Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: nobody123 ที่ พฤษภาคม 23, 2026, 21:37:24
-
คนถามว่าจอดรถ EV ตากแดด มีผลอะไรไหม
ผมตอบอันแรก เอ้อ แปลกแฮะ คนชอบคำตอบนี้
(https://img2.pic.in.th/IMG_20260523_212415_1779546296396edit.jpg)
-
คำตอบไหนครับ 8)
-
อันบนสุดครับ
-
คำตอบของท่านคืออันไหนครับ 555
เอาตรงๆนะ ผมเห็นชื่อเจ้าของโพสก็นึกว่าจะมาคุยเรื่อง VV ที่กำลังดังอยู่ซะอีก
-
โอ้ การแสดงผลเราไม่ตรงกันเหรอครับ 😅
จริง ๆ คำตอบผมนี่แหละครับที่พยายาม ช่วยทุกแบรนด์ เพราะในโลกจริงก็มี BEV หลายรุ่นในไทยที่มีอัตราเคสไฟไหม้สูงกว่าคันในข่าวนี้อีกครับ
คำตอบผมในภาพ คือ Solid electrolyte interface -> Lithium plating
-
ผมงงครับเพราะ การจอดรถ EV ตากแดด ไม่ได้ทำให้เกิด Lithium Plating แต่ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
Lithium Plating เกิดขึ้นจากการชาร์จด้วยกระแสไฟสูงในสภาพอากาศที่ "เย็นจัด" หรือชาร์จจนเต็ม 100% บ่อยครั้ง ไม่ใช่จากความร้อนภายนอก
-
ถูกครึ่งนึงครับ
Calendar age ทำให้ จอดเฉย ๆ SEI layer ก็เกิดครับ โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยอุณหภูมิสูงเกินแบตชอบ (20-25 องศา) ทำให้เกิด SEI layer มาก ยิ่งตอน SoC สูง นี่ ตัวดีเลย
พอมี SEI layer -> Lithium+ วิ่งเข้าขั้วลบไม่ได้ นานเข้าเกิด Dendrite เกาะตัวรอบฟิล์ม เป็นโลหะ ครับ
-
ถ้าเอาแค่มีผลไหม ทุกอย่างมันมีผลได้หมด ความชื้น แรงดันบรรยากาศ อุณภูมิ ส่งผลต่อการถ่ายเทอุณหภูมิทั้งนั้น ซึ่งส่งผลต่อ aging ของแบต
จริงๆ คำถามที่ควรถามมากกว่าคือ "มีผลมากแค่ไหน" มากกว่า เพราะบางเรื่องถ้าถามว่ามีผลไหม มันก็มี แต่น้อยจนไม่มีนัยยะสำคัญถ้าเทียบกับอายุแบต
-
ถูกครับ หลายอย่างมีผลได้
แต่ใน วิศวกรรม (ไฟฟ้า) เรามักแยก มีผล ออกจาก Dominant aging factor ครับ ซึ่งอุณหภูมิสะสมระยะยาวถือเป็นตัวหลักของ Side reactions และ SEI growth ใน Li-ion อยู่แล้ว
-
พอจะอธิบายให้ฟังได้ไหมครับว่ามันคืออะไร แล้วส่งผลยังไง
คือผมไม่เข้าใจครับ และคิดว่าคนที่กด Like ให้ในนั้น ก็ไม่ได้เข้าใจด้วย...
-
เผื่อท่านที่ชอบการอธิบายด้วย Visualization นะครับ
(https://img2.pic.in.th/S__9904143.jpg)
-
แบตเตอรี่จะประกอบด้วยขั้ว + (Cathode) ขั้ว - (Anode) ที่กั้นระหว่างขั้ว, ของเหลว Electrolyte, แผ่นกั้นขั้วไฟฟ้า (Separator) และอะตอม Li+ ที่ทำหน้าที่กักเก็บพลังงาน ซึ่งแบตเตอรี่จะมีความจุมากหรือน้อย ก็ขึ้นกับปริมาณ Li+ แต่ในระหว่างใช้งาน Li+ จะหายไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้ความจุเหลือน้อยลง หรือพูดง่าย ๆ คือ แบตเสื่อม นั่นเอง
คำถามต่อมาก็คือ
Li+ หายไปได้ยังไง?
SEI Layer (Solid Electrolyte Interphase)
สาเหตุหลักอับดับแรกที่ทำให้ Li+ ลดลงก็คือการเกิด SEI Layer ซึ่ง SEI จะเกิดขึ้นตลอดเวลาเมื่อ Electrolyte และ Graphite ในขั้ว Anode สัมผัสกัน โดยจะสร้างชั้นบาง ๆ ขึ้นมาเคลือบขั้ว Anode ในระหว่างทำปฏิกริยาจะมีการกลืนกิน Li+ ในระบบไปด้วย ส่งผลให้ความจุลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเกิด SEI โดยเฉพาะการชาร์จในครั้งแรก (จากโรงงาน) จะมีการใช้ Li+ ไป 5-10% เลยทีเดียว และเมื่อ Layer เริ่มเสถียร ก็จะมีการสร้างน้อยลง (แต่ยังคงสร้างอยู่เรื่อย ๆ) นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเสื่อมเร็วมากในตอนแรก และจะช้าลงเรื่อย ๆ เมื่อ SEI เริ่ม stable นั่นเอง
SEI นั้นจะเกิดได้เร็วขึ้นเมื่อ ความร้อน และ Voltage สูง ดังนั้นเมื่อชาร์จ หรืออยู่ในอุณหภูมิที่ร้อน รวมถึง SOC ที่สูง ก็จะเร่งการเกิด SEI ทั้งนั้น
กลไกการชาร์จปกติ ในความหนาที่เหมาะสม Li+ จะวิ่งจากขั้วบวก ซึมผ่าน SEI ไปเกาะตัว (Intercalate) ที่โครงสร้างกราไฟท์ในขั้ว Anode ได้ง่าย และเมื่อ Discharge ก็วิ่งย้อนกลับออกมาในทางเดิม แต่เมื่อ SEI เริ่มหนาขึ้น Li+ จะเริ่มซึมผ่าน SEI ได้ยากขึ้น หรือมีความต้านทานรวมสูงขึ้น (Impedance) การวิ่งไปมาระหว่างขั้ว + และ - จึงไม่สะดวก
การชาร์จด้วยกำลังสูง โดยที่ Li+ แทรกตัวไม่ได้ ก็ก่อตัวเป็นโลหะลิเทียมที่ผิวด้านนอกของ Anode แทน เราจึงเรียกปรากฏการนี้ว่า Lithium Plating และเมื่อ Plating เกิดซ้ำ ๆ โลหะลิเทียมจะสะสมและเติบโตแบบไม่สม่ำเสมอเป็นโครงสร้างคล้ายเข็มที่เรียกว่า Dendrite และเมื่อมันโตมากขึ้น ก็จะยาวไปเจาะทะลุ Separator ที่กั้นระหว่างขั้วบวก และลบ ทำให้เกิดการลัดวงจร เมื่อความร้อนสูงมากเลยจุดวิกฤติ จะทำให้เกิดปฏิกริยาลูกโซ่ ที่คายความร้อน จนสุดท้ายทำให้เซลเกิดการลุกไหม้ และลามไปยังเซลอื่น เกิดเป็น Thermal Runaway ตามมา
เมื่อแบตเสื่อม Impedance สูง จะทำให้อุณหภูมิสูง และเมื่อแบตร้อนก็เร่งการเกิด SEI ให้เสื่อมมากขึ้นอีก นอกจากนี้ เมื่อ Li+ ในระบบน้อยลง การแทรกตัวใน Graphite จะทำให้โครงสร้างขยายตัวแบบไม่สม่ำเสมอ จนทำให้แตกร้าว และเมื่อส่วนที่แตกนั้นสัมผัส Electrolyte ก็จะเกิด SEI ขึ้นอีก เป็นการเร่งให้แบตเสื่อมมากขึ้นเป็นลูปวนไป
คุณNobodyแกอธิบายว่าSEI นั้นเกิดได้ทั้งตอนใช้งาน (Cycle Aging) และเมื่อจอดเฉย ๆ (Calendar Aging) ดังนั้นหากเก็บรถที่ SOC สูง หรืออุณหภูมิภายนอกที่ร้อน ก็จะเร่งการเกิด SEI เช่นกัน แต่ SOC สูงนั้น ถ้าชาร์จแล้วใช้เลย ก็ไม่มีปัญหา แต่เรื่อง Ambient ที่สูงของไทยนั้น ก็จะเป็นตัวเร่ง Calendar Aging อยู่เรื่อย ๆ
-
ขอบคุณคุณ Solo โดยรวมอธิบายได้ดีครับ โดยเฉพาะเรื่อง SEI และ Lithium Plating ที่เชื่อมโยงกับการเสื่อมของแบต
แต่ขอเสริมว่า Li⁺ ไม่ได้ "หายไป" จากแบตจริง ๆ ส่วนใหญ่จะถูกกักอยู่ในรูปที่ไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ เช่น ถูกใช้สร้าง SEI หรือกลายเป็น dead lithium จาก lithium plating นักวิจัยจึงมักเรียกว่า Loss of Lithium Inventory (LLI) มากกว่าการสูญเสียลิเธียมออกจากระบบ
อีกจุดคือ SEI ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายทั้งหมด เพราะเป็นชั้นป้องกันที่จำเป็นต่อการทำงานของแบต ปัญหาจะเกิดเมื่อ SEI หนาขึ้นหรือแตกแล้วสร้างใหม่ซ้ำ ๆ จนกิน Li⁺ เพิ่มเรื่อย ๆ
ส่วน Lithium Plating นอกจากจะเกิดจากการชาร์จเร็วหรือชาร์จในสภาวะที่ Li⁺ แทรกตัวเข้า graphite ไม่ทันแล้ว ยังเกิดได้ง่ายนอกเหนือจากคุณ Solo พูด คือ ในอุณหภูมิต่ำ เพราะการแพร่และการแทรกตัวของ Li⁺ ช้าลง จึงมีโอกาสตกตะกอนเป็นลิเธียมโลหะบนผิวแทนการเข้าไปเก็บในโครงสร้าง graphite