Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: mick ที่ มกราคม 14, 2018, 23:20:11
-
ลองคิดเล่นๆ เล่นแบตเตอรี่ 4 แสน เวลาเคลมให้ลูกค้าจะได้เป็นรายจ่ายมากๆเกินจริง เพื่อลดภาษีบริษัท MBTH ตัวเอง พอมีข่าวก็บอกว่าเวลาลูกค้าเปลี่ยนเอง มีส่วนลดเยอะเหลือ 1-2 แสน แปลว่าใส่ 4 แสนเพื่อให้เป็นรายจ่ายเยอะ กำไรที่เสียภาษีจะได้น้อยลงตาม
ผลประโยชน์อีกอย่างคือ ราคาเต็ม 4 แสน วันดีคืนดีไม่มีส่วนลดแล้วก็ให้ลูกค้าจ่ายเต็ม 4 แสนได้ ไม่ถือว่าขึ้นราคา โวยวายอะไรไม่ได้
ที่ผมคิดเป็นไปได้ไหมครับ
-
เห็นด้วยครับ ว่าคงตั้งราคาเว่อๆ ไว่ก่อน
เพราะมันมีงานเคลม เช่นคนซื้อStar plus ที่ซ่อมบำรุงฟรี แสนโล ก็ทำเรื่องค่าอะไหล่แพงๆไว้
อย่างเคสที่ผมเจอก็มี เฟืองแอดวานส ตัวนึง หลายหมื่น พอเราโวยวายก็บอกว่า มีทำเรื่องขอส่วนลดพิเศษให้ เพราะเป็นรถซ่อมบำรุงในศูนย์ตลอด
ลดให้เหลือสามหมื่นกว่า จากหกหมื่นกว่ามั้ง ตอนนั้นก็ดีใจละ แต่มาคิดๆดู อะไหล่จริงๆอาจจะราคาแค่หมื่นกว่าบาท แต่ตั้งราคาให้เว่อ เราก็หลงดีใจเค้าลดให้เยอะ
อะไหล่บางอย่างก็ราคาเว่อจริงๆ แบบถ้าเอาราคาอะไหล่ทั้งคันมารวมกันเป็นรถอาจจะแพงกว่าราคารถทั้งคันหลายเท่า
-
แน่นอนที่สุดครับ
-
ธรรมาภิบาล
อ่านผ่านๆ ตั้งไว้แปดแสนราคาจริงสองแสน
ใครไปชนเข้าก็ซวย ประกันก็ซวย
ใครชนbXxx ต้องต่อรองค่าอะไหร่ หาร4 ครับถ้าต้องจ่ายเอง
ผมว่ามันไม่ใช่แค่แบตตีวเดียวอะดิ
-
ผมเคยดูรายการคุณวสันต์ เบนซ์ทองหล่อ
เขาว่า ขายรถเบนซ์ กำไรน้อย
แต่กำไรจริงๆ มันได้ตอนเซอร์วิสนี่แหละครับ
ผมว่าคงจะจริง เพราะกว่าจะขายได้ 1 คัน
ต้องเปรียบเทียบตั้งกี่เจ้า ลดราคาแข่งกันอีก
-
จริงๆ แล้ว รายจ่ายที่นำมาหักภาษีได้ จะเป็นพวกรายจ่ายจากดอกเบี้ยนะครับ เรียกว่า tax shield
แต่ถ้าหมายถึง การทำให้รายจ่ายสูงเกินจริง เพื่อให้สำแดงกำไรได้น้อยลง เพื่อเสียภาษีน้อยลง ผมว่าไม่จริงครับ มันมีผลเสียมากกว่าได้
สมมติกำไรก่อนภาษี (EBIT) 100 ล้าน กับ 300 ล้าน ภาษี 20% (ตัวแปรอื่นเท่ากันหมด)
100 ล้าน เสียภาษี 20 ล้าน กำไรสุทธิ (NI) 80 ล้าน
300 ล้าน เสียภาษี 60 ล้าน กำไรสุทธิ (NI) 240 ล้าน
เห็นอะไรมั้ยครับ ตัวเลขสัมบูรณ์เสียภาษีน้อยลง 40 ล้านก็จริง แต่กำไร (์NI) ก็ลดลงด้วย 160 ล้าน
สมมติ MBTH เทรดที่ P/E (price to earning) 10 เท่า value บริษัทเท่ากับ 2,400 ล้าน
กำไรลดลง ---> ทำให้ ROE (return on equity) ลดลงตาม ---> P/E ลดลงตาม ROE ที่ลดลง เหลือ 8 เท่า
ทำให้ value บริษัทเหลือเท่ากับ 640 ล้าน
คุณเซฟภาษีไป 40 ล้าน แต่ value บริษัทหายไป 2,400-640 = 1,760 ล้าน คุ้มเหรอครับ? นี่ผมคิดแบบง่ายๆ ให้เห็นภาพ มันเหมือนเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือน่ะครับ
-
จริงๆ แล้ว รายจ่ายที่นำมาหักภาษีได้ จะเป็นพวกรายจ่ายจากดอกเบี้ยนะครับ เรียกว่า tax shield
แต่ถ้าหมายถึง การทำให้รายจ่ายสูงเกินจริง เพื่อให้สำแดงกำไรได้น้อยลง เพื่อเสียภาษีน้อยลง ผมว่าไม่จริงครับ มันมีผลเสียมากกว่าได้
สมมติกำไรก่อนภาษี (EBIT) 100 ล้าน กับ 300 ล้าน ภาษี 20% (ตัวแปรอื่นเท่ากันหมด)
100 ล้าน เสียภาษี 20 ล้าน กำไรสุทธิ (NI) 80 ล้าน
300 ล้าน เสียภาษี 60 ล้าน กำไรสุทธิ (NI) 240 ล้าน
เห็นอะไรมั้ยครับ ตัวเลขสัมบูรณ์เสียภาษีน้อยลง 40 ล้านก็จริง แต่กำไร (์NI) ก็ลดลงด้วย 160 ล้าน
สมมติ MBTH เทรดที่ P/E (price to earning) 10 เท่า value บริษัทเท่ากับ 2,400 ล้าน
กำไรลดลง ---> ทำให้ ROE (return on equity) ลดลงตาม ---> P/E ลดลงตาม ROE ที่ลดลง เหลือ 8 เท่า
ทำให้ value บริษัทเหลือเท่ากับ 640 ล้าน
คุณเซฟภาษีไป 40 ล้าน แต่ value บริษัทหายไป 2,400-640 = 1,760 ล้าน คุ้มเหรอครับ? นี่ผมคิดแบบง่ายๆ ให้เห็นภาพ มันเหมือนเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือน่ะครับ
ถ้าเป็นบริษัทมหาชนไม่คุ้มแน่ๆ
แต่บริษัทจำกัดธรรมดา การทำให้ตัวเลขทางบัญชีมีกำไรน้อยลง มีผลเสียอะไรอีกเหรอครับ
เพราะตัวเลขกำไรน้อยก็เป็นข้ออ้างจ่ายโบนัสได้น้อยลงอีก
คุณค่าของ mecerdess มันก็ยังเป็น mecerdess มันไปอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ มากกว่าไปอยู่ที่ตัวเลขผลประกอบการของบริษัทมากกว่าหรือป่าวครับ
ผลเสียที่ผมนึกออกก็มีแค่ตอนกู้เงินขยายกิจการนี่ล่ะครับ บริษัทกำไรน้อยอาจกู้เงินลงทุนได้น้อยแค่นั้นเอง
-
ผมกลับมองว่ากำหนดราคาตั้งต้นแพง หน่วยงานรัฐน่าจะชอบเพราะรีดภาษีได้เยอะกว่า ยังไงเอาไปหักค่าใช้จ่าย+กำไรที่จะต้องให้ตัวแทนจำหน่ายแล้วบางทีอาจยังไม่คุ้มด้วยซ้ำ ไหนจะต้องเผื่อประกันชิ้นส่วน 2 ปีไม่จำกัดระยะทางอีก (แบตเตอรี่ประกันมากกว่านี้ ส่วนหนึ่งก็คงชาร์จเผื่อตรงนี้ไว้ด้วย) พวกร้านขายของทั่วไปยังชาร์จราคา 2-3 เท่า
ลองเทียบดูหลายยี่ห้ออย่างรถญี่ปุ่นบ้างก็ได้ อะไหล่บางชิ้นก็แพงเวอร์ทั้งที่ผลิตในไทย เขาแอบชาร์จจุดที่เรามองไม่เห็น แต่อันนี้แทบจะนำเข้าทั้งหมด+ประกันชิ้นส่วน 2 ปีไม่จำกัดระยะทาง (รถญี่ปุ่นประกันให้ 6 เดือน หรือ 5,000-10,000 กม.) ขนาด BMW โดนทั้งภาษี+BSI ยังปรับราคากันให้วุ่น
-
ถ้าเป็นบริษัทมหาชนไม่คุ้มแน่ๆ
แต่บริษัทจำกัดธรรมดา การทำให้ตัวเลขทางบัญชีมีกำไรน้อยลง มีผลเสียอะไรอีกเหรอครับ
เพราะตัวเลขกำไรน้อยก็เป็นข้ออ้างจ่ายโบนัสได้น้อยลงอีก
คุณค่าของ mecerdess มันก็ยังเป็น mecerdess มันไปอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ มากกว่าไปอยู่ที่ตัวเลขผลประกอบการของบริษัทมากกว่าหรือป่าวครับ
ผลเสียที่ผมนึกออกก็มีแค่ตอนกู้เงินขยายกิจการนี่ล่ะครับ บริษัทกำไรน้อยอาจกู้เงินลงทุนได้น้อยแค่นั้นเอง
มีผลครับ เพราะมันกระทบไปหมด ต่อให้ไม่ใช่มหาชน แต่การส่งผ่านกำไรของบริษัทย่อย บริษัทลูก ไปยังบริษัทแม่ซึ่งอยู่ในตลาดหุ้นเยอรมัน dax มันส่งผลต่อมูลค่าแน่นอน คุณจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวไม่ได้หรอกครับ เพราะบางทีเวลาเข้าซื้อกิจการ หรือควบรวมนั้น พวกวาณิชธนกิจก็ต้องประเมินแบบนี้ ยิ่งต้องประเมินหลายวิธีด้วยแล้ว วิธี sum of the part ยิ่งมีโอกาสถูกนำมาประเมินสูง กับบริษัทที่มีการบริหารแบบกระจายอำนาจอย่าง mb ด้วยแล้ว
แล้วคุณค่าของ mb ก็อยู่ใน goodwill อยู่แล้วครับ นักลงทุนจะให้คุณค่าของที่เป็นนามธรรม อย่างพวก brand ความคาดหวัง 9ล9 สะท้อนผ่านค่า p/e อยู่แล้วครับ
หาก goodwill ทางบัญชีไม่สะท้อนความเป็นจริง มันจะถูกปรับโดยตลาดเอง (สรุปคนที่ให้คุณค่าตัวรถ mb ก็คือตัวคนเราเองนี่แหละครับ ผ่านทางราคาตลาด ที่ใครก็ตามยินดีจ่าย)
คนที่ได้ประโยชน์จากการสำแดงกำไรเท็จ มีแค่พวกกิจการบัญชี 2 เล่มเท่านั้นนะครับ หรือต่อให้จ่ายภาษีน้อยลงจริง ceo รุ่นใหม่ก็มองว่ามันมีข้อเสียอยู่ดี เพราะถ้าคุณไม่แก้ผ้า คุณก็ต้องกู้เงินธนาคารซึ่งดอกเบี้ยสูงกว่ากว่าตลาด bond มาก หรือต่อให้บอกว่าไม่กู้เลยใช้เงินตัวเองอย่างเดียวทำธุรกิจ มันก็จะมีข้อเสียเรื่อง leverage อยู่ดี การเติบโตคุณจะช้ากว่าคนอื่น แล้วคุณจะแพ้ในระยะยาว
-
Margin ขายรถมือ1 ได้น้อย
กำไรหลักๆจากservice และอะไหล่
เป็นแนวดั่ง จขกท ว่าแหละครับ
จบคันนี้ ผมก็จะserviceนอก ถ้าพังมากๆก็ขาย 555
-
ราคาอะไหล่ของBenz Thailand ตั้งได้โหดร้ายจริงๆครับ เข้าศูนย์แต่ละครั้งไม่เคยเห็นตัวเลขต่ำกว่าหมื่นตลอด ถ้ามีเปลี่ยนโน่นนี่นั่นจะไปร่วมแสนเป็นปกติของค่ายนี้เลย อยากให้คู่แข่งอย่างAudiรักษาราคาอะไหล่แบบนี้ไว้นานๆจะได้เป็นทางเลือกให้ผู้ใช้รถบ้านเราได้ประหยัดค่าซ่อมในราคาสมเหตุสมผลกันบ้างครับ
-
Margin ขายรถมือ1 ได้น้อย
กำไรหลักๆจากservice และอะไหล่
เป็นแนวดั่ง จขกท ว่าแหละครับ
จบคันนี้ ผมก็จะserviceนอก ถ้าพังมากๆก็ขาย 555
+1