« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2026, 16:32:00 »
อินโดฯ นี่ไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่ครับ แค่อาจจะเริ่มมานานกว่าเรา 😎
B50 ที่ใช้กันวงกว้างก็เพิ่งเริ่มเดือนกรกฎาคมปีนี้เอง ก่อนหน้านั้นเขาไล่มาตั้งแต่ B20, B30, B35 จนถึง B40
ไม่ได้กระโดดจากดีเซลธรรมดามาครึ่งถังเป็นไบโอดีเซลทีเดียว
แล้วก็ไม่ได้แปลว่าใช้กันแบบไร้ปัญหานะครับ โตโยต้าอินโดฯ เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2023
ว่า ตั้งแต่ยุค B20 พบซีลยางในชุดกรองน้ำมันบวม จึงปรับเปลี่ยนให้ทนขึ้น
ส่วนช่างที่นั่นก็เตือนเรื่องกรองตัน ล้างถัง และดูแลระบบหัวฉีดกันอยู่เหมือนกัน
แต่พอเห็นราคาน้ำมันแล้ว ก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมคนถึงยอมรับภาระดูแลเพิ่มได้ครับ
เทียบช่องว่างราคาน้ำมันอินโดฯ กับไทยข้อมูลช่วง 13 พฤศจิกายน 2569
ทุกช่องราคาเป็นบาทต่อลิตร
| คู่เปรียบเทียบ | ราคาสูง | ราคาต่ำ | ส่วนต่าง | ถูกกว่า |
| อินโดฯ: Dexlite / Biosolar | 44.09 | 12.65 | 31.44 | 71.3% |
| อินโดฯ: Pertamina Dex / Biosolar | 46.88 | 12.65 | 34.23 | 73.0% |
| ไทย: B7 / B20 | 42.54 | 33.50 | 9.04 | 21.3% |
| ไทย: พรีเมียม / B20 | 49.05 | 33.50 | 15.55 | 31.7% |
มองแบบแซว ๆ ก็ win-win-win เลยครับ
เกษตรกรได้ขายปาล์ม คนใช้รถประหยัดค่าน้ำมัน ส่วนถ้าต้องดูแลรถถี่ขึ้นอีกหน่อย วงการซ่อมบำรุงก็ไม่เหงา
หรืออาจจะอยากได้รถใหม่ทางอ้อม อุดหนุนอุตสาหกรรมรถเข้าไปอีก 555
ปล. ถ้าเป็นผมน้ำมันถูกลงลิตรละสามสิบกว่าบาทจริงเข้าศูนย์หรืออู่โดยไม่อิดออดเลยครับ
