Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: romeokk ที่ มิถุนายน 03, 2021, 11:01:09
-
ช่วงที่ผ่านมาได้อ่านข่าวราคา Haval H6 ที่ออสเตรเลีย (ตัวท้อปประมาณ 940,000 บาท) เลยลองมาคำนวณดูว่าจริงๆแล้ว ภาษีรถ 1 คัน ที่ประกอบไทย มันมากขนาดไหนกันแน่
เพื่อให้แฟร์ๆ ก็เลยไปเอาราคา Camry ตัวท้อปที่ขายในออสเตรเลียที่ประกอบไทยมาเป็นเกณฑ์ เพื่อดูว่าราคาทุนเป็นเท่าไหร่ (ราคาออสเตรเลียเข้าใจง่ายครับ ภาษีนำเข้า 5% ภาษีมูลค่าเพิ่ม 10%)
ส่วนกำไรโชว์รูม และกำไรของบริษัทผู้ผลิต ผมใช้ที่ 9% และ 25% ตามลำดับ เท่าที่หาข้อมูลได้จากเว็บบอร์ดต่างประเทศนะครับ
ราคาขายที่ออสเตรเลีย 46990 AUD
ราคา(บาท) 1140000
VAT (%) 10
VAT (บาท) 103636.3636
ราคารวมก่อน VAT 1036363.636
กำไร Dealer (%) 9
กำไร Dealer (บาท) 85571.30942
ราคารวมก่อนกำไร Dealer 950792.3269
กำไรบริษัทรถ (%) 25
กำไรบริษัทรถ (บาท) 190158.4654
ราคารวมก่อนกำไรบริษัทรถ 760633.8616
ภาษีนำเข้า (%) 5
ภาษีนำเข้า (บาท) 36220.66007
ราคาทุนก่อนภาษีนำเข้า(รวมค่าขนส่งแล้ว) 724413.2015
สรุปคือราคาทุนก่อนขายที่ออสเตรเลียคือ 7 แสน 2 นิดๆ
พอเอาต้นทุนนี้มาทำเป็นราคาที่ขายไทย (คิดกำไรของผู้ผลิตและ dealer ด้วยอัตราเดิม)
ราคาขายที่โชว์รูมในไทย 1,809,000 บาท
คิดราคาตั้งต้น เท่ากับทุนราคารถที่ส่งไปออสเตรเลีย
ราคารถ 724413.2015
ภาษีชิ้นส่วน 30% จากชิ้นส่วน 55% 119528.145
ราคารถรวมภาษีสิ้นส่วน 843941.3465
กำไรบริษัทรถ 25% 210985.3366
ค่ารถ+กำไร 1054926.683
สรรพสามิต 5% (ไฮบริด ได้ส่วนลดจาก BOI ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 กรัม/กม.) 52746.33416
มหาดไทย (10%ของสรรพสามิต) 5274.633416
ค่ารถรวมสรรพสามิต+มหาดไทย 1112947.651
กำไร Dealer 9% 100165.2886
ค่ารถรวมก่อน Vat 1213112.939
Vat 7% 84917.90575
ค่ารถรวม(บาท) 1298030.845
ราคาทุนที่ออสเตรเลียนั้น มันมีกำไรของ Toyota Thai แฝงไปอยู่แล้วส่วนหนึ่ง และมีค่าขนส่งอีก ซึ่งแปลว่าทุนจริงๆถูกกว่าตัวเลข 7แสน2 ที่ใช้คำนวณด้านบนด้วยซ้ำไป
ทั้งนี้ ภาษีชิ้นส่วนที่นำเข้ามาประกอบในไทย ผมคำนวณแบบเต็มอัตราเลย คือนำเข้าชิ้นส่วนมา 55% (มากกว่านี้ไม่นับเป็นรถประกอบในประเทศ) (ภาษีเสียประมาณ 30% ของราคาชิ้นส่วนนำเข้า)
สรุปคือพอคำนวณออกมาแบบนี้แล้วไม่ make sense เลยครับ ว่าราคารถมันพุ่งไป 1.8 ล้านได้อย่างไร
ท่านใดพอทราบโครงสร้างราคาที่แท้จริงบ้างครับ
-
ในเมื่อไม่มีคู่แข่งจากประเทศอื่น
มีแต่ญี่ปุ่นกับญี่ปุ่น และเยอรมันกับเยอรมัน เขาจะห้ำหั่นราคากันเองไปทำไม
และคนไทยที่รวยๆก็ชอบรถแพงๆด้วย ถ้าราคาถูกลงกลัวเสียภาพลักษณ์ไปเหมือนกับรถจีน
-
ขอบคุณนะครับ น่าสนใจ
-
ไม่ได้ มีความรู้เรื่องภาษีนะครับ
สงสัยตรง "ภาษีชิ้นส่วน 30% จากชิ้นส่วน 55% 119528.145"
ไม่แน่ใจว่า 55% ราคาชิ้นส่วนที่ต้องนำเข้า หรือจำนวนของชิ้นส่วนที่ต้องทำเข้า
ซึ่งงถ้าเป็น กรณีของจำนวนชิ้น เป็นไปได้ไหมว่า ชิ้นส่วนที่นำเข้าอาจมีราคาสูง เช่น เครืองยนต์ เกียร์ ECU Inverter Motor battery อาจทำให้ ภาษี ส่วนนี้อาจสูงกว่า 119k ได้
-
คุณคิดราคาทุนผิดครับ
ติดภาษีและ VaT.ออก
ลบดีลเลอร์และขนส่วก้พอ
การไปลบกำไร OEM.25.% มันผิดครับ
เพราัะกำไร OEM.toyota.อยู่ในราคาจายให้ดีบเลอร์แล้วครับ
-
ตามที่ผมเข้าใจ สรรพสามิตคิดจากราคาหน้าโรงงาน ดังนั้นจึงต้องแยกกำไรผู้ผลิตออกมาต่างหากครับ
-
ไม่ได้ มีความรู้เรื่องภาษีนะครับ
สงสัยตรง "ภาษีชิ้นส่วน 30% จากชิ้นส่วน 55% 119528.145"
ไม่แน่ใจว่า 55% ราคาชิ้นส่วนที่ต้องนำเข้า หรือจำนวนของชิ้นส่วนที่ต้องทำเข้า
ซึ่งงถ้าเป็น กรณีของจำนวนชิ้น เป็นไปได้ไหมว่า ชิ้นส่วนที่นำเข้าอาจมีราคาสูง เช่น เครืองยนต์ เกียร์ ECU Inverter Motor battery อาจทำให้ ภาษี ส่วนนี้อาจสูงกว่า 119k ได้
55% ของชิ้นส่วนนำเข้า ผมตีเหมาเป็น 55% ของราคารถไปด้วยเลย เนื่องจากไม่มีมูลค่ามาอ้างอิงครับ
แต่กรณีที่ใช้อัตราแบบสุดทาง คือเสีย 30% ของต้นทุนรถทั้งคันไปเลย ราคาขายก็จะออกมาที่ 1.44 ล้านครับ
-
ราคารถมันมีอย่างอื่นนอกจากภาษีนะครับ การเก็บกำไรต่อคัน แต่ละยี่ห้อก็ตั้งไม่เท่ากัน รวมทั้งแต่ละรุ่นก็มีการเก็บกำไรแตกต่างกันเพื่อให้คุ้มค่าต่อการลงทุนผลิต
-
ข้อมูลเรื่อง % เท่าที่อ่าน คือ การตั้งสมมุติฐาน ไม่รู้ว่าข้อมูลจริงๆ มันเท่าไหร่
มันเดาเยอะไปหน่อย
ผมว่ามันน่าจะซับซ้อนกว่านั้น ในการตั้งราคา เรื่อง จุดคุ้มทุน หรือ จำนวนที่ขายได้ ก็ยังไม้เอามาคิด ตามหลักคือ ขายน้อย ก็แพง ขายเยอะก็จะถูก ดังนั้น แต่ละ Secment กำไร ต่อคัน ไม่เท่ากันแน่ๆ
-
พี่ยกตัวอย่าง Camry ที่ขายที่ Aus เนี่ย มันส่งจากไทยไปเหรอครับ
เอางี้สิครับ. พี่คิดราคากระบะที่ขายใน Aus สิ
อันนี้ส่งจากหน้าโรงงาน TH แน่นอนครับ
-
ข้อมูลเรื่อง % เท่าที่อ่าน คือ การตั้งสมมุติฐาน ไม่รู้ว่าข้อมูลจริงๆ มันเท่าไหร่
มันเดาเยอะไปหน่อย
ผมว่ามันน่าจะซับซ้อนกว่านั้น ในการตั้งราคา เรื่อง จุดคุ้มทุน หรือ จำนวนที่ขายได้ ก็ยังไม้เอามาคิด ตามหลักคือ ขายน้อย ก็แพง ขายเยอะก็จะถูก ดังนั้น แต่ละ Secment กำไร ต่อคัน ไม่เท่ากันแน่ๆ
จริงๆแล้วผมไม่ได้สงสัยเรื่องราคา หรือจุดคุ้มทุนอะไรหรอกครับ
แต่เนื่องจากหาข้อมูลอะไรเรื่องนี้ไม่ได้เลย ก็เลยต้องทึกทักตั้งต้นมาก่อน จากรถที่ผลิตที่ไทยเหมือนกัน การกระจายต้นทุนขาย ไม่น่าต่างกันมาก
แค่สงสัยว่า ที่เราเห็นตามเว็บ ตามfb หรือ youtube ที่คนมักพูดกันว่าภาษีในไทยแพง จริงๆแล้วมันประมาณไหนกันแน่
-
ไปดูราคา camry HV ในประเทศต่างๆ
ญี่ปุ่น จีน สหรัฐ สเปน อังกฤษ
ตัว top full option ไม่มีประเทศไหนมีราคา msrp เกิน 1.2ล้านบาทเลย
แปลกๆแฮะ
-
ลองเทียบหลายๆตัวหน่อยสิครับ
อัลติส 4ประตู ไฮบริด ตัวนี้น่าสนใจ
กระบะด้วย เห็นว่าราคาออส แพงกว่าราคาไทย ไหงงั้น
-
ขอบคุณครับ
เวลาเอาเรื่องราคารถบ้านเราไป โพสถามตามเพจต่าง ๆ
ก็ชอบมีคอมเม้นท์ประมาณว่า
ให้ซื้อรถบ้านเขาแล้วนำเข้ามาสิ ไม่ก็ให้ย้ายไปอยู่ประเทศนั่น
บ้างก็บอกว่าที่อื่น ค่าซ่อม ค่าประกันแพง
แต่ไม่มีคนมาแจกแจงรายละเอียดจริง ๆ สักที
ว่าทำไมบ้านเรารถที่ประกอบในประเทศ ถึงแพงสวนทางรายได้ขั้นต่ำจัง
แถมยังตัดลดออฟชั่น + คุณภาพการผลิตลงอีก (เช่น civic fc) :P
-
ถ้าผมตอบให้ตรงๆว่าราคา EXW หน้าโรงงานไทย ไม่เกิน6 แสนบาท ที่เหลือคุณคิดเอาต่อ จะผิดไหม
อย่าเขื่อผม ไปดูที่สรรพาสามิต ถ้าคุณมีโอกาส
-
ภาษีสรรพนี่เป็นอะไรที่คิดยากมากครับ เพราะเค้าคิดจากราคาหน้าโรงงาน
ซึ่งการบอกแค่ภาษี 12% 25% ไรนี้แล้วคิดย้อนกลับจากราคารถมันเลยไม่ถูกต้องจริงๆ
คงต้องหาข้อมูลกันต่อไปครับ
-
ตัวอย่างราคารถในอเมริกา
7.5 แสน ได้ Camry / Accord
1.2 ล้าน ได้ C-Class / Series 3
1.5 ล้าน ได้ E-Class / Series 5
2.5 ล้าน ได้ S-Class / Series 7 / Cayenne
3 ล้าน ได้ 911
-
ฟังคุณวรพล สิงห์เขียวพงษ์ จัดรายการวิทยุ บอกเรื่องภาษีรถยนต์ในบ้านเรา รวมถึงภาษีน้ำมัน คือประเทศไทยเราจัดเก็บภาษีทั้ง 2 อย่างแพงมาก นี่ยังรวมถึงราคารถนำเข้าที่จัดว่าแพงมากสุด ๆ อีกด้วย 300%
แต่เค้าบอกว่ามันก็เป็นเช่นนี้มานานแล้ว ไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ รถยนต์บ้านเราแพงกว่า เมื่อเทียบกับค่าครองชีพด้วยยิ่งแพงเข้าไปอีก แต่ทว่าถ้าไม่เก็บแบบนี้ก็ไม่ได้มันมีเหตุผลของมันอยู่
-
ลองเทียบหลายๆตัวหน่อยสิครับ
อัลติส 4ประตู ไฮบริด ตัวนี้น่าสนใจ
กระบะด้วย เห็นว่าราคาออส แพงกว่าราคาไทย ไหงงั้น
ราคาที่ออส อันนี้เชคราคาจาก swan hill toyota Dealer ที่ วิคตอเรีย
อัสติสตัว 4 ประตูรุ่น top สุด Crorolla SX ราคา 33000 ดอลล่าออสเตเรีย (ประมาณ23บาทต่อ1ดอลล่าออส) ตกประมาณ 759000 บาท
ที่ไทยอัสติส ตัว top 1 ล้านบาท
ส่วนกระบะอย่าง hillux 4 ประตูยกสูงตัว top สุด ราคา 62000 ดอลล่าออส ประมาณ 1.4ล้านบาท
แต่อย่าลืมว่ากระบะไทยได้รัฐบาลช่วยลดราคาไปเยอะมาก แต่ที่ไทยตัว top ก็ยังอยู่ประมาณ 1.2ล้านบาทอยู่ดี
แล้วเหมือนว่าออฟชั่น ที่ออส ได้เยอะกว่าที่ไทย
เท่าที่เข้าใจ toyota aus นำเข้ามาจากไทย
-
ลองเทียบหลายๆตัวหน่อยสิครับ
อัลติส 4ประตู ไฮบริด ตัวนี้น่าสนใจ
กระบะด้วย เห็นว่าราคาออส แพงกว่าราคาไทย ไหงงั้น
ราคาที่ออส อันนี้เชคราคาจาก swan hill toyota Dealer ที่ วิคตอเรีย
อัสติสตัว 4 ประตูรุ่น top สุด Crorolla SX ราคา 33000 ดอลล่าออสเตเรีย (ประมาณ23บาทต่อ1ดอลล่าออส) ตกประมาณ 759000 บาท
ที่ไทยอัสติส ตัว top 1 ล้านบาท
ส่วนกระบะอย่าง hillux 4 ประตูยกสูงตัว top สุด ราคา 62000 ดอลล่าออส ประมาณ 1.4ล้านบาท
แต่อย่าลืมว่ากระบะไทยได้รัฐบาลช่วยลดราคาไปเยอะมาก แต่ที่ไทยตัว top ก็ยังอยู่ประมาณ 1.2ล้านบาทอยู่ดี
แล้วเหมือนว่าออฟชั่น ที่ออส ได้เยอะกว่าที่ไทย
เท่าที่เข้าใจ toyota aus นำเข้ามาจากไทย
เรื่องราคากระบะที่ไทย รัฐเราไม่ได้ช่วยลดราคาให้ รัฐเราไม่ได้จ่ายเงินอุดหนุนนะครับ
รัฐเราเก็บภาษีสรรพสามิตกระบะ 4 ประตูที่ 12% ด้วยซ้ำครับ
-
ฟังคุณวรพล สิงห์เขียวพงษ์ จัดรายการวิทยุ บอกเรื่องภาษีรถยนต์ในบ้านเรา รวมถึงภาษีน้ำมัน คือประเทศไทยเราจัดเก็บภาษีทั้ง 2 อย่างแพงมาก นี่ยังรวมถึงราคารถนำเข้าที่จัดว่าแพงมากสุด ๆ อีกด้วย 300%
แต่เค้าบอกว่ามันก็เป็นเช่นนี้มานานแล้ว ไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ รถยนต์บ้านเราแพงกว่า เมื่อเทียบกับค่าครองชีพด้วยยิ่งแพงเข้าไปอีก แต่ทว่าถ้าไม่เก็บแบบนี้ก็ไม่ได้มันมีเหตุผลของมันอยู่
เรื่องภาษี มันเป็นเรื่องราวเป็นระบบครับ
ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคต่างๆ ที่รัฐจัดให้ ปชช มาจากภาษีที่เก็บได้
รัฐทุกๆ แห่งไม่ได้เก็บภาษีรถยนต์อย่างเดียว ที่เกี่ยวกับ ปชช ทั้วไป
หลักๆ ก็มีภาษีเงินได้บุคคล แวท และภาษีรถ ที่พวกเรารู้สึก
แต่เวลาคนเล่นรถมอง จะเทียบแต่ภาษีรถกับ ตปท เท่านั้น
ถ้าเข้าใจภาษีเป็นระบบ จะต้องเทียบว่า ภาษีรถถูก แวทล่ะ
ภาษีเงินได้ล่ะ และที่สำคัญคือจำนวนคนที่เข้าระบบเสียภาษีบุคคล
ในประเทศนั้นๆ มีเท่าไหร่น่ะครับ
ผมให้ข้อมูลคร่าวๆ ก็ละกันว่า บ้านเรา ประชากร หกสิบกว่าล้าน
วัยทำงาน 3-4 สิบล้าน แต่เข้าระบบยื่น ภงด แค่สิบล้านคนเองนะครับ
และในสิบล้านคนที่ยื่น ภงด มีแค่ 4 ล้านคนเศษๆ ที่มีรายหลังหัก
ค่าลดหย่อนต่างๆ แล้วถึงเกณท์ที่ต้องเสียภาษี ที่เหลือ ได้รับยกเว้น
จ่ายภาษี 0 บาทครับ
-
อันนี้ มีข้อมูลสาธารณะ ที่เราพอจะหา จะคำนวณได้ ตามที่คุณและท่านอื่นๆ ได้มา ก็ลองคำนวณเป็นแนวทางครับ
แต่น่าจะถูกต้องตาม บริษัทรถยนต์ คำนวณไม่เกิน 80% คือ ราคารถ 1ล้าน ตัวเลขไม่ตรงกัน + - 2แสน
PPV, D segment คันละประมาณ 1.8ล้าน (ตัวเลขไม่ตรง + - 3.6แสน) ถ้าเอาราคาขายเป็นหลัก
ต้นทุนต่างกัน อัตราภาษีต่างกัน กำไรก็ต่างกัน แต่ราคาขายใกล้เคียงกัน มันสะท้อนภาพอะไรออกมาบ้าง
เรื่อง ต้นทุน กำไร โครงสร้างราคา เป็นเรื่อง ลับ และซับซ้อน ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง เท่านั้นที่รู้ ครับ
-
ฟังคุณวรพล สิงห์เขียวพงษ์ จัดรายการวิทยุ บอกเรื่องภาษีรถยนต์ในบ้านเรา รวมถึงภาษีน้ำมัน คือประเทศไทยเราจัดเก็บภาษีทั้ง 2 อย่างแพงมาก นี่ยังรวมถึงราคารถนำเข้าที่จัดว่าแพงมากสุด ๆ อีกด้วย 300%
แต่เค้าบอกว่ามันก็เป็นเช่นนี้มานานแล้ว ไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ รถยนต์บ้านเราแพงกว่า เมื่อเทียบกับค่าครองชีพด้วยยิ่งแพงเข้าไปอีก แต่ทว่าถ้าไม่เก็บแบบนี้ก็ไม่ได้มันมีเหตุผลของมันอยู่
เรื่องภาษี มันเป็นเรื่องราวเป็นระบบครับ
ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคต่างๆ ที่รัฐจัดให้ ปชช มาจากภาษีที่เก็บได้
รัฐทุกๆ แห่งไม่ได้เก็บภาษีรถยนต์อย่างเดียว ที่เกี่ยวกับ ปชช ทั้วไป
หลักๆ ก็มีภาษีเงินได้บุคคล แวท และภาษีรถ ที่พวกเรารู้สึก
แต่เวลาคนเล่นรถมอง จะเทียบแต่ภาษีรถกับ ตปท เท่านั้น
ถ้าเข้าใจภาษีเป็นระบบ จะต้องเทียบว่า ภาษีรถถูก แวทล่ะ
ภาษีเงินได้ล่ะ และที่สำคัญคือจำนวนคนที่เข้าระบบเสียภาษีบุคคล
ในประเทศนั้นๆ มีเท่าไหร่น่ะครับ
ผมให้ข้อมูลคร่าวๆ ก็ละกันว่า บ้านเรา ประชากร หกสิบกว่าล้าน
วัยทำงาน 3-4 สิบล้าน แต่เข้าระบบยื่น ภงด แค่สิบล้านคนเองนะครับ
และในสิบล้านคนที่ยื่น ภงด มีแค่ 4 ล้านคนเศษๆ ที่มีรายหลังหัก
ค่าลดหย่อนต่างๆ แล้วถึงเกณท์ที่ต้องเสียภาษี ที่เหลือ ได้รับยกเว้น
จ่ายภาษี 0 บาทครับ
ใช่ครับตามนั้นละที่คุณ วรพล สิงห์เขียวพงษ์บอก บ้านเราจัดเก็บภาษีรถยนต์และภาษีน้ำมันแพงเพราะมันมีเหตุผลของมันอยู่ เพราะโครงสร้างภาษีในประเทศอื่น ๆ มันจัดเก็บได้มากกว่าบ้านเรา ส่วนไทยแลนด์เราต้องจัดเก็บพวกนี้เป็นหน้าเป็นตาหลัก เพราะถ้าไม่จัดเก็บจากตรงนี้จะเอาเงินที่ไหนมาบริหารประเทศ (ก็ต้องไปหาทางจัดเก็บตรงอื่นอยู่ดี )
-
ผมว่าราคารถยนต์ในไทยแพงเกินไปจริงๆนั้นล่ะ เมื่อเอารายได้เฉลี่ยกับค่าครองชีพ มาตีเป็นมาตารฐานแล้ว ราคากับสิ่งที่ได้มันแพงเกินไปจริงๆ อย่างญี่ปุ่น 6-7 แสนน่าจะได้ C-seg รุ่นกลางๆถึง ท็อปได้แล้ว แต่ของไทยพึ่งจะได้ B-seg รุ่นกลางๆ-ท็อป เอง แต่ก็เข้าใจล่ะในเมื่อกฎหมายมันเป็นแบบนี้และไม่มีทางที่จะแก้ไขด้วย ก็ต้องยอมรับกันต่อไป
ป.ล.ถ้าไปคุยเว็บอื่นโดยเฉพาะเรื่องเจ้าตลาดให้ออฟชั่นน้อยราคามาก ก็มักจะเอาเรื่องเดิมๆอย่าง ศูนย์เยอะ ทนกว่า อะไหล่ถูกหรือหาง่ายมา กรบประเด็นคำถามหมด ทั้งๆที่ค่ายรองๆ ยังให้ได้มากกว่าในราคาถูกกว่า เมื่อคำนวณอัตรการผลิต/ยอดขายแล้ว ยังๆเจ้าตลาดก็ต้นทุนถูกกว่าค่ายรองแน่นอน เพราะมีการสั่งชื้อมากกว่า
-
ถ้าผมตอบให้ตรงๆว่าราคา EXW หน้าโรงงานไทย ไม่เกิน6 แสนบาท ที่เหลือคุณคิดเอาต่อ จะผิดไหม
อย่าเขื่อผม ไปดูที่สรรพาสามิต ถ้าคุณมีโอกาส
เชื่อครับ + บอกอีกนิดว่ารุ่นที่คนว่าเทพๆ ต้นทุนนี่ เหอๆ...
รัฐมองรถเป็นของฟุ่มเฟือย เลยจัดภาษีหนักหน่อยถ้าอยากสบาย
แต่คันนึงส่วนใหญ่ก็ใช้กัน 5 ปี++ คนซื้อก็ต้องเลือกที่ทนๆหน่อย ยี่ห้อไหนได้ความเชื่อใจมากก็มีโอกาสทำราคาได้มาก
วนๆไปแบบนี้ แล้วราคาจะมาถูกตอนไหน
-
ถ้าผมตอบให้ตรงๆว่าราคา EXW หน้าโรงงานไทย ไม่เกิน6 แสนบาท ที่เหลือคุณคิดเอาต่อ จะผิดไหม
อย่าเขื่อผม ไปดูที่สรรพาสามิต ถ้าคุณมีโอกาส
เชื่อครับ + บอกอีกนิดว่ารุ่นที่คนว่าเทพๆ ต้นทุนนี่ เหอๆ...
รัฐมองรถเป็นของฟุ่มเฟือย เลยจัดภาษีหนักหน่อยถ้าอยากสบาย
แต่คันนึงส่วนใหญ่ก็ใช้กัน 5 ปี++ คนซื้อก็ต้องเลือกที่ทนๆหน่อย ยี่ห้อไหนได้ความเชื่อใจมากก็มีโอกาสทำราคาได้มาก
วนๆไปแบบนี้ แล้วราคาจะมาถูกตอนไหน
นโยบายประเทศอื่น ๆ บางประเทศเช่น อเมริกา รถยนต์และ น้ำมัน เค้ามองว่าเป็นของจำเป็น สำหรับการดำรงชีพ
แต่ นโยบายในประเทศไทยมองว่าเป็นของฟุ่มเฟือย ต้องช่วยกันประหยัด มองกันแบบนี้มานานแล้ว ทำให้ถูกจัดเก็บในอัตราภาษีที่สูงทั้ง 2 อย่าง
วนๆไปแบบนี้ แล้วราคาจะมาถูกตอนไหน
ตอบ ไม่น่าจะมีโอกาสนั้น เพราะว่า รัฐบาลไทยต้องเก็บภาษีเอามาบริหารประเทศ เป็นเช่นนี้มานานแล้ว ตรงนี้จัดเก็บได้หลายแสนล้านบาท ถ้าไม่เก็บตรงนี้จะเก็บทดแทนจากทางไหน ขึ้น Vat 10% ขึ้นภาษีทุกคน 10% ก็ไม่มีใครยอมแน่ ๆ ก็คงต้องเก็บจากตรงนี้เรื่อยไป
-
ขอตอบแบบเข้าใจง่ายๆ ภาษีรถประกอบในประเทศ ขอแบ่งง่ายๆ
1. รถนั่ง
2. Pick up
ภาษี ข้อ 2 จะต่ำกว่าข้อแรก ทำให้ราคาขายในบ้านเราต่ำกว่าต่างประเทศ
กลับกัน ภาษีข้อ 1 บ้านเราจะสูงกว่าทำให้เป็นปัจจัยนึงที่ทำให้ราคาขายสูงกว่า
แต่จะเห็นได้ว่า ราคาขายรถนั่งในบ้านเรา จะสูงกว่าคนอื่น เพราะการวางราคา ต้นทุนการผลิตและส่วนต่างของกำไรครับ
-
ขอตอบแบบเข้าใจง่ายๆ ภาษีรถประกอบในประเทศ ขอแบ่งง่ายๆ
1. รถนั่ง
2. Pick up
ภาษี ข้อ 2 จะต่ำกว่าข้อแรก ทำให้ราคาขายในบ้านเราต่ำกว่าต่างประเทศ
กลับกัน ภาษีข้อ 1 บ้านเราจะสูงกว่าทำให้เป็นปัจจัยนึงที่ทำให้ราคาขายสูงกว่า
แต่จะเห็นได้ว่า ราคาขายรถนั่งในบ้านเรา จะสูงกว่าคนอื่น เพราะการวางราคา ต้นทุนการผลิตและส่วนต่างของกำไรครับ
อยากให้เพิ่มภาษีกระบะแค็ปและ4ประตูและมาลดภาษีรถนั่งครับ เพราะแคปกับ4ประตูมีแต่คนจะกินออก อีกอย่างรถคันใหญ่ๆควรจะโดนภาษีที่เยอะๆตามขนาดได้แล้ว ปลอยมลภาวะเยอะแถมกินที่จอดอีก
-
ถ้าผมตอบให้ตรงๆว่าราคา EXW หน้าโรงงานไทย ไม่เกิน6 แสนบาท ที่เหลือคุณคิดเอาต่อ จะผิดไหม
อย่าเขื่อผม ไปดูที่สรรพาสามิต ถ้าคุณมีโอกาส
ไม่เชื่อ และเบื่อพวกทำเป็นรู้จริงแต่รู้ไม่จริงแบบนี้มากๆ
-
ถ้าผมตอบให้ตรงๆว่าราคา EXW หน้าโรงงานไทย ไม่เกิน6 แสนบาท ที่เหลือคุณคิดเอาต่อ จะผิดไหม
อย่าเขื่อผม ไปดูที่สรรพาสามิต ถ้าคุณมีโอกาส
เชื่อครับ + บอกอีกนิดว่ารุ่นที่คนว่าเทพๆ ต้นทุนนี่ เหอๆ...
รัฐมองรถเป็นของฟุ่มเฟือย เลยจัดภาษีหนักหน่อยถ้าอยากสบาย
แต่คันนึงส่วนใหญ่ก็ใช้กัน 5 ปี++ คนซื้อก็ต้องเลือกที่ทนๆหน่อย ยี่ห้อไหนได้ความเชื่อใจมากก็มีโอกาสทำราคาได้มาก
วนๆไปแบบนี้ แล้วราคาจะมาถูกตอนไหน
นโยบายประเทศอื่น ๆ บางประเทศเช่น อเมริกา รถยนต์และ น้ำมัน เค้ามองว่าเป็นของจำเป็น สำหรับการดำรงชีพ
แต่ นโยบายในประเทศไทยมองว่าเป็นของฟุ่มเฟือย ต้องช่วยกันประหยัด มองกันแบบนี้มานานแล้ว ทำให้ถูกจัดเก็บในอัตราภาษีที่สูงทั้ง 2 อย่าง
วนๆไปแบบนี้ แล้วราคาจะมาถูกตอนไหน
ตอบ ไม่น่าจะมีโอกาสนั้น เพราะว่า รัฐบาลไทยต้องเก็บภาษีเอามาบริหารประเทศ เป็นเช่นนี้มานานแล้ว ตรงนี้จัดเก็บได้หลายแสนล้านบาท ถ้าไม่เก็บตรงนี้จะเก็บทดแทนจากทางไหน ขึ้น Vat 10% ขึ้นภาษีทุกคน 10% ก็ไม่มีใครยอมแน่ ๆ ก็คงต้องเก็บจากตรงนี้เรื่อยไป
ผมว่าไม่แปลกที่ไทยเราจะมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เพราะเราไม่ได้ผลิตได้เองในประเทศ
ส่วนที่ว่าจะเก็บภาษีน้ำมันไปเรื่อยๆ ก็ใช่ แต่ในอนาคตถ้ารถน้ำมันหมดไป รัฐก็คงจะเตรียมไปเก็บภาษีจากส่วนอื่นแทน จริงไหมครับ(แม้จะไม่ใช่เร็วๆนี้ แต่วันนั้นก็คงมาถึงสักวัน) รัฐจะไปเก็บจากตรงไหนมาแทนภาษีน้ำมัน ตรงนี้สิน่าคิด
-
ไม่ต้องคิดเยอะครับ
ภาษี สรรพสามิต เค้าก็บอกอยู่แล้วเท่าไหร่ ก็คำนวณย้อนกลับแค่นั้น
รถเครื่องใหญ่ภาษี สรรพสามิต 30 % ไม่แปลกที่จะแพง ครับ
เอาเทียบง่ายๆ ให้เทีย HV ครับ อันนี้ ภาษีต่ำหน่อย
-
ไปดูราคา camry HV ในประเทศต่างๆ
ญี่ปุ่น จีน สหรัฐ สเปน อังกฤษ
ตัว top full option ไม่มีประเทศไหนมีราคา msrp เกิน 1.2ล้านบาทเลย
แปลกๆแฮะ
ผมทำสเปคของรุ่นนี้และราคาเทียบไว้แล้วครับ แต่ไม่สามารถฝากไฟล์ภาพแล้วโพสต์ได้ บอกเลยว่ามีเกิน 1.2 ล้านครับ ที่ว่ามา
ญี่ปุ่น CAMRY HYBRID G Leather Package ~1,269,000 บาท
อเมริกา HYBRID XLE ~1,019,000 บาท
สหราชอาณาจักร HYBRID Excel ~1,549,000 บาท
จีน HYBRID HVQ ~1,319,000 บาท
ไทย HYBRID Premium 1,809,000 บาท
ในฐานนะที่นั่งทำเทียบสเปคแล้ว สเปค ญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลีย อะไรพวกนี้มันเทียบตรง ๆ ไม่ได้ครับ เพราะบ้านเขามอง CAMRY เป็นรถบ้านครับไม่ใช่รถหรู อเมริการถหรูคือ Avalon ญี่ปุ่นคือ Crown ออสซี่เมื่อก่อนก็จะมี CAMRY AURION ซึ่งจะต่างจาก จีน ไทย อาเซียน อินเดีย พวกยุโรป ที่จะเป็นเวอร์ชันหรูกว่า
แต่ผมก็ไม่เถียงครับว่ามันแพงเวอร์ เพราะจากภาษีด้วย ถ้าสเปค Safety Sense จัดเต็มแบบญี่ปุ่น เมกา ยุโรป ที่เป็น 2.5+ ไม่ตัดอะไรออก แอร์แบค 10 ใบ ราคาที่ขายปัจจุบันนี้ผมถึงจะถือว่าโอเค แต่มันก็ตัดออกอยู่ดี ขนาด ALTIS ให้ TSS 2.0 มา มันยังตัดระบบป้องกันชนคนเดินถนนในเวลากลางวัน-กลางคืน, คนปั่นจักรยานในเวลากลางวัน PreCrash Safety system with Pre-Crash Auto Braking in Day&Night time, Pedestrians Detection in Day&Night time and Bicyclist Detection ซึ่งตัวนี้ผมไปไล่อ่านรายละเอียดมาความสามารถอีกอย่างคือตรวจจับมอไซค์ขนาด 100cc ได้ ซึ่งถ้าไม่ใช่ตัวนี้มันจะจับได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่บ้านเราก็ตัดเหลือ Pre Collision System with Auto Braking เฉยๆ ซึ่งเป็นเวอร์ชันแรกๆ
ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถคันข้างหน้าเคลื่อนที่ Advance Car Start Notification function (TMN) ก็ตัดออก อะไรอย่างนี้ครับ
-
ไม่ต้องคิดเยอะครับ
ภาษี สรรพสามิต เค้าก็บอกอยู่แล้วเท่าไหร่ ก็คำนวณย้อนกลับแค่นั้น
รถเครื่องใหญ่ภาษี สรรพสามิต 30 % ไม่แปลกที่จะแพง ครับ
เอาเทียบง่ายๆ ให้เทีย HV ครับ อันนี้ ภาษีต่ำหน่อย
ที่ผมสงสัย เพราะผมคำนวณจากรุ่น HV ที่เสียสรรพสามิตรแค่ 5% นั่นละครับ
ผมไม่มีข้อมูลพอสรุป เพราะเท่าที่ถามมาก็ยังไม่มีใครตอบได้ ว่าที่ผมคำนวณภาษีแบบนั้นออกมา มันถูกผิดหรือไม่ อย่างไร
ให้สรุปเอาเองด้วยข้อมูลที่มี ผมก็สรุปได้ว่าจริงๆแล้ว ภาษีรถ โดยเฉพาะรถไฮบริด ไม่ได้แพงเลย แต่ที่แพง มาจากผู้ผลิตเองต่างหาก ที่เอากำไรต่อคันเยอะมาก
-
ไม่ต้องคิดเยอะครับ
ภาษี สรรพสามิต เค้าก็บอกอยู่แล้วเท่าไหร่ ก็คำนวณย้อนกลับแค่นั้น
รถเครื่องใหญ่ภาษี สรรพสามิต 30 % ไม่แปลกที่จะแพง ครับ
เอาเทียบง่ายๆ ให้เทีย HV ครับ อันนี้ ภาษีต่ำหน่อย
ที่ผมสงสัย เพราะผมคำนวณจากรุ่น HV ที่เสียสรรพสามิตรแค่ 5% นั่นละครับ
ผมไม่มีข้อมูลพอสรุป เพราะเท่าที่ถามมาก็ยังไม่มีใครตอบได้ ว่าที่ผมคำนวณภาษีแบบนั้นออกมา มันถูกผิดหรือไม่ อย่างไร
ให้สรุปเอาเองด้วยข้อมูลที่มี ผมก็สรุปได้ว่าจริงๆแล้ว ภาษีรถ โดยเฉพาะรถไฮบริด ไม่ได้แพงเลย แต่ที่แพง มาจากผู้ผลิตเองต่างหาก ที่เอากำไรต่อคันเยอะมาก
เด๊่ยวๆ นะ H6 ที่คุณเอามา มันไม่ใช่ตัว HV นะ
แล้ว ถ้า บ้านเรา ไม่ได้ขาย HV จะโดนภาษี มากกว่า 30 % อีกนะ แถมเจอภาษีชิ่นส่วนที่เข้ามาประกอบ
ส่วน H6 ที่ AU นั่น ส่งเป็นคันจากจีนไง เลยได้ถูก
สรรพสามิตรแค่ 5% มันไมไ่ด้ ทุกรุ่นนะคุณ ลองเช้คก่อนด้วยว่ารุ่นไหนได้ รุ่นไหนไม่ได้
-
ไม่ต้องคิดเยอะครับ
ภาษี สรรพสามิต เค้าก็บอกอยู่แล้วเท่าไหร่ ก็คำนวณย้อนกลับแค่นั้น
รถเครื่องใหญ่ภาษี สรรพสามิต 30 % ไม่แปลกที่จะแพง ครับ
เอาเทียบง่ายๆ ให้เทีย HV ครับ อันนี้ ภาษีต่ำหน่อย
ที่ผมสงสัย เพราะผมคำนวณจากรุ่น HV ที่เสียสรรพสามิตรแค่ 5% นั่นละครับ
ผมไม่มีข้อมูลพอสรุป เพราะเท่าที่ถามมาก็ยังไม่มีใครตอบได้ ว่าที่ผมคำนวณภาษีแบบนั้นออกมา มันถูกผิดหรือไม่ อย่างไร
ให้สรุปเอาเองด้วยข้อมูลที่มี ผมก็สรุปได้ว่าจริงๆแล้ว ภาษีรถ โดยเฉพาะรถไฮบริด ไม่ได้แพงเลย แต่ที่แพง มาจากผู้ผลิตเองต่างหาก ที่เอากำไรต่อคันเยอะมาก
-
ข้ออ้างเยอะที่จะขายแพงครับ
คนไทยมักทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง ส่งไปขายต่างแดนประเทศเพื่อนบ้านเราก็ได้ของดีกว่าด้วย
-
เดาข้อมูลเยอะเกินไปครับ และก็สรุปเองเยอะเกินไป
HAVAL
H6 ที่ขายออสมันรุ่นไหนครับใช่ HEV หรือเปล่า ประกอบที่ไหนครับไทยหรือเปล่า ภาษีนำเข้ารถยนต์ของออสมันต่ำมากจนแทบไม่มีก็เพราะออสไม่มีอุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศอีกต่อไปแล้ว ถ้า H6 ที่นำเข้าออสมันมาจากจีนต้นทุนมันจะต่ำก็ไม่เห้นแปลกตรงไหนเพราะชิ้นส่วนมันทำในจีนเกือบทั้งหมด ประกอบจากจีนและส่งออกไปประเทศที่แทบไม่มีภาษีนำเข้ารถยนต์
ในขณะที่ H6 ของไทยมันรุ่น HEV ชิ้นส่วนต่างๆก็ไม่ใ่ว่าจะทำในไทยทั้งหมด โดยเฉพาะชิ้นส่วนสำคัญๆแพงๆมันต้องนำเข้าและเสียภาษีนำเข้าทั้งนั้น
TOYOTA
Camry ที่ขายในไทยและออสเตรเลียประกอบไทยเหมือนกันก็จริงแต่ปกติรถยนต์ที่ส่งออกมันจะได้รับการยกเว้นอากรชิ้นส่วนขาเข้าหรือไม่ก็สามารถนำไป Refund ได้สำหรับรถยนต์ส่งออก ยิ่งรุ่นสูงๆอย่าง Camry ยิ่งมีชิ้นส่วนนำเข้าเยอะแถมราคาแพงอากรแพงด้วยดังนั้นรถยนต์ที่ขายในประเทศไทยจะแพงกว่าก็ไม่แปลกเพราะมันต้องเสียภาษีตรงนี้ ในขณะที่รถขายออสได้ยกเว้นหรือ Refund อากรชิ้นส่วนแถมส่งไปขายในประเทศที่เสียภาษีนำเข้ารถต่ำๆอีกมันก็ถูกกว่าแหงๆ
ถามว่าแล้วทำไมต้องมีการยกเว้นหรือ Refund อากรสำหรับชิ้นส่วนของรถยนต์ส่งออก ก็เพราะลำพังไทยตลาดเดียวมันไม่ใหญ่พอจะเลี้ยงโรงงานรถยนต์ได้ต้องมีตลาดส่งออกมาช่วย แล้วทำอย่างไรไทยที่ไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนรถยนต์โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีสูงๆได้เองทั้งหมดจะสมาาถทำราคาต้นทุนให้ไปแข่งกับรถที่ส่งมาจากจีน ญี่ปุ่น อเมริกาได้ มันก็ต้องมีการยกเว้นหรือคืนอากรนำเข้าชิ้นส่วนพวกนี้สำหรับรถยนต์ส่งออก
อ้าว แล้วถามว่าทำไมไม่ยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับชิ้นที่จะใช้กับรถยนต์ประกอบในประเทศไปด้วยเลย ก็ถ้ายกเว้นอากรนำเข้าหมดก็ไม่มีบริษัทไหนสนใจจะ Localize เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆในประเทศไทย รถทุกค่ายก็จะซื้อชิ้นส่วนแบบ Pass through กันหมดไม่มีการพัฒนาการผลิตที่เกี่ยวข้องกับวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยอีกต่อไป ด้วยเงื่อนไขในปัจจุบันหากผู้ผลิตชิ้นส่วนเจ้าไหน Localize ชิ้นส่วนใดๆได้ก็จะมีความน่าสนใจและดึงดูดค่ายรถในแง่ของราคาขึ้นมาทันทีเมื่อเปรียบเทียบกับ Pass through
-
เดาข้อมูลเยอะเกินไปครับ และก็สรุปเองเยอะเกินไป
HAVAL
H6 ที่ขายออสมันรุ่นไหนครับใช่ HEV หรือเปล่า ประกอบที่ไหนครับไทยหรือเปล่า ภาษีนำเข้ารถยนต์ของออสมันต่ำมากจนแทบไม่มีก็เพราะออสไม่มีอุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศอีกต่อไปแล้ว ถ้า H6 ที่นำเข้าออสมันมาจากจีนต้นทุนมันจะต่ำก็ไม่เห้นแปลกตรงไหนเพราะชิ้นส่วนมันทำในจีนเกือบทั้งหมด ประกอบจากจีนและส่งออกไปประเทศที่แทบไม่มีภาษีนำเข้ารถยนต์
ในขณะที่ H6 ของไทยมันรุ่น HEV ชิ้นส่วนต่างๆก็ไม่ใ่ว่าจะทำในไทยทั้งหมด โดยเฉพาะชิ้นส่วนสำคัญๆแพงๆมันต้องนำเข้าและเสียภาษีนำเข้าทั้งนั้น
TOYOTA
Camry ที่ขายในไทยและออสเตรเลียประกอบไทยเหมือนกันก็จริงแต่ปกติรถยนต์ที่ส่งออกมันจะได้รับการยกเว้นอากรชิ้นส่วนขาเข้าหรือไม่ก็สามารถนำไป Refund ได้สำหรับรถยนต์ส่งออก ยิ่งรุ่นสูงๆอย่าง Camry ยิ่งมีชิ้นส่วนนำเข้าเยอะแถมราคาแพงอากรแพงด้วยดังนั้นรถยนต์ที่ขายในประเทศไทยจะแพงกว่าก็ไม่แปลกเพราะมันต้องเสียภาษีตรงนี้ ในขณะที่รถขายออสได้ยกเว้นหรือ Refund อากรชิ้นส่วนแถมส่งไปขายในประเทศที่เสียภาษีนำเข้ารถต่ำๆอีกมันก็ถูกกว่าแหงๆ
ถามว่าแล้วทำไมต้องมีการยกเว้นหรือ Refund อากรสำหรับชิ้นส่วนของรถยนต์ส่งออก ก็เพราะลำพังไทยตลาดเดียวมันไม่ใหญ่พอจะเลี้ยงโรงงานรถยนต์ได้ต้องมีตลาดส่งออกมาช่วย แล้วทำอย่างไรไทยที่ไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนรถยนต์โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีสูงๆได้เองทั้งหมดจะสมาาถทำราคาต้นทุนให้ไปแข่งกับรถที่ส่งมาจากจีน ญี่ปุ่น อเมริกาได้ มันก็ต้องมีการยกเว้นหรือคืนอากรนำเข้าชิ้นส่วนพวกนี้สำหรับรถยนต์ส่งออก
อ้าว แล้วถามว่าทำไมไม่ยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับชิ้นที่จะใช้กับรถยนต์ประกอบในประเทศไปด้วยเลย ก็ถ้ายกเว้นอากรนำเข้าหมดก็ไม่มีบริษัทไหนสนใจจะ Localize เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆในประเทศไทย รถทุกค่ายก็จะซื้อชิ้นส่วนแบบ Pass through กันหมดไม่มีการพัฒนาการผลิตที่เกี่ยวข้องกับวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยอีกต่อไป ด้วยเงื่อนไขในปัจจุบันหากผู้ผลิตชิ้นส่วนเจ้าไหน Localize ชิ้นส่วนใดๆได้ก็จะมีความน่าสนใจและดึงดูดค่ายรถในแง่ของราคาขึ้นมาทันทีเมื่อเปรียบเทียบกับ Pass through
ตามนั้นละครับ โครงสร้าง ราคา นำเข้า ส่งออก มันซับซ้อน เราไม่ได้ รู้ละเอียดหรอก ครับ ดังนั้น เดากันแค่พอประมาณเนอะ