Headlight Magazine : community

General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: sukhontha ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 08:35:35

หัวข้อ: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: sukhontha ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 08:35:35
รถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ ล้วน วิ่งลงเขา  ควบคุมความเร็วเท่าไร  ก็เท่านั้น.. 

หรือผ่อนคันเร่งมันก็ลดความเร็วให้

  ไม่ต้อง มีเอนจิ้นเบรค ฯลฯ  สักอย่าง 

  ประโยชน์อันน้อยนิดข้อนี้เพิ่งนึกขึ้นได้   ปลอดภัยดีครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Valsartan ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 08:37:46
ผมใช้ phev ครับ ล่าสุดลองไปขึ้นเขากำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไม่พอ ตัดกลับมาเป็นเครื่องยนต์ตลอดทางเลย  :'(
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: palma ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 08:40:13
รถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ ล้วน วิ่งลงเขา  ควบคุมความเร็วเท่าไร  ก็เท่านั้น.. 

หรือผ่อนคันเร่งมันก็ลดความเร็วให้

  ไม่ต้อง มีเอนจิ้นเบรค ฯลฯ  สักอย่าง 

  ประโยชน์อันน้อยนิดข้อนี้เพิ่งนึกขึ้นได้   ปลอดภัยดีครับ

ขากลับลงถึงเชิงดอย แบตเต็มแถมให้อีกด้วยครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: AkE ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 08:45:57
เท่าที่เคยลอง ก้ดีจริงนะครับเก็บไฟไว้ได้เยอะด้วย จนล้น5555 แต่ที่สำคัญกว่ารถคือคนขับครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: ไทบ้าน ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 08:56:39
ไม่ดีครับ เพราะขาขึ้นใช้พลังงานเยอะไฟจะหมดกลางทาง

ส่วนอุบัติเหตุของเคสนี้เป็นที่เทคนิคการขับขี่ครับ เมื่อก่อนผมขึ้นดอยอินทนนท์เป็นว่าเล่นทั้งมอเตอร์ไซค์ (ขับเอง) และรถยนต์ (โดยสาร/พึ่งพา) ก็ไม่มีเจออุบัติเหตุน่ากลัว รถขึ้นดอยอินท์เป็นแสนๆ คันทำไมพวกเขาถึงรอด
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: PaPaMan ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 09:37:25
ขึ้นดอยต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเยอะกว่าวิ่งบนทางราบมากเลยครับ ระยะทางขึ้นดอย 46 กม. จากปากทาง แต่อาจจะต้องใช้ไฟมากกว่าวิ่งบนทางราบอาจจะถึง 100 กม. ถ้ารถแจ้งว่าขับได้อีก 80 กม.อาจขึ้นไม่ถึงยอดดอย แต่อย่างว่าเวลาขาลงก็ได้ไฟกลับคืนมา แต่ก็ไม่เท่ากับที่ขาดทุนไปตอนขึ้นอยู่ดีครับ (มีการสูญเสียพลังงาน)


ส่วนเรื่องความหน่วงเวลาลงเขา ไม่ว่าจะหน่วงโดยเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้า ทางวิศวกรผู้ออกแบบได้ออกแบบให่สามารถทำได้ดีอยู่แล้วทั้งคู่ ไม่เป็นประเด็นเลยครับ ที่เกิดอุบัติเหตุเกิดจากผู้ขับขี่ล้วนๆเลย
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: redsun ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 09:44:31
รถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ ล้วน วิ่งลงเขา  ควบคุมความเร็วเท่าไร  ก็เท่านั้น.. 

หรือผ่อนคันเร่งมันก็ลดความเร็วให้

  ไม่ต้อง มีเอนจิ้นเบรค ฯลฯ  สักอย่าง 

  ประโยชน์อันน้อยนิดข้อนี้เพิ่งนึกขึ้นได้   ปลอดภัยดีครับ

ขากลับลงถึงเชิงดอย แบตเต็มแถมให้อีกด้วยครับ
WOW WOW เจ๋งมากเลยครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: bluelawn ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 09:47:56
ขออนุญาติไม่เห็นด้วยครับ. รฟฟ นี้แหละขับทางชัน ไม่มี engine brake พอเพียง รถมีเกียรเดียว
ในคลิปนี้ ฝืมือ + รถ handling ไม่ดี ล้วนๆ ถ้าเปลื่ยนเป็นรถเก๋ง ผมว่าน่าจะเลี้ยวเข้านะ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: lexus ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 10:16:44
อย่างkickที่ไม่ได้มีแบตใหญ่แบบphev ลงเขาจนแบตเต็มแล้วมันจะยังหน่วงให้อยู่ไหมครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Nathal Goldstein ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 10:19:42
มันมีระบบ regenerative braking ช่วยหน่วงครับ เบรคจะดีขึ้น ขาลงจากเขาได้ไฟฟรีมาใช้อีก
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Showbiz ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 10:55:11
ถ้าไม่นับขาขึ้นที่แบตหมดแล้วหมดอีก แถมน้ำหนักระบบเป็นภาระเครื่องยนต์ละก้อนะ

ถือว่าได้อย่างเสียอย่าง
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Rollingstones ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 10:59:41
ข้อเสียคือขึ้นไม่ถึงไฟฟ้าหมด  :(
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: BKK777 ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 11:48:14
EV ขึ้นเขาได้ง่ายกว่ารถน้ำมันจริงครับ  ทำให้การขับขี่ง่ายและปลอดภัยขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ที่สภาพคนขับด้วยเช่นกัน อย่างดอยอินทนน์ก็เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก่อนกลายครั้ง ก็เหมือนถนนทั่วไปที่ไม่ว่าตรงไหนก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าสมาธิเราไม่จดจ่ออยู่กับถนนตรงหน้า

การลงเขาอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน จนมีคนบอกว่าการขับรถบนเขาลงยากกว่าขึ้น  แต่สำหรับผมแล้ว "ลงง่ายกว่าขึ้น" เพราะตอนลงผมรู้สึกสนุกไปกับโค้งและถนน อย่างดอยอินทนนท์ผมก็วิ่งลงมา 120 Km/h ทั้งทางตรงและในโค้งก่อนถึงป้อม

https://youtu.be/m0ENzEeK1Ps

https://youtu.be/bX2VbtB1p6g
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: sukhontha ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 11:50:03
อย่างkickที่ไม่ได้มีแบตใหญ่แบบphev ลงเขาจนแบตเต็มแล้วมันจะยังหน่วงให้อยู่ไหมครับ

หน่วงครับ  แต่จะน้อยลงกว่าปกติ  นิดหน่อย

เทียบกับรถเกียร์ออโต้  ลงบันไดม้า-มวกเหล็ก

  ออโต้  ก่อนลง คุมความเร็ว 100  ถึง เดรี่ควีน   ความเร็วเป็น  120

  kick   ก่อนลง 100  ถึงมวกเหล็ก ก็ 100  ไม่ต้องเบรค   ลงทางลาดชันกว่านี้  ก็ไม่มีปัญหา  สบายมาก... 
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: sukhontha ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 11:51:40
ถ้าไม่นับขาขึ้นที่แบตหมดแล้วหมดอีก แถมน้ำหนักระบบเป็นภาระเครื่องยนต์ละก้อนะ

ถือว่าได้อย่างเสียอย่าง

อยู่ที่คนขับแล้วครับ  รถไม่พร้อม  ไปทำไม
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: CNX ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 11:55:55
ทักษะคนขับ และเลือกผ้าเบรกที่ทนความร้อนสูงขึ้น ค่าความฝึดFrictionมากขึ้น
ถึงไม่มีEngine brake ก็เอาอยู่ครับ
ผ้าเบรกราคา1-3,xxxบาท เลือกใช้ตามต้องการ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: U9WS ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 12:18:21
pedal shift เพิ่ม-ลดการหน่วง​ของมอเตอร์ ใน hybrid honda น่าจะขับลงด่อยง่ายขึ้นนะครับ

หวังว่าเชียงใหม่ พิษณุโลก​ จะมีให้เช่า city e-hev ในเร็ววันนะครับ
ปล.เช่า 1.0 turbo ขึ้นสบายแต่ลงใช้เบรคเยอะเกินเพราะมีแต่เกียร์ S ไม่มี L เหมือนเก่า 1.5
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 12:23:26
ทักษะคนขับ และเลือกผ้าเบรกที่ทนความร้อนสูงขึ้น ค่าความฝึดFrictionมากขึ้น
ถึงไม่มีEngine brake ก็เอาอยู่ครับ
ผ้าเบรกราคา1-3,xxxบาท เลือกใช้ตามต้องการ

คุณ CNX = ใช้ผ้าเบรคยี่ห้ออะไร รุ่นไหนครับ สำหรับการขับรถขึ้น- ลง เขา ??
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: AirborneTH ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 12:47:44
ทางลงยาวๆ ถ้าพวกไฮบริดนี่ รีเจนจนแบตเต็มแล้ว มันแทบไม่หน่วงเลยนะทีนี้
เอนจิ้นเบรคก็น้อยมากๆถ้าจะไปทางชันเปลี่ยนผ้าเบรคทนร้อนสูงไปด้วยเลย
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: madboy ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 13:09:24
แล้วถ้าแบตมันเต็มล่ะ  :D :D :D

แต่ก็คงเกิดขึ้นได้น้อยมั้งครับ ที่แบตจะเต็ม  :P
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Sympho ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 13:21:20
เคยลงเขาค้อ รถชลอตัว ใช้ Engine Brake ไม่ค่อยได้ เบรกตามคันหน้าตลอด

รู้สึกเบรกเริ่มไหลๆ ไม่ดีเท่าตอนเริ่มลงมา ผมก็จอดพักแปปนึง

แล้วก็ไปต่อ แค่นั้นเอง ไม่ได้เสียเวลาอะไรมากมาย 
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: sukhontha ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 13:57:21
EV ขึ้นเขาได้ง่ายกว่ารถน้ำมันจริงครับ  ทำให้การขับขี่ง่ายและปลอดภัยขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ที่สภาพคนขับด้วยเช่นกัน อย่างดอยอินทนน์ก็เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก่อนกลายครั้ง ก็เหมือนถนนทั่วไปที่ไม่ว่าตรงไหนก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าสมาธิเราไม่จดจ่ออยู่กับถนนตรงหน้า

การลงเขาอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน จนมีคนบอกว่าการขับรถบนเขาลงยากกว่าขึ้น  แต่สำหรับผมแล้ว "ลงง่ายกว่าขึ้น" เพราะตอนลงผมรู้สึกสนุกไปกับโค้งและถนน อย่างดอยอินทนนท์ผมก็วิ่งลงมา 120 Km/h ทั้งทางตรงและในโค้งก่อนถึงป้อม

https://youtu.be/m0ENzEeK1Ps

https://youtu.be/bX2VbtB1p6g

เยี่ยมครับ  แถมตัวนี้ โลลาะ 70 สตางค์อีกต่างหาก..  ตอนแรกก็จะเอาตัวนี้  แต่กังวลเรื่องวิ่งทางไกลแล้วจอดชาร์ต  เลยข้ามไป kick  ครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: sukhontha ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 14:01:43
ทางลงยาวๆ ถ้าพวกไฮบริดนี่ รีเจนจนแบตเต็มแล้ว มันแทบไม่หน่วงเลยนะทีนี้
เอนจิ้นเบรคก็น้อยมากๆถ้าจะไปทางชันเปลี่ยนผ้าเบรคทนร้อนสูงไปด้วยเลย

น่าจะเข้าใจผิด  แบตฯเต็ม  แรงหน่วงน้อยลงจริง  แต่สบายมาก  ปล่อยคันเร่งมันก็หยุดแล้วถ้าชันมาก ๆ  แตะเบรคช่วยบ้างนิดหน่อย...

เอาว่า  ลงเขาใหญ่  ไม่เคยใช้เบรค...ก็แล้วกันครับ 
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Weetting ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 14:18:41
EV ขึ้นเขาได้ง่ายกว่ารถน้ำมันจริงครับ  ทำให้การขับขี่ง่ายและปลอดภัยขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ที่สภาพคนขับด้วยเช่นกัน อย่างดอยอินทนน์ก็เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก่อนกลายครั้ง ก็เหมือนถนนทั่วไปที่ไม่ว่าตรงไหนก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าสมาธิเราไม่จดจ่ออยู่กับถนนตรงหน้า

การลงเขาอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน จนมีคนบอกว่าการขับรถบนเขาลงยากกว่าขึ้น  แต่สำหรับผมแล้ว "ลงง่ายกว่าขึ้น" เพราะตอนลงผมรู้สึกสนุกไปกับโค้งและถนน อย่างดอยอินทนนท์ผมก็วิ่งลงมา 120 Km/h ทั้งทางตรงและในโค้งก่อนถึงป้อม


เจริญพร  ไปเที่ยวป่าเที่ยวเขา  เอารถไปขยี้  ผมไปเขาใหญ่บ่อยๆเพราะต้องใช้เป็นทางผ่านรู้จักทุกโค้ง ไม่เคยขับเกิน 60 เลยครับ   
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: deertesla ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 15:22:05
EV ขึ้นเขาได้ง่ายกว่ารถน้ำมันจริงครับ  ทำให้การขับขี่ง่ายและปลอดภัยขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ที่สภาพคนขับด้วยเช่นกัน อย่างดอยอินทนน์ก็เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก่อนกลายครั้ง ก็เหมือนถนนทั่วไปที่ไม่ว่าตรงไหนก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าสมาธิเราไม่จดจ่ออยู่กับถนนตรงหน้า

การลงเขาอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน จนมีคนบอกว่าการขับรถบนเขาลงยากกว่าขึ้น  แต่สำหรับผมแล้ว "ลงง่ายกว่าขึ้น" เพราะตอนลงผมรู้สึกสนุกไปกับโค้งและถนน อย่างดอยอินทนนท์ผมก็วิ่งลงมา 120 Km/h ทั้งทางตรงและในโค้งก่อนถึงป้อม


เจริญพร  ไปเที่ยวป่าเที่ยวเขา  เอารถไปขยี้  ผมไปเขาใหญ่บ่อยๆเพราะต้องใช้เป็นทางผ่านรู้จักทุกโค้ง ไม่เคยขับเกิน 60 เลยครับ
แค่ลงเขาที่ 60กม./ชั่วโมง ก็ยังน่ากลัวมากเลยครับ 100 กม./ชั่วโมง สงสารคนในรถและเพื่อนร่วมเส้นทางบ้างเถอะครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Firzen ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 17:02:25
ทักษะคนขับ และเลือกผ้าเบรกที่ทนความร้อนสูงขึ้น ค่าความฝึดFrictionมากขึ้น
ถึงไม่มีEngine brake ก็เอาอยู่ครับ
ผ้าเบรกราคา1-3,xxxบาท เลือกใช้ตามต้องการ

คุณ CNX = ใช้ผ้าเบรคยี่ห้ออะไร รุ่นไหนครับ สำหรับการขับรถขึ้น- ลง เขา ??

+1 ด้วยคนครับ เผื่อตาม  ::)
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Fly to dream ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 18:06:31
รถน้ำมันธรรมดาก็สบายครับถ้าเป็น รถ EV ก็อาจจะเป็นแบบในข่าวได้ถ้าคนขับไม่เก่ง
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: toffyearn ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 19:20:49
คนบนเขาบนดอย ขนกะหล่ำ จะมอเตอร์ไซค์เก่า รถกระบะสมัยไหน สภาพรถแย่กว่าที่พวกเราขับเยอะ ยังไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุเลยคับ การรู้จักพื้นที่ ขับบ่อยจนจำได้ + ทักษะการขับ มันจะบอกเราเป็นความรู้สึกว่าได้หรือไม่ได้ เอาอยู่หรือไม่ ต้องขับแบบไหนน่ะคับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: CNX ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 21:23:01
ทักษะคนขับ และเลือกผ้าเบรกที่ทนความร้อนสูงขึ้น ค่าความฝึดFrictionมากขึ้น
ถึงไม่มีEngine brake ก็เอาอยู่ครับ
ผ้าเบรกราคา1-3,xxxบาท เลือกใช้ตามต้องการ

คุณ CNX = ใช้ผ้าเบรคยี่ห้ออะไร รุ่นไหนครับ สำหรับการขับรถขึ้น- ลง เขา ??

+1 ด้วยคนครับ เผื่อตาม  ::)

บนทางดอยส่วนตัวผมไม่ค่อยใช้Engine brake เพื่อถนอมเกียร์ครับ เพราะค่าซ่อมเกียร์หลักหมื่นบาท เทียบกับราคาผ้าเบรกที่1-3,xxx เหยียบเบรกมันเข้าไปครับ ;)

ตอนนี้ผ้าหน้าใช้Bendix MetalKing Titaniumครับ  เปลี่ยนที่บีเร็ว ปี2560 ราคาในเพจบีเร็วปัจุบันนี้ CRVหน้า:2,490
หลังใช้Advics ราคา9xx (ซื้อจากพ่อค้าส่ง ขายอยู่ในทุกเพจรถ)
 
ข้อเสีย MetalKing
-ฝุ่นเขม่าสีน้ำตาลติดล้อเยอะครับ
-เสียงแหลมจี๊ด ตอนเลียเบรกน่ารำคาญครับ
หาสเปคการทนความร้อนกับค่าความฝึดในinternetไม่เจอ (ไม่เข้าใจ ทำไมผู้ผลิตไม่เปิดเผยข้อมูล?)

กำลังจะเปลี่ยนผ้าหน้าเป็นNikoyo ราคา840บ ผู้ขายบอกว่าทนความร้อน550c (ไม่ระบุค่าความฝึด)

อาทิตย์นี้จะไปเที่ยวกลอเซโล แม่สามแลบ จ.ตากครับ
ผ้าNikoyoดีหรือไม่ดี จะแจ้งให้ทราบต่อกันต่อไปครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: deertesla ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 23:29:24
ทักษะคนขับ และเลือกผ้าเบรกที่ทนความร้อนสูงขึ้น ค่าความฝึดFrictionมากขึ้น
ถึงไม่มีEngine brake ก็เอาอยู่ครับ
ผ้าเบรกราคา1-3,xxxบาท เลือกใช้ตามต้องการ

คุณ CNX = ใช้ผ้าเบรคยี่ห้ออะไร รุ่นไหนครับ สำหรับการขับรถขึ้น- ลง เขา ??

+1 ด้วยคนครับ เผื่อตาม  ::)

บนทางดอยส่วนตัวผมไม่ค่อยใช้Engine brake เพื่อถนอมเกียร์ครับ เพราะค่าซ่อมเกียร์หลักหมื่นบาท เทียบกับราคาผ้าเบรกที่1-3,xxx เหยียบเบรกมันเข้าไปครับ ;)

ตอนนี้ผ้าหน้าใช้Bendix MetalKing Titaniumครับ  เปลี่ยนที่บีเร็ว ปี2560 ราคาในเพจบีเร็วปัจุบันนี้ CRVหน้า:2,490
หลังใช้Advics ราคา9xx (ซื้อจากพ่อค้าส่ง ขายอยู่ในทุกเพจรถ)
 
ข้อเสีย MetalKing
-ฝุ่นเขม่าสีน้ำตาลติดล้อเยอะครับ
-เสียงแหลมจี๊ด ตอนเลียเบรกน่ารำคาญครับ
หาสเปคการทนความร้อนกับค่าความฝึดในinternetไม่เจอ (ไม่เข้าใจ ทำไมผู้ผลิตไม่เปิดเผยข้อมูล?)

กำลังจะเปลี่ยนผ้าหน้าเป็นNikoyo ราคา840บ ผู้ขายบอกว่าทนความร้อน550c (ไม่ระบุค่าความฝึด)

อาทิตย์นี้จะไปเที่ยวกลอเซโล แม่สามแลบ จ.ตากครับ
ผ้าNikoyoดีหรือไม่ดี จะแจ้งให้ทราบต่อกันต่อไปครับ
ค่าซ่อมเกียร์หลักหมื่นกับชีวิตมันเทียบกันไม่ได้นะครับ ถ้าเกิดเบรคไหม้หรือเบรคไม่อยู่  บนดอยเขาน้ำมันเกียร์ย่อมสูงอยู่แล้วครับ ทั้งนี้น่าจะไปติดออยเกียร์แยกครับจะได้ใช้เอนจิ้นเบรคแบบสบายใจ  อีกทั้งเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ให้เร็วขึ้น เช่นจาก 40,000กมก็เหลือสัก 30,000-20,000 กม. แทน
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: kiwiwi ที่ พฤศจิกายน 25, 2020, 23:55:28
อย่างkickที่ไม่ได้มีแบตใหญ่แบบphev ลงเขาจนแบตเต็มแล้วมันจะยังหน่วงให้อยู่ไหมครับ

หน่วงครับ  แต่จะน้อยลงกว่าปกติ  นิดหน่อย

เทียบกับรถเกียร์ออโต้  ลงบันไดม้า-มวกเหล็ก

  ออโต้  ก่อนลง คุมความเร็ว 100  ถึง เดรี่ควีน   ความเร็วเป็น  120

  kick   ก่อนลง 100  ถึงมวกเหล็ก ก็ 100  ไม่ต้องเบรค   ลงทางลาดชันกว่านี้  ก็ไม่มีปัญหา  สบายมาก...

แม่ผมไปซื้อรีสอร์ทไว้ในซอยแดลี่โฮม

ผมเองก็ไปบ่อยอยู่ จากทางกลับรถลงมาเพื่อเข้าซอยนั้น แรกๆผมมีแอบเลยซอยด้วยครับ ตรงยาว ไหลแบบกะไม่ถูกเลย บางทีก็เล่นเอาเบรคร้อน เฟดเอาดื้อๆ

แต่เดี๋ยวนี้ผมมีจุดเช็คพ้อยท์แบบเครื่องบินลดระดับเลย 5555

แบบว่าไม่ใช่อะไรนะ ก่อนจะเข้าเช็คพ้อยท์แต่ละจุด ต้องคอยส่องกระจกหลังพวกรถใหญ่ที่ส่งกันลงมาด้วย อันตรายสุดๆครับหากขับเก้ๆกังๆเพื่อเลี้ยวเข้าซอย อุบัติเหตุแรงๆบ่อยมากๆ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: BKK777 ที่ พฤศจิกายน 26, 2020, 00:14:37
EV ขึ้นเขาได้ง่ายกว่ารถน้ำมันจริงครับ  ทำให้การขับขี่ง่ายและปลอดภัยขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ที่สภาพคนขับด้วยเช่นกัน อย่างดอยอินทนน์ก็เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก่อนกลายครั้ง ก็เหมือนถนนทั่วไปที่ไม่ว่าตรงไหนก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าสมาธิเราไม่จดจ่ออยู่กับถนนตรงหน้า

การลงเขาอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน จนมีคนบอกว่าการขับรถบนเขาลงยากกว่าขึ้น  แต่สำหรับผมแล้ว "ลงง่ายกว่าขึ้น" เพราะตอนลงผมรู้สึกสนุกไปกับโค้งและถนน อย่างดอยอินทนนท์ผมก็วิ่งลงมา 120 Km/h ทั้งทางตรงและในโค้งก่อนถึงป้อม


เจริญพร  ไปเที่ยวป่าเที่ยวเขา  เอารถไปขยี้  ผมไปเขาใหญ่บ่อยๆเพราะต้องใช้เป็นทางผ่านรู้จักทุกโค้ง ไม่เคยขับเกิน 60 เลยครับ

ขับ 120 Km/h ไม่เรียกขยี้หรอกครับ ความเร็วแค่นี้  แต่ะคันเร่งนิดเดียวก็ 120 แล้วครับ ถ้าเรียกขยี้คงต้องขับซาเล้งครับ  ทริปนั้นผมวิ่งจากแม่สอดขึ้นไปแม่ฮ่องสอนทะลุบ้านแม่มาลัยแล้วไปเชียงใหม่ ขับความเร็วนี้เกือบตลอดทาง  มันไม่ได้น่ากลัวถ้าเรามีทักษะพอ และรถพร้อม ขับ 60 ผมนอนอยู่บ้านดีกว่าครับ สมองผมฝ่อหมด

เรื่องผ้าเบรคใช้เกรด Ceramic ของ Compact ก็อยูแล้วครับ ทนความร้อนได้ 500-600 องศา แล้วแต่รุ่น เคยเบรคจาก 180 เหลือ 0  แบบกระชั้นชิดพราะไม่ชินทางหน้าด่านเก็บเงิน ก็ไม่เฟด ขับไปต่อได้ ราคาก็ 600-900 บาท ไม่จำเป็นต้องใช้หลายๆพัน สิ้นเปลือง คุณภาพไม่ตามราคาเสมอไป ปัจจุบันกวิ่งมอเตอร์เวย์ชลบุรี ใช้ความเร็วสูงอยู่ตลอด อย่างพัทยามาหัวหมากก็เคยใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: CNX ที่ พฤศจิกายน 26, 2020, 00:37:37
อ้างจาก: deertesla

[/quote
ค่าซ่อมเกียร์หลักหมื่นกับชีวิตมันเทียบกันไม่ได้นะครับ ถ้าเกิดเบรคไหม้หรือเบรคไม่อยู่  บนดอยเขาน้ำมันเกียร์ย่อมสูงอยู่แล้วครับ ทั้งนี้น่าจะไปติดออยเกียร์แยกครับจะได้ใช้เอนจิ้นเบรคแบบสบายใจ  อีกทั้งเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ให้เร็วขึ้น เช่นจาก 40,000กมก็เหลือสัก 30,000-20,000 กม. แทน

รับทราบครับ
ผมตรวจสอบรถเป็นประจำครับ น้ำมันเกียร์ผมเปลี่ยนตามระยะที่คุณกล่าวครับ
อาชีพผมขับรถทำงานบนดอย พอจะทราบเรื่องการเบรคกับเทคนิคการขับครับ
จากที่เคยเจออาการเบรกเฟด แข็งทื่อเมื่อหลายปีก่อนเพราะใช้ผ้าเบรคที่เสปคการทนอุณหภูมิต่ำครับ เป็นผ้าเบรคเสปคเดิมจากโรงงานครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: Mr.Joe ที่ พฤศจิกายน 26, 2020, 01:30:43
ผมว่าพี่ที่ตั้งกะทู้แกก็พูดถูกแล้วนะครับ ว่าข้อดีอีกข้อของรถ EV คือการลงเขา เพราะรถต้องชาร์จกลับตลอดทาง
ส่วนประเด็นที่แตกออกไป เช่นแบตจะหมดก่อนถึงยอดมั้ย อันนี้ไม่ได้น่าห่วงเลยครับ
เอาอย่าง Tesla เค้าจะมีการคำนวณระยะทางข้างหน้าจากความสูง ความชัน อุณหภูมิ ความเร็ว ปริมาณรถติดไว้เสร็จสรรพ คนขับจะรู้ตั้งแต่ตีนดอยเลยว่าจะขึ้นไปถึงมั้ย แถมจะบอกอีกด้วยว่าระหว่างทางควรชาร์จแบตที่ไหน รถ EV ค่ายเยอรมันก็ทำแบบเดียวกัน (แค่ไม่ชัวร์ว่า apply กับแผนที่ประเทศไทยแล้วรึยัง)
ตัวอย่างเช่น adaptive headlight รถเยอรมันจะเลี้ยวให้ก่อนถึงโค้ง โดยคำนวณจากความเร็วรถ และแผนที่
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: deertesla ที่ พฤศจิกายน 26, 2020, 07:03:08
อ้างจาก: deertesla

[/quote
ค่าซ่อมเกียร์หลักหมื่นกับชีวิตมันเทียบกันไม่ได้นะครับ ถ้าเกิดเบรคไหม้หรือเบรคไม่อยู่  บนดอยเขาน้ำมันเกียร์ย่อมสูงอยู่แล้วครับ ทั้งนี้น่าจะไปติดออยเกียร์แยกครับจะได้ใช้เอนจิ้นเบรคแบบสบายใจ  อีกทั้งเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ให้เร็วขึ้น เช่นจาก 40,000กมก็เหลือสัก 30,000-20,000 กม. แทน

รับทราบครับ
ผมตรวจสอบรถเป็นประจำครับ น้ำมันเกียร์ผมเปลี่ยนตามระยะที่คุณกล่าวครับ
อาชีพผมขับรถทำงานบนดอย พอจะทราบเรื่องการเบรคกับเทคนิคการขับครับ
จากที่เคยเจออาการเบรกเฟด แข็งทื่อเมื่อหลายปีก่อนเพราะใช้ผ้าเบรคที่เสปคการทนอุณหภูมิต่ำครับ เป็นผ้าเบรคเสปคเดิมจากโรงงานครับ
ขอบคุณมากครับสำหรังการแนะนำผ้าเบรค
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: deertesla ที่ พฤศจิกายน 26, 2020, 07:07:01
EV ขึ้นเขาได้ง่ายกว่ารถน้ำมันจริงครับ  ทำให้การขับขี่ง่ายและปลอดภัยขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ที่สภาพคนขับด้วยเช่นกัน อย่างดอยอินทนน์ก็เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก่อนกลายครั้ง ก็เหมือนถนนทั่วไปที่ไม่ว่าตรงไหนก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าสมาธิเราไม่จดจ่ออยู่กับถนนตรงหน้า

การลงเขาอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน จนมีคนบอกว่าการขับรถบนเขาลงยากกว่าขึ้น  แต่สำหรับผมแล้ว "ลงง่ายกว่าขึ้น" เพราะตอนลงผมรู้สึกสนุกไปกับโค้งและถนน อย่างดอยอินทนนท์ผมก็วิ่งลงมา 120 Km/h ทั้งทางตรงและในโค้งก่อนถึงป้อม


เจริญพร  ไปเที่ยวป่าเที่ยวเขา  เอารถไปขยี้  ผมไปเขาใหญ่บ่อยๆเพราะต้องใช้เป็นทางผ่านรู้จักทุกโค้ง ไม่เคยขับเกิน 60 เลยครับ

ขับ 120 Km/h ไม่เรียกขยี้หรอกครับ ความเร็วแค่นี้  แต่ะคันเร่งนิดเดียวก็ 120 แล้วครับ ถ้าเรียกขยี้คงต้องขับซาเล้งครับ  ทริปนั้นผมวิ่งจากแม่สอดขึ้นไปแม่ฮ่องสอนทะลุบ้านแม่มาลัยแล้วไปเชียงใหม่ ขับความเร็วนี้เกือบตลอดทาง  มันไม่ได้น่ากลัวถ้าเรามีทักษะพอ และรถพร้อม ขับ 60 ผมนอนอยู่บ้านดีกว่าครับ สมองผมฝ่อหมด

เรื่องผ้าเบรคใช้เกรด Ceramic ของ Compact ก็อยูแล้วครับ ทนความร้อนได้ 500-600 องศา แล้วแต่รุ่น เคยเบรคจาก 180 เหลือ 0  แบบกระชั้นชิดพราะไม่ชินทางหน้าด่านเก็บเงิน ก็ไม่เฟด ขับไปต่อได้ ราคาก็ 600-900 บาท ไม่จำเป็นต้องใช้หลายๆพัน สิ้นเปลือง คุณภาพไม่ตามราคาเสมอไป ปัจจุบันกวิ่งมอเตอร์เวย์ชลบุรี ใช้ความเร็วสูงอยู่ตลอด อย่างพัทยามาหัวหมากก็เคยใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง
ขอบคุณมากครับสำหรับผ้าเบรค. ผมสนใจยี่ห้อคอมแพ็คนี้เหมือนกันนะครับ.  ส่วนเรื่องขับรถนั้น. ใช้ความเร็วที่ช้าลงแบบที่คนอื่นเค้าแนะนำนะครับ ระดับ120 ลงเขานี้อันตรายครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: dht_tubes ที่ พฤศจิกายน 26, 2020, 07:42:31
ขับขี่มีฝีมือเป็นความภูมิใจเฉพาะคน ทักษะเฉพาะตัว ก็ว่ากันไป

แต่ก็ต้องตระหนักนะครับว่าขนาดกฏหมายความเร็วบนมอเตอร์เวย์ 4 เลน ถนนเรียบๆทางตรงๆ เค้ายังกำหนดไว้ 120 กม./ ชม เพื่อความปลอดภัย ขนาดนั้นยังตายกันเป็นเบือ เห็นด่ากันมาตลอด

เห็นใจเพื่อนมนุษย์อีกมากมายที่ไม่ได้มีทักษะพิเศษกันบ้างเถิดครับ ชีวิตใครๆก้อรัก

ด้วยความเคารพครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: CNX ที่ พฤศจิกายน 26, 2020, 09:31:41
ทักษะคนขับ และเลือกผ้าเบรกที่ทนความร้อนสูงขึ้น ค่าความฝึดFrictionมากขึ้น
ถึงไม่มีEngine brake ก็เอาอยู่ครับ
ผ้าเบรกราคา1-3,xxxบาท เลือกใช้ตามต้องการ

คุณ CNX = ใช้ผ้าเบรคยี่ห้ออะไร รุ่นไหนครับ สำหรับการขับรถขึ้น- ลง เขา ??

+1 ด้วยคนครับ เผื่อตาม  ::)

สเปคNikoyoครับ อุณหภูมิกับความฝึด
ราคา840(โปรโมชั่นฟรีค่าส่ง)ไกล้เคียงกับCompact Primio
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: alpha14 ที่ พฤศจิกายน 26, 2020, 12:07:50
รถที่เกิดอบ.คันนี้ไปเปลี่ยนแม็ซ์-ขนาดยางมาแล้วมีปัญหากับเบรครึป่าว เห็นในรูปไม่ใช่ล้อเดิม เห็นบอกจอดดูมีควันที่เบรคแล้วครั้งนึง เรื่อง รฟฟ ไม่เคยขับไม่มีความเห็นครับ
หัวข้อ: Re: เห็นข่าวอุบัติเหตุที่ดอยอินทนนท์ เห็นข้อดีรถไฟฟ้าอีกข้อ
เริ่มหัวข้อโดย: CNX ที่ พฤศจิกายน 26, 2020, 23:00:52
EV ขึ้นเขาได้ง่ายกว่ารถน้ำมันจริงครับ  ทำให้การขับขี่ง่ายและปลอดภัยขึ้น แต่ก็ต้องอยู่ที่สภาพคนขับด้วยเช่นกัน อย่างดอยอินทนน์ก็เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก่อนกลายครั้ง ก็เหมือนถนนทั่วไปที่ไม่ว่าตรงไหนก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าสมาธิเราไม่จดจ่ออยู่กับถนนตรงหน้า

การลงเขาอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน จนมีคนบอกว่าการขับรถบนเขาลงยากกว่าขึ้น  แต่สำหรับผมแล้ว "ลงง่ายกว่าขึ้น" เพราะตอนลงผมรู้สึกสนุกไปกับโค้งและถนน อย่างดอยอินทนนท์ผมก็วิ่งลงมา 120 Km/h ทั้งทางตรงและในโค้งก่อนถึงป้อม


เจริญพร  ไปเที่ยวป่าเที่ยวเขา  เอารถไปขยี้  ผมไปเขาใหญ่บ่อยๆเพราะต้องใช้เป็นทางผ่านรู้จักทุกโค้ง ไม่เคยขับเกิน 60 เลยครับ

ขับ 120 Km/h ไม่เรียกขยี้หรอกครับ ความเร็วแค่นี้  แต่ะคันเร่งนิดเดียวก็ 120 แล้วครับ ถ้าเรียกขยี้คงต้องขับซาเล้งครับ  ทริปนั้นผมวิ่งจากแม่สอดขึ้นไปแม่ฮ่องสอนทะลุบ้านแม่มาลัยแล้วไปเชียงใหม่ ขับความเร็วนี้เกือบตลอดทาง  มันไม่ได้น่ากลัวถ้าเรามีทักษะพอ และรถพร้อม ขับ 60 ผมนอนอยู่บ้านดีกว่าครับ สมองผมฝ่อหมด

เรื่องผ้าเบรคใช้เกรด Ceramic ของ Compact ก็อยูแล้วครับ ทนความร้อนได้ 500-600 องศา แล้วแต่รุ่น เคยเบรคจาก 180 เหลือ 0  แบบกระชั้นชิดพราะไม่ชินทางหน้าด่านเก็บเงิน ก็ไม่เฟด ขับไปต่อได้ ราคาก็ 600-900 บาท ไม่จำเป็นต้องใช้หลายๆพัน สิ้นเปลือง คุณภาพไม่ตามราคาเสมอไป ปัจจุบันกวิ่งมอเตอร์เวย์ชลบุรี ใช้ความเร็วสูงอยู่ตลอด อย่างพัทยามาหัวหมากก็เคยใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง

ขออนุญาตเสริมสเปคPrimoครับ อุณหภูมิ
แต่ยังไม่เจอสัมประสิทแรงเสียดทาน

อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.auto-thailand.com/TestDrive/Compact-Primo-Brake-2017-Review-VDO.html