Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: ฟง อวิ๋น ที่ พฤษภาคม 17, 2022, 12:18:45
-
ใช้ Ranger 2.2L M/T OpenCab ยกสูง ขับ 2 ครับ ยางมาตรฐานเดิมติดรถ
สติ๊กเกอร์ข้างประตู รถเปล่าแนะนำ 30psi แต่มีอีกบรรทัดเป็น logo "ECO" และบอกให้เติมลม 38psi ทั้งหน้าหลัง
เข้าใจว่าจะประหยัดน้ำมันมากขึ้น แต่ก็น่าจะแข็งและเด้งกระด้างขึ้นด้วย
ปกติขับคนเดียวและวิ่งรถเปล่าไม่บรรทุกซะส่วนใหญ่ จะเด้งกระดอนก็ไม่ได้มีซีเรียสอะไร
แต่จะมีผลกระทบอื่่น ที่ต้องระวังเพิ่มเติมไหมครับ เช่น
- ยางจะกินกลางไหม ?
- ระยะเบรคจะมากขึ้นหรือไม่ ?
- การลื่นไถลหรือเหินน้ำจะง่ายกว่าหรือเปล่า
วานชี้แนะ ขอบคุณล่วงหน้าครับ :)
-
ระยะเบรคเพิ่ม ถ้าฝนตกถนนลื่น ต่างแน่นอนครับ
ผลเสียอื่น คือกระด้าง เจอหลุมใหญ่ตกทีน่าจะสะดุ้งต้องหยอดแบบคลาน ถ้าถนนที่วิ่งประจำทางดีก็ไม่น่ามีผลครับ
ยางแข็งหน้าไว หน้าเบาเวลาเจอโค้งเยอะๆจะคุมยากกว่าครับ
ส่วนตัวไม่ชอบการขับขี่แบบยางแข็งๆครับ ;D
-
มันก็จะดิ้นง่าย เวลาเจอถนนเป็นคลื่นหรือเป็นร่อง และระยะเบรคที่ยาวขึ้นครับ
แนะนำให้ลองเติม 38 psi จากนั้นรีเซ็ตค่า แล้วเริ่มพยายามขับให้ประหยัดน้ำมันซัก 3 ครั้ง
จากนั้นหาค่าเฉลี่ยเก็บบันทึกไว้เป็นสถิติของตัวเองและรถคันนี้
แล้วเราก็จะหายคาใจทุกอย่าง
พอเสร็จแล้วก็กลับมาเติม 30 psi เหมือนเดิม เพื่อสมรรถนะสูงสุดครับ
-
ผมเติมแข็งกว่าตัวเลขข้างประตูมาตลอดนะ ไม่ว่าจะรถเก๋งหรือกระบะ ..
BT50 pro กับล้อแม็ก 20 นิ้ว ผมยัด 40ปอน 4ล้อเลย ใช้มา 6ปี ก็ไม่เห็นเป็นไร รถเปล่าขับคนเดียวไม่บรรทุก
มาสด้า 3 ที่ประตูบอก 33 ผมยัด 37ปอน 4ล้อเลย ขับมาแบบนี้ตั้งแต่ป้ายแดง จนถึงตอนนี้
ผมว่าขับได้แล้วแต่ชอบ แต่ว่ามันจะตึงตังหน่อย แต่ผมชอบฟิลนี้นะ ไม่ชอบยางอ่อนแล้วย้วยๆโยนๆ
อีกอย่าง รถยางแข็งรู้สึกยางจะสึกน้อยกว่าด้วยนะ(อันนี้คิดไปเอง) เพราะเฉลี่ยยางผม 3ปีดอกยังเต็มอยู่เลย
-
ยางรถกระบะเติมลม38 ยังเรียกว่าเติมลมแข็งกว่าปกติไม่ได้เลยครับ
เติมลม38 อาการที่เป็นห่วงนี่แทบจะไม่รู้สึก จะรู้สึกตึงตังขึ้นหน่อยแค่นั้นแหละครับ
รถขนของที่บ้านรถเปล่าเติมล้อหลัง60ก็ยังขับได้ปกติเลยครับ ไม่ได้มีอาการอะไรมากขนาดนั้น
-
CR-V G3 สเปคบอก 30 psi / 4 ล้อ
ของจริง ผมไล่ตั้งแต่ 32 / 34 /36 /38 ... มาจบที่ 36 psi กำลังดี ไม่อืดไป และ เฟิร์มกำลังดี
เคยลงมาที่ 32 psi ขับไม่ได้เลย นึกว่า ขับเรือ แต่ทั้งนี้ ต้องแล้วแต่ยางด้วย ยางบางตัวแก้มมันแข็ง เติม 36 psi นี่ สะเทือนมาก
...............
ก่อนเดินทางไป ลำพูน เอาไปอัดมา 40 psi .. พอจะเดินทาง ฝนตก อากาศเย็นเจี๊ยบ ก็ปล่อยลงมาเหลือ 37 psi กะว่า เผื่อหน่อย แต่พอวิ่งจริง อากาศร้อนจัดทั้งวัน รถดีดซะเมื่อยเลย ไปวัดอีกที ตอนยางเย็นแล้ว (แต่ข้างนอก อากาศค่อนข้างร้อน) ลมยาง 39 psi ทุกล้อเลย ยังว่า ทำไมดีดจัง ลดลงเหลือ 36 psi ขากลับ วิ่งนิ่มเลย 55+
ปล. ใช้เกจ์ประจำตัวนะครับ
-
ช่วงล่างก็จะเสียเร็วขึ้นตามครับ ไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับการขับขี่
-
ขอบคุณความเห็นและความรู้ครับผม
วันนี้ได้ลองเติม 38-39psi ครั้งแรก (ปกติ 31-33psi) ที่รู้สึกได้คือตึงตังขึ้นครับ แต่ตอนปล่อยไหล รู้สึกว่าไหลลื่นขึ้น รถดึงหน่วงลดความเร็วน้อยลง
ว่าจะลองดูสัก 2 ถัง (น้ำมัน) และจะมาแจ้งเพื่อทราบครับผม ;) ;)
-
ช่วงล่างแข็งน่าจะทำให้ลูกหมากสึกหรอเร็วขึ้นด้วยหรือเปล่าเพราะกระด้างแบบตึงตังเห็นชัด เบรคยาวขึ้นเหินน้ำง่ายควบคุมยากขึ้น
ผมก็เติมประมาณ 36-38 ขี้เกียจเติมบ่อยไม่มีหรอก ไม่ค่อยอยากเช็คลมยางเลยเติมเกิน ๆ ไว้ แล้วก็อีก 3-4 เดือนมาเติมอีกที
แต่ผมขับช้า ขับในเมืองเลยไม่ซีเรียสอะไร
-
เติมแข็งกว่าสเปค ก็จะกระด้างกว่าหน่อย ข้อดีคือประหยัดกว่ากันนิดนึง
ส่วนตัวผมส่วนมากจะเติมตามสเปคครับ cx5 ถ้านั่ง 1-2 คนแนะ 35 แต่ถ้านั่ง 4 คนแนะ 37
ส่วนมากผมเติม 35 ครับ แต่ถ้ามีทริปยาวๆ ก็จะเพิ่มนิดนึงเป็น 36-37 ครับ
เติมมากๆไม่ไหว แค่ 35 นี่ ลูกก็บ่นแล้วว่ารถพ่อแข็ง 5555
-
รถยนต์ไม่เท่าไหร่ ถ้าเป็นมอไซค์นี่ไม่อยากจะคิด 555
-
ผลเสีย
-ลื่นง่ายถ้าเจอน้ำ
-ช่วงล่างตึงตังเกินไป สึดหรอเร็ว(ถ้าขับแบบไม่ระวังเลย)
แต่กระบะผมก็เติมเกินตลอด ตัวเตี้ยเติม หน้า 40-45 หลัง 50-70 ตอนวิ่งรถเปล่าถ้าเติมสัก 65-70 นี่ถึงจะจับได้ว่ามันเด้งสู้มาก แต่รถไม่ย้วยเลย
ตัว 4x4 เติมหน้า 39 หลัง 50-55 เป็นปกติ เพราะเผื่อขนของด้วยและไม่ต้องเติมลมบ่อยๆ เคยลดลมยางมาเหลือ 39 กว่าคือนุุ่มกว่านิดเดียว
-
Almera เติมตามสเปค 38/35 กับยางติดรถ Dunlop (มันมี Bridgestone ด้วยสลับกันไป)
วิ่งขึ้นเนินคอนกรีตหลังฝนตก บันเทิงครับ ลื่นเป็นจารบีเลย
Dunlop ติดรถรุ่นเดียวกันใน Mazda 2 ไม่เป็นแน่ๆ เติม 36/33
เดี๋ยวจะไปลองลดเหลือ 35 ทุกล้อดูครับ
-
ปิคอัพผมล้อหน้า 40 ล้อหลัง60
ใช้มาหลาย10ปี ยางไม่กินกลาง ไม่เคยร่วงถนนครับ
-
ผมว่ามันก็อยู่ชนิด รุ่น ของยางด้วยคับ
อย่างผมเป็นรถเก๋งใส่ยาง Conti MC6 ตัวนี้เติมลม 35-36 ก็ไม่ถึงกับกระด้างคับ แถมซับพวกรอยต่อรอยปูดคมๆ นวลกว่าลมยาง 30-32 ด้วย (มันจะออกแนวเด้งเบาๆคล้ายลูกโป่ง)
ระยะเบรคก็ไม่รู้สึกถึงความต่าง แต่ปกติผมไม่เคยเบรคเต็มแรงเลยไม่รู้ว่าถึงจุดนั้นแล้วมันจะต่างไหม
-
Renger 4 ประตูยกสูง แรกๆผมเติม 38 ก็ีนะ ยางยังใหม่ วิ่งดี แต่ตึงตังไปนิด
พอยางเข้า 50000 โลในปีที่2 ก็ลดลงมาเหลือ 35-36 วิ่งนิ่มขึ้น รู้งี้ลดมานานล่ะ
พอเข้า 75000 โล ใหล่ยางแตกลายงา คงเพราะเติมลมแข็งไปในช่วงปีแรก
ตอนนี้เปลี่ยนยางใหม่ ผมลองเติม 34 ก็นิ่มไป ออกตัวอืด
เลยลองมาที่ 35 โอเครเลยครับ กำลังดีไม่แข็งไม่นิ่ม ขับไปทำงานคนเดียว
ถ้าจะเดินทางไกลและมีผู้โดยสารผมจะเติม 36 ครับ
-
เติม 35 ก็ได้ครับสบายๆ ผมก็เติมเท่านี้ บรรทุกก้มากกนี้อีก ถ้ารถกระบะในระยะจาก 32 มาเป็น 35-40 นี่ผมไม่ค่อยรู้สึกครับ กินกลางไม่เจอ ระยะเบรคอาจจะเพิ่มอีกนิด แต่ถ้าของเดิมมันนิ่มๆ ย้วยๆ เติมมามันจะได้ฟิลนิ่ง ตึงตังอีกหน่อย ถ้าขับช้าอาจจะไม่ชอบครับ แต่ผมโอเค
-
ขออนุญาตตอบตามประสบการณ์ที่บ้านใช้กระบะมาเกือบ 20 ปี ซึ่งมีทั้งตัวเตี้ย และ 4WD รวมทั้งเติมลม 40 PSI 4 ล้อทุกคันนะครับ
- ยางจะกินกลางไหม ? >>> ยังไม่เคยเจอคันไหนกินกลางครับ
- ระยะเบรคจะมากขึ้นหรือไม่ ? >>> อยู่ที่ชนิด ยี่ห้อ และรุ่นของยางครับ
- การลื่นไถลหรือเหินน้ำจะง่ายกว่าหรือเปล่า >>> อยู่ที่ชนิด ยี่ห้อ และรุ่นของยางเหมือนระยะเบรกครับ (ที่เคยเจอลื่น คือ BS Dueler)
ส่วนตัวตอนนี้ชอบฟีลลิ่งของ 40 PSI ไปแล้วครับ จังหวะเข้าโค้ง รถยวบย้วยน้อยกว่า ส่วนตอนขับในเมืองโดยเฉพาะช่วงที่ต้องโยกรถเยอะ ๆ เพื่อเข้าช่องจอด พวงมาลัยหนักน้อยกว่า (เทียบกับ 35 PSI นะครับ)
ส่วนความตึงตังที่เพิ่มขึ้นมานิดหน่อย ส่วนตัวรับได้ครับ ทั้งนี้ ยางขนาด 265/65R17 กับรถที่บ้านที่เคยใช้และเติม 40 PSI แล้วตึงตังน้อยสุดหรือนุ่มสุด ผมยกให้ Yoko G015 ครับ (เทียบกับ BS Dueler 840, BS Dueler 684 II, Dunlop AT22, และ Toyo ST3)
-
แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน ผมชอบนิ่มหน่อยแต่ใกล้เคียงสเปค crv. 29-30 กำลังดี cross 32-33
ข้อดีน่าจะถนอมช่วงล่างในทางขรุขระ ข้อเสียมันจะย้วยๆเวลาเข้าโค้ง แต่ที่ผ่านมาไม่เจอยางกินไม่เสมอนะ
-
ใช้ Ranger 2.2L M/T OpenCab ยกสูง ขับ 2 ครับ ยางมาตรฐานเดิมติดรถ
สติ๊กเกอร์ข้างประตู รถเปล่าแนะนำ 30psi แต่มีอีกบรรทัดเป็น logo "ECO" และบอกให้เติมลม 38psi ทั้งหน้าหลัง
เข้าใจว่าจะประหยัดน้ำมันมากขึ้น แต่ก็น่าจะแข็งและเด้งกระด้างขึ้นด้วย
ปกติขับคนเดียวและวิ่งรถเปล่าไม่บรรทุกซะส่วนใหญ่ จะเด้งกระดอนก็ไม่ได้มีซีเรียสอะไร
แต่จะมีผลกระทบอื่่น ที่ต้องระวังเพิ่มเติมไหมครับ เช่น
- ยางจะกินกลางไหม ?
ไม่กิน ถ้าไม่แข็งเกินไปจนป่องกลาง คำว่าแข็งเกินไป ก็แล้วแต่ยางแต่ละตัว ว่าจะป่องกลาง ตอนกี่ปอนด์ เพราะสเปคยางแต่ละตัวไม่เท่ากัน ต้องสังเกตุเอาเอง
- ระยะเบรคจะมากขึ้นหรือไม่ ?
ไม่เพิ่ม ไม่ลด แบบมีนัยยะอะไร
- การลื่นไถลหรือเหินน้ำจะง่ายกว่าหรือเปล่า
ไม่ไถล ไม่เหิน แบบมีนัยยะอะไร
วานชี้แนะ ขอบคุณล่วงหน้าครับ :)
ความประหยัดเพิ่มขึ้นแน่นอน
คิดสภาพง่ายๆ ปั่นจักรยาน ตอนยางแบน กับ ยางแข็ง มันเบากำลังต่างกันเยอะ
แต่แข็งเกินไป ก็อาจจะกระด้าง กระแทรกกระทั้น ข้อเสียหลักเลย
-
รถผมทุกคันก็เติมแข็งกว่า โรงงานแจ้งมาเฉลี่ย
"+ 4-5psi"
ขับแล้วรู้สึก "Firm" กว่า
เติมลมแข็งกว่า่ STD รถ เฉลี่ย 10-15%
ช่วงล่างรถผมทุกคัน ก็สึกหรอตามปกตินะ
-
ขับในเมืองปรับอ่อนกว่า Spec เพราะถนนกรุงเทพมันระยำมาก ออก ตจว.ค่อยปรับแข็ง
-
อย่าหาทำ มันไม่ได้ประหยัดเป็น พัน เป็นหมื่น หรอกครับ