Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: AgentMolder ที่ มกราคม 21, 2026, 09:02:38
-
ไม่เคยใช้รถดีเซลเลยครับ มาขับ E220d ตัวใหม่ได้ 3 เดือน ปกติเติม ดีเซลไฮพรีเมียมของบางจาก ไม่ก็เชล พอดีเมื่อวานเข้าเติมน้ำมันปั๊มที่ไม่คุ้น เป็นปั๊มบางจาก จอดตรงหัวจ่ายดีเซล พอเติมเสร็จ ปกติเต็มถังจะสองพันกว่าเกือบสามพัน เมื่อวานเหลือ 1900 ตกใจ อ้าว เป็นหัวจ่ายดีเซล S ธรรมดา ไม่ใช่ไฮพรีเมียม
จะมีผลอะไรกับรถ หรือเครื่องยนต์ระยะยาวไหมครับ เท่าที่รู้สึกได้คือ เครื่องยนต์เสียงดังกว่าเดิม (ดังแบบปกติรถนะ แต่ดังขึ้น ไม่ได้เขก) แล้วเหมือนประหยัดน้ำมันลดลงกว่าเดิม (ไม่รู้คิดไปเองไม 555)
ขอบคุณครับ
-
ครั้งคราว ไม่เป็นไรครับ ต่อไปพยายามอย่าลืม ถ้าต่อเนื่องทำให้มีปัญหาได้ครับ
-
ผมเติมดีฌซลธรรมดาเกือบทุกถังเป็นเวลา4ปีก้ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย น้ำมันเป็นยูโร5หมดแล้วทั้งธรรมดากับพรีเมี่ยม
-
ผมเติมดีฌซลธรรมดาเกือบทุกถังเป็นเวลา4ปีก้ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย น้ำมันเป็นยูโร5หมดแล้วทั้งธรรมดากับพรีเมี่ยม
BMW หรือ Benz ครับ
ผมก็คิดเหมือนกันว่าน้ำมันมันมี base เดียวกัน น่าจะต่างแค่สารเคมีบางตัวที่ทำให้ ประหยัดนำ้มันขึ้น เผาไหม้ดีขึ้น
แต่ผมก็ไม่กล้าเสี่ยงเพราะเกือบ 100% ของ Benz จะใช้พรีเมี่ยมกันหมด แต่เติมทีไลก็จะรู้สึกว่าอยากเติมธรรมดา ต่างกันเยอะมาก ราคาตอนนี้
-
w213 เติมดีเซลปกติมาตลอดอายุที่ใช้ประมาณ 4 ปีไม่เป็นอะไรเลยครับ รถประจำตำแหน่ง บัตร fleet ของ bangchak/ptt ระบุเองเลยให้เติมดีเซลปกติ
ทั้งหมดเป็นมาตรฐาน euro5 ส่วนผสมเหมือนกัน โดยรถแต่ละ gen จูนมาให้เท่ากับมาตรฐานนั้นๆเพราะน้ำมันเองมีค่า sulfur ไม่เท่ากันครับ รถใหม่ๆเติมเก่า จะกรองออกไม่หมด แต่รถเก่าเติมใหม่ๆ ระบบก็จะสะอาดขึ้น เพราะมีเขม่าน้อยลง
ส่วนตัวไฮพรีเมียมมีแค่ค่า cetane เพิ่ม หรือ additives เพื่อทำให้สะอาดขึ้น สูตรของแต่ละเจ้าก็ไม่เหมือนกันครับ โดยรวมมันจะทำให้เขม่าน้อยลง ระบบเผาไหม้ดีขึ้น dpf ก็สะอาดกว่าเดิม
แต่รถที่ผลิตถูกทดสอบด้วยมาตรฐานแค่ euro5 ถ้า service ล้างเปลี่ยนตามรอบปกติ ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการขับขี่เร็วช้าว่าทำให้ระบบเผาไหม้ทำงานหนักแค่ไหนด้วย แต่มาตรฐานที่เค้าเทสก่อนมาขาย เผื่อไว้เกิน 30% อยู่แล้ว จากที่ผมใช้รถยุโรปดีเซลมาตั้งแต่ ปี 12 ไม่ได้เติมพรีเมียมเลยครับ แถมช่วงปี 15-17 fleet เอาเซอวิสช้าเป็นเดือนก็ไม่มีปัญหา ในอายุ 6 ปีก่อนตัดขายซากของบริษัทครับ (แต่ผมใช้แค่ช่วง 2-3 ปีแรกนะครับก่อนเปลี่ยนผ่านไปตำแหน่งอื่นๆ)
-
ดีเซลธรรมดา กับ พรีเมี่ยม มีค่า Cetane ไม่เท่ากันครับ อย่างบางจาก เท่าที่ไปถามอากู๋ เขาบอกว่าสูงถึง 70 ขณะที่ตัวธรรมดามีประมาณ 50-55
มีผลทำให้จุดระเบิดง่าย และ เครื่องยนต์เดินเรียบ ตามที่เจ้าของกระทู้รู้สึกเลย ว่าเครื่องมันดังขึ้น
ประโยชน์ คงมีแค่ พรีเมี่ยม มันทำให้เครื่องเผาไหม้สะอาด อุปกรณ์บำบัด Euro 5 Euro 6 ไม่อุดตัน แล้วก็ เครื่องเร่งแรงขึ้น ประหยัดจากการเผาไหม้สะอาด หัวฉีดสะอาด เพราะมีสารผสมทำความสะอาด
เครื่องยนต์ ไม่เป็นไรหรอก น้ำมันทุกชนิดที่ขายในปั้มประเทศไทยเรา เติมได้หมด ขอให้ตรงปกกับเครื่องยนต์ เบนซิน เติมได้หมด E10 E20 95 เบนซินเพียว ดีเซลก็ใช้ได้หมด ทั้งตัวธรรมดา และ พรีเมี่ยม
น้ำมันบ้านไทยเรา มาตรฐานไม่ได้กระจอกเท่าไรนะ
-
เติมไปเถอะครับ ไม่มีปัญหาอะไร ผมใช้กับหัวลากที่บริษัทยังไม่เจออะไร รถหัวลากคันใหม่ก็วิ่งทะลุ 40,000 โลแล้วเป็นช่วงคาบเกี่ยวที่ปั้มเปลี่ยนจาก U4->U5 ด้วย คันที่พึ่งออกก่อนหน้านี้วิ่ง 4 หมื่นโลมีไฟ dpf โชว์บ้างสำหรับคันเก่า ซ่อมไปหลังจากนั้นก็ยังไม่เป็น แต่ผมเติมพวก dpf cleaner กับพวกล้างหัวฉีด แล้วก็น้ำมันผีบอกที่กำลังดังตอนนี้เอา เพราะค่าซ่อม+ค่าเสียเวลา+ค่าปรับ ไม่คุ้มเอาเลย
-
ผมมองว่ามันเป็นดีเซลที่ใส่สาร additive
เพิ่มขึ้นเพื่อหวังผลทางประสิทธิภาพในการเผาไหม้มากขึ้น
แต่พื้นฐานมันน่าจะมาจากดีเซลธรรมดาเป็นตัวตั้งต้น
ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
-
E220d w213 ที่บ้านเติมดีเซลธรรมดามาตลอด ไม่มีปัญหาอะไร (แต่ผมแทบไม่ได้ขับ)
ส่วนกระบะ revo เติมดีเซล ปตท. ตลอด 250,000 กม. ก็ไม่เคยมีปัญหาเช่นกัน (คันนี้ขับเอง)
-
8) 8) 8)....ฉุกเฉิน เป็นครั้งคราว โอเคฮับ พรีเมี่ยมดีเซลบางจาก Cetane # 70
ดีเซลธรรมดา Cetane # (กฎหมายกำหนดไม่ต่ำกว่า 47) ปัจจุบันเหมาะกับรถแทรกเตอร์
กับ เครื่องปั๊มน้ำ รถอีแต๋น เพื่อการเกษตร ดีเซลสมรรถนะสูงๆ ใช้ประจำ หัวฉีด Pieazo
อาจเสียหาย fine filter ตันได้ หากต่อเนื่องหลายๆหมื่นกิโลฯ ฮับ :-X