Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: gundam126 ที่ กันยายน 20, 2022, 08:52:29
-
ดูคลิปมีหลายช่องในยูทูป ที่เจ้าของช่องไปซื้อรถยุโรปมือ2แล้วเอามาปั้นหรือเอามาซ่อมแซมให้ใช้ได้ตามปกติ แล้วนำมาขายต่อ โดยอาจจะเพิ่มเงินค่าซ่อมหรือปั้นไปสักหน่อย ดูแล้วน่าสนใจเพราะแต่ละคัน ราคาก็รับไหว ไม่ได้แพงเกินล้านเลย หลายคันราคาพอๆกับอีโค่คาร์หรือC segเท่านั้น ใจนึงอยากซื้อ แต่ไม่เคยใช้รถมือ2 อยากรู้ว่าถ้าเราซื้อมา เราควรหาซื้อประกันไหมครับ ตามปกติคนที่ใช้รถมือ2จะซื้อประกันไหมครับ แล้วซื้อแบบไหน ประเภทไหนครับ ขอบคุณครับ
-
ควรซื้อครับ อย่างน้อยที่สุดชั้น 3 หรือ 3+
ส่วนชั้น 1 อยู่ที่อายุรถด้วยครับ ถ้าเก่ามากทำไม่ได้ครับ
-
จะรถมือไหน ผมทำครับ
อุบัติเหตุเกิดได้ตลอด ยกเว้นนะครับ
ถ้าฐานะดีจนไม่แคร์อะไร มีเงินจ่ายได้ทุกกรณี ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ
-
สำหรับผม อย่างน้อยต้องมีชั้น 3 ครับ
ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องเงิน ทำชั้น 1 ได้ก็ต่อชั้น 1 ไปเรื่อยๆ
-
2+ หรือ 3+ ไว้ก่อนครับ ราคาประหยัด ขับสบายใจกว่า
-
มีรถต้องซื้อทุกคันครับ เวลาเกิดเรื่องคุณจะไม่ปวดหัวครับ มือ 2 ชั้น 2+ ก็ได้ ไม่แพง
-
ถ้าซื้อผ่านไฟแนนซ์ บังคับซื้อครับ ;)
-
ถ้าหมายถึงประกันภัยรถยนต์ ผมเองทำ ชั้น1 ตลอดจนกว่าจะทำไม่ได้ครับ
ถ้าหมายถึงพวกประกันอะไหล่ อันนี้แล้วแต่ครับ รถยุโรปอะไหล่แพงกว่า ญี่ปุ่น ราคารถจากหลักล้านลงมาหลักแสน แต่อะไหล่ยังเป็นอะไหล่รถหลักล้านอยู่
-
ประกันอะไหล่ หรือ ประกันอุบัติเหตุครับ
ทั้ง 2 ประกัน มีเงือนไข
ประกันอะไหล่ ต้องวิ่งมาไม่เกินระยะทาง และ เวลาที่เค้ากำหนด รถญี่ปุ่น มักไม่ค่อยประกัน เพราะ อะไหล่ไม่แพง รถยุโรปจะนิยมมากกว่า
ประกัน อุบัติเหตุ บางเจ้า เก่ามากไม่รับ
รถผม 10 ปี ก็ยังรับอยู่นะครับ
ซื้อรถที่เค้าปั้นมาแล้ว ก็มั่นใจได้ระดับนึง เหมาะกับคนไม่มีความรู้ เอาชัวร์ แพงนิดหน่อยรับได้
ไม่ต่างกับไปซื้อ รถมือ 2 ที่ มีบริษัทดูแล เช่น Toyota ชัวร์ หรือ เบนซ์อมร เพราะมีประกัน
แล้วแต่ ความชอบ
สำหรับผม ซื้อมือ 2 ต้อง ไม่ผ่อน ครับ เหลือเงินซัก 20% ของราคารถ หาข้อมูลแต่ละคัน เตรียมตัวเป็นปีๆ ว่า ที่จะซื้อ มีข้อดี ด้อยอย่างไร ครับ
-
ควรซื้ออย่างยิ่งครับ ชั้น1 2+ 3+ ก็แล้วแต่ ไม่เกิดเหตุก็ดีไปครับ
แต่ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมา หลายๆเคส ค่าซ่อมแพงกว่าค่าเบี้ยครับ
-
ควรต้องทำทุกคันครับ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ บางคันไม่มีแล้วเกิดเหตุเป็นฝ่ายผิดไม่มีเงินไปจ่ายเค้า หรือถ้าไม่มีปัญหาเรื่องเงิน แต่บางครั้งต้องมาจ่ายเงินชดเชยความเสียหายผู้แื่น สู้เอาไปทำประกันดีกว่าครับ
ส่วนตัวทำแต่ประกันชั้น1 เลือกบริษัทที่สะดวกในพื้นที่ของเราครับ
-
รถทุกคันที่วิ่งบนถนนควรทำทุกคันอย่างน้อยก็ต้องมีชั้น 3 คุมไว้เพราะความเสียหายบางอย่างมันเกินมูลค่ากว่าที่เราคาดหมายหรือชดใช้ได้ เช่นค่ารักษาพยาบาลหลักล้าน หรือเสาไฟต้นนึงก็หลายแสนแล้ว แต่ถ้าเงินในบัญชีเหลือเฟือพอจะเยียวยาได้ไม่ทำก็ไม่ผิดครับ
เอาดีหน่อยอุ่นใจแต่ประหยัดชั้น 1 หรือ 2 แบบมีค่าเอคเซฟก็ประหยัดได้หลายพันละครับ
-
ประกันอุบัติเหตุควรทำที่สุด
ถ้าไม่ซีเรียสค่าใช้จ่ายและใช้รถประจำ
ประกันชั้น1ไปเลย +ติดกล้องหน้ารถด้วยครับ
-
อันนี้น่าจะถามถึงประกันคุณภาพรถ เช่น พวกซ่อมเครื่อง เกียร์ ECU
โดยมากจะรับประกันประมาณ 1 ปี 20,000 โล
จากประสบการณ์ผมว่าเคลมยาก และมันจำกัดชิ้นส่วนที่จะซ่อมให้
ไม่ใช่จะซ่อมหรือเคลมให้ทุกกรณี
ถ้าราคาไม่แพงมากแถวๆ 10,000 ก็ซื้อไป
เกินกว่านั้นเก็บเงินมาซ่อมเองน่าจะดีกว่า
-
ควรทำอย่างยิ่งครับ อย่างน้อยๆก็ชั้น 3+
-
คำถามมันยังไงๆ อยู่นะครับ
ถ้าคิดว่าเกิดอุบัติหตุแล้ว มีเงินซ่อมเอง หรือ มีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าสินไหม หรือ ค่าเสียหายกับคู่กรณี(ถ้ามีคู่กรณี) ไม่ต้องทำก็ได้ครับ
เพราะประกันอุบัติภาคสมัครใจ หรือ ชั้น 1, 2, 3 ชื่อมันก็บอกว่า ภาคสมัครใจ ไม่ทำก็ได้
ยกเว้นประกันภัยภาคบังคับ หรือ พรบ. ที่ต้องทำอยู่แล้ว
-
จะรถมือไหน ผมทำครับ
อุบัติเหตุเกิดได้ตลอด ยกเว้นนะครับ
ถ้าฐานะดีจนไม่แคร์อะไร มีเงินจ่ายได้ทุกกรณี ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ
ตามนี้เลยครับ
ในชีวิตจริงผมก็มีน่ะครับ แบบว่าทางบ้านฐานะดีมาก แต่ไม่ทำประกันรถสักคัน ทำแต่ พรบ.กับต่อภาษี
ผมเคยถามเขา เขาบอกพี่เอา 3หมื่น 4หมื่น ไปทำอะไรได้ดีกว่านี้ ถ้ารถชนมาพี่มีปัญญาจ่าย
โอเคครับพี่ ตามนั่น เอาที่สบายใจ ;D ;D ;D
-
ผมทำชั้น3แบบที่มีบริการลากจูงครับ เผื่อไปพังกลางทาง
-
ควรทำไว้ อย่าน้อยชั้น 3 ก็ยังดี เป็นการแบ่งเบาความรับผิดให้เราทางนึง หากมีเหตุมาถึงเราจะไม่ซ่อมรถเราๆก็ไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมหรือค่าเสียหายให้คู่กรณีเอง
-
เพิ่งขายรถมือสองไป
คนที่มาซื้อต่อเขาบอกว่าไฟแนนซ์บังคับทำครับ ถ้าซื้อแบบผ่อน
ยิ่งซื้อแบบไม่ได้ดาวน์เลย เขาบังคับต้องทำเท่านั้น เพราะเงินปล่อยเต็มจำนวนค่าตัวของรถ
ถ้ามองในแง่บริษัทปล่อยสินเชื่อ
ก็คงต้องประกันความเสี่ยง ที่รถอาจเสียหาย จากเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
ถ้าซื้อสด ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ ถ้าพร้อมรับความเสี่ยง..
-
ควรครับ
เอาง่ายๆว่าเก๋งอีโค่คาร์อายุ 10 ปี ทำประกันชั้น 1 ไว้นะ ผมขับชนหมาครั้งเดียว เคลมอู่ตีราคาเคลมมาเป็นหมื่นแล้ว ราคาพอกับเบี้ยประกัน ผมคิดอย่างงี้ไว้เสมอ ไม่เราชนเค้า ก็เค้าชนเรา มันไม่ได้มีแค่ค่าซ่อมรถ แต่ประกันคุ้มครองถึงคนขับ ผู้โดยสาร คู่กรณี รวมถึงกรณีรถหาย ไฟไหม้ ผมจึงเลือกจ่ายประกันชั้น 1
ทั้งนี้รถ 10 ปีขึ้นไปหลายที่ก็ไม่รับทำแล้ว ชั้น 2 2+ ยังมีเป็นทางเลือกค่าเบี้ยหลักพัน
-
ขึ้นอยู่กับการยอมรับความเสี่ยง มาก-น้อย แล้วแต่คน
ผมเคยทำ 3+ อยู่ 2 ปีไม่เคยไปชนคนอื่นเลย (แต่เคยมีคนอื่นมาชนก็ใช้ประกันของคู่กรณี)
เลยลองไม่ทำ 1 ปีดู เออ! ก็ได้นี่หว่า จนผ่านไป 6 ปี ก็ไม่ได้รู้สึกไรนะเพราะยอมรับความเสี่ยงได้
พอมาปีที่ 7 ขับออกจากปั๊มไปจิ้มคันหน้า เพราะคิดว่าเขาจะไม่เบรกก่ะว่ารถเขาไหลออกไหลทางวิ่งเข้าเส้นหลัก (ตัวเองประมาทด้วยละ)
จ่ายให้ประกันของเขา 7,000 บาท (ถึงตอนนั้นก็ยังคิดว่าก็ไม่เป็นไรพอจ่ายไหว) พออีกปีก็ไม่ทำประกันเหมือนเดิม จนขายรถไป
สรุปรถมือ2ใช้มา 8 ปี ทำประกันอยู่ 2 ปี ที่เหลือ 6 ปีไม่ทำเพราะยอมรับความเสี่ยงได้
ปล.รถคันใหม่2ปีต่อประกันชั้น1มาเรื่อยๆเพราะคันนี้ยอมรับความเสี่ยงไม่ได้ 55
-
ขับชนรถไม่ทำประกันยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าขับชนคนจะทำใจไม่ไหวเลยนะครับ
-
ดูคลิปมีหลายช่องในยูทูป ที่เจ้าของช่องไปซื้อรถยุโรปมือ2แล้วเอามาปั้นหรือเอามาซ่อมแซมให้ใช้ได้ตามปกติ แล้วนำมาขายต่อ โดยอาจจะเพิ่มเงินค่าซ่อมหรือปั้นไปสักหน่อย ดูแล้วน่าสนใจเพราะแต่ละคัน ราคาก็รับไหว ไม่ได้แพงเกินล้านเลย หลายคันราคาพอๆกับอีโค่คาร์หรือC segเท่านั้น ใจนึงอยากซื้อ แต่ไม่เคยใช้รถมือ2 อยากรู้ว่าถ้าเราซื้อมา เราควรหาซื้อประกันไหมครับ ตามปกติคนที่ใช้รถมือ2จะซื้อประกันไหมครับ แล้วซื้อแบบไหน ประเภทไหนครับ ขอบคุณครับ
ผมว่าถามคนที่เล่นจริงๆดีกว่าครับ
บางช่องในยูทูปก็ทำเอายอดวิว ไม่พูดความจริงทั้งหมด
ซื้อมือ2 แล้วปั้นขาย ส่วนตัวมองว่ายากมาก คนที่รวยจริงๆคืออู่ครับ นอกจากว่าคุณจะซื้อแค่อะไหล่มา แล้วที่เหลือทำเองได้หมดทุกอย่าง
-
ประกันภัย ควรต้องทำและไหนๆก็ทำแล้ว เพิ่มงบเข้าไปอีก ทำประเภท1 ครับ แล้วคุณจะใช้รถไปไหนมาไหนได้แบบสบายใจได้สุดๆ
-
ผมทำตลอดนะครับ จะรถเก่า ใหม่ มือ1 มือ2 ทำไว้ก่อนครับ
-
จขกท.ถามเสร็จหายไปเลย ปล่อยให้คนมาตอบงงว่าหมายถึงประกันอะไรกันแน่ ยังไงก็เตือนไว้ก่อนละกันนะครับว่าที่มันราคาเท่าอีโคคาร์มันมีเหตุผลของมันอยู่ อย่าเห็นแค่ว่าถูกดีเลยซื้อระวังจะจุกเอา