Headlight Magazine : community

General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: MoO Cnoe ที่ มกราคม 09, 2020, 10:48:46

หัวข้อ: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: MoO Cnoe ที่ มกราคม 09, 2020, 10:48:46
Nissan เตรียมผลิต และ เปิดตัวเทคโนโลยี e-POWER ในไทย ปี 2020 นี้
รุ่นแรกคาดว่าจะเป็น All NEW Kicks e-POWER " ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
แต่เติมน้ำมันได้แบบรถปกติทั่วไป “

อ่านข้อมูลทั้งหมดได้ที่นี่
http://www.headlightmag.com/nissan-kicks-e-power-coming-soon-thailand-2020/

(https://www.img.in.th/images/1a979067477bb821bf638cf44434e7c8.jpg)
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: lunacy ที่ มกราคม 09, 2020, 10:54:00
ตัวไมเนอร์นี่ กระจกมองข้างย้ายไปไว้บนประตูใช่ไหมครับ

ดูมุมนี้ ก็ดูดีนะ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Sleepy Boy ที่ มกราคม 09, 2020, 10:54:37
ถ้ากล้าลงทุนขนาดนี้ ก็ขอให้ประสบความสำเร็จนะครับ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: deertesla ที่ มกราคม 09, 2020, 10:57:36
กระจังหน้าทรงฟันหนูยักษ์
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Koong ที่ มกราคม 09, 2020, 10:59:43
เมื่อก่อนก็จะตื่นเต้นนิดหน่อยกับระบบ e-power ของนิสสัน

แต่พอ honda เปิดตัว Accord hybrid  ดูรายละอียดของระบบ (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด)มันก็คล้ายกับ  e-power ของนิสสันคือเอาเครื่องยนต์มาปั่นไฟ แล้วให้มอเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อน. แต่ Accord เหนือกว่าตรงที่มีเกียร์รับกำลังจากเครื่องยนต์โดยตรงไปช่วยขับเคลื่อนได้ด้วยในบางเวลา
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Symphonic ที่ มกราคม 09, 2020, 11:00:54
ดูจากรูปนี้ หน้าตาก็ดูดีนี่นา
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: valent ที่ มกราคม 09, 2020, 11:01:15
เทียบกับพวกเครื่องยนต์ที่จ่ายพลังงานขับเคลื่อนโดยตรง
เจ้าตัวนี้จะได้กี่ กม./ล. ครับเนี่ย
ถ้าความประหยัดไม่ได้โดดเด่นจากรถในเซกเม้นต์เดียวกัน
กลัวว่าจะมาเพื่อดับอีก
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: AVANTGARDe' ที่ มกราคม 09, 2020, 11:02:09
ในรูปมัน KICKS โฉมอินเดียนี่ครับ
สรุปว่าบ้านเราได้โฉม P16 หรือ P15 กันแน่ครับเนี่ย
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: lexus ที่ มกราคม 09, 2020, 11:12:51
เทียบ
บน india
ล่าง usa
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: bluestone ที่ มกราคม 09, 2020, 11:17:04
เทียบกับพวกเครื่องยนต์ที่จ่ายพลังงานขับเคลื่อนโดยตรง
เจ้าตัวนี้จะได้กี่ กม./ล. ครับเนี่ย
ถ้าความประหยัดไม่ได้โดดเด่นจากรถในเซกเม้นต์เดียวกัน
กลัวว่าจะมาเพื่อดับอีก


คิดเหมือนกันเลยครับ ตอนที่ควรมาคือก่อนที่จะมีเครื่อง 1.0 turbo
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: O_o" ที่ มกราคม 09, 2020, 11:19:19
ดูทรงสเปคไทยคงมาแนวนี้
(http://community.headlightmag.com/index.php?action=dlattach;topic=73829.0;attach=65020;image)
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Symphonic ที่ มกราคม 09, 2020, 11:24:40
เทียบ
บน india
ล่าง usa

โห... ดูจากรูป spy shot ในบ้านเราแล้ว น่าจะโดนตัวล่าง usa น่ะสิครับ
ตัวสั้น ตูดสั้น กว่าตัว India พอควรเลย
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: gordonman ที่ มกราคม 09, 2020, 11:27:04
ถ้าประหยัดได้เท่า CH-R หรือมากกว่า ก็น่าจะเกิด (หมายถึงมีระบบความปลอดภัยมาครบๆ ด้วยนะ)

แรงม้าไม่เยอะเท่าไหร่ พอๆ กับ CH-R แต่แรงบิดดีทีเดียว แถมเป็น Instant เหมือนรถ EV ด้วย
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: U9WS ที่ มกราคม 09, 2020, 11:28:10
ใช้น้ำมันเครื่อง 0W-16 ไปเลยครับ รอบเครื่องเดินแค่ประมาณ 1000rpm แบบนี้
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Staples ที่ มกราคม 09, 2020, 11:30:29
เทียบ
บน india
ล่าง usa

โห... ดูจากรูป spy shot ในบ้านเราแล้ว น่าจะโดนตัวล่าง usa น่ะสิครับ
ตัวสั้น ตูดสั้น กว่าตัว India พอควรเลย

ประเทศไทยได้แบบอินเดียแหง ไม่ต้องสืบ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Symphonic ที่ มกราคม 09, 2020, 11:40:38
เทียบ
บน india
ล่าง usa

โห... ดูจากรูป spy shot ในบ้านเราแล้ว น่าจะโดนตัวล่าง usa น่ะสิครับ
ตัวสั้น ตูดสั้น กว่าตัว India พอควรเลย

ประเทศไทยได้แบบอินเดียแหง ไม่ต้องสืบ

งั้นเยี่ยมเลย ดูลงตัวกว่ากันเยอะ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Nui ที่ มกราคม 09, 2020, 11:50:28
จากรูปรถที่พรางตัว กระจกมองข้างไม่ได้อยู่บนตัวถัง
ถ้าดูจากรูปเทียบกันในอีกความเห็น  เป็นตัว USA รึเปล่า
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: punn ที่ มกราคม 09, 2020, 11:51:56
CHR แบต 1.44 kWh ตัวนี้ 1.5 kWh
กับเครื่องยนต์เล็กกว่า แต่ก็รอบต่ำสูงกว่า มอเตอร์แรงกว่า

คิดว่าพอเกิน 80 เครื่องต้องมีเร่งรอบเครื่องสันดาปขึ้นบ้าง

ประเมินคร่าวๆ ในเมืองกับนอกเมืองไม่เกิน 120 คงประหยัดกว่า CHR ครับ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Mr. RO ที่ มกราคม 09, 2020, 11:52:31
แบตเตอรี่ขนาด 1.5 kWhมันวิ่งได้แค่ 5-8 km เองมั้งมันก็ต้อง start เครื่องยนต์เป็นระยะๆปล่อยๆ
ผมว่าจะทำให้สิ้นเปลือง แถม ไม่พอสำหรับคนจะตีนหนักนิดๆเลย
สรุปแบบนี้จะไม่ประหยัดเท่าไร
ถ้าขนาดแบตเตอรี่ขนาดนี้ผมว่า e-power ไม่น่าใช้กว่า พวก เครื่อง turbo downsizing เท่าไรนะ
แต่ถ้าไว้แบตเตอรีเกิน 5 kWh ค่อยมาดูดีกว่านะสำหรับ e-power อ่ะ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: palma ที่ มกราคม 09, 2020, 11:59:00
อ้างจาก: headlighmag
เทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม B-SUV

    Honda HR-V : 4,294 x 1,772 x 1,605 มิลลิเมตร / ฐานล้อ 2,610 มิลลิเมตร
    Toyota C-HR : 4,360 x 1,795 x 1,565 มิลลิเมตร / ฐานล้อ 2,640 มิลลิเมตร
    Mazda CX-3 : 4,275 x 1,765 x 1,550 มิลลิเมตร / ฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร
    MG ZS : 4,314 x 1,809 x 1,652 มิลลิเมตร / ฐานล้อ : 2,585 มิลลิเมตร
    Nissan Kicks : 4,384 x 1,813 x 1,656 มิลลิเมตร / ฐานล้อ 2,673 มิลลิเมตร



มาทีหลังทำมิติมากว้างกว่าเขาเพื่อน

เรื่องเครื่องยนต์ เดินรอบคงที่ มีแบตเหมือนพลังสำรองไว้เวลาเร่งแซง พอแซงพ้น ก็เก็บไฟต่อ ถ้ายามเดินทางใช้กำลังไม่มาก

สำคัญที่รอบเครื่องคงที่ น่าจะคุมให้ประหยัดได้สุดๆ ในทุกการเคลื่อนไหว ยกเว้นเร็วมากๆจริงๆ

เขาคงคิดมาแล้วที่ความเร็วเดินทางที่ใช้งานประจำ 80-110 น่าจะประหยัดได้สุดๆ


เรื่องอัตราสิ้นเปลือง ถ้าอ้างจากการทดสอบ JC08

ที่มา https://www.carsales.com.au/editorial/details/nissan-note-e-power-2018-review-111177/

อ้างถึง
2017 Nissan Note e-POWER specs and pricing:
Price: $22,000 approx
Engine: 1.2-litre three-cylinder petrol
Motor: 40kW Electric motor
Battery: 1.5kWh
Fuel: 2.9L/100km (JC08)
CO2: N/A
Safety Rating: N/A



CHR hybrid
ค้นคร่าวๆได้ว่า มาตรฐาน JC08 ได้อัตราสิ้นเปลือง 30-31 กม/ลิตร

Note E-power 2017
มาตรฐาน JC08 ได้อัตราสิ้นเปลือง 33.33-34.48 กม/ลิตร

Kick E-power
ตามเวบนอกบอกว่า เป็น e-power ที่พัฒนาให้ดีขึ้น อาจจะประหยัดได้มากขึ้นกว่ารุ่นเดิม

เคยจดจ้องจะเช่า Note e-power ที่ญี่ปุ่น แต่ค่าตัวก็แพงกว่า Note ปกติ ไม่น้อยกว่า 40 % เลยไม่เอาดีกว่า

ถ้าได้ขับ น่าจะได้รับรู้ถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ดี
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: deertesla ที่ มกราคม 09, 2020, 12:34:21
แบตเตอรี่ขนาด 1.5 kWhมันวิ่งได้แค่ 5-8 km เองมั้งมันก็ต้อง start เครื่องยนต์เป็นระยะๆปล่อยๆ
ผมว่าจะทำให้สิ้นเปลือง แถม ไม่พอสำหรับคนจะตีนหนักนิดๆเลย
สรุปแบบนี้จะไม่ประหยัดเท่าไร
ถ้าขนาดแบตเตอรี่ขนาดนี้ผมว่า e-power ไม่น่าใช้กว่า พวก เครื่อง turbo downsizing เท่าไรนะ
แต่ถ้าไว้แบตเตอรีเกิน 5 kWh ค่อยมาดูดีกว่านะสำหรับ e-power อ่ะ
เห็นด้วยครับ ดูท่าจะไม่ประหยัดแล้วทั้งน้ำมันและค่าบำรุงรักษาที่มีทั้งเครื่องน้ำมันและเครื่องไฟฟ้า+แบต  ไปเอารถรุ่นอื่นดีกว่า
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Jacob ที่ มกราคม 09, 2020, 12:37:23
อัตราเร่งดี ประหยัดแค่ 20 โลลิตรก็น่าสนแล้ว
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: MisterDante ที่ มกราคม 09, 2020, 12:37:45
เทียบ
บน india
ล่าง usa

โห... ดูจากรูป spy shot ในบ้านเราแล้ว น่าจะโดนตัวล่าง usa น่ะสิครับ
ตัวสั้น ตูดสั้น กว่าตัว India พอควรเลย

ผมว่าบอดี้เท่ากันนะครับ
แต่เหมือนรูปล่างมันจอดเอียงนิดๆ
ก้นเอียงไปทางด้านขวาหน่อยๆ
เลยดูสั้นกว่า
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: No Trespassing ที่ มกราคม 09, 2020, 12:44:52
ถ่ายตอนอยู่ที่ Shenyang ครับ
ต่อให้เป็นตัวไมเนอร์ ก็ไม่ต่างกันเท่าไรมากนัก เพราะไฟท้ายเหมือนเดิม ไม่ได้เปลื่ยนเยอะเหมือน Note
ต่างกันแค่เรื่องกันชนท้าย กันชนหน้า กระจังหน้า ไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง และของจุกจิกอื่นๆเล็กน้อยเท่านั้น

ด้านหลัง
(https://uppic.cc/d/66z4)

ด้านหน้า
(https://uppic.cc/d/66zZ)[/url]

ด้านข้าง
(https://uppic.cc/d/66zk)[/url]
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: kiyokuka ที่ มกราคม 09, 2020, 12:50:19
Tesla 3 เฉลี่ย 6km/1kw
ตัวนี้อาจได้ถึง 7-8km/1kw จากน้ำหนักตัว และ ขนาดมอเตอร์ขับเคลื่อน
ขนาด 1.5kw อาจวิ่งได้ถึง 10-12km และชาร์จกลับคงราวๆ 1 นาที

ถ้าวิ่งที่
40km/h ชาร์จกลับทุกๆ 15 นาที
60km/h ชาร์จกลับทุกๆ 10 นาที
80km/h ชาร์จกลับทุกๆ 7.5 นาที
100km/h ชาร์จกลับทุกๆ 6 นาที
120km/h ชาร์จกลับทุกๆ 5 นาที

ก็ไม่ได้ถี่อะไรมากสำหรับผมนะครับ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Magl ที่ มกราคม 09, 2020, 12:52:13
บางท่านยังเข้าใจ e power ผิดๆหรือเปล่าครับ แบตน่าจะไว้ใช้แค่ส่วนนึงเท่านั้น หลักๆมันเหมือนรถจักรดีเซลไฟฟ้า ที่เครื่องยนต์มีหน้าที่ปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แล้วปล่อยกระแสลงมอเตอร์ขับล้อ เท่านั้นแต่มีแบตเตอรี่ไว้เก็บไฟก่อนจ่ายลงมอเตอร์ ทำให้ใช้เครื่องยนต์เล็กๆ ได้กำลังไฟพอเพียง ที่สำคัญเหมือนรถไฟ คือแรงบิดตอนต้นจะดีเหมือนรถไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ประมาณว่ามาไว แต่หมดไว เชื่อว่าความเร็วสูงสุดได้ไม่เร็วมาก มาไทยคนไม่ชอบอีก บ้านเราอยากได้ไฮบริดแต่เอาแรง ไม่สนใจค่ามลพิษใดๆ ทั้งที่ญี่ปุ่นรถพวกนี้จะช่วยเรื่องมลพิษได้เยอะกว่าเครื่องเทอร์โบ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: beston ที่ มกราคม 09, 2020, 13:13:52
เคยลองขับ serena e power ก็โอเคนะครับ ประหยัด แต่ไม่ได้แรงมากมาย อาจจะไม่ถูกใจสายซิ่ง รอบมาเลย ตามแบบมอเตอร์ไฟฟ้า ครับ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: delete ที่ มกราคม 09, 2020, 13:15:30
แบตเตอรี่ขนาด 1.5 kWhมันวิ่งได้แค่ 5-8 km เองมั้งมันก็ต้อง start เครื่องยนต์เป็นระยะๆปล่อยๆ
ผมว่าจะทำให้สิ้นเปลือง แถม ไม่พอสำหรับคนจะตีนหนักนิดๆเลย
สรุปแบบนี้จะไม่ประหยัดเท่าไร
ถ้าขนาดแบตเตอรี่ขนาดนี้ผมว่า e-power ไม่น่าใช้กว่า พวก เครื่อง turbo downsizing เท่าไรนะ
แต่ถ้าไว้แบตเตอรีเกิน 5 kWh ค่อยมาดูดีกว่านะสำหรับ e-power อ่ะ
เห็นด้วยครับ ดูท่าจะไม่ประหยัดแล้วทั้งน้ำมันและค่าบำรุงรักษาที่มีทั้งเครื่องน้ำมันและเครื่องไฟฟ้า+แบต  ไปเอารถรุ่นอื่นดีกว่า

ตรงนี้ อยากได้ข้อมูลว่ารอบเรื่องยนต์ที่ใช้สำหรับการชาร์จ จะอยู่ที่รอบเครื่องเท่าไหร่ ยังไง เช่น รอบ1000 ชาร์จได้กระแสเท่าไหร่ 2000 ได้กระแสเท่าไหร่  แบต1.5kwชาร์จเต็ม ใช้เวลากี่นาทีที่รอบเท่าไหร่ อะไรแบบนี้อ่ะครับ พอจะหาข้อมูลจากไหนได้มั่งครับ
ตอนที่ดูในคลิป 0-100 ในยูทูป เหมือนจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ครางดังขึ้นมาแรงพอควร(เพื่อชาร์จแบต) ฟังแล้วไม่น่าจะใช่รอบเดินเบา
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: jame894561 ที่ มกราคม 09, 2020, 13:28:20
สวยครับ ถ้าราคาต่ำกว่าคุ่แข่งหน่อยผมว่าขายดี  :-*
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Akara ที่ มกราคม 09, 2020, 13:39:17
รอราคา กับออปชั่น
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: sukhontha ที่ มกราคม 09, 2020, 13:46:52
แบตเตอรี่ขนาด 1.5 kWhมันวิ่งได้แค่ 5-8 km เองมั้งมันก็ต้อง start เครื่องยนต์เป็นระยะๆปล่อยๆ
ผมว่าจะทำให้สิ้นเปลือง แถม ไม่พอสำหรับคนจะตีนหนักนิดๆเลย
สรุปแบบนี้จะไม่ประหยัดเท่าไร
ถ้าขนาดแบตเตอรี่ขนาดนี้ผมว่า e-power ไม่น่าใช้กว่า พวก เครื่อง turbo downsizing เท่าไรนะ
แต่ถ้าไว้แบตเตอรีเกิน 5 kWh ค่อยมาดูดีกว่านะสำหรับ e-power อ่ะ
เห็นด้วยครับ ดูท่าจะไม่ประหยัดแล้วทั้งน้ำมันและค่าบำรุงรักษาที่มีทั้งเครื่องน้ำมันและเครื่องไฟฟ้า+แบต  ไปเอารถรุ่นอื่นดีกว่า

ตรงนี้ อยากได้ข้อมูลว่ารอบเรื่องยนต์ที่ใช้สำหรับการชาร์จ จะอยู่ที่รอบเครื่องเท่าไหร่ ยังไง เช่น รอบ1000 ชาร์จได้กระแสเท่าไหร่ 2000 ได้กระแสเท่าไหร่  แบต1.5kwชาร์จเต็ม ใช้เวลากี่นาทีที่รอบเท่าไหร่ อะไรแบบนี้อ่ะครับ พอจะหาข้อมูลจากไหนได้มั่งครับ
ตอนที่ดูในคลิป 0-100 ในยูทูป เหมือนจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ครางดังขึ้นมาแรงพอควร(เพื่อชาร์จแบต) ฟังแล้วไม่น่าจะใช่รอบเดินเบา

ผมเดานะ  ไดชาร์ตของมัน  ไม่น่าจะ ใช้แบบรถยนต์ทั่วไป    ถ้าแบบนั้น ยังไงก็ชาร์ตไม่ทัน  ดังนั้น  ไดชาร์ต น่าจะทั้งโวลท์-แอมป์สูงกว่ารถทั่ว ๆ ไป  ถึงจะชาร์ตได้ทัน
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Fly to dream ที่ มกราคม 09, 2020, 14:02:50
E power ไม่ใช่ Hybrid หรือ ไฟฟ้าล้วนแบบที่หลายคนเข้าใจนะครับ   ถ้าให้เห็นภาพก็หัวรถจักรของรถไฟครับ ดีเซล+ไฟฟ้า  ปั่นไฟให้ไฟฟ้าขับเคลื่อน
ยิ่งเหยียบมากก็ใช้น้ำมันมาก
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: liveshow ที่ มกราคม 09, 2020, 14:06:50
รอมันออกมาก่อนค่อยตัดสินกันดีกว่า จะเหยียบเมฆ นั่งทางในไป เดาผิด เดาถูก ไม่เห็นจะได้อะไรซักอย่างจากnissan เลย
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: blitzpao ที่ มกราคม 09, 2020, 14:08:42
ผมเข้าใจว่า E power มันเอาแบตไปขับเคลื่อนรถนะครับ ตัวเครื่องยนตร์แค่เอามาปั่นไฟเข้าแบตอีกที ซึ่งในความคิดผมเปลืองค่าบำรุงรักษาทั้งสองระบบสู้เอาเป็นแบบ Full EV ไปเลยดีกว่า
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: pladaek ที่ มกราคม 09, 2020, 14:26:29
ดูเหมือนจะมีคนไม่เข้าใจ E-Power อยู่นะ..

ผมมองว่า E-Power มันทำให้รถออกมาประหยัด
มันดีกว่า EV สำหรับประเทศที่สถานีชาร์จยังไม่ทั่วถึง
มันดีกว่ารถเครื่อยนต์เพียว ในเรื่องสมรรถนะการเร่งที่ดีกว่า

การดูแลระบบอาจจะเยอะขึ้น ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์
แต่เครื่องยนต์ใช้แค่รอบเดินเบา การบำรังรักษาอาจจะน้อยกว่า ระยะเสื่อมก็นานกว่า

คร่าวๆมันก็มีทั้งดีและด้อย แต่ผมมองว่ามันมีดีมากกว่าด้อย ของแบบนี้อยู่ที่จะถูกจริตใครมากกว่า
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอาจจะดีกว่ารถเครื่องยนต์เพียวๆในการใช้งานทางไกลไม่เยอะ
แต่ถ้าเป็นรถติดในกรุงเทพ น่าจะเห็นผลต่างกันเยอะพอสมควร
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Mp4_007 ที่ มกราคม 09, 2020, 16:17:34
แบตเตอรี่ขนาด 1.5 kWhมันวิ่งได้แค่ 5-8 km เองมั้งมันก็ต้อง start เครื่องยนต์เป็นระยะๆปล่อยๆ
ผมว่าจะทำให้สิ้นเปลือง แถม ไม่พอสำหรับคนจะตีนหนักนิดๆเลย
สรุปแบบนี้จะไม่ประหยัดเท่าไร
ถ้าขนาดแบตเตอรี่ขนาดนี้ผมว่า e-power ไม่น่าใช้กว่า พวก เครื่อง turbo downsizing เท่าไรนะ
แต่ถ้าไว้แบตเตอรีเกิน 5 kWh ค่อยมาดูดีกว่านะสำหรับ e-power อ่ะ
เห็นด้วยครับ ดูท่าจะไม่ประหยัดแล้วทั้งน้ำมันและค่าบำรุงรักษาที่มีทั้งเครื่องน้ำมันและเครื่องไฟฟ้า+แบต  ไปเอารถรุ่นอื่นดีกว่า

ตรงนี้ อยากได้ข้อมูลว่ารอบเรื่องยนต์ที่ใช้สำหรับการชาร์จ จะอยู่ที่รอบเครื่องเท่าไหร่ ยังไง เช่น รอบ1000 ชาร์จได้กระแสเท่าไหร่ 2000 ได้กระแสเท่าไหร่  แบต1.5kwชาร์จเต็ม ใช้เวลากี่นาทีที่รอบเท่าไหร่ อะไรแบบนี้อ่ะครับ พอจะหาข้อมูลจากไหนได้มั่งครับ
ตอนที่ดูในคลิป 0-100 ในยูทูป เหมือนจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ครางดังขึ้นมาแรงพอควร(เพื่อชาร์จแบต) ฟังแล้วไม่น่าจะใช่รอบเดินเบา

ผมเดานะ  ไดชาร์ตของมัน  ไม่น่าจะ ใช้แบบรถยนต์ทั่วไป    ถ้าแบบนั้น ยังไงก็ชาร์ตไม่ทัน  ดังนั้น  ไดชาร์ต น่าจะทั้งโวลท์-แอมป์สูงกว่ารถทั่ว ๆ ไป  ถึงจะชาร์ตได้ทัน
มันก็เหมือนรถไฮบริดทุกวันนี้แหละครับ  แบตก็ประมาณนีัแหละ หรือน้อยกว่านี้อีก มันก็ประหยัดนะ ต่อให้เหยียบตลอดมันก็ยังประหยัดกว่ารถใช้น้ำมันอยู่ดี  ถ้ารถติดๆจะยิ่งประหยัดกว่ารถสันดาปปกติเยอะเลย.   แค่หลักการทำงานมันต่างกัน แต่หลักๆมันก็คือรถไฮบริดนัันละ.
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: sedan lover ที่ มกราคม 09, 2020, 16:40:49
ขออนุญาตถามแบบคนไม่รู้นะครับ
ระบบ e-POWER ใน Nissan kicks กับ Accord Hybrid มันแตกต่างกันยังไงบ้างครับ?????
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: TORA ที่ มกราคม 09, 2020, 16:52:06
แบตเตอรี่ขนาด 1.5 kWhมันวิ่งได้แค่ 5-8 km เองมั้งมันก็ต้อง start เครื่องยนต์เป็นระยะๆปล่อยๆ
ผมว่าจะทำให้สิ้นเปลือง แถม ไม่พอสำหรับคนจะตีนหนักนิดๆเลย
สรุปแบบนี้จะไม่ประหยัดเท่าไร
ถ้าขนาดแบตเตอรี่ขนาดนี้ผมว่า e-power ไม่น่าใช้กว่า พวก เครื่อง turbo downsizing เท่าไรนะ
แต่ถ้าไว้แบตเตอรีเกิน 5 kWh ค่อยมาดูดีกว่านะสำหรับ e-power อ่ะ
เห็นด้วยครับ ดูท่าจะไม่ประหยัดแล้วทั้งน้ำมันและค่าบำรุงรักษาที่มีทั้งเครื่องน้ำมันและเครื่องไฟฟ้า+แบต  ไปเอารถรุ่นอื่นดีกว่า

ตรงนี้ อยากได้ข้อมูลว่ารอบเรื่องยนต์ที่ใช้สำหรับการชาร์จ จะอยู่ที่รอบเครื่องเท่าไหร่ ยังไง เช่น รอบ1000 ชาร์จได้กระแสเท่าไหร่ 2000 ได้กระแสเท่าไหร่  แบต1.5kwชาร์จเต็ม ใช้เวลากี่นาทีที่รอบเท่าไหร่ อะไรแบบนี้อ่ะครับ พอจะหาข้อมูลจากไหนได้มั่งครับ
ตอนที่ดูในคลิป 0-100 ในยูทูป เหมือนจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ครางดังขึ้นมาแรงพอควร(เพื่อชาร์จแบต) ฟังแล้วไม่น่าจะใช่รอบเดินเบา

ผมเดานะ  ไดชาร์ตของมัน  ไม่น่าจะ ใช้แบบรถยนต์ทั่วไป    ถ้าแบบนั้น ยังไงก็ชาร์ตไม่ทัน  ดังนั้น  ไดชาร์ต น่าจะทั้งโวลท์-แอมป์สูงกว่ารถทั่ว ๆ ไป  ถึงจะชาร์ตได้ทัน
มันก็เหมือนรถไฮบริดทุกวันนี้แหละครับ  แบตก็ประมาณนีัแหละ หรือน้อยกว่านี้อีก มันก็ประหยัดนะ ต่อให้เหยียบตลอดมันก็ยังประหยัดกว่ารถใช้น้ำมันอยู่ดี  ถ้ารถติดๆจะยิ่งประหยัดกว่ารถสันดาปปกติเยอะเลย.   แค่หลักการทำงานมันต่างกัน แต่หลักๆมันก็คือรถไฮบริดนัันละ.
เห็นด้วยครับ เหมือนพวก CHR, Altis Hybrid นั้นแหละ พวกนั้นยังประหยัด 20กว่า KM/L ได้เลย
แต่ค่อนข้างอืดเพราะใช้ Motor ตัวเล็กกว่า E-power ตั้งเยอะ แบตก็พอๆกัน
Spec เบนซิน 1.8 Hybrid

รหัส 2ZR-FXE DOHC 4 สูบแถวเรียง DOHC Atkinson cycle 16 วาล์ว VVT-i ขนาด 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 80.5 x 88.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor แรงดันไฟฟ้า 600 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Nickel metal Hydride (Ni-MH) แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์ 28 Modules 6.5 Ah =1.31kWh

แต่ E-Power ของ Nissan "มอเตอร์ไฟฟ้า EM57 High Power พละกำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 3,008 – 10,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 254 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,008 รอบ/นาที" แบตเตอรี่ 1.5 kWh
แรงกว่าพวก 1.8 Hybrid แน่ๆ ความประหยัดคงไม่ต่างกับของ Toyota มากหรอกครับ

ผมว่า 0-100 น่าจะกิน 1.5T ของ Civic ได้ด้วย แต่พอเกิน 150 Km/H คงโดนรถน้ำมันแซงหายไปเลย
เพราะน่าจะ Lock ความเร็ว ขนาดรถ EV แท้ๆอย่าง Kona,Leaf ยังขับเกิน 160 KM/H ไม่ได้

หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: TORA ที่ มกราคม 09, 2020, 16:57:43
ขออนุญาตถามแบบคนไม่รู้นะครับ
ระบบ e-POWER ใน Nissan kicks กับ Accord Hybrid มันแตกต่างกันยังไงบ้างครับ?????
ต่างตรงที่ Accord Hybrid ที่ความเร็วคงที่ จะมีการตัดต่อกำลังให้เครื่องยนต์มาหมุนล้อแทน Motor ด้วย
แต่ E-Power ใช้เครื่องยนต์เพื่อปั่นไฟอย่างเดียว ใช้ Motor ในการปั่นล้อเท่านั้น ไม่ว่าใช้ความเร็วเท่าไร
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: AgentMolder ที่ มกราคม 09, 2020, 17:01:55
ขออนุญาตถามแบบคนไม่รู้นะครับ
ระบบ e-POWER ใน Nissan kicks กับ Accord Hybrid มันแตกต่างกันยังไงบ้างครับ?????
Accord เครื่องยนต์จะต่อกับเพลาขับด้วย แต่หลักๆจะใช้เครื่องปั่นไฟ ไม่จับเพลา ปั่นไฟไปแบตลงมอเตอร์ ใช้มอเตอร์วิ่งเป็นหลัก แต่ถ้าต้องการอัตราเร่ง คลัชจะจับกับเครื่องยนต์ ช่วยกัน 2 แรง ทั้งเครื่องและแบต และเวลาวิ่งด้วยความเร็วสูงๆ เครื่องจะทำงานอย่างเดียว ทั้งหมุนเพลา ทั้งปั่นไฟ ดังนั้นเครื่องของ accord จะมีแค่เกียร์เดียวครับ เอาไว้ใช้ตอนวิ่งความเร็วสูง ระยะทางไกลๆ

แต่ของ Camry ทั้งเครื่องและมอเตอร์จะทำงานผสานกันตลอดเวลา ขับเคลื่อนไปพร้อมๆกันทั้งคู่ แบตเยอะ มอเตอร์ทำงาน เครื่องดับ เหยียบแรงหน่อย เครื่องก็ติดมาทำงานช่วยกัน ความเร็วสูงก็ปั่นทั้งคู่ ความเร็วสูงนิ่งๆ เผลอๆมีแต่แบตอย่างเดียว พอแบตลด ก็เครื่องติดมาช่วย

เอาตรงๆ Toyota เนี่ยเรียกว่า Hybrid ที่สุดแล้วครับ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: คนขับรถ ที่ มกราคม 09, 2020, 17:06:58
E-power ไม่ใช่ Hybrid

ที่เข้าใจมาตลอดคือ

E-power มีเครื่องยนตร์ใว้ปั่นไฟ(เป็น Generator)เพื่อชาร์จแบตฯเท่านั้น ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว

Hybrid เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนตร์ที่ใช้ขับเคลื่อนและมอเตอร์ไฟฟ้า

ทั้งสองแบบยังคงใช้เชื้อเพลิงหลักจากน้ำมันเหมือนกัน

ถ้าผิดก็ขออภัย  ;)
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Ivy Modernist ที่ มกราคม 09, 2020, 17:28:02
E-power ไม่ใช่ Hybrid

ที่เข้าใจมาตลอดคือ

E-power มีเครื่องยนตร์ใว้ปั่นไฟ(เป็น Generator)เพื่อชาร์จแบตฯเท่านั้น ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว

Hybrid เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนตร์ที่ใช้ขับเคลื่อนและมอเตอร์ไฟฟ้า

ทั้งสองแบบยังคงใช้เชื้อเพลิงหลักจากน้ำมันเหมือนกัน

ถ้าผิดก็ขออภัย  ;)

ตามนั้นเลยคับ ดังนั้นฟิลลิ่งการขับ ออกตัว อัตราเร่งจะเหมือนกับ BEV

พูดง่ายๆคือรถเติมน้ำมันที่ขับฟิล BEV
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: TeslaX ที่ มกราคม 09, 2020, 17:28:46
กลัวราคามาแบบ leaf คราวนี้จะได้กลับบ้านเก่ายกตระกูลเลย
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Nonlamer ที่ มกราคม 09, 2020, 17:36:50
e-POWER เคยสร้างความฮือฮาในบอร์ดเมื่อ Note เปิดตัวใหม่ๆ

มาตอนนี้จะยังฮือฮาอยู่มั้ยนะ   ;D
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: lay ที่ มกราคม 09, 2020, 18:03:34
เรื่องราคาผมว่านิสสันคงทำมาให้น่าสนใจอยู่แล้วครับ (โดยเฉพาะตัวเริ่มต้น(ผมว่ามีว้าวแน่ๆ(เหมือนอัลเมร่า))    อีกอย่าง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน   ด้วยนะครับ      ตัวนี้ก้เป็นอีก1ความหวังของนิสสันไทย ที่จะมากอบกู้สถานการณ์
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: NINENOI ที่ มกราคม 09, 2020, 19:12:50
แนวคิดน่าสนใจดีครับ ถ้าไปรถไฟฟ้าก็มีปัญหาการชาร์จ ตัวนี้ไม่ต้องกังวลเพราะเติมน้ำมันได้ตามปกติ รอดูรอเชียร์ครับ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Valsartan ที่ มกราคม 09, 2020, 19:31:49
ผมเข้าใจว่า E power มันเอาแบตไปขับเคลื่อนรถนะครับ ตัวเครื่องยนตร์แค่เอามาปั่นไฟเข้าแบตอีกที ซึ่งในความคิดผมเปลืองค่าบำรุงรักษาทั้งสองระบบสู้เอาเป็นแบบ Full EV ไปเลยดีกว่า

แต่ full ev ทุกวันนี้ยังไม่สะดวกวิ่งทางไกลเท่าไรครับ ไหนจะลำบากคนอยู่คอนโดอีก ผมว่า e-power ก็เป็นทางเลือกให้คนกลุ่มนี้ได้นะครับ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Deaw ที่ มกราคม 09, 2020, 20:34:08
epower ก็ดูมีความน่าใช้อยู่บ้าง แต่ติดที่ kicks มันไม่ค่อยสวย ถ้าวางในโมเดลอื่นๆ อาจน่าสนใจกว่านี้
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: blitzpao ที่ มกราคม 09, 2020, 20:39:03
ผมเข้าใจว่า E power มันเอาแบตไปขับเคลื่อนรถนะครับ ตัวเครื่องยนตร์แค่เอามาปั่นไฟเข้าแบตอีกที ซึ่งในความคิดผมเปลืองค่าบำรุงรักษาทั้งสองระบบสู้เอาเป็นแบบ Full EV ไปเลยดีกว่า

แต่ full ev ทุกวันนี้ยังไม่สะดวกวิ่งทางไกลเท่าไรครับ ไหนจะลำบากคนอยู่คอนโดอีก ผมว่า e-power ก็เป็นทางเลือกให้คนกลุ่มนี้ได้นะครับ

ใช่ครับทางไกลอาจจะยังไม่สะดวกต้องรอ Tesla มาลงทุนเครื่องชาร์ทและ รัฐบาลไทยแก้กฎระเบียบเรื่องไฟกระแสตรงก่อนไม่งั้นชาร์ทกันานแน่  ส่วนคนที่อยู่คอนโดนี้ลำบากจริงครับต้องพึงสถานีชาร์ทอย่างเดียวเลย Full EV อาจจะไม่เหมาะเท่าไหรแต่เดี๋ยวนี้มีหลายคอนโดเริ่มติดที่ชาร์ทในจอดรถแล้วนะครับ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Mr. RO ที่ มกราคม 09, 2020, 21:36:24
แบตเตอรี่ขนาด 1.5 kWhมันวิ่งได้แค่ 5-8 km เองมั้งมันก็ต้อง start เครื่องยนต์เป็นระยะๆปล่อยๆ
ผมว่าจะทำให้สิ้นเปลือง แถม ไม่พอสำหรับคนจะตีนหนักนิดๆเลย
สรุปแบบนี้จะไม่ประหยัดเท่าไร
ถ้าขนาดแบตเตอรี่ขนาดนี้ผมว่า e-power ไม่น่าใช้กว่า พวก เครื่อง turbo downsizing เท่าไรนะ
แต่ถ้าไว้แบตเตอรีเกิน 5 kWh ค่อยมาดูดีกว่านะสำหรับ e-power อ่ะ

ขอขยายความนะครับ  ไหนอุส่าห์ ทำเป็นรถไฟฟ้า ซึ่งตั้งชื่อว่า e-power นะผมไม่ได้คาดหวังแค่พลังกำลังที่อัตราเร่งจะดีขึ้น
แต่จริงๆที่หวังมากกว่าคือ การประหยัดพลังงานนะครับ 
ขนาดพวก ลด turbo downsizing อย่าง mazda2, City, Almera นี่ก็ 23-30 km/l
ผมก็คาดหวังว่า kick e-power ใช้งานจริงจะได้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง อย่างน้อย 22-25 km/l และถ้าได้มากกว่า 25km/l ก็ยิ่งดี  โดยที่จะยังปล่อยค่า CO2 ควรต่ำกว่าพวก EcoCar ด้วยก็จะดี  นั้นคือที่ผมคาดหวัง  ไม่ใช้บอกได้ 22 km/l แต่ต้องขับทางไกลแบบนั้นถึงจะได้อ่ะ แถมยังมีการปล่อย CO2 สูงกว่า EcoCar อีก
และที้บอกว่าแบตเตอรี่ควรมีขนาดใหญ่เพื่อ เครื่องยนต์แค่หยุดพัก 3-4 นาทีก็มาทำงานใหมอีกครั้งแบบนี้ตลอด ผมคาดหวังว่าให้เครื่องยนต์พักไปสัก 10-15 นาทีไปเลยก็จะดีเลยไหม
เพราะนั้นหมายถึงต่อระยะทางการเดินทางการใช้พลังงานเชื้อเพลิงน่าจะน้อยลงกว่าไหมเพราะไม่ต้องออกแรงเพื่อ restart  เครื่องยนต์ขึ้นใหม่ปล่อยๆซึ่งทุกครั้งที่ restart คือการต้องออกแรงมากในการเริ่มต้นให้เครื่องยนต์ทำงาน
และการมีขนาดแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นขนาด 5-10 kWh สมมติรถต้องขึ้นเขาทางชันยาวๆสัก4-5 km ก็สามารถขึ้นได้ถึงสบายโดยไม่จำเป็นต้อง  restart ใหม่เลยก็ได้
ถ้าออกมาการประหยัดไม่ได้ดีกว่า EcoCar turbo downsizing แบบนี้จะไปเลือกใช้  e-power ทำไมเมื่อประสิทธิภาพไม่ได้ดีเหนือกว่าชัดเจน
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: AVANTGARDe' ที่ มกราคม 10, 2020, 00:28:55
E-power ไม่ใช่ Hybrid

ที่เข้าใจมาตลอดคือ

E-power มีเครื่องยนตร์ใว้ปั่นไฟ(เป็น Generator)เพื่อชาร์จแบตฯเท่านั้น ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว

Hybrid เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนตร์ที่ใช้ขับเคลื่อนและมอเตอร์ไฟฟ้า

ทั้งสองแบบยังคงใช้เชื้อเพลิงหลักจากน้ำมันเหมือนกัน

ถ้าผิดก็ขออภัย  ;)

ตามนั้นเลยคับ ดังนั้นฟิลลิ่งการขับ ออกตัว อัตราเร่งจะเหมือนกับ BEV

พูดง่ายๆคือรถเติมน้ำมันที่ขับฟิล BEV
ถ้าจะนับE-powerว่าเป็นรถไฟฟ้าแบบ REEVก็ได้นะครับ
หรือถ้าจะบอกว่าเป็นรถไฮบริดก็ได้อีก เพราะมันก็คือ Series hybrid ดีๆนี่เอง
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Boyja ที่ มกราคม 10, 2020, 07:42:07
รอชมตัวจริงครับ ถ้าราคาน่าคบจะสะกิดเมียให้ถอยครับ  ;)
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: V221 ที่ มกราคม 10, 2020, 08:04:26
ผมเข้าใจว่า E power มันเอาแบตไปขับเคลื่อนรถนะครับ ตัวเครื่องยนตร์แค่เอามาปั่นไฟเข้าแบตอีกที ซึ่งในความคิดผมเปลืองค่าบำรุงรักษาทั้งสองระบบสู้เอาเป็นแบบ Full EV ไปเลยดีกว่า

แต่ full ev ทุกวันนี้ยังไม่สะดวกวิ่งทางไกลเท่าไรครับ ไหนจะลำบากคนอยู่คอนโดอีก ผมว่า e-power ก็เป็นทางเลือกให้คนกลุ่มนี้ได้นะครับ

ใช่ครับทางไกลอาจจะยังไม่สะดวกต้องรอ Tesla มาลงทุนเครื่องชาร์ทและ รัฐบาลไทยแก้กฎระเบียบเรื่องไฟกระแสตรงก่อนไม่งั้นชาร์ทกันานแน่  ส่วนคนที่อยู่คอนโดนี้ลำบากจริงครับต้องพึงสถานีชาร์ทอย่างเดียวเลย Full EV อาจจะไม่เหมาะเท่าไหรแต่เดี๋ยวนี้มีหลายคอนโดเริ่มติดที่ชาร์ทในจอดรถแล้วนะครับ
ระบบไฟฟ้าบ้านเรายังไม่ได้รองรับสถานีชาร์จขนาดใหญ่ครับ ผู้ว่ากฟภ.ยังปรารภกับผมเลยว่าต่อไปถ้ารถEVมีจำนวนมากจะเกิดปัญหาเรื่องแรงดันไฟฟ้ากระเพื่อมมากเพราะปัจจุบันหม้อแปลงไฟฟ้าในระบบจำหน่ายยังไม่สามารถปรับแรงดันไฟฟ้าขณะมีโหลดได้ ถ้าจะเปลี่ยนก็จะกระทบกับการลงทุนอย่างมหาศาล ในทำนองกลับกัน กฟน.ก็เริ่มจะทำSandboxเพื่อศึกษาผลกระทบกรณีที่บางหมู่บ้านมีการติดตั้งSolar rooftopเป็นจำนวนมากทำให้แรงดันไฟฟ้าในระบบสูงผิดปกติขณะที่่ไม่มีคนใช้ไฟตอนกลางวัน
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: TORA ที่ มกราคม 10, 2020, 09:34:52
แบตเตอรี่ขนาด 1.5 kWhมันวิ่งได้แค่ 5-8 km เองมั้งมันก็ต้อง start เครื่องยนต์เป็นระยะๆปล่อยๆ
ผมว่าจะทำให้สิ้นเปลือง แถม ไม่พอสำหรับคนจะตีนหนักนิดๆเลย
สรุปแบบนี้จะไม่ประหยัดเท่าไร
ถ้าขนาดแบตเตอรี่ขนาดนี้ผมว่า e-power ไม่น่าใช้กว่า พวก เครื่อง turbo downsizing เท่าไรนะ
แต่ถ้าไว้แบตเตอรีเกิน 5 kWh ค่อยมาดูดีกว่านะสำหรับ e-power อ่ะ

ขอขยายความนะครับ  ไหนอุส่าห์ ทำเป็นรถไฟฟ้า ซึ่งตั้งชื่อว่า e-power นะผมไม่ได้คาดหวังแค่พลังกำลังที่อัตราเร่งจะดีขึ้น
แต่จริงๆที่หวังมากกว่าคือ การประหยัดพลังงานนะครับ 
ขนาดพวก ลด turbo downsizing อย่าง mazda2, City, Almera นี่ก็ 23-30 km/l
ผมก็คาดหวังว่า kick e-power ใช้งานจริงจะได้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง อย่างน้อย 22-25 km/l และถ้าได้มากกว่า 25km/l ก็ยิ่งดี  โดยที่จะยังปล่อยค่า CO2 ควรต่ำกว่าพวก EcoCar ด้วยก็จะดี  นั้นคือที่ผมคาดหวัง  ไม่ใช้บอกได้ 22 km/l แต่ต้องขับทางไกลแบบนั้นถึงจะได้อ่ะ แถมยังมีการปล่อย CO2 สูงกว่า EcoCar อีก
และที้บอกว่าแบตเตอรี่ควรมีขนาดใหญ่เพื่อ เครื่องยนต์แค่หยุดพัก 3-4 นาทีก็มาทำงานใหมอีกครั้งแบบนี้ตลอด ผมคาดหวังว่าให้เครื่องยนต์พักไปสัก 10-15 นาทีไปเลยก็จะดีเลยไหม
เพราะนั้นหมายถึงต่อระยะทางการเดินทางการใช้พลังงานเชื้อเพลิงน่าจะน้อยลงกว่าไหมเพราะไม่ต้องออกแรงเพื่อ restart  เครื่องยนต์ขึ้นใหม่ปล่อยๆซึ่งทุกครั้งที่ restart คือการต้องออกแรงมากในการเริ่มต้นให้เครื่องยนต์ทำงาน
และการมีขนาดแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นขนาด 5-10 kWh สมมติรถต้องขึ้นเขาทางชันยาวๆสัก4-5 km ก็สามารถขึ้นได้ถึงสบายโดยไม่จำเป็นต้อง  restart ใหม่เลยก็ได้
ถ้าออกมาการประหยัดไม่ได้ดีกว่า EcoCar turbo downsizing แบบนี้จะไปเลือกใช้  e-power ทำไมเมื่อประสิทธิภาพไม่ได้ดีเหนือกว่าชัดเจน
ไม่ทราบได้เคยใช้รถ Hybrid บ้างหรือเปล่าครับ ที่เคลมว่าทำได้ถึง 20กว่าKm/l นี้ทำได้จริง
ในแทบจะทุกกรณีที่ขับรถเลยนะครับ ไม่ว่าจะเข้าสีลม สาธร สุขุมวิทช่วงที่รถติดหนักๆหรือฝนตก
หรือแม้แต่ออกทางไกลวิ่งต่างจังหวัด และปล่อยมลพิษตามที่แจ้งได้จริงๆ
และมีการนำพลังงานกลับไปใช้ได้ขณะที่เบรค หรือชลอรถ

ในขณะที่ รถที่คุณบอก EcoCar อย่าง mazda2, City, Almera ว่าได้ 23-30 km/l
ในกรณีที่ขับตามแบบที่ผมบอกข้างบนคือเจอรถติดทุกวันที่สีลม สาธร สุขุมวิท
ไม่สามารถทำได้จริงๆเลยนะครับ แล้วเพราะเรื่องมลพิษที่ไม่ให้เกินของ Ecocar phase2
ทำให้ต้องมี idle start/stop ถ้าใครเคยได้ใช้ก็ต้องบอกว่าอยากจะปิดมันทิ้งด้วยซ้ำ
เพราะมันทำให้แอร์ไม่เย็น และรำคาญที่เครื่องติดดับๆบ่อย และเป็นผลให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นด้วย
ยังไม่รวมถึงรถอย่าง Ecocar ที่ยังมีระบบเกียร์อยู่ ไม่ว่าจะเป็น CVT หรือ แบบปกติ
ถ้าเจอการใช้งานที่รถติดหนักๆ บ่อยๆทุกวัน เกียร์มีโอกาสกลับบ้านเก่าได้เร็ว อย่างที่หลายๆคนเจอกันอีก

ผมว่าแบตขนาด 1.4-1.8kWh กำลังดีแล้วสำหรับรถแบบนี้ เพราะ Motor ไฟฟ้าก็ไม่ได้แรงมากๆ
เหมือนรถ EV หรือพวก PHEV และมีกำลังเพียงพอที่ใช้ในเมืองและทางไกล เพราะยังไง
อัตราเร่ง 0-100 ต่ำกว่า 8.5 วิ แน่ๆ ก็คือเหลือๆ ถึงความเร็วปลายจะไม่เยอะมากแต่ก็เพียงพอกับ
การเดินทางไกลในบ้านเรา ที่ตอนนี้ถนนออกต่างจังหวัดเส้นไหนก็มีระบบตรวจจับความเร็วทั้งนั้น
และราคาก็สมเหตุสมผล ถ้าเสียแล้วต้องเปลี่ยนขึ้นมา ในขณะที่แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นขนาด 5-10 kWh
ลองคิดถึงราคาตอนมันเสียดูดิครับ หรือจริงๆก็เป็นเพราะ e-power ไม่ใช่รถแบบ PHEV
ที่สามารถเสียบชาร์จไฟได้ คิดดูสิว่าต้องติดเครื่องนานขนาดไหนเพื่อ เพื่อชาร์จแบตขนาด 10kWh
ให้ได้ถึง60-80% มันก็ไม่ได้ช่วยให้ประหยัดน้ำมันอยู่ดี แถมมลพิษสูงอีก
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: pjs6306 ที่ มกราคม 10, 2020, 10:23:06
เปิดขายช่วงเดือนไหนครับปีนี้ มีรถรอเปิดตัวใหม่ให้เลือกเยอะเลย
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: DriveOnly ที่ มกราคม 10, 2020, 10:28:41
แบตเตอรี่ขนาด 1.5 kWhมันวิ่งได้แค่ 5-8 km เองมั้งมันก็ต้อง start เครื่องยนต์เป็นระยะๆปล่อยๆ
ผมว่าจะทำให้สิ้นเปลือง แถม ไม่พอสำหรับคนจะตีนหนักนิดๆเลย
สรุปแบบนี้จะไม่ประหยัดเท่าไร
ถ้าขนาดแบตเตอรี่ขนาดนี้ผมว่า e-power ไม่น่าใช้กว่า พวก เครื่อง turbo downsizing เท่าไรนะ
แต่ถ้าไว้แบตเตอรีเกิน 5 kWh ค่อยมาดูดีกว่านะสำหรับ e-power อ่ะ

ขอขยายความนะครับ  ไหนอุส่าห์ ทำเป็นรถไฟฟ้า ซึ่งตั้งชื่อว่า e-power นะผมไม่ได้คาดหวังแค่พลังกำลังที่อัตราเร่งจะดีขึ้น
แต่จริงๆที่หวังมากกว่าคือ การประหยัดพลังงานนะครับ 
ขนาดพวก ลด turbo downsizing อย่าง mazda2, City, Almera นี่ก็ 23-30 km/l
ผมก็คาดหวังว่า kick e-power ใช้งานจริงจะได้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง อย่างน้อย 22-25 km/l และถ้าได้มากกว่า 25km/l ก็ยิ่งดี  โดยที่จะยังปล่อยค่า CO2 ควรต่ำกว่าพวก EcoCar ด้วยก็จะดี  นั้นคือที่ผมคาดหวัง  ไม่ใช้บอกได้ 22 km/l แต่ต้องขับทางไกลแบบนั้นถึงจะได้อ่ะ แถมยังมีการปล่อย CO2 สูงกว่า EcoCar อีก
และที้บอกว่าแบตเตอรี่ควรมีขนาดใหญ่เพื่อ เครื่องยนต์แค่หยุดพัก 3-4 นาทีก็มาทำงานใหมอีกครั้งแบบนี้ตลอด ผมคาดหวังว่าให้เครื่องยนต์พักไปสัก 10-15 นาทีไปเลยก็จะดีเลยไหม
เพราะนั้นหมายถึงต่อระยะทางการเดินทางการใช้พลังงานเชื้อเพลิงน่าจะน้อยลงกว่าไหมเพราะไม่ต้องออกแรงเพื่อ restart  เครื่องยนต์ขึ้นใหม่ปล่อยๆซึ่งทุกครั้งที่ restart คือการต้องออกแรงมากในการเริ่มต้นให้เครื่องยนต์ทำงาน
และการมีขนาดแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นขนาด 5-10 kWh สมมติรถต้องขึ้นเขาทางชันยาวๆสัก4-5 km ก็สามารถขึ้นได้ถึงสบายโดยไม่จำเป็นต้อง  restart ใหม่เลยก็ได้
ถ้าออกมาการประหยัดไม่ได้ดีกว่า EcoCar turbo downsizing แบบนี้จะไปเลือกใช้  e-power ทำไมเมื่อประสิทธิภาพไม่ได้ดีเหนือกว่าชัดเจน
ไม่ทราบได้เคยใช้รถ Hybrid บ้างหรือเปล่าครับ ที่เคลมว่าทำได้ถึง 20กว่าKm/l นี้ทำได้จริง
ในแทบจะทุกกรณีที่ขับรถเลยนะครับ ไม่ว่าจะเข้าสีลม สาธร สุขุมวิทช่วงที่รถติดหนักๆหรือฝนตก
หรือแม้แต่ออกทางไกลวิ่งต่างจังหวัด และปล่อยมลพิษตามที่แจ้งได้จริงๆ
และมีการนำพลังงานกลับไปใช้ได้ขณะที่เบรค หรือชลอรถ

ในขณะที่ รถที่คุณบอก EcoCar อย่าง mazda2, City, Almera ว่าได้ 23-30 km/l
ในกรณีที่ขับตามแบบที่ผมบอกข้างบนคือเจอรถติดทุกวันที่สีลม สาธร สุขุมวิท
ไม่สามารถทำได้จริงๆเลยนะครับ แล้วเพราะเรื่องมลพิษที่ไม่ให้เกินของ Ecocar phase2
ทำให้ต้องมี idle start/stop ถ้าใครเคยได้ใช้ก็ต้องบอกว่าอยากจะปิดมันทิ้งด้วยซ้ำ
เพราะมันทำให้แอร์ไม่เย็น และรำคาญที่เครื่องติดดับๆบ่อย และเป็นผลให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นด้วย
ยังไม่รวมถึงรถอย่าง Ecocar ที่ยังมีระบบเกียร์อยู่ ไม่ว่าจะเป็น CVT หรือ แบบปกติ
ถ้าเจอการใช้งานที่รถติดหนักๆ บ่อยๆทุกวัน เกียร์มีโอกาสกลับบ้านเก่าได้เร็ว อย่างที่หลายๆคนเจอกันอีก

ผมว่าแบตขนาด 1.4-1.8kWh กำลังดีแล้วสำหรับรถแบบนี้ เพราะ Motor ไฟฟ้าก็ไม่ได้แรงมากๆ
เหมือนรถ EV หรือพวก PHEV และมีกำลังเพียงพอที่ใช้ในเมืองและทางไกล เพราะยังไง
อัตราเร่ง 0-100 ต่ำกว่า 8.5 วิ แน่ๆ ก็คือเหลือๆ ถึงความเร็วปลายจะไม่เยอะมากแต่ก็เพียงพอกับ
การเดินทางไกลในบ้านเรา ที่ตอนนี้ถนนออกต่างจังหวัดเส้นไหนก็มีระบบตรวจจับความเร็วทั้งนั้น
และราคาก็สมเหตุสมผล ถ้าเสียแล้วต้องเปลี่ยนขึ้นมา ในขณะที่แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นขนาด 5-10 kWh
ลองคิดถึงราคาตอนมันเสียดูดิครับ หรือจริงๆก็เป็นเพราะ e-power ไม่ใช่รถแบบ PHEV
ที่สามารถเสียบชาร์จไฟได้ คิดดูสิว่าต้องติดเครื่องนานขนาดไหนเพื่อ เพื่อชาร์จแบตขนาด 10kWh
ให้ได้ถึง60-80% มันก็ไม่ได้ช่วยให้ประหยัดน้ำมันอยู่ดี แถมมลพิษสูงอีก

จากประสบการณ์ใช่รถ eco car, hybrid, plug in hybrid มา เห็นด้วยกับคุณ TORA ทั้งหมดเลยครับ แต่ขอเสริมเรื่องตัวเลขสิ้นเปลืองของ nissan march vs ct200h หน่อยนะครับ nissan march กินเยอะกว่าทุกสถาณการณ์ประมาณ 4-6 กิโลลิตร

และแบตเตอรี่ 5-10 kwh ใช้พลังงานชาร์จเข้านานมากกว่าจะเต็ม 330e ผมวิ่งเกือบชั่วโมงยังชาร์จไฟเข้าได้ไม่เต็ม 7kwh เลยครับ และกินน้ำมันเพื่อไปปั่นไฟมากกกก ดังนั้นถ้าไม่สามารถเสียบปลักไฟชาร์จได้ แบตประมาณ 1.5kwh ถือว่าเพียงพอต่อระบบนี้ครับ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: delete ที่ มกราคม 10, 2020, 11:57:30
กลัวราคามาแบบ leaf คราวนี้จะได้กลับบ้านเก่ายกตระกูลเลย

ใช่เลยครับ ถ้าทำราคาต่ำล้านได้(หรือสัก 9 แสน) ได้ ก็จะดี
แต่ถ้าไปถึง1.2 ล้าน ก็เอาไปขายที่อื่นเหอะ

เทียบกับอัลติสไฮบริด หรือ CHR ราคามันไม่ควรจะเกิน 2 ตัวนี้เลย
แต่ kick (รุ่นปกติ)วางระดับตัวรถและราคาไว้ ต่ำกว่า CHR ด้วย
ถ้าขายแพงเกินCHR  ก็ไม่คุ้มค่าที่จะซื้อ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: TeslaX ที่ มกราคม 10, 2020, 13:02:43
กลัวราคามาแบบ leaf คราวนี้จะได้กลับบ้านเก่ายกตระกูลเลย

ใช่เลยครับ ถ้าทำราคาต่ำล้านได้(หรือสัก 9 แสน) ได้ ก็จะดี
แต่ถ้าไปถึง1.2 ล้าน ก็เอาไปขายที่อื่นเหอะ

เทียบกับอัลติสไฮบริด หรือ CHR ราคามันไม่ควรจะเกิน 2 ตัวนี้เลย
แต่ kick (รุ่นปกติ)วางระดับตัวรถและราคาไว้ ต่ำกว่า CHR ด้วย
ถ้าขายแพงเกินCHR  ก็ไม่คุ้มค่าที่จะซื้อ

ขนาดอัลติสดั้มพ์ราคารุ่นล่างไฮบริดมา 9 แสน ยังแป๊กเลย
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: SM. ที่ มกราคม 10, 2020, 14:08:38
ราคา การจัดสรร option และวัสดุภายใน ถ้าทำมาดีๆ น่าจะเกิดได้แน่ คนรอ Nissan จะกลับมาเยอะอยู่นะ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: HHHsung ที่ มกราคม 10, 2020, 14:27:33
ถ้าบอกว่า e-power คือรถไฟฟ้า ที่แบกเครื่องปั่นไฟ ติดไปด้วยน่าจะเข้าใจง่ายขึ้น

แบตมีหน้าที่แค่ควบคุมไฟให้คงที่ เติมไฟในส่วนที่เจนจ่ายไม่ไหว และ เก็บไฟเมื่อเบรค คืนพลังงานกลับมา

จึงไม่จำเป้นต้องมีขนาดใหญ่ ขอให้เพียงพอ ยกเว้นขับที่ความเร็วสุงจะไม่ช่วยอะไร ดังนั้นรุ่นนี้เดาว่าน่าจะมีการคุมความเร็ว

การออกแบบๆ นี้ แม้เครื่องยนต์จะเป้นตัวเดียวกับรถไฮบริด แต่สภาวะการทำงานที่ราบเรียบกว่า

ย่อยให้การประหยัดไฟที่ดีกว่าครับ...........................

ปล. ในเรื่องต้นทุนราคา เทียบยาก เนื่องจากเครื่องยนต์อัลติสใหญ่กว่า แต่ขนาดมอเตอร์ e-power ใหญ่กว่า

เดาว่าราคาคงหนีกันไม่มาก 
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Sacrifice ที่ มกราคม 10, 2020, 23:23:40
e-power มันดีตรงไม่มีเกียร์ นี่แหละ

กระทืบไม่ต้องกลัว cvt พัง
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Mr. RO ที่ มกราคม 11, 2020, 20:09:34
แบตเตอรี่ขนาด 1.5 kWhมันวิ่งได้แค่ 5-8 km เองมั้งมันก็ต้อง start เครื่องยนต์เป็นระยะๆปล่อยๆ
ผมว่าจะทำให้สิ้นเปลือง แถม ไม่พอสำหรับคนจะตีนหนักนิดๆเลย
สรุปแบบนี้จะไม่ประหยัดเท่าไร
ถ้าขนาดแบตเตอรี่ขนาดนี้ผมว่า e-power ไม่น่าใช้กว่า พวก เครื่อง turbo downsizing เท่าไรนะ
แต่ถ้าไว้แบตเตอรีเกิน 5 kWh ค่อยมาดูดีกว่านะสำหรับ e-power อ่ะ


ขอขยายเพิ่มอีกนิด ผมไม่รู้ผมต้องเขียนให้ชัดขนาดไหน ที่ผมเทียบกับรถ EcoCar นี้คือรถรุ่นใหม่ที่เป็นเครื่อง Downsizing แล้ว หรือเครื่องมีประสิทธิภาพที่จูนจนประหยัดอย่าง มาสด้า 2 ที่คนหลายคนขับกันได้ถึง 30 km/l ไม่ได้พูดถึงรถ EcoCar เฟสหนึ่งเครื่องโบราณอย่างพวก Almera ตัวเก่า หรือ อย่าง March ตัวเก่า
จริงผมเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน อย่างที่ผมใช้ Ciaz ผมก็ขับได้เฉลี่ยราวๆ 17.5 km/l  ผมขับมาราวๆ เกือบ 2 เหมือนkmก็เติมน้ำมันไป ราวเกือบจะ 3หมื่นเอง
และที่อธิบายว่าทำไมถึงให้แบตใหญ่หน่อยก็อย่างอธิบายนะ เพื่อจะได้ให้ไม่ต้อง restart เครื่องยนต์บ่อยๆนะ และอีกอย่าง รอบในการที่ต้อง charge แบตเตอรี่ได้ไม่ต้องบ่อยๆด้วย เพราะเหมือนมือถือ ยิ่งเราชาร์ตบ่อยๆเท่าไร แบตเตอรี่ก็จะเสื่อมเร็วเท่านั้น
และโดยปกติการทำงานของแตเตอรี่ที่ดีควรทำงานในช่วงอุณหภูมิประมาณ 15-25 เซลเซียส  ถ้าต่ำ 0 หรืออุณหภูมิเกิน 35 ก็จะไม่ค่อยดี
และบ้านเราอุณหภูมิบนท้องถนนเฉลี่ยเท่าไรครับผมว่าจะเกิน 35 องศานะครับ
ฉะนั้นการให้พยายาม recharge บ่อยๆที่อุณหภูมืสูงขนาดนั้นย่อมมีผลต่อค่าความเสื่อมของแบตเตอรี่เร็วขึ้นอย่างชัดเจนแน่นอน
ผมว่าคนออกแบบเขาลืมนึกถึงข้อมูลพวกนี้ไปด้วยนะ ซึ่งหมายถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ต้องโดยชาร์ตบ่อยๆ และต้องอยู่ในที่อุณหภูมิบนท้องถนนแบบบั้นเราแบเตเตอรี่คงได้เสื้อมเร็วขึ้นแน่นอนครับ เพราะแบตเตอรี่ในระบบ e-power นี้ต้องถูกใช้งานอยู่ตลอดเวลาอย่างแน่นอน
และคงมีคนถ่ามว่าแล้วพวก HEV ไม่เจอปัญหาเหรอ ผมว่าเขาก็คงเจอเหมือนกัน แต่รถราคามันสูงอยู่แล้วนะครับ จะต้องมาเปลี่ยนแบตกันก็คงเรื่องธรรมดานะ และมันก็มีเครื่องยนต์อยู่แล้ว แค่ดูประหยัดน้อยลงเท่านั้น คงไม่รู้สึกเท่าไร
แต่ในแง่ของ e-power หรือ REEV ผมว่าคนใช้ส่วนใหญ่คงเน้นการประหยัดหรือต้นทุนราคาเป็นหลัก ต่างกับพวก HEV ก่อนหน้านี้ที่ราคาสูงและให้ประหยัดเพิ่มอีกหน่อยก็ดี แต่ราคารถจะต่างกันและคนใช้จะ sensitive กับค่าใช้จ่ายต่างกันนะครับ คือมันคนละตลาดอ่ะ
และอีกอย่างเพื่อประสิทธิภาพกรณีสมมติต้องขับขึ้นเขาระยะทางยาวๆหน่อยจะได้มีกำลังไม่จะขับรถขึ้นดอยสุเทพ หรือ ดอยอ่างขางต้องมาชาร์ตเครื่องตลอดเส้นทาง ทำให้เกิดมลพิษบนดอยอีกเยอะแยะ
และอีกอย่างผมว่าราคาแบตเตอรี EV มีแต่ละลดลงทุกๆปีนะ อย่างเมื่อปี 2019 เขาก็ว่าราคาแบตเตอรี EV ก็ลงมาถึง 145$ ต่อ kWh แล้ว
สมมติอีกถ้าผมใช้แบตเอรี่สัก 5 kWh เนือ้จากก้อนมันใหญ่อาจจะต้อง recharge ทุกระะยะการวิ่ง 25-30 km สมมติแบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมลงเหลือ ประสิทธิภาพ 60% เมื่อถูกชารต์ไปสัก 5000 รอบนะครับนั้น นั้คือก็วิ่งไปสัก 100000 km  อย่างผมใช้รถปีละ 10000 km นั้นคือผมใช้รถสัก 10 ปีต่อยมาเปลี่ยนเจ้าแบตเตอรี EV และสมมติแบตเอตรี่อีก 10 ปีราคาลดลงเหลือ  70 $ kWh นั้นคือ 5 kWh ก็แค่ 350$ หรือราว 10,000 บาทผมก็ยินดีจ่ายนะเะพราะ 10 ปีแล้ว
แต่ในขณะที่ ถ้าแบตขาด 1.5 kwh มันวิ่งได้ 8 km ก็ต้องชาร์ตแล้ว ถ้าสมมติคิดที่รอบการขาร์ต 5000 รอบ นะนั้นคือแค่ราว 40,000 km ประสิทธิภาพอาจเหลือแค่ 60% และในมุมผมคือต้องเปลี่ยนแล้ว ถ้าคนใช้เยอะอาจแค่ 2 ปีนะ และวันนั้นราคาแบตเตอรี่อาจอยู่ราว 115$ / kWh นั้นคือ 2 ก็ต้องเปลี่ยนแบตแล้วไม่แพงครับราว 3,500 แต่อีก 2 ปีก็ต้องเปลี่ยนอีก 3,000 และอีก 2 ปี เปลี่ยนอีก 2500 และอีก 2ปี เปลี่ยนอีก 2000 และอีก 2ปีเปลี่ยนอีก  1500  แต่นั้นคือค่าของนะครับ ไม่รวบค่าเสียเวลาและค่าแรงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วยระหว่างทาง รวมถึงประสิทธิภาพโดยรวม ของการมีแบตก้อนใหญ่กว่าที่จะดีกว่ามากๆ รวมถึงการที่อาจจะเกิดมลพิษจากการต้องไปฉุดให้เครื่องยนต์เดิมเครื่องที่น้อยครั้งกว่า นั้นคือเกิดมลพิษที่น้อยกว่าด้วย และรวมถึงประสิทธิภาพในการใช้งานในช่วงที่จำเป็นต้องใช้กำล้งอย่างต่อเนื่องได้ยาวนานกว่าอย่างเช่นช่วงที่ขึ้นเขา หรือมีการแบกน้ำหนักที่มากขึ้นด้วย หรืออาจมีจังหวะที่ต้องเร่งแซงที่ไกลกว่าเช่นเร่งแซงขบวนที่ยาวๆรถพ่วง 3-4 คันได้อย่างสบายใจ แบบนี้เป็นต้นนะครับ
ส่วนตัวนะคือ ถ้าการปะรหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้ดีกว่า mazda 2 ได้นะ ก็ยากที่จะโน้มน้เาวให้คนประโยชน์ที่จะต้องใช้รถอย่าง e-power ยกเว้นจะขายถูกกว่านะ ซึ่งผมคิดว่า nissan ไม่น่าจะกล้าทำราคาแบบนั้น  เพราะ อย่าลืมคุณกำลังจะเปิดสิ่งใหม่ ที่คนกลุ่มใหม่จะไปใช้อาจต้องเสี่ยงนะ เพราะ การขาดบุคลากร หรือความคุ้นเคยของคนในสังคมนะครับ
ส่วนตัวนะผมชอบแนวคิด e-power ครับมันเหมาะกับเมืองไทย
แต่จริงอยากใ้ห้ BOI บอกเลยจะลดภาษีให้เท่ารถ EV ไปเลยถ้าปล่อยมละิษต่ำ และเครื่องยนต์รองรับพวก น้ำมันพืชได้ดีเช่นรองรับพวก E85, B100 อะไรแบบนี้อ่ะ เะพราะในยามสินค้าเกษตรราคาตกต่ำในข่วงใด ก็ให้รัฐให้คนมาใช้พลังงานพวกนี้ได้ง่ายขึ้น เพราะเรามีรถที่มีเครื่องยนต์รองรับนะครับ  และมันง่ายกว่าอยู่แล้ว เพราะถ้าสามารถทำให้เครื่องยนต์ทำงานที่รอบค่อนข้างคงที่นะ การจะออกแบบเครื่องยนต์พวกนี้น่าจะง่ายขึ้นด้วยหรือเปล่านะ  แต่เพียงแต่ตอนี้ทางรัฐยังไ่ม่ได้มีมาตรการตรงนี้นะ ก็หวังในอนาคตจะเล็งเห็นกันนะ
แต่ถ้าสมมติ ด้วยตัว e-power ราคาไม่ได้ดีกว่ารถอย่างของ mazda2  หรือ แนว almera ใหม่ของ nissan เอง ก็ต้องถามนะ
ทำไมคนต้องมาใช้ e-power ในเมื่อต้องเสี่ยงกับที่ส่ิ่งที่ไม่คุ้นเคย เช่นเกิดไปเจอปัญหาในต่างจังหวัด หรือบนดอย และรถไม่ได้ประหยัดหรือถูกกว่าเห็นๆ  ภามหน่อยทำไมต้องซื้อ e-power ใช้ครับ ซื้อรถอย่าง mazda2 หรือ  almera เครื่อง 1.0 ก็พอไหมครับ
นี้คือจุดที่พูดว่าทำไมควรจะทำให้แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นไปเลยนะครับอักนิดนะครับ

ขอขยายความนะครับ  ไหนอุส่าห์ ทำเป็นรถไฟฟ้า ซึ่งตั้งชื่อว่า e-power นะผมไม่ได้คาดหวังแค่พลังกำลังที่อัตราเร่งจะดีขึ้น
แต่จริงๆที่หวังมากกว่าคือ การประหยัดพลังงานนะครับ 
ขนาดพวก ลด turbo downsizing อย่าง mazda2, City, Almera นี่ก็ 23-30 km/l
ผมก็คาดหวังว่า kick e-power ใช้งานจริงจะได้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง อย่างน้อย 22-25 km/l และถ้าได้มากกว่า 25km/l ก็ยิ่งดี  โดยที่จะยังปล่อยค่า CO2 ควรต่ำกว่าพวก EcoCar ด้วยก็จะดี  นั้นคือที่ผมคาดหวัง  ไม่ใช้บอกได้ 22 km/l แต่ต้องขับทางไกลแบบนั้นถึงจะได้อ่ะ แถมยังมีการปล่อย CO2 สูงกว่า EcoCar อีก
และที้บอกว่าแบตเตอรี่ควรมีขนาดใหญ่เพื่อ เครื่องยนต์แค่หยุดพัก 3-4 นาทีก็มาทำงานใหมอีกครั้งแบบนี้ตลอด ผมคาดหวังว่าให้เครื่องยนต์พักไปสัก 10-15 นาทีไปเลยก็จะดีเลยไหม
เพราะนั้นหมายถึงต่อระยะทางการเดินทางการใช้พลังงานเชื้อเพลิงน่าจะน้อยลงกว่าไหมเพราะไม่ต้องออกแรงเพื่อ restart  เครื่องยนต์ขึ้นใหม่ปล่อยๆซึ่งทุกครั้งที่ restart คือการต้องออกแรงมากในการเริ่มต้นให้เครื่องยนต์ทำงาน
และการมีขนาดแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นขนาด 5-10 kWh สมมติรถต้องขึ้นเขาทางชันยาวๆสัก4-5 km ก็สามารถขึ้นได้ถึงสบายโดยไม่จำเป็นต้อง  restart ใหม่เลยก็ได้
ถ้าออกมาการประหยัดไม่ได้ดีกว่า EcoCar turbo downsizing แบบนี้จะไปเลือกใช้  e-power ทำไมเมื่อประสิทธิภาพไม่ได้ดีเหนือกว่าชัดเจน
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Newhang ที่ มกราคม 11, 2020, 20:37:58
ครั้งนี้ไม่รุ้ขายฝันอีกรึเปล่า
จำได้แม่นคราวที่แล้ว note e power โชคดีไม่ไม่คิดซื้อนิสสันเลยไม่รอ นึกไม่ออกถ้าคนรอ คงเสียใจ

ขอบคุณที่ รอออออออ เวลาพิสูจน์แล้วว่าเหมาะสมกับนิสสันที่ตะใช้พูดกับลูกค้าเค้าจริงๆ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: pikara ที่ มกราคม 12, 2020, 10:13:40
ระบบ e-power ก็ว่ากันไป
 
GC 205นี่ สูงดีทีเดียว
ขอ option กลุ่มSafety ครบๆ
ถุงลม  abs ebd ba trc vscเป็นอย่างน้อย

ตอน JUKE option กลุ่ม Safetyน้อยมาก จนไม่กล้าซื้อ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Sky5599 ที่ มกราคม 13, 2020, 21:54:49
เอาประสบการ์ณ เท่าที่ทดลองเช่าขับ Note e power เมื่อปีก่อน ที่ฮอกไกโด ทางขึ้นเขาเป็นส่วนใหญ่

ผมว่าอัตราเร่งช่วงแรกดีมากๆครับ ไม่ต้องรอ เทียบกับ 1800 ที่ใช้อยู่นะครับ

เรื่องประหยัดน้ำมัน วิ่งจริง ขึ้นเขา ลงเขา ในเมือง ระยะทางจบทริปประมาณ 1000 กว่ากิโล ความเร็วสูงสุดเฉลี่ย 90 -​100 มี110 บางก็ช่วงสั้นๆ ไม่ใช่รถทำไม่ได้แต่กลัวผิดกฏหมายเพราะปกติที่ญี่ปุ่น 90 ก็เร็วแล้วครับ กล้องเพียบ เฉลี่ยเติม 2รอบ ได้ประมาณ 21 กิโลลิตร ครับ ผมว่าประหยัดมากนะครับถ้าเทียบกับรุ่นอื่น ปกติที่บอกกับขับจริง ขับจริงกินน้ำมันมากกว่าอยู่แล้ว เติมครั้งวิ่งได้ ประมาณ 650-700 โล

ทึ่สังเกตเครื่องเงียบมากๆ ตอนจอดแล้วจะถอยรถงี้บางทีไม่ได้ยินเสียงเลยถ้าตอนใช้แบตนะ  ถ้าทั่วไปเสียงเครื่องไม่ดังเลย แต่ จะดังตอนขึ้นทางชันมากๆ และแบตเหลือน้อยๆ เหมือนต้องปั่นไฟ ให้มอเตอร์เพิ่ม แต่ก็เกิดแบบนั้นน้อยมาก

แรงขึ้นเขานี้เหลือมาก ส่วนลงเขาชันๆ เปลี่ยนเกียร์ให้ปั่นไฟเพิ่มนี่ แทบไม่ต้องเหยียบเบรคเลย

option อื่น เช่นไฟหน้าต่ำ อัตโนมัติเมื่อรถสวนก็ชอบ

สรุปชอบมาก จนรอซื้อครับถ้าไม่แพงมาก จริงๆอยากได้ EV มากแต่แพงอะและหาที่ชาร์ทลำบาก 555
ต้องลองครับแล้วจะชอบครับ ไม่เหมือน ยี่ห้ออื่น
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: Symphonic ที่ มกราคม 13, 2020, 23:05:58
เอาประสบการ์ณ เท่าที่ทดลองเช่าขับ Note e power เมื่อปีก่อน ที่ฮอกไกโด ทางขึ้นเขาเป็นส่วนใหญ่

ผมว่าอัตราเร่งช่วงแรกดีมากๆครับ ไม่ต้องรอ เทียบกับ 1800 ที่ใช้อยู่นะครับ

เรื่องประหยัดน้ำมัน วิ่งจริง ขึ้นเขา ลงเขา ในเมือง ระยะทางจบทริปประมาณ 1000 กว่ากิโล ความเร็วสูงสุดเฉลี่ย 90 -100 มี110 บางก็ช่วงสั้นๆ ไม่ใช่รถทำไม่ได้แต่กลัวผิดกฏหมายเพราะปกติที่ญี่ปุ่น 90 ก็เร็วแล้วครับ กล้องเพียบ เฉลี่ยเติม 2รอบ ได้ประมาณ 21 กิโลลิตร ครับ ผมว่าประหยัดมากนะครับถ้าเทียบกับรุ่นอื่น ปกติที่บอกกับขับจริง ขับจริงกินน้ำมันมากกว่าอยู่แล้ว เติมครั้งวิ่งได้ ประมาณ 650-700 โล

ทึ่สังเกตเครื่องเงียบมากๆ ตอนจอดแล้วจะถอยรถงี้บางทีไม่ได้ยินเสียงเลยถ้าตอนใช้แบตนะ  ถ้าทั่วไปเสียงเครื่องไม่ดังเลย แต่ จะดังตอนขึ้นทางชันมากๆ และแบตเหลือน้อยๆ เหมือนต้องปั่นไฟ ให้มอเตอร์เพิ่ม แต่ก็เกิดแบบนั้นน้อยมาก

แรงขึ้นเขานี้เหลือมาก ส่วนลงเขาชันๆ เปลี่ยนเกียร์ให้ปั่นไฟเพิ่มนี่ แทบไม่ต้องเหยียบเบรคเลย

option อื่น เช่นไฟหน้าต่ำ อัตโนมัติเมื่อรถสวนก็ชอบ

สรุปชอบมาก จนรอซื้อครับถ้าไม่แพงมาก จริงๆอยากได้ EV มากแต่แพงอะและหาที่ชาร์ทลำบาก 555
ต้องลองครับแล้วจะชอบครับ ไม่เหมือน ยี่ห้ออื่น

ว่าจะหาโอกาสเช่าขับ e-power แต่ก็ไม่มีโอกาสซะที เพราะคนเกินที่นั่งรถน่ะครับ
ขอแชร์ ปสก เช่า corolla fielder wagon hybrid ที่ okinawa ครับ 
นั่งกันทั้งหมด 4 คน พร้อมกระเป๋าเดินทาง 4 ใบ และ handbag อีก 4 ก็ร่วมๆ
100 กก.ได้

ใข้ 5 วันครับ วิ่งไปราวๆ 550 กม. เติมน้ำมันกลับครั้งเดียวตอนคืนรถ 24 ลิตร
ก็ตกราวๆ 22.9 กม/ลิตร นะครับ อย่างนี้  ถือว่าประหยัดกว่าแล้วล่ะ  เพราะตัวรถ
Fielder นี่หนักกว่า note แน่ๆ แล้วยังแบกคนกับของตลอดทริปอีก ตัวรถคันที่ผมได้มา
ก็ไม่ใหม่อ่ะครับ วิ่งไปสี่หมื่นกว่ากม. และดูโทรมอยู่ แถมวิ่งแบบติดไฟแดงเยอะ
ขึ้นเขา ลงเขาตลอดอ่ะครับ รถไม่จัดว่าแรงนะ แต่ก็ไม่อืด อันนี้คิดว่า e-power
น่าจะให้อัตราเร่งดีกว่า ส่วนพวก lane watch , Auto high beam ก็ดีอยู่ครับ

ปล. ถ้าใครไปเที่ยว okinawa แนะนำรถเช่าของ OTS นะครับ ราคาดีเลยล่ะ
หัวข้อ: Re: // Nissan Kicks e-POWER เตรียมผลิต และ เปิดตัวในไทย ปี 2020 นี้ ! //
เริ่มหัวข้อโดย: palma ที่ มกราคม 14, 2020, 14:00:41
เอาประสบการ์ณ เท่าที่ทดลองเช่าขับ Note e power เมื่อปีก่อน ที่ฮอกไกโด ทางขึ้นเขาเป็นส่วนใหญ่

ผมว่าอัตราเร่งช่วงแรกดีมากๆครับ ไม่ต้องรอ เทียบกับ 1800 ที่ใช้อยู่นะครับ

เรื่องประหยัดน้ำมัน วิ่งจริง ขึ้นเขา ลงเขา ในเมือง ระยะทางจบทริปประมาณ 1000 กว่ากิโล ความเร็วสูงสุดเฉลี่ย 90 -​100 มี110 บางก็ช่วงสั้นๆ ไม่ใช่รถทำไม่ได้แต่กลัวผิดกฏหมายเพราะปกติที่ญี่ปุ่น 90 ก็เร็วแล้วครับ กล้องเพียบ เฉลี่ยเติม 2รอบ ได้ประมาณ 21 กิโลลิตร ครับ ผมว่าประหยัดมากนะครับถ้าเทียบกับรุ่นอื่น ปกติที่บอกกับขับจริง ขับจริงกินน้ำมันมากกว่าอยู่แล้ว เติมครั้งวิ่งได้ ประมาณ 650-700 โล

ทึ่สังเกตเครื่องเงียบมากๆ ตอนจอดแล้วจะถอยรถงี้บางทีไม่ได้ยินเสียงเลยถ้าตอนใช้แบตนะ  ถ้าทั่วไปเสียงเครื่องไม่ดังเลย แต่ จะดังตอนขึ้นทางชันมากๆ และแบตเหลือน้อยๆ เหมือนต้องปั่นไฟ ให้มอเตอร์เพิ่ม แต่ก็เกิดแบบนั้นน้อยมาก

แรงขึ้นเขานี้เหลือมาก ส่วนลงเขาชันๆ เปลี่ยนเกียร์ให้ปั่นไฟเพิ่มนี่ แทบไม่ต้องเหยียบเบรคเลย

option อื่น เช่นไฟหน้าต่ำ อัตโนมัติเมื่อรถสวนก็ชอบ

สรุปชอบมาก จนรอซื้อครับถ้าไม่แพงมาก จริงๆอยากได้ EV มากแต่แพงอะและหาที่ชาร์ทลำบาก 555
ต้องลองครับแล้วจะชอบครับ ไม่เหมือน ยี่ห้ออื่น

เล็ง note e-power เหมือนกันตอนเช่าที่ญี่ปุ่น แต่ราคาค่าเช่าก็สูงกว่า Note ธรรมดาอยู่ 25-30%(เช่า 5 วัน ส่วนต่าง 2200 บาท) ก็เลยไม่ได้เช่าเสียที  ได้แต่ mazda2, Note, Swift, Noah, Serena (ถ้าคนเยอะ 5-6 คน)

Note ธรรมดา เช่าขับ 1200 กม. วิ่งในเมือง นอกเมือง บนด่วนมี 80-120-130 แล้วแต่จังหวะ ตอนเร็วๆก็ตามๆเจ้าถิ่นไป เป็นช่วงๆ แต่วิ่งนำเดี่ยวๆ ไม่ได้

สรุปรวมๆกินราว 15-16 กม/ลิตร ครับ เทียบกับค่าเช่า 9 พันกว่า กับ 1.1 หมื่นบาท น่าจะคุ้มกว่าลงทุนเช่า e-power เพื่อจะเอาประหยัดน้ำมัน

น้ำมัน regular ลิตรละ 126-130 เยน ตก 38 บาท/ลิตร (บ้านเรามี E20 ราคาน่ารักกว่าเยอะครับ)

E-power 22 กม/ลิตร = 1.73 บาท/กม

Note ธรรมดา 15 กม/ลิตร = 2.53 บาท/กม

วิ่ง 1200 กม ส่วนต่าง กม ละ 0.8 บาท/กม. = 964 บาท

สรุป Note e-power
- ค่าเช่าแพงกว่า 2200 บาท(เช่า 5 วัน)
- จ่ายค่าน้ำมันถูกกว่า 964-1000บาท (วิ่งระยะทาง 1200 กม.)

รวมๆ e-power ค่าใช้จ่ายมากกว่า ราว 1000 บาท (5 วัน/1200 กม.)