Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: solo ที่ มกราคม 26, 2026, 06:56:39
-
ไม่จำเป็นต้องเป็นเบนซ์อย่างในคลิปหรอก อาจจะเป็นโตโยต้าหรือ Isuzu ก็ได้หากมี Eco Systemที่Support
https://www.youtube.com/watch?v=eLHoK6mj0aI
-
แต่ละคนมีเหตุผลแตกต่างกันไป โดยเฉพาะความผูกพัน
เหมือนผม ผูกพันกับ saab ผมขาย มังการทอง ซื้อดีแม็ก ขายดีแม็ก ซื้อเอ็กซ์เทรล ขายเอ็กซ์เทรลซื้อคิกส์ แต่saab ผมก็ยังเก็บไว้ และขับอยู่....
-
รถผม w205 เครื่องเบนซินล้วน อายุ 10 ปีแล้ว ก็รู้สึกมันยังสวยอยู่เลย ระบบไฟฟ้าก็ไม่ซับซ้อนเท่ารุ่นใหม่ๆ ไม่มี mild hybrid มาให้จุกจิก เลยยังไม่คิดจะเปลี่ยนเลยครับ แม้ใจจะชอบ Interior รุ่นใหม่ๆของ W206 หรือรุ่นใหญ่ W214 แต่พอชั่งเรื่องค่าซ่อม ค่าดูแลแล้ว ไม่เปลี่ยนดีกว่า ::)
-
เปลี่ยน camry80 ใหม่ แต่เบาะนั่งแล้วตึงคอ เลยต้องกลับมาใช้ตัว 70 เหมือนเดิม
-
ก็จริงครับ แต่ต้องบำรุงรักษาและดูแลสภาพรถให้ดูดีและพร้อมใช้อยู่เสมอนะครับ
ไม่ใช่ปล่อยให้เก่าบุโรทั่งแล้วทนใช้อยู่อย่างนั้น อันนั้นแสดงว่าไม่มีเงินซ่อมรถให้อยู่ในสภาพดีได้ อย่าว่าแต่ซื้อใหม่เลย
-
รถผมคันนึง 32ปีแล้ว ซ่อมบำรุงดูแลดี ขับแล้วเหมือนรถใหม่ตลอด ขับแล้วชอบกว่ารถรุ่นใหม่
คันอื่นอีก 2คัน 11 ปี ดูแลเป็น มีอู่ประจำที่ดี ก็ใช้ได้สบาย
ค่าดูแลมันเสียน้อยกว่า เงินที่ไปออกรถใหม่มากๆ รถใหม่ค่าเสื่อมก็เยอะต่อปี
-
เห็นด้วยนะครับ กับการใช้รถแบบไม่ต้องแคร์คนอื่น เงินเรา เราเลือกได้
รถยุค 90s หลายรุ่น พวกช่วงล่างมันปรับมาคนละแนวกับรถใหม่ๆด้วยครับ เน้นนุ่มสบาย จนถึงความเร็วสัก 140-160
ในขณะที่รถใหม่ๆ ทำให้ เฟิร์ม กระชับขึ้น ใช้ความเร็วสูง โยกเปลี่ยนเลนได้ดีขึ้น ไม่แปลก ที่คนที่พวก w124/140 จะยังชอบรถของเขา
สำหรับผม ปัญหาที่เจอคือเสียงในหัวครับ พอรถอายุมากมูลค่ามันต่ำลงๆๆ แต่ค่าซ่อม มันเท่าเดิม เจอค่ายางช่วงล่างอะไหล่ทีนึง 20-30% ของตัวรถ ก็เริ่มรุ้สึกว่าแพง แล้วก็เริ่มลด grade อะไหล่ไป สุดท้ายมันก็ใช้ได้ดี แต่ไมไ่ด้ดีเท่าเดิมครับ
ถ้าไม่รุ้จักอู่ ผมคิดว่าออก C-Seg ใช้ยาวๆ 10-15 ปี ขายออก อยู่ในจุดที่ค่อนข้างคุ้มค่าครับ
-
ส่วนใหญ่จะวิ่งน้อย ราวๆ 1 แสนกิโล
แม้อายุเยอะ มันยังขับดี ไม่พัง ค่าดูแลไม่แพง
Vois รุ่นแรก ยังใช้สบายใจหายห่วง
Mirage 13 ปีแล้วมั้ง
แต่ถ้าเมื่อไหร่ ดูทรง เริ่มงอแง ก็ไม่เก็บไว้
-
มันประกอบกันหลายส่วน
ส่วนแรก ตัวรถถ้าดูแลมาดี เก็บงานตลอด บำรุงรักษาถึงๆ มันไปต่อใด้ 5 - 10 ปี แบบไม่ต้องกังวล กรณีรถตลาดมีอะไหล่ตลอด
ส่วนที่สอง ประสบการณ์ ส่วนตัวผมเคยใช้ป้ายแดง แบบดูแลไม่ดีและขายทิ้งไปแล้ว ลูปนั้นประสบการณ์จะสอนว่าต้องทำไงกับคันใหม่
ส่วนที่สาม การเงิน อันนี้ นานาจิตตัง บางคนขายคันเก่าออกไปเอาใหม่ก็ยังต้องผ่อนอีก บางคนมีเงินซื้อใหม่ใด้แบบไม่ต้องผ่อน แต่ยัง ok กับคันเก่า มันก็อยู่กับแผนชีวิต สภาพเศรษฐกิจ อื่นๆ
สุดท้าย อยู่ที่ใจ ต้านทานใด้มากแค่ไหน รถใหม่ก็เหมือนเด็ก 18 ที่เย้ายวนนั่นแล
-
ค่าซ่อม รถคันเก่า ยังคุ้มกว่า ผ่อนรถใหม่
ยังไม่มี สเปค รถคันใหม่ ที่ ถูกใจ
-
8) 8) 8)......ยังใช้คันเก่าเดิม คือ :-
- ใช้รถน้อย ปีละไม่กี่พันกิโลฯ
- สภาพรถยังสมบูรณ์
- ค่าประกัน ก็ได้ส่วนลดลงมาเรื่อยๆ
- รุ่นเดียวกัน ก็ยังมีวิ่งกันเยอะแยะ
น่าจะโอเค เป็นคำตอบ ยังไม่ซื้อรถใหม่ได้ฮับ :-X
-
คันเก่า ซ่อมบำรุงง่าย
อะไหล่ยังมี
ใช้ต่อไปครับ
-
ถ้ารถยนต์นี่ .. เคยคิดอยากเก็บ แต่สุดท้าย เจอทั้งเรื่องค่าซ่อม เจอทั้งต้องหาอะไหล่ ต้องเฝ้าช่าง สุดท้าย ขายทิ้งซื้อใหม่ดีกว่า
- อย่าง Pulsar Turbo ก็อยากเก็บนะ แต่แบบ ก็รู้ไงว่า เดี๋ยวนู่นก็อาการไม่ดี นี่ก็ร่อแร่ แถมเบิกอะไหล่ยาก บางชิ้นรอนานอีก .. ปีที่จะขาย รวมๆเวลารออะไหล่ 3 ชิ้น (ประตูหน้าซ้าย / แร็คพวงมาลัย / หม้อน้ำ) เกิน 6 เดือน จะขับไปไหนไกลก็ไม่ได้ วิ่งได้สั้นๆ กับค่าใช้จ่ายที่สูงมาก กับรถที่วิ่งแค่ 6 หมื่นกม. ตัดใจ ขายทิ้งดีกว่า
ถ้ามอเตอร์ไซค์ .. อาจจะเพราะ วิ่งสั้น ไม่กี่ กม. เลขไมล์ไม่สูง กับ ค่าดูแลที่ถูก รวมถึง ซ่อมเองได้ ก็ใช้ๆไป จนกว่า จะไม่ไหวจริงๆแหละ 14 ปีละ
-
ผมค่อนข้างจะคิดคล้ายๆในคลิปนะ ของเดิมถ้ามันดีพอสำหรับเราก็ไม่ได้มองรุ่นใหม่(จริงๆคือหาข้อมูลแล้วไม่ไหวจะซ่อมเพราะไม่ได้ซื้อรถใหม่มาก หรือการออกแบบไม่ถูกใจต้องกลับมารุ่นเดิม)
ผมใช้รถ90บอดี้เดียวมาตลอดเกือบ30ปี(แต่ไม่ใช่คันเดิมนะ)
แต่เจอหัวตัดก็ซื้อคันใหม่เพื่อเก็บเครื่องที่ได้มา เจอรถย้ายของเสปคที่ต้องการ ก็เอามาเก็บงานอีกคัน
จนตอนนี้มีรุ่นเดียวกัน 3คัน 3เครื่อง ลองบวกดูความจุรวมกันเกือบ13ลิตร!! ขับไปก็หาเรื่องแต่ง หาเรื่องเก็บงานให้มันน่าใช้ไป
เจออะไหล่ที่น่าจะหายากในอาคตก็เก็บไว้บ้าง แต่อะไหล่โดยทั่วไปตัวถังยังมีเยอะ อะไหล่สิ้นเปลืองมีทุกเกรด มันเลยยังไม่ลำบากจนดูไม่น่าใช้
อาจจะจุกจิกบ้างตามประสา แต่รถสมัยนั้นวัสดุคุณภาพค่อนข้างดี ยังไม่โดนกฎหมายสิ่งแวดล้อมมากนัก เลยกรอบอยู่ไม่กี่ชิ้น แทบไม่มีชิ้นไหนละลายเลย (มีปุ่มวอลลุ่มวิทยุอันนึงกับท้าวแขน แต่ผมเปลี่ยนเป็นตัวเก่าก็ไม่ละลายแระ)
ภายในก็เงียบไม่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดหรือก๊อกๆแก๊กอะไร(ถ้าภายในดังนี่ผมน่าจะไปนานแล้วเพราะขับรถวันละ2-3ชั่วโมงผมไม่น่าทนไหว ท่อดังยังไม่ไหวต้องเปลี่ยนกลับท่อเดิม) คันที่ใช้จริงจังผมน่าจะขับมา3แสนโลคันนึงแล้วขายไป คันปัจจุบันน่าจะขับมาซักซัก8แสนโลแล้ว(เปลี่ยนไป3-4เครื่องนะไม่ใช่เครื่องเดียว พอรู้สึกว่ารถอืดก็เปลี่ยน)
นึกได้อีกอย่างที่ทำให้ผมไม่รู้สึกว่าซ่อมมันแล้วลำบากคือแถวบ้านมีอู่เยอะ ใกล้สุดที่ใช้ประจำ ห่างจากบ้าน50เมตร ขับไปทิ้งไว้แล้วเดินกลับมาเอาคันอื่นไปขับ
ถ้ารถต้องการอู่เฉพาะทางจบๆที่อยู่ไกลหลายสิบโล ผมอาจจะไม่ไหวแบบนี้ก็ได้
แต่กับรถแฟนอีกแบบนะอันนั้นต้องเปลี่ยนบ่อยกว่าเพราะรถเมียห้ามเสียกลางทางเกิน2ครั้ง รายนั้นต้องโตโยต้าปีใหม่ๆหน่อยถึงจะอยู่