Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: e:smart Hybrid ที่ มีนาคม 22, 2021, 19:23:13
-
ผมเห็นค่ายอื่นๆ อย่าง Mitsubishi Isuzu เดียวนี้สามารถซื้อขยายระยะเวลารับประกัน จาก 5 ปีเป็น 7 ปีได้ครับ
อย่าง Toyota ยุคนี้หลายรุ่นก็มีประกัน 5 ปีตั้งแต่ออกจากโรงงานแล้ว ส่วน Honda นี้ก็ขายตัวขยายจาก 3 เป็น 5 อยู่แล้ว
ถ้าผมเลือกได้ ก็อยากจะซื้อต่อครับ เพราะยังไงคิดว่าหลังจากนี้ก็คงเอารถเข้าศูนย์เหมือนเดิม การมีวารันตีเพิ่ม ก็จะเป็นการบังคับ
ให้เราเข้าศูนย์ทุก 6 เดือน ซึ่งถ้าไม่มี ผมอ่านในคู่มือรถแล้ว เราสามารถเลือกระยะเวลาเช็คระยะไปได้อีก 3 เดือนครับ (ซึ่งผมคงทำ
เพราะวิ่งน้อย รอบนึง 9 เดือน ไม่ถึง 7-8 พันโลครับ) อาจจะมีส่วนลดค่าอะไหล่ให้เพิ่มเติม ในกรณีซื้อประกันและมีบริการช่วยเหลือ
ฉุบเฉินอะไรพวกนี้พ่วงด้วยครับ
เพื่อนๆ คิดอย่างไรกันครับ กับการขายเพิ่มระยะเวลารับประกัน จาก 5 เป็น 7 ปี ครับ
-
ถึงมีก็น่าจะแพงมากๆนะครับ ศูนย์เค้าน่าจะมี database อยู่ว่ารถแต่ละรุ่นมีเปลี่ยนอะไหล่อะไรไปบ้าง มูลค่าเท่าไหร่
แล้วเค้าก็จะคำนวณออกมาอย่างถูกสุดก็คือเค้าไม่ขาดทุน เผลอๆถ้าคนซื้อเยอะอาจกำไร
-
ส่วนตัวอาจจะใช้รถไม่ถึง 7 ปี แต่ถ้ามีให้ซื้อขยายไว้ถึงได้ ก็คงดีนะคะ อย่างน้อยก็จะได้เบาใจเรื่องเกียร์ไปหน่อยค่ะ ^^
-
บริษัทถ้าขายดีอยู่แล้วไม่รู้จะเพิ่มไปทำไมให้เสีย cost
-
ผมว่าอนาคตน่าจะมีครับ ถ้าหลาย ๆ เจ้าเริ่มทำกัน มี mazda cx30 นี่แหละประหลาดลดประกันจาก 5 ปี เหลือ 3 ปี
-
พวกนี้ เค้าบวกเข้าไปในราคารถนะครับ
แต่ก่อน ยกตัวอย่าง นิสสัน เวลาพวกรถใหม่ค้างสต็อค จะเอามาขายให้พนักงาน ถ้าจะตัด warranty เค้ามีตารางคำนวณเลยว่า warranty รถรุ่นนี้ คิดเป็นเงินเท่าไหร่
-
ถ้ายี่ห้ออื่นๆรอบๆตัวเป็น 7 เป็นมาตรฐานหมด เดี๋ยวก็มีมาครับ
แต่ถ้าดูยี่ห้อที่มีก็เป็นยี่ห้อที่ต้องกระตุ้นยอดทั้งนั้น
ถ้ามีแบบต้องซื้อจะซื้อเพิ่มมั้ย ก็ต้องคิดดูก่อน ทั้งโตและฮอน มีอู่นอกเก่งๆอยู่ทุกมุมเมือง
คนขายก็คงคิดเหมือนกันว่าจะมีคนซื้อเพิ่มสักกี่คนกัน
-
รับประกัน 5 ปี 150,000 km ควรเป็นขั้นต่ำมาตรฐานสำหรับทุกยี่ห้อได้แล้ว ใครจะให้มากกกว่านี้ก็อีกเรื่อง
-
รับประกัน 5 ปี 150,000 km ควรเป็นขั้นต่ำมาตรฐานสำหรับทุกยี่ห้อได้แล้ว ใครจะให้มากกกว่านี้ก็อีกเรื่อง
ใช่ครับ ต่างประเทศยังให้5ปี บางยี่ห้อ7ปีเลยทีเดียว แต่ประเทศไทยนี่เป็นชนชั้นล่างเลยทีเดียว ทั้งที่ใช้ไทยผลิตส่งออกแถมขายรถแพงกว่าประเทศอื่น ออพชั่นน้อยกว่าแถมรุ่นรถสวยก็น้อยด้วย ผมว่านะค่ายฮอนค่ายโต มันไม่ทำ มีแต่จะลดอะไรอีกก็ไม่รู้ ค่ายนึงสนิม จุดเชื่อม เหล็ก ลดสเป็กเหมือนทำถนนในประเทศ อีกค่ายนึงกั๊ก เครื่องโบราณ เกียร์โบราณ รถออกแบบได้หน้าบึ้งเหมือนโดนบังคับออกแบบ รถคันละเกือบล้านไม่มีคานหลัง แถมรุ่นใหม่ๆไม่มีก้านวัดน้ำมันเกียรมาให้แล้วครับ
-
รับประกัน 5 ปี 150,000 km ควรเป็นขั้นต่ำมาตรฐานสำหรับทุกยี่ห้อได้แล้ว ใครจะให้มากกกว่านี้ก็อีกเรื่อง
+1
-
รับประกัน 5 ปี 150,000 km ควรเป็นขั้นต่ำมาตรฐานสำหรับทุกยี่ห้อได้แล้ว ใครจะให้มากกกว่านี้ก็อีกเรื่อง
++1
-
ถ้าได้ 5 ปี ก็กราบงามๆ แล้ว
ที่บอก 5 ปี ก็ไม่ใช่ทุกรุ่น และ ไม่ใช่รุ่นที่ขายดีอะไร
ขนาดค่าย F... เละเทะ โดนด่าแค่ไหน รถมีปัญหาแค่ไหน ยัง 3 ปี 100,000 โลเลย (อยากได้ 5 ปี 150,000 โล ก็ต้องจ่ายซื้อเอง)
คุณจะให้โตต้า วารันตี 7 ปี คงแทบเป็นไปไม่ได้เลย
-
ถ้าได้มันดีแหล่ะครับ ไม่ว่าจะเจ้าตลาดหรือเจ้าไหน
แต่แบรนด์รองๆ ยังแค่ 5 เลยครับ เอาจริงๆ ที่เขาขยายๆ กันนี่ เพราะเขาขายสู้ไม่ได้เลยต้องหาทางสู้ไหมครับ
เท่าที่เห็นเจ้าตลาดก็ถือว่าสู้ตอบโดยการขยายเป็น 5 ปี หรือ 3+2 กันอยู่ ก็ถือว่ายังดีแล้วครับ
แต่ถ้าขยายมารักษาตลาดจริงๆ ก์ถือว่าผู้บริโภคได้ประโยชน์กันไป ดีๆๆๆ
-
แต่ถ้าแพงแบบ Benz ก็ไม่ไหวนะครับ
เพิ่มจาก 3 ปีเป็น 5 ปี ต้องเสียเพิ่มเป็นแสน
-
มันไม่ใช่ว่าจู่ๆจะขยายเวลา Warranty ไปเท่าไหร่ก็ได้ เพราะช่วงเวลา Warranty มันมีระบุอยู่ในสัญญาซื้อขายทั่วไปกับ Supplier ทุกเจ้า ปกติแล้วจะบุว่าให้เป็นไปตามเงื่อนไขใน Manual รถ ปกติในช่วงแรกๆของการ Develop มันจะมีการคุยกันแล้วว่าชิ้นส่วนนั้นๆมันมีระยะเวลารับประกันเท่าไหร่ ซึ่งค่าที่ยอมรับกันในสากลโลกยานยนต์ระหว่างบริษัทรถกับ Supplier คือ 3 ปีหรือ 100,000 km
สำหรับ User ชิ้นส่วนมีปัญหา เคลม เปลี่ยน จบ
แต่สำหรับบริษัทรถและ Supplier มันไม่จบแค่นั้น ต้องมีการนำชิ้นส่วนที่โดนเคลมมาวิเคราะห์หาสาเหตุเพื่อดูว่าเกิดจากการผลิตที่ Supplier หรือการประกอบที่โรงงานรถ จากนั้นก็นำไปวิเคราะห์หาต้นเหตุที่แท้จริงเพื่อนำไปปรับปรุงการผลิตและการประกอบไม่ให้มันเกิดซ้ำ ในด้านการเงินทั้งบริษัทรถและ Supplier ก็ต้องมาตกลงกันว่าใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (ทั้งกระบวนการไม่ใช่แค่ค่าชิ้นส่วน) จะเห็นว่าถ้ายิ่งขยายระยะเวลา Warranty ออกไปต้นทุนในการบริหารจัดการมันยิ่งเพิ่มขึ้นมหาศาล คิดว่าต้นทุนที่เพิ่มพวกนั้นบริษัทรถยนต์จะรับไว้เองมั้ยครับ สุดท้ายมันก็จะชาร์จมาที่ใครเอ่ย
เพราะฉะนั้นถ้าอยากซื้อระยะเวลาเพิ่มก็ซื้อไปเลยครับ เพราะหากมันมีการเพิ่มระยะเวลา Warranty ทุกคันมันก็บวกเพิ่มเข้าไปในราคารถอยู่ดี สำหรับยี่ห้อดังที่ยังไม่มีให้ซื้อจาก 5 เป็น 7 ก็เพราะว่ามันไม่จำเป็นต้องเอาตรงนี้มาเป็นจุดขายล่อใจ และถ้ามีให้ซื้อราคามันก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้วออกแคมเปญมาไม่รู้ว่าลูกค้าจะสรรเสริญในด้านบวกหรือลบมากกว่ากัน อยู่เฉยๆไม่หาเรื่องใส่ตัวดีกว่า
-
รับประกัน 5 ปี 150,000 km ควรเป็นขั้นต่ำมาตรฐานสำหรับทุกยี่ห้อได้แล้ว ใครจะให้มากกกว่านี้ก็อีกเรื่อง
บริษัทรถน่ะครับ จะประกาศเพิ่มวันนี้เลยก็ทำได้
แต่เวลาลูกค้าเคลมจริงก็จะติดเงื่อนไขดอกจันทน์เล็กๆ
ยุ่บยั่บไปหมด แถมเงื่อนไขแน่ๆที่ต้องตามมาคือการเช็ค
ระยะอย่างเคร่งครัด แล้วถ้าไปเจอกับค่าแรง 8xx.-/ชม.
เนี่ย จะยังอยากได้กันอยู่มั้ยครับ
อันที่จริง ผมเห็นคนส่วนใหญ่ รอวันหมด warranty
เพื่อจะเข้าอู่นอกกันนะครับ สวนทางกับการซื้อ warranty
เพื่อผูกพันกับศูนย์บริการนานขึ้น
-
กล้าเหรอ... 5ปีหนะพอได้ แต่ 150000โลเนี่ย ยากนะ
ส่วนมากต้องมีพังกันช่วง 120000 + - ทั้งนั้น สักที่ละ อย่ามองแค่เครื่อง เกียร์ แค่นั้นนะ
้honda คันเก่าผม 140000 เริ่มออกอาการงอแงเลยตัดใจขาย ถ้าตอนนั้นเครมประกันได้เนี่ย ได้ยกเกียร์ฟรีเลยนะ
ยิ่งรถยุคนี้ CVT เพียบ turbo ไฮบริด มอเตอร์ ระบบจอ อิเลคทรอนิกส์เยอะ พวกหน้าจอเนี่ย ใน 20คันผมว่าต่อให้ยี่ห้อทนๆ 5ปีได้เครมสักคันแน่ๆ ครับ
..................
ปล. แต่ผมก็อยากได้นะ สนับสนุน ใช้รถมากี่คัน 7-8ปีก็เข้าศูนย์ตลอด แม้แต่ตอนนี้ใช้รถที่ค่าแรงแพงสุดในรถญี่ปุ่น ผมก็เข้าศูนย์อยู่นะ
-
อยากได้ 5 ปี 150,000 มากกว่าครับ
ส่วนตัวมองว่า รถจะเริ่มซ่อมหลังจากวิ่งแตะๆ แสนก.ม. หรือราวๆ 4 ปีนิดๆ
-
ผมว่าการรับประกันควรจะมีค่ามาตรฐานเป็นตัวชี้วัดเพื่อปรับปรุงคุณภาพหลังการขายได้แล้ว ไม่ใช่แค่ประกันยาวๆ อย่างเดียว และราคาการซ่อมในเวลาที่อยู่ในการรับประกันก็ควรจะอยู่ในเกณฑ์ที่ลูกค้ายอมรับได้และบริการดีด้วย ไม่งั้นคนจะหนีหลังประกันหมดทำไม
ซื้อรถใหม่ แถมระยะเวลาประกันยาวนาน หลายแสนกิโล พอเจออุปกรณ์มีปัญหา สนิม ฯลฯ หรือเข้าศูนย์ซ่อมบำรุงตามรอบ แต่มาเจอศูนย์บริการห่วยแตก ช่างห่วย ทำงานลวกๆ สับแหลกลูกค้า แอบเปลี่ยนหรือทำอะไรลับหลัง กลายเป็นมีประกันก็เหมือนไม่มี คนหนีเข้าอู่นอกหมด หรือซ่อมเองในบ้านเลยยังจะดีกว่า
-
Toyota / Honda ไม่ใช่รถจุกจิกเท่าไร่นะครับ อะไหล่ราคาก็ไม่ได้โหดร้ายมาก นอกจากเจอพวกเกียร์ ถ้าไม่ได้ใช้โหดมาก 7 ปีนี้อาจยังไม่เจออะไรเสียเลย นอกจากช่วงล่าง
หลายๆคนเองก็รอรถหมดประกัน จะได้เอาไปอู่นอก ราคาอาจถูกกว่าไม่มากแต่มันก็สะดวกกว่า เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนี้ เอาไปร้านยาง แปปเดียวเสร็จแล้ว
อีกอย่างนึงคือ Warranty ชอบเอาไปผูกกับ การเอารถเข้าศูนย์ ไม่เข้าทุก 10000 โล / 3 เดือน อาจโดนตัดอีก
สรุปถ้าทำมาเอาไว้แถมลูกค้าก็ยินดีรับ แต่ถ้าต้องซื้อเพิ่มเองคงไม่สนใจ
-
อวยเข้าศูนย์หน่อย บางทีหมดประกันยังเข้าศูนย์ มันมีอะไรที่ดีเหมือนกัน
honda คันเก่าผม หมดประกันเข้าศูนย์ 6ปีหลังจากซื้อ honda เปลื่ยนชุดกระจกไฟฟ้าให้ฟรี(ทั้งๆที่มันยังใช้ได้) เพราะเขาบอกว่ามีดีเฟค เลยไล่เปลื่ยนให้ทุกคัน(ไม่มีจดหมายรีคอลมา ถ้าไม่เข้าศูนย์น่าจะไม่ได้เปลื่ยน)
mazda คันปัจจุบัน เข้าศูนย์จับล้างเขม่าให้ฟรี(เข้าข้างนอกจ่าย) อัพโปรแกรมให้เรื่อยๆ อัพเดทแก้ปัญหา DPF ตอนนี้น่าจะจบแล้ว ค่าแรงต่อ ชม.แพงจริง แต่ก็ทำไม่นาน หักลบแล้วก็ไม่แพงกว่าข้างนอกมากนัก
...ไม่รู้สิ ผมใช้รถไม่แพงมากด้วยมั้ง ค่าแรงค่าอะไหล่ศูนย์เลยรับได้สบายๆนะ
-
Honda Ultimate Care ไงครับ ตอนนี้ไม่แน่ใจยังมีอยู่ไหม
ขายไม่ค่อยได้ เพราะเงื่อนไขเยอะเหลือเกิน
ผมก็จะบอกอย่างที่เคยบอกทุกครั้งว่า ใครจะซื้อ extended warranty อย่าลืมอ่านข้อยกเว้นดีๆนะครับ จะได้เข้าใจว่า เพราะอะไร บ.รถ ถึงปฏิเสธการเคลมของเราได้
-
Waranty เพิ่ม ศูนย์ก็ได้ค่า service เพิ่ม
น่าจะวินวิน ครับ
แต่เด๋วนี้เข้าศูนย์รอนาน ถ้าระยะ 4หมื่น บางทีไม่จองไม่ได้ทำ
นี่ฮอนด้านะครับ และค่าแรง ค่าของ ระยะทุก 4หมื่น ก็ประมาณ 5พัน นะครับ
-
ผมก็อยากให้มี 5 ปี 150,000 km เป็นพื้นฐาน แล้วก็อยากให้มีขายเพิ่มอีกสัก 2 ปี 50,000km ด้วยเหมือนกันครับ เมื่อก่อนผมจะคิดว่าเมื่อไหร่จะหมดประกันจะได้เอาไปอู๋นอกถูกดี แต่กับตอนนี้ ทั้งระบบ Hybrid เกียร์ CVT ระบบ Turbo และ Sensing ต่างๆ ผมว่าหลังหมดประกัน มีความเสี่ยงโดนค่าซ่อมแพงอยู๋เหมือนกันครับ ไม่ค่อยอยากใช้รถเกินระยะรับประกันเลย
-
Honda Ultimate Care ไงครับ ตอนนี้ไม่แน่ใจยังมีอยู่ไหม
ขายไม่ค่อยได้ เพราะเงื่อนไขเยอะเหลือเกิน
ผมก็จะบอกอย่างที่เคยบอกทุกครั้งว่า ใครจะซื้อ extended warranty อย่าลืมอ่านข้อยกเว้นดีๆนะครับ จะได้เข้าใจว่า เพราะอะไร บ.รถ ถึงปฏิเสธการเคลมของเราได้
เงื่อนไขเยอะเก็บเงินไว้เป็นค่าอะไหล่ดีกว่า
-
ประเทศไทย
- ถนนเป็นหลุม เป็นบ่อ ฝาท่อไม่เท่ากัน
- ระบบระบายน้ำกาก น้ำท่วมง่าย
- อากาศร้อน ชิ้นส่วนต่างๆสึกหรอไว (โดยเฉพาะยางแท่นเครื่อง ยางขอบรถต่างๆ เวลาตากแดด) ระบบระบายความร้อนทำงานหนัก
- นิสัยคนไทยก็ใจร้อน ชอบ kick down เเล้วเบรคหัวทิ่ม หน้าไฟแดง เปลี่ยนเลนไปมา สุดท้ายติดไฟแดงเหมือนกัน (คนละเรื่องกับต่างประเทศเลยนะ อันนี้พุดจริงๆ เคยไปเที่ยวหลายประเทศ เขาใจเย็นกันมาก แต่เขาไม่ได้ขับช้ากันนะ เเค่เร่งช้า ลงช้า ... ถึงที่หมายก็ใช้เวลาเท่ากันอะแหละ มันติดไฟแดงอยุ่ดี.... เข้าให้ถูกเลนก็พอ เร็วสุด)
- เห็นข้างหน้าโล่งไม่ได้ แทรกตลอด แทรกมาแบบเหยียบโคตรเเรง เเล้วก็เบรคเเรงๆ .....
- รายได้คนไทยน้อยมากๆ ถ้าเทียบกับค่าครองชีพ เงินเก็บน้อย ราคารถโดนกดให้ถูก บวกกับภาษีที่โหดร้าย ต้องลด cost = ความทนทานหายหมด option หายหมด
ผมไปอ่านพวก forum รถต่างประเทศ ผมสังเกตุเห็นอย่างนึง คือ รถเขาเลข km สูงกว่าเรามาก ก่อนจะซ่อม หรือ ก่อนจะเปลี่ยนรถ
เคยเจอกระทู้นึงเขาบ่นเกียร์ CVT พังที่ 350,000 km, เเล้วก็ด่ายับเลย ของกาก ของเปราะ, ผมก็ขำในใจ ประเทศผม บางคนใช้ไม่ถึง 100,000 ก็พังเเล้ว 55
ผมว่า.... เป็นไปได้ยากครับ
-
ผมว่า 5 ปี 150,000 กำลังดีครับ บางคนใช้รถเยอะ ค่ายรถคงเสี่ยงเหมือนกัน อย่างการผ่อนรถเดี๋ยวนี้ก็น่าจะ 5 ปี
เป็นส่วนใหญ่ไหม มันครอบคลุมเวลาประกันตัวรถได้พอดี ถ้า 7 ปี ผมว่าตัวรถเสี่อมไปมาก ยิ่งถ้าเจอคนใช้ไม่ดูแลด้วย