Headlight Magazine : community

General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: Smith686 ที่ ธันวาคม 12, 2016, 17:38:07

หัวข้อ: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Smith686 ที่ ธันวาคม 12, 2016, 17:38:07
สรุป “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ  0.97% ต่อปี

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2559

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผย

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2555 เป็นวันสุดท้ายที่กรมสรรพสามิตเปิดให้ยื่นใช้สิทธิ์คืนภาษีตามนโยบายรถยนต์คันแรก

ปรากฏว่าจากการปิดรับการยื่นเอกสารทุกจุดมีประชาชนมาใช้สิทธิ์ 1,255,942 คัน

เป็นเงินภาษีต้องคืน 91,061 ล้านบาท

ในปีงบประมาณ 2555 (1 ตุลาคม 2554-30 กันยายน 2555) ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 7,500 ล้านบาท

กรมสรรพสามิตได้คืนภาษีให้กับผู้ที่ครอบครองรถครบ 1 ปี ประมาณ 40,000 ราย วงเงิน 3,000 ล้านบาท ยังมีงบประมาณเหลืออีก 4,500 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2556 (1 ตุลาคม 2555-30 กันยายน 2556) ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 18,000 ล้านบาท แต่ไม่เพียงพอ กรมสรรพสามิตต้องทำเรื่องเสนอกระทรวงการคลังของบกลางอีก 20,000 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2557 (1 ตุลาคม 2556-30 กันยายน 2557) ต้องจัดสรรงบประมาณอีก 30,000-40,000 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2558 อีกจำนวนหนึ่ง

โครงการรถคันแรกส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวตลอดโครงการร้อยละ 0.97 ต่อปี

การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนหลายรอบ การใช้จ่ายเงินของรัฐทุก 1 บาท จะมีผลต่อเศรษฐกิจมหภาคเท่ากับ 1.4 บาท

ทำให้รัฐมีรายได้จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ ภาษีทะเบียนรถยนต์ ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท
https://www.matichonweekly.com/intrend/article_17458 (https://www.matichonweekly.com/intrend/article_17458)

 (https://www.mx7.com/i/da7/aU6kl0.jpg) (https://www.mx7.com/view2/zxGnAH3m2sgjkSdD)
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: ps000000 ที่ ธันวาคม 12, 2016, 17:45:50
ครับ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: PEAY ที่ ธันวาคม 12, 2016, 17:52:15
  ผมว่าทำให้เศรษฐกิจหดตัวมาตลอดตั้งแต่ครบปีที่เริ่มโครงการไม่ว่า
  มีดีอยู่ปีเดียวคือปีที่ยังไม่สิ้นสุดโครงการ ดีสุดๆก่อนสิ้นโครงการสองเดือนสุดท้าย
  หลังจากนั้นลบไปปีละไม่ต่ำว่า0.97% ต่อปีมากกว่า
ไม่ทราบว่าท่านอธิบดีเคยไปตามตลาดนัดบ้างหรือเปล่า เงียบมา3-4ปีแล้วนะ
  หวังว่าพอเริ่มสิ้นสุดโครงการ มนุษย์เงินเดือนจะนำเงินที่ต้องผ่อนรถออกมาหมุนเวียนในระบบมากขึ้นนะจ๊ะ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: sukhontha ที่ ธันวาคม 12, 2016, 17:57:51
ผมหวังว่าหมดจกโครงการนี้  จะทำให้คนหลายคนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายเงิน



(ตามท่านวีระ)  หาได้น้อย  ใช้น้อย  ที่เหลือเก็บ
                   หาได้มาก  ใช้น้อย  ที่เหลือเก็บ
                   หมดหนี้แล้ว  ที่เหลือก็เก็บ

อาจจะมีคนรวยเพิ่มขึ้น....
   
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: แมวดราม่า ที่ ธันวาคม 12, 2016, 18:42:49
ปัญหาคือ หมดห้าปี ผ่อนหมดกันหรือยัง?  ;D
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: heaven_no.9 ที่ ธันวาคม 12, 2016, 18:50:55
อีกแปดเดือนจะเป็นไท  :-* :-*
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 12, 2016, 19:53:25
สรุปว่า
อยากให้เศรษฐกิจดี

ก็ยกเลิกภาษี สรรพสามิต ปัญญาอ่อนไป ครับ

สรุป ชัดๆนะ
เงินภาษีต้องคืน 91,061 ล้านบาท
โครงการรถคันแรกส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวตลอดโครงการร้อยละ 0.97 ต่อปี
การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนหลายรอบ การใช้จ่ายเงินของรัฐทุก 1 บาท จะมีผลต่อเศรษฐกิจมหภาคเท่ากับ 1.4 บาท
ทำให้รัฐมีรายได้จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ ภาษีทะเบียนรถยนต์ ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท

รัฐมีรายได้จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ ภาษีทะเบียนรถยนต์ ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท
เงินภาษีต้องคืน 91,061 ล้านบาท

91061 - 20000 =  71061

71061 คือ ภาษี ที่ ไม่สมควรต้องเก้บ เลย ถ้าอยากกระตุ้นการซื้อรถ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: SM. ที่ ธันวาคม 12, 2016, 20:45:57
ปัญหาคือ หมดห้าปี ผ่อนหมดกันหรือยัง?  ;D

ต้องถามเพิ่มด้วยครับว่า หนี้เสียไปเท่าไหร่  ;D ;D ;D
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Newhang ที่ ธันวาคม 12, 2016, 22:05:11
เปลี่ยนมาเป็น สรุปความเสียหายจากรถคันแรกดีกว่ามั๊ยครับ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: แมวดราม่า ที่ ธันวาคม 12, 2016, 22:23:32
สรุปว่า
อยากให้เศรษฐกิจดี

ก็ยกเลิกภาษี สรรพสามิต ปัญญาอ่อนไป ครับ

สรุป ชัดๆนะ
เงินภาษีต้องคืน 91,061 ล้านบาท
โครงการรถคันแรกส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวตลอดโครงการร้อยละ 0.97 ต่อปี
การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลจะทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนหลายรอบ การใช้จ่ายเงินของรัฐทุก 1 บาท จะมีผลต่อเศรษฐกิจมหภาคเท่ากับ 1.4 บาท
ทำให้รัฐมีรายได้จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ ภาษีทะเบียนรถยนต์ ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท

รัฐมีรายได้จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ ภาษีทะเบียนรถยนต์ ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท
เงินภาษีต้องคืน 91,061 ล้านบาท

91061 - 20000 =  71061

71061 คือ ภาษี ที่ ไม่สมควรต้องเก้บ เลย ถ้าอยากกระตุ้นการซื้อรถ

ไม่เห็นด้วยครับ ภาษีสรรพสามิตเป็นกลไกการเก็บรายได้เข้ารัฐจาก "สินค้าฟุ่มเฟือย" ที่มีความเหมาะสมอยู่แล้ว ภาษีสรรพสามิตยังถือเป็นอีกกลไกหนึ่งในการปกป้องเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยป้องกันเงินตราไหลออกนอกประเทศจากการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยนำเข้ามากเกินไป หากท่าน "พร้อมจ่าย" ภาครัฐต้องได้ส่วนหนึ่งหรือมากกว่าจำนวนเงินที่ไหลออกนอกประเทศ นั่นคือเหตุผลเช่นกันว่าทำไมรถที่ใช้ชิ้นส่วนประกอบในประเทศ หรือภายใต้ความตกลงการค้าบางประการ จึงได้สิทธิพิเศษทางภาษี ไม่ถือเป็นเรตเดียวกับสินค้านำเข้า 100%

และเศรษฐกิจดี ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการที่รัฐควรจะยกเลิกภาษีสรรพสามิต ถ้าประชาชนมีปัญญาจ่ายภาษีสรรพสามิตในรายการสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตนัก สิ่งนั้นสะท้อนกลับมาว่า ประชาชนมีกำลังบริโภคหลายๆ อย่างมากกว่าด้วยซ้ำ

โอเค การใช้เงินภาครัฐแบบผิดๆ ส่งผลกระทบทำให้ภาครัฐอาจต้องปรับนโยบายภาษี มาขึ้นภาษีสรรพสามิต ก็จริง

แต่จากโครงการรถคันแรก ที่บอกว่ารัฐต้องคืน 9 หมื่นกว่าล้าน ลองคิดในทางกลับกัน โปรโมฯ ระยะสั้นอาจเรียกความรักความศรัทธาจากบริษัทรถได้ ไม่ย้ายฐานลงทุน

แต่ในระยะยาว  สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เศรษฐกิจขาดสภาพคล่องเนื่องจากประชาชนหลัก 1 ล้านคน ต้องใช้เงินเพื่อผ่อนรถอย่างเดียว ผมตีกลมๆ 5 แสนบาทนะ ก็คือ 5 แสนล้านบาทที่ไม่ถูกเอาไปใช้ในวงจรอื่นๆ เลย นอกจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นเวลาอย่างน้อยๆ ก็ 3 ปี

สิ่งเหล่านี้คือ "ราคาอันเจ็บปวดที่รัฐต้องยอมแลกมา" เพื่อคงไว้ซึ่งฐานอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นไม้ตายก้นหีบของเศรษฐกิจไทย

และต่อจากนี้ สิ่งที่ควรใช้ประโยชน์และเอื้ออำนวยต่อฝั่งผู้ลงทุน ควรจะเป็น "ภาษีสรรพากรสำหรับนิติบุคคล" ในอัตราที่เหมาะสมมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นนโยบายทรัมป์ ที่เอื้ออำนวยและชักจูงคนให้กลับมาลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ (ผมไม่ได้บอกว่าชอบนโยบายอื่นลุงแกนะ)
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 12, 2016, 22:41:20

ผมประชดเฉยๆครับ
อยากให้ยอดขายรถเพิ่มแค่ลด ภาษี ลงครับ  ทุกวันนี้ รถเก๋ง มัน 20-30 % บวกก่อน VAT ก้เกินไป กับ รายได้
ทำอย่างกับเล่นขายของ นึกอยากรถก้ลด นึกอยากยกเลิก นึกอยากละเว้น ค่ายรถมึนไปหมดแล้วครับ
กะจะ ให้ คนไทย ใช้แต่ กะบะ รึไงกัน

คนไทย ต้องจ่าย 20-30 % ของราคารถ
ในขณะ ที่รถส่งออก อีกมากมาย ก็ขาย ราคาปกติ รัฐก็ได้เงินจาก รายได้ของโรงงานอยู่แล้วครับ
 

หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: แมวดราม่า ที่ ธันวาคม 12, 2016, 23:27:19

ผมประชดเฉยๆครับ
อยากให้ยอดขายรถเพิ่มแค่ลด ภาษี ลงครับ  ทุกวันนี้ รถเก๋ง มัน 20-30 % บวกก่อน VAT ก้เกินไป กับ รายได้
ทำอย่างกับเล่นขายของ นึกอยากรถก้ลด นึกอยากยกเลิก นึกอยากละเว้น ค่ายรถมึนไปหมดแล้วครับ
กะจะ ให้ คนไทย ใช้แต่ กะบะ รึไงกัน

คนไทย ต้องจ่าย 20-30 % ของราคารถ
ในขณะ ที่รถส่งออก อีกมากมาย ก็ขาย ราคาปกติ รัฐก็ได้เงินจาก รายได้ของโรงงานอยู่แล้วครับ

แก้ยากครับ เพราะถ้ามันไม่บิดเบือนตลาดมาแต่ต้น (และไปบิดน้ำมันดีเซลซ้ำ ตามด้วย PPV อีกรอบฮ่าๆ...)
ป่านนี้กระบะเมืองไทยเรา 1.5 ล้านไปนานแล้ว ต้นทุนมันสูงกว่า C-Car เยอะแยะ

ผมก็อยากให้รถยนต์ราคาถูกเหมือนกัน แต่ไปเพิ่มมาตรการควบคุมให้ชัดเจนและเข้มงวดขึ้น
เช่น
- อัตราภาษีทวีคูณสำหรับรถเก่าที่ไม่ผ่านตรวจสภาพหรือไม่ผ่านเกณฑ์ไอเสียที่ปรับปรุงใหม่ (ปรับปรุงทุก 3-5 ปี ฯลฯ) เพื่อจูงใจให้ซื้อรถใหม่ที่สะอาดขึ้น
- อัตราภาษีตามแรงม้า ค่าไอเสีย/ก๊าซพิษ และเสียงรบกวน แทนเก็บตามประเภท/ซีซี (ซึ่งไม่ได้แสดงถึงสมรรถนะรถเลย)
ตอนเก็บสรรพสามิต และต่อภาษีประจำปี วัดโดยใช้ค่าเฉลี่ยจากเชื้อเพลิงที่เผาไหม้สะอาดที่สุด (เช่น LPG/CNG/E85)
กับเชื้อเพลิงที่ให้กำลังต่อหน่วยสูงสุด (เช่น เบนซิน 95) ซึ่งรถคันนั้นๆ รองรับ โดยผู้ทดสอบหรือห้องปฏิบัติการที่เป็นมาตรฐานเดียว
- กำหนดให้สำแดงหลักฐานที่จอดรถก่อนอนุญาตจดทะเบียน กรณีเป็นบ้านเช่า/หอพัก/คอนโด ต้องมีหลักฐานแสดงจากเจ้าของสถานที่
- ใช้มาตรการโทษปรับทวีคูณตามรายได้/เกณฑ์เสียภาษีประจำปีผู้ขับหรือนิติบุคคล
- คำนวณอัตราเบี้ย พรบ. และประกันภัยภาคสมัครใจ โดยมีตัวแปรค่าที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลขนส่ง ภาษีประจำปี และข้อมูลด้านบนอื่นๆ

ตรงจุดนี้ ก็จะทำให้รถบ้านราคาถูกลงโดยอัตโนมัติ กระบะบ้าพลังก็จะโดนทอนลงมาเอง
คนที่ใช้รถแบบบ้านๆ เดิมๆ ก็ควรจะได้ประหยัดและจ่ายแบบบ้านๆ โดยเฉพาะรถที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม
อาจดูแนวทางว่า เน้นการใช้งานรถเบนซินมากขึ้น ในเมือง เนื่องจากมีข้อดีด้านไอเสีย-มลพิษเพิ่มเติม
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 12, 2016, 23:40:34

คงต้อง รอไดโนเสาร์ หมดไปจากกระทรวงก่อนรับ .....
ดีเซล มลพิษ สูงมากจริงๆครับ

กะบะ ที่บ้าน เหม็นควัน อยู่หลังรถไม่ได้เลย ท่อก็ดำมากๆ

ต่างจาก เก๋งที่ เติม E85  ท่อรถ นี่ ใส เงา มากครับ ไม่ดำเลย ใช้มา ห้า ปี
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: แมวดราม่า ที่ ธันวาคม 13, 2016, 06:51:08

คงต้อง รอไดโนเสาร์ หมดไปจากกระทรวงก่อนรับ .....
ดีเซล มลพิษ สูงมากจริงๆครับ

กะบะ ที่บ้าน เหม็นควัน อยู่หลังรถไม่ได้เลย ท่อก็ดำมากๆ

ต่างจาก เก๋งที่ เติม E85  ท่อรถ นี่ ใส เงา มากครับ ไม่ดำเลย ใช้มา ห้า ปี

ที่สำคัญ ควรจะมีนโยบายจัดการกับรถสายปลาหมึกจริงๆ นะครับ ตัวทำร้ายสิ่งแวดล้อมเลยแหละ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 13, 2016, 08:32:24

ที่สำคัญ ควรจะมีนโยบายจัดการกับรถสายปลาหมึกจริงๆ นะครับ ตัวทำร้ายสิ่งแวดล้อมเลยแหละ

Eco car โดนภาษี 17 %
แต่ กะบะ แวนซ์ ควันดำ แต่งซิ่ง โดนภาษี 5 % เยี่ยมครับ ปรเทศไทยจงเจริญ

ทุกวันนี้ผมก็ขับ กะบะ 5 % แทนที่จะเป็น Eco car เพราะ รับไม่ได้กับ ภาษี ขูดรีดประชาชน ครับ
แต่ ผมใช้งานปกตินะ ออกมาเพราะ เห็น รัฐอุ้ม ดีเซลดีจัง แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว 555

ดีเซล Co2 150 +
แต่ eco car แค่ 100 กว่าๆ แต่โดนภาษี เยอะกว่า โครตจะงง โดนท่กกว่า 10 %

วิบัติครับ ประเทศไทย

หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Krongbun ที่ ธันวาคม 13, 2016, 08:38:43
 :P อีกหนึ่งเสียงเลยครับ
บ้านเราไม่มองเรื่องมลภาวะเลยครับ
แทนที่จะสนับสนุนพวกรถพลังงานทางเลือก
แต่รถพวกนี้แม่มดันแพงซะงั้นอ่ะ ใครจะไปเล่นหล่ะ
ลำพังอไหล่ก็โคตรจะแพง
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Arado_kung ที่ ธันวาคม 13, 2016, 09:06:14

ที่สำคัญ ควรจะมีนโยบายจัดการกับรถสายปลาหมึกจริงๆ นะครับ ตัวทำร้ายสิ่งแวดล้อมเลยแหละ

Eco car โดนภาษี 17 %
แต่ กะบะ แวนซ์ ควันดำ แต่งซิ่ง โดนภาษี 5 % เยี่ยมครับ ปรเทศไทยจงเจริญ

ทุกวันนี้ผมก็ขับ กะบะ 5 % แทนที่จะเป็น Eco car เพราะ รับไม่ได้กับ ภาษี ขูดรีดประชาชน ครับ
แต่ ผมใช้งานปกตินะ ออกมาเพราะ เห็น รัฐอุ้ม ดีเซลดีจัง แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว 555

ดีเซล Co2 150 +
แต่ eco car แค่ 100 กว่าๆ แต่โดนภาษี เยอะกว่า โครตจะงง โดนท่กกว่า 10 %

วิบัติครับ ประเทศไทย

ตัดอคติออกไปก่อนครับ แล้วคุณจะพบว่ารถกระบะนี่แหละคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยเลย ส่วนใหญ่เป็นรถขนผลิตภัณฑ์ต่างๆมาขายทั้งนั้น แล้วถ้ารัฐเกิดเก็บภาษีเท่ากับรถประเภทอื่น จนทำให้ราคารถกระบะแพงขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น สุดท้ายภาระมันก็กลับมาลงที่คุณอยู่ดีเพราะต้องซื้อสินค้าและบริการที่แพงขึ้นจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น กระบะแวนซ์แต่งซึ่งควันดำที่ดูเหมือนจะมีเยอะแต่พอเอามาเทียบอัตราส่วนกับรถที่ใช้งานจริงๆแล้วก็จัดว่าน้อยมากอยู่ดีส่วนใหญ่เป็นรถอยู่ในเมืองกันทั้งนั้น เวลาผมไปตจว.ไกลๆหน่อยหารถกระบะแต่งซิ่งแทบไม่เจอ บางอำเภอเรียกว่าไม่มีซักคันเลยก็ได้ มีแต่รถเดิมๆเน้นใช้งานกันทั้งนั้น
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: XyteBlaster ที่ ธันวาคม 13, 2016, 10:51:45
ถ้าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จริงๆ ต้องพัฒนาระบบรางนะครับ

ระบบ กระบะ รถบรรทุก เป็นระบบที่สิ้นเปลืองมากที่สุด  แต่บ้านเราใช้กันเยอะ เพราะเอาใจนักลงทุนมากเกินไป

เกิดปัญหางูกินหาง จะลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เน้นระบบราง ก็เสียดาย อุตสาหกรรมยานยนต์

ทางที่ดี  สนับสนุนให้ส่งออกเป็นหลัก ขายในประเทศเป็นรอง  แบบที่บางค่ายทำอยู่ตอนนี้ครับ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 13, 2016, 11:13:56
ตัดอคติออกไปก่อนครับ แล้วคุณจะพบว่ารถกระบะนี่แหละคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยเลย ส่วนใหญ่เป็นรถขนผลิตภัณฑ์ต่างๆมาขายทั้งนั้น แล้วถ้ารัฐเกิดเก็บภาษีเท่ากับรถประเภทอื่น จนทำให้ราคารถกระบะแพงขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น สุดท้ายภาระมันก็กลับมาลงที่คุณอยู่ดีเพราะต้องซื้อสินค้าและบริการที่แพงขึ้นจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น กระบะแวนซ์แต่งซึ่งควันดำที่ดูเหมือนจะมีเยอะแต่พอเอามาเทียบอัตราส่วนกับรถที่ใช้งานจริงๆแล้วก็จัดว่าน้อยมากอยู่ดีส่วนใหญ่เป็นรถอยู่ในเมืองกันทั้งนั้น เวลาผมไปตจว.ไกลๆหน่อยหารถกระบะแต่งซิ่งแทบไม่เจอ บางอำเภอเรียกว่าไม่มีซักคันเลยก็ได้ มีแต่รถเดิมๆเน้นใช้งานกันทั้งนั้น

ผมไม่ได้ บอกให้ขายกะบะแพงครับ
แค่บอก ให้ ชนชั้นกลาง มี โอกาส ได้ใช้ รถเก๋ง ในราคา ยุติธรรม บ้าง

ตกลง รถเก๋ง คือ สินค้า ฟุ่มเฟือยเหรอ ที่มาเก็บภาษี 25 - 30 % ทั้งที่ มลพิษ ต่ำกว่ากะบะ เยอะ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: blitzpao ที่ ธันวาคม 13, 2016, 11:15:42
ในทางมหภาคนโยบายนี้คุ้มในเรื่อง multiplier effect ในระยะสั้น ส่วนระยะยาวนั้นตัวเลข NPL จากรถยังไม่สูงมาก ทำไมถึงคุ้มเพราะเงินภาษีที่ไม่เสียประชาชนเอาไปใช้จ่ายต่อในเรื่องอื่น ซึ่งรัฐเก็บ VAT อยู่แล้วครับและผมคิดว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทางอ้อมที่ดีแต่ไม่ใช่จะใช้บ่อยๆ นะ

ในทางสังคมผมก็ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้ภาษีในส่วนรถเก็บไปทำอะไรบ้างเพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีการแจกแจงแต่คิดว่าอาจจะกระทบเรื่องระบบขนส่งมวลชน อยู่บ้านเช่นงบสร้างถนนแต่จริงๆแล้ว ประเทศไทยมี Leak ด้านอื่นเยอะกว่าเช่นการสร้างถนนที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ และการทำให้รถราคาถูกลงทำให้บางครอบครัวที่มีเงินไม่ถึง B segment แต่ถึง Eco Car ก็มีโอกาสยกระดับจากมอไซไปรถยนต์ช่วยให้ลดอุบัติเหตุมั้ง ? เพราะผมไม่มีตัวเลขสนับสนุนนะ ทำให้รถติดเพิ่มขึ้นมั้ยก็ใช่ครับแต่มันเป็นปัญหาที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว

ข้อติก็คงมีที่ ทำไม รบ ตอนนั้นไม่ทำให้ค่าต่อทะเบียนเพิ่มขึ้นในปีแรกเพื่อชดเชยบางส่วน และไม่เร่งการก่อสร้างขนส่งมวลชนเป็นปัญหาทำให้รถติด

หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Arado_kung ที่ ธันวาคม 13, 2016, 11:25:42
ตัดอคติออกไปก่อนครับ แล้วคุณจะพบว่ารถกระบะนี่แหละคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยเลย ส่วนใหญ่เป็นรถขนผลิตภัณฑ์ต่างๆมาขายทั้งนั้น แล้วถ้ารัฐเกิดเก็บภาษีเท่ากับรถประเภทอื่น จนทำให้ราคารถกระบะแพงขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น สุดท้ายภาระมันก็กลับมาลงที่คุณอยู่ดีเพราะต้องซื้อสินค้าและบริการที่แพงขึ้นจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น กระบะแวนซ์แต่งซึ่งควันดำที่ดูเหมือนจะมีเยอะแต่พอเอามาเทียบอัตราส่วนกับรถที่ใช้งานจริงๆแล้วก็จัดว่าน้อยมากอยู่ดีส่วนใหญ่เป็นรถอยู่ในเมืองกันทั้งนั้น เวลาผมไปตจว.ไกลๆหน่อยหารถกระบะแต่งซิ่งแทบไม่เจอ บางอำเภอเรียกว่าไม่มีซักคันเลยก็ได้ มีแต่รถเดิมๆเน้นใช้งานกันทั้งนั้น

ผมไม่ได้ บอกให้ขายกะบะแพงครับ
แค่บอก ให้ ชนชั้นกลาง มี โอกาส ได้ใช้ รถเก๋ง ในราคา ยุติธรรม บ้าง

ตกลง รถเก๋ง คือ สินค้า ฟุ่มเฟือยเหรอ ที่มาเก็บภาษี 25 - 30 % ทั้งที่ มลพิษ ต่ำกว่ากะบะ เยอะ

เอางี้ครับ รถเก๋งมันขนอิฐ,หิน,ปูน,ทราย หรือสินค้าการเกษตรได้เป็นตันแบบรถกระบะมั้ย รถเก๋งมันเลยถูกพิจารณาเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยไปเพราะเน้นงานใช้งานส่วนบุคคล มากกว่าใช้งานเชิงพานิชย์ครับ เหมือนรถกระบะที่พอกลายมาเป็น PPV (ที่ตลาดโลกเค้าจัดว่ามันคือ SUV ชนิดหนึ่ง) ใช้โครงสร้างส่วนใหญ่ร่วมกับกระบะแต่ก็เสียภาษีแพงกระจุย เพราะโดนตีความว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นรถใช้งานส่วนบุคคลเช่นกันครับ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 13, 2016, 12:58:08
ตัดอคติออกไปก่อนครับ แล้วคุณจะพบว่ารถกระบะนี่แหละคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยเลย ส่วนใหญ่เป็นรถขนผลิตภัณฑ์ต่างๆมาขายทั้งนั้น แล้วถ้ารัฐเกิดเก็บภาษีเท่ากับรถประเภทอื่น จนทำให้ราคารถกระบะแพงขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น สุดท้ายภาระมันก็กลับมาลงที่คุณอยู่ดีเพราะต้องซื้อสินค้าและบริการที่แพงขึ้นจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น กระบะแวนซ์แต่งซึ่งควันดำที่ดูเหมือนจะมีเยอะแต่พอเอามาเทียบอัตราส่วนกับรถที่ใช้งานจริงๆแล้วก็จัดว่าน้อยมากอยู่ดีส่วนใหญ่เป็นรถอยู่ในเมืองกันทั้งนั้น เวลาผมไปตจว.ไกลๆหน่อยหารถกระบะแต่งซิ่งแทบไม่เจอ บางอำเภอเรียกว่าไม่มีซักคันเลยก็ได้ มีแต่รถเดิมๆเน้นใช้งานกันทั้งนั้น

ผมไม่ได้ บอกให้ขายกะบะแพงครับ
แค่บอก ให้ ชนชั้นกลาง มี โอกาส ได้ใช้ รถเก๋ง ในราคา ยุติธรรม บ้าง

ตกลง รถเก๋ง คือ สินค้า ฟุ่มเฟือยเหรอ ที่มาเก็บภาษี 25 - 30 % ทั้งที่ มลพิษ ต่ำกว่ากะบะ เยอะ

เอางี้ครับ รถเก๋งมันขนอิฐ,หิน,ปูน,ทราย หรือสินค้าการเกษตรได้เป็นตันแบบรถกระบะมั้ย รถเก๋งมันเลยถูกพิจารณาเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยไปเพราะเน้นงานใช้งานส่วนบุคคล มากกว่าใช้งานเชิงพานิชย์ครับ เหมือนรถกระบะที่พอกลายมาเป็น PPV (ที่ตลาดโลกเค้าจัดว่ามันคือ SUV ชนิดหนึ่ง) ใช้โครงสร้างส่วนใหญ่ร่วมกับกระบะแต่ก็เสียภาษีแพงกระจุย เพราะโดนตีความว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นรถใช้งานส่วนบุคคลเช่นกันครับ

ผมรู้ อยู่แล้วว่ากะบะ มันขนของได้ครับ

รถใช้งานส่วนบุคคล ถือเป็น สินค้าฟุ่มเฟือยเหรอครับ ?????
แค่มัน ขนของไม่ได้ ถือเป็น สินค้าฟุ่มเฟือยเหรอครับ ????
ทั้ง บ้าน มี พ่อ แม่ ลูก ต้องใช้รถ เก๋ง เพื่อไป ทำงาน ถือเป็น สินค้าฟุ่มเฟือยเหรอครับ ??

เพราะผู้หลัก ผู้ใหญ่ บ้านมองเรา คิดกัน ตื้นๆ ง่ายๆ แบบนี้ไงครับ
สร้าง ค่านิยม ผิดๆ
บิดเบือน ราคา รถเก๋ง ให้แพงกว่า กะบะ

รถ ก็คือรถ มันควรเสียภาษี ที่เหมาะ สม และเท่าเทียมครับ




หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: peterW ที่ ธันวาคม 13, 2016, 13:14:36
ยังมีคนอีกเยอะ  ที่ยังไม่มีรถเก๋งใช้  (เมื่อเทียบสัดส่วนกับประชากรทั้งหมด)
เขาก็เลย ยังคิดว่า  มันเป็น สินค้าฟุ่มเฟือย

เอาไว้ เราผลิตได้แบบทั้งคัน ที่จีนทำได้ + ประชากรทั่วทั้งประเทศ  มีฐานะดี และ เสียภาษี เท่ากับ กทม.
รถเก๋ง ก็อาจเป็น สินค้าจำเป็น ไม่ใช่ ฟุ่มเฟือย
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: TDCI ที่ ธันวาคม 13, 2016, 13:48:10
หุหุหุหุ ง่ายๆ งัดรถคันแรกมาอีกสักทีมั๊ย  อยากรู้ค่ายไหนจะเอามั่ง
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Dark Overlord ที่ ธันวาคม 13, 2016, 13:56:29
ผมอยากให้เอาประเทศที่พัฒนาแล้วมามองด้วย ประกอบกับเหตุและผล
ที่เอามาถกเถียงกัน แล้วสามารถสรุปได้ว่าเราจะไปในทางประเทศที่พัฒนาแล้วได้ยังไง
ถ้าไม่ได้ เพราะอะไร ติดอะไร ใช้เวลาแค่ไหนจะทัน

ที่ค่ายรถดังๆ พัฒนาเอาๆ เขาไม่ได้คิดว่าเขาสุดยอด ฉลาดกว่าคนอื่น
แต่เขาเอาของคนที่ประสบความสำเร็จมาศึกษา

การพัฒนาประเทศบ้านเราเหมือนคิดเองเออเองกัน ไร้เป้าหมาย
ไร้จุดหมาย ไม่เอาประเทศอื่นมาเป็นแบบอย่างเพราะกลัวเสียหน้า ชอบอ้างถึง
วัฒนธรรมประเพณี องค์ประกอบสังคมต่างกัน คนฉลาดเหตุผลเยอะมีเยอะ
แต่ไม่เห็นคนที่มีความฝัน มองการไกล มีเป้าหมายชีวิต (ประเทศ)

ล่าสุด ไอคิวเด็กไทยส่วนใหญ่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย...

ถ้าไม่ใช่เพราะทรัพยากรประเทศดี
ผมว่าคนไทยนี่หวังอนาคตยากจริงๆ ครับ

ส่วนตัวใจผมชอบ
ยกเลิกภาษีไปเลย ขายรถให้ถูกกว่าประเทศอเมริกา ญี่ปุ่น ให้ได้ครับ
ส่วนรายได้ทดแทน เก็บค่าภาษีรายปี ค่าทางด่วนหนักๆ
กับค่าอื่นๆ เท่าที่นึกได้
สำหรับเหตุผลว่าทำไม ลองไปศึกษาประเทศที่ทำแบบนี้ดู
แต่ผมว่า รถที่บางๆ กระป๋องๆ พลาสติกเยอะๆ ในยุคนี้
มันไม่ควรจะแพงเว่อร์ขนาดนี้

หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Amaranthe ที่ ธันวาคม 13, 2016, 14:17:21
ขอสอบถามแบบคนไม่รู้หน่อยครับ (ไม่ได้จะมากวนนะครับ)

เท่าที่อ่าน ๆ จากข้างบน ผมเลยสงสัยว่า

ทำไมต้องเลือกกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์
ทำไมต้องช่วยอุ้มให้อุตสาหกรรมรถยนต์ยังอยู่ในประเทศไทย
ถ้าไม่มีโรงงานผลิตรถยนต์อยู่ในประเทสไทย เราจะยังใช้ชีวิตอยู่ได้ไหม
ทำไมไม่เลือกช่วยประเทศด้วยโครงการอื่น



เชื่อไหมครับ ใน จ.สมุทรปราการ จ.ที่เป็นเมืองอุตสาหกรรม จ.ที่เก็บภาษีส่งรัฐสูงมาก
มี ตำบลหนึ่งที่ผมพอรู้ พึ่งจะได้มีน้ำประปาใช้ในปี 2559 นี้เอง ไม่รุ้หน่วยงานภาครัฐไปทำอะไรกันอยู่
ผมจึงอยากให้ช่วยสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีก่อนเถอะ

 
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Dark Overlord ที่ ธันวาคม 13, 2016, 14:49:47
ขอสอบถามแบบคนไม่รู้หน่อยครับ (ไม่ได้จะมากวนนะครับ)

เท่าที่อ่าน ๆ จากข้างบน ผมเลยสงสัยว่า

ทำไมต้องเลือกกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์
ทำไมต้องช่วยอุ้มให้อุตสาหกรรมรถยนต์ยังอยู่ในประเทศไทย
ถ้าไม่มีโรงงานผลิตรถยนต์อยู่ในประเทสไทย เราจะยังใช้ชีวิตอยู่ได้ไหม
ทำไมไม่เลือกช่วยประเทศด้วยโครงการอื่น



เชื่อไหมครับ ใน จ.สมุทรปราการ จ.ที่เป็นเมืองอุตสาหกรรม จ.ที่เก็บภาษีส่งรัฐสูงมาก
มี ตำบลหนึ่งที่ผมพอรู้ พึ่งจะได้มีน้ำประปาใช้ในปี 2559 นี้เอง ไม่รุ้หน่วยงานภาครัฐไปทำอะไรกันอยู่
ผมจึงอยากให้ช่วยสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีก่อนเถอะ

supply chain ระดับสูงครับ
กระตุ้นทีได้ต่อเนื่อง
ให้นึกถึงเกมพวกเตตริส ถ้าไม่ระเบิดเป็นลูกโซ่ก็แพ้อย่างเดียว
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 13, 2016, 16:07:45
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2558

ผมอึ้ง ตรง กระทรวงศึกษาิการได้งบ สูงสุด

http://www.bb.go.th/FILEROOM/CABBBIWEBFORM/DRAWER29/GENERAL/DATA0000/00000120.PDF

เรามีภาษีเยอะมาก งบประมาณเยอะมาก
แต่ .....
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Smith686 ที่ ธันวาคม 13, 2016, 16:09:41
ขอสอบถามแบบคนไม่รู้หน่อยครับ (ไม่ได้จะมากวนนะครับ)

เท่าที่อ่าน ๆ จากข้างบน ผมเลยสงสัยว่า

ทำไมต้องเลือกกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์
ทำไมต้องช่วยอุ้มให้อุตสาหกรรมรถยนต์ยังอยู่ในประเทศไทย
ถ้าไม่มีโรงงานผลิตรถยนต์อยู่ในประเทสไทย เราจะยังใช้ชีวิตอยู่ได้ไหม
ทำไมไม่เลือกช่วยประเทศด้วยโครงการอื่น



เชื่อไหมครับ ใน จ.สมุทรปราการ จ.ที่เป็นเมืองอุตสาหกรรม จ.ที่เก็บภาษีส่งรัฐสูงมาก
มี ตำบลหนึ่งที่ผมพอรู้ พึ่งจะได้มีน้ำประปาใช้ในปี 2559 นี้เอง ไม่รุ้หน่วยงานภาครัฐไปทำอะไรกันอยู่
ผมจึงอยากให้ช่วยสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีก่อนเถอะ

ในปี 2558 ยานยนต์ไทยตั้งเป้าหมายการผลิตท่ี 2.5 ล้านคัน ซึ่งจะต้องใช้แรงงานใน ภาพรวมทั้งหมดประมาณเกือบ 6 แสนคน แต่ในขณะนี้ไทยมีแรงงานเพียง 4.57-5 แสนคน http://www.aic.or.th/about-us/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99 (http://www.aic.or.th/about-us/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99)
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 13, 2016, 16:40:21
ในปี 2558 ยานยนต์ไทยตั้งเป้าหมายการผลิตท่ี 2.5 ล้านคัน ซึ่งจะต้องใช้แรงงานใน ภาพรวมทั้งหมดประมาณเกือบ 6 แสนคน แต่ในขณะนี้ไทยมีแรงงานเพียง 4.57-5 แสนคน

OEM ผลิตรถ ทั้งส่งออกและ ภายใน ตาม ยอดสั่งซื้อครับ ไม่ได้ผลิตตามเป้า รัฐบาล
และจำนวนแรงงานไม่ได้บอกกำลังการผลิตครับ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Smith686 ที่ ธันวาคม 13, 2016, 19:01:03
ในปี 2558 ยานยนต์ไทยตั้งเป้าหมายการผลิตท่ี 2.5 ล้านคัน ซึ่งจะต้องใช้แรงงานใน ภาพรวมทั้งหมดประมาณเกือบ 6 แสนคน แต่ในขณะนี้ไทยมีแรงงานเพียง 4.57-5 แสนคน

OEM ผลิตรถ ทั้งส่งออกและ ภายใน ตาม ยอดสั่งซื้อครับ ไม่ได้ผลิตตามเป้า รัฐบาล
และจำนวนแรงงานไม่ได้บอกกำลังการผลิตครับ
  เขาถามว่า

          ทำไมต้องเลือกกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์
ทำไมต้องช่วยอุ้มให้อุตสาหกรรมรถยนต์ยังอยู่ในประเทศไทย
ถ้าไม่มีโรงงานผลิตรถยนต์อยู่ในประเทสไทย เราจะยังใช้ชีวิตอยู่ได้ไหม

         ผมก็เลยตอบว่าที่ต้องให้ ให้อุตสาหกรรมรถยนต์ยังอยู่ในประเทศไทย ต่อไปก็เพราะแรงงานในอุตสาหกรรมรถยนต์มีจำนวนมาก  ถ้าอุตสาหกรรมรถยนต์ย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นหมด  แรงงานในอุตสาหกรรมรถยนต์คงจะว่างงานเป็นจำนวนมาก
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 14, 2016, 10:08:17
ในปี 2558 ยานยนต์ไทยตั้งเป้าหมายการผลิตท่ี 2.5 ล้านคัน ซึ่งจะต้องใช้แรงงานใน ภาพรวมทั้งหมดประมาณเกือบ 6 แสนคน แต่ในขณะนี้ไทยมีแรงงานเพียง 4.57-5 แสนคน

OEM ผลิตรถ ทั้งส่งออกและ ภายใน ตาม ยอดสั่งซื้อครับ ไม่ได้ผลิตตามเป้า รัฐบาล
และจำนวนแรงงานไม่ได้บอกกำลังการผลิตครับ
  เขาถามว่า

          ทำไมต้องเลือกกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์
ทำไมต้องช่วยอุ้มให้อุตสาหกรรมรถยนต์ยังอยู่ในประเทศไทย
ถ้าไม่มีโรงงานผลิตรถยนต์อยู่ในประเทสไทย เราจะยังใช้ชีวิตอยู่ได้ไหม

         ผมก็เลยตอบว่าที่ต้องให้ ให้อุตสาหกรรมรถยนต์ยังอยู่ในประเทศไทย ต่อไปก็เพราะแรงงานในอุตสาหกรรมรถยนต์มีจำนวนมาก  ถ้าอุตสาหกรรมรถยนต์ย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นหมด  แรงงานในอุตสาหกรรมรถยนต์คงจะว่างงานเป็นจำนวนมาก

อ่อครับ ตามนั้นครับ อุตสหกรรม รถยนต์ มันใหญ่มาก
แต่ 2.5 ล้านคัน คงยาก หาก ยอด ส่งออก ตามตลาดโลก
การกระตุ้น ยอดขายในประเทศรถในประเทศ หากยัง คิด ภาษี แบบนี้  ไม่มี วัน

เพราะ รัฐ กำหนด ว่ารถยนต์ มันเป็นสิ้นค้า ฟุ่มเฟือย ยกเว้น กะบะ ป้ายเขียว
แต่กลับกลับตั้งเป้า เพื่อ สนับสนุน ยอดผลิต รวม ถึง 2.5 ล้านคัน

หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Amaranthe ที่ ธันวาคม 14, 2016, 10:56:27
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย >>> แต่รถผู้บริหารของหัวหน้าหน่วยงานราชการใช้รถอะไรกัน
รถยนต์ เป็นปัญหาการจราจรติดขัด >>> ช่วยกันใช้ระบบสาธารณะกันหน่อย 
รถยนต์ ปล่อยมลพิษ เกิดภาวะเรือนกระจก >>> เราต้องช่วยกันรักสิ่งแวดล้อมนะ >>> ผลิตรถปล่อยมลพิษน้อย ๆ สิ
          รถใช้พลังงานไฟฟ้าล้วน ๆ รอไปก่อน

สุดท้ายก็เลยตั้งภาษีสูง ๆ ให้คนซื้อรถ ซื้อได้ยากขึ้นอีกนิดนึง

แล้วก็มาออกนโยบายกระตุ้นให้คนซื้อรถเยอะ ๆ เพื่อแรงงานในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์มีรายได้
รัฐได้สำรวจหรือไม่ว่า อุตสาหกรรมรถยนต์มีปัญหาจนต้องให้รัฐยื่นมือเข้ามาช่วย



.............................................................................
ผมรู้สึกเหมือน เวลามีหน่วยงานมารณรงค์ ลด ละ เลิก เหล้า บุหรี
แต่ก็ยังขายกันได้สบาย แค่จำกัดเวลาซื้อเหล้า ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับคนจะกิน
ส่วนบุหรี่ รัฐบาลมีโรงงานยาสูบเป็นของตัวเอง (สังกัดกระทรวงการคลังซะด้วย)
..............................................................................
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: Dark Overlord ที่ ธันวาคม 14, 2016, 12:26:36
เลิกซื้อรถกันซะเพราะรัฐบาลกำลังบอกว่ารถเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย
พออุตสาหกรรมรถจะพัง ก็ค่อยกลับลำยกเลิกภาษี รถกลายเป็นสินค้าช่วยพยุงเศรษฐกิจนะโน้นนี่นั่น

ถ้ายกเลิกภาษีแล้วราคาขายยังแพงกว่าอเมริกาอีก แปลว่าบริษัทรถค้ากำไรเกินควรแล้ว
ถ้าแบบนั้นต้องช่วยออกมารุมด่ากัน

เฮ้อ ชีวิตนี้จะได้เห็นรถถูกอย่างที่มันควรจะเป็นมั้ยน้า
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mothsan ที่ ธันวาคม 14, 2016, 13:10:53

ที่สำคัญ ควรจะมีนโยบายจัดการกับรถสายปลาหมึกจริงๆ นะครับ ตัวทำร้ายสิ่งแวดล้อมเลยแหละ

Eco car โดนภาษี 17 %
แต่ กะบะ แวนซ์ ควันดำ แต่งซิ่ง โดนภาษี 5 % เยี่ยมครับ ปรเทศไทยจงเจริญ

ทุกวันนี้ผมก็ขับ กะบะ 5 % แทนที่จะเป็น Eco car เพราะ รับไม่ได้กับ ภาษี ขูดรีดประชาชน ครับ
แต่ ผมใช้งานปกตินะ ออกมาเพราะ เห็น รัฐอุ้ม ดีเซลดีจัง แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว 555

ดีเซล Co2 150 +
แต่ eco car แค่ 100 กว่าๆ แต่โดนภาษี เยอะกว่า โครตจะงง โดนท่กกว่า 10 %

วิบัติครับ ประเทศไทย

ตัดอคติออกไปก่อนครับ แล้วคุณจะพบว่ารถกระบะนี่แหละคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยเลย ส่วนใหญ่เป็นรถขนผลิตภัณฑ์ต่างๆมาขายทั้งนั้น แล้วถ้ารัฐเกิดเก็บภาษีเท่ากับรถประเภทอื่น จนทำให้ราคารถกระบะแพงขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น สุดท้ายภาระมันก็กลับมาลงที่คุณอยู่ดีเพราะต้องซื้อสินค้าและบริการที่แพงขึ้นจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น กระบะแวนซ์แต่งซึ่งควันดำที่ดูเหมือนจะมีเยอะแต่พอเอามาเทียบอัตราส่วนกับรถที่ใช้งานจริงๆแล้วก็จัดว่าน้อยมากอยู่ดีส่วนใหญ่เป็นรถอยู่ในเมืองกันทั้งนั้น เวลาผมไปตจว.ไกลๆหน่อยหารถกระบะแต่งซิ่งแทบไม่เจอ บางอำเภอเรียกว่าไม่มีซักคันเลยก็ได้ มีแต่รถเดิมๆเน้นใช้งานกันทั้งนั้น
มันต้องคิดภาษี 5% แค่กระบะตอนเดียวเท่านั้น
พวกแค็๋ป หรือ 4 ประตู ก็อัตรา 25-30% ปกติ ถึงจะได้เอื้อต่อรถขนส่งจริงๆ
ไม่ใช้เอารถแค็ปมาใช้งานส่วนตัว ซื้อมาจนขายแทบไม่เคยบรรทุก แบบนี้มันเอาเปรียบรถเก๋งครับ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 14, 2016, 13:21:11
มันต้องคิดภาษี 5% แค่กระบะตอนเดียวเท่านั้น
พวกแค็๋ป หรือ 4 ประตู ก็อัตรา 25-30% ปกติ ถึงจะได้เอื้อต่อรถขนส่งจริงๆ
ไม่ใช้เอารถแค็ปมาใช้งานส่วนตัว ซื้อมาจนขายแทบไม่เคยบรรทุก แบบนี้มันเอาเปรียบรถเก๋งครับ

หากทำแบบนั้น
ลองดูยอดขาย 4 ประตู ก้รู้ ครับ  หายนะ  วงการ อุตสหากรรมไทยจริงๆ
เพราะผมก็ใช้ CAB แทน รถเก๋งเพราะ มันถูก กว่า

ทำไม เราไม่เก็บ 5 % เท่ากันหมดแทนละ ขายรถ ตามราคา จริงกันไป
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: แมวดราม่า ที่ ธันวาคม 14, 2016, 17:07:30
มันต้องคิดภาษี 5% แค่กระบะตอนเดียวเท่านั้น
พวกแค็๋ป หรือ 4 ประตู ก็อัตรา 25-30% ปกติ ถึงจะได้เอื้อต่อรถขนส่งจริงๆ
ไม่ใช้เอารถแค็ปมาใช้งานส่วนตัว ซื้อมาจนขายแทบไม่เคยบรรทุก แบบนี้มันเอาเปรียบรถเก๋งครับ

ประเด็นนี้เห็นด้วยครับ

อีกอย่างนึงคือ จะเอายังไงกะแค็บ ก็ว่ามา จะไม่ให้นั่งถือเป็นผิดกฎหมายจับปรับเลย ก็ประกาศมา
อันนี้คือ อะลุ้มอล่วยกันมานานมาก จนคนก็เอาช่องว่างตรงนี้มาใช้กัน ทุกวันนี้มันก็คือ 3 ประตู (2 ประตู + ตอนครึ่ง ข้างละครึ่งประตู) ที่นั่งโดยสารกันจริงๆ จังๆ

แล้วก็... ต้องชัดเจนว่า ถ้าจะต่อเติมเพื่อรับผู้โดยสาร ก็ต้องจ่ายภาษีและตีทะเบียนเป็นรถโดยสารป้ายเหลือง หรืออะไรแบบนั้น
หรือกระบะห้ามนั่งท้ายบนถนนหมายเลข 1 และ 2 หลัก โดยเด็ดขาด ก็จะชัดเจนขึ้น

กฎหมายบ้านเราเอื้ออำนวยต่อการตีความให้เข้าข้างทางใดทางหนึ่งก็ได้ ก็เลยหย่อนต่อทั้งการบังคับ และเป็นเครื่องมือเอาเปรียบผู้ไม่แม่นกฎหมายไปในตัว
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 14, 2016, 17:17:41
มันต้องคิดภาษี 5% แค่กระบะตอนเดียวเท่านั้น
พวกแค็๋ป หรือ 4 ประตู ก็อัตรา 25-30% ปกติ ถึงจะได้เอื้อต่อรถขนส่งจริงๆ
ไม่ใช้เอารถแค็ปมาใช้งานส่วนตัว ซื้อมาจนขายแทบไม่เคยบรรทุก แบบนี้มันเอาเปรียบรถเก๋งครับ

ประเด็นนี้เห็นด้วยครับ

อีกอย่างนึงคือ จะเอายังไงกะแค็บ ก็ว่ามา จะไม่ให้นั่งถือเป็นผิดกฎหมายจับปรับเลย ก็ประกาศมา
อันนี้คือ อะลุ้มอล่วยกันมานานมาก จนคนก็เอาช่องว่างตรงนี้มาใช้กัน ทุกวันนี้มันก็คือ 3 ประตู (2 ประตู + ตอนครึ่ง ข้างละครึ่งประตู) ที่นั่งโดยสารกันจริงๆ จังๆ

แล้วก็... ต้องชัดเจนว่า ถ้าจะต่อเติมเพื่อรับผู้โดยสาร ก็ต้องจ่ายภาษีและตีทะเบียนเป็นรถโดยสารป้ายเหลือง หรืออะไรแบบนั้น
หรือกระบะห้ามนั่งท้ายบนถนนหมายเลข 1 และ 2 หลัก โดยเด็ดขาด ก็จะชัดเจนขึ้น

กฎหมายบ้านเราเอื้ออำนวยต่อการตีความให้เข้าข้างทางใดทางหนึ่งก็ได้ ก็เลยหย่อนต่อทั้งการบังคับ และเป็นเครื่องมือเอาเปรียบผู้ไม่แม่นกฎหมายไปในตัว

ตามกฏหมาย CAB ลงใน ทะเบี้ยน เป็น รถ 2 ที่นั่งอยู่แล้วครับ ช่อง CAB ไว้เก็บของ 
จริงๆ ต่างประเทศ มีเบาะ ที่นั่งได้จริง พร้อม เข็มขัดนิรภัยนะครับ เป็น สี่ ที่นั่ง แต่บ้าเราไม่ทำ เพราะหากทำ จะโดน ภาษี
แต่ก่อนมันมีกะบะ CAB ที่ไหน ทำมา เพราะ อาศัย ช่องโหว่ ขายรถเยอะๆ โดยที่ เอาใจ คน ตจว
แล้วก็ มาขีด รีด ภาษี กับ ชน ชั้นกลาง ที่ ขับ รถเก๋ง
เมื่อ 20 ปีก่อน  คนมองภาพว่า รถเก๋ง และ สี่ประตู คือ คนรวย หึหึ
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: แมวดราม่า ที่ ธันวาคม 14, 2016, 19:21:53
ตามกฏหมาย CAB ลงใน ทะเบี้ยน เป็น รถ 2 ที่นั่งอยู่แล้วครับ ช่อง CAB ไว้เก็บของ 
จริงๆ ต่างประเทศ มีเบาะ ที่นั่งได้จริง พร้อม เข็มขัดนิรภัยนะครับ เป็น สี่ ที่นั่ง แต่บ้าเราไม่ทำ เพราะหากทำ จะโดน ภาษี
แต่ก่อนมันมีกะบะ CAB ที่ไหน ทำมา เพราะ อาศัย ช่องโหว่ ขายรถเยอะๆ โดยที่ เอาใจ คน ตจว
แล้วก็ มาขีด รีด ภาษี กับ ชน ชั้นกลาง ที่ ขับ รถเก๋ง
เมื่อ 20 ปีก่อน  คนมองภาพว่า รถเก๋ง และ สี่ประตู คือ คนรวย หึหึ

ซึ่งถ้าทำให้นั่งได้แบบจงใจ+มีเข็มขัด ราคาคงไม่ต่างอะไรกับดับเบิ้ลแค็บเนาะ

ปล. เดี๋ยวนี้ผมว่า ต่างจังหวัดมองคนขับ PPV รวยสุดละครับ โดยเฉพาะฟอร์จูนเนอร์ ถ้าไปขับใกล้ๆ แบบไม่ใช่ Benz/BMW หาเทียบรัศมีพี่จูนยากเหลือเกิน  ;D
หัวข้อ: Re: “โครงการรถคันแรก” ครอบคลุมรถ 1.2 ล้านคัน ศก.ขยายตัวตลอดโครงการ 0.97% ต่อปี
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ ธันวาคม 15, 2016, 09:11:40
ซึ่งถ้าทำให้นั่งได้แบบจงใจ+มีเข็มขัด ราคาคงไม่ต่างอะไรกับดับเบิ้ลแค็บเนาะ
ปล. เดี๋ยวนี้ผมว่า ต่างจังหวัดมองคนขับ PPV รวยสุดละครับ โดยเฉพาะฟอร์จูนเนอร์ ถ้าไปขับใกล้ๆ แบบไม่ใช่ Benz/BMW หาเทียบรัศมีพี่จูนยากเหลือเกิน  ;D

นั่นสิครับ
ระบบ ชนชั้น วรรณะ มัน ยังอยู้ในบ้านเรา ด้วย รูปแบบ ของ ประเภทรถยนต์อยู่
ทั้งที่ๆ จริงๆ ราคามันไม่ได้ ห่างกันมากมาย
แต่ รัฐบาล ทำได้ ฮึฮึ