Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: gatasila ที่ พฤษภาคม 25, 2010, 07:38:22
-
คือตอนจะดับเครื่องต้องวอร์มเครื่องไว้ซักพักก่อนที่จะดับเครื่อง(กรณีเข้าบ้านแล้วนะครับและรถอยู่ที่ที่ปลอดภัย) เป็นวิธีที่ถูกต้องรึปล่าวครับ
-
อยากรู้เหมือนกันครับ
ผมก็ติด Turbo-Time
ทั้งที่ไม่รู้ ว่ามันเกี่ยวกับระบบยังไง?
-
ผมได้ยินมาว่า 8-10 กิโล สุดท้ายก่อนถึงที่หมาย ขับช้าหน่อย
ประมาณไม่เกิน 80 กม./ชม. ถ้าเป็นไปได้ 60 กม./ชม. จะดีที่สุด
กินลมชมวิวไปเรื่อยๆ จะได้ผลดีกว่าไม่น้อยครับ
เพราะจะได้อากาศจากภายนอกมาช่วยด้วย
เมื่อจอดแล้วก็เปิดฝากระโปงทิ้งไว้
จะช่วยยืดอายุอุปกรณ์พวกยาง + พลาสติก ด้วยครับ
ทั้งหมด ว่าด้วยเรื่องระบายความร้อน
ได้ผลมากน้อยแค่ไหน คงต้องรอผู้รู้แจกแจงอีกทีครับ :-X
-
เคยได้ยินว่ารถเทอร์โบสมัยก่อน ยังไม่มีระบบระบายความร้อนที่ดีพอ วิ่งไกลๆแล้วดับเครื่องเลย
จะทำก้านใบพัดเทอร์โบอายุการใช้งานสั้น เลยจะให้ติดเครื่องสักพักแล้วค่อยดับเครื่อง
แต่สมัยนี้เทอร์โบก็พัฒนามาเยอะ แต่จ้าอุ่นใจก็ติดไว้สักหน่อยหรือก่อนจะถึงที่หมายก็ขับแบบไม่ต้องใช้รอบสูงก็น่าจะช่วยได้
รู้แบบงูๆปลาๆรอผู้รู้จริงมาตอบอีทีนะครับ ;D
-
ความคิดส่วนตัวคิดว่า ที่ต้องวอร์มเครื่องเนื่องจากต้องการให้เครื่องยนต์มีการระบายความร้อนจากเครื่องออกไปก่อนในระดับหนึ่ง แต่นั่นน่าจะเป็นในกรณีที่ขับแบบเหยียบมาตลอดพอถึงที่แล้วดับเครื่องเลย อันนี้น่าจะต้องวอร์มเครื่องสักพักเพื่อระบายความร้อน แต่ในความเป็นจริงเวลาที่เราขับไปไหนมาไหนก็ตามก่อนที่จะถึงที่หมาย มันก็ต้องเข้าซอย ชะลอรถ หรือติดไฟแดง หรือต้องลงไปเปิดประตูหน้าบ้านบ้าง ผมว่าแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับรถทั่ว ๆ ไป หรือถ้าเอาสบายใจก่อนถึงที่หมายสัก 5 กม.ก็ขับแบบชิว ๆ ก็น่าจะดีเหมือนกันนะครับ
-
ประสบการณ์ตรงครับ :-[
เคยขับซูบารุเทอร์โบเมื่อสักยี่สิบปีก่อน ขับไปรับเพื่อนแถวชานเมืองเอง พอไปถึงบ้านเพื่อนก็ดับเครื่องเลยแล้วลงไปรับ แต่พอกลับมาที่รถนี่ควันคละคลุ้งเลยพร้อมกับน้ำมันเครื่องกระจายเต็มพื้น ต้องเรียกรถมายกไปอู่ :'( ซ่อมเป็นหมื่น
-
จขกท. คงหมายถึงรถทั่วๆไปที่ไม่ใช่รถเทอร์โบ ใช่ป่าวครับ
อยากรู้เหมือนกันครับ ;D เห็นเวลาขับทางไกลกรุงเทพเชียงใหม่
รถที่จอดแวะตามปั๊มก็ติดเครื่องไว้นะครับ ส่วนตัวจอดเสร็จก็ดับเลยครับ ยังปกติดี
-
รถพี่ชายผม (รุ่นเดียวกับ display ของจขกท.) เวลาวิ่งมาจากกทม.ถึงลพบุรีหรือวิ่งด้วยความเร็ว พอมาถึงที่บ้าน พี่เขามักจะเดินเบาเครื่องไว้สัก 5 นาที แล้วค่อยดับเครื่อง พร้อมกับการเปิดฝากระโปรงหน้าช่วยครับ ก็น่าจะช่วยให้ความร้อนไม่สะสม ช่วยยืดอายุชิ้นส่วนต่างๆ ได้บ้างครับ
ปล.ว่างๆ จริงๆ แล้ว ผมจะมาทำรีวิวรุ่นนี้ให้อ่านนะครับ คันนี้คงรอกันสักเดือนหน้าอ่ะครับ
-
ก่อนขับเค้าเรียก " วอร์ม อัพ " ครับ
ก่อนดับเค้าเรียก " คลู ดาวน์ " ครับ
ถามว่าจำเป็นไหม ไม่จำเป็น แต่ควรไหม ควรครับแม้รถเป็น N/A
เหตุผลของผมคือ ถูกผิดไม่รู้
แม้ว่ารถยนต์สมัยนี้จะมีการระบายความร้อนดีแล้วก็ตาม แต่ความร้อนสะสมมันมาอยู่ การให้เครื่องเดินด้วยรอบที่น้อยกว่าทำให้ระบบระบายความร้อนทำงานได้ดีกว่ารอบสูง และ วัสดุที่ทำเครื่องยนต์แม้จะเป็นอัลลอยผสมที่ทนความร้อน แต่กสารขยายตัวของโลหะเมื่อความร้อนสูงมาก เมื่อมาถึงที่ดับเครื่องเลยผมมองว่ามันอาจมีผลที่แตกต่างกันระหว่างการให้ระบบช่วยคายความร้อนโดยมีน้ำมันเครื่อง มีน้ำจากหม้อน้ำ มีพัดลม จะทำให้โลหะมันค่อยๆปล่อยความร้อนออกมา อย่างช้าๆ
ทำให้น้ำมันเครื่อง ของเหลวต่างๆ อายุยืนขึ้น เพราะค่อยๆเย็น ตัวลงน่าจะยืดอายุได้ดีกว่า ไม่งั้นในรถที่ใช้ในสนาม หรือ พวกรถจี๊ดจะต้องมีออยคูลเลอร์ ออยเกียร์ เพราะใช้รอบสูงมาก ทำให้ความร้อนสูงมากๆ คุณสมบัติทางเคมีก็เปลี่ยนได้
-
สำหรับความเห็นผมคือ ควรทิ้งไว้สักอย่างน้อยก็ครึ่งนาที แล้วค่อยดับครับ
เพราะจะทำให้น้ำมันเครื่องได้หมุนเวียนในรอบเดินเบาสักพัก เพื่อที่จะให้มีการระบายความร้อนที่สูงมากออกสักหน่อย โดยเฉพาะเครื่องเทอโบเนี่ย
ยิ่งควรทำครับ เพราะถ้าดับเครื่องทันที น้ำมันเครื่องที่ใหลผ่านแกนเทอโบอาจะจะแห้งฉับพลัน ซึ่งอันตรายมากครับ (มันจะพังเอาง่ายๆ)
แต่ถ้าขับไม่ไกลถึงขั้นเกิน 100 กิโลเมตร ผมคิดว่าเวลาเข้าที่จอดก็ปิดเครื่องเสียง ปิดแอร์ หยิบของที่จะเอาลง ล็อคครัช เปิดประตูลงจากรถแล้วค่อยดับเครื่องก็น่าจะเพียงพอแล้ว
หรือถ้าวิ่งทางไกลมากๆ ก็จอดแล้วนั่งตากแอร์สัก นาทีสองนาที แล้วค่อยดับเครื่องก็น่าจะพอครับ
ทั้งนี้ผมแล้วแต่โอกาสด้วยครับ ถ้าขับรถช้าๆ เช่น วิ่งเข้าซอยก่อนจะถึงที่จอด โดยรอบไม่ขึ้นสูงมาก (เทอโบไม่ค่อยหมุนแรง) บางทีผมก็จอดแล้วดับเครื่องเลยครับ
-
ว่าจะตั้งคำถามประมาณนี้เหมือนกันพอดีนะครับ เพราะปกติผมขับรถเสร็จ ผมจะบิดกุญแจให้ไฟเดิน และให้พัดลมหน้าเครื่อง พัด จนกว่าจะดับเอง
-
ว่าจะตั้งคำถามประมาณนี้เหมือนกันพอดีนะครับ เพราะปกติผมขับรถเสร็จ ผมจะบิดกุญแจให้ไฟเดิน และให้พัดลมหน้าเครื่อง พัด จนกว่าจะดับเอง
มันไม่ค่อยจะช่วยเท่าไหร่หรอกครับ ผมว่าติดเครื่องสักแป๊บนึงให้ ปั้มน้ำ และ ปั๊มน้ำมันเครื่อง ทำงานดีกว่า เพราะการใช้ของเหลวระบายความร้อนจากภายในเครื่องยนต์จะดีกว่าครับ
-
เครื่อง N/A ดับไปโลด หรือถ้าขี้กลัว ก็เดินเบาจนพัดลมดับ
ปรกติรถจะถูกทำให้มีอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงการทำงาน ประมาณ 90 องศา
ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 90 ไป ถึงจุดหนึ่ง พัดลมหม้อน้ำจะทำงานเป่าให้อุณหภูมิลดลง
พอถึงจุดหนึ่งก็ดับ ระบบระบายความร้อนจะทำงานอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เครื่องยนต์ทำงานสมบูรณ์
ลองกลับมาคิดว่าเครื่องเทอร์โบ มันต่างกันตรงไหน มันมีหอย
เครื่อง N/A เวลาเครื่องทำงานระบบหล่อลื่น(ซึ่งหน้าที่เสริมคือระบายความร้อนด้วย)และระบายความร้อน อยู่ตลอดเวลา
เมื่อเราดับเครื่องทุกชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวจะหยุดทำงาน ระบบหล่อลื่นก็ทำงานถึงวินาทีสุดท้ายที่ดับ ระบบระบายความร้อนก็เช่นกัน
แต่เครื่องเทอร์โบ มันมีใบเทอร์โบซึ่งจะยังทำงานอยู่จากแรงเฉื่อยของการหมุนโดยไม่มีการหน่วง เมื่อชิ้นส่วนยังเคลื่อนไหว
แต่ระบบหล่อลื่น ระบายความร้อนหยุดทำงานแล้วจะเป็นยังไง ใบเทอร์โบกับแกนเทอร์โบนี้มีความร้อนสะสมมากจาก
ไอเสียที่มีอุณหภูมิสูงจากการเผาไหม้และการหมุนของใบพัดซึ่งสูงมากอาจจะเป็นแสนรอบต่อนาทีเลย
แล้วดับหลังเดินเบา ใบเทอร์โบไม่หมุนเหรอ หมุนแต่อยู่ในระดับต่ำจากไอเสียที่น้อย ไม่สามารถพัดใบพัดได้เร็ว (คิดถึงเทอร์โบบูสท์ยังไม่มา)
และอุณหภูมิอยู่ในระดับที่น้มันหล่อลื่นและน้ำระบายความร้อนเทอร์โบ(สำหรับเทอร์โบที่ใช้น้ำระบายความร้อน) เอาอยู่
-
เก็บข้อมูลครับ