Headlight Magazine : community

General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: prsps ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 11:05:15

หัวข้อ: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: prsps ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 11:05:15
สอบถามหน่อยครับ การสึกหรอของรถยนต์ 2 (ดีเซลเทอร์โบ) การขับขี่นี้อะไรจะเสื่อมไวกว่ากัน
1. ขับรถเร็ว 120-160 ไม่ขับในที่ที่รถติด รถ 2ปี ไมล์ 80,000km
2. ขับในเมือง ขยับบ้างไม่ขยับบ้าง รถ 2ปี ไมล์ 28,000km

และอย่างที่ 1 และ 2 อะไหล่ส่วนไหนจะเสื่อมและหมดอายุการใช้งานก่อน
หัวข้อ: Re: การสึกหลอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: wa330 ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 11:20:09
ถ้า2แบบนี้ผมให้พอๆกัน
หัวข้อ: Re: การสึกหลอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: kez ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 11:22:16
 
 ขึ้นอยู่กับวิธีการขับด้วย. ขับฟาดทุกเกียร์ กี่กิโลก็พัง

 ดูประวัติการ service รถสม่ำเสมอ ตามระยะที่กำหนด
หัวข้อ: Re: การสึกหลอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: Newhang ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 11:42:05
คันที่2เสื่อมน้อยกว่าเยอะครับ และเสื่อมน้อยกว่าในทุกด้านครับ
หัวข้อ: Re: การสึกหลอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: #อินเดียหน้าโจร ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 11:48:45
ขับความเร็วสูงเน้นใช้แรงม้า เครื่องสึกมากกว่า เกียร์ใช้มากถ้าคิกดาวน์

ขับความเร็วต่ำเน้นใช้แรงบิด เครื่อง + เกียร์ อาจมีการเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ เกียร์น่าจะเสื่อมไวขึ้นอีกนิด

แต่พอมาดูระยะ กม ที่ใช้ต่างกันมาก ผมว่า scene 2 โดยรวมน่าจะสึกหรอน้อยกว่าครับ กลับกันถ้าระยะนั้นเท่ากัน ผมว่า scene 1 น่าจะสึกหรอน้อยกว่า แต่ก็ต้องอยู่ที่ว่าขับ 180 กินโหลดเครื่องกี่ % และ 160 แช่ยาวบ่อยไหมด้วยครับ
หัวข้อ: Re: การสึกหลอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: dht_tubes ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 12:09:48
ผมคิดแบบนี้ครับว่า ถ้าถามว่าการสึกหรอของ รถยนต์ เอาที่เครื่องก่อน

1. ขับรถด้วยความเร็ว 120-160 สำหรับดีเซลเทอร์โบ ถ้าเป็นการใช้งานเดินทางขับเร็วไหลๆ รอบเครื่องยนต์ดีเซลเทอโบก็น่าจะอยู่ในราวๆ 3000 ไม่เกิน 4000 รอบ

ใช้  2ปีๆละ 40000 กม.ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 140 กม/ ชม. คร่าวๆ รถก็ติดเครื่องราวๆ 280-300 ชม.

2. ขับในเมืองรถติดๆ ใช้รอบ 2000-3000 รอบ ใช้ 2ปีๆละ 14000 กม. ความเร็วเฉลี่ย 50 กม./ ชม. รถก็ติดเครื่องราวๆ 280-300 ชม.

ถ้าคิดแบบนี้ สึกหรอของเครื่องน่าจะไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ครับ แต่คงไปผิดกันในแง่ของอะไหล่ที่เกี่ยวกับเครื่องที่ต้องเซอร์วิสตามระยะ มันจะต่างกัน แล้วก็ผ้าเบรค ยาง ค่าน้ำมันเครื่อง ไส้กรองต่างๆ

ดีเซลเทอร์โบในหลายยี่ห้อ ใช้รถติดปัญหาเยอะกว่าพวกวิ่งทางยาว คงต้องดูเป็นเคสไปครับ

สำหรับผม สรุปว่าไม่ต่าง ดูที่ว่าแฮปปี้กับมันก็พอ

ถ้าคิดเรื่องนี้เพราะจะเลือกมือสอง มี 2 คันให้เลือก ก็ดูสภาพ การดูแลรักษาของเจ้าของเดิมประกอบด้วย น่าจะประมาณนี้ครับ คลิ๊กคันไหนก็คันนั้น
หัวข้อ: Re: การสึกหลอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: PaPaMan ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 13:13:22
สอบถามหน่อยครับ การสึกหลอของรถยนต์ 2 (ดีเซลเทอร์โบ) การขับขี่นี้อะไรจะเสื่อมไวกว่ากัน
1. ขับรถเร็ว 120-160 ไม่ขับในที่ที่รถติด รถ 2ปี ไมล์ 80,000km
2. ขับในเมือง ขยับบ้างไม่ขยับบ้าง รถ 2ปี ไมล์ 28,000km

และอย่างที่ 1 และ 2 อะไหล่ส่วนไหนจะเสื่อมและหมดอายุการใช้งานก่อน


สึกหรอ
สึกหลอ = ฟันหลอ
หัวข้อ: Re: การสึกหลอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: prsps ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 13:19:36
สอบถามหน่อยครับ การสึกหลอของรถยนต์ 2 (ดีเซลเทอร์โบ) การขับขี่นี้อะไรจะเสื่อมไวกว่ากัน
1. ขับรถเร็ว 120-160 ไม่ขับในที่ที่รถติด รถ 2ปี ไมล์ 80,000km
2. ขับในเมือง ขยับบ้างไม่ขยับบ้าง รถ 2ปี ไมล์ 28,000km

และอย่างที่ 1 และ 2 อะไหล่ส่วนไหนจะเสื่อมและหมดอายุการใช้งานก่อน



สึกหรอ
สึกหลอ = ฟันหลอ

ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: samaklen ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 13:38:14
เคยอ่านมาว่า
เครื่องยนต์ทำงานที่รอบต่ำนาน ๆ
ความร้อนสะสม ระบายความร้อนได้ไม่ดีนัก
เป็นเครื่องยนต์ทำงานหนัก
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: YenChar ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 13:41:36
ใน Condition ที่ดูแล และเปลี่ยนถ่ายตามระยะเหมือนๆกัน

คันแรก
- ช่วงล่าง คงเสื่อมไปไม่น้อย ความเร็วสูง โช๊คสปริงทำงานเยอะกว่า
  ลูกปืนล้อ จุดยึด วิ่งเกือบแสน หรือปีละ 4 หมื่นโล ถือว่าไม่น้อยเลย
- ยาง เปลี่ยนแน่ๆ ถ้า 2 ปีเล่นยางเดิม ก็เตรียมงบเปลี่ยนได้เลย
- ร่องรอย เศษหิน รอยตามกระจก ช่วงล่าง ใต้ท้องรถ คงไม่สวยเหมือนรถวิ่งน้อยๆ

คันที่สอง
- สึกแค่ผ้าเบรค

วิ่งในเมืองรถโทรมนี่ ถ้าเกรดน้ำมันเครื่องสมัย 20 ปีก่อน อาจจะจริง แต่ไม่ใช่สมัยนี้หรอก
ถ้าคันที่สองไม่โดนหลอกเรื่องไมล์ ผมว่าน่าสน
บ้านผม Yaris 2 ปีกว่าๆ วิ่งแค่ 12,000 โล ถ้าเจอรถจ่ายตลาดจริงๆก็น่าสนมาก
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: Tak ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 14:08:34
ถ้าคิดแบบไม่ลงรายละเอียด ผมว่าแบบที่ 1 สึกหรอมากกว่า เพราะผ่านสนามรบ(ถนน) มามากกว่าแน่ๆ

แต่ก่อนที่จะตัดสินใจจริงๆ ควรตรวจสอบปัจจัยอื่นๆประกอบด้วยนะครับ
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: Eggy ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 17:42:25
ขออนุญาตถามเสริมครับ
1. รถเบนซิน 3 ปีวิ่ง 80,000 โล
2. รถเบนซิน 4 ปี วิ่ง 40,000 โล
อันไหนเสื่อมไวกว่าครับ
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: Fly to dream ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 17:43:21
แบบแรกเครื่องสึก
แบบสองเกียร์สึก

เลือกเอาครับ
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: ArtofLife ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 18:17:13
แบบที่ 1 น่าจะเป็น เซลล์หรือคนที่ทำงานโดยใช้รถวิ่งงานต่างจังหวัดทุกวัน เฉลี่ยวันละ 150-200 กม.
แบบที่ 2 น่าจะเป็น คนทำงานออฟฟิศทั่วไป วิ่งในที่รถติด และบนทางด่วน สลับกันไป เฉลี่ยวันละ 30-40 กม.

ถ้าแบบนี้ก็ชัดเจนว่า แบบที่ 1 สึกหรอเยอะกว่า เพิ่มเติมคือ เบรค ยาง ช่วงล่าง แอร์

ในบางกรณี รถที่ กม. น้อยๆ ก็อาจสึกหรอมากกว่ารถที่ กม. มากๆ ได้เหมือนกัน แต่ต้องเป็นรถที่ใช้งานแบบ Extreme มากจริงๆ
ยกตัวอย่างรถยนต์ที่ใช้วิ่งบนเกาะที่ถนนแคบ เช่น เกาะล้าน ใน 1 วันอาจจะวิ่งไม่ไกลมาก แต่ถนนเป็นเนินชัน ใช้ความเร็วต่ำๆ ไม่เกิน 40 km/h สตาร์ทและดับเครื่องถี่ๆ ฯลฯ
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: #อินเดียหน้าโจร ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 21:19:11
ขออนุญาตถามเสริมครับ
1. รถเบนซิน 3 ปีวิ่ง 80,000 โล
2. รถเบนซิน 4 ปี วิ่ง 40,000 โล
อันไหนเสื่อมไวกว่าครับ

ให้ผมซื้อ ผมเลือก 4 ปีวิ่งน้อยครับ

แต่ต้องดูเรื่องอื่ประกอบด้วย เข้า service ศูนย์ดีไหม เจ้าของรถเป็นใคร ใช้งานอย่างไร ดูแลรถเป็นไหมหรือใช้เป็นอย่างเดียว
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: The_Wizard ที่ พฤษภาคม 05, 2020, 23:26:17
เมื่อหลายปีก่อนเคยไปดูรถวีออสมือสองโฉมแรกคันหนึ่ง ดูจากราคากับสภาพในรูปแล้วถือว่าดี พอไปเจอตัวจริง รถไม่มีชน เครื่องเกียร์โอเค แก๊สใช้ได้ สี/ภายในถือว่าสวยเมื่อเทียบกับอายุ วิ่งดีปกติ แต่ไปสะดุดกับเลขไมล์ วิ่งไปแล้ว 7 แสนโล ที่สำคัญ คือ เครื่องเดิม มีแค่เกียร์ออโต้ที่เปลี่ยนไปรอบหนึ่ง แต่โดยรวมสภาพมันดูเนี้ยบจนไม่น่าเชื่อ แม้แต่ภายในยังสวย สรุปคือเจ้าของใช้วิ่งเซลล์ แต่ดูแลรักษาตามระยะตลอด นอกศูนย์ ที่สำคัญแกรักรถ จึงดูแลดีมาก แต่ด้วยเลขไมล์เยอะขนาดนั้น ถึงแม้สภาพจะดูดียังไงผมก็ไม่เสี่ยงดีกว่า
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: Slipknot` ที่ พฤษภาคม 06, 2020, 01:31:33
ไมล์ต่างกันขนาดนีั้เอาคันที่สองนะ
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: Weetting ที่ พฤษภาคม 06, 2020, 14:38:55
ถ้าสองเงื่อนไขนี้​

เป็น​ เฟียตต้า​  กับ​ มาสด้า2D.

ข้อ1  คงสดกว่า​   ::) ::) ::)

เอาจริงทำได้แค่เดาครับ​

ผมว่าสองสึกน้อยกว่า​  เพราะอย่างน้อยช่วงล่างก็ยังน่าจะโอเค​  ไม่เอาไปรูด​
หัวข้อ: Re: การสึกหรอของรถยนต์ในแต่ละสถานการณ์
เริ่มหัวข้อโดย: XMSL ที่ พฤษภาคม 06, 2020, 15:57:43
ใช้ความรู้สึกและประสบการณ์การขับรถมาหลายสิบปี คันแรกเหยียบหนักไปหน่อย...สึกหรอสูงเกือบๆเท่าพวกบรรทุกหนัก ส่วนรถวิ่งในเมืองถ้าไม่ใช่แบบขับเหมือนแทกซี่ก็คงไม่สึกหรอมาก แต่ของเหลวเสื่อมสภาพเพราะความร้อนสูงแน่ๆ สรุปว่าเอาคันแรกแบบไม่ต้องคิดครับ