Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: Dubee ที่ ธันวาคม 19, 2016, 21:56:51
-
สอบถามเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องครับ พอดีรถที่บ้านเปลี่ยนถ่ายนมค. Shell Helix HX8 เบอร์ 5w40 มาก่อน ทีนี้ผมอยากจะลดเบอร์เป็น Shell Helix HX8 เบอร์ 0w20 ได้ไหมครับ (เป็นรถมาสด้า 2 โฉมที่แล้ว อายุการใช้งาน 5 ปีเต็ม เลขไมล์วิ้งน้อยครับ 36,XXX โลเท่านั้นเองครับ)
เหตุที่เปลี่ยน... ดูเหมือนรถมันจะไม่ค่อยประหยัด และอืดๆไปครับ
-
ดูคู่มือ ว่าอยู่ใน range ที่เครื่องรับได้หรือเปล่า
เปลี่ยนเบอร์ ใสเพื่อประหยัด ไม่เห็นผลอะไร
-
M2 Dimio , spec เป็น เบอร์30
ลองกลับไปใช้เบอร์ 30 ครับ
แล้วจับอัตราสิ้นเปลืองเทียบกัน ทุกถังที่เติมน้ำมัน
-
ควรลดทีละเบอร์ครับ กลับไปใช้เบอร์ 30 ก่อน แล้วดูว่ามีการกินน้ำมันเครื่องมั๊ย ถ้ามีการกินน้ำมันเครื่องเพียงเล็กน้อยก็ให้หยุดที่เบอร์นี้ แต่ถ้าน้ำมันเครื่องหายเป็นลิตร ต้องกลับไปใช้เบอร์ 40 ถ้าครบหกเดือนแล้วน้ำมันเครื่องไม่ยุบเลยแสดงว่าเครื่องยังฟิตพอ ลองใช้เบอร์ 20 ต่อไป แล้วสังเกตุดูว่าเมื่อใช้เบอร์ 20 แล้วน้ำมันเครื่องหายมั๊ย ถ้าไม่หายหรือหายเพียงเล็กน้อยก็แสดงว่าเครื่องยนต์เหมาะกับน้ำมันเบอร์นี้ครับ
ถ้าใช้น้ำมันเครื่องใสเกินไปจนรถมีอาการกินน้ำมันเครื่องมาก จะทำให้กำลังอัดรั่วและรถจะแรงตก "หนืดไปก็วิ่งไม่ออก ใสไปก็วิ่งไม่ออก" ครับ
-
เบอร์ 0w20 อย่าใช้เลยครับ ผมคุยกับช่างศูนย์ Subaru มา (โอเคไม่ใช่ Mazda แต่ขออ้างอิงเพราะเป้นการนำรถญี่ปุ่นมาขายในไทย) Levorg ใน Spec ญี่ปุ่นใช้ 0W20 จริงครับ แต่ช่างบอกว่ามันไม่ไหวกับเมืองไทย ... คิดสภาพอากาศ และสภาพถนนดู
ถ้า Mazda 2 อืด และซด เป็นปรกติสุขอยู่แล้ว ? ผมว่าต่อให้เปลี่ยนเป็น 0W8
แต่พอใช้งานในสภาพอากาศ 30องศาc ก็ไม่น่ามีนัยยะนะ (ผล lab จากโบชัวที่ผมเคยอ่าน มันมีดอกจันอยู่ท้ายโบชัว เขาอ้างอิงเขาอิงที่อุณภูมิ xx เป็น x% ผมลืมตัวเลข...แต่สรุปคือ มันน้อยมากและไม่น่ามีนัยยะในสภาพการปรกติ)
-
Mazda 2 ไม่ควรใช้เบอร์ 20
รถ 1500cc ขึ้นไปโดยเฉพาะรุ่นเก่า ยังไม่เหมาะกับเบอร์ 20
เบอร์ 30 เหมาะสมกว่าครับ
-
ดูตามคู่มือรถครับ ถ้าคู่มือรถบอกให้ใช้ 0w-20 ก็ใช้ตามนั้นแค่ขยับเกรดน้ำมันให้สูงขึ้น เบอร์ 0w-20 เกรดสังเคราะห์ที่ดีๆผมเห็นมี Sunoco ส่วนถ้าเป็นเบอร์ 0w-30 ใช้แค่ PTT กระป๋องละพันกว่าก็พอแล้วครับ
-
ผมมีแต่ใช้เบอร์สูงขึ้นครับ
-
ผมเคยใช้เบอร์ 20/30/40 ไม่เห็นความแตกต่างเรื่องประหยัดน้ำมันเลยอ่ะครับ
-
บางเท่าไหร่คือบาง หนาเท่าไหร่คือหนา ..
ก็ต้องดูว่าอุณหภูมิเท่าไหร่ แรงกดเท่าไหร่ ความเร็วของวัตถุเท่าไหร่
ไม่ใช่ใส่ลงรถขับๆไปไม่ดูตัวแปรแล้วเอาตัวเองเป็นที่ตั้งว่ารู้สึกได้ ถ้าแบบนี้ เครื่องViscosiometerหลักแสนหลักล้านก็ไม่ต้องมีกันครับ
หัวใจสำคัญของการหล่อลื่นเครื่องยนต์คือไม่ให้โลหะสัมผัสกันโดยตรง
แนวคิดการออกแบบเครื่องยนต์ในโลกนี้คือยอมให้มันสึกหรอได้เล็กน้อยเวลาที่ร้อนพอประมาณ และ วิ่งได้เวลาหนาวจัดๆ
พวกประเทศในแนวเส้นศูนย์สูตรมีประชากรใช้รถยนต์น้อยมากเทียบกับพวกขั้วโลกลงมา
ถ้าถามว่าใช้เบอร์บางแล้วเครื่องพังเร็วกว่สเบอร์หนาแค่ไหน คนตอบคงต้องเดาครับ
้ถามใหม่ว่า เบอร์หนาเครื่องร้อนกับเบอร์บางเครื่องร้อนพอกันใครปกป้องดีกว่า แบบยี้คำตอบมีอยู่แทบทุกtext book ที่เกี่ยวกับน้ำมัน
เมืองไทย ผมคงไม่เห็นหิมะตก แน่ๆ
-
ผมเคยใช้เบอร์ 20/30/40 ไม่เห็นความแตกต่างเรื่องประหยัดน้ำมันเลยอ่ะครับ
ผมลองดูกับมาร์ชก็กินต่างกันนะครับ
ทั้งเรื่องการออกตัวและอัตราเร่งก็รู้สึกได้
และยังไม่นับเรื่อง กลิ่นไหม้เวลาขับเร็วๆ รอบสูงๆ เสียงเครื่องเวลาเดินเบาและเร่งก็ด้วยนะครับ (หรือผมหูฝาด ;D)
ผมเปลี่ยนจาก 0w20 มาเป็น 0w40
วิ่งมอเตอร์เวย์ 80 ที่เกียร์ 5 ตัว 0w20 บนจอแสดง 26.xx - 25.xx และไม่ค่อยแกว่ง
พอเป็น 80 เกียร์ 5 0w40 บนจอแสดงเต็มที่ 24.xx - 22.xx และแกว่งค่อนข้างมากนะครับ
-
ลองดูคู่มือ ใช้น้ำมันเครื่องเบอร์อะไร
ลองลดเบอร์ลงมา เบอร์ 30 ก็พอแล้วครับ
เบอร์ 20 เหมาะกับรถ EcoCar มากกว่าครับ
-
ถ้าลดเบอร์ลงเพื่อความประหยัดและไม่อืดผมเห็นด้วยครับ แต่แค่เบอร์ 30 ก็พอครับ
-
ประหยัดแทบไม่รู้สึกเลยครับน้ำมันเบนซินคุณภาพของ shell หรือ Caltex ยังเห็นผลมากกว่า
ความลื่นไหลถ้าขับมานานหรือจับอาการรถเป็นผมเห็นด้วยว่ารู้สึกลงมาเบอร์ 30 ได้
ถ้าใช้รถติดกันนานๆหลายชั่วโมงเป็นพวกเท้าหนักส่วนตัวผมเองคงใช้ 40 ต่อไปครับ
-
ตอนแรกผมก้อคินว่าเบอร์ นมค จะไม่ผลเอาจริงๆถ้าขับที่ที่รถติดๆบ่อยๆแบบทำงานในเมืองเนี่ยแน่นำเบอร์30นะครับ แต่20นี่อย่าเลยครับไม่เหมาะกับบ้านเรา 40เหมาะกับแบบซัดมอเตอร์เวย์กลับบ้านหรือทางด่วนๆอื่ยเปนประจำมากกว่าครับ แต่ส่วนตัวผมเลือกใช้ 40 เนื้องจากเจอทางโล่งๆแล้วจะชอบซัด เน้น safe เครื่อง/ว้ก่อนครับ