Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: Hihihihi ที่ ธันวาคม 18, 2020, 10:10:35
-
มีแพลนจะออกรถช่วงต้นปีหน้า
อยากจะรบกวนถามความคิดเห็นและขอคำแนะนำจากพี่ๆทุกคนครับระหว่าง 2รุ่นนี้ครับ
1. ข้อดีข้อเสียของแต่ละรุ่น
2. 330e จะมีค่าดูแลรักษาในระยะยาวมากกว่ามั้ย
3. ส่วนลดซื้อสด ควรได้ประมาณเท่าไหร่ รุ่นไหนลดเยอะกว่ากันครับ
4. เรื่องความแรงผมไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่ เพราะผมยังไม่เคยมีรถยุโรปเลย
เครื่องดีเซลก็น่าจะเพียงพอแล้ว ส่วนใหญ่ขับในเมือง นั่งแค่2คนครับ
ถ้าจะขยับไปเป็น 330e จะคุ้มกับออฟชั่นที่ได้เพิ่มมามั้ยครับ
ถ้าเป็นพี่ๆจะเลือกรุ่นไหน เพราะอะไรครับ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำล่วงหน้าครับ
-
มีแพลนจะออกรถช่วงต้นปีหน้า
อยากจะรบกวนถามความคิดเห็นและขอคำแนะนำจากพี่ๆทุกคนครับระหว่าง 2รุ่นนี้ครับ
1. ข้อดีข้อเสียของแต่ละรุ่น
2. 330e จะมีค่าดูแลรักษาในระยะยาวมากกว่ามั้ย
3. ส่วนลดซื้อสด ควรได้ประมาณเท่าไหร่ รุ่นไหนลดเยอะกว่ากันครับ
4. เรื่องความแรงผมไม่ได้ซีเรียสเท่าไหร่ เพราะผมยังไม่เคยมีรถยุโรปเลย
เครื่องดีเซลก็น่าจะเพียงพอแล้ว ส่วนใหญ่ขับในเมือง นั่งแค่2คนครับ
ถ้าจะขยับไปเป็น 330e จะคุ้มกับออฟชั่นที่ได้เพิ่มมามั้ยครับ
ถ้าเป็นพี่ๆจะเลือกรุ่นไหน เพราะอะไรครับ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำล่วงหน้าครับ
ถ้าคุณอยากใช้เกิน5ปี และให้ความสำคัญกับราคาขายต่อ ไป320dเท่านั้น.
-
ผมใช้ F30 , 320i มา 5 ปี
ต่อด้วย F30 , 330e 3ปี
็Happy กับ 330 e มากครับ
รถแรงดีจริงๆ
ใช้ไฟฟ้าได้ ประหยัดน้ำมัน
มีปัญหาแบตบ้าง
แต่ claim ได้หมด
คันต่อไป ถ้าจะออก
ก็ 330e อีกครับ
แต่ได้ยินเหมือนว่า G20 มีปัญหามากกว่า
ไม่แน่ใจตรงนี้
-
จากโจทย์การใช้งาน สอย320d G20หรือF30ก็ได้
ความดีย์คือเรื่องความทนทาน หมดbsiยังชิวๆ ซ่อมน้อยครับ
เพราะจากปสก. 520d 525d F10 ใช้มาทั้งคู่ทนจริงปัญหาน้อย
ถ้าเอาจากเงื่อนไขที่เขียนมาไม่คุ้มค่าที่จะเพิ่มเงินไป330e
ปล. แต่ส่วนตัวผมชอบขับรถอัตราเร่งดีๆ ไม่ได้เร่งอัดแข่งกับใครแต่มีแรงม้า
แรงบิดไว้เผื่อเหลือเผื่อขาด(ล้นๆเลย)สต.ผมเลือก330eครับ 8)
-
ผมใช้ F30 , 320i มา 5 ปี
ต่อด้วย F30 , 330e 3ปี
็Happy กับ 330 e มากครับ
รถแรงดีจริงๆ
ใช้ไฟฟ้าได้ ประหยัดน้ำมัน
มีปัญหาแบตบ้าง
แต่ claim ได้หมด
คันต่อไป ถ้าจะออก
ก็ 330e อีกครับ
แต่ได้ยินเหมือนว่า G20 มีปัญหามากกว่า
ไม่แน่ใจตรงนี้
แต่ถ้าหมดประกัน แบต HV ราคา เกือบ 3 แสนเลยนะครับ ถ้าจะใช้ยาวๆ แนะนำ Diesel เท่านั้นครับ ขายต่อราคาน่าจะตกน้อยกว่าครับ
-
1. ตัวรถ 330e น่าขับกว่าครับ ดีเซลขับไม่สนุก ยกเว้นชอบขับแค่ในเมืองไม่เน้นความเร็วปลายมากนัก เครื่องดีเซลตัวนี้ถือว่าดีแต่เทียบกับรถเบนซินเทอร์โบไฮบริด ยังไงก้ไม่เท่าไหร่ครับ
2. Bsi 5 ปีหมด ถ้าใช้ไม่เกิน 6 ปีขายก้ไม่ต้องกังวลครับ 330e แต่ถ้าจะ7 ปีขึ้นคงต้อง 320d
3. ทั้ง2 รุ่นได้พอกันครับ จริงๆ e น่าจะต่อรองได้เยอะกว่า 2 แสน+ ทั้งนั้นครับ
4. ถ้างั้นถ้าจะใช้ยาวก้ d ได้ครับ แต่ถ้าเป็นผมๆเอา e แน่นอน เรื่องออปชั่นผมไม่ถนัดไม่ค่อยได้ใช้ครับ
ถ้าเป็นผมๆเอา e ครับ ใช้ไม่เกิน 6 ปีนิดๆนะ ถ้าเกินผมหา 330i ยังมีตกค้างอยู่บ้างแต่อาจจะเลือกสีไม่ค่อยได้ ผมไม่ขับรถ d ของbmw ครับ เข็ดแล้วครับมันค้างคา 555
-
ถ้าใช้ในเมืองเป็นหลัก งบไม่ใช่ปัญหาก็เอา e สิครับ ดีกว่าทุกด้าน คันผมออกเดือนกค.โชคดีไม่เจอปัญหาอะไรเลย
-
ยาวแค่ไหนครับ
แบตรับประกัน 10ปี เปลี่ยนทั้งหมดประมาณ 3แสน ณ วันนี้ แต่เปลี่ยนแยกโมดุลละ 2-3หมื่น เท่าที่เห็นในใบเคลมนะครับ
5-6 ปี ผมว่ายังไง 330e ก็บำรุงน้อยกว่า แต่ถ้าเกินกว่านั้น 320d อาจจะคุ้มกว่าครับ
แต่หลักๆคือมันแรงมาก ไม่ใช่ว่าต้องขับเร็วนะครับ แต่กดปุ้บไปปั้บ ทั้งชาร์จเอาไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อย ตัวเครื่องเสียงก็ไม่ดัง ไม่เหม็น เคยใช้ 320d f30 ตอนแสนโลกว่า เวลาลืมปิด auto start stop ก็สั่นแบบเอามือทาบอกเหมือนกันนะ ผมว่ารวมๆถ้าไหว 330e ยังไงก็ดีกว่านะครับ
สเปคไม่ได้ต่างกันจนชัดเจน option ความปลอดภัยที่เพิ่มมามีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร sunroof ใช้มั้ยก็แล้วแต่คน เครื่องเสียง hifi ก็ไม่ได้น่าเกลียดครับ
แต่ แต่ แต่ ล่าสุดตอนลอตที่มี recall หลายคนเริ่มมีปัญหาเรื่องแบต powersupply อะไรไม่รู้ บางคนไม่โดนเรียก บางคนเรียกเข้าศูนย์ไปก็บอกให้รอก่อนบ้าง ยังไม่ต้องเปลี่ยนบ้าง ผมงงๆเหมือนกันเห็นในกลุ่มบ่นกัน ส่วนตัวของผมไม่โดน recall รอลุ้นอยู่จะไฟแดงขึ้นวันไหน
ถ้ากลางๆ บอกว่าซื้อมาเป็นยุโรปสวยๆ ไม่ได้ชอบขับรถขนาดนั้น เอาแค่มันพาไปให้ถึงจุดหมาย 320d คุ้มกว่าเน้นๆครับ อนาคตขายต่อได้ราคาตกน้อยกว่าแน่ๆ ปัจจุบันคนไทยยังมองว่า hybrid คือหายนะอยู่ครับ กว่าจะล้างคนเจนนั้นออกไปได้เกิน 10ปี แน่นอน
แต่ถามความรู้สึกสำหรับตัวผมที่ขับ 330e มันคือคนละคันคนละรุ่นกับ 320d เลยครับ แรงพุ่ง นุ่มแน่นกว่าชัดเจน
ส่วนลดมาแชร์ตอนมอเตอร์โชว์ถามเล่นๆได้ 200k + จิปาถะนิดหน่อยครับ แต่ไม่ได้ต่อเพิ่ม
-
G20นาทีนี้320dก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา แต่อาจจะเป็นปัญหาคนละแบบกัน
ถ้าที่พักเสียบปลั๊กชาตไฟได้ แนะนำ330eครับ
แต่ถ้าคิดถึงราคาขายต่อหลังหมดประกัน ก็คงไป320d อาจจะต่างกันประมาณ2-3แสนบาท
แต่ถ้าชอบขับรถ แนะนำ330e
-
จริงๆ ถ้าลืมพวกปัญหาไปชั่วขณะ
330e จะน่าใช้กว่ามากครับ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรอดู feedback คนที่ทยอยรับรถ motor expo ไปซักพักอีกทีก็น่าจะดีครับ
-
BMW Thailand ทำผลงานดีมาตลอดกับรถเสียบปลั๊ก ไม่มีเสียงบ่นเรื่องความจุกจิก จนมาสะดุดที่ 330e G20 ทั้งที่ใช้เครื่องเดียวกับ 530e G30 แค่มีโหมด Xtra boost เพิ่มแต่เห็นว่าแก้แล้ว
ถ้าเอาขับสนุก พูดตรงๆ 320d ก็สนุกพอแล้วครับ ใช้ไปซักพัก ลงกล่อง ท่อ ซักนิดให้ปรู้ดปร้าดขึ้นอีก เอาจริงๆผมว่าพอ เพราะ G20 เป็นรถขับสนุกมาแต่เกิด
แต่ถ้ามองว่าจะไปแบบระเบิดเถิดเทิง ตัว 330e ไปไกลกว่าแน่ เอาแค่ม้า Xtraboost เกือบ 300 ตัวนั่น BMW เคลมว่าเป็นม้าลงพื้นทั้งหมด ซึ่งประสบการณ์ตัว 530e ก็พบว่าม้าที่แจ้งในกระดาษ บางคันวัดจริงลงพื้นเกินซะด้วย
ที่นี้ขึ้นกับทรัพยากรในกระเป๋าครับ ถ้า 330e ทำให้การเงินตึงไป ผมว่า 320d ก็ดีมากเพียงพอ แล้วกำเงินไว้สู้เศรษฐกิจปีหน้าดีกว่า
-
ส่วนตัวใช้ 330e ประทับใจมากๆครับ ช่วงล่างแน่นๆ อัตราเร่งดี เสียงเครื่องตอนไฟฟ้านี่เงียบสนิท แต่พอเหยียบก็เอาเรื่อง ออฟชั่นจัดมาครบที่สุดละ ขาดแต่ adaptive cruise แค่นั้นเลย
ถ้าชอบขับรถยังไงก็เชียร์ 330e ครับ
-
d ก็พอแล้วครับ มันก็แรงเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ
-
320d 0-100 7.5วิ ผมว่าแค่นี้ก็แรงมากละนะครับ ไม่เคยมีรถยุโรปด้วย ห่างไฮบริดไว้ก่อนดีกว่าครับ แต่ถ้าชอบความแรง ออปชั่น ก็จัด 330eครับ
-
320d 0-100 7.5วิ ผมว่าแค่นี้ก็แรงมากละนะครับ ไม่เคยมีรถยุโรปด้วย ห่างไฮบริดไว้ก่อนดีกว่าครับ แต่ถ้าชอบความแรง ออปชั่น ก็จัด 330eครับ
เครื่องดีเซลจริงๆไม่ถึง7.5 ครับ 8 วิกลางถึงปลายด้วยซ้ำก็ไม่รู้ทำไมเขียนในสเปคซีทแบบบั้น เเต่ถึงยังไงก็ยังเเรงพอสำหรับการใช้งานอยู่ดี
-
320dข้อเสียเดียวสำหรับผมคือไม่มีระบบ assist อะไรเลย
ได้ blindspot ก็ยังดี ฮือ
-
BMW Thailand ทำผลงานดีมาตลอดกับรถเสียบปลั๊ก ไม่มีเสียงบ่นเรื่องความจุกจิก จนมาสะดุดที่ 330e G20 ทั้งที่ใช้เครื่องเดียวกับ 530e G30 แค่มีโหมด Xtra boost เพิ่มแต่เห็นว่าแก้แล้ว
ถ้าเอาขับสนุก พูดตรงๆ 320d ก็สนุกพอแล้วครับ ใช้ไปซักพัก ลงกล่อง ท่อ ซักนิดให้ปรู้ดปร้าดขึ้นอีก เอาจริงๆผมว่าพอ เพราะ G20 เป็นรถขับสนุกมาแต่เกิด
แต่ถ้ามองว่าจะไปแบบระเบิดเถิดเทิง ตัว 330e ไปไกลกว่าแน่ เอาแค่ม้า Xtraboost เกือบ 300 ตัวนั่น BMW เคลมว่าเป็นม้าลงพื้นทั้งหมด ซึ่งประสบการณ์ตัว 530e ก็พบว่าม้าที่แจ้งในกระดาษ บางคันวัดจริงลงพื้นเกินซะด้วย
ที่นี้ขึ้นกับทรัพยากรในกระเป๋าครับ ถ้า 330e ทำให้การเงินตึงไป ผมว่า 320d ก็ดีมากเพียงพอ แล้วกำเงินไว้สู้เศรษฐกิจปีหน้าดีกว่า
confirm ครับ bmw รุ่นหลักๆแทบทั้งหมด ม้าลงล้อจริง +-spec ไม่เกิน 10 ตัว
แต่รุ่นอื่นๆที่ไม่ใช่ตัวหลัก ผมไม่แน่ใจ
-
เท่าที่ดูในเวป BMW thailand เขาจะตัดตัว 330i ออกไปแล้ว เหลือแค่ 330e กับ 320d
แบบนี้ทาง bmw เขาก็คงมั่นใจกับ e เขาอยู่ละมั้งครับ
-
ขอบคุณทุกคำแนะนำมากครับ
เป็นประโยชน์มากเลย :-*
-
ผมออก 330e g20 มาเดือน ก.ค. ได้ bsi 6 ปี 120,000 โล วิ่งมา 9000 โล ยังไม่เจอปัญหาอะไรเลยครับ EV ล้วนได้ระหว่าง 35-50 โลขึ้นอยู่กับสภาพจราจร การเหยียบหนักเบา, charge จาก wallbox ใช้เวลา 3.5 ชมเต็ม
- ชอบที่แรงแบบหลอนๆ อยากเร่งแซงตอนไหน ไม่ต้องลุ้น กดปุ๊บมาปั๊บ ดึงหลังติดเบาะ เบรคดีมาก แตะเบาๆก็อยุ่แบบสบาย
- option มาเต็มขาดแต่ Adaptive cruise control(เสียดาย)
- ช่วงล่าง adaptive - mode sport firm ดีมาก , mode comfort นุ่มลงแบบรู้สึกได้ แต่ยังอยากได้นุ่มสบายกว่านี้หน่อย ตอนนี้ จังหวะยุบยังรู้สึกว่าแข็ง(กระแทก) จังหวะ rebound ยังไม่ค่อยหนึด เลยเวลาวิ่งผ่านลูกโดด เร็วๆคนนั่งหลังลอยจากเบาะเลยครับ แต่เทียบกับ 320d ตอน test drive ผมว่าตัว d แข็งและเด้งกว่ามาก ถ้ามีครอบครัวนั่งประจำ อยากให้พาไปลองนั่งก่อนตัดสินใจครับ
ตอนแรกผมก็มองตัว 320d ไว้เพราะจริงๆ สิ่งที่มีมามันเกินพอสำหรับการใช้งานปกติอยู่แล้วครับ เพียงแต่พอได้ลองขับ 330e แล้วเปลี่ยนใจเลยครับ แต่ของอย่างนี้แล้วแต่ความชอบความถูกใจแต่ละคนนะครับ เลือกที่เราพอใจ
** กระจกหน้าโดนหินดีด ร้าวไปรอบนึง เคลมประกันรออะหลั่ยประมาณ 1 เดือน ของมาเอาเข้าไปเปลี่ยนใช้เวลา 4 วัน แอบเห็นราคากระจกประมาณ 2 หมื่นกว่า อุปกรณ์พวก sensor ต่างๆ ยางขอบ รวมแล้วเกือบ 5 หมื่นครับ ถ้าต้องจ่ายเอง
-
ยาวแค่ไหนครับ
แบตรับประกัน 10ปี เปลี่ยนทั้งหมดประมาณ 3แสน ณ วันนี้ แต่เปลี่ยนแยกโมดุลละ 2-3หมื่น เท่าที่เห็นในใบเคลมนะครับ
5-6 ปี ผมว่ายังไง 330e ก็บำรุงน้อยกว่า แต่ถ้าเกินกว่านั้น 320d อาจจะคุ้มกว่าครับ
แต่หลักๆคือมันแรงมาก ไม่ใช่ว่าต้องขับเร็วนะครับ แต่กดปุ้บไปปั้บ ทั้งชาร์จเอาไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อย ตัวเครื่องเสียงก็ไม่ดัง ไม่เหม็น เคยใช้ 320d f30 ตอนแสนโลกว่า เวลาลืมปิด auto start stop ก็สั่นแบบเอามือทาบอกเหมือนกันนะ ผมว่ารวมๆถ้าไหว 330e ยังไงก็ดีกว่านะครับ
สเปคไม่ได้ต่างกันจนชัดเจน option ความปลอดภัยที่เพิ่มมามีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร sunroof ใช้มั้ยก็แล้วแต่คน เครื่องเสียง hifi ก็ไม่ได้น่าเกลียดครับ
แต่ แต่ แต่ ล่าสุดตอนลอตที่มี recall หลายคนเริ่มมีปัญหาเรื่องแบต powersupply อะไรไม่รู้ บางคนไม่โดนเรียก บางคนเรียกเข้าศูนย์ไปก็บอกให้รอก่อนบ้าง ยังไม่ต้องเปลี่ยนบ้าง ผมงงๆเหมือนกันเห็นในกลุ่มบ่นกัน ส่วนตัวของผมไม่โดน recall รอลุ้นอยู่จะไฟแดงขึ้นวันไหน
ถ้ากลางๆ บอกว่าซื้อมาเป็นยุโรปสวยๆ ไม่ได้ชอบขับรถขนาดนั้น เอาแค่มันพาไปให้ถึงจุดหมาย 320d คุ้มกว่าเน้นๆครับ อนาคตขายต่อได้ราคาตกน้อยกว่าแน่ๆ ปัจจุบันคนไทยยังมองว่า hybrid คือหายนะอยู่ครับ กว่าจะล้างคนเจนนั้นออกไปได้เกิน 10ปี แน่นอน
แต่ถามความรู้สึกสำหรับตัวผมที่ขับ 330e มันคือคนละคันคนละรุ่นกับ 320d เลยครับ แรงพุ่ง นุ่มแน่นกว่าชัดเจน
ส่วนลดมาแชร์ตอนมอเตอร์โชว์ถามเล่นๆได้ 200k + จิปาถะนิดหน่อยครับ แต่ไม่ได้ต่อเพิ่ม
แบต e ของ BMW รับประกัน 10ปีหรอครับ? ผมอาจจะตกข้อมูลนี้ไป เพราะเห็นแต่จะรับประกันเท่าๆ BSI. ไม่ทราบตอนนี้ทาง BMW รับประกันตัวแบตและระบบHybrid จิงๆกี่ปี/กี่กิโลครับ?
-
320d 0-100 7.5วิ ผมว่าแค่นี้ก็แรงมากละนะครับ ไม่เคยมีรถยุโรปด้วย ห่างไฮบริดไว้ก่อนดีกว่าครับ แต่ถ้าชอบความแรง ออปชั่น ก็จัด 330eครับ
เครื่องดีเซลจริงๆไม่ถึง7.5 ครับ 8 วิกลางถึงปลายด้วยซ้ำก็ไม่รู้ทำไมเขียนในสเปคซีทแบบบั้น เเต่ถึงยังไงก็ยังเเรงพอสำหรับการใช้งานอยู่ดี
ดีเซลจริงๆ ของ G20 6.9 วิครับ ผมขับจริงก็ได้แบบนั้น
ส่วน 320d F30 7.2 วิ
ผมขับแต่ละอันก็ได้ตามสเป็กครับ ไม่พูดถึงทดสอบจากเว็บ เพราะน้ำหนักตัวหรืออะไรก็ไม่ทราบ แต่ผมขับจริงก็ได้ใกล้เคียงที่สเป็กเคลมไว้