Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: ||| ที่ กุมภาพันธ์ 21, 2022, 18:48:56
-
ถามแบบไม่รู้เลยครับ ไม่ได้ใช้ทั้งคู่ เบนซ์ที่บ้านก็มีแต่รุ่นสามสิบปีที่แล้ว
แต่เห็นเบนซ์รุ่นหลังๆ โดยเฉพาะ hybrid มีปัญหาเยอะเหมือนกัน ส่วน MG ก็โดนล้อเรื่องรถสไลด์ไม่เว้นวัน
มีใครใช้ทั้งคู่(ปีใหม่ๆ)มั้ยครับ
-
ถามเหมือนลาก MG มาให้โดนยำ ::)
-
เห็นช่วงนี้ค่ายMขึ้นต้นเจ้าดังๆ ส่วนมากมีปัญหาท้ังนั้น ::)
-
MGน่าจะจุกจิกสุดแล้วแถมรอของนาน
แต่MBเสียมาแรงมากช่วงนี้
-
H ครับล่าสุดเกียรพังตั้งแต่ออกรถวันแรก
-
จะกระทู้ 5 หน้าอีกไหม ::)
-
เป็นคำถามที่ดีครับ
ที่บ้านมี2คันให้เทียบ คือW124 กับW204
W124 อายุแถวๆ25ปี วิ่งไป280,000กิโล ดูแลตามสภาพ มีเข้าอู่บ้างตามสภาพ(เข้าแต่อู่นอก) ไม่ว่ากัน รถมันก็ชรามากๆแล้ว จัดอยู่ในเกณฑ์ถึกทนเลย ประทับใจในความอึดมาก
W204 เหมือนหนังคนละม้วน อายุแถวๆ8ปี วิ่งไป130,000กิโล จุกจิกสุดๆ หลังปีแรก เข้าศูนย์เช็คระยะทีคือต้องมีอะไรซักอย่างเสียแถมมาตลอด ตั้งแต่เรื่องเล็กๆอย่างสปริงฝากระโปรงหน้า ไปเรื่องใหญ่หน่อยอย่างฐานรองเกียร์ทรุด อันนี้นี่รับไม่ได้จริงๆ ทรุดตั้งแต่3ปีแรก แล้วทรุดทุก3ปี รถบ้าอะไร3ขวบอาการออกแล้ว กลิ่นใหม่ยังไม่ทันจางเลย
ตอนนั้นมีAccord Hybrid G9ด้วย ซื้อหลังW204ประมาณ2ปีได้ ต้องบอกว่าAccord Hybrid เทียบW204 ตอนอายุเท่าๆกัน Accordปัญหาน้อยกว่าเยอะครับ ขายไปตอน6ปี ยังไม่มีปัญหาอะไรใหญ่ๆเลย W204ตอน6ปีมีไปหลายรอบหละ
MB ถ้าเข้าศูนย์ อะไหล่รอนานกว่ารถญี่ปุ่น นอนศูนย์ทีคือ1สัปดาห์+ รออะไหล่นี่แหละ ไม่รู้ควรนับว่านานไหม แต่หลังๆเข้าศูนย์ เกิน3วันตลอด ค่าซ่อม/ราคาอะไหล่ ไม่มีคำว่าถูก(แต่ผมเข้าศูนย์นะ เข้าอู่นอกราคามันก็จะลงมา) ราคาแพงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนะครับ เรื่องน่าแปลกใจคือคุณภาพไม่เป็นไปตามราคานี่แหละ แพงแล้วเสียบ่อยอีก
ตัวใหม่กว่าW204 ไม่เคยสัมผัส แต่จากที่ฟังคนมีตัวHybrid+Airmatic W204คือดูไม่จุกจิกไปเลย ไม่มีข้อมูลตัว220d หรือหลังถอดระบบAirmaticออก ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถ้ายึดจากประสบการณ์ที่เจอ หลังW124มา ความทนทานของเบนซ์ มันจะลดลงเรื่อยๆ
ส่วนMG ไม่เคยใช้ รอท่านอื่นครับ แต่คิดว่าค่าซ่อม เทียบเป็นสัดส่วนตามราคารถ ไม่น่าแพงกว่าเบนซ์
ไม่ได้จะบอกว่าMGดีนะครับ แต่จะบอกว่าจากที่เจอมา MBมันจุกจิก แพง แล้วไม่ค่อยสมราคา ถ้าจะซื้อมาหวังทนแบบW124 คิดใหม่ได้เลยครับ
-
คำถามปลายเปิดแบบนี้ก็เทียบได้หมดครับ
Mg เทียบกับ Rolls-Royceได้เลยครับ
ไม่แน่อาจจะมีคนคิดว่าMGคุ้มค่ากว่าก็ได้ครับ
-
บ้านผมใช้ E200 W212 ปี 2013 กับ CLS300d ปี 2019 ผมคิดว่า ไม่จุกจิกเลยแม้แต่นิดเดียว แค่ดูแลตามระยะ
ส่วน MG ไม่มีข้อมูลครับ
-
เป็นคำถามที่น่าคิดนะครับ หลายท่านมักดูถูกดูแคลนรถจีนว่าจุกจิกกว่ารถญี่ปุ่น แต่ลืมนึกถึงรถยุโรปกับรถอเมริกันไปหรือเปล่าว่ามันก็น่าจะจุกจิกเหมือนกัน
-
เอาส่วนไหนดี 555555
คำถามเรียกเขียดผู้มีแกด 8) 8) 8)
-
เป็นคำถามที่ดีครับ
ที่บ้านมี2คันให้เทียบ คือW124 กับW204
W124 อายุแถวๆ25ปี วิ่งไป280,000กิโล ดูแลตามสภาพ มีเข้าอู่บ้างตามสภาพ(เข้าแต่อู่นอก) ไม่ว่ากัน รถมันก็ชรามากๆแล้ว จัดอยู่ในเกณฑ์ถึกทนเลย ประทับใจในความอึดมาก
W204 เหมือนหนังคนละม้วน อายุแถวๆ8ปี วิ่งไป130,000กิโล จุกจิกสุดๆ หลังปีแรก เข้าศูนย์เช็คระยะทีคือต้องมีอะไรซักอย่างเสียแถมมาตลอด ตั้งแต่เรื่องเล็กๆอย่างสปริงฝากระโปรงหน้า ไปเรื่องใหญ่หน่อยอย่างฐานรองเกียร์ทรุด อันนี้นี่รับไม่ได้จริงๆ ทรุดตั้งแต่3ปีแรก แล้วทรุดทุก3ปี รถบ้าอะไร3ขวบอาการออกแล้ว กลิ่นใหม่ยังไม่ทันจางเลย
ตอนนั้นมีAccord Hybrid G9ด้วย ซื้อหลังW204ประมาณ2ปีได้ ต้องบอกว่าAccord Hybrid เทียบW204 ตอนอายุเท่าๆกัน Accordปัญหาน้อยกว่าเยอะครับ ขายไปตอน6ปี ยังไม่มีปัญหาอะไรใหญ่ๆเลย W204ตอน6ปีมีไปหลายรอบหละ
MB ถ้าเข้าศูนย์ อะไหล่รอนานกว่ารถญี่ปุ่น นอนศูนย์ทีคือ1สัปดาห์+ รออะไหล่นี่แหละ ไม่รู้ควรนับว่านานไหม แต่หลังๆเข้าศูนย์ เกิน3วันตลอด ค่าซ่อม/ราคาอะไหล่ ไม่มีคำว่าถูก(แต่ผมเข้าศูนย์นะ เข้าอู่นอกราคามันก็จะลงมา) ราคาแพงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนะครับ เรื่องน่าแปลกใจคือคุณภาพไม่เป็นไปตามราคานี่แหละ แพงแล้วเสียบ่อยอีก
ตัวใหม่กว่าW204 ไม่เคยสัมผัส แต่จากที่ฟังคนมีตัวHybrid+Airmatic W204คือดูไม่จุกจิกไปเลย ไม่มีข้อมูลตัว220d หรือหลังถอดระบบAirmaticออก ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถ้ายึดจากประสบการณ์ที่เจอ หลังW124มา ความทนทานของเบนซ์ มันจะลดลงเรื่อยๆ
ส่วนMG ไม่เคยใช้ รอท่านอื่นครับ แต่คิดว่าค่าซ่อม เทียบเป็นสัดส่วนตามราคารถ ไม่น่าแพงกว่าเบนซ์
ไม่ได้จะบอกว่าMGดีนะครับ แต่จะบอกว่าจากที่เจอมา MBมันจุกจิก แพง แล้วไม่ค่อยสมราคา ถ้าจะซื้อมาหวังทนแบบW124 คิดใหม่ได้เลยครับ
W124 ทนจริงๆครับ ที่บ้านผมก็วิ่งปีละไม่เยอะ ผ่าน 300,000 โลไปยังไม่มีซ่อมหนัก แต่พอจะพังก็พังไปเลย ซ่อมไม่คุ้มแล้วครับ
W218 ก็นับว่าทนครับถึงอยู่ด้วยกันไม่นานประมาณ 5 ปีก็ไม่มีซ่อมรายการใหญ่
จนมาปัจจุบัน w205 ผมโชคดีรึเปล่าไม่รู้นะครับ แต่มันไม่มีอะไรเสียเลย ถึงคันนี้จะซนโมไปเยอะอยู่
MG ไม่ทราบเลยครับ แต่ก็เห็นบนถนนเยอะ เรื่องจุกจิกก็คงมีบ้างแหล่ะครับ เหมือนเบนส์ไฮบริทหลายๆตัวที่เราก็ได้ยินข่าวบ่อยๆ
-
benz นอกจากรหัส 300bluetech กับ 350e ผมก็ว่าไม่จุกจิกนะครับ
สำหรับแบรนด์พรีเมียมถ้าเฉลี่ยค่าซ่อม ไม่รวมอะไหล่ใหญ่ๆ ปีละ 25k ถือว่าไม่จุกจิกครับ ส่วนอะไรที่เสียยิบย่อยไม่มี มีแต่เสียแบบเซงเลย อันนี้ผมตีไปเป็น defect ยังไงก็ต้องเคลมได้ แต่ส่วนตัวเคยเจอเคส glc ประตูปิดไม่แน่น ต้องเหวี่ยงแรงๆ อันนี้ก็แก้ไม่ได้ครับ ยอมขายคืนเป็นมือสอง แต่ก็ defect ส่วนตัวแหละ เพราะคันอื่นๆก็ไม่ได้เป็นเสมอไป
ส่วน mg มันบ้งยันปุ่มเพิ่มเสียงอะ ไปลองรถเยอะๆมีเรื่องให้น่าตกใจเยอะครับ เช่นจอดับ หรือรถอยากคุยกับเราทั้งที่เราไม่ได้ฮัลโหลมันเลย ที่เจอบ่อยสุดๆเลยคือแบตหมดนะครับ สาวกเค้าก็มีสตาท 3 สเต็ปอะไรก็ว่าไป แต่รถโชว์ที่วนตามห้าง ชอบแบตลูกเล็กหมด เปิดนั่นนี่ไม่ได้ หรือที่พีคจริงๆ เคยไปเทส zsev ครับ ขับอยู่จอกลางก็ดับ สตาทใหม่ก็ไม่ติด ถึงขั้นเซลขอให้วนกลับศูนย์เลยเพราะกลัวรถดับกลางทาง ละก็ขอเชิญมาเทสใหม่ :-X
ไม่อคติครับ นิก็แพลนจะซื้อ mg ตั้งแต่ zsev , hs แต่ไปลองละมีเหตุเกือบตลอด เลยทำให้ยังไม่ได้เจอกัน ถ้าเค้าใช้วัสดุดีขึ้น ตั้งใจ qc หน่อยผมว่าน่าใช้อยู่ อะไหล่นานนิรอบตัวผมก็รอไม่นานมาก 2อาทิตย์มาสำหรับรถที่ไม่ได้สต๊อกของก็ปกติ จะมีที่เห็นนานจริงๆคือ zs ที่ออฟฟิศกระจกแตกแบบไม่มีสาเหตุ(ร้อนมั้ง เค้าจอดตากแดดทุกวัน) เคลมไปรอ2เดือนกว่าแหนะ แปะเทปวิ่งอยู่อย่างนั้น เจ้าของหงุดหงิดเพราะเสียบ่อย เอะอะแบตหมด เอะอะควันขึ้น ตอนขายยังต้องให้เต็นท์ไปปิดไฟแนนซ์อีก 7หมื่น
ว่าไปผมก็ไม่เคยใช้เองครับ นิคือ ปสก รอบตัวกับคนบ่นให้ฟังทั้งนั้น แต่คนบ่นเคยครอบครอง mg มาทั้งนั้นครับ
-
Benz นี่เขาจะเลิกทนประมาณ 2009 คือ พอเข้าสู่เทคโนโลยีฉีดตรง + เทอร์โบ และหลัง ๆ+ไฮบริด อะไร ๆ มันก็ไม่ทนเอาเสียเลย ปุ่มหลุดคามือ คอมแอร์พังเนิ่น
MG ไม่เคยใช้รุ่นใหม่ ๆ เคยใช้สมัย MGF เกียร์โง่กินน้ำมันเก่ง พังบ่อย ไม่แปลกใจเลยครับทำไมบริษัทเขาถึงต้องขายให้จีนไป รถมันห่วยนะ
-
ตอบเฉพาะ MB
ตั้งแต่รุ่น W205 W213 W221 ขึ้นไป ปัญหาเยอะจริงครับ โดยเฉพาะรุ่น Hybrid เช่น 300 bluetec-hybrid,350e, 500e
เจอบ่อยๆเลยคือโช๊คถุงลมรั่ว คอมเพรซเซอร์แอร์ ส่วนระบบ Hybrid อีกเยอะแยะ
ผมบอกเลยว่าเจ็บหัวสุดๆช่างอู่ที่ผมซ่อมประจำเขายังบอกเลยว่ายิ่งรุ่นใหม่มาไฟฟ้าก็ยิ่งท่วมคันตามเทคโนโลยี
ถ้าจะเอาปัญหาน้อยที่สุดเล่นเครื่อง ICE - 220d,300d ไรงี้ สะบายใจเรื่องซ่อมบำรุงไปพอสมควร
ส่วน MG
ไม่เคยใช้ แต่....ตามเพจ Facebook รถสไลด์บ่อยจริง
แต่ที่บัดซบ(ขออนุญาติใช้คำนี้) พวก FC MG ความคิดพวกคุณนี้แบบ Wanna Be .. Luxury Car มาก
ซื้อมาแล้วเอามาโม้ให้เพื่อนบ้านถามว่า กี่ล้าน ..... ถถถถถถถ >:(
....ส่วนคนที่ซื้อเพราะดูราคา+กับสิ่งที่ได้ ใช่ครับมันคุ้มค่าที่จะจ่าย
แล้วแต่มุมมองคนที่จะซื้่อละกัน รับความเสี่ยงเอาเอง
-
เอิ่ม กล้าเทียบเนอะ งง ตรรกะ
-
เอามา Compare กันแล้วนึกถึงค่าย MG ที่ชอบเอา logo มาเปลี่ยน ;D
-
ผมที่ขับ Toyota แท็กซี่ + Camry มานั่งฟังพี่ๆ น้องๆ ยุโรปคอมเม้น ละกัน แต่เอาจริงๆ ก็อยากรู้มากๆนะว่าทั้งสองค่ายมันมีปัญหามากจริงๆอย่างที่เขาว่ากันไหม
(ในมุมมองคนขับจริงๆนะ แต่เจ้าของรถ ที่เป็นเพื่อนผมที่ขับอยู่ ตอนนี้เรียกน้อง เอ็มกี ละ รถยกบ่อยเกิ้นน)
ปล. พี่โตแม่ง ออปชันโครต** แต่แม่งก็ทนถึก** ไม่ยอมพัง
อยู่กับมันมา 20 ปี สี่คัน (10ปีสองคัน) ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเช็คระยะ
แต่ปกติเป็นคนที่ดูแลรถดี เพราะติดมาจากสมัยใช้ BMW เพราะถ้าไม่ดูแลมันเลย มันก็พังเหมือนกัน ถ้าดูแลดีๆ ผมว่ามันก็ทนทานใช้ได้ไม่น่ากลัว
(แต่ตอนนี้ ชิลจัดจนรู้สึกอยากหาเรื่องใส่ตัวอีกสักคัน ผมได้ทักษะ ความรู้พื้นฐานเรื่องรถเยอะมากเลยนะ สมัยใช้ BMW พูดแล้วก็คิดถึง รู้สึกได้ฟีลลูกผู้ชาย+มีเรื่องสนทนากับเพื่อนดีมากกว่าขับพี่โต😆😆)
MB ผมนี่แอบสนใจอยู่ ไว้เป็นคันที่ 2 ได้นะ แต่มานั่งฟังข้อมูลในกระทู้นี้หน่อยละกัน (แต่ไปขับ w205 แล้วเฉยๆ ไม่ค่อยว้าวซ่าแบบ BMW หรือพี่โว่ T8)
-
ผ่านยุโรป มา 2 คัน
Volvo V40 และ E coupe
ขอบอกว่า ถ้าซ่อมบำรุงตามระยะ Preventive maintenance ทั้ง เข้าศูนย์ ในระยะประกัน พอเข้าอู่นอก ก็ไม่ต้องรอมันเสีย ถึงอายุก็เปลี่ยน
มันก็พอๆ กะ Civic,Imprezza, A31 หรือ Jazz ที่ใช้มา
แต่ มันแพงกว่า ราคาตกกกว่า รถญี่ปุ่น
ส่วน MG ไม่เคยลองครับ
-
เป็นคำถามที่ดีครับ
ที่บ้านมี2คันให้เทียบ คือW124 กับW204
W124 อายุแถวๆ25ปี วิ่งไป280,000กิโล ดูแลตามสภาพ มีเข้าอู่บ้างตามสภาพ(เข้าแต่อู่นอก) ไม่ว่ากัน รถมันก็ชรามากๆแล้ว จัดอยู่ในเกณฑ์ถึกทนเลย ประทับใจในความอึดมาก
W204 เหมือนหนังคนละม้วน อายุแถวๆ8ปี วิ่งไป130,000กิโล จุกจิกสุดๆ หลังปีแรก เข้าศูนย์เช็คระยะทีคือต้องมีอะไรซักอย่างเสียแถมมาตลอด ตั้งแต่เรื่องเล็กๆอย่างสปริงฝากระโปรงหน้า ไปเรื่องใหญ่หน่อยอย่างฐานรองเกียร์ทรุด อันนี้นี่รับไม่ได้จริงๆ ทรุดตั้งแต่3ปีแรก แล้วทรุดทุก3ปี รถบ้าอะไร3ขวบอาการออกแล้ว กลิ่นใหม่ยังไม่ทันจางเลย
ตอนนั้นมีAccord Hybrid G9ด้วย ซื้อหลังW204ประมาณ2ปีได้ ต้องบอกว่าAccord Hybrid เทียบW204 ตอนอายุเท่าๆกัน Accordปัญหาน้อยกว่าเยอะครับ ขายไปตอน6ปี ยังไม่มีปัญหาอะไรใหญ่ๆเลย W204ตอน6ปีมีไปหลายรอบหละ
MB ถ้าเข้าศูนย์ อะไหล่รอนานกว่ารถญี่ปุ่น นอนศูนย์ทีคือ1สัปดาห์+ รออะไหล่นี่แหละ ไม่รู้ควรนับว่านานไหม แต่หลังๆเข้าศูนย์ เกิน3วันตลอด ค่าซ่อม/ราคาอะไหล่ ไม่มีคำว่าถูก(แต่ผมเข้าศูนย์นะ เข้าอู่นอกราคามันก็จะลงมา) ราคาแพงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนะครับ เรื่องน่าแปลกใจคือคุณภาพไม่เป็นไปตามราคานี่แหละ แพงแล้วเสียบ่อยอีก
ตัวใหม่กว่าW204 ไม่เคยสัมผัส แต่จากที่ฟังคนมีตัวHybrid+Airmatic W204คือดูไม่จุกจิกไปเลย ไม่มีข้อมูลตัว220d หรือหลังถอดระบบAirmaticออก ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถ้ายึดจากประสบการณ์ที่เจอ หลังW124มา ความทนทานของเบนซ์ มันจะลดลงเรื่อยๆ
ส่วนMG ไม่เคยใช้ รอท่านอื่นครับ แต่คิดว่าค่าซ่อม เทียบเป็นสัดส่วนตามราคารถ ไม่น่าแพงกว่าเบนซ์
ไม่ได้จะบอกว่าMGดีนะครับ แต่จะบอกว่าจากที่เจอมา MBมันจุกจิก แพง แล้วไม่ค่อยสมราคา ถ้าจะซื้อมาหวังทนแบบW124 คิดใหม่ได้เลยครับ
W124 ทนจริงๆครับ ที่บ้านผมก็วิ่งปีละไม่เยอะ ผ่าน 300,000 โลไปยังไม่มีซ่อมหนัก แต่พอจะพังก็พังไปเลย ซ่อมไม่คุ้มแล้วครับ
W218 ก็นับว่าทนครับถึงอยู่ด้วยกันไม่นานประมาณ 5 ปีก็ไม่มีซ่อมรายการใหญ่
จนมาปัจจุบัน w205 ผมโชคดีรึเปล่าไม่รู้นะครับ แต่มันไม่มีอะไรเสียเลย ถึงคันนี้จะซนโมไปเยอะอยู่
MG ไม่ทราบเลยครับ แต่ก็เห็นบนถนนเยอะ เรื่องจุกจิกก็คงมีบ้างแหล่ะครับ เหมือนเบนส์ไฮบริทหลายๆตัวที่เราก็ได้ยินข่าวบ่อยๆ
W213 220d ตัวประกอบนอกเท่าที่จำได้ มีมอเตอร์พวงมาลัยล็อคปรับสูงต่ำไม่ได้ แบตลูกเล็กเสียแล้วทำให้บอร์ดคุมเกียร์พัง ใช้มาสี่ปีแล้วขาย W257 300d สองปีแล้วยังไม่มีอะไรเสีย W222 560e ยังไม่ครบปี ไฟแบตโชว์ไปรอบนึงกับเหมือนๆมอเตอร์ปรับพวงมาลัยจะเริ่มติด ขยับไม่ได้แล้ว แต่ค่ายใบพัดสีฟ้าก็ไม่น้อย คันนึงแอร์พังแบบซ่อมใหญ่เปลี่ยนมันทั้งระบบ ทั้งสามคัน กระจกหน้าแตกสามคันภายในเวลาสามปีอย่างเปราะมาก ฟอร์ดสองคันกับรถญี่ปุ่นไม่เปนไรเลย คันนึงวิ่งไปสามแสนแล้วแค่ซ่อมตามระยะ เพือนบอกรถยุโรปใหม่ๆแพงๆระบบมันเยอะ แถมเซ็นเซอร์เยอะ มันเลยตรวจจับอาการได้ง่ายแล้วมันก็รีบฟ้องเจ้าของ แต่รถจีนเหมือนๆคุณภาพของอุปกรณ์มันจะไม่ค่อยดี ไม่ค่อยเสถียร หรือเปล่า
หมดล็อตนี้สงสัยต้องไปใช้ค่ายตัว L
-
W212 ใช้มามันก็ไม่จุกจิกเหมือนรถญี่ปุ่นนะครับ
พวกช่วงล่าง,เครื่อง,เกียร์ ไม่มีปัญหา 11 ปีแล้ว ก็เปลี่ยนอะไหล่เหมือนรถญี่ปุ่น มีร้านนอกศูนย์ขายมากมาย
แต่จะไปเสียอะไรก็ไม่รู้ ที่ไม่เกี่ยวกับคุณภาพการขับขี่เลย
-
เป็นคำถามที่ดีครับ
ที่บ้านมี2คันให้เทียบ คือW124 กับW204
W124 อายุแถวๆ25ปี วิ่งไป280,000กิโล ดูแลตามสภาพ มีเข้าอู่บ้างตามสภาพ(เข้าแต่อู่นอก) ไม่ว่ากัน รถมันก็ชรามากๆแล้ว จัดอยู่ในเกณฑ์ถึกทนเลย ประทับใจในความอึดมาก
W204 เหมือนหนังคนละม้วน อายุแถวๆ8ปี วิ่งไป130,000กิโล จุกจิกสุดๆ หลังปีแรก เข้าศูนย์เช็คระยะทีคือต้องมีอะไรซักอย่างเสียแถมมาตลอด ตั้งแต่เรื่องเล็กๆอย่างสปริงฝากระโปรงหน้า ไปเรื่องใหญ่หน่อยอย่างฐานรองเกียร์ทรุด อันนี้นี่รับไม่ได้จริงๆ ทรุดตั้งแต่3ปีแรก แล้วทรุดทุก3ปี รถบ้าอะไร3ขวบอาการออกแล้ว กลิ่นใหม่ยังไม่ทันจางเลย
ตอนนั้นมีAccord Hybrid G9ด้วย ซื้อหลังW204ประมาณ2ปีได้ ต้องบอกว่าAccord Hybrid เทียบW204 ตอนอายุเท่าๆกัน Accordปัญหาน้อยกว่าเยอะครับ ขายไปตอน6ปี ยังไม่มีปัญหาอะไรใหญ่ๆเลย W204ตอน6ปีมีไปหลายรอบหละ
MB ถ้าเข้าศูนย์ อะไหล่รอนานกว่ารถญี่ปุ่น นอนศูนย์ทีคือ1สัปดาห์+ รออะไหล่นี่แหละ ไม่รู้ควรนับว่านานไหม แต่หลังๆเข้าศูนย์ เกิน3วันตลอด ค่าซ่อม/ราคาอะไหล่ ไม่มีคำว่าถูก(แต่ผมเข้าศูนย์นะ เข้าอู่นอกราคามันก็จะลงมา) ราคาแพงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนะครับ เรื่องน่าแปลกใจคือคุณภาพไม่เป็นไปตามราคานี่แหละ แพงแล้วเสียบ่อยอีก
ตัวใหม่กว่าW204 ไม่เคยสัมผัส แต่จากที่ฟังคนมีตัวHybrid+Airmatic W204คือดูไม่จุกจิกไปเลย ไม่มีข้อมูลตัว220d หรือหลังถอดระบบAirmaticออก ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถ้ายึดจากประสบการณ์ที่เจอ หลังW124มา ความทนทานของเบนซ์ มันจะลดลงเรื่อยๆ
ส่วนMG ไม่เคยใช้ รอท่านอื่นครับ แต่คิดว่าค่าซ่อม เทียบเป็นสัดส่วนตามราคารถ ไม่น่าแพงกว่าเบนซ์
ไม่ได้จะบอกว่าMGดีนะครับ แต่จะบอกว่าจากที่เจอมา MBมันจุกจิก แพง แล้วไม่ค่อยสมราคา ถ้าจะซื้อมาหวังทนแบบW124 คิดใหม่ได้เลยครับ
W124 ทนจริงๆครับ ที่บ้านผมก็วิ่งปีละไม่เยอะ ผ่าน 300,000 โลไปยังไม่มีซ่อมหนัก แต่พอจะพังก็พังไปเลย ซ่อมไม่คุ้มแล้วครับ
W218 ก็นับว่าทนครับถึงอยู่ด้วยกันไม่นานประมาณ 5 ปีก็ไม่มีซ่อมรายการใหญ่
จนมาปัจจุบัน w205 ผมโชคดีรึเปล่าไม่รู้นะครับ แต่มันไม่มีอะไรเสียเลย ถึงคันนี้จะซนโมไปเยอะอยู่
MG ไม่ทราบเลยครับ แต่ก็เห็นบนถนนเยอะ เรื่องจุกจิกก็คงมีบ้างแหล่ะครับ เหมือนเบนส์ไฮบริทหลายๆตัวที่เราก็ได้ยินข่าวบ่อยๆ
เสียวW124 ว่าจะพังแล้วยาวไปเลยเหมือนกันครับ ทุกวันนี้คือเก็บไว้คือเพื่อEnjoyฟีลลิ่งรถเก่าล้วนๆเลย :)
W205 เท่าที่ผมได้ยินมา มีเรื่องลมเข้าในรถล๊อตแรกๆ ระบบHybrid แล้วก็Airmaticครับ C43น่าจะรอดหมด (แต่กำลังนึก รอบๆตัวผมก็ไม่มีใครใช้W205นานเกิน5ปีเลย เลยไม่รู้เค้าไปเจออะไรกันบ้าง)
-
MG แล้วแต่รุ่นครับ ถ้ารุ่นเล็กๆ 3,5 ทนทานดีครับ ทนแบบ Vios เลยหละ
MB ก็จะไปรวนซะเยอะรุ่นไฮบริดครับ แต่หลังๆ ไม่ค่อยเจอปัญหา drivetrain แล้ว จะไปเจอพวกแอร์รั่ว ช่วงล่างเสีย ซะมากกว่า แต่ถ้ารุ่นเล็กๆ ไม่ค่อยรวนครับ A, GLA พวกนี้ สบายยย