Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: aod ที่ ธันวาคม 21, 2016, 20:21:49
-
พอดี จากที่ได้ครอบครองรถมือสอง Vios 2006 MT มา ประมาณ 8 เดือน ชอบการขับขี่ครับ ขับแล้วรู้สึกไม่เหนื่อย คันกระทัดรัด คล่องตัวดี อัตราเร่งใช้ได้ ตามเท้าสั่ง ตอนรับรถมาตอนแรกขับมาจาก กรุงเทพ ขับมาช่วงเทศกาลสงกรานต์รถติดๆ ขับมาถึงบ้าน ระยะทาง สี่ร้อยกว่ากิโล ก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไรนะครับ ผมว่า B Segment ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับ คนงบน้อยแบบผม ต่างจาก รถพ่อมาก มังกรทอง ขับจากขอนแก่นมาถึงสารคาม ไข้แทบจับครับ รู้สึกเพลียมากๆ ครับ
ปล. ไม่รู้ว่าผมเป็นคนเดียวรึเปล่า เวลาจอดรถไว้เดินผ่านรถตัวเองจะมองตลอดครับ ยิ่งขับยิ่งชอบ ยิ่งหลงรัก อาจจะดูดราม่า แต่ผมก็เป็นแบบนั้นจริงๆครับ
-
ผมใช้ D seg มาตลอดๆๆ หลังๆมาได้ลอง B แบบไกลๆผมว่ามัน โอเคเลยนะ ขับแล้วสบายใจ ไม่กังวลดี คาดว่าปีหน้าได้เจอกันแน่นอน JAZZ GK M/T(+K series) :-*
-
ซื้อรถตามกำลังและความเหมาะสม ถือว่าดีที่สุดแล้วครับ ยินดีด้วย........
รถ B-Sec ผมเห็นก็ใช้ขับกันทั่วไปปกตินะ บางบ้านอยู่กันเป็นสิบๆปีเลยกว่าจะเปลี่ยน ผมเองยังอยากหารถเล็กๆสักคันมาใช้เป็นรถซื้อข้าวซื้อแกงเลย
-
ผมว่า B-seg ยุคนี้ไม่เล็กนะคับ
ขนาดพอๆ กับ C / D-seg ยุค 90 เลย (ขึ้นกับว่าเป็นเก๋งหรือ 5 ประตู)
น้ำหนักก็ไม่ใช่น้อย เช่น MG5 turbo หนักพอๆ กับ W124 เลย
หรือพวก City หนักพอๆ กับ altis หน้าหมูเลย
ดังนั้นผมว่าจริงๆ รถกลุ่มนี้พอสำหรับคนทั่วไปละครับ
ส่วนอนาคต ถ้าจะ up ไป C / D-seg จริง เห็นด้วยว่าต้องมีจุดเด่นครับ เช่น ตัวแรงแบบ Sylphy Focus turbo
หรือหรูจัดเต็มแบบ Camry Accrod Hybrid ครับ
-
ความพอใจก็สบายใจดีครับ
-
B-seg เพียงพอแล้วครับสำหรับผม ผมเสียดายนะที่ toyota ไม่ทำ B-seg m/t ออกมาอีกแล้ว(หรือเปล่า) ผมได้ลองขับ jazz gk m/t 6 วัน แล้วชอบครับมันขับไม่อยากอย่างที่คิดขนานรถติดจากลำลูกกาไปเยาวราชยังไม่เมื่อยเลยครับ สิ่งที่ได้คือขับสนุกกว่า a/t มากครับ
-
ยินดีด้วยครับ ใช้แล้วมีความสุขคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วครับ ถ้าเจอคันที่ใช่ไม่จำเป็นต้องราคาแพงๆครับ :D
-
เยี่ยมเลย
หาสิ่งที่ชอบเจอแล้วอยู่กับมัน ดูแลกันให้ดีครับ
มีรุ่นน้องผมคันนึงใช้corona M/T 20กว่าปีละ ก็ยังใช้อยู่ เพราะเค้ามีความสุขกับเหมือนกัน
-
ซื้อตามที่ไหวครับ ถนนไทยอันตราย
ของหรูๆผมไม่สนใจเลย แต่รถต้องดีที่สุดปลอดภัยที่สุดครับ ยังไงผมก้อแนะนำ d seg หรือ ยุโรป ถ้าไหวครับ
-
B segment แล้วไปปรับช่วงล่าง ผมว่าจบ
-
มีความสุขกับรถตัวเอง ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วครับ
ยินดีด้วยครับผม 8) 8) 8) 8)
-
ผมเพิ่งซื้อ city 2013 รุ่นท็อป vsa มือสองมา ขับจาก กท กลับบ้านที่ ขก เหยียบเท่าที่เหยียบได้ตลอดทาง ไม่จี้ ไม่มุด แต่ถ้าถนนโล่งก็เหยียบ บางช่วงแช่ 150 km/h ยาว ๆ ก็ใช้ได้อยู่นะ มีดิ้นตลอดเวลาโดยเฉพาะท้าย แต่ไม่น่ากลัวเท่าความรู้สึกที่เคยมีกับรถรุ่นนี้ เมื่อก่อนขับแค่ 80 km/h ผมก็ไม่อยากขับแล้ว ปกติใช้ civic fd 1.8 a/t กับ yaris 1.2 ตอนนี้รู้สึกว่า b-seg เพียงพอแล้วสำหรับผมเช่นกันครับ เรี่ยวแรงเหลือ ๆ ช่วงล่างทำเพิ่มก็ดี แต่เดิม ๆ ถ้าเข้าใจกันแล้วก็ไม่เป็นปัญหา เพราะปกติก็ไม่ได้ขับขนาดนั้น
เพิ่มเติมว่า fortuner bmc 5 a/t ทั้ง 2.5 และ 3.0 ผมก็ขับบ่อยแต่ไม่ได้รู้สึกชอบอะไรมากมาย ยกเว้นพละกำลังของเครื่องตอนขับทางไกลที่เหยียบแล้วไหลมาเทมา แต่ถ้าเทียบ b-seg กับรถที่ใหญ่กว่ามาก ผมได้นั่ง camry hybrid โฉมก่อนอยู่บ่อย ๆ แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ขับ มันก็รู้สึกดีกว่าสมกับราคาเกือบสองเท่าครึ่งของ b-seg จริง ๆ อ่ะครับ เทียบกันไม่ได้เลย
-
ผมจำได้ว่าตอนเลิกขับ B11 1300 M/T
มาขับ Yaris 1.5 A/T ตอนแรกรู้สึกว้าวมากเลย มันสุดจริงๆ อย่างที่ จขกท. อธิบายไว้เลย (น่าจะเป็นกันทุกคน)
แต่พอมาสักระยะ เอามันไปออกต่างจังหวัด รู้สึกเลยว่า กำลังมันยังไม่พอครับ
คือมันผสมหลายๆ อย่าง ทั้งเสียงเอย การสั่นสะเทือนเอย อัตราเร่งแซงเอย
จากนั้นก็ข้ามมา Altis / Fortuner ช่วงปี 2009-2010 สองตัวนี้ได้เงียบ ได้พละกำลัง
มันข้ามไปอีกระดับเลยครับแบบรู้สึกได้ชัดเจน แล้วผมก็เริ่มขับแบบบ้าพลัง 555
ตอนนั้นมีบ้าไปเอา Mazda 2 M/T มาด้วย เพราะมันคือ World car of the year 2008 อยากได้มากกกขอแฟนซื้อ
ความรู้สึกตรงนี้คงพอเปรียบเทียบได้กับ จขกท. เพราะพูดถึงรถ 1500 เกียร์ M/T
(Yaris A/T ผมมันยังไม่ตรง) ซึ่งตอนนี้ผมขาย 2 M/T ไปแล้ว ต้องนึกย้อนกลับไปหน่อย
ความรู้สึกคือ มันขับออกต่างจังหวัดได้โอเคนะครับ หลักๆ เพราะเกียร์ธรรมดานี่แหล่ะ
ถ้าเป็น A/T คงรู้สึกไม่ไหวแบบ Yaris คันแรก ถามว่าพอมั้ยก็พอ แต่จะเสียวซ่านก็ตรงที่
ขนาดรถเรามันเล็กเพราะต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะมีรถใหญ่ๆ วิ่งเยอะ
ตอนนี้รถพวกนั้นผมขายไปหมดแล้ว มาใช้ Camry 2.4 ครับ
ความรู้สึกคือก็ฟินนะ ติดแค่ว่า ผู้หญิงในบ้านคงไม่มีใครอยากมาขับรถใหญ่ แต่ถ้าผมขับเองคือ
รู้สึกดีมาก มันนุ่มลื่น เร็วไวดี แต่ก็มีเหลียวมอง B car บ้าง เช่น Yaris (1.2), MG5
เพราะ design กับอยากมีรถเล็กที่ผู้หญิงในบ้านจะขับได้สบายๆ ด้วย ข้อสรุปส่วนตัวของผมคือ B car มันเป็น
รถที่ดีตรงที่ใครๆ ในบ้านก็ขับได้ครับ 555 ถ้ารถใหญ่ เราต้องรับเละเป็นคนขับได้คนเดียว
-
ผมเปลี่ยนรถจาก MPV มาเป็น B-Seg Hatchback ก็รู้สึกว่าเพียงพอต่อความต้องการครับ คันเล็กๆไปไหนมาไหนรู้สึกคล่องตัวขึ้น ในเมืองขับสบายขึ้น แถมประหยัดน้ำมันมากๆ เวลาวิ่งนอกเมืองหรือวิ่งบนทางด่วน ก็ไม่รู้สึกว่าน่ากลัวมาก แต่จะขับแค่ 90 -100 แบบไปเรื่อยๆ แต่ถ้าจะขับ 120+ รถมันก็ไปได้ แต่ผมว่ารถใหญ่ก็ยังให้ความมั่นใจว่านิดนึงครับ
-
อยากขับ เก๋ง เล้ก MT มั่งจัง
เคยขับ แต่ eco cvt ก้เบาๆ พุ่งๆดี
-
B segment แล้วไปปรับช่วงล่าง ผมว่าจบ
เห็นด้วยครับ ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องความอึดอัดคับแคบ ผมว่า B-seg คล่องตัวดีครับ
-
ต้องลองขับหลายๆรุ่นครับ แล้วจะรู้ว่ารถดีๆมีอีกมาก
-
คล้ายๆกันครับ อย่างผมคงลงตัวที่ C Seg ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ขับดีเด่นอะไรขนาดนั้นก็ตาม
รถคันนึงจะดีได้แค่ไหน สำหรับแต่ละคน มันอยู่ที่ไลฟ์สไตล์ด้วยน่ะผมว่า
ไปขับ BMW 5 Series กับพวก SAAB มา รู้สึกพวงมาลัยมันหนัก รถมันหนัก โอเคว่าเวลาวิ่งเร็วๆ อัดโค้งแรงๆ มันนิ่งกว่า Altis ผมแน่ๆละ รู้สึกได้ชัดเจนมาก แต่ว่าในการขับ ตามนิสัยผม การใช้รถของผมที่ปกติ ขับอยู่ไม่เกิน 120 ส่วนใหญ่ และ ไม่ได้สาดโค้งเทโค้งเลย มันเลยรู้สึกว่า เฉยๆ
(เพราะเคยมีประสบการณ์การชนที่ความเร็วสูงมาแล้ว ชนแรงๆ ถึงรอดตาย แต่รถเละเป็นซาก ในฐานะคนที่รักรถถนอมรถ เวลาจะขับเร็วที ความคิดมันจะไปถึงเหตุการณ์ก่อนๆ แล้วสุดท้ายก็ไม่กล้าขับเร็วอยู่ดี บนถนนหลวงที่ไม่มี Safe Zone ผมไม่อยากเอาชีวิตไปฝากไว้บนความเสี่ยงครับ)
ถ้าโดยนิสัย เป็นคนขับรถค่อนข้างเรียบร้อยมาก ไม่ปาด ไม่มุด ไม่ซิ่ง ขับแนวๆ Cruise ฟังเพลงเพราะๆ ชมวิว เฮฮากันในรถ ถ้าเพื่อนมันไม่หลับกัน (แต่ส่วนใหญ่หลับหมด ไม่เห็นรอด เคยโดนบ่นว่า ขับรถยังกับนั่งเครื่อง สมูทไปหมด)
ผมชอบน้ำหนักพวงมาลัยที่มันพอดีๆ ไม่หนักมาก ไม่ต้องส่งฟีลลิ่ง Feedback พื้นถนนมามากๆ ผมกลับคิดว่าพวงมาลัย Altis ขับสบายกว่ากันมากๆ ในการใช้งาน 90% ของผมครับ บางทีพวงมาลัยที่ส่งสะท้อนอาการขึ้นมา วิ่งนานๆ ผมกลับรู้สึกไม่ผ่อนคลายเท่า อาจจะเหมาะกับ Trackday หรือเวลาเล่นเกม แต่บนถนน ผมกลับไม่ค่อยชอบอาการแบบนี้เท่าไหร่
ไหนจะพื้นที่ห้องโดยสารที่ดีกว่า รวมถึงที่เก็บของท้ายรถ ผมว่า Altis ตัวปัจจุบัน มันตอบโจทย์การใช้งานผมได้ดีมากๆคันนึงเลยครับ
ผมว่ารถแต่ละคัน มันมีบุคลิก มีคาแร๊คเตอร์ของมัน ถ้าเลือกตรงกับ Lifestyle ตรงกับความต้องการของตัวเอง ผมว่าจะรุ่นไหนๆมันก็โอเคหมดนะ
คำว่ารถดีๆ ผมว่าเดี๋ยวนี้มันก็ดีหมด แต่ความว่า "ดี" ของแต่ละคน มันก็นิยามไม่เหมือนกัน
ขับรถในชีวิตประจำวัน ผมว่า Altis = ดี สำหรับผม
ขับรถในสนาม อาจจะ MX5 GT86 RX8 BRZ = ดีกว่าเอา Altis ไปลงสนามแน่ๆ
ขับไปเชียงใหม่ ขับขึ้นลงเขา อากาศดีๆ สดชื่น อาจจะ MX5 หรือ Z4 เปิดหลังคา กินลม ก็อาจจะดี สำหรับผม
รถแต่ละคันมันก็แตกต่างกันตามการใช้งานนะผมว่า
-
B segment แล้วไปปรับช่วงล่าง ผมว่าจบ
+1 เพราะเท่าที่เคยใช้รถ B-Seg ขับออกต่างจังหวัดก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย ถ้าว่ากันที่เครื่อง 1500cc ผมว่ากำลังมันเพียงพอเลยล่ะ แต่รู้สึกสงสารช่วงล่างมาก เจอหลุมเจอบ่อทีลั่นปักๆๆ ยังกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
-
สำหรับผมถ้าต้องใช้ทางไกลต่างจังหวัดประจำ ผมจะเลือกความปลอดภัยไว้ก่อนตามกำลังทรัพย์
อย่างน้อยรถญี่ปุ่นD segment รถยุโรป หรือกระบะและกระบะดัดแปลงสมัยใหม่ที่มีความปลอดภัยเต็มที่ครับ
เงินหาใหม่ได้ แต่ชีวิตหาใหม่ไม่ได้ หรือไม่ตายแต่พิการทำมาหากินไม่ได้ยิ่งลำบากครับ
-
555 ผมขำที่ท่านบอกขับมังกรทองแล้วแทบไข้ขึ้น ทำให้ผมนึกถึงสมัยที่ผมวิ่งงานอยู่ทางอีสาน ท่านผจก.เขตลงฟิลด์มาเยี่ยมลูกค้า ผมต้องเอาอัลติม่าไปรับที่สนามบิน ท่านบอกว่าพี่นั่งไมตี้เอกซ์แล้วไข้ขึ้น
เรื่องB C D ก็แล้วแต่ชอบเลยอันไหนเหมาะก็อันนั้นแหละครับ
-
เมื่อก่อนเคยขับ B-Segment เหมือนกัน ขับมาตั้ง 8 ปี
แต่งพอประมาณ เน้นยางดีๆ ล้อเบา ผ้าเบรคเกรดสูงๆ
ชอบตรงที่มันโครตทน ถ้าจะซ่อมก็ซ่อมง่าย เปลี่ยนลูกหมาก ลูกยางไม่กี่ตัวก็จบ
ในขณะที่มันได้ฟิลความนุ่มแบบรถเก๋ง พ่วงกับความทนทานเพราะพื้นฐานช่วงล่างไม่ซับซ้อน
ใช้มา 8 ปี เกือบ 3 แสนโล เปลี่ยนยางไป 4 ชุด แบต 3 ชุด นอกนั้นก็แค่โช๊คกับลูกปืนล้อ
นอกนั้นไม่มีอะไรจุกจิกเลย ยิ่งเครื่อง เกียร แอร์ ใช้กันจนลืม
แต่สำหรับผม ตอนนี้ต้อง PPV หรือ กระบะยกสูงเท่านั้น 8)
-
ผมก็ว่าพอแล้ว กับชีวิตในเมือง
แต่ถ้าบ้านใคร จำเป็นต้องมีรถแค่คันเดียว มันอาจจะต้องขยับไปเล่นตัวใหญ่กว่า
-
อยากขับ เก๋ง เล้ก MT มั่งจัง
เคยขับ แต่ eco cvt ก้เบาๆ พุ่งๆดี
ต้องลองครับ
แล้วจะกลายเป็นเด็กแว้น
อย่างรถผมนี่ใช่เลยครับ อิอิ
-
;D ;D ปกติครับ
ผมก็ชอบมองรถตัวเอง มันพอดีกับเราใช้แล้ว Happy
-
ประเด็นคือ พอเพียงครับ ตามกำลังทรัพย์เรา เราสบายใจ
ไม่เครียดผ่อน ค่านำ้มัน ค่าประกัน ค่ายาง......
เอาเงิน เวลา ไปทำอย่างอื่น งานที่รัก ลงทุน ..
ทำเพื่อคนอื่น มองคนรอบข้าง แล้วจะมีความสุขครับ
แต่ถ้ากำลังทรัพย์เยอะ รถราคาแพงกว่าย่อมดีกว่าแน่นอน
มีความสุขกับรางวัลชีวิตอีกแบบ
-
เอาเข้าจริง B นี่กำลังเหมาะ ใช้งานในเมืองคล่องตัว ออกต่างจังหวัดใช้ความเร็วเดินทาง 100-120 ไม่มีปัญหา
อาจจะติดขัดบ้างถ้าสมาชิกเยอะ+ตัวใหญ่ ... และถ้าเดินทางไกลๆจะเหนื่อยจากเสียงถนน เสียงลม (เคยเอา yaris ขึ้นเชียงหม่ ก็ขับได้ไม่มีปัญหาอะไร เว้นแต่จะรู้สึกล้ามากกว่าเวลาเอา Accord ไป)
"รถดี" คือรถที่ตรงการใช้งานของเรา ดังนั้นถ้าซื้อรถมาเพื่อใช้พาตัวเราจากจุด A ไปจุด B และไม่ได้เดินทางไกลบ่อยๆ ... B segment เหมาะมาก
ปล MX5 เหมาะกับขับ "ที่" เชียงใหม่ ถ้าขับ "ไป" เชียงใหม่ ... จากที่ใช้มา 6 เดือน ... ผมว่าเหนื่อยกว่าขับ Yaris แน่ครับ :-X (อยากเอาไปขับเชียงใหม่-ปาย เหมือนกัน ... ช่วง กรุงเทพ-เชียงใหม่ นี่คงดูไม่จืด ... เสียงลมดัง พวงมาลัยขี้ฟ้อง ขับทางตรงยาวๆ เหนื่อยครับ)
-
ลองดู ยอดขาย รถ ที่ ญี่ปุ่น ครับ
-
Vios 2006 MT ผมจำฟิลลิ่งตอนที่เคยขับได้ไม่ลืม เครื่อง1nz เจอ mt มันฟินมาก
-
ที่จริง B car 1500 จับคู่เกียร์ธรรมดา
มันคือรุ่น RS ของหลายๆ รุ่นที่ญี่ปุ่นเลยนะครับ
ถ้ารุ่นใหม่ๆ ขายพร้อม ESP, airbag ครบๆ มันคือรถที่สุดๆ เลย
-
รู้จักพอ ก่อสุขทุกสถาน :)
ยินดีด้วยครับ
เอาเงินที่ต้องเสียกับกิเลสเรื่องรถไปทำอย่างอื่นได้เยอะแยะ สมัยก่อนแต่งรถทีเป็นแสนทุกวันนี้นึกแล้วเสียดายเงินมากเลย ทำเท่าไรก็จ่ายไปกับรถหมด เอาส่วนนั้นไปใช้ชีวิตให้คุ้ม ท่องเที่ยวต่างประเทศ กินเที่ยวช้อปสบายๆดีกว่าถือว่ากำไรชีวิต ดีกว่าไปลงกับรถ
ทุกวันนี้จะเอารถดีๆไปจอดทิ้งขว้างที่ไหนก็พะวง ไหนจะเป็นเป้าสายตาโจร ไหนจะเฉี่ยวชน เอาอีโค่คาร์ไปคล่องตัว สบายใจจอดมันทิ้งไว้ได้เป็นสัปดาห์ไม่มีใครสนใจ
-
ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาแชร์ประสบการณ์ ครับ ;)
-
เทียบกับกะบะเก่าๆอะนะ ต้องรองขับคนอื่นในระดับเดียวกันดู
-
วิ่งทางไกลผมไว้ใจเฟียสต้าของผมเสมอ
ประหยัดน้ำมัน ขับเร็วได้ไม่น่ากลัว ช่วงล่างไว้ใจได้ไม่ว่าฝนหนัก หรือโค้งเยอะ มุดได้ หักหลบหลุมได้ไม่กลัวหลุด เกียร์เวลาวิ่งทางไกลแล้วรักมาก (แต่อย่ารถติดพอ)
ข้อที่ไม่ชอบ ขนของได้น้อย ตกหลุมไม่ได้ (ตอนนี้ยางบวมหลังจากวิ่งทางไกลมา เจอหลุมก่อนเข้าไฟแดงน้ำมันขังอยู่ ลงไปคิดว่านิดๆที่ไหนได้แม็กเป็นรอย)
-
ดีด้วยครับ
ผมกำลังปรับตัวให้เข้ากับรถเล็ก แต่เวลามีลูกนั่งด้วยทางไกลก็ไปรถใหญ่ เพราะยังไม่มั่นใจกับรถเล็กมากครับเรื่องความปลอดภัย
แรกๆขับ เมื่อยและเหนื่อยมากขับรถเล็กๆนี่ พอเริ่มชินแล้วคราวนี้กลับไปนั่งรถใหญ่สบายกว่าเดิมอีกมากๆ ครับ
โชคดีมีรถหลายคันเลือกให้เหมาะกับสถาณการณ์ได้
-
ส่วนตัวเคยใช้ C-seg มาตลอด จนมาได้ขับ B-segment หลายๆรุ่นก็รู้สึกว่าโอเคนะ บางคันก็หนาดีเช่น Fiesta ผมชอบมันมากถ้าไม่นับเรื่องกระตุก 5555
แต่ถ้าขับไกลมากๆ ระดับภาคเหนือไปใต้ ถึงแม้ผมจะโอเคกับ B-seg ก็เถอะ ถ้าเลือกได้ก็ขอ C
-
ลองไปเทส พวก D-segment ทางไกลดูก่อนครับ
ผมเคยขับ Teana J32 2.0 ลิตรอืดมากมายแต่ มันคือสบายโคตรๆครับ
เงียบ นิ่ง รอยต่อเล็กๆเสียงคนละเรื่องกับ B-Segment เลย
-
เพียงพอ แต่ขอเป็น2ดีเซล อะไรประมาณนี้ ชอบเลย
-
คือท่านขยับจากมังกรทอง มาเป็น Vios ความต่างต่างกันแน่นอนระหว่างกะบะกับเก๋ง คือเก๋งนั่งสบายกว่า
พอเทียบกะบะมังกรทองกับเก๋งอย่างวีออส มังกรทองอืด ควันดำ ย้วย พอมาเก๋ง อัตราเร่งพอใช้ ไม่อืดไป ไม่ย้วยไป พุ่งทะยานกำลังดี
ถ้าวันหน้ามีเงินเยอะขึ้น คุณมี วีออสคันเดิม กับ โคโรล่าอัลติส 1.8 เวลาเปรียบเทียบกันมันจะดีขึ้นไปอีกระดับนึง
พอคุณมีอัลติส แล้วจากนั้นมีคัมรี่ มันจะดีไปอีกระดับนึงเหมือนกัน
ทุกคนที่มีเงินเหลือไขว่คว้ารถที่ตัวเองรักตัวเองชอบ ตัวเองพอใจ ไม่มีใครผิดถูกหรอกครับความพอใจไม่เหมือนกัน ขึ้นกับสถานะและกำลังทรัพย์ด้วย