Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: Sorawich ที่ ธันวาคม 25, 2025, 00:52:35
-
ตามหัวข้อเลยครับ คือผมสงสัยว่ากานที่เราออกรถมาใหม่เนี่ย การรันอินเพื่อถนอมเครื่องยนต์ยังจำเป็นอยู่มั้ยเพราะเห็นบอกคนก็บอกว่าจะเป็นแต่บางคนก็บอกว่าไม่จำเป็นเนื่องจากเทคโนโลยีหน้าขึ้นจากเมื่อก่อน ทำให้ผมลังเลว่าควรจะทำมั้ยเพราะใขนึงก็อยากซัดเลยเพระาอยากลองรถใหม่แต่อีกใจนึงก็ยังไม่กล้าเพราะยังไม่ครบพันโล แล้วท่านผู้อ่านยังรันอินรถกันมั้ยครับและมีวิธีรันอินรึดูแลรถใหม่ยังๆงฝากแนะนำทีครับผมมม :)
-
จำเป็นครับ
หลักการของเครื่องยนต์ยังเหมือนเดิม
ยกเว้นโดยรันเอ้าท์โดยคนอื่นมาก่อน
-
ทำได้ก็ดี แต่ไม่ทำก็คงไม่เป็นไรครับ เพราะสมัยเคยเป็น IT โรงงานรถยนต์แห่งหนึ่ง ไปเตะบอลหลังโรงงาน เห็นเค้าซัดตั้งแต่ออกจากไลน์แล้วครับ 555 เหวอมากนั่งตรงใกล้ๆนั่น เค้าโค้งแบบยางร้อง ถ้าจะพังก็คงพังตรงนั้นละครับ ::)
-
ก็ขับปกติ ไม่ตื้บๆคันเร่งกับเบรคหนักๆ ช่วง 1000 โลแรก ก็พอ
ไม่ต้องเลี้ยงรอบ ไม่ต้องวิ่งเอื่อยๆ นิ่งๆ แค่ขับปกติแค่นั้นแหล่ะ
-
สำหรับผม และ รถใช้งานทั่วไป ไม่ใช่รถเฉพาะทาง
ไม่มีความจำเป็นใดๆ ในการรันอินครับ
ขับใช้งานตั้งแต่ km แรกละ จนถึงตอนนี้ เพราะถ้ามันจะพัง หรือ สึกหรอ มันไม่ใช่เพราะไม่ได้รันอินหรอกครับ มันเกิดจากเรื่องอื่นมากกว่า
บางคนบอกว่า มันจะมีเศษโลหะ ฝุ่น ผง จากโรงงาน ถ้าไม่สบายใจ ก็ถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือ ของเหลว ซิครับ แต่เชื่อไหม แทบจะทุกคน ก็เปลี่ยนรอบ 10,000 km อยู่ดี
เหมือนบางคนบอกรันอินผ้าเบรค ผมให้ทำเบรค แค่เบรค 4-5 จึ๊ก ออกหน้าปากซอย กลับมา ผ้าเบรค กับ หน้าสัมผัสจาน ก็เข้ารูป เรียบสนิท แล้วครับ ไม่ต้อง 500-1,000 km แบบที่เชื่อๆ กัน
-
ผมคิดว่าใช้งานทั่วๆไป น่าจะเพียงพอแล้วครับ ถ้าอยากซัด กดสั้นๆแล้วยก ผมก็คิดว่าไม่มีปัญหา นอกจากซัดยาวๆบนทางด่วน
นอกจากเครื่องยน ยังมี ช่วงล่าง ยางโช๊คสปริง ที่ผมรู้สึกว่า part พวกนี้ต้องการ การรันอินมากกว่าเครื่องยนค์เสียอีก ฟิลลิ่งตอนเพิ่งเปลี่ยนกับ 5,000 โล มันต่างกันมากๆ
-
ใช้งานแบบปกติ ไม่ซัดตึงสักแค่ 1000 กม. แค่นั้นก็พอแล้วครับ
-
ในยุคก่อน การขนส่งรถไปขายที่ศูนย์ตางจังหวัด ทั่วประเทศ ใช้วิธีขับไปส่งระยะทางหลายร้อยจนเกินพันกิโลเมตร
ไม่ได้ขนขึ้นรถเทรลเลอร์ อย่างในปัจจุบัน
พวกรับจ้างขับ ก็ซัดกันโดยไม่สนใจรันอิน
แต่...พอศูนย์ส่งมอบรถให้ลูกค้า บอกให้ขับช้าๆ ในระยะรันอิน
สรุป ผมไม่สนใจเรื่องรันอินครับ :) :) :)
-
ส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่า คำว่า Run-in มันคืออะไรคับ ?
ถ้าหมายถึงการค่อยๆใช้งานรถในช่วงเริ่มต้น ให้ชิ้นส่วนต่างๆเข้าที่เข้าทางแล้วค่อยใช้งานเต็มที่
หรือมันจะหมายถึง การทดสอบรถในการใช้งานแบบต่างๆช่วงเริ่มต้น เผื่อมันมีปัญหาอะไรจะได้แก้ไขแต่เนิ่นๆ
ถ้าหมายถึงอย่างหลัง ผมว่าช่วง Run-in ก็ลองรถให้เต็มที่เท่าที่อยากจะขับนั่นล่ะคับ
-
ผมทำนะ แต่เอาที่สบายใจดีกว่า เพราะต่างคนต่างความคิด
ถ้าอยากรู้ลึกๆลองหาในแอพแดง motor oil greek ดู มีรายละเอียด มีผลการทดสอบ มีการอธิบาย ไม่ต้องนั่งคิดเอง เออเอง เมื่อก่อนเคยโพสให้ความรู้เรื่องน้ำมันเครื่องในเฟส ยังโดนด่าเละพอๆกับคุณ jae ในนี้แหละ ขนาดมี Lab test ISOเลขต่างๆมาคุย ยังแพ้imagineเลย
-
จำเป็นครับ ช่วง 1000 โลแรก แต่น้ำมันเครื่อง ผมก็ถ่ายตามระยะ 1 หมื่น ปกติ ครับ
-
ถ้ามีรถน้ำมันผมก็ยังติดรันอินแบบโบราณอยู่นะครับ ไม่รู้เกรดน้ำมันเครื่องที่ใส่มาจากโรงงานด้วย ก็เปลี่ยนมันพันโลแรกทุกคัน :-[
คิดว่ารันอินไม่ได้มีแค่อุปกรณ์แต่รวมถึงจิตวิทยา ข้อดีคือนอกจากตัวรถเองก็คนขับด้วย
การกะระยะต่างๆทั้งปุ่มทั้งอุปกรณ์ให้มันฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกก็ต้องใช้เวลาสักนิดนึง
ไม่ใช่วันสองวันแน่ๆที่จะอัดเต็มเข้าโค้งกระจุยหรือเหยียบมิดเท้า ก็จะปลอดภัยทั้งคนทั้งรถในระยะยาวด้วยครับ
-
สำหรับผม อะไรที่พอจะทำให้โดยไม่ได้ลำบากตัวเอง ผมยอมทำ จะมีผลมากน้อยก็ช่างมัน
-
ผมยังรันอินรถทุกคันตามคู่มือครับ และหลายๆคันก็ทนมากแบบ 20 ปีไม่เคยมีอะไรเสีย ไม่กินน้ำมันเครื่อง ผ้าเบรคอยู่ได้เกิน 5 หมื่นโล ยางใช้ได้จนดอกยางหมด (10ปี)
แต่เรื่องเช็คระยะก็ต้องเคร่งครัดไม่แพ้กันครับ
-
ยังเชื่อว่าต้องรันอินครับ และเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง-น้ำมันเกียร์ตอน 1-2พันโลแรก ถ้าเป็นมอไซค์นี่ขนาดต้องแกะออกมาเปลี่ยนใส่จาระบีชิ้นส่วนกันใหม่เลย
-
ผมก็ยังคิดว่ายังจำเป็นอยู่นะครับ รถมีชิ้นส่วนเยอะแยะเลย จะรถน้ำมันหรือรถไฟฟ้าก็ตาม อาจจะต้องการเวลาให้หลายๆส่วน เข้าที่เข้าทาง