Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: MystogaN ที่ ธันวาคม 28, 2016, 17:18:47
-
แบบไหนดีกว่ากันครับ
1.แบบพ่นน้ำยาของเค้าเอง แต่เป็นเจ้าแรกที่ดังในไทย ราคาแรง คันที่แล้วเคยทำกับเจ้านี้
2.แบบทาเป็นนำเข้าจากญี่ปุ่น100% ราคาถูกกว่า 1 หมื่นโดยประมาณ เปิดมานานเหมือนกัน
-
ต่างกันหมื่นเดียว แบบพ่นดีกว่าครับ เพราะแบบพ่นจะละเอียดกว่าครับ
-
ถนนเมืองไทยสะเก็ดหิน ก้อนเล็ก ก้อนใหญ่ วัสดุต่างๆบนพื้นถนนเยอะมาก ขับๆไปหินดีดเป็นรอยเต็มไปหมด นี่คือความจริง เอาจริงๆถ้าเคลือบได้ก็ดีถ้าราคาไม่เกินหมื่น ผมว่าคุ้มเพราะไม่ต้องเข้าคาร์แคร์บ่อยๆล้างรถได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าคุณขับรถเดินทางบ่อยจะรู้เลยว่า ต่อให้เคลือบแก้วดีแค่ไหน เกรดสูงสุดก็กันรอยหินดีดไม่ได้ ถ้าราคาเคลือบแก้วเกินหมื่นผมว่าเก็บเงินไว้จ่ายค่าประกันชั้น1คุ้มกว่าครับ เพราะเจอรอยหินดีดต้องเคลมแน่นอน :-\
-
ถนนเมืองไทยสะเก็ดหิน ก้อนเล็ก ก้อนใหญ่ วัสดุต่างๆบนพื้นถนนเยอะมาก ขับๆไปหินดีดเป็นรอยเต็มไปหมด นี่คือความจริง เอาจริงๆถ้าเคลือบได้ก็ดีถ้าราคาไม่เกินหมื่น ผมว่าคุ้มเพราะไม่ต้องเข้าคาร์แคร์บ่อยๆล้างรถได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าคุณขับรถเดินทางบ่อยจะรู้เลยว่า ต่อให้เคลือบแก้วดีแค่ไหน เกรดสูงสุดก็กันรอยหินดีดไม่ได้ ถ้าราคาเคลือบแก้วเกินหมื่นผมว่าเก็บเงินไว้จ่ายค่าประกันชั้น1คุ้มกว่าครับ เพราะเจอรอยหินดีดต้องเคลมแน่นอน :-\
ถ้าเดินทางบ่อยๆ คงต้องลอกแล็คเกอร์ออกแล้วไปพ่นเซรามิกแบบที่พวก ซุปเปอร์คาร์ทำออกจากโรงงาน
ผมเคยหลงเคลือบแก้วไปคันนึง ซึ้งเลยครับ มันไม่ได้ช่วยอะไรอย่างที่หวังไว้เลย
สรุป ตามนั้นครับ เก็บเงินไว้ดีกว่า กรณีเป็นนักเดินทาง
ปล.ปัจจุบัน ผมใช้วิธีเคลือบสีธรรมดาเอาครับ แต่เคลือบเดือนละครั้ง ผมว่า ดูดีกว่าเยอะเลย ที่สำคัญ เวลาเห็นรอยขีดข่วนที่ชาวบ้านเดินเฉี่ยว หรือหินกระเด็น ผมก็ไม่เจ็บใจครับ
-
เคลือบแบบพ่นเข้าได้ทุกซอกทุกมุมครับ
แบบทายังไงก็ไม่ทั่ว
-
ถนนเมืองไทยสะเก็ดหิน ก้อนเล็ก ก้อนใหญ่ วัสดุต่างๆบนพื้นถนนเยอะมาก ขับๆไปหินดีดเป็นรอยเต็มไปหมด นี่คือความจริง เอาจริงๆถ้าเคลือบได้ก็ดีถ้าราคาไม่เกินหมื่น ผมว่าคุ้มเพราะไม่ต้องเข้าคาร์แคร์บ่อยๆล้างรถได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าคุณขับรถเดินทางบ่อยจะรู้เลยว่า ต่อให้เคลือบแก้วดีแค่ไหน เกรดสูงสุดก็กันรอยหินดีดไม่ได้ ถ้าราคาเคลือบแก้วเกินหมื่นผมว่าเก็บเงินไว้จ่ายค่าประกันชั้น1คุ้มกว่าครับ เพราะเจอรอยหินดีดต้องเคลมแน่นอน :-\
แสดงว่ากำลังเข้าใจการเคลือบแก้วผิดนะครับ หลักๆการเคลือบแก้วคือการป้องกันสีผิวของรถครับจากพวกสารเคมีหรือฝนหรือฝุ่นละอองต่างๆและป้องกันรอยขีดข่วนเบาๆครับ ไม่ใช้ป้องกันหินดีด ที่เข้าใจว่าป้องกันหินดีดเป็นเพราะเจ้าแรกๆที่เข้ามาทำดันทำการตลาดโฆษณาแบบนั้น คนเลยพากันคิดว่าป้องกันหินดีดได้
-
พ่นดีกว่ากันเยอะ แบบทามันบางเกินไปลองไฟส่องมองเอียงๆดุจะเห็นเหมือนคราบฟิลม์บางๆด่างเป็นหย่อมๆยื่งนานยิ่งด่างลายไปหมดนี่หละเหตุผลที่ต้องเมนทีแนซ์เติมตลอด
แต่ถ้าให้พ่นผมก้ไม่เอาอยุ่ดีเพราะราคาแพงกว่าทำสีใหม่ทั้งคันแบบดีๆซะอีก
หรือแค่พ่นแลคเกอร์ดีๆทับสำหรับรถเก่ายังดูใหม่กว่าแก้วซะอีก
นี่ว่าจะไปขัดออกดีกว่าขี้เกียจเติมเสียเงินเรื่อยๆ
-
การเคลือบแก้ว อย่างที่หลายๆคนบอกครับ ไม่ได้มาป้องกันหินกระเด็นถูก
การเคลือบแก้ว คือ การป้องกันผิวรถได้แค่ระดับหนึ่ง ที่เขาว่าคือ ระดับ 9H ซึ่งมากกว่าการเคลือบ wax หลายเท่าอยู่ แต่จุดประสงค์ สำคัญ คือ การดูแลรักษาง่าย สกปรกยากกว่า ล้างง่าย จริงๆ เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาดูแลรักษารถน้อยมากกว่า
เรื่องความเงา ความฉ่ำ สู้ wax ไม่ได้หรอกครับ ดังนั้น จุดประสงค์ เราต้องรู้ก่อนว่าเราจะเคลือบไปเพื่ออะไรก่อน
ต่อมา จะเป็นแบบพ่น หรือ แบบทา ในความคิดผม ผมว่าเหมือนกัน สิ่งสำคัญ คือ น้ำยาที่ใช้ การเตรียมผิวรถก่อนเคลือบ รวมถึงฝีมือช่าง(ร้านนั้นละครับ)
ผมพูดเป็นกลางๆครับ น้ำยา ถ้าเลือกได้ ควรเลือกที่มีข้อพิสูจน์ว่าคุณภาพดีจริง มีขายจริงทั่วไป เปิด google แล้ว มียี้ห้อนี้จริง มีคนใช้กันทั่วๆไปในหลายๆประเทศ อันนี้ เป็นสิ่งที่บอกเราว่า คุณภาพที่ดี
ร้านที่ทำ อันนี้ยากหน่อย เพราะ มีเยอะมากครับ ต้องหาข้อมูล ดูจากคนที่เคยทำ post ไว้ เข้าไปคุยถามข้อมูล การรับประกัน การ service เป็นอย่างไร
สิ่งที่ผมอยากจะบอกอีกอย่างคือ ถ้าน้ำยาเคลือบที่ดี เมื่อเคลือบลงไปแล้ว ในการ service แต่ละครั้ง ไม่ว่าจะ 3เดือน 6เดือน ทีนึง จะต้องไม่ลงน้ำยาใหม่นะครับ ถ้ามีใครบอกว่าต้องลงทุกๆ กี่เดือน อันนี้แสดงว่า น้ำยาที่เขาใช้จะมีอายุตามที่เขาว่าต้องลง แสดงว่าน้ำยาคุณภาพไม่ดี ของที่ดี ต้องอยู่ได้เป็นปี โดยไม่ต้องไปลงซ้ำนะครับ
สรุปครับ ถ้า เป็นคนดูแลรถเอง มีเวลา ชอบลองwax อันนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำแก้วครับ เสียเงินไม่คุ้มครับ
แต่ ถ้ามีเวลาน้อย อยู่คอนโด นานๆล้างรถที แต่อยากให้รถดูดี ฝนตกรถก็สะอาดขึ้น แบบนี้ค่อยตัดสินใจไปทำครับ แต่จะแบบ พ่นหรือทา ผมว่า พ่นได้ทั่วทุกซอกมุม แต่ ความหนาของน้ำยาจะเท่ากันไหมเรามองยากเพราะน้ำยาใส ไม่ใช่แบบพ่นสีที่เรามองออกว่าสีเต็มไม่เต็ม แต่ทาจะได้ความหนาของน้ำยาที่เวลากดเวลาเติมได้ดีกว่า แต่จริงๆ ก็ดีทั้งคู่ แล้วแต่ชอบครับ
-
ถ้าจะป้องกันหินด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันติดฟิล์มใสกันรอยกันหินสถานเดียวครับราคาต่อไปจะลงมาเยอะเพราะมีของเอเซียพวกเกาหลีใต้หวันเข้ามา
เคลือบแก้วจริงๆแล้วคือการเคลือบแบบระยะยาวกว่าแว็กมีความทนทานกว่าชั้นผิวก็จะค่อยบางลงจนหมดแต่ช้ากว่าเป็น hard coat
ถึงต้องมีการเข้าเซอวิสในกรณีต้องการแบบรับประกันข้อดีคือล้างง่ายกว่าเดิมคราบสกปรกเกาะยากกว่าเดิม
-
เคลือบแก้วไม่ได้กันหินครับ ถ้ากันหินต้องติดฟิล์มครับ แต่เคลือยแก้วจะมีประโยชน์ที่ล้างง่าย ไม่ต้องห่วงเรื่องขึ้นกและถ้ามีรอยขีดข่วนเล็กน้อยก็ขัดออกแล้วเคลือบใหม่ได้ แต่ถ้าเป็นสีเดิมเวลาขัดแลคเกอร์ออก1ครั้งแล้วจะไม่สามารถขัดอีกครั้งได้ครับ