Headlight Magazine : community

General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: gunz13096 ที่ มกราคม 23, 2013, 20:19:40

หัวข้อ: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: gunz13096 ที่ มกราคม 23, 2013, 20:19:40
ผมเดือดร้อนใจน่ะครับ เซงไม่หน่อยเลย (ไม่ได้ดราม่านะครับ) ผมหนักใจ แต่ไม่รู้ทำถูกมั้ยกับการกระทำของผม

มีอยู่คนเดียวครับ ข้างบ้านผมเลยน้องผู้หญิงเขาเดือดร้อนหนัก ???
 คนแรก! น้องผู้หญิงน่าตาสะสวย รู้จักกับผมมานานละ(แอบชอบกันว่างั้นเถอะ) เธอออกวีออสรุ่นG limited ใช้ชื่อน้องเขาเองเพราะไม่เคยมีรถ(หน้าใหญ่เกิน) :-\
น้องผู้หญิง-พี่คะ หนูมีเรื่องปรึกษาเรื่องส่งค่างวดหน่อย
ผม-อืม! งั้นเดินข้ามรั้วมา! แล้วไปนั่งคุยในห้องรับแขก...
น้องผู้หญิง-พี่ หนูเริ่มส่งรถไม่ไหวแล้วอะ ทำไงดี ลำพังเงินเดือนหนูแค่ 30,000 กว่า ไหนจะผ่อนบ้านอีก ไหนจะค่ากิน ค่ารถอีก
ผม-อืม! แล้วทำไมถึงออกรุ่นท็อปล่ะ แล้วผ่อนบ้านเท่าไหร่ แล้วทำไมไม่ปรึกษาก่อนล่ะว่าจะเอารุ่นไหน ตัดสินใจด่วนแล้วมันแก้กลับมาไม่ได้แล้วนะ!
น้องผู้หญิง-ผ่อนบ้านก็สองหมื่นกว่าแล้ว และก็ผ่อนรถอีกหมื่นต้นๆ หนูก็เหลือเงินติดตัวแค่ไม่กี่พันบาท รู้งี้หนูน่าจะเชื่อพี่ น่าจะออกรุ่นJ abs แต่แรก (แล้วเธอก็กุมขมับ แต่เธอดันลืมตัวนุ่งกระโปรงสั้นนั่งหวอ ออก :'()
ผม-(นี่ นั่งดีๆหน่อย มันออกมาแล้ว!) ถ้าเชื่อแต่แรกไม่เป็นปัญหาหรอก เห็นมั้ย งานงอก งั้นสรุปมาเลยว่าจะให้พี่ช่วยใช่มั้ย พี่จะไปล้างรถต่อ!
น้องผู้หญิง-พี่...หนูขอยืมเงินสัก ห้าหมื่น ได้มั้ยอะคะ หนูเดือดร้อนมาก หรือไม่ก็จะขายดาวน์ให้พี่ ไปผ่อนต่อ :-X
ผม-เอ่อ.... ไม่ดีนะ  พี่จะให้ยืมเงินละกัน แต่ว่าต้องให้แม่มาเซ็นเป็นพยานด้วยนะ อ้อ! อย่าขายดาวน์ล่ะ เสียดายเงินเปล่าๆ
น้องผู้หญิง-(เธอน้ำตาไหล ผมก็เลยยื่นทิชชู่ให้) งั้นเดี๋ยวหนูโทรบอกแม่แปปนะ
*พอผมทำหลักฐานการกู้ยืมเงินเสร็จ คุณแม่น้องเขาและน้องเซ็นเรียบร้อย*
แม่น้องผู้หญิง-(เรียกผม) แม่ยืนยันนะว่าจะรีบส่งให้หมด แม่ขอบใจนะที่ คอยช่วยเหลือตลอด ยังไงจะรีบคืนให้นะ
น้องผู้หญิง-หนูขอขอบคุณมากๆนะพี่ พี่่ช่วยเหลือบ้านหนูตลอดเวลา หนูอยากตอบแทนพี่มากๆ
ผม-ไม่ต้องทำอะไรหรอก เรามันบ้านใกล้เรือนเคียง มีไรก็ช่วยกัน
(แล้วก็ผมก็ยื่นเงินให้ และร่ำลานิดหน่อยแล้วก็ต่างคนต่างเข้าบ้าน) >:(

*ผมเลยอยากจะถามว่า*
1.ผมคิดถูกมั้ยที่ให้เขายืมเงิน แทนที่จะให้เขาขายดาวน์ไป หรือผมจะขอเงินคืนแล้วให้ น้องเขาขายดาวน์รถไป
(แต่น้องเขาจะเหนื่อยหน่อยตอนไปทำงานเพราะต้องติดรถผมไปทุกเช้า)

(ที่ผมไว้ใจเพราะเราก็ต่างช่วยกันมาตลอด ตั้งแต่ผมปลูกบ้านใหม่ๆ ;))

หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: kimmeng21 ที่ มกราคม 23, 2013, 20:34:39
ข้อ 1.ถ้าเป็นผมผมจะขอเงินคืนแล้วให้ น้องเขาขายดาวน์รถไปเพราะจะได้ติดรถผมไปทุกเช้า ;D

ข่ำๆน่ะคับ รอคนด้านล่างตอบดีกว่า

ปล.ผมว่าอะไรที่ช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยๆกันไปก่อนแล้วกันคับ แล้วค่อยว่ากันอีกที
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: keamglad ที่ มกราคม 23, 2013, 20:36:22
เพิ่งโสดใช่ปะครับ จำได้จากกระทู้ก่อนที่โดนสาดน้ำมันเบรก
ผมขอคิดนอกกรอบว่า จีบน้องเค้าเลยครับ

เงินที่หักไปก็ไปไว้หักกะสินสอด บ้านไกล้เรือนเคียง รวมบ้านไปเลย อิอิ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: mamaman ที่ มกราคม 23, 2013, 20:42:46
อืม
ดีเลยครับ
หาแฟนบ้านติดกัน
มีเมียเด็กด้วย

หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Pasakorndvm ที่ มกราคม 23, 2013, 20:47:04
รวมบ้าน รับดูแลตัว และหัวใจ คราวนี้ เมียเงินผ่อน (ปกติต้องสด) รถก็เงินผ่อน
ไม่ถือว่าขัดดอกนะครับ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Tyde ที่ มกราคม 23, 2013, 20:49:35
มีญาติผมเคยเกิดอาการแบบนี้เหมือนกันครับ  แต่เขาให้ไปผ่อนต่อฟรีๆเลย   ชื่อก็ยังใช้ชื่อเขาน่ะแหละแต่เรามาผ่อนต่อ  คิดซะว่าช่วยๆกัน  ญาติคนนั้นก็เครดิตไม่เสียเพราะก็ยังผ่อนอยู่(เงินเรา)
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: grev ที่ มกราคม 23, 2013, 20:51:23
อืม เงินเดือน 3หมื่นผ่อนบ้าน ล่อไปซะ 2หมื่นกว่า ไหนจะรถอีก
ผมว่าวินัยการใช้เงินน้องเค้า ติดลบมากๆครับ ถ้ารับเรื่องนี้ได้ก็จีบเลยครับ  ;D
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: KIM NNC ที่ มกราคม 23, 2013, 20:53:24
การช่วยคนด้วยการให้ยืมเงิน มันไม่ค่อยดีกับตัวคุณซักเท่าไหร่นะครับ
ตอนมายืมก็ดีๆกันอยู่ แต่พอถึงเวลาคืน...ถ้าไม่คืนตามเวลาจะทวงก็ไม่กล้า หรือถ้าทวงก็โกรธกันบ้างหล่ะ
ถ้าตรงเวลาดีเงินครบก็ดีไปครับ
แต่คุณตัดสินใจให้เขายืมไปแล้วอย่าเปลี่ยนใจเด็ดขาดครับ เพราะมันจะทำให้คุณดูเป็นคนไม่ดีทันที
ก็ขอให้ได้คืนนะครับ(ได้คนด้วยก็ดี)
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: slate ที่ มกราคม 23, 2013, 20:54:47
เครมโลดคับแบบนี้   ::)
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: gunz13096 ที่ มกราคม 23, 2013, 20:55:57
พึ่งจะรู้ว่า นโยบายเงินคืนหนึ่งแสน ทำให้คนซื้อมันเดือดร้อนเงิน :'(
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: IZAMUFINV ที่ มกราคม 23, 2013, 20:56:52
เรื่องเงินพูดยากครับ ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป หากไม่ไหวจริงๆก็ขายดาวน์

แต่อยากให้ทำใจไว้บ้างเผื่อไม่ได้คืน หากได้คืนให้ถือเป็นกำไร



ปล.อนาคต ผูกปิ่นโต เอร๊ยยย ......

      รวมบ้าน รวมรถ เป็นครอบครัวเดียวไปเรยครับ  ;D
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Buffy ที่ มกราคม 23, 2013, 21:08:02
คนเค้าเดือดร้อน หากเราช่วยได้ก็ช่วยไปครับ

ปัญหาคือ น้องเค้าก็จะมีปัญหาอีก เพราะเงินเดือนไม่พอผ่อน

ตรงนี้ก็ต้องแก้ปัญหากันไปครับ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Nookkiez ที่ มกราคม 23, 2013, 21:10:08
บ้านติดกัน ขายซักคันครับ คนละทางก็ไปด้วยกันได้ อนาคตอาจจะกลายเป็นบ้านเดียวกัน  ::) ::)

อีก5ปีอาจจะเปลี่ยนจาก"พี่คะหนูขอยืมสัก5หมื่น"เป็น "พี่คะค่าขนมพี่วันนี้หนูให้200นะคะ ส่วนเงินเดือนของพี่ที่เหลือเดี๋ยวหนูดูแลให้เอง"  :P

ปล.บ้านใกล้เรือนเคียงมีปัญหาอะไรช่วยเหลือกันไว้ถูกแล้วครับ อีกหน่อยเผื่อเราเดือดร้อนน้องเขาอาจจะเป็นที่พึ่งของเราบ้าง ;)
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: champ1234 ที่ มกราคม 23, 2013, 21:15:03
กลัวจะไม่จบนะครับ รถมันยังต้องผ่อนอีกหลายงวด แล้วงวดต่อๆไปน้องเค้าจะเอาเงินที่ไหน ผ่อนต่อ  ผมว่านะได้มีเรื่องต้องปรึกษากันบ่อยๆแน่นอนเลย ทางที่ดีถ้าน้องไม่ไหวจริงๆก็ขายทิ้งไปเหอะครับ 
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: chiihcrelax ที่ มกราคม 23, 2013, 21:26:53
เวรของรถคันแรกครับ

สงสัยต้องขายดาวน์อย่างเดียว ให้น้องเขาติดรถแหละดีแล้ว
ให้น้องเขาตั้งหน้าตั้งตาผ่อนบ้านให้หมดอย่างเดียวพอครับ หมดแล้วค่อยรถต่อ

จะทำอะไรคิดหน้า คิดหลังให้ดีนะครับ อิอิ เดี๋ยวงานจะงอก
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: chat120912 ที่ มกราคม 23, 2013, 21:30:29
ทางเลือกที่

1. ขายไปซะ ขาดทุนแน่นอน แต่เจ็บทีเดียว ลำบากนั่งรถเมล์ไปก่อน อะไรลงตัวแล้วค่อยว่ากันใหม่

2. ถ้าจำเป็นต้องมีรถใช้งานจริงๆ ต้อง หางานทำเพิ่ม เพื่อให้ครอบคลุมรายจ่าย และควบคุมค่าใช้จ่าย อะไรที่ไม่จำเป็นตัดออกให้หมด ประหยัดอะไรได้ก็ประหยัด ถ้าทำได้ เท่ากับว่าเราทำงานเท่าเดิมแต่ได้เงินเพิ่มขึ้น ( ผมไข่ต้ม ข้าวเปล่า น้ำปลา กินเป็นเดือนมาแล้ว )

3. เสนอออกค่างวดให้ครึ่งนึง แลกกับการ ช่วยทำงาน จะงานบ้าน ทำกับข้าว ซักผ้าถูบ้าน ก้อว่ากันไป

ตอนนี้ผมคิดออกแค่นี้ เผือไว้เป็นทางเลือกแล้วกัน อาจจะได้ ไอเดียอะไรบ้าง

p.s. อย่างที่พี่ๆท่านอื่นบอก รถมันต้องผ่อนทุกเดือน ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุเด๋วก้อมายืมอีก

ประหยัด ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก หางานทำเพิ่ม แต่อาจจะเหนื่อยหน่อย ยังไงก้อสู้ๆครับ ผมเข้าใจเคยผ่านช่วงนี้มาเหมือนกัน  ;D
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Pearl-CCTH ที่ มกราคม 23, 2013, 21:35:16
ต้นเหตุปัญหาไม่ได้ถูกแก้นะแบบนี้ เงิน 5 หมื่นคงประคองไปได้ไม่กี่เดือน

กลัวว่าต่อไปผ่อนรถไม่ไหว ผ่อนบ้านก็ไม่ค่อยไหว อาจจะต้องขายบ้านไปอยู่หลังที่ผ่อนไหว ..

ทีนี้แหละหมดกัน .. ว่าที่ลูกสาวแม่ยาย ว่าที่แม่ยาย หายหมด  :D
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: beebird ที่ มกราคม 23, 2013, 21:38:23
ผมว่าไม่จบนะครับ เห็นๆอยู่ว่าเค้าผ่อนไม่ไหว ท่านจขกท.เตรียมใจไว้หรือยังครับ หากเสียเงินไป 50,000 บาท และคุณกล้าไปฟ้องร้องเค้าไหมครับ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Jump ที่ มกราคม 23, 2013, 22:04:05
ดูภาพน้องหน่อย น่ารักจริงไหม ถ้าน่ารัก
ถ้าคุณไม่ช่วย เดียวผมช่วยเอง 555
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: z4kas ที่ มกราคม 23, 2013, 22:08:59
แล้วจะมีครั้งต่อไปอีก (ค่อนข้างเชื่อ 70-80%)
ว่าจะต้องมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องอีก
แล้วคุณจะทำยังไงต่อ
ช่วยเขาอีก (ไม่มีวันจบ)
หรือให้เขาขาย (ถึงตอนนั้นขาย คุณจะกล้าทวงเงินคืนไหม)

ส่วนตัวหลังจากผ่านมา 30 ปี
ผมอาจจะเป็นคนดวงซวยหรือยังไงก็ไม่รู้ (คนอื่นอาจจะเจอที่ดีกว่าผมก็ได้)
ถ้ามีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง
(ไม่ได้หมายถึงยืมเงินอย่างเดียวนะครับ แต่หมายถึงถ้ามันเกื่ยวกับเงิน)
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นครอบครัว เป็นแฟน  หรือต่อให้สนิทกันขนาดไหน

ถ้ามีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง
เตรียมใจยอมรับว่า ....เสียเงิน และเสียใจเท่านั้นครับ
ถ้าโชคดีก็เสียแค่นั้น
แต่ส่วนใหญ่ของผม เสียคน ๆ นั้น ไปเลย
ไม่ว่าจะเป็น ไม่กล้าสู้หน้า หายหน้าหายหัว
หรือบางคนก็ด้านมาเจอ แล้วทำเป็นไม่รู้  จนผมไม่อยากจะมองหน้า

เงินหนะผมไม่เสียดายนะ แต่เสียดายความรู้สึกดี ๆ ที่เราให้เขาไปครับ
และเสียดายกว่านั้น ถ้าต้องเสียเพื่อน เสียคนรัก เพราะสิ่งนอกกายนี้

กลับไปเอาเงินคืนดีกว่าไหม
(บอกไปว่า รถหม้อน้ำหมด รถพัง ต้องซ่อมหลายหมื่น และเอารถหลบหน้าไปซักระยะ .... นั่น มีแนะแนวทาง - -*)
ถ้ารักและเป็นห่วงกันจริง ๆ
ลองหาทางอื่นดู (ลองดูท่านอื่นเสนอดูครับ)

ป.ล.เงินเดือน 30000 ผ่อนบ้าน 20000 -*-
บ้านเขาไม่มีใครอื่นแล้วหรือครับ ไหงรับภาระหนักขนาดนั้น
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: tae23 ที่ มกราคม 23, 2013, 22:21:28
ผม เคารพการตัดสินใจของคนอื่นครับ  คนเราจะเก่งได้ต้องรู้จักล้มเหลว เจ็บแล้วต้องจำ อายุน้องเขาก็ยังน้อย ชิวิตยังมีอะไรให้เจออีกเยอะ

เป็นผมก็ช่วยเช่นกัน  ไม่ต้องไปคิดมาก ช่วยได้เท่าที่ช่วยไป ให้คำแนะนำดีๆแล้วกันครับรับรองว่ามี มาปรึกษาอีกแน่ๆ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: gunz13096 ที่ มกราคม 23, 2013, 22:23:37
แล้วจะมีครั้งต่อไปอีก (ค่อนข้างเชื่อ 70-80%)
ว่าจะต้องมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องอีก
แล้วคุณจะทำยังไงต่อ
ช่วยเขาอีก (ไม่มีวันจบ)
หรือให้เขาขาย (ถึงตอนนั้นขาย คุณจะกล้าทวงเงินคืนไหม)

ส่วนตัวหลังจากผ่านมา 30 ปี
ผมอาจจะเป็นคนดวงซวยหรือยังไงก็ไม่รู้ (คนอื่นอาจจะเจอที่ดีกว่าผมก็ได้)
ถ้ามีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง
(ไม่ได้หมายถึงยืมเงินอย่างเดียวนะครับ แต่หมายถึงถ้ามันเกื่ยวกับเงิน)
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นครอบครัว เป็นแฟน  หรือต่อให้สนิทกันขนาดไหน

ถ้ามีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง
เตรียมใจยอมรับว่า ....เสียเงิน และเสียใจเท่านั้นครับ
ถ้าโชคดีก็เสียแค่นั้น
แต่ส่วนใหญ่ของผม เสียคน ๆ นั้น ไปเลย
ไม่ว่าจะเป็น ไม่กล้าสู้หน้า หายหน้าหายหัว
หรือบางคนก็ด้านมาเจอ แล้วทำเป็นไม่รู้  จนผมไม่อยากจะมองหน้า

เงินหนะผมไม่เสียดายนะ แต่เสียดายความรู้สึกดี ๆ ที่เราให้เขาไปครับ
และเสียดายกว่านั้น ถ้าต้องเสียเพื่อน เสียคนรัก เพราะสิ่งนอกกายนี้

กลับไปเอาเงินคืนดีกว่าไหม
(บอกไปว่า รถหม้อน้ำหมด รถพัง ต้องซ่อมหลายหมื่น และเอารถหลบหน้าไปซักระยะ .... นั่น มีแนะแนวทาง - -*)
ถ้ารักและเป็นห่วงกันจริง ๆ
ลองหาทางอื่นดู (ลองดูท่านอื่นเสนอดูครับ)

ป.ล.เงินเดือน 30000 ผ่อนบ้าน 20000 -*-
บ้านเขาไม่มีใครอื่นแล้วหรือครับ ไหงรับภาระหนักขนาดนั้น

คือ เขาอยู่กับแม่นะครับ คุณพ่อเขาเสียไปนานแล้ว น้องเค้าเป็นลูกคนเดียว สไตล์ชีวิตเหมือนผม คือ หาเลี้ยงที่บ้านเพียงคนเดียว เพราะผู้ใหญ่ก็เกษียณจากงานกันหมดแล้ว เป็นได้แค่เบื้องหลัง ;)
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: nekoyaki ที่ มกราคม 23, 2013, 22:26:04
ท่าทางจะได้ช่วยอีกหลายครั้งครับ

ที่ช่วยไปแล้ว ก็ดีแล้วครับ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: f1rstgot ที่ มกราคม 23, 2013, 22:30:13
ตกลงค่าสินสอดกันเลยดีกว่าครับ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: z4kas ที่ มกราคม 23, 2013, 22:47:05
งั้นผมลองเสนอความคิดเห็นดูนะครับ
1.คุณคิดว่าบ้านนั้นเขาโอเคไหม สำหรับคุณ เชื่อใจได้มากน้อยแค่ไหน และคิดว่าสนิทกันขนาดไหน

2.ถ้าข้อ 1 คิดว่าผ่านหมด  หรือพอไว้ใจได้ เชื่อใจกันได้ ซัก 70 % ขึ้นไป

3.ไปคุยตรง ๆ เลยครับ คุยแบบ บอกกันไปเลยตรง ๆ
- ผมไม่ได้เสียดายเงิน แต่กลัวจะต้องเสียเพื่อนเพราะเงิน
- ถามไปว่าหลังจากนี้จะยังไงต่อ จะทำงานอะไรเพิ่ม หรือจะประหยัดเงินอะไรเพิ่ม
- ถ้าไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง คงต้องขอเงินคืนดีกว่า และปล่อยรถไป
- ระหว่างนี้จะนานแค่ไหนไม่รู้ ถ้าคุณไม่ลำบากอะไร ให้น้องเขาติดรถไปด้วย
เป็นทางผ่านหรือเปล่าครับ ถ้าไม่ใช่ทางผ่าน ก็ส่งในจุดที่เขาจะสะดวกไปต่อที่สุด และเราสะดวกไปส่งที่สุด
เพราะผมว่าดูจากการใช้ชีวิตแล้ว ให้น้องเขาลำบากซักนิดน่าจะดีกว่าครับ จะดีกับเขาในอนาคต
ส่วนขากลับก็ลองคุยกันดู
(ลองดูซักนิดนะครับ ว่าจุดรับส่งนั้น เปลี่ยว หรืออันตรายไหมช่วงกลางคืน)

4.ผมไม่รู้ว่า ท่าน จขกท.เป็นคนแบบไหน แต่ถ้าคิดว่าเป็นผู้ใหญ่พอสมควร
ผมว่าแนะนำน้องเขาบ่อย ๆ ก็ดีนะครับ แนะนำนะครับ ไม่ใช่ชี้นำ
เพราะจริงอย่างที่ คุณ tae23 พูดครับ

สำหรับผมการชี้นำ(คือให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้) คือการที่ไม่ต้องให้เขาเจออะไร
เขาจะไม่โต ไม่มีประสบการณ์ด้วยตัวเองครับ (เวลาเขามีปัญหา เขาจะคอยแต่ให้คนอื่นช่วย)

แต่การแนะนำ  ...เขาอาจจะไม่ทำตามที่เราบอก
แต่เขาจะได้รู้จากเหตุการณ์ที่เจอ  ว่ามันยังมีทางอื่นอีกนะ (ที่เราแนะนำไง)
และบางครั้งการที่เขาได้เจอเหตุการณ์ตรงนั้น
เขาอาจจะหาทางที่ดีกว่าที่เราแนะนำก็ได้ (งง ไหมหว่า)

ป.ล.ผมมาบ่นอะไรนี่ -*-
ป.ล.2 ที่เสนอมาทั้งหมด เพราะอยากให้ทั้งเรา ทั้งน้องคนนั้น ไปได้ตลอดลอดฝั่ง
(เอ๊ะ คำพูดมันยังไง - -)
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: redsun ที่ มกราคม 23, 2013, 23:03:57
ถ้าคุณให้เงินคนอื่นยืม ให้คุณถือเสียว่า
คุณพร้อมที่จะยอมเสียเงินก้อนนั้นได้อย่างไม่ต้องคิดมาก ครับ

แต่ดูแล้วงานนี้ไม่จบแน่
รายรับหมุนไม่ทันรายจ่าย
ต้องมีขายของให้หนี้แน่นอน
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: อีกนิดก็แรง ที่ มกราคม 23, 2013, 23:08:25
ถ้าช่วยเหลือแล้วพี่ไม่เดือดร้อนผมว่าโอเคครับ
เวลาใครมายืมตังผมถ้าเป็นเรื่องหนักๆ เช่นผ่อนรถไม่ไหว ผ่อนบ้านไม่ไหว
เอาไปซ่อมรถ เอาไปใช้หนี้ พวกนี้ 90% ผมตีเป็นหนี้ 0 เลย ถ้าผมให้เงินก้อนนั้นไป
แล้วผมไม่เดือดร้อน ไม่เป็นกังวล ไม่มากจนเกินไป ผมก็ให้(ยืม) ครับ

เพราะถ้าไม่ได้คืนยังไงก็ทำใจล่วงหน้าไว้แล้ว ถือว่าช่วยเพื่อนมนุษย์

แต่ผมเคยเสียเพื่อนเพราะให้ยืมตังเช่นกัน เงินไม่เยอะ ผมก็ไม่ได้หวังจะได้คืน
แต่เจ้าตัวระอายใจไม่มีเงินคืน หายเงียบไปเอง ขนาดส่งข้อความไปบอกไม่เอาความใดๆ
มากินข้าวเฮฮากัน เจ้าตัวก็ยังไม่ออกมาเจอ จนปัจจุบันหายเงียบไปเลย
กลัวเพื่อนบ้านพี่จะเป็นแบบนั้นจากที่เล่ามาดูเขาเป็นคนดี
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: DArkMaster ที่ มกราคม 23, 2013, 23:56:08
ผมว่าตัดไฟเสียแต่ต้นลมขายดาวน์ดีกว่าครับ รถต้องผ่อนทุกเดือน5หมื่นผมว่าไม่พอหรอกครับ เด๋วก็มาขออีกแล้วคราวนี้ลำบากใจนะครับอีกอย่างรถยนต์ราคามันลดลงนะครับไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างได้ ถ้าไปทางเดียวกันทุกวันอยู่แล้วคุณก็แนะนำให้เค้าขายดาวน์แล้วก็ให้เค้าติดรถไปด้วยทุกวันดีกว่าครับ ทางเดียวกันไปด้วยกันมีเพื่อนนั่งคุยไป มีเพื่อนกลับบ้านด้วยผมว่าโอเคนะครับ ส่วนเรื่องจะขยับฐานะจากเพื่อนข้างบ้านมาเป็นคนในบ้านนั้นก็แล้วแต่ใจจขกท.แล้วหล่ะครับ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Psychopath ที่ มกราคม 24, 2013, 01:10:10
ข้อ 1.ถ้าเป็นผมผมจะขอเงินคืนแล้วให้ น้องเขาขายดาวน์รถไปเพราะจะได้ติดรถผมไปทุกเช้า ;D

ข่ำๆน่ะคับ รอคนด้านล่างตอบดีกว่า

ปล.ผมว่าอะไรที่ช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยๆกันไปก่อนแล้วกันคับ แล้วค่อยว่ากันอีกที

ไม่ขำนะครับ ผมว่าเป็นความเห็นที่น่าสนใจมากๆทีเดียว

ได้ช่วย ได้หล่อ และได้ relations
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: กด9เพื่อกลับสู่เมนูหลัก ที่ มกราคม 24, 2013, 01:15:42
ผมไม่ได้กวนนะครับ แต่ถ้าน้องเขาก็น่ารัก คุณก็ชอบน้องเขาอยู่แล้วด้วย

ทำไมไม่จีบเป็นแฟนไปเลยล่ะครับ ผมมองว่านี่อาจเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตก็ได้นะครับ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: honoiuiu ที่ มกราคม 24, 2013, 02:08:20
ผมไม่ได้กวนนะครับ แต่ถ้าน้องเขาก็น่ารัก คุณก็ชอบน้องเขาอยู่แล้วด้วย

ทำไมไม่จีบเป็นแฟนไปเลยล่ะครับ ผมมองว่านี่อาจเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตก็ได้นะครับ

+
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Arado_kung ที่ มกราคม 24, 2013, 07:35:41
อ้างถึง
น้องผู้หญิง-ผ่อนบ้านก็สองหมื่นกว่าแล้ว และก็ผ่อนรถอีกหมื่นต้นๆ หนูก็เหลือเงินติดตัวแค่ไม่กี่พันบาท รู้งี้หนูน่าจะเชื่อพี่ น่าจะออกรุ่นJ abs แต่แรก (แล้วเธอก็กุมขมับ แต่เธอดันลืมตัวนุ่งกระโปรงสั้นนั่งหวอ ออก )

ติดใจประโยคนี้ สีอะไรเหรอครับ เอ้ยไม่ใช่ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว จีบไปโลดครับ ดูๆแล้วน้องเค้านิสัยก็โอเคอยู่ ติดแค่เผลอใจโดนล่อลวงจากเงิน1แสนบาทเท่านั้นเอง  :D  :D  :D
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Slipknot` ที่ มกราคม 24, 2013, 08:35:31
ผมว่ามัน พี่ จขกท. สร้างโอกาสให้ตัวเองแล้วครับ

ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป ถ้าไม่ได้คืนก็อย่าโกรธ เพราะ เรารู้อยู่แก่ใจ

เงินยืมเหมือนเงินให้ ได้คืนเป็นกำไร ไม่ได้ก็เท่าทุน

แต่สิ่งสำคัญมีโอกาสเพิ่มมาครับ ที่จะสร้างความสัมพันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น

ยังไงก็ขอให้สมหวังนะจ๊ะ อิๆ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: dht_tubes ที่ มกราคม 24, 2013, 08:40:11
ช่วยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่าน จขกท.

ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เค้า กับ

ช่วยเค้าหาทางแก้ปัญหา ที่ถูกต้อง ถูกทาง

มันคนละเรื่องกันเลยครับ

เป็นผม ผมจะให้เค้ายืม ทำสัญญาให้เรียบร้อย แล้วคิดดอกเบี้ยซ้ำเข้าไปครับ ไม่ต้องยั้ง แต่..........เราเก็บเิงินดอกเบี้ยก้อนนั้นไว้คืนให้เค้า แต่ให้มีบุคคลที่สามรับรู้เป็นพยานว่า เราตั้งใจทำอย่างนี้ตั้งแต่ทีแรก ไม่ได้ว่าโดนด่าแล้วมาคืนทีหลังแก้เก้อ หลังจากทุกอย่างผ่านไปแล้ว อันนี้แหละ บทเรียนที่เราช่วยจริงๆ สอนด้วย ช่วยด้วย ผมเคยทำมาแล้ว ตอนแรก โดนนินทาลับหลังมากมาย เพื่อนเค้ามาบ่นโน่น นี่ นั่น


แผลกลัดหนอง บางครั้งเืมื่อจำเป็นก็ต้องผ่า ยอมเจ็บ มันจะหายขาด
ดีกว่าประคบไปเรื่อย ไม่รู้เมื่อไหร่จะหาย ดีไม่ดี ลามปาม ต้องตัดแขนขา กลายเป็นหวังดี ประสงค์ร้าย

ผมก็คิดสวนทางไปบ้าง ถือว่าแชร์กันครับ

หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Amaranthe ที่ มกราคม 24, 2013, 08:45:20
ผมมีประสบการณ์การให้คนรู้จักยิมเงินเหมือนกัน

ให้เพื่อนไปทั้งหมด 3 คน แต่ไม่ได้พร้อมกันนะ ห่างกันเป็นปี แต่ละคนยืมหลักพัน
และให้เงินแฟนเก่ายืมไป เกือบ 2 หมื่น (ยังไม่ได้แต่งกัน)
พอเลิกกันแล้ว เธอบอกจะหาทางคืนเงินให้

ทุกวันนี้ ทั้ง 4 คน หายไปจากชีวิตผมแล้ว พร้อมเงินที่ยืมไป

ส่วนที่สมาชิกเชียร์กันว่า ให้ลองคบหาดูใจเธอ ก็แล้วแต่ จขกท. เพราะการมีภรรยาสักคน ไม่ใช่เอาแค่เรื่องหน้าตาสะสวยมาใช้เป็นเกณฑ์อย่างเดียว
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Prachsaphol_yjd ที่ มกราคม 24, 2013, 09:02:03
ห้าหมื่นเงินไม่น้อยเลยครับ...แต่คงต้องคิดเผื่อใจไว้กรณีที่ไม่ได้คืน
ด้วยความที่รู้จักกันบางทีคนให้ยืมเองก็เกรงใจ ไม่กล้าไปทวง
ถ้าอีกฝั่งยั่งนิ่ง เห็นเราไม่ทวงเขาก็ไม่ให้...ทีนี้ล่ะงานงอก
เราไม่ทวง เขาไม่คืน กลายเป็นไม่มองหน้ากัน สุดท้ายทำเป็นไม่รู้จักกันซะงั้น
เพราะผมเสียเพื่อนที่เรียนด้วยกันมา คอยช่วยผมตลอด ให้ยืมไป 4000 ไม่คืนผมไม่ว่า ถ้าคืนผมก็ดีใจ
แต่เพื่อนกลับหายหน้าไปนี่สิครับ เฮ้อ :'(
สุดท้ายเสียเพื่อน เสียเงิน เสียความรู้สึก..

บ้านใกล้เรือนเคียงช่วยเหลือกันก็ดีมากแล้วครับ  แต่สถานะระหว่าง 2 คนต้องเอาให้ชัวร์เด้อ
ระหว่างเรา เป็นอะไรกัน
ถ้าไม่เดือดร้อน คิดว่าผ่อนเงินสินสอดไปก่อนละกันครับ  ;D
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: scorpions ที่ มกราคม 24, 2013, 09:05:54
ไหนๆๆๆก็หวอออกแล้ว ตังก็จ่ายแล้ว กินรวบเลยครับ อิอิอิ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: MoO Cnoe ที่ มกราคม 24, 2013, 09:10:34
จริงๆช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ก่อนช่วย
น่าจะถามต่อ จะเอายังไงต่อไป ผ่อนรถมันไม่ใช่งวดเดียวจบนะครับ
เงิน 50,000 ที่ยืมไปจะเอาไปทำอะไร วางแผนยังไงไว้บ้าง
เช่น เอาไปซื้อของมาขาย ไ้ด้กำไร อะไรก็ว่าไป เป็นรายได้เสริม

สมมติผ่อนเดือนละ 1 หมื่นบาทนิดๆ ก็ได้ซัก 4 งวด
พอครบปี ต่อประกันภัยอีก หมื่นกว่าบาท+ค่างวดหมื่นนิดๆ+ค่าพรบ.+ค่าภาษี
เคยเข้าศูนย์บริการไปแล้วรึยัง จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย

อาจจะต้องเขี้ยวเหมือนธนาคารที่จะปล่อยกู้นิดนึงอ่ะครับ
ไม่งั้นพอครบ 4 เดือนก็กลับมาปัญหาเดิมอีก ของเดิมก็ยังเคลียร์ไม่หมด
ของใหม่ก็มาเอาเพิ่ม มันจะเป็นแบบนี้น่ะสิครับ ด้วยความเคารพ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: NINENOI ที่ มกราคม 24, 2013, 09:15:22
อ่านมาเรื่อยๆมาขำตรงน้องเค้านุ่งสั้นร้องไห้มาให้คุณช่วยนี่แหละติดกับซะเลย 555


ในเมื่อให้ยืมไปแล้วไปเอาคืนตอนนี้ยิ่งแย่กว่าไม่ให้แต่แรกซะอีก ถ้ายังไม่ให้ยืมจะบอกเลยว่าแนะนำให้น้องเค้าขายดาวน์ไปซะก่อนหน้านี้ไม่มีรถยังอยู่ได้มีแล้วเป็นภาระก็อย่ามีเลยซะดีกว่าเดาว่าซื้อเพื่อคืนภาษี 1 แสนใช่มั๊ยครับ ถ้าใช่ครบปีก็ต่อลมหายใจได้อีกหน่อยส่วนบ้านถ้าผ่อนครบ 3 ปีแล้วก็เอาไปรีไฟแนนท์ได้เงินมาอีกก้อนพอประทังไปได้อีกและไม่แนะนำให้ทำบัตรเครดิตหรือกู้อย่างอื่นอีกนะครับไม่งั้นปัญหาจะหนักขึ้นไปอีก รู้สึกแผนที่จะเก็บไว้ลำบากเหลือเกินเมื่อรู้สาเหตุของปัญหาแล้วก็ตัดไฟแต่ต้นลมดีกว่าครับ พอเจ้าวีออสตัวใหม่ออกมาตัวนี้จะราคาตกอีกนะครับบอกน้องเค้าคิดดูให้ดีชีวิตทั้งชีวิตจะมาผูกไว้ที่รถคันเดียวไม่คุ้มกันเลยอยากให้พิจรณาเรื่องการขายดาวน์อีกนะครับ


ส่วนเรื่องที่คุณชอบน้องเค้าก็ไม่แปลกนะครับแต่ศึกษาดูใจกันไปดีกว่า บางครั้งเรื่องแบบนี้ก็อาจเป็นบุพเพสันนิวาสก็ได้ เท่าที่ได้ข้อมูลจากคุณมาก็นับว่าน้องเค้าดีในระดับนึงแต่ขาดเรื่องการวางแผนหวังว่าหลังจากนี้จะเป็นประสบการณ์เอาไปต่อยอดในอนาคต



เวลาดูใจผู้หญิงให้ดูตอนผู้ชายจน ดูใจผู้ชายให้ดูตอนผู้ชายรวย
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: idolking ที่ มกราคม 24, 2013, 09:27:55
บ้านใกล้เรือนเคียง คุณน่าจะรู้ดีว่า เธอมีนิสัยยังไง เรื่องเงินบอกตรงๆ ว่าไม่แนะนำให้ยืม ยกเว้นเสียว่าคุณทำใจได้ถ้าไม่ได้คืน และอาจไม่ใช่ครั้งแรกที่จะยืม
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: RATTAPON ที่ มกราคม 24, 2013, 09:48:33
บ้านใกล้กันครับ ถ้าเราช่วยเหลือเค้าได้โดยที่เราไม่เดือดร้อนก็ช่วยไปเถอะครับ
แล้วค่อยๆสอนน้องเค้าเรื่องวิธีคิดและระเบียบวินัยการใช้เงินนะครับ
เพราะต่อไปไม่รู้น้องเค้าจะไปสร้างหนี้สินอะไรมาอีกครับ...
ส่วนเรื่องเงินที่ช่วยไป หากเราไม่เดือดร้อนเรื่องเงินก็สบายๆไปครับ สักวันหนึ่งน้องเค้าอาจจะมีโอกาศช่วยเราบ้างก็ได้ครับ อาจจะไม่ใช่เรื่องเงินที่น้องเค้าช่วยได้ แต่เป็นเรื่องอื่นๆนะครับ ;D
ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีนะครับ มีอะไรช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยกันไปครับบ้านใกล้เรือนเคียงครับ ทีไปทำอย่างอื่นบางครั้งก็ละลายเงินทิ้งมากกว่านี้อีกครับ ช่วยเหลือคนที่เดือนร้อนโดยไม่หวังผลตอบแทนไม่ว่าด้วยเงินตราหรือการกระทำ ผมว่าคุณทำถูกแล้วละครับ ;) :)
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Amj ที่ มกราคม 24, 2013, 10:16:34
เรื่องเงินให้ไปแล้ว คงต้องทำใจ เพราะดูแล้ววินัยทางการเงินเสียไปแล้วต้องปรับใหม่

ถ้าเขาน่ารักก็จีบเลยสิครับ

อีกอย่าง ถ้าเขาเดือดร้อนอยากให้ช่วยจริงๆ ไม่น่าให้ทางออกด้วยการยืมเงิน
ถ้าน้องเขายอมให้ช่วยจริงๆ ผมมองว่าควรเอารายรับ-รายจ่ายมาดูกันเลย
ส่วนไหนต้องตัดทิ้งก็ต้องตัด ต้องสร้างวินัยใหม่ ไม่งั้นให้เงินไปก็ไม่จบครับ

วินัยทางการเงินแก้ไม่ได้ด้วยการยืมเงิน และเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น
วันนี้ยืมเราไม่ได้วันหน้าก็ต้องหายืมทางอื่น พอหนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆจะแก้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ผมว่าลองคุยกับน้องเขาใหม่ดีกว่านะครับ เป็นหนี้ไม่กี่ตัว ตัดจบยังง่ายอยู่
บ้านต้องรักษาไว้ ส่วนหนี้เสีย และทรัพย์สินที่เสื่อมสภาพได้ต้องตัดจบไปก่อน

ไม่รู้จะพอช่วยอะไรได้ไหม
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: gundam126 ที่ มกราคม 24, 2013, 10:19:24
เหมือนเอาประสบการณ์ของผมมาลงเลยครับ ของผมก็แบบนี้แหละ แต่เรื่องจบไม่สวย...ในเมื่อให้ยืมไปแล้ว ก็ช่างมัน ถือว่าช่วยๆกัน ผมขอถามกลับว่า5หมื่น มันไม่จบแค่นี้เพราะในเมื่อน้องเขาก็ยังเงินเดือนเท่าเดิม รายได้เท่าเดิม เอาเงินคุณไปโปะจ่ายไปก่อน แล้วเดือนถัดไปพอหมดจากเงินคุณ มันก็วกกลับมาที่จุดเดิมคือค่าบ้านต้องจ่าย ค่ารถต้องจ่าย แล้วใหนยังต้องหาเงินมาคืนคุณอีก แล้วตอนนั้นคุณคิดว่าน้องคนนี้จะทำยังใง ผมว่าคุณต้องคุยกับน้องคนนี้ได้แล้วว่าจะทำยังใงกับอนาคตของตัวน้องเอง ส่วนเรื่องของผมนั้น จบที่เงินก็ไม่ได้คืนแถมเสียเพื่อนไปอีก...เฮ้อ!
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: NINENOI ที่ มกราคม 24, 2013, 10:36:52
เพิ่งนึกได้เรื่องเงินผมเพิ่งเจ็บมาครับเซ็งมากเลย น้องที่โรงงานทำธุรกิจแล้วขาดทุนหมุนเงินไม่ทันเพราะทำหลายอย่างและวางแผนไม่ค่อยเป็นด้วยมายืมเงินก็เลยให้ยืมไปสองหมื่นด้วยหวังว่าจะช่วยให้เค้ายืนได้โดยบอกว่านี่ก็เป็นเงินหมุนเหมือนกันรีบเอามาคืนด้วยไม่ได้คิดดอกอะไรเพราะอยากช่วยคนที่ทำธุรกิจอยากสนับสนุนคนคิดดีทำดี แล้วน้องคนนี้ก็รู้จักกันมานานทำกิจกรรมทำบุญมาด้วยกันตลอดให้ยืมได้แค่เดือนเดียวเพราะเดี๋ยวลูกผมต้องผ่าตัดแล้วยังมีลูกอีกคนอีกแล้วยังผมทำงานคนเดียวเพราะต้องให้แฟนลาออกมาดูแลลูก

ปรากฎว่าสิ้นเดือนก็ยังไม่คืน (สุดท้ายปัจจุบันก็ยังไม่ได้คืน T-T) ผมเองต้องจ่ายค่าเทอมน้อง 2 หมื่น แล้วคอนโดที่ปล่อยเช่ามีคนออกต้องจ่ายค่ามัดจำคืน เงินที่มีอยู่สำรองสำหรับลูกต้องเอามาใช้แล้วยังไม่พอต้องยืมน้องสาวอีก 1 หมื่น ส่วนน้องคนนั้นก็หนีหนี้ด้วยการลาออกแล้วเผ่นไปไหนก็ไม่รู้รวมหลายๆคนแล้วคงประมาณแสนได้

ครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงจริงๆ 2 หมื่นได้คืนมา 2พัน ไม่รู้ว่าการเป็นคนดีกับคนโง่ต่างกันยังไงนอกจากเสียเงินแล้วยังเสียความรู้สึก เมียหนึ่งคนลูกเราสองคนเมียอีกหนึ่งคนที่เราต้องดูแลคนนึงรอผ่าตัดอีกคนอยู่ในท้อง ธุรกิจที่เราต้องหมุนเงิน น้องยังเรียนเอกอีกสองคนยังดีที่ได้ทุน ทำไมเรายังให้เงินคนอื่นยืมทำไมเราไว้ใจคนอื่นง่ายขนาดนี้ในเมื่อคนที่เชิดเงินผมไปทั้งที่ผมช่วยด้วยความหวังดีไม่เคยนึกถึงว่าผมจะเดือดร้อนขนาดไหน


การเป็นคนดีหรือการทำดีก็ทำให้ถูกที่ถูกเวลาถูกคนด้วยไม่งั้นจากคนดีกลายเป็นคนโง่ไปเสียเลย
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: marsstone ที่ มกราคม 24, 2013, 10:53:36
ผมเดือดร้อนใจน่ะครับ เซงไม่หน่อยเลย (ไม่ได้ดราม่านะครับ) ผมหนักใจ แต่ไม่รู้ทำถูกมั้ยกับการกระทำของผม

มีอยู่คนเดียวครับ ข้างบ้านผมเลยน้องผู้หญิงเขาเดือดร้อนหนัก ???
 คนแรก! น้องผู้หญิงน่าตาสะสวย รู้จักกับผมมานานละ(แอบชอบกันว่างั้นเถอะ) เธอออกวีออสรุ่นG limited ใช้ชื่อน้องเขาเองเพราะไม่เคยมีรถ(หน้าใหญ่เกิน) :-\
น้องผู้หญิง-พี่คะ หนูมีเรื่องปรึกษาเรื่องส่งค่างวดหน่อย
ผม-อืม! งั้นเดินข้ามรั้วมา! แล้วไปนั่งคุยในห้องรับแขก...
น้องผู้หญิง-พี่ หนูเริ่มส่งรถไม่ไหวแล้วอะ ทำไงดี ลำพังเงินเดือนหนูแค่ 30,000 กว่า ไหนจะผ่อนบ้านอีก ไหนจะค่ากิน ค่ารถอีก
ผม-อืม! แล้วทำไมถึงออกรุ่นท็อปล่ะ แล้วผ่อนบ้านเท่าไหร่ แล้วทำไมไม่ปรึกษาก่อนล่ะว่าจะเอารุ่นไหน ตัดสินใจด่วนแล้วมันแก้กลับมาไม่ได้แล้วนะ!
น้องผู้หญิง-ผ่อนบ้านก็สองหมื่นกว่าแล้ว และก็ผ่อนรถอีกหมื่นต้นๆ หนูก็เหลือเงินติดตัวแค่ไม่กี่พันบาท รู้งี้หนูน่าจะเชื่อพี่ น่าจะออกรุ่นJ abs แต่แรก(แล้วเธอก็กุมขมับ แต่เธอดันลืมตัวนุ่งกระโปรงสั้นนั่งหวอ ออก :'()
ผม-(นี่ นั่งดีๆหน่อย มันออกมาแล้ว!) ถ้าเชื่อแต่แรกไม่เป็นปัญหาหรอก เห็นมั้ย งานงอก งั้นสรุปมาเลยว่าจะให้พี่ช่วยใช่มั้ย พี่จะไปล้างรถต่อ!
น้องผู้หญิง-พี่...หนูขอยืมเงินสัก ห้าหมื่น ได้มั้ยอะคะ หนูเดือดร้อนมาก หรือไม่ก็จะขายดาวน์ให้พี่ ไปผ่อนต่อ :-X
ผม-เอ่อ.... ไม่ดีนะ  พี่จะให้ยืมเงินละกัน แต่ว่าต้องให้แม่มาเซ็นเป็นพยานด้วยนะ อ้อ! อย่าขายดาวน์ล่ะ เสียดายเงินเปล่าๆ
น้องผู้หญิง-(เธอน้ำตาไหล ผมก็เลยยื่นทิชชู่ให้) งั้นเดี๋ยวหนูโทรบอกแม่แปปนะ
*พอผมทำหลักฐานการกู้ยืมเงินเสร็จ คุณแม่น้องเขาและน้องเซ็นเรียบร้อย*
แม่น้องผู้หญิง-(เรียกผม) แม่ยืนยันนะว่าจะรีบส่งให้หมด แม่ขอบใจนะที่ คอยช่วยเหลือตลอด ยังไงจะรีบคืนให้นะ
น้องผู้หญิง-หนูขอขอบคุณมากๆนะพี่ พี่่ช่วยเหลือบ้านหนูตลอดเวลา หนูอยากตอบแทนพี่มากๆ
ผม-ไม่ต้องทำอะไรหรอก เรามันบ้านใกล้เรือนเคียง มีไรก็ช่วยกัน
(แล้วก็ผมก็ยื่นเงินให้ และร่ำลานิดหน่อยแล้วก็ต่างคนต่างเข้าบ้าน) >:(

*ผมเลยอยากจะถามว่า*
1.ผมคิดถูกมั้ยที่ให้เขายืมเงิน แทนที่จะให้เขาขายดาวน์ไป หรือผมจะขอเงินคืนแล้วให้ น้องเขาขายดาวน์รถไป
(แต่น้องเขาจะเหนื่อยหน่อยตอนไปทำงานเพราะต้องติดรถผมไปทุกเช้า)

(ที่ผมไว้ใจเพราะเราก็ต่างช่วยกันมาตลอด ตั้งแต่ผมปลูกบ้านใหม่ๆ ;))



ชัดแหละ มือไม้อ่อนควักจ่ายง่ายเพราะอะไร
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Nioka ที่ มกราคม 24, 2013, 11:58:47
ขายทั้งบ้าน ขายทั้งรถ

แล้วให้น้องเค้ามาอยู่ด้วยกัน ไปทำงานด้วยกัน

เงินเหลือเก็บอีกเพียบ

ผมคิดงี้จริงๆนะ เพราะผมทำมาแล้ว จับ หนี้สินของแฟนขายทิ้งให้หมด แล้วผมดูแลเอง
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Entropy ที่ มกราคม 24, 2013, 12:01:33
ห้าหมื่น ไม่มากหรอกครับ คุ้มที่จะเสี่ยงด้วย เป็นผม ผมก็ทำแบบคุณนะ
ใช่คนเดียวที่ดังอยู่ในเฟส เจ้าของสโลแกน "แก่ ใจดี สปอต กทม " ป่าวครับ อิอิ แซวเล่นนะครับ
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Trigger-Happy ที่ มกราคม 24, 2013, 12:13:33
ผมสงสัยว่าถ้าเขาเตี้ย ล่ำ ดำ สิว คุณพี่จะให้เขายืมเงินไหมครับ ถามแบบโลกแห่งความเป็นจริง
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: F&O ที่ มกราคม 24, 2013, 12:13:59
น้องเขาเดือดร้อนเราช่วยได้แล้วไม่เดือดร้อนเราก็ช่วยไปเหอะครับ...อนาคตเผื่อได้ช่วยเหลือกัน
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Ruksadindan ที่ มกราคม 24, 2013, 12:20:49
อืม เงินเดือน 3หมื่นผ่อนบ้าน ล่อไปซะ 2หมื่นกว่า ไหนจะรถอีก
ผมว่าวินัยการใช้เงินน้องเค้า ติดลบมากๆครับ ถ้ารับเรื่องนี้ได้ก็จีบเลยครับ  ;D


เห็นด้วยครับ ปรับวินัย แล้วก็ วิน-วิน
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: orcagangz ที่ มกราคม 24, 2013, 12:47:29
อืม เงินเดือน 3หมื่นผ่อนบ้าน ล่อไปซะ 2หมื่นกว่า ไหนจะรถอีก
ผมว่าวินัยการใช้เงินน้องเค้า ติดลบมากๆครับ ถ้ารับเรื่องนี้ได้ก็จีบเลยครับ  ;D


เห็นด้วยครับ ปรับวินัย แล้วก็ วิน-วิน

อ่านแล้วงงตรงที่ เงินเดือน 30,000 ผ่อนบ้าน 20,000 กว่า ผ่อนรถ 10,000 กว่า เอิ่ม ถ้าไม่รวมคำว่ากว่านี่มันก็เท่ากับเงินเดือนแล้วนะครับ
แล้วเค้ายังบอกว่ามีตังเหลือเดือนละไม่กี่พันบาทได้ยังไง งงครับ

แล้วคนธรรมดาปกติทั่วไป ไม่ใช่จะเงินเดือน 30,000 นะครับ เดือนละ 9,000 ทั่วประเทศครับ
คือจะบอกว่า 30,000 บาทเนี่ย จะต้องมีความรู้ในระดับนึง ซึ่งต้องมากพอที่จะคำนวณเรื่องง่ายๆแค่นี้
ฟังจากที่คุณเล่า มันมาแปลกๆครับ กลัวจะยืมนาน รึก็ไม่คืนเลย จนต้องฟ้องร้องกันละทีนี้
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: ChoCcoYen ที่ มกราคม 24, 2013, 14:02:09
งั้นผมลองเสนอความคิดเห็นดูนะครับ
1.คุณคิดว่าบ้านนั้นเขาโอเคไหม สำหรับคุณ เชื่อใจได้มากน้อยแค่ไหน และคิดว่าสนิทกันขนาดไหน

2.ถ้าข้อ 1 คิดว่าผ่านหมด  หรือพอไว้ใจได้ เชื่อใจกันได้ ซัก 70 % ขึ้นไป

3.ไปคุยตรง ๆ เลยครับ คุยแบบ บอกกันไปเลยตรง ๆ
- ผมไม่ได้เสียดายเงิน แต่กลัวจะต้องเสียเพื่อนเพราะเงิน
- ถามไปว่าหลังจากนี้จะยังไงต่อ จะทำงานอะไรเพิ่ม หรือจะประหยัดเงินอะไรเพิ่ม
- ถ้าไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง คงต้องขอเงินคืนดีกว่า และปล่อยรถไป
- ระหว่างนี้จะนานแค่ไหนไม่รู้ ถ้าคุณไม่ลำบากอะไร ให้น้องเขาติดรถไปด้วย
เป็นทางผ่านหรือเปล่าครับ ถ้าไม่ใช่ทางผ่าน ก็ส่งในจุดที่เขาจะสะดวกไปต่อที่สุด และเราสะดวกไปส่งที่สุด
เพราะผมว่าดูจากการใช้ชีวิตแล้ว ให้น้องเขาลำบากซักนิดน่าจะดีกว่าครับ จะดีกับเขาในอนาคต
ส่วนขากลับก็ลองคุยกันดู
(ลองดูซักนิดนะครับ ว่าจุดรับส่งนั้น เปลี่ยว หรืออันตรายไหมช่วงกลางคืน)

4.ผมไม่รู้ว่า ท่าน จขกท.เป็นคนแบบไหน แต่ถ้าคิดว่าเป็นผู้ใหญ่พอสมควร
ผมว่าแนะนำน้องเขาบ่อย ๆ ก็ดีนะครับ แนะนำนะครับ ไม่ใช่ชี้นำ
เพราะจริงอย่างที่ คุณ tae23 พูดครับ

สำหรับผมการชี้นำ(คือให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้) คือการที่ไม่ต้องให้เขาเจออะไร
เขาจะไม่โต ไม่มีประสบการณ์ด้วยตัวเองครับ (เวลาเขามีปัญหา เขาจะคอยแต่ให้คนอื่นช่วย)

แต่การแนะนำ  ...เขาอาจจะไม่ทำตามที่เราบอก
แต่เขาจะได้รู้จากเหตุการณ์ที่เจอ  ว่ามันยังมีทางอื่นอีกนะ (ที่เราแนะนำไง)
และบางครั้งการที่เขาได้เจอเหตุการณ์ตรงนั้น
เขาอาจจะหาทางที่ดีกว่าที่เราแนะนำก็ได้ (งง ไหมหว่า)

ป.ล.ผมมาบ่นอะไรนี่ -*-
ป.ล.2 ที่เสนอมาทั้งหมด เพราะอยากให้ทั้งเรา ทั้งน้องคนนั้น ไปได้ตลอดลอดฝั่ง
(เอ๊ะ คำพูดมันยังไง - -)


เห็นด้วยมากครับเพราะเท่าที่ดูเงิน 5 หมื่นที่ให้ไปก็แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ไม่กี่เดือนสุดท้ายน้องเค้าก็จะวนกลับมาเจอสถานการณ์เดิมๆไปอีก 5 ปี(อันที่จริงก็หนักตั้งแต่ค่าบ้าน 2 หมื่นกว่าต่อเดือนแระ) สู้ช่วยหางานหรือตัวช่วยอื่นให้น้องเค้ายืนด้วยตัวเองให้ได้ดีกว่า(เท่าที่ฟังมาอายุน้องเค้ายังไม่เยอะเงินเดือน 3 หมื่น แสดงว่าหน้าที่การงานอนาคตยังไปได้อีกไกลอีกหน่อยคงรับภาระขนาดนี้ได้สบายๆ) แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆขายเถอะครับกลัวว่าถ้ายื้อต่อไปมันจะกระทบมาถึงบ้านที่ผ่อนอยู่ด้วยนี่ยังไม่นับปัญหาที่เราไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้นกับชีวิตน้องและครอบครัวที่จำเป็นจะต้องใช้เงินอีก
: ถ้าครอบครัวและน้องเค้า ok ทุกอย่างเข้าใจสถานการ์ตัวเองและจริงใจที่หาทางแก้และท่านไม่เดือดร้อน ที่ท่านช่วยไปผมว่า ok นะครับเพราะน้องเค้าคือเพื่อน"บ้าน" ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเพื่อน"บ้าน"เราต้องอยู่ไปด้วยกันจนแก่หรือจนแก่ไปด้วยกัน ;D  พึ่งพาอาศัยกันไปอีกนานครับ

แต่ถ้าท่านจขกท มีเงินเหลือใช้สบายๆก็ซื้อต่อน้องเค้าไปครับแล้วถ้าน้องพร้อมก็มาซื้อต่อจากเราอีกที ดีมั้ยนะ  ???
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: H. ที่ มกราคม 24, 2013, 14:56:48
ทำไมผมว่ามันแปลกๆนะ เหมือนเขาใช้มารยาพยายามหลอกล่อคุณหรือเปล่า ระวังนะครับใจอ่อนครั้งนี้ไปจะมีครั้งอื่นๆอีก
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Automotive Innovations ที่ มกราคม 24, 2013, 15:52:34
ถ้าเป็นผม ผมก็ให้ครับ ถือว่าช่วยเหลือกันไป แต่ก่อนที่ผมจะให้ใคร จะเลี้ยงใคร ผมจะคิดเสมอว่า มันเกินกำลังเราไปรึเปล่า ถ้าเกินกำลังไป ผมก็บอกตรงๆว่าให้ไม่ได้ต้องใช้เงิน
แต่บ้านคุณอยู่ใกล้เคียงเค้ามากขนาดนี้ แล้วเค้าคุณแม่เค้ามาแบบนี้ เป็นผมๆ จีบแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าเค้าสวยนะ ผมคิดว่าถ้ามันมีครั้งต่อไปอีก มันต้องเป็นแบบนี้อีกแน่นอน ฉะนั้นผมขอดูแลเค้าเลยดีกว่าถึงแม้เค้าอาจจะไม่ได้รักเราก็เถอะ แต่วันนึงเค้าจะรู้สึกได้เอง
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: G_6611 ที่ มกราคม 24, 2013, 15:54:26
ทำงานเงินเดือนสามหมื่นกว่าผ่อนรถหมื่นกว่าบ้านสองหมื่นกว่าคนเดี๋ยวนี้คิดอะไรแปลกดีนะครับ..มองไม่เห็นทางได้คืนเลยรายได้ก็เท่าเดิมยังผ่อนบ้านกับรถไม่ไหวแล้วจะหาเงินคืนได้ไงล่ะครับเนี่ย พี่นี่ใจถึงจริงทำใจไว้บ้างนะครับแต่ถ้าเอ็นดูน้องเค้าเป็นพิเศษอันนี้ก็พูดยาก..
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: z4kas ที่ มกราคม 24, 2013, 16:06:35
จริง ๆ ก็มีสงสัยอยู่แหละ เรื่องการใช้เงินของน้องเขา
แต่คิดว่า จขกท.น่าจะทันคนบ้าง (รึปล่าว)
ประเด็นนั้น จากที่ท่านอื่นตั้งข้อสงสัยไว้ คุณจขกท.ก็เก็บไปคิดบ้างก็ดีครับ

เป็นคนดีเพราะเรา ฉลาด ใจกว้าง
กับเป็นคนดีเพราะเราโง่ ไม่ทันคน
....มันต่างกันเยอะนะครับ

สุดท้ายสำหรับกระทู้นี้

อย่ากล้าที่จะให้ยืมอย่างเดียว เราต้องกล้าที่จะสอบถามติดตามผลด้วย
คนที่จะต้องอายหรือเกรงใจ คือเขา .....ไม่ใช่เรานะครับ (จำประโยคนี้ให้ดี เพราะคุณได้ใช้แน่ ๆ)

ป.ล. กลับมาบอกผลด้วยนะครับ ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรต่อบ้าง^^
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: neutrino ที่ มกราคม 24, 2013, 16:30:35
จำได้ว่า จขกท. เจ็บครั้งที่แล้วรถเสียโฉม และมีการโดนทำร้ายร่างกาย ถามจริงๆ ยังไม่เข็ดหรือครับ?  (ขอโทษนะอย่าหาว่าแรงนะครับ เพราะว่าหวังดี อยากให้คิดเยอะๆหน่อย)
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: secrecyguy ที่ มกราคม 24, 2013, 20:30:34
ทำงานเงินเดือนสามหมื่นกว่าผ่อนรถหมื่นกว่าบ้านสองหมื่นกว่าคนเดี๋ยวนี้คิดอะไรแปลกดีนะครับ..มองไม่เห็นทางได้คืนเลยรายได้ก็เท่าเดิมยังผ่อนบ้านกับรถไม่ไหวแล้วจะหาเงินคืนได้ไงล่ะครับเนี่ย พี่นี่ใจถึงจริงทำใจไว้บ้างนะครับแต่ถ้าเอ็นดูน้องเค้าเป็นพิเศษอันนี้ก็พูดยาก..

เห็นด้วยครับ
รายได้ก็เยอะนะสำหรับพนักงานเงินเดือน แต่เงินเดือนเเค่นี้กล้าซื้อบ้าน ใจถึงจริงๆ เงินห้าหมื่นต้องเก็บอีกกี่เดือนจึงมีกลับมาคืน ถ้าต้องเลือกเก็บอย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับผมเลือกรถไว้นะเพราะต้องใช้หาตังค์ เเต่บ้านเสมือนกระปุกออมสินยังไม่พร้อมอย่าหาเรื่อง
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Korn Coconut ที่ มกราคม 24, 2013, 21:59:18
อันนารี มีพิษเพี้ยง สุริโย  ........

เคสนี้ เป็นผมจะอยู่ห่างๆครับ  :)
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: chat120912 ที่ มกราคม 24, 2013, 23:45:24
ผมมี case study มาเล่าให้ฟัง

เพื่อนพี่ผม จะออก vios เป็นรถคันแรก และ ต้องการคืนเงินภาษี 1 แสนบาท

วันก่อนออกรถ โทรมายืมเงินพี่ผม 1 แสนบาท เพื่อที่จะเอาไปดาวน์รถออกมา และเมื่อครบกำหนด 1 ปี รัฐจ่ายภาษีเงิน 1 แสนคืนให้ จึงจะนำเงินมาใช้คืนพี่ผม

รายได้คนยืมเงิน 14,000 บาทต่อเดือน
ผ่อนรถ 9 พันกว่าบาทต่อเดือน
ค่าน้ำมัน 4 พันกว่าบาทต่อเดือน
นี่ยังไม่ได้นับรวมค่าทางด่วน ค่ากิน ค่าโทรสัพ ค่าที่จอดรถ ที่ต้องจ่ายเลย

ตอนนี้ออกรถมาได้ 2 เดือนแล้ว

ผมเกรงว่าจะโดน ไฟแนน ยึดก่อนได้เงินภาษี 1 แสนบาทคืนนี่สิครับ

ผมล่ะสงสารมันจริงๆ -*-
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: Amaranthe ที่ มกราคม 25, 2013, 08:43:55
พี่ที่ทำงานผม ทวงเงินลูกหนี้ ซึ่งก็ทำงานที่เดียวกัน หลายรอบเขาก็ไม่ได้ซะที
จนเจ้าหนี้อายที่จะทวงไปเอง เลิกทวงแล้ว
หัวข้อ: Re: กรณีแบบนี้ ผมทำถูกไหม?(ขอโทษที่ทำให้รกเซิฟเวอร์ครับ)
เริ่มหัวข้อโดย: chamanow88 ที่ มกราคม 25, 2013, 11:00:13
ก็เงินภาษีมันล่อใจ
ปัญหามันอยู่ที่ผ่อนไม่ไหวครับ ถึงให้ยืม 5 หมื่นแล้วก็ยังไม่ไหวอยู่ดี ขายดาน์ดีกว่านะผมว่า ไม่ไหวก็ไม่ต้องอายใครหรอกคนเรามันล้มกันได้แต่เราต้องยอมรับความจริงแล้วสู้ต่อไป ขืนกัดฟันต่ออาจเจ็บหนักกว่าเิดิมก็ได้ครับ