Headlight Magazine : community

General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: deelifes ที่ มีนาคม 30, 2012, 21:19:23

หัวข้อ: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: deelifes ที่ มีนาคม 30, 2012, 21:19:23
รบกวนขอความเห็นหน่อยค่ะคือว่า  ไปจอง city ไว้ตัังแต่เดือนธค.ปีที่แล้วด้วยเหตุผลที่ว่า ได้คืนภาษี 1 แสน กำหนดรับรถประมาณเดือนพค.-มิย.นี้   แต่เมื่อเดือนที่แล้วเห็น Cruze สีขาว สวยมากเห็นแล้วแบบว่าหลงรักเลย ก็เลยไปจองเป็นตัว 1.8 lt  (แพงกว่า city  อีก 2แสน ถ้าได้คืนภาษีอีก 1 แสนก็จะแพงขึ้นเป็น 3 แสน)


1. City (จ่ายสด 7แสน) ไม่ต้องเป็นหนี้ จ่ายค่าน้ำมันอย่างเดียวและค่าบำรุงรักษา  (ไม่ชอบ ไม่สวย แต่เหตุผลที่ไปจองเพราะจำเป็นใช้รถและได้คืนภาษีแค่นั้น)

2. Cruze (9 แสน ต้องเข้าไฟแนนท์ผ่อนเพิ่มอีก 2 แสน เลือกไว้ผ่อน 5 ปี) เป็นหนี้ 5 ปี + จ่ายค่าน้ำมัน + ค่าบำรุงรักษา แต่ชอบมากเพราะสวย ภายในกว้างและดูหรูกว่า  



ปล. เป็นรถคันแรกและคันสุดท้ายค่ะ เพราะคงไม่สามารถเก็บเงินก้อนได้อีกแล้ว




ตอนนี้สับสนมากเลยค่ะ  สรุปแล้วไม่รู้ว่าจะเลือกไรดีระหว่างเลือก "รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้" กับเลือก "รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้"



หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: HIGHSEA ที่ มีนาคม 30, 2012, 21:26:58
รายรับคือคำตอบครับ ว่าครอบคลุมและควบคุมรายจ่ายพอรึเปล่า
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: NINENOI ที่ มีนาคม 30, 2012, 21:27:17
ถ้าผมเป็นคุณผมจะเลือกเป็นหนี้ครับเพราะจริงๆแล้วเป็นไม่มากนักเพียงแค่ 2 แสนแต่เราได้อยู่กับคนที่เรารัก เอ้ยคันที่เรารักไปนานแสนนาน แต่ถ้าไม่อยากเป็นหนี้ก็เก็บตังเพิ่มเอาสิครับเอาเงินที่มีอยู่ไปลงทุนหรือฝากธนาคารแบบประจำก็ได้พอครบก็จัดได้เลย แต่ถ้าผ่อน 5 ปี ก็ไม่เกิน 4 พันต่อเดือนแต่เค้าจะให้ผ่อนเหรอ ยอดน้อยมากเลย

ไม่รู้จะคล้ายของผมเปล่าอยากได้รถใหม่ป้ายแดงเพราะเรื่องเงินคืนภาษีนี่แหละ ตอนนี้ยังชั่งใจอยู่ว่าจะใช้คันเก่าต่อไปไม่เป็นหนี้หรือเอาคันใหม่แต่ต้องเป็นหนี้ไปอีก 5 ปีแต่แนวโน้มน่าจะใช้คันเก่าแต่สบายกระเป๋ากว่า เฮ้อ เลือกยากจังดีที่รับรถตอนตุลามีเวลาคิดอีกเยอะ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: NONT4477 ที่ มีนาคม 30, 2012, 21:29:28
ต่างกันไม่มากครับ
จัดครูสดีกว่า
ผ่อนเพิ่ม 2 แสนคงไม่เป็นปัญหาใช่ไหมครับ
เดี๋ยวจัดซิตี้มา จะกินแหนงภายหลังเปล่าๆ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: MystogaN ที่ มีนาคม 30, 2012, 21:29:55
City คุ้มค่ากว่าทั้งตอนซื้อและตอนขายครับ ;D
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: O_o" ที่ มีนาคม 30, 2012, 21:39:30
ถ้า  เป็นรถคันแรกและคันสุดท้ายค่ะ เพราะคงไม่สามารถเก็บเงินก้อนได้อีกแล้ว

กว่าจะเก็บเงินได้ขนาดนี้ แล้วซื้อรถคงเก็บเงินปีหลายพอสมควร เป็นผมจะเลือก

ข้อ 1 ครับ ได้คือภาษีรถคันแรกด้วยไม่มาเหนื่อยมาผ่อนรถอีก4-5 ปี เอาเงินที่ผ่อนรถนั้นไปเป็นทุนไว้ทำอะไรสักอย่างครับ ในอนาคต ดีกว่าครับ

จะเอาไว้เป็นทุน ติด LPG NGV ก็ได้ครับ

สภาพ เศรษฐกิจอีก 3-4 ปี แบบนี้อย่าพยามสร้างหนี้ดีกว่าครับ ถ้าตัวคนเดียวนะครับ ไม่ได้มีแฟน ไม่ได้มีใครมาช่วยเสริมรายได้
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: YenChar ที่ มีนาคม 30, 2012, 21:41:26
ปกติ ความไม่เป็นหนี้ ก็เป็นอะไรที่ดีอยู่แล้ว

ยิ่งมาเจอเคสนี้ เอาซิตี้ดีกว่าครับ

- ลดภาษี 1 แสน
- ส่วนต่างของราคา 2 แสน + ดอกเบี้ยอีกหลายหมื่น น่าคิดอยู่เหมือนกัน เติมน้ำมัน+เข้าศูนย์+ต่อประกันได้หลายปี
- คุณคิดว่าคันนี้จะเป็นรถคันสุดท้ายเหรอ
เลือกคันที่เจ็บตัวน้อย มีเวลาตั้งตัว สร้างตัว รถที่ชอบ รถที่ใช่ ไม่ไกลเกินฝันครับถ้า
- สมรรถนะ ผมเชื่อว่าคุณคงรีดสมรรถนะออกมาไม่หมดหรอก
ซิตี้ก็เพียงพอแล้วกับการขับในชีวิตประจำวัน ประหยัดกว่า ซ่อมบำรุงถูกกว่า

ผมมองความคุ้มค่าเป็นหลักครับ คนอื่นอาจะมีแนวคิดไม่เหมือนกัน แล้วแต่มุมมอง ผมแค่เสนอ 1 ทางเลือกนะครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: Korn Coconut ที่ มีนาคม 30, 2012, 21:44:38
เป็นคำถามที่โดนใจจริงๆครับ  ผมออก Mz2 สดมา ปีที่แล้ว แต่มาเห็น New camry อยากเป็นหนี้ขึ้นมาทันที  ;D

ขอเสริมว่านอกจากรายได้แล้ว " สุขภาพ " ต่อจากนี้ไปอีก 5 ปี คุณยังจะแข็งแรง สามารถหาเงินมาส่งค่างวดได้ทุกเดือนหรือเปล่าด้วยครับ

อย่างผม มีรายได้ 80000 ต่อเดือน +/- ผ่อนบ้านเดือนละ 25000 ถ้าจะเป็นหนี้ผ่อนรถก็อย่างน้อยๆอีก 15000

ตอนนีี้ผมเพิ่งเข้ารับการผ่าตัด ต้องพักฟื้น 2 Wks รายได้หดหายอย่างน้อยๆ ครึ่งหนึ่ง ไม่มีเงินเก็บถ้าเงินเก็บไปดาวน์ Camry หมด (สมมุติ)

ตอนนี้เลยพับโครงการไปก่อน รอหายเปื่อยค่อยว่ากัน ;)

ถ้ามีรายได้สูงพอ สุขภาพดีไม่มีลาป่วย จัด Cruze ไปเลยครับ





หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: Despinaauto ที่ มีนาคม 30, 2012, 21:58:39
    ผมเลือก city ผมว่าสวยดี  ได้ยี่ห้อและศูนย์ที่ดีกว่าครับ

    แต่แปลกใจมีเงินเก็บตั้ง 7 แสน น่าจะสามารถผ่อนอีก 2 แสนได้สบายๆนะครับ

    อ้อ ... ถึงคุณ korn ไม่ได้ทำประกันชดเชยรายวันไว้เหรอครับ ยามป่วย แนะนำทำไว้ก็ดีครับ ผมเคยทำไว้ได้วันละหนึ่งหมื่นบาท ยามที่ต้องนอน ร.พ. แต่เป็นเบี้ยทิ้งครับ

    ทำมาเกือบสิบปี ไม่ได้เบิกเลย เลยเลิกทำไปปีหนึ่งแล้ว กำลังจะกลับมาทำใหม่ กลัวแบบคุร korn ครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: alove ที่ มีนาคม 30, 2012, 22:01:12
เป็นผม ผมเลือกเอาที่ตัวเองชอบครับ ผมว่าผ่อนอีก สองแสนคงไม่ใช่ปัญหาอะไรมั่งครับ ได้สิ่งที่ตัวเองชอบ  ;D
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: Korn Coconut ที่ มีนาคม 30, 2012, 22:03:44
ขอบคุณครับ ไม่เคยได้ลองทำเลยครับ  จะลองศึกษาดูครับ :D
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: udis ที่ มีนาคม 30, 2012, 22:09:37
รถปกป้องชีวิตผมมาสองคันล่ะครับ และผมก็เลือกรถที่ผมชอบมากกว่าครับ
 ;) ;) ;)
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: beebird ที่ มีนาคม 30, 2012, 22:10:51
ปล. เป็นรถคันแรกและคันสุดท้ายค่ะ เพราะคงไม่สามารถเก็บเงินก้อนได้อีกแล้ว

ตอนนี้สับสนมากเลยค่ะ  สรุปแล้วไม่รู้ว่าจะเลือกไรดีระหว่างเลือก "รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้" กับเลือก "รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้"


ขอถามต่อครับ ใช้รถทุกวันไหมครับ วันๆนึงอยู่บนรถกี่ชม วิ่งกี่กิโลครับ ..... ถ้าขับทุกวัน ผมขอเลือกข้อ 2. เพราะเดี๋ยวมันจะเข้าข่าย เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ขับ City ป้ายแดงอยู่แต่ไหงใจเราไปอยู่ที่ ครูส คันข้างหน้าล่ะเนี่ย ต้องใช้คันนี้ไปตลอดชีวิตเหรอ โอ้วไม่นะ .... ท้ายที่สุด ขาย City ขาดทุน 2 ต่อ

เอาที่ชอบเถอะครับ เก็บมา 5 แสนแล้ว เชื่อว่าผ่อน 2 แสน คงไม่ลำบากเกินไปนัก ถ้าเราพยายามครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: Noctis Lucis Caelum ที่ มีนาคม 30, 2012, 22:22:03
ถ้าคิดว่าเป็นคันสุดท้ายจริงๆ ผมเลือกข้อ2 ครับ

จัดไฟแนนซ์ 200000 5ปี ไม่มากนักหรอกครับ

แต่...ได้ไปลองขับหรือยังครับ ???
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: BlueMan69 ที่ มีนาคม 30, 2012, 22:33:01
ถ้าเลือก city ตอนนี้คุณต้องหาทางซื้อใบจองต่อเท่านั้น จองใหม่ไม่ทันได้ภาษีคืนแน่นอน

แต่ถึงอย่างนั้นผมต้องบอก city เหมาะสำหรับคนงบจำกัดมากนะครับ. ค่าบำรุงรักษาต่ำ ประหยัดน้ำมัน คุณภาพดี

คนไทยมักง่ายชอบเป็นหนี้เห็นว่าไม่เท่าไหร่ก็ทำกันไป. สำหรับผมมันมีผลมากไม่ว่าคุณจะเป็นหนี้เท่าไหร่ก็ตาม มันเป็นผลทางจิตวิทยามาก ๆ ถ้าวันนี้คุณคิดจะสร้างหนี้ครั้งแรก รับรอง ยาวครับ ตามมาอีกเพียบ

พูดจากคนที่เห็นพี่ชายมีหนี้บัตรเครดิต เต็มไปหมด โดนส่งฟ้องศาลมาหลายรอบแล้ว.

มันก็เริ่มจากหนี้ก้อนเล็ก ๆ นี่แหละครับ

นอกจากการมีรถที่ใช่แล้วการมีชีวิตอย่าง ภาคภูมิ ผมว่ามันสำคัญกว่า
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: KLANG MR-S ที่ มีนาคม 30, 2012, 23:18:11
แน่ใจได้ยังไงครับว่าจะเป็นรถคันเดียวและคันสุดท้ายที่จะซื้อ

เดาว่า จขกท อายุไม่น่าจะมากนักนะครับ (เพราะถ้ามากขนาดรุ่นแม่ผมคงไม่เล่น Internet)

ยังมีเวลาอีกนานครับ ใครจะไปรู้ว่าทำงานไปเรื่อย ๆ อาจเจอช่องทางใหม่ ๆ มีเงินเพิ่มขึ้น

ตอนนั้นรถที่ชอบและสามารถซื้อได้อาจเปลี่ยนจากครูซเป็น BMW Series 3 ก็ได้

อีกอย่างเวลาอยากเปลี่ยนรถ ขายรถเก่าก็ได้เงินก้อนอยู่นะครับ มันไม่ได้หายไปไหนหมด

ที่สำคัญสำหรับผม เสียดายมากครับกับเงินแสนนึงที่ได้คืนภาษี ถ้ารวมกับเงินสองแสนที่แพงขึ้น

กับค่าดอกเบี้ย ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมันที่แพงขึ้นอีก น่าจะไม่น้อยอยู่

แต่ถ้ามั่นใจว่าเงินเหล่านี้คุ้มกับการได้ครอบครองเจ้าครูซก็จัดเลยครับ ;D ;D
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: simcity ที่ มีนาคม 31, 2012, 00:04:48
ขึ้นอยู่กับรายรับในแต่ละเดือนครับ

ถ้าต้องผ่อนแล้วรู้สึกตึง

ผมยอมขับ City และ ไม่เป็นหนี้ครับ

รถก็แค่ยานพาหนะ สิ่งของนอกกาย

อย่าให้กิเลสมาครอบงำเราให้มากครับ

สำหรับผม ขอรถอะไรก็ได้  มีแอร์เย็น มีวิทยุ

ถ้าเราขับอย่างปลอดภัย ก็พาเราถึงที่หมายได้เหมือนกัน

ผมขอเอาตัวเอง สบายไว้ก่อน ไม่ต้องมีภาระผ่อน

เป็นหนี้ 5 ปี ไม่สนุกนะครับ  ถึงแม้ยอดจะเดือนละ 4 พัน

แต่เงินเข้ามาเท่าไหร่ หายไป 4 พันทุกเดือน



หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: Johnpang ที่ มีนาคม 31, 2012, 00:50:59
ต้องดูว่า ความอยากได้ความชอบในตัวรถ (กิเลส)
กับ       ความไม่อยากเป็นหนี้ (สติ)
มีอันไหนมากกว่ากันครับ

*ในกรณีนี้ การมีกิเลสมากกว่า ก็ไม่ใช่สิ่งผิด ถ้าคุณมั่นใจว่าจะไม่เกิดทุกข์

เพราะสำหรับผมกิเลสก็ชนะออกบ่อยไป

แต่สุดท้ายจากใจ. อยากให้คุณตัดสินใจอย่างมี สติ

โชคดีครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: F&O ที่ มีนาคม 31, 2012, 01:02:22
อยู่กับสิ่งที่เรารักกับสิ่งที่เราเป็นมีความสุขครับ ผมว่าส่วนต่าง2แสนไม่เท่าไหร่หรอกครับ ผมว่าคุ้มนะแลกกับรถที่เราชอบ
เพราะเราต้องใช้มันไปอีกหลายปี ถ้าการเป็นหนี้2แสนมันไม่ได้ทำให้คุณเดือดร้อนมากมายผมว่าก็โอเคนะครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: redsun ที่ มีนาคม 31, 2012, 01:07:21
อันนี้มันแล้วแต่ความพอใจครับ แต่ละคนคิดไม่เหมือนกันและมีไม่เท่ากันครับ
บางคนมีความสุข จากการได้ใช้รถที่ตนเองชอบ แม้จะเป็นหนี้เพิ่มจำนวนหนึ่ง(หนี้ต้องไม่โอเวอร์)
บางคนมีความสุข จากการได้ใช้ประโยชน์จากรถได้คุ้มค่าที่สุด
บางคนมีความสุข จากการความสบายใจในการใช้รถ +บริการหลังการขาย +ราคาขายต่อ
ีฯลฯ

ชีวิตประจำวันของเราใช้รถทำอะไร และเราต้องการอะไรจากรถบ้าง
เราก็เลือกรถที่ตอบโจทย์เราได้สัก 80% ขึ้นไป
(ชีวิตช่วงนั้นของเราก็น่าจะใกล้เคียงที่คาดไว้ล่ะครับ ถึงจะพลาดก็ยังอยู่ในขอบเขตโอเคล่ะครับ)
l
l
l
(หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องหลังการขายล้วนๆครับ)


ความคิดส่วนตัวสุดๆ :
ถ้าคิดว่าเป็นคันแรก และคันสุดท้าย
ถ้าเป็นผมๆเลือก CITY แน่นอนครับ
ยิ่งใช้นานขึ้นๆ CITY (ที่ได้ส่วนลด)จะยิ่งทวีความคุ้มค่า (เมื่อเทียบกับ CRUZE)
CITY สมรรถนะโอเค ความปลอดภัยใช้ได้ ความเอนกประสงค์โอเค ความประหยัดก็โอเค
การซ่อมบำรุงรักษาระยะยาวโอเคกว่าแน่ๆ

ปล.
จากการไม่เป็นหนี้(เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสน)และค่าใช้จ่ายต่ำกว่า
ทำให้เรามีเงินเก็บออมเงินเริ่มแรกและเพิ่มขึ้นที่มากกว่า
เอาไปคิด เอาไปทำ เอาไปลงทุนได้ดีกว่า อิสระกว่า ถนัดกว่า
สุดท้ายได้ผลตอบแทนประสบการณ์และการเงินคุ้มค่ามากกว่า

หรือหากอยากเปลี่ยนใจซื้อรถใหม่ในอนาคต ก็ยังไม่สาย
CITY เปลี่ยนเป็นเงินได้ง่ายและดีกว่าด้วยเช่นกันครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: patzahut ที่ มีนาคม 31, 2012, 01:18:54
เอาที่ชอบครับ  แต่ City มันสู้ไม่ได้เลยเหรอเนี่ย!!
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: apiwattu67 ที่ มีนาคม 31, 2012, 01:41:37
จัด Cruze ไปเลยครับ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: MoO Cnoe ที่ มีนาคม 31, 2012, 03:02:26
ใน Case นี้เป็นผมเลือก City นะ
ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกวันๆ
น้ำมันก็ขึ้นเอาขึ้นเอา

ยังไม่รวมถึงค่าบำรุงรักษา เช่นถ่ายน้ำมันเครื่องที่ศูนย์
ไหนจะค่าน้ำมันรถเอย ( Cruze กินน้ำมันมากกว่า City)
ค่าประกันชั้น 1 (แน่นอนว่า Cruze ต้องแพงกว่า City)
ค่าพรบ.ที่ต้องต่อทุกปี เป็นต้น รถคันไหนแพงกว่า ค่าใช้จ่าย
หลังซื้อรถ ก็ต้องย่อมแพงกว่าแน่นอน
(ประเด็นหลังซื้อรถแล้ว คุณอาจจะลืมนึกไป ว่ามีค่าใช้จ่ายอื่นๆตามมา)

ไม่ต้องผ่อน แล้วเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า
เช่น ซื้อของที่เราชอบ Shopping
หรือจะเก็บออมไว้ก็ไม่เสียหาย
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: pladaek ที่ มีนาคม 31, 2012, 03:40:23
City ครับ..  ;D
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: 6162002 ที่ มีนาคม 31, 2012, 03:49:20

แต่ถึงอย่างนั้นผมต้องบอก city เหมาะสำหรับคนงบจำกัดมากนะครับ. ค่าบำรุงรักษาต่ำ ประหยัดน้ำมัน คุณภาพดี

คนไทยมักง่ายชอบเป็นหนี้เห็นว่าไม่เท่าไหร่ก็ทำกันไป. สำหรับผมมันมีผลมากไม่ว่าคุณจะเป็นหนี้เท่าไหร่ก็ตาม มันเป็นผลทางจิตวิทยามาก ๆ ถ้าวันนี้คุณคิดจะสร้างหนี้ครั้งแรก รับรอง ยาวครับ ตามมาอีกเพียบ

พูดจากคนที่เห็นพี่ชายมีหนี้บัตรเครดิต เต็มไปหมด โดนส่งฟ้องศาลมาหลายรอบแล้ว.

มันก็เริ่มจากหนี้ก้อนเล็ก ๆ นี่แหละครับ

นอกจากการมีรถที่ใช่แล้วการมีชีวิตอย่าง ภาคภูมิ ผมว่ามันสำคัญกว่า
+1 ครับ ถ้าเงินไม่ได้เหลือจริงๆ ต้องชั่งใจครับ รถเป็นแค่ปัจจัยภายนอก ยังมีอะไรที่สำคัญกว่าอีกเยอะครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: Seatar ที่ มีนาคม 31, 2012, 06:51:57
ตอนนี้คุณต้องมีสติ ตั้งสติดีๆนะครับ แล้วไปดูพระราชดำรัชของในหลวงที่ว่าด้วย ความพอเพียง
สำหรับผมผมเลือกCITYนะ จริงๆอยู่ความพอเพียงไม่ได้หมายถึงห้ามเป็นหนี้ แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องต่างๆรอบตัวด้วย
ใช่ว่าในชีวิตนี้คุณจ่ายเงินซื้อรถคันเดียวจบซะเมื่อไร ในอนาคตคุณยังต้องจ่ายค่าอาหาร ซื้อบ้าน เก็บเงินไว้ลงทุน
ค่าเล่าเรียนลูก ค่าออกสังคม ค่าเสื้อผ้า ค่าเครื่องใช้ต่างๆในบ้านอีกและอีกเยอะแยะ สู้เอาเงิน
ที่ต้องผ่อนบ้านมาซ้อใช้จ่ายของเหล่านี้ไม่ดีกว่าหรอ สู้เก็บเงินไว้ใช้ยามที่ตัวเองและคนที่รักป่วยไข้ไม่ดีกว่าหรอ
สู้เก็บออมเงินเอาไว้ลงทุนต่อไม่ดีกว่าหรอ อย่าเป็นหนี้เพราะรถเลยเพราะรถนับวันราคายิ่งตกขณะที่คุณต้องจ่ายดอกเบี้ย
แพงขึ้นมันสวนทางกันนะครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: HME ที่ มีนาคม 31, 2012, 07:24:25
ผมจะยอมเป็นหนี้

อยู่อย่างลำบาก(นิดเดียว)กับคนที่เรารัก
ดีกว่าอยู่ในกรงทองกับคนที่เราไม่เคยรัก
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: wayz ที่ มีนาคม 31, 2012, 07:59:19
ถ้าเป็นผม ราคาแตกต่างกัน สองแสน และถ้าคิดว่าผ่อนไหว ไม่ตึงเกินไป คงเอารถที่ชอบครับ เพราะอยุ่ด้วยมีความสุข
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: GreenG ที่ มีนาคม 31, 2012, 08:07:12
รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ครับ  ;)
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: ponggu52 ที่ มีนาคม 31, 2012, 08:22:50
คุณอยากแต่งงานกับคนที่เราไม่รัก ค่าสินสอด 600,000 บาท
หรือจะแต่งงานกับคนที่เรารักมาก ค่าสินสอด 900,000 บาท

ทั้งที่เราจะอยู่กับเขาไปอย่างน้อย 5-10 ปี

คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: SitdownstrikE ที่ มีนาคม 31, 2012, 08:53:37
สมมติคุณขับซิตี้ แล้ววิ่งตามครูซสีขาวคันหน้า เป็นทุกข์ไหม
ถ้าเป็น ซื้อครูซเถอะครับ


ทุกวันนี้ ผมยังนั่งมองรถตัวเอง แล้วเคลิ้มอยู่เลย เพราะผมชอบมัน


ยิ่งเป็นรถคันแรก และคันสุดท้ายด้วย
ตัดประเด็นเรื่องราคาขายต่อไปเลย เลือกที่ชอบเถอะครับ ต่างกันสองแสนเอง
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: BestHuafoo ที่ มีนาคม 31, 2012, 09:01:28
ลองฟังเรื่องของผมหน่อยไหมครับ

มีเกมอยู่เกมนึง เป็นซีรี่ย์ที่ทำลงเครื่องเล่น Playstation Portable (PSP)
เป็นเกมที่อยากเล่นมากๆ แต่จะมาซื้อ PSP เพื่อเกมนี้เกมเดียวไม่ได้
แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดกับตัวเองว่า
"เงินไม่ตายก็หาไหม่ได้ แต่ถ้าไม่ได้เล่นเกมที่ชอบที่สุดในโลก กูขอตายดีกว่า"

แล้วก็ซื้อมาจนได้



คงไม่ต้องบอกนะครับว่าจะให้คุณเลือกข้อไหน
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: mick ที่ มีนาคม 31, 2012, 09:07:05
City ครับ cruze ราคาตกมากแน่นอน ค่าซ่อมคงแพงกว่า เรื่องความสวยถูกใจ เดี๋ยวก็เบื่อครับ เอารถที่เราใช้แล้วสบายใจดีกว่าครับ
ผมว่า city ก็สวยนะ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: okcomputer ที่ มีนาคม 31, 2012, 09:15:03
ให้เลือกคันที่ โคตรชอบ ครับ  ไม่อย่างนั้นจะนึกถึงคันนี้ตลอดครับ  เงินทองไปเที่ยว เดี๋ยวเดียวก็มา ^^
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ มีนาคม 31, 2012, 09:39:16
Cruze ห้องโดยสารไม่ได้ใหญ่กว่า CiTY เท่าไหร่ครับ
ความนิ่มนวล เท่าที่ผมลองขับมาก้ไม่ได้ต่างกันมาก
แต่ Cruze ก้ขับมั่นใจ

แต่แนะนำให้เลือกรถที่ชอบ
แต่สำหรับผมมีประสบการณ์กับ กับรถที่ไม่ชอบมาแล้ว สุดท้ายคอยแต่จะซื้อใหม่ตลอด

แต่ถ้าจะเอา อนาคต และมองแค่รถคือ ยานพหานะเท่านั้น
ก้เลือก City ครับ
เพราะ หากต้องการเปลี่ยนรถในอนาคตอันใกล้ จะสบายใจกว่า

ตอนนี้ ผมอเห็นมีกลุ่มคนซื้อรถ ได้สองกลุ่ม

1.ซื้อเพื่อนำมาใช้สอย และ คำนึงถึงผลประโยชน์ที่คุ้มค่าจริงๆ
2.ซื้อตามกำลังทรัพย์
3.ซื้อเพื่อสนองความต้องการ ( ผมอยุ่ในกลุ่มนี้) ดังนั้นผมจริงไม่เคยแคร์เรื่องพื้นฐานที่ คนทั่วไปใช้ตัดเสินใจ

เช่น

ราคาขายต่อ ไม่มีข้อด้อย
ปัญหาเล้กน้อย ไม่คอยอะไหล่
บริการถึงใจ  ศูนย์มีทั่วไทย

ผมเลือกตาม
ความชอบ ความรู้สึกที่ใช่
นั่งแล้วได้ใจ ไม่ต้องคอยมองตาม
เพราะพอเราได้รถที่เราชอบแล้ว ยากที่เราจะตัดใจขายมัน บางคนใช้กันไป 10-10 ปี


ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าซื้ออะไรที่เกินตัว




หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: NineKlao ที่ มีนาคม 31, 2012, 09:49:10
ผมไม่ค่อยเชื่อครับ ว่าจะเป็นคันแรก และเป็นคันสุดท้าย เพราะผมก็เคยบอกตัวเองแบบนี้หลายครับ

รถ ชือมัน คือ "ลด" ครับ

ไม่ต้องคิดมาก ผมเลือก City เพราะ ผมไม่เชื่อว่าเราจะใช้มันเป็นคันสุดท้าย เพราะต่อไป เรามีการเปลียนแปลง

มันสามารถช่วยเราได้ในหลายเรื่อง เช่นขายได้ราคาดีกว่า ค่าบำรุงรักษาถูกกว่า ศูนย์บริการมาตรฐานมีเยอะกว่า

แค่ส่วนต่าง 200,000 บาทในตอนนี้ แต่พอครับ 5 ปี ผมว่า  Cruze จะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าที่เห็นอยู่นี้อีก  หรือถ้าคุณมีปัญหากับมัน

และคิดจะปล่อยมันออก คุณจะรู้สึกเสียดายเงินที่คุณได้ลงมานั้น มันศูนย์เปล่าครับ และการไม่มีหนี้ในตอนนี้

หากต่อไปคุณไปซื้อบ้าน คอนโด คุณเอาสำเนาเล่มว่าคุณเป็นเจ้าของ City ที่คุณซื้อสดไปขอเป็นเครดิตในการขอเงินกู้อื่นๆ ได้

แต่ถ้าหากคุณกำลังผ่อนเจ้า Cruze อยู่ธนาคารผู้อนุมัติก็จะเห็นว่าคุณยังมีภาระผ่อนรถอยู่ โดยไม่สนว่าคุณผ่อนกี่ปี แต่ติดแค่คุณมีภาระอยู่

การทำธุรกรรมต่างๆก็จะมีปัญหาตามมาครับ

ตรงนี้ผมอยากให้คุณซื้อรถไว้ใช้ครับ และเก็บเครดิตคุณไว้เผื่อฉุกเฉินในอนาคตดีกว่า  ;D
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: MoLee ที่ มีนาคม 31, 2012, 10:10:21
ผมขอเลือกที่จะมีความสุขกับสิ่งที่ผมชอบ ถ้าตอนนั้นผมมีงานที่มั่นคงเงินเดือนเหลือ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: Nioka ที่ มีนาคม 31, 2012, 10:29:02
ถ้าเป็นผม

ใช้รถ 700,000

และนำเงินที่จะผ่อนครูซ  เดือนละประมาณ 4,000 ( ดาว700,000 ผ่อน 5 ปี)

ลงทุน เท่ากันทุกๆเดือน เดือน4,000 5 ปี กับ อีก 100,000 ที่ได้คืนจากรถคันแรก

เมื่อครบ 5 ปี แล้ว จขกท น่าจะมีเงินจากการลงทุน 5 ปีเดือนละ 4,000 ผลตอบแทน 10% มีเงิน 322,000 บาท

บวกกับ เงิน100,000 ที่ได้คืนนำไปลงทุนด้วยได้เงิน 146,000

รวมเป็นเงิน 460,000 บาท และขายcity เมื่อครบ5 ปีตัวท๊อปน่าจะได้เงินประมาณ 500,000 บวกลบ(ราคาเทียบกับ vios ปี 2007)

รวมแล้วอีก 5 ปีข้างหน้า จขกท จะมีเงิน 946,000 บาท จากการเก็บเงินที่จะผ่อนรถและขายรถคันเก่า

ถ้าจขกท เก็บเงินเพิ่มอีก เดือนละ 4,000 บาท ก็จะมีเงินเป็นล้านไปเอา พวก Camry accord tenna ได้เลย

สรุปผมเลือก City ครับ มีเงินเหลือๆ อีก 5 ปีเปลี่ยนรถใหม่ไม่ต้องซ่อมบำรุงรถเก่า ได้เปลี่ยนรถใหม่สดในอนาคต
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: adis ที่ มีนาคม 31, 2012, 10:41:20
คำว่า จะเป็นรถคันแรกและคันสุดท้าย  นี่คิดเหมือนผมเป๊ะเลยนะครับ แต่ที่ผ่านมา ผมใช้รถเปลี่ยนรถไปทั้งหมด 8 คันแล้วครับ
คำ ๆ นี้ก็ยังคิดในใจอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน  แต่ ณ ขณะนี้
ผมกำลังตัดสินใจเปลี่ยนรถใหม่ ที่ทางเลือกที่จะต้องตัดสินใจคล้าย ๆ กับคุณเลยล่ะครับ ( และตอนนี้ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจจองอะไรเลย รอให้ตกผลึกเสียก่อน )

ถ้าอย่างนี้เอางี้ดีกว่านะ ผมอยากให้ จขกท. ช่วยตอบโจทย์ในเคสของผมดู และเชื่อว่าถ้าคุณตอบโจทย์นี้ได้ คุณก็จะตอบโจทย์ตัวคุณเองได้เช่นกัน
เรามาช่วยกันครับ

ผมมีรถใช้อยู่สองคันนะ คันนึงเป็น SUV.ที่ตัดสินใจซื้อมาใช้เพราะมีความจำเป็นต้องเดินทางไกล และต้องเข้าไปในเส้นทางออฟโรดหรือกึ่งออฟโรดบ่อย

อีกคันเป็น honda city ที่ใช้มา 10 ปีแล้ว สำหรับใช้ในเมืองขับไปทำงาน เดินทางไกลบ้างนิดหน่อย แต่ระยะไม่ไกลเกิน 300 กิโล
( ที่จริงไปทำงานนี่ขับมอไซด์ไปก็ได้นะครับ เพราะไม่ไกลจากบ้าน แต่ผมอยู่ในพื้นที่ไม่สงบ กลัวโดนลูกหลงจากระเบิดหรือกราดยิง )

และตอนนี้ ผมกำลังตัดสินใจอยู่ 3 ทางเลือกครับ เพราะหลานสาวจะขอซื้อ city ทางเลือกผมมีดังนี้ครับ


1. ไม่ขาย city เก็บเอาไว้ใช้ต่อ ไม่มีภาระเพิ่มอะไรทั้งสิ้น มีเงินเก็บออมตามปกติ
และแนะนำให้หลานออกป้ายแดง eco car ( swift or almera ) ที่มีสมรรถนะสามารถเดินทางไกลได้ เพราะหลานต้องขับทางไกลด้วย

2. ขายให้หลานไป แล้วผมซื้อ ecocar ( swift )ภาระผ่อนนิดหน่อย เพราะ city สภาพยังดีมากอยู่ และให้เดินทางไกลได้ดีกว่า eco car
ให้หลานไปใช้ก็ดีสำหรับหลานที่เพิ่งได้งานทำ ภาระหลานก็ไม่มากเหมือนออกรถป้ายแดง

3. ขาย city ให้หลานเช่นกัน แต่ผมซื้อ honda freed "ด้วยใจชอบ และหลงรัก' '  เอาไว้ขับไปทำงานและวิ่งทางไกลบ้างสลับกับ SUV
แต่ภาระผ่อนเพิ่มขึ้นอีกเยอะ

เลือกข้อไหนดีครับ...
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: Sappe! ที่ มีนาคม 31, 2012, 10:47:23
เก็บตังค์เก่งจังเลยครับ  :)

สำหรับผมคิดว่าถ้าจะเป็นคนสุดท้ายจริงๆ ผมคงจะเลือกที่ชอบครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: eddie ที่ มีนาคม 31, 2012, 11:23:33
ถ้าเลือกข้อสอง อย่าคิดเฉพาะส่วนต่างของราคากับส่วนได้คืนภาษี1แสนนะครับ ต้อบบวกด้วย ส่วนต่างค่าเบี้ยประกันตลอดอายุการใช้งาน ส่วนต่างค่าน้ำมัน ส่วนต่างค่าเสื่อมราคาเมื่อต้องขายมันไป ค่าดอกเบี้ยของเงินที่ต้องผ่อน และค่าเสียโอกาสของส่วนต่างของรายจ่ายทั้งหมดที่กล่าวมาลองบวกดูครับผมว่ามันมากกว่าที่คุณคิดตอนแรกแน่ๆ ถ้าคิดว่ารับได้ก็จัดเลยครับ ผมเห็นด้วยกับความคิดเห็นบนๆครับว่า ไอ้ที่ว่าคันสุดท้ายเป็นไปได้ยาก เพราะ1.ทุกๆปีรถรุ่ยใหม่ๆก็จะพยายามออกมาเพิ่มฟังชั่นต่างๆดีขึ้นเรื่อยๆเพื่อเรียกเงินจากกระเป๋าเรา 2.รูปทรงรถที่คุณว่ามาทั้งสองยี่ห้อนี้เป็นรูปทรงรถตามสมัยนิยม ไม่ได้ดูอมตะ อยากรู้ว่ารถตอนเก่าเป็นยังไงลองดู ซีวิคเตารีดหรือโอเปิลคาเดตตอนนี้ดูได้ 3.รถยนต์ปัจจุบันไม่ได้มีความทนทานมากนักไม่ได้ซ่อมใช้ได้นิรันดร์กาล 4.พลังงานหลักที่ใช้ในรถยนต์กำลังอยู่ในยุคที่มีโอกาสเปลี่ยน รถที่ใช้ไฟฟ้าล้วนหรือใช้ระบบPlugin hybrid ดูจะมีบทบาทมากขึ้น ในขณะที่น้ำมันในเทรนใหญ่ยังไงก็แพงขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันมีแต่จะน้อยลงทุกวัน  ลองพิจารณาดีๆครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: vellcap ที่ มีนาคม 31, 2012, 11:48:08
ถ้าคุณคิดว่าจะซื้อคันนี้เป็นคันสุดท้ายของชีวิตจริงๆ ซื้อ Chevrolet Cruze ที่คุณชอบเลยครับ
แต่ถ้าคิดว่าคันนี้ไม่ใช่คันสุดท้ายของชีวิต แต่กะจะใช้ยาวประมาณ 12 ปีถึงจะเปลี่ยน
ซื้อ Honda City ไปก่อนครับ ถึงเวลานั้นก็ค่อยขายแล้วไปซื้อคันใหม่ครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: decptt ที่ มีนาคม 31, 2012, 12:25:31
เห็นด้วย กับ City ครับ (และจากบทสรุปของหลายๆท่าน --ทุกความเห็น ที่เหมือนกันกับผม)
1. ไม่เป็นหนี้ โล่งใจสุด
2. เงินที่เตรียมสำหรับผ่อน ครูซ  ให้นำไป ฝาก/ลงทุน หุ้น/สลากออมสิน/เงินฝากทวีทรัพย์(ฝากเท่ากันทุกเดือน) แล้วแต่จะเลือกครับ
3. ยังไงก็ต้องซื้อ รถใหม่ครับ เพราะ รถ ไม่ใช่เมีย มันเปลี่ยนได้บ่อยๆครับ ;D ;D ;D ตามความสามารถที่เรามี
4. รถ เกิน 5ปี ใช้แล้วต้องซ่อม ควรหาค่าอะไหล่ที่ถูกๆ หรือ อะไหล่เทียบที่ไม่แพงเท่าแท้
6. ถ้าคุณซ่อมจนเบื่อ ผมเชื่อครับ ว่า "ขายทิ้ง" แน่นอน ขนาดพนักงานที่ร้าน เปลี่ยนรถมาแล้ว 3 คัน ในเวลา 12 ปี Big-M ==> VIGO ==> VIGO Champ
7. เงินเก็บ ต้องมีไว้สำรองตอนฉุกเฉินครับ ดังนั้น ถ้าเราผ่อน การที่เราจะเก็บเงินไว้ตอนฉุกเฉิน มันคงยากครับ

ในตอนนั้น 2ปีที่แล้ว ผมมีเงินเก็บอยู่ 5 แสน กำลังเล็งรถอยู่ เผอิญแม่ผมต้องทำรากฟันเทียม ทั้งหมด 11 ซี่ เป็นเงิน 520,000 บาท ทำให้ผมต้องนำเงินสำรองนี้มาใช้ก่อน และทนขับมอเตอร์ไซด์ มาอีก 2 ปี จนวันนี้ ถึงได้ออกรถมา 1 คัน

กรณีนี้ เป็นกรณีศึกษา สำหรับเรื่อง เงินสำรองฉุกเฉินนะครับ เพราะว่า เราไม่ทราบว่าอนาคต จะเกิดอะไรขึ้น อย่าลืมเรื่องเงินฉุกเฉินนะครับ

หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: HYDE-- ที่ มีนาคม 31, 2012, 12:30:50
ขึ้นอยู่กับรายได้ต่อเดือนกะ ภาระที่รองรับอยู่ ณ ตอนนี้ครับ

เช่น ถ้ามีรายได้เดือนละ 70,000 ครอบครัวก็ยังไม่มี เงินก็ยังเหลือใช้ เงินเก็บก็มี ผมก็ไป Cruze แบบไม่คิดมาก คนที่ซื้อรถ เค้าก็ผ่อนกันเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ต้องดูความเหมาะสมว่า มันสมกับรายได้เรารึป่าว

แต่ถ้ามีภาระ ลูกก้มี บ้านก็ผ่อนอยู่ เงินเก็บก็ยังต้องเผื่อ ถ้าเป็นผม จะไม่สร้างหนี้เพิ่มจนกว่าจะมีความมั่นคงมากกว่านี้ ก็คงไป City

หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: AFA ที่ มีนาคม 31, 2012, 12:56:50


ในตอนนั้น 2ปีที่แล้ว ผมมีเงินเก็บอยู่ 5 แสน กำลังเล็งรถอยู่ เผอิญแม่ผมต้องทำรากฟันเทียม ทั้งหมด 11 ซี่ เป็นเงิน 520,000 บาท ทำให้ผมต้องนำเงินสำรองนี้มาใช้ก่อน และทนขับมอเตอร์ไซด์ มาอีก 2 ปี จนวันนี้ ถึงได้ออกรถมา 1 คัน

กรณีนี้ เป็นกรณีศึกษา สำหรับเรื่อง เงินสำรองฉุกเฉินนะครับ เพราะว่า เราไม่ทราบว่าอนาคต จะเกิดอะไรขึ้น อย่าลืมเรื่องเงินฉุกเฉินนะครับ



OMG  :o
11 ซี่ 520,000  ซี่ล่ะเกือบ 50000 เลยหรอครับ  เกิดมาเคยทำทั้งรักษาราก ทั้งครอบ ทั้งใส่เดือย ยังไม่เคยโดนราคา ซี่ล่ะเกือบ 50000 เลยครับ
ที่สำคัญทำแค่ 3-4 ซี่ ยังเข็ดไปนานเลย นี่ 11 ซี่ แทบจะครึ่งปาก .... ยกนิ้วให้เลยครับ ทนทำไปได้ :P

โดยความเห็นผมถ้ามีปัญหาและไม่มั่นใจเรื่องรายได้ในอนาคต คงต้องยอมเลือก city ครับ .... แต่ถ้ามีปัญหาเช่นนี้จริงๆ ส่วนตัวผมยอมเลือกขยับต่ำลงไปที่ eco car อีกครับ ไหนๆไม่อยากเป็นหนี้แล้ว ก็ให้มันมีเหลือเก็บมากขึ้นนิดนึงซ่ะเลย ;D
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: gttle ที่ มีนาคม 31, 2012, 13:14:38
เป็นผมเลือกคันที่ชอบครับเรื่องอื่นไม่สนไม่งั้นมันจะอยากได้อยู่ตลอด
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: superden ที่ มีนาคม 31, 2012, 13:25:34
ถ้าใช้นาน ยาวๆ ผมว่า ฮอนด้า คุ้มว่า เชฟโลเล็ต ไม่ทน อะไหล่แพง ราคาตก  และน้ำมันคงแพงเรื่อยๆ ครูซเครื่องใหญ่กว่ากินน้ำมันมากแน่ๆ  เศรษฐกิจไทยจะไปทางไหนยังเดายาก เอาปลอดภัยไว้ก่อน เลือก ซิตี้ ครับ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: beercs ที่ มีนาคม 31, 2012, 13:28:08
เชียร์ให้ซื้อ cruze ครับ  เพราะเป็นรถที่เราชอบ
การได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบก็มีมูลค่านะครับ
 
ทำไมเวลาเราไปโรงแรม  เราเลือกห้องที่เห็นทะเลล่ะครับ   ไม่เอา
ห้องวิวสวนล่ะ  ถึงแม้จะแพงกว่ากัน 

ส่วนต่าง 200000 บาท  จะว่าเยอะก็เยอะ  แต่จะคิดว่ามันน้อยก็ได้
อยู่ที่ใจ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: 2C-T ที่ มีนาคม 31, 2012, 16:09:12
"ไปจอง city ไว้ตั้งแต่เดือนธค.ปีที่แล้วด้วยเหตุผลที่ว่า ได้คืนภาษี 1 แสน"

จากประโยคนี้ ก็เน้นเรื่องเงินเป็นหลัก จัดซิตี้ครับ ตัดสินใจไปตั้งแต่ปีที่แล้ว

อีกอย่างถ้าตัดสินใจCruze ในสิ่งที่ชอบ แล้วจะมั่นใจมั้ยถ้าเจอรถรุ่นใหม่ในอนาคตแล้วไม่เปลี่ยนใจไปจากCruze ?


เหมือนกับคนเราเลือกที่จะคบกับใครสักคนเราตัดสินใจไปแล้วคนนี้นี่แหละใช่เลยที่จะอยู่ไปกับเราไปตลอด
จึงตัดสินใจที่จะแต่งงานอยู่ด้วยกันแล้วหาฤกษ์ เตรียมเข้าพิธีเรียบร้อย

แต่แล้วโชคชะตาเล่นตลกได้ไปเจออีกคนนึงในวันตัดชุดเจ้าสาวที่ทำให้ความรู้สึกในใจนั้นเปลี่ยนไปแค่เพียงสบตาก็รู้สึกดีแต่เราไม่ได้รู้จักเขาอย่างเพียงพอแต่เหมือนเวลาที่จะทำความรู้จักนั้นน้อยเหลือเกิน

สรุปเลยละกัน

-เน้นเงินคืน100K อยู่อย่างไม่เป็นหนี้ ดูแลรักษาไม่แพง จัดซิตี้ไปครับ
-เน้นสิ่งที่ชอบ ต้องมีภาระเพิ่มอีกนิด ไม่เน้นเงินคืน ดูแลรักษาแพงกว่าซิตี้ ไม่เปลี่ยนใจในอนาคตเมื่อมีรถรุ่นใหม่ออกมา Cruze ครับ

หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: SiGSaG ที่ มีนาคม 31, 2012, 16:10:33
"ความชอบ" นี่แหละ ทำให้เหตุผลหลายๆอย่างมันถูกหักล้างไปได้เกือบหมด ถึงแม้มันจะมีข้อเสียอยู่มากก็ตาม

"ความชอบ" นี่แหละ ที่มันคาใจตลอด ทำให้เราเะป็นทุุกข์คิดและมองสิ่งนั้นตลอดว่าทำไม ๆ เราไม่เลือก ณ วันนั้น

"ความชอบ" นี่แหละ จะทำให้เรารักและดูแลมันเป็นอย่างดีและมีความสุขกับมันทุกวันที่ได้อยู่กับเรา

"ความชอบ" นี่แหละ  ที่ประเมินค่าไม่ได้ทางจิตใจของคนเรา ..............
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: balliblue ที่ มีนาคม 31, 2012, 19:18:59
ตอบได้ 2 กรณี ตามอารมณ์ไม่อิงเหตุผลเลือกที่ชอบครับ เหมือนเหตุการณ์ตอนที่ผมจะซื้อ civic FD เลย ปัญญากับเงินเดือนมีปัญญาผ่อนได้แค่ city ยังไงก็ยังอยากได้ FD อยู่ดี แต่ไม่อยากเสียตังค์เพิ่มมาก ไม่มีปัญญาผ่อนก็ไปเอา FD มือสองสภาพแจ่มมาขับ ทุกวันนี้ก็โอเคดีไม่มีปัญหา

ที่เลือกเพราะอยากได้ตั้งแค่สมัยเรียนมหาลัยแล้ว และ อายุก็ยังน้อย งานก็มั่นคงดี เงินเดือนพอใช้ได้ ก็เลยตัดสินใจ แม้จะได้มือสองและจ่ายเพิ่มอีกนิดก็ได้รถที่รักแล้ว ก็เลยยอม

แต่ กรณี จขกท มีเงินขนาดนั้น ถ้าการงานมั่นคง อายุไม่มาก สุขภาพดี อีกแค่ 2 แสนเองครับ แปป เดียว
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: NONT4477 ที่ มีนาคม 31, 2012, 20:40:38
เชียร์ Cruze สุดใจ ตรงคำว่า ''โครชอบ" นั่นแหละ   ;D
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: 2k ที่ มีนาคม 31, 2012, 21:20:56
การที่คุณมาถามที่นี่ก็แปลว่าจริงจังด้านการขับในระดับนึงแล้ว คำตอบในใจก็รู้อยู่แล้วครับว่าอยากจะเลือกอะไร เชฟโรเล็ทเค้าก็พยายามปรับปรุงอยู่นี่นะ บางครั้งการให้รางวัลกับชีวิตบ้างก็เป็นเรื่องที่น่าทำนะ  :)
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: novic ที่ มีนาคม 31, 2012, 23:38:10
เป็นผม เล่น swift ตัวถูกสุดคับ ดาวซัก 2แสน ผ่อนๆสบายๆ
เงินเหลือเอาไปลงทุนซื้อของ ขายได้กำไร 20% ดีกว่า
แบบบว่าขับรถใน กทม นี่ไม่รู้จะหาวิ่งแรงๆได้ที่ไหนแล้ว ;D
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: diefun ที่ มีนาคม 31, 2012, 23:45:29
 ข้อ 2 คือคำตอบที่ถูกต้อง สำหรับผม ง่ายๆครับ ออกจากบ้านขอหล่อไว้ก่อน
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: BiGPanG ที่ มีนาคม 31, 2012, 23:46:43
ไม่เป็นหนี้ดีกว่า วันนี้คุณจะชอบ Cruze ยังไง ผมว่าอีกหน่ยก็ต้องมีรถที่คุณชอบมากกว่ามันอยู่ดี

พอได้มาใช้ก็จะเริ่มเห็นข้อเสีย อะไรที่เรายังไม่พอใจกับมันจนได้ ความรักความชอบที่เคยมีมันก็จะลดลงครับ

เพราะงั้นผมจะเลือก City ครับ

แล้วจะรัก City!!
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: decptt ที่ เมษายน 01, 2012, 06:26:09


ในตอนนั้น 2ปีที่แล้ว ผมมีเงินเก็บอยู่ 5 แสน กำลังเล็งรถอยู่ เผอิญแม่ผมต้องทำรากฟันเทียม ทั้งหมด 11 ซี่ เป็นเงิน 520,000 บาท ทำให้ผมต้องนำเงินสำรองนี้มาใช้ก่อน และทนขับมอเตอร์ไซด์ มาอีก 2 ปี จนวันนี้ ถึงได้ออกรถมา 1 คัน

กรณีนี้ เป็นกรณีศึกษา สำหรับเรื่อง เงินสำรองฉุกเฉินนะครับ เพราะว่า เราไม่ทราบว่าอนาคต จะเกิดอะไรขึ้น อย่าลืมเรื่องเงินฉุกเฉินนะครับ



OMG  :o
11 ซี่ 520,000  ซี่ล่ะเกือบ 50000 เลยหรอครับ  เกิดมาเคยทำทั้งรักษาราก ทั้งครอบ ทั้งใส่เดือย ยังไม่เคยโดนราคา ซี่ล่ะเกือบ 50000 เลยครับ
ที่สำคัญทำแค่ 3-4 ซี่ ยังเข็ดไปนานเลย นี่ 11 ซี่ แทบจะครึ่งปาก .... ยกนิ้วให้เลยครับ ทนทำไปได้ :P

แม่ผม ตอนนั้น(อายุ 70)เคี้ยวอะไรไม่ค่อยได้เลยครับ เคยบอกให้ไปหาหมอฟันแล้ว ก็ไม่ยอมไป จนถึงที่สุด ทานได้แต่อาหารนิ่มๆเละๆ
จนที่สุด เลยพาไปหาหมอ ทำรากฟันเทียม (ราคามีตั้งแต่ 20000-50000) ทำยกปากเลย เกือบจะซี่เว้นซี่ เพราะแม่ผมตอนแรกกลัวเสียเงิน ไม่ยอมไปหาหมอฟัน (เตือนตั้งแต่ อายุ 65 แล้วครับ)

พอทำเสร็จ ปัจจุบัน ทานอาหารได้ทุกอย่างครับ กัดของแข็งได้สบาย เห็นแล้วดีใจมากครับ ที่แม่ทานข้าวได้อร่อย คุ้มครับ เงินแค่นี้ แต่แม่ทานได้ทุกอย่าง ดีใจมาก ไม่เสียดายเงินเลยครับ  ;D (ตอนนี้ท่านอายุ 72 แล้ว 8) )
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: decptt ที่ เมษายน 01, 2012, 06:33:14
สำหรับ จขกท ครับ
เรื่อง รถโคตรชอบ
แรกสุด เริ่มมองรถยนต์
ผม โคตรชอบ   300E (ปัจจุบันก็ยังอยากได้อยู่)
ต่อมา หลายปีมากกกก ผมชอบ Altima ประมาณ ปี 2003 (เห็นตัวจริงแล้วครับ)
จนมาช่วง Teana J32 ออกใหม่ๆ ผมก็ยังแค่ชอบธรรมดา (แต่แฟน โคตรรรรรชอบบบบ ครับ ถึงแม้กำลังจะตกรุ่น ก็ยังซื้อเลยครับ ทั้งๆที่บอกไปแล้วให้รอ J33 ชีก็ไม่เอา)

ผมว่า รถมันออกมาใหม่ตลอด ทำให้ผมเชื่อว่า รถโคตรชอบ คงไม่ได้มีคันเดียวนะครับ  8)

ปล. ตอนนี้เห็นรูป A-Class ใหม่ กำลังถึงขั้น ชอบมากกกกก ยังไม่โคตะระชอบนะ อิอิ
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: Sepa ที่ เมษายน 01, 2012, 14:27:10
ต้องดูว่าเจ้าของกระทู้ มีรายได้เดือนละเท่าไหร่ครับ ผ่อนได้เท่าไหร่

แต่ผมแนะนำว่า อย่าเอาเงิน 700,000 ไปซื้อรถหมดครับ

ให้ดาวน์แค่ 2-3 แสน แล้วเก็บเงินที่เหลือไว้ (เอาเงินก้อนนี้ไปซื้อทองแล้วเก็บไว้ในเซฟธนาคาร)


การเป็นหนี้ ไม่ใช่เรื่องแย่ครับ ถ้าเรามีกำลังจะส่งไหวแบบไม่ลำบาก

ส่วนเรื่องรถ 2 คันนี้ เจ้าของกระทู้ ต้องดูครับว่า รัก ครูซ มากขนาดไหน ถ้าอยากได้มากก็ต้องเอาครูซละครับ

เพราะถ้าเอาซืตีมาแล้ว ใจยังอยู่ที่ครูซ ไม่ช้าเจ้าของกระทู้ก็คงจะขาย แล้วเอาเงินไปซื้อครูซอยู่ดี

เรื่องรถ มันเป็นความสุข ความสบาย ทั้งทางกายและใจนะครับ

ค่าใช้จ่ายในการมีมันสูงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น บางทีอย่าคิดแต่เรื่องเงินอย่างเดียว

เพราะถ้าคิดแบบนั้น ผมแนะนำว่านั่งแท็กซี่ครับ คุ้มกว่า จริงๆ 



หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: E_Limited ที่ เมษายน 01, 2012, 20:17:38
เลือกที่ชอบแต่เป็นหนี้ แต่ทำให้คุณอยากขับมันทุกวัน (ถ้าคิดว่ารับหนี้ก้อนนั้นได้) เลือกที่ไม่ชอบ จะทำให้คุณไม่มีความสุข อยากขายจะทิ้งทีหลัง
หัวข้อ: Re: " รถที่ไม่ชอบ แต่ไม่เป็นหนี้ " กับ " รถที่โคตรชอบ แต่เป็นหนี้ "
เริ่มหัวข้อโดย: tew ที่ เมษายน 03, 2012, 10:48:26
เป็นผม เอาคันไหนก็ยอมผ่อนครับ มีที่ไหนที่คุณจะกู้เงินได้ง่ายเท่ากับการกู้ซื้อรถยนต์  ดาวน์ 20% ผ่อน 60 งวด เงินที่เหลือ เอาไปลงทุนครับ คิดอะไรไม่ออกก็ซื้อที่ดินต่างจังหวัด อย่าเอาเงินเก็บไปลงทุนกับรถเลยเสียดาย