Preve 1.6 Turbo ความรู้สึกคาดว่าน่าจะออกนำได้ช่วงไม่เกิน 180 หลัง 180 น่าจะโดนเจ้านี่ กลับมาประชิด (จากที่ได้ดูคลิปของคนอื่นๆที่ลองเทส 0-200)
เพื่อนๆคิดว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ 1.8 FC ปลายไหลเป็นน้ำขนาดนั้น ถ้ามองย้อนไปที่ FD กับ FB ผมจำได้ว่า พอหมดเกียร์ 3 ที่ 170 กว่า นี่เหี่ยวมาก
ส่วนตัวคิดว่า มาจากการเซตเกียร์ให้สัมพันธ์กับรอบเครื่อง ถ้าลองกางสเปกดู เครื่องตัวนี้ แรงม้าสูงสุดอยู่ 141 ps ที่ 6500 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 174 Nm ที่ 4300 รอบต่อนาที พอลองไปดูจะพบว่าเกียร์ตัวนี้มันไปคารอบไว้ที่ 6500 พอดิบพอดีจริงๆ ผมคิดว่าเลยทำให้ ม้า 141 ตัว มันก็เลยได้รับเต็มๆ แต่อัตราเร่งยืดหยุ่นอย่าง 0-100 หรือ 80-120 ก็ไม่ได้ดีเด่นแต่อย่างใด
-
Topspeedสูงกว่า RS นะครับ วิ่งจริงไม่วิ่งยาวตลอดแน่
-
ผมก็สงสัย แต่ไม่กล้าจะถาม 55555555555
เพราะเครื่องตัวนี้ ลากขายมานาน ไม่แพ้เครื่อง วีออสตัวเก่า :D ;D ::) :P
-
Topspeedสูงกว่า RS นะครับ วิ่งจริงไม่วิ่งยาวตลอดแน่
เข้าใจว่า RS น่าจะล๊อกนะครับ แต่ 1.8 คิดว่า 141 ม้า กับ Top speed 211 น่าจะเต็มกลืนของมันแล้วครับ คงไม่ล๊อก
-
ผมก็สงสัย แต่ไม่กล้าจะถาม 55555555555
เพราะเครื่องตัวนี้ ลากขายมานาน ไม่แพ้เครื่อง วีออสตัวเก่า :D ;D ::) :P
รอให้พี่ๆมาคอนเฟิร์มว่า ตอนเทส ระยะ 1.5 km มันคารอบไว้ 6500 ตลอดหรือไม่ ถ้ามันคารอบไว้ 6500 ตลอด แปลว่า มันคารอบไว้ที่แรงม้าสูงสุดตลอด ถึงได้ไหลเป็นน้ำขนาดนี้
-
เคบขับ แคมรี่ไฮบริด ตัว 2013 วิ่งสุด 195 โดย civic fd แซงไปแบบสบายๆ เลย
-
เคบขับ แคมรี่ไฮบริด ตัว 2013 วิ่งสุด 195 โดย civic fd แซงไปแบบสบายๆ เลย
รถไฮบริดเก่งสุดเวลามุดครับ ทางโล่งๆรอโดนอย่างเดียว (ทั้งแช่นานแบตหมด กับ ล๊อกความเร็ว)
-
ผมเคารพ HLM แค่ปัจจัยนี้ผมฟังไว้เป็นข้อมูล ผมไม่เชื่อเท่าไรครับ ^^
เสพข่าวได้ ใช้วิจารณญาณครับ เพราะผมลอง 1.8 EL สีดำ เพื่อนผม ไปไม่ถึง ณ ระยะทางเท่ากัน นั่งสองคน น้ำหนัก 63+58 kg
ปล. ลองเพราะอยากรู้จริงๆว่าไปได้ไหม
-
ผมเคารพ HLM แค่ปัจจัยนี้ผมฟังไว้เป็นข้อมูล ผมไม่เชื่อเท่าไรครับ ^^
เสพข่าวได้ ใช้วิจารณญาณครับ เพราะผมลอง 1.8 EL สีดำ เพื่อนผม ไปไม่ถึง ณ ระยะทางเท่ากัน นั่งสองคน น้ำหนัก 63+58 kg
ปล. ลองเพราะอยากรู้จริงๆว่าไปได้ไหม
ผมแอบสงสัยเหมือนกัน ปกติผมจะดูทั้ง HLM และอีกเว็บที่เล่นคือ Autoinfo ซึ่งเว็บนั้นเขาจะมีเทสว่า 0-1000 ใช้เวลากี่วิ (https://www.autoinfo.co.th/datron/) เอาที่เด่นๆเลย
Altis 1.8 ใช้เวลา 32.2 วินาที
Civic RS ใช้เวลา 29.2 วินาที
Focus Ecoboost ใช้เวลา 30.8 วินาที
M3 2.0 Sky ใช้เวลา 31.7 วินาที
Proton Preve 1.6 CFE ใช้เวลา 31.6 วินาที
Civic FC 1.8 ใช้เวลา 32.4 วินาที
ซึ่งถ้าเราดูกันตรงนี้ ระยะ 1 km นี่ Altis ยังนำอยู่เลย แต่ที่ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นแบบ HLM เทส เพราะว่า Honda ขึ้นชื่อเรื่องไหลปลายอยู่แล้ว
-
ผมเคารพ HLM แค่ปัจจัยนี้ผมฟังไว้เป็นข้อมูล ผมไม่เชื่อเท่าไรครับ ^^
เสพข่าวได้ ใช้วิจารณญาณครับ เพราะผมลอง 1.8 EL สีดำ เพื่อนผม ไปไม่ถึง ณ ระยะทางเท่ากัน นั่งสองคน น้ำหนัก 63+58 kg
ปล. ลองเพราะอยากรู้จริงๆว่าไปได้ไหม
ผมแอบสงสัยเหมือนกัน ปกติผมจะดูทั้ง HLM และอีกเว็บที่เล่นคือ Autoinfo ซึ่งเว็บนั้นเขาจะมีเทสว่า 0-1000 ใช้เวลากี่วิ (https://www.autoinfo.co.th/datron/) เอาที่เด่นๆเลย
Altis 1.8 ใช้เวลา 32.2 วินาที
Civic RS ใช้เวลา 29.2 วินาที
Focus Ecoboost ใช้เวลา 30.8 วินาที
M3 2.0 Sky ใช้เวลา 31.7 วินาที
Proton Preve 1.6 CFE ใช้เวลา 31.6 วินาที
Civic FC 1.8 ใช้เวลา 32.4 วินาที
ซึ่งถ้าเราดูกันตรงนี้ ระยะ 1 km นี่ Altis ยังนำอยู่เลย แต่ที่ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นแบบ HLM เทส เพราะว่า Honda ขึ้นชื่อเรื่องไหลปลายอยู่แล้ว
ของ HLM เป็นการจับเวลาคร่าวๆ ให้เห็นคร่าวๆ เฉยๆครับ ไม่ได้เอาตัวเลขตรงนี้มาเป็นตัววัดจริงจัง
-
ปกติระยะ 1.5-1.6 km มันจะเท่ากับ 1 ไมล์พอดี ซึ่งก็ make sense อยู่ถ้าจะใช้ทดสอบความเร็วช่วงเข้าเส้น
เรื่องความเร็วปลายผมว่ามาจากการที่เครื่อง R18 เดิมๆก็รอบจัดพอตัว ถึงแม้ว่าแรงบิดจะไม่ได้เยอะแต่ก็อาศัยการทดรอบจากเกียร์ลากรถให้วิ่งที่ความเร็วสูงๆได้
สมัยยังใช้ Civic FD เครื่อง R18 ตัวแรกเกียร์ AT กดเล่นช่วงสั้นๆให้ขึ้นไป 170-180 เนี่ยสบายมากแต่รอบต้องถึงนะ เครื่องเดิมๆไม่ได้ไปทำอะไรด้วย (ผมเคยลองแค่ 2 ครั้งตอนถนนโล่งๆ ปกติไม่ได้ขับเร็วขนาดนั้น)
แล้วยิ่งเป็นตัว FC เครื่องเดิมแต่ใช้ CVT ถ้าเกียร์ฉลาดหน่อยนะกดรอบเครื่องให้อยู่ที่กำลังสูงสุดแล้วให้เกียร์มันทดรอบไปเอง แปบเดียวก็ถึง 180-190
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รถที่ top speed สูงกว่าไม่ได้แปลว่าจะวิ่งจาก A ไป B ได้เร็วกว่าเสมอไปนะครับ
รถบางคันที่เร่งช่วง 0-150 ได้เร็วๆ ถ้าจับเวลาเอาที่ระยะ 1.5 km อาจจะเข้าเส้นเร็วกว่า Civic ก็ได้นะ
** ผมอ่านทบทวนแล้ว เลยขอแก้ไขข้อความก่อนหน้าครับ **
-
โดยประมาณแหละครับรถเดิมๆ ไม่น่าทำได้
ส่วน0-100 ขอผุ้รุ้ช่วยบอกหน่อยว่า ไมลcivic ปรับการแสดงผลเป็นเข็มได้ใช่มั้ย
เคยลองขับแต่ไม่ได่เล่นพวกfunctionนี้
-
เห็นในคลิปทดสอบพี่เขาก็สงสัยเหมือนกันครับว่าทำมัยถึงเร็วอย่างนั้นครับ
-
เคยกดมิดจากหยุดนิ่ง พร้อมๆกันทางโล่งๆ altis 1.8 esport vs civic 1.8 el ก็จำได้ว่าใช้ระยะทางยาวอยู่นะ เกิน 1.5 km. แน่นอน กว่า civic จะตาม altis ทัน แต่สุดท้าย civic ก็ขึ้นแซงไปได้ตอน altis ล๊อคลิ้นเร่ง แบบคนขับรู้สึกได้ตามหน้าปัดที่ 200 km/hr (อาการล๊อคคือความเร็วลงลงมาที่ประมาณ 195 แล้วดีดกลับไป 200 สลับขึ้นๆลงๆ) ส่วนตัวเชื่อว่าถ้า altis 1.8 ไม่ล๊อคก็คงจะยากที่ civic 1.8 จะขึ้นแซงได้ แต่ผลทดสอบ hlm บอกปลายไหล 190 ที่ระยะ 1.5 km. เอาชนะ มาสด้า 3 อัลติส 1.8 และเทียบเท่า โฟกัส 1.5 ecoboot ก็เชื่อเค้าไปเถอะ เพราะอย่างไรเค้าก็มี vtec คำๆนี้มันอธิบายได้ในตัวมันเอง อย่าไปเห็นแย้งเดี๋ยวเรื่องยาว
-
เคยกดมิดจากหยุดนิ่ง พร้อมๆกันทางโล่งๆ altis 1.8 esport vs civic 1.8 el ก็จำได้ว่าใช้ระยะทางยาวอยู่นะ เกิน 1.5 km. แน่นอน กว่า civic จะตาม altis ทัน แต่สุดท้าย civic ก็ขึ้นแซงไปได้ตอน altis ล๊อคลิ้นเร่ง แบบคนขับรู้สึกได้ตามหน้าปัดที่ 200 km/hr (อาการล๊อคคือความเร็วลงลงมาที่ประมาณ 195 แล้วดีดกลับไป 200 สลับขึ้นๆลงๆ) ส่วนตัวเชื่อว่าถ้า altis 1.8 ไม่ล๊อคก็คงจะยากที่ civic 1.8 จะขึ้นแซงได้ แต่ผลทดสอบ hlm บอกปลายไหล 190 ที่ระยะ 1.5 km. เอาชนะ มาสด้า 3 อัลติส 1.8 และเทียบเท่า โฟกัส 1.5 ecoboot ก็เชื่อเค้าไปเถอะ เพราะอย่างไรเค้าก็มี vtec คำๆนี้มันอธิบายได้ในตัวมันเอง อย่าไปเห็นแย้งเดี๋ยวเรื่องยาว
ผมก็คิดว่า Altis ตัวนี่ไวกว่าที่ 0-160 แต่หลังจากนั้นผมว่าโดนตาม
แต่ถ้าบอกว่าเร็วกว่า 3 ผมยังไม่เชื่อเท่าไร แถมลองเองแล้วก็เป็นตามนั้น
ตอนแรกกะจะตั้งถามแล้ว แต่กลัวโดนว่า
-
https://youtu.be/A7W2PntvFEQ (https://youtu.be/A7W2PntvFEQ)
เคยดูคลิบตัว 2.0 vs 2.0 ปลาย civic ก็ไม่ไหลเท่าไหร่นะ โดน altis แบบยาวๆเลย แต่ตัว 1.5 turbo เค้าแรงจริงๆ
-
https://m.youtube.com/watch?v=W6MHYoeKxz0
คลิปเท่าที่ผมพอหาได้นาทีที่ 3.28 เป็นต้นไป
0-180 ประมาณ 38 วินาที
0-200 ประมาณ 70 วินาที
ถ้าเอาตามคลิปนี้ แปลว่า 180-200 ใช้เวลามากกว่า 30 วิ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกิน Focus Ecoboost, M3, Altis, Preve, MG5 พูดง่ายๆคือ Civic จะโดนตั้งแต่ต้นยันปลาย (ไม่นับ Altis ที่ล้อก)
ผมเดาๆว่าวันที่ HLM เทส ลมอาจจะช่วยส่งท้ายหรือเปล่า โดยส่วนตัวที่เคยเทส ถ้าวิ่งย้อนลมนี่เวลาแย่ลงพอสมควรเลย
-
https://m.youtube.com/watch?v=2T5rawT_tIk
อันนี้รถผมเอง 0-200 ประมาณ 46 วินาทึ
https://m.youtube.com/watch?v=uayK87etIh0
อันนี้ M3 0-200 ประมาณ 47 วินาที
ถือว่าสูสี
โอเค 2 คลิปอาจจะเทียบกันไม่ได้ซะทีเดียว อย่างที่บอก ทิศทางลมถือว่ามีผลเยอะ แต่ถ้าดูจากตัวเลข 0-180 ของ Civic อยู่ที่ 38 ของคลิปนั้น ถือว่าเร็วใช้ได้ แต่ 180-200 ลากกันมากกว่า 30 วิ ผมว่ามันไม่ได้ดีกว่า FD หรือ FB เพราะ ทั้ง FB และ FD คือหลัง 170 เหี่ยวมากก
และไม่น่าจะกินคันอื่นๆได้เลย
-
https://m.youtube.com/watch?v=2T5rawT_tIk
อันนี้รถผมเอง 0-200 ประมาณ 46 วินาทึ
https://m.youtube.com/watch?v=uayK87etIh0
อันนี้ M3 0-200 ประมาณ 47 วินาที
ถือว่าสูสี
โอเค 2 คลิปอาจจะเทียบกันไม่ได้ซะทีเดียว อย่างที่บอก ทิศทางลมถือว่ามีผลเยอะ แต่ถ้าดูจากตัวเลข 0-180 ของ Civic อยู่ที่ 38 ของคลิปนั้น ถือว่าเร็วใช้ได้ แต่ 180-200 ลากกันมากกว่า 30 วิ ผมว่ามันไม่ได้ดีกว่า FD หรือ FB เพราะ ทั้ง FB และ FD คือหลัง 170 เหี่ยวมากก
และไม่น่าจะกินคันอื่นๆได้เลย
Prev ผมไม่เคยขับ แต่ดูแรงพอตัวนะคลิปนี้
เข็มรอบมันนิ่งที่เกือบred line เพราะอะไรนะครับ
-
https://m.youtube.com/watch?v=2T5rawT_tIk
อันนี้รถผมเอง 0-200 ประมาณ 46 วินาทึ
https://m.youtube.com/watch?v=uayK87etIh0
อันนี้ M3 0-200 ประมาณ 47 วินาที
ถือว่าสูสี
โอเค 2 คลิปอาจจะเทียบกันไม่ได้ซะทีเดียว อย่างที่บอก ทิศทางลมถือว่ามีผลเยอะ แต่ถ้าดูจากตัวเลข 0-180 ของ Civic อยู่ที่ 38 ของคลิปนั้น ถือว่าเร็วใช้ได้ แต่ 180-200 ลากกันมากกว่า 30 วิ ผมว่ามันไม่ได้ดีกว่า FD หรือ FB เพราะ ทั้ง FB และ FD คือหลัง 170 เหี่ยวมากก
และไม่น่าจะกินคันอื่นๆได้เลย
Prev ผมไม่เคยขับ แต่ดูแรงพอตัวนะคลิปนี้
เข็มรอบมันนิ่งที่เกือบred line เพราะอะไรนะครับ
คลิปนี้ผมเทสเองครับ เข็มรอบคือ เหมือนโรงงานเขาตั้งใจเซ็ตให้มันกวาดอยู่แถว 5000-5500 เพราะตามสเปกของรถคันนี้ แรงม้าสูงสุด 140 PS ที่ 5000 รอบต่อนาทีครับ ไม่เหมือนคันอื่นที่ส่วนใหญ่ Max HP จะอยู่ที่ 6000-6500 รอบ ดังนั้นสำหรับ Preve เหยียบมิดยังไงก็ไม่เกิน 5500 รอบครับ
จากในคลิป ผมนั่ง 2 คน เข้าเส้น 1.5 km ประมาณ 197 km/h ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=g4sex8knrIQ
อันนี้แบบ Manual Mode มันจะล็อกอัตราทดไว้เป็น 7-Speed คล้ายๆ Altis แต่รอบกวาดไม่ค่อยธรรมชาติแบบ Altis
มีไว้เพิ่มอารมณ์การขับขี่ แต่จับเวลาจริงๆก็ช้ากว่า D ธรรมดานิดหน่อยครับ
-
ผมเคารพ HLM แค่ปัจจัยนี้ผมฟังไว้เป็นข้อมูล ผมไม่เชื่อเท่าไรครับ ^^
เสพข่าวได้ ใช้วิจารณญาณครับ เพราะผมลอง 1.8 EL สีดำ เพื่อนผม ไปไม่ถึง ณ ระยะทางเท่ากัน นั่งสองคน น้ำหนัก 63+58 kg
ปล. ลองเพราะอยากรู้จริงๆว่าไปได้ไหม
ของเพื่อนคุณไม่ถึงแปลว่าผมขับแล้วต้องไม่ถึง?
อยากดูคลิปมาเจอกัน Burger King ทางด่วนได้ครับ ผมจะเอาใส่คอมมาให้คุณดู ผมถ่ายไว้เห็นแตะเลข 190 แน่นอน เอามั้ย ถ้าเอา PM มานัดได้เลย
-
ส่วนเรื่องลม บริเวณที่เทสต์ไม่ใช่พื้นยกระดับครับ และก่อนออกตัวช่วงนั้นผมลองเปิดกระจกดูข้างนอกลมก็ไม่มีเลย ถ้าจะมีมันคงจะมาตอนที่ผมทำท้อปสปีดมั้งครับ
อ้อ แล้วรถที่ผมขับ นั่งสี่นะครับ ตามในคลิปเด๊ะ
การเปลี่ยนเกียร์ ของ Honda ช่วงก่อน 160 รอบจะอยู่ประมาณ 6,300 คาไว้ระดับนั้น แต่หลัง 160 ไปจะเริ่มถอยกลับมา 6,000 ช้าๆครับ ส่วน MG5 -> ผมนั่งกันสองคนอาจจะมีส่วนครับ Mazda 3 ->นั่งสามคน มีผม จิมมี่ สิงห์
ส่วน EcoBoost นั้น ที่มันได้ความเร็วแค่นั้นเพราะเกียร์ 4 ตัดเข้า 5 ตอนที่รอบไต่ไปแค่ 5,500 พอตัดเข้าเกียร์ 5 รอบร่วงมาเหลือ 4,000 นิดๆเท่านั้น ถ้าลาก 4 ยาวกว่านี้อีกหน่อยอาจจะได้ 186-188 แต่ก็แค่นั้นเพราะรอบปลายมันไม่ได้จี๊ดจ๊าดแบบสมัย 2.0GDi
อย่างที่บอกนะครับ ใครข้องใจอยากดูคลิปเต็ม ผมไม่อัพขึ้นเว็บสาธารณะแน่นอน แต่อยากดูก็ได้ นัดมาเดี๋ยวจะใส่คอมไปให้ดู
-
ส่วนเรื่องลม บริเวณที่เทสต์ไม่ใช่พื้นยกระดับครับ และก่อนออกตัวช่วงนั้นผมลองเปิดกระจกดูข้างนอกลมก็ไม่มีเลย ถ้าจะมีมันคงจะมาตอนที่ผมทำท้อปสปีดมั้งครับ
อ้อ แล้วรถที่ผมขับ นั่งสี่นะครับ ตามในคลิปเด๊ะ
การเปลี่ยนเกียร์ ของ Honda ช่วงก่อน 160 รอบจะอยู่ประมาณ 6,300 คาไว้ระดับนั้น แต่หลัง 160 ไปจะเริ่มถอยกลับมา 6,000 ช้าๆครับ ส่วน MG5 -> ผมนั่งกันสองคนอาจจะมีส่วนครับ Mazda 3 ->นั่งสามคน มีผม จิมมี่ สิงห์
ส่วน EcoBoost นั้น ที่มันได้ความเร็วแค่นั้นเพราะเกียร์ 4 ตัดเข้า 5 ตอนที่รอบไต่ไปแค่ 5,500 พอตัดเข้าเกียร์ 5 รอบร่วงมาเหลือ 4,000 นิดๆเท่านั้น ถ้าลาก 4 ยาวกว่านี้อีกหน่อยอาจจะได้ 186-188 แต่ก็แค่นั้นเพราะรอบปลายมันไม่ได้จี๊ดจ๊าดแบบสมัย 2.0GDi
อย่างที่บอกนะครับ ใครข้องใจอยากดูคลิปเต็ม ผมไม่อัพขึ้นเว็บสาธารณะแน่นอน แต่อยากดูก็ได้ นัดมาเดี๋ยวจะใส่คอมไปให้ดู
ผมข้องใจ เลยใช้ 1.8 รถป้ายแดง เพื่อน 2 คน มอเตอรเวย์สุวรรณถุมิ ระยะ1500เมตร ได้182(ลองครั้งเดียว)
แต่ผมไม่ได้against กับสิ่งที่HLM ทดสอบนะครับ ;) ;) เพราะถนน เวลา สภาพรถ น้ำมัน และคนขับมันคนละคน
หากPM บอกพิกัดที่ใช้ทดสอบจะขอบคุณมากๆนะครับ
-
ออกด่วนปลายทางบางปะอิน ออกจากด่าน อยู่เลยที่สองจากซ้ายไว้ กลับรถที่ตึกสำนักงานมืดๆ มันจะพาไปหาทางเข้าทางด่วนขาเข้าครับ จ่ายเงินค่าทางด่วนเสร็จ ชิดซ้ายแถวหน้าห้องน้ำแล้วเลื่อนมาข้างหน้าอีกราว 20-30 เมตร ก่อนออกดูข้างหลัง ต้องไม่มีรถมา ดูข้างหน้าต้องไม่เห็นไฟท้ายรถคันหน้า (ถ้ามาก่อนเที่ยงคืนจังหวะนี้อาจจะยากหน่อย อย่าเสียงออกเวลามีรถคันอื่น)
เวลาในการทดสอบของผมมักจะเป็นช่วงเที่ยงคืนตีหนึ่ง จากจุดออกตัว วิ่งกดคันเร่งไปจนยาวสุดจะเห็นสะพานข้างหน้า ผมจะเริ่มกดเบรกประมาณ 100-70 เมตรก่อนถึงโคนสะพานครับ
ทดสอบตรงนี้มาตั้งแต่ปี 2009 ทุกคันที่คุณเห็นใน TheClip เพราะเป็นที่ที่เห็นข้างหน้าเคลียร์หลังเคลียร์ได้ชัดเจนและกระแสลมมีน้อยหรือไม่มีเลย
-
ออกด่วนปลายทางบางปะอิน ออกจากด่าน อยู่เลยที่สองจากซ้ายไว้ กลับรถที่ตึกสำนักงานมืดๆ มันจะพาไปหาทางเข้าทางด่วนขาเข้าครับ จ่ายเงินค่าทางด่วนเสร็จ ชิดซ้ายแถวหน้าห้องน้ำแล้วเลื่อนมาข้างหน้าอีกราว 20-30 เมตร ก่อนออกดูข้างหลัง ต้องไม่มีรถมา ดูข้างหน้าต้องไม่เห็นไฟท้ายรถคันหน้า (ถ้ามาก่อนเที่ยงคืนจังหวะนี้อาจจะยากหน่อย อย่าเสียงออกเวลามีรถคันอื่น)
เวลาในการทดสอบของผมมักจะเป็นช่วงเที่ยงคืนตีหนึ่ง จากจุดออกตัว วิ่งกดคันเร่งไปจนยาวสุดจะเห็นสะพานข้างหน้า ผมจะเริ่มกดเบรกประมาณ 100-70 เมตรก่อนถึงโคนสะพานครับ
ทดสอบตรงนี้มาตั้งแต่ปี 2009 ทุกคันที่คุณเห็นใน TheClip เพราะเป็นที่ที่เห็นข้างหน้าเคลียร์หลังเคลียร์ได้ชัดเจนและกระแสลมมีน้อยหรือไม่มีเลย
โอ้ว พิกัดชัดเจนมาก ไม่ไกลจากบ้านผมเลย ขอบคุณครับ
-
คือมันก็ไม่ใช่ความลับอะไรครับ เวลาผมเอารูปแปะบทความ TheClip บางอันนี่จะเห็นป้ายทางด่วนชัดเจนอยู่แล้ว เวลาลองอย่าลืม เชื่อผม ไปดึกๆ ยิ่งดึกยิ่งรถน้อย ยิ่งดี standby ตอนออกด่าน ดูรถหลังว่าไม่มีรถกำลังจะออกมา ดูข้างหน้าต้องไม่เห็นไฟท้ายแดงๆของรถคันหน้า
ลืมเตือนว่าสิ่งที่ต้องระวังอีกอย่างคือหมานะครับ แต่นานๆจะมากันทีและส่วนมากจะไม่ลงมาวิ่งเล่นกันกลางทาง แต่เคยเจอเหมือนกัน
ตอนเบรกที่ท้ายระยะ ระวังสะพาน ตรงนี้ถือพวงมาลัยให้ดี เบรกหนักๆก่อนถึงสะพาน ตอนขึ้นสะพานเท้าต้องไม่แตะเบรกนะครับ
คุณ set 0 ที่จุดออกตัว ระยะประมาณ 1.5 กม. นี่ต้องระวังแล้ว พอ 1.6 ก็กดเบรกดีกว่า
ระยะ 1.5 ที่ผมบอกในคลิปคือระยะประมาณการ ผมอยากจะกด 0 เพื่อวัด แต่ทำไม่ได้เพราะ Trip A ถูกใช้วัดค่าสิ้นเปลืองถังนั้น และ Trip B ใช้วัดค่าสิ้นเปลืองจากการทดสอบของเรา (รวมผลน้ำมันหลายถัง) ผมจึงต้องใช้วิธีดูกิโลตอนออก เทียบกับกิโลตอนเข้าเส้น มันอาจจะไม่ใช้ 1.5 กิโลเป๊ะ อาจจะมากกว่า เช่น 1.6-1.7 แต่ไม่ใช่ 2 กิโลแน่นอนครับ ถ้าคุณลองจริง ผมแนะนำว่า 1.6 แล้วเบรกก่อน พอรู้ระยะแล้วตอนหลังๆอาจจะเหยียบใกล้เส้นขึ้น
แต่ระวังนะ ลองกับรถหลายๆรุ่น ยิ่งมากเข้า ทฤษฎีการคิดของคุณจะเริ่มรวนเร เมื่อคุณคิดว่ามันจะมีอะไรเป็นไปตามกฎในใจคุณสักอย่าง มันก็จะมีรถที่จะมาแหกกฎเหล่านั้นได้เสมอ เมื่อก่อนผมก็ชอบนั่งดูแรงม้า อัตราทดเกียร์ น้ำหนัก ล้อ/ยาง พอวิ่งจริง คุณจะเจอสิ่งที่ไม่อยู่ในโบรชัวร์ อย่าง Ford บางรุ่น ที่ความเร็วบางช่วงรถจะตอบสนองเหมือนคนขับถอนคันเร่งทั้งๆที่ความจริงเหยียบจนเลือดจะไม่ไหลไปนิ้วเท้าอยู่แล้ว
หรืออย่าง Civic 1.8 กับ 1.5 บางคนบอกว่า 1.5 เร็วต้นและกลาง แต่ช่วงหลัง 160 ไปแทบไม่ต่าง ผมว่าถ้าลงทุนทำรถมาขนาดนี้ ขายแพงกว่าขนาดนี้ แถมยังเป็นรุ่นที่เน้นเรื่องแรง.. 160-190 ตัว 1.8 ใช้ 20.53 วิ รุ่น 1.5 ใช้ 12.47 วิ เป็นอันจบว่าปลายใครไหลกว่า เมื่อทดสอบบนที่เดียวกัน
ส่วน Mazda 3 ได้ 184 คันที่ผมทดสอบเป็นรุ่นล้อ 18 เพราะรุ่นล้อ 16 ไม่มีรถทดสอบ ใครมีรถล้อ16 สภาพเดิม 100% อยากลองก็หลังไมค์มาผมยินดีทดสอบให้...ผมไม่เถียงนะว่าล้ออาจจะมีผล คุณดูอย่าง Fortuner 2.8 กับ 2.8 TRD รถเหมือนกันเกือบหมด ต่างกันแค่ล้อ ตัว 2.8 ธรรมดาเข้าเส้น 180 ตัว TRD 176
หรืออย่าง Altis ถ้าผมจำไม่ผิดตัว 1.6 กับ 1.8 ตอนเข้าเส้นแทบไม่ต่างกัน แต่ลองขับชีวิตจริง ใครก็ต้องรู้ว่า 1.8 แรงกว่าแบบเกือบจะทุกช่วง..ก็ไม่แปล เพราะก่อนที่จะถึงจุดตัดความเร็ว ลิ้นคันเร่งมันหรี่รออยู่แล้วครับ คุณจะมีปอด 1.6 หรือ 1.8 ลิตรถ้ารูจมูกถูกหรี่มันก็ทำงานได้ไม่ต่างกัน
-
ปลายไหลเร็วไม่เร็ว ก็คงเหมือน F1 กด DRS เปิดปีก
-
ประมาณแถวนี้หรือเปล่าครับ
(https://www.mx7.com/i/c38/lxYG2I.png) (https://www.mx7.com/view2/zwDkz9K7tgz8n2Iq)
(https://www.mx7.com/i/dcd/bcPUOX.png) (https://www.mx7.com/view2/zwDkOoPrF8y10oiS)(https://www.mx7.com/i/be0/Y8un7V.png) (https://www.mx7.com/view2/zwDl1S1mrmAiHJnC)
-
ถ้าไม่เกิดเรื่องจากพวกโลกสวยยูโทเปียไปซะก่อน พวกคุณๆ ก็คงได้เห็นคลิปเต็มๆ ระยะ 1.5 km อย่างแต่ก่อน ให้หายข้องใจกันล่ะครับ
เป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกท่านครับ ไม่เฉพาะทาง HLM เท่านั้นที่มาทดสอบเส้นนี้ อู่หลากสีแถวสรงประภา ก็ใช้บริการตลอดครับ แต่พิกัดระยะ 1.5 km ตรงด่านบางปะอิน ถือว่าปลอดภัยมาก โดยเฉพาะตอนดึกๆ แทบไม่มีรถวิ่งซักคัน
-
ถามผู้รู้ครับ จากคนที่ยังไม่เคยลองอย่างผมนะว่า...ถ้าปัจจัยอื่นๆเท่ากันหมด ระยะทางประมาณการที่ไม่แน่นอนว่าจะเป็น 1.5,1.6 หรือ 1.7 km. ตามแต่จะเบรคเร็วหรือช้าตามความมั่นใจในตัวรถของผู้ขับ แสดงว่าค่าความคลาดเคลื่อนด้านระยะทางคือ +- สูงสุด 200 เมตร นั่นก็ไม่ใช่น้อยๆนะครับ มันพอที่จะทำให้ความเร็วปลายไหลเพิ่มขึ้นไปอีก 10 km/hr จากระยะทางที่เพิ่มขึ้น 100-200 เมตรได้หรือเปล่าครับ?
-
ส่วนตัวค่อนข้างเชื่อมั่นในมาตราฐานของ HLM ในการจัดทำชุดข้อมูลตัวเลข ซึ่งมันเป็นเรื่อง Objective ไม่มีเอาความรุ้สึกส่วนตัวหรือการมโนจากการลองขับนิดหน่อยแล้วถือเป็นข้อสรุป ถ้าเป็นเรื่องความสบาย ความนุ่น ความแข็ง อันนี้ไม่เถียง Subjective 100%
ผมเชื่อว่าทีมงานไม่ใช่พวกที่จะมานั่งทำตัวเลขเพื่อให้สาธารณชนเข้าใจผิดเพื่อประโยชน์ของค่ายรถว่ารถรุ่นใดรุ่นหนึ่งมันแรงกว่ารุ่นอื่น เพราะมันมีผลทางจิตวิทยาในการซื้อของลูกค้าของค่ายรถยนต์ที่มาจากผู้อ่านเว็บ
แล้วกรณีการทดสอบความเร็วสูงสุดหลายคนน่าจะทราบว่ามันมีปัจจัยที่ทำให้ความเร็วปลายต่างกันมากมายหลายปัจจัย แม้แต่ความชื้นในอากาศ อุณหภูมิผิวถนน มวลรวม รัศมียางและความกลมของเส้นวงยางเมื่อเติมลมแตกต่างกัน ถ้าทำต่างสถานที่ ต่างเวลา มวลที่ต่างกัน และปัจจัยอื่นที่ไม่สามารถคุมให้เท่ากันได้ แล้วคนหนึ่งทำได้ อีกคนหนึ่งทำไม่ได้ แล้วมาตัดสินว่าคนที่ทำได้นั้นผิด ตรรกะมันจะแปลกๆไปนิด นึกแล้วเหมือนพวกที่เวลาคนอื่นซื้อมือถือ ซื้อรถแล้วมีปัญหา แล้วมักจะมีพวกเข้ามาเสนอความเห็นประมาณว่า มือถือตัวเองไม่เห็นจะมีอะไรเสียรถตัวเองซื้อมาหลายเดือนขับไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร เจ้าของรถเจ้าของปัญหาไปทำอะไรผิดปกติกับรถกับมือถือมาถึงได้เสียและมีปัญหา ทำไมของตัวเองทำงานได้ปกติ
ซึ่งความเห็นประเภทนี้ไม่สามารถถือข้อเท็จจริงเลยด้วยซ้ำเป็นการใช้มโนนุภาพส่วนบุคคล
-
ถามผู้รู้ครับ จากคนที่ยังไม่เคยลองอย่างผมนะว่า...ถ้าปัจจัยอื่นๆเท่ากันหมด ระยะทางประมาณการที่ไม่แน่นอนว่าจะเป็น 1.5,1.6 หรือ 1.7 km. ตามแต่จะเบรคเร็วหรือช้าตามความมั่นใจในตัวรถของผู้ขับ แสดงว่าค่าความคลาดเคลื่อนด้านระยะทางคือ +- สูงสุด 200 เมตร นั่นก็ไม่ใช่น้อยๆนะครับ มันพอที่จะทำให้ความเร็วปลายไหลเพิ่มขึ้นไปอีก 10 km/hr จากระยะทางที่เพิ่มขึ้น 100-200 เมตรได้หรือเปล่าครับ?
อย่าว่าแต่ Civic 1.8 เลยครับ
ระยะทาง 200 เมตร กับความเร็วที่เพิ่มขึ้น 10 km/h (กรณีจาก 180-190 km/h) ต่อให้ Civic RS ยังทำไม่ได้เลยครับ
-
ถามผู้รู้ครับ จากคนที่ยังไม่เคยลองอย่างผมนะว่า...ถ้าปัจจัยอื่นๆเท่ากันหมด ระยะทางประมาณการที่ไม่แน่นอนว่าจะเป็น 1.5,1.6 หรือ 1.7 km. ตามแต่จะเบรคเร็วหรือช้าตามความมั่นใจในตัวรถของผู้ขับ แสดงว่าค่าความคลาดเคลื่อนด้านระยะทางคือ +- สูงสุด 200 เมตร นั่นก็ไม่ใช่น้อยๆนะครับ มันพอที่จะทำให้ความเร็วปลายไหลเพิ่มขึ้นไปอีก 10 km/hr จากระยะทางที่เพิ่มขึ้น 100-200 เมตรได้หรือเปล่าครับ?
อย่าว่าแต่ Civic 1.8 เลยครับ
ระยะทาง 200 เมตร กับความเร็วที่เพิ่มขึ้น 10 km/h (กรณีจาก 180-190 km/h) ต่อให้ Civic RS ยังทำไม่ได้เลยครับ
แบบนั้นก็ต้องยอมรับผลการทดสอบของ hlm ว่าแรงปลายอันลึกลับของ 1.8 i-vtec ดีกว่า 2.0 skyactive , 1.8 dual-vvti 1.5 ecoboot และอีกหลายๆตัว ของเค้าดีจริงๆ
-
คหสต. ผมมองว่าการทดสอบของ HLM ไม่ได้เป้นมาตรฐานนะครับ เพราะเป้นการทดสอบต่างกรรม ต่างวาระ
ไมล์ก็ไมล์รถที่มันเพี้ยนๆ นั่นแหละ คือ HLM ไม่ใช่สถาบันทดสอบ ที่จะมีเครื่องมือราคาแพง มาตรฐานสูง
อยากได้เที่ยงตรงขึ้นมาอีกหน่อยต้องบางเวป ที่ขับแข่งกันตรงๆ ให้เห็นกันไปเลยว่าใคร เร็ว ช้า ต่างกัน
แต่ที่ชอบเวป HLM เพราะความเป็นกลางในเรื่องการวิจารณ์ ผิดกับเวปโลกสวยอื่นๆ ฟังอ่านแล้วเลี่ยน
ใช้ภาษาหรูๆ เช่น อย่างให้ท่านผู้ฟังพิจารณากันเอาเอง อ้าวแล้วที่มาขับมาเทส มันพูดออกมาไม่ได้หรืออย่างไร
ปล. ความเร็วระดับนั้นไม่รู้จะทะเลาะกันทำไม ต่างกัน +/- แค่ 2-3% คิดมากไปหรือเปล่า
-
ผมเคารพ HLM แค่ปัจจัยนี้ผมฟังไว้เป็นข้อมูล ผมไม่เชื่อเท่าไรครับ ^^
เสพข่าวได้ ใช้วิจารณญาณครับ เพราะผมลอง 1.8 EL สีดำ เพื่อนผม ไปไม่ถึง ณ ระยะทางเท่ากัน นั่งสองคน น้ำหนัก 63+58 kg
ปล. ลองเพราะอยากรู้จริงๆว่าไปได้ไหม
ของเพื่อนคุณไม่ถึงแปลว่าผมขับแล้วต้องไม่ถึง?
อยากดูคลิปมาเจอกัน Burger King ทางด่วนได้ครับ ผมจะเอาใส่คอมมาให้คุณดู ผมถ่ายไว้เห็นแตะเลข 190 แน่นอน เอามั้ย ถ้าเอา PM มานัดได้เลย
เรียนคุณแพนให้ใจเย็นๆ ผมไม่ได้ว่า HLM ปั้นข้อมูลปลอมขั้นมาหลอกลวงนะครับ ไม่ใช่ไม่เชื่อหมายถึง การทดสอบมันเป็นการทดสอบแบบไม่ได้เคร่งครัดในการควบคุมตัวแปรนัก ลองเล่นๆดูว่า 1.5 km ได้เท่าไร ไม่ได้วัดตัวเลขเอาชนะกันแบบจริงจัง เลยได้ผลที่อาจจะผิดเพี้ยนไปได้
อย่าพึ่งเข้าใจผิด ไม่ได้คิดว่า HLM หลอกครับ ไม่งั้นผมคงไม่ตามเว็บนี้หรอก รถผมก็เลือกซื้อเพราะข้อมูลจากเว็บนี้เนี่ยแหละครับ
-
ไม่เคยลองกับ FD ที่บ้านเลย ว่าระยะ 1.5 กิโล จะทำความเร็วได้เท่าไหร่
-
ถามผู้รู้ครับ จากคนที่ยังไม่เคยลองอย่างผมนะว่า...ถ้าปัจจัยอื่นๆเท่ากันหมด ระยะทางประมาณการที่ไม่แน่นอนว่าจะเป็น 1.5,1.6 หรือ 1.7 km. ตามแต่จะเบรคเร็วหรือช้าตามความมั่นใจในตัวรถของผู้ขับ แสดงว่าค่าความคลาดเคลื่อนด้านระยะทางคือ +- สูงสุด 200 เมตร นั่นก็ไม่ใช่น้อยๆนะครับ มันพอที่จะทำให้ความเร็วปลายไหลเพิ่มขึ้นไปอีก 10 km/hr จากระยะทางที่เพิ่มขึ้น 100-200 เมตรได้หรือเปล่าครับ?
ผมไม่ใช่กลุ่มผู้รุ้นะครับ แต่คำนวณแบบง่ายๆสรุปได้ว่า
การเข้าเส้น 190 km/h ที่ 1500 เมตร ใช้ 28.42
และ
การเข้าเส้น 190 km/h. ที่1700 เมตร ใช้32.21วิ
ดังนั้น 1500 กับ1700 เมตร ต่างกันครับ
-
ถามผู้รู้ครับ จากคนที่ยังไม่เคยลองอย่างผมนะว่า...ถ้าปัจจัยอื่นๆเท่ากันหมด ระยะทางประมาณการที่ไม่แน่นอนว่าจะเป็น 1.5,1.6 หรือ 1.7 km. ตามแต่จะเบรคเร็วหรือช้าตามความมั่นใจในตัวรถของผู้ขับ แสดงว่าค่าความคลาดเคลื่อนด้านระยะทางคือ +- สูงสุด 200 เมตร นั่นก็ไม่ใช่น้อยๆนะครับ มันพอที่จะทำให้ความเร็วปลายไหลเพิ่มขึ้นไปอีก 10 km/hr จากระยะทางที่เพิ่มขึ้น 100-200 เมตรได้หรือเปล่าครับ?
ผมไม่ใช่กลุ่มผู้รุ้นะครับ แต่คำนวณแบบง่ายๆสรุปได้ว่า
การเข้าเส้น 190 km/h ที่ 1500 เมตร ใช้ 28.42
และ
การเข้าเส้น 190 km/h. ที่1700 เมตร ใช้32.21วิ
ดังนั้น 1500 กับ1700 เมตร ต่างกันครับ
ตอบทั้งสองท่านให้เลยว่ามันต่างอยู่แล้วครับ ในกรณีของ Civic 1.8 ช่วงความเร็วสูงสุดคือ 190 และช่วง 200 เมตรก่อนหน้านั้นอยู่ที่ 185
ของรุ่น 1.5RS จะเป็น 203 และ 199
รถใหญ่พลังม้าไม่เยอะอย่าง MU-X 1.9 อยู่ที่ 160 และ 158
เอารถ SUV 400 ม้ามั้ยครับ? XC90 T8 210 และ 205
ส่วนเรื่องแรงปลายลึกลับของคุณ a14 ผมจะอธิบายอีกครั้งว่า
- EcoBoost สับ 4 ไป 5 ที่ 5,500 โดยเกียร์มันสั่งเอง ผมไม่ได้ยกคันเร่ง สับแล้วรอบร่วงเหลือ 4,000 แล้วก็ล้อของ Ford ใช้ 17 นิ้วลายค่อนข้างตัน ผมว่าถ้าจับ Civic 1.8 RS ใส่ล้อตัวเดียวกันอัตราเร่งก็น่าจะช้าลงกว่านี้ หรือถ้าฟอร์ดทดเกียร์ 5 จัดกว่านี้หน่อยก็จะได้เลขสวยกว่านี้
- Dual VVTi แรงกว่า แต่ปลายสู้ไม่ได้ครับเพราะล็อค และก่อนถึงจุดตัดล็อค ลิ้นคันเร่งก็เริ่มหรี่ไปก่อนแล้ว แปลว่ารถมันตัดทอนกำลังของตัวเองก่อนถึงจุดล็อคครับ แต่ถ้าเป็นช่วง 0-170 ที่กำลังมันมาเต็ม ผมว่าต่อให้ Altis ไมล์โม้ มันก็ขึ้นหน้า Civic ได้ ถ้าใช้รุ่นล้อ 16 เหมือนกัน คาแร็คเตอร์การจับส่งกำลังของเกียร์ Toyota ไวกว่าตั้งแต่ต้น ส่วนเรื่องการไล่รอบเป็น gimmicks เฉยๆ อันที่จริงจะไล่หรือไม่ไล่รอบผมว่าไม่ส่งผลต่อความเร็วในการไต่ขนาดนั้น
-
ถามผู้รู้ครับ จากคนที่ยังไม่เคยลองอย่างผมนะว่า...ถ้าปัจจัยอื่นๆเท่ากันหมด ระยะทางประมาณการที่ไม่แน่นอนว่าจะเป็น 1.5,1.6 หรือ 1.7 km. ตามแต่จะเบรคเร็วหรือช้าตามความมั่นใจในตัวรถของผู้ขับ แสดงว่าค่าความคลาดเคลื่อนด้านระยะทางคือ +- สูงสุด 200 เมตร นั่นก็ไม่ใช่น้อยๆนะครับ มันพอที่จะทำให้ความเร็วปลายไหลเพิ่มขึ้นไปอีก 10 km/hr จากระยะทางที่เพิ่มขึ้น 100-200 เมตรได้หรือเปล่าครับ?
ผมไม่ใช่กลุ่มผู้รุ้นะครับ แต่คำนวณแบบง่ายๆสรุปได้ว่า
การเข้าเส้น 190 km/h ที่ 1500 เมตร ใช้ 28.42
และ
การเข้าเส้น 190 km/h. ที่1700 เมตร ใช้32.21วิ
ดังนั้น 1500 กับ1700 เมตร ต่างกันครับ
ตอบทั้งสองท่านให้เลยว่ามันต่างอยู่แล้วครับ ในกรณีของ Civic 1.8 ช่วงความเร็วสูงสุดคือ 190 และช่วง 200 เมตรก่อนหน้านั้นอยู่ที่ 185
ของรุ่น 1.5RS จะเป็น 203 และ 199
รถใหญ่พลังม้าไม่เยอะอย่าง MU-X 1.9 อยู่ที่ 160 และ 158
เอารถ SUV 400 ม้ามั้ยครับ? XC90 T8 210 และ 205
ส่วนเรื่องแรงปลายลึกลับของคุณ a14 ผมจะอธิบายอีกครั้งว่า
- EcoBoost สับ 4 ไป 5 ที่ 5,500 โดยเกียร์มันสั่งเอง ผมไม่ได้ยกคันเร่ง สับแล้วรอบร่วงเหลือ 4,000 แล้วก็ล้อของ Ford ใช้ 17 นิ้วลายค่อนข้างตัน ผมว่าถ้าจับ Civic 1.8 RS ใส่ล้อตัวเดียวกันอัตราเร่งก็น่าจะช้าลงกว่านี้ หรือถ้าฟอร์ดทดเกียร์ 5 จัดกว่านี้หน่อยก็จะได้เลขสวยกว่านี้
- Dual VVTi แรงกว่า แต่ปลายสู้ไม่ได้ครับเพราะล็อค และก่อนถึงจุดตัดล็อค ลิ้นคันเร่งก็เริ่มหรี่ไปก่อนแล้ว แปลว่ารถมันตัดทอนกำลังของตัวเองก่อนถึงจุดล็อคครับ แต่ถ้าเป็นช่วง 0-170 ที่กำลังมันมาเต็ม ผมว่าต่อให้ Altis ไมล์โม้ มันก็ขึ้นหน้า Civic ได้ ถ้าใช้รุ่นล้อ 16 เหมือนกัน คาแร็คเตอร์การจับส่งกำลังของเกียร์ Toyota ไวกว่าตั้งแต่ต้น ส่วนเรื่องการไล่รอบเป็น gimmicks เฉยๆ อันที่จริงจะไล่หรือไม่ไล่รอบผมว่าไม่ส่งผลต่อความเร็วในการไต่ขนาดนั้น
เสริมคุณแพนให้คุณA14นะครับ
ในระยะ 200 เมตรสุดท้าย
ความเร็วปลาย 190
ความเร็วต้น 185
ด้วยความเร่ง 4.6875 m/s' 2
ดังนั้น รถคันนี้ใช้เวลา 1.067 วินาที ในการเปลี่ยนแปลงความเร็ว จาก 185-->190 ด้วยเวลา 1.07 วิ
ในระยะทางที่สั้นมากๆ 200เมตร
ซึ่งเป็นพลังที่น่าสนใจทีเดียว
-
ด้วยความสงสัยผมเลยลองคำนวณใหม่โดยใช้สมการฟิสิกส์พื้นฐานภายใต้เงื่อนไขที่ความเร็วเพิ่มจาก 185 km/hr (51.389 m/s)ไปเป็น 190 km/hr (52.778 m/s) ในระยะทาง 200 m. โดยแปลงหน่วยให้อยู่ในระบบ SI ก่อนแทนลงในสมการ ได้ค่าไม่ตรงกับคุณ Pegasus7700 นะครับ เวลาที่ใช้ไปในการเร่งความเร็วดังกล่าวคือ 3.84 วินาที ด้วยค่าความเร่ง 0.36 เมตร/วินาทียกกำลังสอง ซึ่งน่าจะสมเหตุสมผลมากกว่าครับ และเป็นำปได้ในทางทฤษฎี ดังนั้นความเร็วปลายที่มากกว่าจึงเป็นไปได้ทั้งสมรรถนะรถที่ดีกว่าหรือไม่ก็ระยะทางที่มากกว่าครับ
ปล.ผมคำนวณได้แต่ไม่เคยลองนะครับ
-
อ่านไปอ่านมากระทู้ชักยาวเหมือนความเร็วปลายซีวิค ;D