Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: karvee ที่ มิถุนายน 14, 2026, 10:25:20
-
เคยโพสต์ปัญหานี้ไปแล้วเมื่อเดือนพฤษจิกายน ปี 68 แต่ยังไม่จบ เลยมาโพสต์ซ้ำเพื่อเป็นข้อมูลครับ
serena c28
Made in Japan อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป ผมป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจซื้อเพราะคำนี้จริงๆ ขอบอกข้อดีก่อน 1 ทัศนวิสัยดี 2 ที่นั่งแถวที่ 2 สบายไม่ว่าจะเด็กหรือผู้สูงอายุ 3 ประตูสไลด์เข้าออกง่าย แม้ในที่จอดแคบ ผมนึกได้เท่านี้จริงๆ ผมรับรถประมาณปลาย กรรฏาคม 2568 เพราะความเสียใจของผมเริ่มตั้งแต่ได้รับรถมาเริ่มที่ สัปดาห์ที่ 2 หลังรับรถ (เลขไมล์ตอนนี้อยู่ที่ 2 พันต้นๆ)
ปัญหาที่ 1 เสียงลั่นที่ประตู ผมเริ่มได้ยินเสียง แก๊กๆ ในตอนที่ขับรถไปส่งลูกจนต้องหันไปมอง ครั้งแรกเป็นที่ประตูขวา เป็นอยู่แบบนั้นประมาณสัปดาห์ ผมตัดสินใจเอาไปเข้าศูนย์ ริมถนนใหญ่ที่หนึ่ง ซึ่งครั้งแรก ช่างบอกกับผมว่า เป็นที่กลอนปรตู เหมือนกับ Nissan kick แก้ไม่ยาก ผมทิ้งรถไว้ 2 วัน กลับไปเทสต์ ก็ไม่หาย ต้องทิ้งไว้ต่ออีก 2-3 วัน ครั้งนี้เงียบแล้วที่ประตูหลังขวา แต่ยังไม่จบ เพราะอีกประมาณสัปดาห์กว่าๆ ผมได้ยินจากประตูหลังซ้าย ครั้งนี้ ผมวนเวียนเข้าออกกับศูนย์ ราวๆเกือบ 3 สัปดาห์ ซึ่งคือเหมือนเดิม แก้กลอนประตู 2 รอบ สุดท้ายช่างบอกว่า เป็นเพราะ ซองทิชชู่เปียก ซึงผมก็เชื่อแบบนั้น ใช้รถไปอีกสัก 2 สัปดาห์ เสียงยังอยู่ ผมเลยเอาของทุกอย่างออกจากรถแล้วขับสัก 2-3 วัน จนมั่นใจว่ามีเสียงจริงๆ ก็เอาไปเข้าศูนย์อีกครั้ง ครั้งนี้อยู่ไป 1 เดือนตั้งแต่ปลาย ตุลาคม ผมติดตามเป็นระยะๆ ช่างบอกกับผมว่า เป็นแผ่นชิ้นงานด้านในซ้ายหลังกระพือ ผมก็เข้าไปเทสต์แต่ไม่จบ ต่อมาเป็นชิ้นงานพลาสติกในประตูกระพือตีตัวถังแก้แล้วแต่ผมเข้าไปเทสต์ก็ไม่จบ รื้อประกอบใหม่ ใส่แผ่นซับเสียง จนต้องตามช่างจาก Nissan motor มาจัดการ และสุดท้ายที่ผมได้รับคำอธิบายคือรื้อออกประกอบใหม่ประตูหลังทั้ง 2 บาน และ ประตูฝาท้าย เพราะ QC ที่ญี่ปุ่น ไม่เท่ากับ QC ที่ไทย ผมได้ถามว่าทางช่างว่า แก้ด้วยวิธีเดิมคือรื้อออกประกอบใหม่ เหมือนกันทั้งช่างศูนย์และช่าง Nissan motor มันจะจบมั้ย คำตอบที่ได้คือ จบ ซึ่งผมเพิ่งไปเอาออกมาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ใช้ได้ 2 วัน เสียงก็กลับมาอีกแล้ว แต่ตอนนี้หนักกว่าเดิมคือกระจกรอบคันสั่นด้วย เสียงงานประกอบด้านในกระพือด้วย แค่ขับผ่านถนนที่ไม่เรียบเสียงก็มาแล้ว ณ วันนี้ ยังไม่จบ
ปัญหาที่ 2 lane keep กับ blind spot ผมเริ่มสังเกตหลังจากใช้รถได้สัก 1 เดือน เพราะผมขับเส้นทางเดิมประจำ จังหวะเปลี่ยนเลนเหมือนเดิม จังหวะขับคร่อมเลน เหมือนเดิมแต่จะมีวันที่มีเสียงเตือนเป็นบางวัน ส่วนเรื่อง blind spot แต่เดิมไม่เคยสังเกต จนมีจังหวะได้ขับรถตาม Nissan serena รุ่นเดียวกันเหมือนกันเในระยะที่มองเห็นกระจกข้างของคันหน้า เลยสังเกตได้ว่า ไฟสีส้มของผมไม่ขึ้น เมื่อมีรถวิ่งผ่านขึ้นไป ขณะที่คันหน้าไฟสีส้มขึ้น ปัญหานี้ผมยังไม่เคยแจ้งกับทางศูนย์ เพราะผมคิดว่าปัญหาเสียงยังไม่จบเลย แจ้งปัญหาเพิ่มไปก็มีแต่จะต้องทำให้รถต้องอยู่ศูนย์นานขึ้น
ปัญหาที่ 3 เสียงจากพื้นถนน ผมซื้อรถคันนี้ด้วยการที่ไม่ได้ลองขับในสถาพถนนจริง ตัดสินใจเพราะ Nissan ตัดสินใจเพราะ Made in Japan และพอจะเข้าบ้างเรื่องสภาพถนนประเทศไทยที่ไม่ดีเท่าญี่ปุ่น แต่ไม่คิดว่าเมื่อขับจริงๆ เสียงจากพื้นถนนจะมาเต็ม อาจจะเป็นทัศนคติส่วนตัว แต่เท่าที่ช่าง Nissan ที่ศูนย์คุยให้ฟังคือ แผ่น damp เสียงของ C28 บาง จะเปลี่ยนยาง ก็คงไม่ช่วย จะรื้อมาใส่ damp เพิ่มก็คงหลายหมื่นเพราะพื้นรถยาว
ปัญหาที่ 4 ความโครงตัวของรถ ถึงผมจะขับน้อย และเข้าใจด้วยกายภาพของตัวรถที่สูงแต่แคบ แต่ไม่จำเป็นต้องขึ้น บูรพาวิธีให้เจอลม ไม่ต้องขึ้น โทลล์เวย์ แค่ในจังหวะที่ขับเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็รู้สึกถึงอาการโครงของตัวรถ มีอยู่วันหนึงผมขับบนทางด่วนฉลองรัฐจอดชะลอเลี้ยว เพื่อจะลง เพลินจิตใต้ ในช่วงเช้า มีรถซิตี้คาร์ ขับผ่านด้านขวาด้วยความเร็ว กะด้วยสายตาน่าจะไม่เกิน หรือประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปรากฏว่า รถผมสั่น แม้แต่ช่างของ Nissan เองยังบอกผมว่า รถรุ่นนี้มันโครง มันส่าย ผมขับทดสอบให้พี่ แล้วผมก็เวียนหัว
ปัญหาที่ 5 หน้าจอกลางค้าง ผมเจอปัญหานี้ 2 ครั้ง ต้องกดปุ่มกลมตรงกลางเพื่อรีเซ็ท ได้บอกกับทางช่างศูนย์แต่ ช่างที่ศูนย์ บอกกับผมว่า ต้องมีคลิปวิดีโอ มาให้ดู แล้วการที่ผมกดรีเซ็ทแล้วหาย ก็คงไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม ผมรู้สึก งง กับคำตอบที่ผมได้รับ คือไม่คิดจะหาสาเหตุและแก้ไขเลยหรือ ถ้ามันค้างตอนที่ต้องการถอย แล้วมองไม่เห็นท้ายรถมันจะเป็นปัญหามากสำหรับรถที่มีความยาว
5 ปัญหาที่เจอทำให้ผมท้อใจจริงๆ กับ Nissan ผมทั้งพูดสุภาพ ทั้งโวยวาย กับทาง call center ก็หลายครั้ง ผมเสียงาน เสียเวลา เพราะต้องวนเวียน เอารถเข้าศูนย์ ไปทดสอบงานซ่อมที่ไม่จบ ผมซื้อรถใหม่มาเพื่อซ่อมจริงๆใช่มั้ย
Update 1 กุมภาพันธ์ 2569
เรื่องยังไม่จบครับ ผมส่งรถเข้ารับการซ่อมกับทาง Nissan motor ย้ำครับว่าเป็น Nissan motor แล้ว วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ผมได้รับรถกลับ 24 ธันวาคม 2568 เนื่องจากต้องรออะไหล่ ประมาณ 2 สัปดาห์ ร่วมกับในช่วงเดือนนั้นผมเดินทางบ่อยไม่สามารถหาเวลา ที่ตรงกันได้ ซึ่งปัญหาที่ทางเทคนิค แจ้งผมคือ อะไหล่ชิ้นม่านบังแดด มีความหลวม จึงเกิดการกระพือและกระทบกับตัวรถ ซึ่งแก้ไขโดยการเปลี่ยนอะไหล่
ในช่วงหยุดปีใหม่ได้มีการใช้รถ Nissan Serena C28 ในการเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดซึ่งในการบรรทุก ผู้ใหญ่ 6 คนกับสัมภาระเล็กน้อยเป็นเป้ ประมาณ20 ลิตรคนละใบ ซึ่งผมขับเพียงแค่เดินทางไป และ เดินทางกลับ ตลอดเวลาที่อยู่ทีบ้านที่ ตจว ใช้รถคันอื่นครับ และต้องยอมรับว่าในช่วงนั้นไม่เกิดปัญหาใดๆขึ้นมาอีก จนกระทั่งหลังเปิดทำงาน ผมไม่ได้ขับคันนี้ ประมาณ 1 สัปดาห์ กลับมาขับคันนี้อีกครั้งประมาณ กลางเดือน มกราคม 2569 ด้วยสภาพที่ขับคนเดียว ไม่เปิดวิทยุ เสียงกระพือ กึกๆ ก็กลับมาได้ยินอีก ผมก็ค่อยๆพยายามสังเกตแหล่งที่มา ซึ่งตลอด 2 สัปดาห์หลังเดือนมกราคม ผมสังเกตเมื่อขับที่ความเร็วต่ำ ประมาณ 20-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียง กึกๆ จะมาเมื่อเจอลักษณะถนนที่ไม่เรียบ เช่น ผ่านช่วง เส้น reduce speedของช่อง easy pass หรือขับผ่านฝาท่อบนถนนวิภาวดี ส่วนที่ ความเร็วสูงประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป เสียงกึกๆจะมาตลอดแม้บนทางด่วน เสียงจะดังเหมือนกระจกปิดไม่สนิท ผมพยายามอัดเสียงเท่าที่จะทำได้และ ได้ติดต่อ Nissan call center ซึ่งครั้งนี้มีคำพูดจากฝ่ายเทคนิคที่ผมรู้สึกไม่ดีคือ เสียงในรถ มันก็ต้องมีบ้าง รถขับยังไงมันก็ต้องมี และ พูดให้ผมกลับไปที่ศูนย์ของ Nissan ให้ช่างที่ศูนย์จัดการ ซึ่งผมเองก็พยายามต่อรองให้ส่ง เทคนิคของ Nissan motor มาทดสอบพร้อมกันจะได้ข้อมูลที่ตรงกันทีเดียวแต่ทาง Nissan motor หรือ จะให้ผมขับรถไปส่งให้ที่ Nissan motor ก็ได้แต่ทาง call center ก็ยังยืนกรานให้กลับไปที่ศูนย์
ส่วนปัญหาจุกจิกที่พบเพิ่มเติมในส่วน soft ware ที่ทาง Nissan motor บอกว่าแก้ให้แล้วเช่น การเตือน blind spot ก็ยังคงไม่เตือนอยู่เป็นพักๆ กับปัญหาใหม่คือ walk away lock ที่ปิดระบบไปเองไม่ล๊อคให้ ต้องเปิดใหม่หรือเปิดเช็คทุกครั้งก่อนจะดับเครื่อง เพราะผมเอง ในช่วง 2-3 สัปดาห์ ที่ขับรถคันนี้ เจอว่า ลืม ล็อครถ 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งที่บ้าน กับ 1 ครั้งที่ทำงาน
ปัญหาผมเองก็ไม่ทราบว่าจะจบเมื่อไหร่ เมื่อไหร่จะใช้รถโดยไม่ต้องระแวง ผมเองก็ไม่อยาก drama แต่ที่คุยกับเพื่อนคนญี่ปุ่น เท่าที่ผมพอจะเข้าใจคือ ทำไมผมถึงซื้อคันนี้ รุ่นนี้ที่ญี่ปุ่นไม่นิยมนะ ไม่งั้นจะมีเป็นรถเช่าเยอะเหรอ รถรุ่นนี้ออกมา 2 ปีกว่าแล้ว มันอาจจะเป็นรถค้างสต๊อกที่ประกอบมานานแล้วหรือเปล่า
ส่วนภาพนี้เป็นภาพเมล์ ที่ผมติดต่อไปทาง Nissan help desk จากอินเตอร์เนต
Dear User,
Thank you for contacting Nissan Global Helpdesk.
This email is about the Ticket No: RITM2357010.
Please be informed that we are part of the Nissan Application Support team.
For any concerns related to the purchase of a Nissan vehicle, we kindly request that you contact your nearest dealership for further assistance.
We regret to advise that we do not have the dealerships contact information.
We are sorry for the inconvenience caused.
Thank you for your time and patience.
แนบภาพไม่ได้ ที่ตกใจจากเมล์คือคือเขาไม่มี dealer information ในไทย (ปัจจุบัน ผมเปลี่ยนยางเป็น Bridgestone Turanza)
ที่ตกใจคือคือเขาไม่มี dealer information ในไทย
Update 14/6/69
ช่วงตั้งแต่รับรถกลับมาปลายกุมภาพันธ์ ผมใช้ serena น้อยมาก เรียกได้ว่าเฉลี่ยสัปดาห์ละวัน แต่มันต้องกลับเข้าศูนย์อีกครั้ง วันที่ 19/5/69 เพราะอาการเสียงกึกๆ จากด้านหลังเหมือนเดิม blind spot ทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง เสียงกระแทกปึงจากด้านหลัง เวลาเลี้ยวขึ้นที่จอดรถ(อันนี้เสียงใหม่) และ เสียงเหมือนพลาสติกดีดที่ตรงบริเวณส่วนนูน(อันนี้จริงๆได้ยินมานานแล้วแต่ไม่เคยอัดเสียงได้) ระหว่างคนขับกับคนนั่งหน้า ผ่านไปประมาณ 2 วัน ช่างทางศูนย์โทรมาบอกกับผมว่า เสียงที่กึกๆกระพือจากด้าหนัง น่าจะเกิดจากการประกอบตัวถังที่ไม่แนบสนิทกันดี จำเป็นต้องรื้อแผ่นฝ้าหลังคาออกแล้วประกอบใหม่ ซึ่งทางศูนย์เองได้ทำเรื่องเคลมกับทาง นิสสัน มอเตอร์ไปแล้ว กำลังรออนุมัติ และ ขอใช้เวลาในการซ่อมแก้ไขประมาณ 1 เดือน ส่วนเสียงอื่นยังตรวจไม่พบ
ผมได้อึ้ง รถเลขไมล์ไม่ถึง 6,000 กิโลเมตร ซ่อมเรื่อง body ไม่จบไม่สิ้นสักที ที่น่าสงสัยและเพิ่มความกังขาคือ อีก 3 วันต่อมา ทาง นิสสันมอเตอร์ ติดต่อเข้ามา บอกว่าซ่อมเสร็จแล้ว ไม่มีรื้อใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งพอฟัง timeline เหมือนจะเป็นว่า ทางนิสสัน มอเตอร์ ส่ง ช่างเทคนิคเช้าไปดู ในวันที่ช่างทางศูนย์ไม่อยู่ แล้วจัดการซ่อมโดยการประกอบชิ้นส่วนพลาสติกเข้าไปใหม่ โดย ไม่ต้องรื้อแผ่นผ้าหลังคาหรือส่วนใดๆออก ส่วนอาการอื่นๆจะต้องนำรถเข้าไปเช็คที่ นิสสันมอเตอร์
ผมเองพยายามสงบและถามถึงการ คุยกันระหว่างช่างของศูนย์กับช่างเทคนิคของบริษัท แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนอยู่ดี ว่าทำไมถึงเข้าไปซ่อม โดยที่ช่างที่ศูนย์ไม่ทราบหรือไม่อยู่ แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนอยู่ดี ไม่ว่าจะซักไซ้ยังไงก็ไม่ได้คำตอบจนสายหลุด ผมได้แต่จำยอมให้นำรถเข้าตรวจเช็คที่นิสสันมอเตอร์ต่อ จนกระทั่ง ประมาณวันที่ 9 หรือ 10 มิถุนายน ทางนิสสันมอเตอร์ ติดต่อเข้ามาอีกครั้ง ยืนยันว่าเสียงกึกๆกระพือด้านหลังนั้นแก้ไขเรียบร้อย จะไม่กระพืออีกแต่ไม่สามารถอธิบายวิธีแก้ไขให้ผมเข้าใจได้ ปัญหา blind spot ติดบ้างไม่ติดบ้างตรวจเช็คแล้วปกติไม่พบปัญหาใดๆ เสียงปังกระแทกเวลาเลี้ยวขึ้นที่จอดรถเกิดจากกลอนประตูหลังขวา ซึ่งแก้ไขแล้วโดยการตั้งกลอนใหม่ (อีกแล้ว ตั้งกลอน ) ส่วนเสียงพลาสติกดีดที่บริเวณนูนที่อยู่ระหว่างคนขับกับคนนั่งคู่หน้ายังต้องใช้เวลาตรวจเพิ่มเติมแล้ว ขอเวลาเพิ่มอีก 1 สัปดาห์จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งที่ชื่นชมคือทางนิสสันมีการติดต่อ มีการให้ข้อมูล และ รับฟังเสียงของผู้บริโภค ซึ่งดีกว่า บริษัทรถแบรนด์อื่นที่ผมเคยใช้ แต่ผมยังคงไม่เข้าใจว่าผมยังคงต้องซ่อมแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่จบไม่สิ้นเสียทีใช่มั้ย
-
น่าเห็นใจมากครับ อันนี้เป็นปัญหาที่คุณภาพตัวรถล้วนๆเลยครับ ศูนย์กี่ศูนย์ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ยิ่งรื้ออกมาประกอบใหม่ยิ่งสร้างปัญหาอันใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก ปัญหาอันเก่าอาจแก้ได้ (หรือบางทีแก้ไม่ได้ ) แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ให้เจ้าของได้ปวดหัวเพิ่มขึ้นอีก ประกอบกับการแก้ปัญหาของ บ.รถอีก รถใหม่คนซื้อก็ต้องการใช้รถอย่างสบายใจ อย่างมีความสุข แบบนี้มันไม่ใช่แล้วครับ
ถ้าเป็นผมจะไม่ยอมปวดหัวเพิ่มอีกแล้วครับ ผมจะยอมขาดทุนขายทิ้งไปเลย หรือไม่ก็ทนใช้ต่อไปโดยลืมเรื่องปัญหาพวกนี้เสีย เงินที่ขาดทุนเป็นการซื้อความสบายใจแล้วตัดขาดกับยี่ห้อนี้ไปเลย ( แต่บางทีท่านเจ้าของรถอาจมีเหตุผลที่ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ )
ก็ขอเอาใจช่วยให้จบเรื่องนี้ได้แล้วกันครับ รับฟังความทุกข์ใจ แต่ไม่อาจช่วยอะไรได้ครับ
-
อ่านจนจบครับ และเข้าใจปัญหาของเสียง และสิ่งที่ควรรู้คือ "ประกอบญี่ปุ่น มันไม่ได้ดีกว่าประกอบไทย" ตามความเชื่อที่พูดต่อๆกันมา เพราะจริงๆ สาวกฮอนด้าที่เคยซื้อ Jazz กับ accord ที่นำเข้าญี่ปุ่นล๊อตหลังน้ำท่วมจะรู้ดีว่า มันกากกว่าประกอบไทยอีก ...
เข้าเรื่องปัญหาตัวถัง เสียงกรอบๆแกรบๆ ความเห็นผมคงต้องบอกว่า ทำใจครับ เสียงที่เกิด มันเกิดจากการออกแบบของตัวถังเช่น จุดสป๊อตที่ห่าง(ลดต้นทุน) แผงประตู ที่ใช้แค่แผ่นพลาสติกบางๆ และด้านในปิดด้วย พลาสติกใสที่หนาไม่ต่างจากถุงก๊อบแก๊บแปะกับประตูด้วยกาวขี้หมาถูกๆ ... ยังไงมันก็ดังครับ
การบิดตัวของตัวถัง ความบางของตัวถังที่เวลาเจอแรงสะเทือน มันก็สะท้านส่งไปยังจุดต่างๆของตัวรถ พูดตรงๆ มันเป็นที่โครงสร้างครับ แก้ไงก็ไม่หาย ..
เห็นมาเยอะว่า ผู้ใช้หลายคนเอา C28 ไปแด๊มป์รอบคัน แล้วบอกเงียบ มันจะไม่เงียบได้ไงครับ เอาแผ่นซับเสียงหนาๆไปแปะตามตัวถังบางๆเช่น หลังคา บานประตู รวมถึงพื้น มันเงียบไม่แปลก เพราะแผ่นซับเสียงที่ใส่ไป มันก็เป็นตัวช่วยซับแรงสะเทือนของตัวรถไปในตัวด้วย .. แต่ผลเสียที่ได้คือ รถหนักขึ้นหลาย10กิโล ซึ่งถ้าคุณต้องการแก้จุดนี้ มีทางเดียวก็คงต้องไปแด๊มป์แบบเค้านั่นแหละ
ส่วนเรื่อง software หรือระบบที่รวนๆ ก็คงเป็นสิ่งที่พอเครมได้ คาดหวังว่าจะหายได้ ...
พูดตรงๆ ผมเห็นตัวจริงและก็ไปลูบๆคลำๆ ตอนเค้าจอดโชว์ในบูธตามห้าง ผมว่า มันบาง มันกรอบแกรบ นั่งเบาะหลัง แล้วเราลองโยกก้นซ้ายขวา เบาะมันยังโยกตามก้นเลยครับ บางมาก ลดต้นทุนจนน่าเกลียด ...
ที่เหลือก็ขอเอาใจช่วยครับ "ประกอบญี่ปุ่น" เลิกเชื่อค่านิยมนี้กันเถอะครับ และปัญหานี้ไม่ได้เกิดแค่คุณคันเดียวครับ เป็นทุกคัน เค้าถึงมาแด็มป์กันสั่นสะเทือนของตัวถังกัน ดูจากในรูปได้เลย
(https://img1.pic.in.th/images/262cf28829a326fcb629f7135fa23ab6.png)