Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: โตมากับ Honda ที่ มิถุนายน 14, 2022, 21:48:16
-
ถ้า E20 ราคา 50-55บาท/ลิตร นาน 2 ปี จะซื้อรถ EV ใช้กันหรือไม่
สำหรับผมคือ EV ยังมีให้เลือกน้อย และ ไม่รุ้ว่าราคาขายต่อหลังใช้ไป 4-5ปี จะเหลือเท่าไหร่ คุ้มกับการประหยัดค่าน้ำมันจริงหรือไม่
เพราะสำหรับผมคงมองหาแบรนด์ญี่ปุ่นหรือยุโรป ซึ่งราคารถมันก็คงต้อง 1.7 ล้านขึ้นไป
-
infrastructure การชาร์จไฟสำหรับผมมันยังไม่สะดวกมากพอขนาดนั้นครับ
ผมใช้ ตจว ที่รุ่นในตลาดตอนนี้มีระยะวิ่งไม่พอความต้องการผม
และต้องใช้ระยะเวลาในการชาร์จที่นานไป
แถมผมมีช่วงชีวิตในเมืองที่อยู่คอนโดด้วยครับ
ถ้าจะประหยัด ตอนนี้ผมแก้เบื้องต้นไปแค่ซื้อรถสันดาปเท่าที่มีงบที่ประหยัดขึ้นไปล่ะ
อนาคตคงทำแบบนี้อีกแต่อาจจะเป็นรถผสมครับ
-
ลองคำนวนสิครับ ว่า ส่วนต่างน้ำมัน กี่ปี คืนทุน
-
ต่อให้ราคานั้นก็ยังไม่ซื้อครับเพราะไม่มีความสามารถจะผ่อนรถราคาหลักล้านได้ ถ้าจะต้องลงทุนเลี่ยงปัญหาขอไปซื้อซื้อมอเตอร์ไซค150-300cc ดีคว่า30+โลลิตรมีให้เห็นแน่ๆ เดินทางไกลค่อยยอมจายค่าน้ำมันให้รถยนต์
-
ไม่ซื้อครับ มากสุดคือ Hybrid
-
ผมไปไกลสุดแค่ phev ครับประเทศนี้อยู่บ้านเฉยๆไฟยังดับเลยครับ
-
รถไฟฟ้าลงทุนเยอะไปครับ เพราะค่าตัวรถแพง+ค่าเสื่อมสูง ค่าแบตสูง ขายต่อร่วงแน่นอนครับ ผมว่าได้ไม่คุ้มประหยัดน้ำมัน
แถมที่บ้านต้องลงทุนวางสายเดินที่ชาจน์เพิ่มแถมต้องหาวิธีลดต้นทุนค่าไฟอีก
ผมว่าเหมือนขี้ช้างจับตั๊กแตนยังไงไม่รู้
แต่ถ้าใครพร้อมก็ซื้อนะ แต่ผมเป็นแบบที่ผมบอกข้างบนหมดทุกอย่างเลยครับ
-
ไม่ต้อง E20 ไป 50 บาทหรอกครับ
ของผมค่าน้ำมันตอนนี้เดือนล่ะ 15,000 แล้ว แค่ E10 ถึง 50 บาท ผมก็ไปแล้ว ตอนนี้ภรรยาอนุมัติให้ซื้อแล้ว จะไป Kicks หรือ Goodcat GT ดีครับ 5555
-
ปีที่แล้วตอนลิตรละ 20 กว่าบาท แทงหวยถูก ซื้อ hybrid มาใช้ ตอนนี้เห็นผลชัดเจน
อย่างมากคงเอา อีกคันไปดมแก๊ส คันนี้ 10.8 โลลิตร ตอนนี้นอนเฝ้าบ้านกับหมาไปละ
-
ปัจจัยในการซื้อไม่ได้อยู่ที่ราคาน้ำมันครับ คงดูความพร้อมของ infra ฝั่งตัวเอง และราคาตัวรถเป็นหลัก ที่แน่ๆ ตอนจะซื้อจริงๆ คงต้องมีรถน้ำมัน หรือไฮบริดติดบ้านไว้คันนึงแน่นอน
-
รถสำหรับผมมันจำเป็นต้องใช้ครับ แต่ผมไม่ได้ใช้รถเยอะขนาดนั้น และตอนนี้ใช้ hybrid อยู่
ส่วนรถไฟฟ้า อีกหน่อยถ้าไม่มีที่ชาร์จฟรี ราคาค่าชาร์จ ก็จะไม่ต่างกันมากครับ ไม่คุ้มส่วนต่าง
แต่ถ้าจะเปลี่ยนรถในอนาคต ก็คงมอง EV เป็นตัวเลือกนึงครับ
จะขึ้นไป 50 บาท คงไปถึงเร็วๆนี้ครับ เงินเฟ้อขึ้น
-
ไม่ซื้อครับผมใช้รถน้อย ทุกวันนี้ยังไม่ถึงห้าพันเลยน่าขายทิ้งซักคันมากกว่า
-
สำหรับผมซื้อแล้วนะ แต่ตอนตัดสินใจซื้อน้ำมันยังไม่แพง ราคาน้ำมันเลยยังไม่ใช่ปัจจัยหลัก
-
ซื้อแล้ว
ราคาจะไม่มีทางต่ำลงแบบ 20 ต้นๆ หรือ ปลายๆ น่าจะยากละครับ
สำหรับคนวิ่งวันละ 100-200 โลอย่างผมนี่คุ้มค่า
-
ส่วนตัวเฉยๆ
ถ้ารถเก่าจัดซ่อมไม่ไหว หรือหมดอายุแบบประกันชั้น 1 ต่อไม่ได้แล้วค่อยเปลี่ยนครับ
ผมใช้รถไม่ค่อยเยอะ ค่าน้ำมัน ณ ตอนนี้เดือนละ 2 พัน
ถ้าเดือนไหนกลับบ้าน ตจว. ก็ +มาอีก 2 พัน
-
คงดูท่าทีก่อนครับว่ามันจะไปทิศทางไหน เห็นจอดเสียกลางทางแล้วใจคอไม่ดี
ที่บ้านก็มีรถไฮบริด ก็ประหยัดดี ไปเที่ยวก็เน้นเอาคันนี้ไป
ส่วนรถที่ใช้น้ำมันล้วน ก็ขับแค่ไปทำงาน
รอคอยเทคโนโลยีญี่ปุ่น ว่าจะเป็นยังไง ชอบอะไรที่มันชัวร์ๆครับ ไม่ชอบเสี่ยง
-
ถ้าถามในนี้ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชนชั้นกลางถึงบน ส่วนใหญ่คงตอบว่าซื้อล่ะครับ
แต่ถ้าไปถามคนส่วนใหญ่ของประเทศ เขาคงตอบว่าประคองชีวิตให้มีกินในแต่ละวันยังยาก
ส่วนตัวผมใช้รถดีเซลเป็นหลักเลยยังไม่กระทบมาก
-
ไม่ซื้อครับ ใช้ LPG ต่อไป ::)
หารถ Hybrid ไว้เดินทางต่างจังหวัด (LPG วิ่งเยอะแล้ว กลัวพัง)
-
ถ้าถึงขั้นบอกตัวเองได้ว่า "บาดเจ็บจากราคาน้ำมัน" ... แต่จะไปควักเงินล้านซื้อรถ EV ผมว่ามันสวนทางกันมากๆนะ ... ถามจริงๆจะซื้อรถมาทดแทนราคาน้ำมันกันจริงๆหรอ ...
ถ้าสมมุติเราขับรถ D-segment อยู่แล้วโดนราคาน้ำมันจนต้องบอกตัวเองว่า "เติมน้ำมันไม่ไหวแล้วนะ"
การที่เราลดขนาดรถยนต์ลง และไปขับ Eco-car แบบไม่มีอีโก้ จะถูกว่าไหมเช่น อาจซื้ออัลเมร่าตัวเริ่มต้น หรือตัวกลาง ราคารถ 5-6แสน ส่วนต่าง 3-4แสนจากรถไฟฟ้า เอามาจ่ายน้ำมันได้หลายปีเลย และเวลาจะขายต่อเมื่อราคาน้ำมันลดลงมาปรกติ ก็ยังมีอนาคตกว่า ....
แบบขับรถน้ำมันอยู่เช่น ขับมาสด้า3 หรือรถน้ำมันล่วนอื่นๆ แล้วบอกว่า จ่ายน้ำมันไม่ไหวแล้ว ...แต่ไปผ่อนรถ EV คันละ9แสน-1ล้าน ผ่อนต่อเดือน 10000+ เพื่อไม่ต้องใช้น้ำมัน
ผมว่าเอาเงินผ่อนรถ EV คันใหม่ มาประคองตัวจ่ายค่าน้ำมันไป คุ้มกว่าหรือเปล่า ...
-
LPG ยังตอบโจทย์มากกว่าครับ
หรือ Hybrid ถ้ายังไม่อยากดัดแปลงรถ
-
ถ้าถึงขั้นบอกตัวเองได้ว่า "บาดเจ็บจากราคาน้ำมัน" ... แต่จะไปควักเงินล้านซื้อรถ EV ผมว่ามันสวนทางกันมากๆนะ ... ถามจริงๆจะซื้อรถมาทดแทนราคาน้ำมันกันจริงๆหรอ ...
ถ้าสมมุติเราขับรถ D-segment อยู่แล้วโดนราคาน้ำมันจนต้องบอกตัวเองว่า "เติมน้ำมันไม่ไหวแล้วนะ"
การที่เราลดขนาดรถยนต์ลง และไปขับ Eco-car แบบไม่มีอีโก้ จะถูกว่าไหมเช่น อาจซื้ออัลเมร่าตัวเริ่มต้น หรือตัวกลาง ราคารถ 5-6แสน ส่วนต่าง 3-4แสนจากรถไฟฟ้า เอามาจ่ายน้ำมันได้หลายปีเลย และเวลาจะขายต่อเมื่อราคาน้ำมันลดลงมาปรกติ ก็ยังมีอนาคตกว่า ....
แบบขับรถน้ำมันอยู่เช่น ขับมาสด้า3 หรือรถน้ำมันล่วนอื่นๆ แล้วบอกว่า จ่ายน้ำมันไม่ไหวแล้ว ...แต่ไปผ่อนรถ EV คันละ9แสน-1ล้าน ผ่อนต่อเดือน 10000+ เพื่อไม่ต้องใช้น้ำมัน
ผมว่าเอาเงินผ่อนรถ EV คันใหม่ มาประคองตัวจ่ายค่าน้ำมันไป คุ้มกว่าหรือเปล่า ...
บางคนจ่ายเงินซื้อรถคันเป็นล้านๆได้ แต่รู้สึกว่าค่าน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายสินเปลืองไม่อยากเสียเงินเยอะ ก็มีครับ
ไม่เสมอไปที่จะบอกว่าค่าน้ำมันแพงแล้วต้องรถเกรดรถลงมาเหลือคันละไม่กี่แสน
-
โจทย์ถามแค่ EV ก็ตอบ PHEV ได้ครับ แต่ตอนนี้ HEV ก็ยังไม่เดือดร้อน
เพราะสเป็คไม่รับ E20 55
ไม่ต้อง E20 ไป 50 บาทหรอกครับ
ของผมค่าน้ำมันตอนนี้เดือนล่ะ 15,000 แล้ว แค่ E10 ถึง 50 บาท ผมก็ไปแล้ว ตอนนี้ภรรยาอนุมัติให้ซื้อแล้ว จะไป Kicks หรือ Goodcat GT ดีครับ 5555
ครอบครองรถซิ่งอย่างท่านมาก่อนน่าจะเอาแมวดีจีทีไปเลย เพราะคิกส์ยังไงมันก็รถน้ำมันน่ะครับ
-
ผมจองไปละครับ สถานะกำลังรอรถ 55+
เพราะเดินทางข้ามจังหวัดทุกอาทิตย์
ทำ Home Charge ไว้บ้านทั้งสองหลัง
ก่อนจองได้คำนวนค่าไฟที่อาจจะต้องจ่ายและค่างวดรถที่ต้องผ่อน
มันยังถูกกว่าค่าน้ำมันครับ การบำรุงรักษาระยะยาวๆก็ยังจะถูกกว่า
จริงๆปัจจัยหลักๆคืออยากลอง EV มากกว่าครับ
แค่ช่วงนี้มันประจวบเหมาะเป็นช่วงน้ำมันขึ้นราคาพอดี
-
ต่อให้ลิตรละ 100 บาท ก็ไม่ซื้อ
เพราะผมไม่ได้ซื้อ EV เพราะราคาน้ำมัน แต่ซื้อเพราะปัจจัยอื่นๆพร้อม ค่อยซื้อ น้ำมันยังไงก็ต้องใช้ ต้่อให้ลิตรละ 500 มันก็ต้องใช้ ไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจซื้อรถ EV
-
ถ้าน้ำมันราคาขนาดนั้นแปลว่ามันทะลุราคาน้ำมันปาล์ม / แอลกอฮอล์ ไปแล้วนะ
และถ้า 2ปี+ มันคุ้มค่าพอที่จะลงทุนในพืชน้ำมัน นี่ขนาดปาล์มพึ่งราคาตกหนักๆ พอราคาขึ้นรอบนี้ชาวสวนที่เคยทิ้ง กลับมาปลูกใหม่แล้วนะ
แต่ส่วนตัวใช้รถสัปดาห์ละวัน คงรถน้ำมันต่อไปละครับ ค่าน้ำมันเดือนละ 2พัน ขึ้นราคามาก็ไม่เกิน 3พันอยู่ดี
.................
น้ำมันถูก หรือแพง ผมก็ไม่ใช้รถส่วนตัวครับ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
-
จะซื้อไม่ซื้ออยู่ที่ตัวรถมากกว่า
ถ้ารถมันวิ่ง 120 km/hr ยิงยาวได้สี่ร้อยโล
ราคาไม่เกิน 1.5 ล้าน ผมเอาแน่
-
ผมคงไม่ซื้อครับ แต่อาจจะเอารถอีกคันไปติดแก๊สแทน
จะซื้อรถใหม่ เพื่อประหยัดเดือนละ 6000 บาท แต่เป็นหนี้เพิ่มล้านนึง มันดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่
-
น้ำมันตอน 25 บาท ผมก็จะซื้อ EV เพราะว่ามันจอดรถเปิดแอร์ได้
ประเด็นน่าจะอยู่ที่ Lifestyle ซะส่วนมาก และการเปิดใจ
สำหรับผมใช้วันล่ะ 100 km ตอนนี้ใช้ Eco car อยู่ แต่อยากได้รถที่เปิดแอร์นอน แล้วก็ให้ทิ้งน้องหมาในรถได้เวลาไปกินข้าว
-
ซื้อครับ
เวลาขับรถในเมืองตอนนี้เหมือนนั่งเผาน้ำมันเล่นเลยครับ
อีกอย่างมันเป็น Trend ของโลกครับ จะช้าจะเร็ว มาแน่นอนครับ ขนาด Shell ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกเค้ายังมีการพูดถึงเลยว่า The decline of fossil fuels จะ decline หลังปี 2030
ยังไงก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นหรอกครับ
-
ผมใช้ Hybrid อยู่แล้ว ถ้าซื้อเพราะประหยัดคงไม่ซื้อ เพราะมันไม่คุ้ม ผมไม่ได้ขับรถเยอะขนาดนั้นครับ
แล้วรถแต่ละรุ่นที่ขายปัจจุบันที่ราคาไม่เกิน 2 ล้าน ท่านั่งขับยังไม่สบายและยังขับไม่ดีเท่าไร
ถ้ามีรถขับดี นั่งสบายและ Range WLTP สัก 450กม.ขึ้นไป มาในงบไม่เกิน 2 ล้าน ผมซื้อแน่นอน
-
ตอนนี้คงยังครับ
ไม่มีรถ EV รุ่นที่ถูกใจ และไม่ได้มีปัญหากับราคาน้ำมัน
-
ผมซื้อครับ ตอนนี้ใช้hybridอยู่แล้ว ขับวันละ100โล ถ้าถึงช่วงที่เปลี่ยนรถว่าจะซื้อevเลยครับ ชาร์จไฟไม่ใช่ปัญหาเพราะตั้งใจชาร์จที่บ้าน ไปต่างจังหวัดจะเอาคันอื่นไปครับ
-
ซื้อครับ ตอนนี้ก็ดูๆอยู่
เล่นรุ่นปานกลางลงมาล่างๆหน่อย วิ่งได้ระยะ100-200-300ได้หมดครับ
วันๆใช้แค่ขับไปทำงาน ส่งลูก รอรับลูกเรียนพิเศษ แวะตลาดซื้อกับข้าว
-
ผมเชื่อว่าคนที่มีรายได้สูง หรือคนที่มีความพร้อม ที่มีรถในบ้านอยู่แล้วอย่างน้อย 1 คัน น่าจะพิจารณาซื้อรถไฟฟ้ามาใช้
ส่วนคนที่มีรายได้ต่ำ หากมีรถอยู่แล้วจะเอารถไปติดแก๊ส หากยังไม่มีรถจะซื้อรถมือสองเอามาติดแก๊สครับ
ส่วนผมมีรถติดแก๊สอยู่แล้ว ถ้าเลี่ยงไม่ได้ต้องซื้อรถคันใหม่ในเร็วๆนี้ ก็ยังจะซื้อรถน้ำมันอยู่ครับ ถ้าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า น่าจะเป็นรถไฟฟ้าครับ
-
ถ้าปัจจัยต่างๆ ยังไม่เอื้ออำนวยให้ใช้รถ EV ได้อย่างสบายใจ ผมก็คงยังไม่ใช้อยู่ดีครับ
-
ขอมิเตอร์ TOU รอรถอยู่ครับ
-
ขอตัวแรงๆแบบSUPERCARในราคา D secment+ไม่เกินล้าน ผมซื้อทันที ไม่ได้สนใจราคาน้ำมันครับ แค่น้ำมันแพงมากๆก็ใช้น้อยลงแค่นั้นแหละ ถ้าลิตรละ100ก็นอนออฟฟิศบ่อยขึ้น เป็นข้ออ้างไม่กลับบ้านได้ด้วย ::) ;D
-
ไฟฟ้าบ้านเรามันไม่ใช่พลังงานสะอาด 100% นะครับ
60% ยังผลิตจากก๊าซธรรมชาติ
22% ผลิตจากถ่านหิน
ดังนั้นค่าไฟเรายังผันผวนโดยตรงกับราคาน้ำมันอยู่
ถ้าน้ำมันแพง ค่าไฟก็แพงขึ้นครับ
ส่วนตัวจะซื้อก็ต่อเมื่อโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟฟ้าครอบคลุม ทั่วถึง แล้วเท่านั้น
-
ถ้ากำลังจะเปลี่ยน หรือมีแพลนเปลี่ยนใน 1-2 ปี อาจหา EV มาใช้ครับ หรืออาจเปลี่ยน Hybrid / PHEV ที่วิ่งได้ 20km/l++
ขับรถรับ/ส่งลูก วันนึง 80km เดือนนึง 1600 km
ถ้า 15km/l ก็โลละ 3.3 บาท เดือนนึง ห้าพันกว่าแล้ว
ถ้าเป็น ev ให้โลละบาทก็ 1600
ส่วนต่าง เกือบ 4000
-
ตอนนี้เติมเดือนละ 10,000 ครับ แปลว่าปีละ 120k รถทั่วไปค่าเสื่อมปีละ 100k เจอค่าน้ำมันปีละ 120k ค่า service ปีละ 5000 แปลว่าปีนึงเข้าตัวแน่ๆ 225k
ถ้าซื้อรถ ev ก็ดูค่าเสื่อมอย่างเดียว ถ้าเสื่อมปีละ 100k ก็คุ้ม ถ้าเสื่อมปีละ 200k ก็คุ้ม ซึ่งรถแบบ zs ev ตัวแรก ตอนนี้ค่าเสื่อมตกละ 50-100k เอง