ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ

AiiAii

คือผมสอบติดมหาวิทยาลัยที่ไม่ไกลบ้านเท่าไร ประมาณ 60กว่ากม เกือบ 70กม  เลยจะขอรถมือ2สักคันและไปติดแก๊ส แทนที่จะอยู่หอพัก

พ่อผมก็ตอบตกลง แต่ว่าจะให้ใช้เป็น Toyota เพราะเครื่องเหมาะที่จะติดแก๊สมากกว่า Honda เห็นได้จากแท็กซี่ <<พ่อบอก

และอีกเหตุผลคือ พ่อเคยใช้ Civic ตาโต ปี96 แล้วเอาไปติดแก๊ส แต่ใช้ได้ไม่นานก็เครื่องพัง สูบไหม้ พ่อเลยไม่ให้ใช้ Honda เพราะกลัวซ้ำรอย

แต่ส่วนตัวผมชอบ Civic FD เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดูโฉบเฉี่ยว และภายในที่ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ดูสปอต และดูสมราคากว่าใน Altis รุ่นปีเดียวกัน (ความเห็นส่วนตัวครับ)

ผมหาข้อมูลในเว็บต่างๆ และเห็นว่า Civic FD ก็มีผู้ใช้นำไปติดแก๊สอยู่มากพอสมควร ผมก็พยายามหาข้อมูลเพื่อไปเป็นข้อโต้แย้งให้มากที่สุด

ทั้ง รถรุ่นนี้ก็มีคนนำไปติดแก๊สเยอะ ที่เครื่องพังง่ายอาจเป็นเพราะช่างจูนไม่ดี รถ Civic คันเก่า มันเป็นรถเก่าเครื่องอาจจะไม่เหมาะกับการติดแก๊ส

และช่วงที่นำไปติดแก๊สก็เป็นช่วงที่คนเริ่มแห่นำรถไปติดแก๊สเพราะน้ำมันแพง(ไม่กี่ปีก่อน) และช่างอาจจะไม่มีความชำนาญมากพอ เพราะช่วงนั้นมันเป็นช่วงแรกๆ

ที่ใช้รถทั่วไปยีห้ออื่นเค้านำรถไปติดแก๊สกันเพื่อความประหยัด แตกต่างจาก Toyota ที่ใช้เป็นแท็กซี่มาตลอดหลายปี ช่างเลยชำนาญ T มากกว่า H

พ่ออาจจะดูแลรถไม่ดีพอ หรืออาจใช้รถหนัก เพราะช่วงนั้นพ่อผมทำงานอยู่อุบล กลับกรุงเทพเดือนละ 1-2ครั้ง

สมัยนี้เค้ามีแก๊สระบบใหม่ที่จูนตัวเองอัตโนมัติแล้ว  ทั้งหมดนี้เป็นข้อแย้งที่ผมใช้แย้งกับพ่อ

แต่เค้าก็ยังไม่ยอมให้ใช้ H แต่ก็เริ่มอ่อนๆลงแล้ว  วันนี้ผมเลยมาหาข้อมูลเพิ่ม และก็วิธีดูแลรักษาว่า

จริงไหมที่ Toyota ตัดแก๊สดีกว่า Honda (Altis MC , Vios , Civic FD , City)

ถ้าใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ หรือน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ จะช่วยให้เครื่องทนความร้อนได้มากขึ้นใช่รึป่าว เวลาขับในรอบสูงๆ

โดยปกติผมจะเป็นคนขับรถเรื่อยๆไม่เร็วมาก 80-140 (บนทางด่วนหรือออกต่างจังหวัด)

จะเหยียบคันเร่งให้ความเร็วไหลขึ้นไปเรื่อยๆ เว้นแต่เวลาจะแซงหรือแล้วแต่สถานะการณ์ และก็จะขับไม่ค่อยแซง ถ้าคันหน้าไม่ช้าจริงๆ



cj7

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 18, 2014, 21:06:07 »
honda เครื่อง R18A บล๊อคนี้ทนครับ ตั้งวาล์วตามระยะ ใช้ยาวเหมือนเครื่อง toyota เลย แต่เครื่อง toyota ตัว dual vvti มันสะดวกตรงที่ไม่ต้องตั้งวาล์วเอง

แต่ถ้าใจรัก FD จัดไปครับ เครื่องกับเกียร์ ผ่านการทดสอบมาหลายปี ทนแน่ๆ  :)



AiiAii

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 18, 2014, 21:18:02 »
honda เครื่อง R18A บล๊อคนี้ทนครับ ตั้งวาล์วตามระยะ ใช้ยาวเหมือนเครื่อง toyota เลย แต่เครื่อง toyota ตัว dual vvti มันสะดวกตรงที่ไม่ต้องตั้งวาล์วเอง

แต่ถ้าใจรัก FD จัดไปครับ เครื่องกับเกียร์ ผ่านการทดสอบมาหลายปี ทนแน่ๆ  :)

ไม่ต้องตั่งวาล์วเองหมายถึงยังไงหรอครับ



0%

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 18, 2014, 21:29:25 »
civic fd นี่ต้องยอมรับว่า อาจจะมี defect บ้างโดยเฉพาะในตัว 1.8

และ การเก็บเสียงที่เทียบชั้นได้ดีเทียบเท่ากับการไม่เก็บเสียง

ต้องยอมรับนะว่า toyota qc นั้นดีกว่ามาก รวมไปถึงการใช้งานในระยะยาวนั้นถึกทนกว่าจริงๆ

จริงอยุ่ที่ surface หรือ คุณภาพของวัสดุตั้งแต่ออกรถมา นั้นจะสุ้คู่แข่งในเกรดเดียวกันไม่ได้จริงๆ แต่ในระยะยาว มันก็ทนกว่า

ดังนั้นถ้าซื้อรถมือสอง แล้วขับสบายใจ ผมจะเลือก toyota ยิ่งถ้าคุณเป็นคนไม่รุ้เรื่องอู่นอก หรือ การซ่อมรถเลย ยิ่งแนะนำ

ส่วนเรื่องติดแกส ติดได้ทั้งสองรุ่น แต่ toyota อู่แกส คงหลับตาติดได้สบายใจกว่า เช่นเดียวกับการจูน แต่ พศ นี้อู่ดีๆหน่อยคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วไม่ใช่รถแปลกอะไร



headcutterz

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 18, 2014, 21:41:08 »
FD ที่ทำงานผมติดแก้สหลายคันไม่เห็นมีปัญหาอะไรนะครับ
ส่วน toyota ก็คงไม่ต้องบอกครับเครื่อง zr นี่ถือว่าเหมาะกับติดแก้สเลย
แต่ถ้าชอบหน้าตา FD ก็น่าจะเลือก FD นะครับ เพราะคงไม่ได้ทนกว่าอะไรขนาดนั้นครับ

ส่วนเรื่องน้ำมันเครื่องถ้าเป็นสังเคราะห์ก็จะช่วยป้องกันการสึกหรอได้มากขึ้นครับ



bankbas

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 18, 2014, 22:59:55 »
FD ติดแก๊สก็ทนครับ อย่าไปคิดมาก ใช้รถที่ชอบเถอะ รถทนกว่าแต่ใจไม่ชอบสำหรับผมว่ามันไม่ค่อยเข้าท่าแฮะ
ส่วน น้ำมันเครื่อง ใช้สำหรับรถติดแก๊ส น่าจะเหมาะสมนะครับ เพราะทำออกมาเพื่อมัน



Volta

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 18, 2014, 23:41:54 »
civic fd นี่ต้องยอมรับว่า อาจจะมี defect บ้างโดยเฉพาะในตัว 1.8

และ การเก็บเสียงที่เทียบชั้นได้ดีเทียบเท่ากับการไม่เก็บเสียง

ต้องยอมรับนะว่า toyota qc นั้นดีกว่ามาก รวมไปถึงการใช้งานในระยะยาวนั้นถึกทนกว่าจริงๆ

จริงอยุ่ที่ surface หรือ คุณภาพของวัสดุตั้งแต่ออกรถมา นั้นจะสุ้คู่แข่งในเกรดเดียวกันไม่ได้จริงๆ แต่ในระยะยาว มันก็ทนกว่า

ดังนั้นถ้าซื้อรถมือสอง แล้วขับสบายใจ ผมจะเลือก toyota ยิ่งถ้าคุณเป็นคนไม่รุ้เรื่องอู่นอก หรือ การซ่อมรถเลย ยิ่งแนะนำ

ส่วนเรื่องติดแกส ติดได้ทั้งสองรุ่น แต่ toyota อู่แกส คงหลับตาติดได้สบายใจกว่า เช่นเดียวกับการจูน แต่ พศ นี้อู่ดีๆหน่อยคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วไม่ใช่รถแปลกอะไร

ผมฮาตรงเรื่องเก็บเสียงเนี่ยล่ะครับ...
ยิ่งวันไหนฝนตกนี่ คุยกันไม่รู้เรื่องเลย เสียงน้ำฝนกระทบหลังคาดังม้ากกกก..
แต่พอลงจากรถแล้วมองกลับไปที่รถตนเอง มันก็สวยจนลืมข้อเสียไปเลย

เชียร์ fd ครับ ติดแก๊สได้ ทนด้วย แต่ต้องหมั่นตั้งวาวล์นะครับ
แล้วก็เลือกมือสอง ตัว 2.0 ไปเลย ราคาไม่หนีกับ 1.8 มากนัก จะได้ไม่ต้องเจอปัญหาเรื่องต็อกๆครับ
สวัสดีทุกๆคนครับ



Siemens

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 18, 2014, 23:56:20 »
โตโยต้าทนกว่าฮอนด้าเยอะ ยิ่งติดแก๊สด้วยละไม่ต้องหว่งเลย



MaiSki

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 19, 2014, 01:11:17 »
fdของคนรู้จักผมทุกคันที่ติดแก๊สรวมถึงฮอนด้ารุ่นอื่นๆก็ใช้กันก็ปกติดีครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไร

ไม่ต้องตั้งวาล์วเองก็คือเครื่องบางรุ่นมีระบบตั้งวาล์วอัตโนมัติ เจ้าของใช้อย่างเดียวจนกว่าวาล์วจะยันเลย



liveshow

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 19, 2014, 09:07:47 »
น้ำมันเคริื่องถ้าไม่มีปัญหากับกระปุกหมูที่บ้านแนะนำ Full syn ครับ ระยะถ่ายนมค. อยู่นานกว่า ทนควาทร้อนกว่าหน่อยถ้ากางdata sheet (ทนกว่ากึ่ง) นิดเดียว แต่ additive ที่ยัดมาให้ได้เต็มที่กว่ากึ่งแน่ๆ ราคาต่างกัน ประมาณ5-900/แกลอน
กึ่งสังเคราะห์เปลี่ยนที่12000แต่FS 20000เปลี่ยนมายังใสปิ้งอยู่เลย

ผมใช้แก๊สเหมือนกันถือว่าประหยัดe20แล้วเอามาลงเครื่องดีๆ ดีกว่า ลากรอบบ่อย ขับตจว. ยัน 3500rpm-5000rpm ตลอดทาง แต่ผมไม่ได้ใช้ t กะ h อะจิ
ก็แค่คนธรรมดา ไม่ลองก็ไม่รู้



holahola66

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 19, 2014, 12:29:41 »
Civic โลด accord ผมก้อlpg ไม่มีปัญหา
อย่าลืมตั้งวาล์วทุก 20,000 โล
Mercedes C-Class W205 CDI
BMW 116i f20
Honda Civic EG 3door D16a turbo MT
Nissan March 1.2 cvt



nuttapatJazz

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 19, 2014, 13:17:09 »
Civic โลด accord ผมก้อlpg ไม่มีปัญหา
อย่าลืมตั้งวาล์วทุก 20,000 โล

ตั้งวาล์ว20,000โลเร็วเกินไปครับ ซัก40,000น่าจะดีกว่าครับ




รถผมCivic ES ติดแก๊สมา80,000ตั้งแต่เลขไมล์28x,xxx จนตอนนี้36x,xxx
วิ่งแบบเหมือนตอนใช้น้ำมันเลย ลากรอบสูง ซัดกระจาย
บำรุงรักษาตามปกติ ใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ตอน40,000โลแรก หลังจากนั้น ถึงเพิ่งเปลี่ยนมาใช้น้ำมันสังเคราะห์ ก็ปกติดี
ไม่เจอปัญหาอะไรจากแก๊สเลย ตั้งวาล์วคนอื่นเค้าตั้งกัน40,000โล ผมตั้งที่50,000แถมตั้งตั้งแต่รถยังไม่มีอาการวาล์วยันด้วยซ้ำ
ฉะนั้น ถ้าได้รถมาดี อู่ที่ติดแก๊สฝีมือดีมีมาตรฐาน ผมว่าน่าจะทนไม่ต่างกันหรอกครับ
Nissan Juke 1.6V '14
Mitsubishi Triton Plus 2.4Benzene 2Dr MT '12
Honda FIT(HK Spec) '13



Slipknot`

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 19, 2014, 16:32:31 »
Honda บล็อค R กับ K

ทนพอๆกันแหละครับ แต่ K จะร้อนมากกว่า เพราะแรงกว่า(หรือเปล่า)

ตามโจทย์ FD ก็โอเคครับ 2.0 แหล่มเลย



mongolias

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 20, 2014, 09:30:45 »
เครื่องฮอนด้า ใครว่าเปราะ ไม่ทนแก๊สนี่ ผมว่าคนว่าคือคนไม่ได้ใช้ครับ
ผมใช้ Jazz GD ติดแก๊สตอนวิ่งไป 1.7 แสน ก.ม. ตอนนี้วิ่งแก๊สไปแล้วร่วม 1.2 แสน ก.ม. ก็ยังใช้งานได้ปกติดี
เครื่อง R18 หลายๆคน ก็วิ่งแก๊สเกินแสน ก.ม.ไปแล้ว ลองหาข้อมูลในเวปแก๊สก็ได้ครับ

เรื่องติดแก๊ส สิ่งสำคัญคืออู่ติดแก๊สครับ จูนแก๊สให้พอดี อย่าจูนบางเน้นประหยัด แค่นี้ผมรับประกันได้ว่า กว่าคุณจะได้ยกเครื่องใหม่ ก็คืนทุนค่าติดแก๊สไปนานนมแล้วครับ



Chayanin

Re: ถามเรื่องรถติดแก๊ส H vs T และน้ำมันเครื่องครับ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 29, 2014, 15:44:59 »
เคยอ่านในเวป ของช่างเจ อ่ะครับ แกบอกว่ารถติดแก๊สควรใช้ นมค สังเคราะห์ 100 เปอร์เซ็นต์ครับ ส่วน รถจะยี้ห้อ T หรือ H ผมว่าก็ทนพอๆกันน่ะครับ สมัยนี้ช่างเค้าเก่งครับ แล้วอุปกรณ์แก็สก็มีคุณภาพที่สูงครับ
CAMRY ACV30  2006
BMW E39 523i  2003