อันนี้ไม่เกี่ยวกับรถนะครับ จะพูดถึงปัญหาทางการเงินของ Honda

solo

Honda บริษัทรถยนต์ ที่มีมอเตอร์ไซค์เป็นตัวรับภาระ
 
“148 ล้านบาท” คือกำไรต่อวันที่หายไปของ Honda ใน 1 ปีที่ผ่านมา
หรือกำไรลดลงไปราว 54,000 ล้านบาท หรือลดลง
25% ขณะที่รายได้โตขึ้น 6% สวนทางกับกำไร จากปีก่อนหน้า

ผลประกอบการที่ผ่านมาของ Honda
ปี 2024 (1 เมษายน 2023 - 31 มีนาคม 2024)
- รายได้ 4,085,800 ล้านบาท
- กำไร 221,400 ล้านบาท
ปี 2025 (1 เมษายน 2024 - 31 มีนาคม 2025)
- รายได้ 4,337,800 ล้านบาท
- กำไร 167,200 ล้านบาท

เกิดอะไรขึ้นกับ Honda ?

ปัญหาที่ Honda เจออยู่

-การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจรถยนต์ ที่เป็นรายได้หลักคิดเป็นเกือบ 70% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท

โดยเฉพาะในจีนที่แข่งสงครามราคากันอย่างดุเดือด
พอเป็นแบบนี้ ทำให้ Honda ต้องอัดโปรโมชันเข้าไป เพื่อจูงใจให้ลูกค้าซื้อมากขึ้น

แต่การทำแบบนี้ ก็ยิ่งกัดกินให้กำไรจากการดำเนินงานธุรกิจรถยนต์ของ Honda ลดลงไปอีก

ถามว่ากัดกินกำไรไปมากแค่ไหน ก็ต้องบอกว่า 80% ของกำไรจากการดำเนินงานธุรกิจรถยนต์ที่หายไปในงบปี 2025 มาจากต้นทุนการอัดโปรโมชันแค่อย่างเดียว

ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจรถยนต์ลดลงอย่างมาก

- งบปี 2024 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 4.0%
- งบปี 2025 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 1.7%

แม้ยอมแลกด้วยกำไรของธุรกิจรถยนต์ที่น้อยลง เพื่อจูงใจให้คนมาซื้อมากขึ้น แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่ายอดขายรถยนต์ของ Honda ก็ไม่ดีขึ้นเลย

รายได้ที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากฝีมือการขายรถที่เก่งขึ้น
แต่มาจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า

หากตัดเรื่องค่าเงินออกไป ยอดขายรถยนต์ของ Honda ที่เป็นธุรกิจหลักของ Honda ลดลงจาก 4.1 ล้านคัน เหลือเพียง 3.7 ล้านคันเท่านั้น

เมื่อยอดขายรถยนต์ลดลงและการแข่งขันที่รุนแรงแบบนี้ ถ้าต้นทุนไม่เพิ่มก็คงไม่เป็นไร แต่กลายเป็นว่า Honda กลับมีต้นทุนการทำธุรกิจที่เพิ่มขึ้นด้วย

ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้น 19% และค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดียวกันราว 12% ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้

ส่วนหนึ่งก็เพราะความไม่แน่นอนของภาษีทรัมป์ ที่ทำให้โรงงานในเม็กซิโกของ Honda ได้รับผลกระทบ จนกระทบกับต้นทุนการผลิตรถยนต์ของตัวเอง

รวมไปถึง ต้นทุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของโลก ก็ยิ่งบีบให้ Honda ลงทุนหนักมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฮบริดหรือรถยนต์ไฟฟ้า 100% ก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 25,600 ล้านบาท
จากการเปลี่ยนโมเดลประมาณการค่ารับประกัน (Warranty Estimation Model) คือต้องตั้งสำรองการเคลมของลูกค้ามากขึ้น
 
กลายเป็นว่า ปัจจุบัน Honda ตกอยู่ในภาวะที่ธุรกิจสองล้อกำลังแบกธุรกิจสี่ล้อ
 
ปีล่าสุด ธุรกิจรถจักรยานยนต์ทำรายได้ 725,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน ซึ่งยอดขายรถจักรยานยนต์ของ Honda เพิ่มขึ้นเป็น 20.6 ล้านคัน จาก 18.8 ล้านคัน

ขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 132,700 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 18.3%

แต่ปัญหาใหญ่คือ “หลุมดำ” ในธุรกิจรถยนต์นั้นใหญ่เกินกว่าที่ธุรกิจรถจักรยานยนต์จะชดเชยได้

เพราะ ขณะที่รถจักรยานยนต์ทำกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 21,400 ล้านบาท
แต่ธุรกิจรถยนต์กลับมีกำไรจากการดำเนินงานลดลงราว 63,400 ล้านบาท หรือลดลงกว่า 56% เหลือเพียง 48,700 ล้านบาท

นอกจากนี้ การแข่งขันรุนแรงของธุรกิจรถยนต์ในตลาดจีน ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุนของ Honda ในจีนอย่าง GAC Honda และ Dongfeng Honda หายไปแทบทั้งหมด

จากที่เคยบันทึกส่วนแบ่งตรงนี้ในงบปี 2024 ราว 22,000 ล้านบาท แต่ในปี 2025 Honda กลับบันทึกเพียง 197 ล้านบาทเท่านั้น

สุดท้ายแล้ว กลายเป็นกำไรของงบปี 2025 ลดลงไป 54,000 ล้านบาท หรือหายไปราว 25% เหลือเป็นกำไร 167,200 ล้านบาท

สรุปแล้ว เรียกได้ว่าปัญหาของ Honda ที่เผชิญอยู่นั้น มีทั้งการแข่งขันที่รุนแรง และต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น ในธุรกิจรถยนต์ที่เป็นรายได้หลักของบริษัท ขณะที่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไม่สามารถชดเชยได้

ซึ่งปัญหาของ Honda ก็ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะยังมีการขาดแคลนชิปจากซัปพลายเออร์ Nexperia ที่กระทบให้ Honda หยุดชะงักการผลิตรถยนต์ในช่วงที่ผ่านมาด้วย

ต้องติดตามต่อไปว่า Honda จะกลับมาพลิกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร

 นักลงทุนได้ให้คำตอบผ่านราคาหุ้นของ Honda ไปแล้ว
เพราะจากต้นปี 2024 ที่ผ่านมา มูลค่าบริษัทอยู่ที่ราว 1.8 ล้านล้านบาท ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้มูลค่าบริษัทเหลือเพียง 1.2 ล้านล้านบาท..



ThisIsYuTh

ส่วนตัวผมก็ใช้รถญี่ปุ่นมานาน จนล่าสุดมารถจีน เหตุผลที่ไม่เลือกค่ายญี่ปุ่นต่อแล้วคงต้องบอกว่าผลิตภัณฑ์มันน่าเบื่อมากสำหรับคนที่ไม่ได้คาดหวังจะใช้รถยาวเป็นสิบปีอย่างผม ในขณะที่รถจีนเมื่อสี่ห้าปีก่อนมันด๋อยก็จริง แต่รถจีนในปัจจุบันดีขึ้นเยอะมาก และโดยเฉพาะ Segment Premium จีนนี่มันนำไปไกลจนหาเหตุผลในการจ่ายเงินซื้อรถญี่ปุ่นในราคาเท่ากันไม่ได้ไปเลยครับ

ส่วนข้อด้อยเรื่องบริการหลังการขายผมมองว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้แล้วในบางยี่ห้อ ซึ่งเป็นข้อที่ยอมรับความเสี่ยงได้เมื่อเทียบกับเงินที่ประหยัด/ของที่ได้ในเม็ดเงินเท่าๆ กัน
2025 - Zeekr 7X (AWD)
2020 - Mazda CX-5 2.5T (KF)
2016 - Subaru XV (GP)
2013 - Mitsubishi Pajero Sport (KG)
2010 - Honda Civic (FD)
2006 - BMW 3 Series (E36)



Floppy-T

ความคิดส่วนตัวผมนะครับ คิดว่า

Product Honda ในประทศไทย (รวมถึงตลาดโลกด้วย) ยังไม่มีอะไรใหม่ๆมาให้ ว้าว

ในไทยก็ Civic , City , Accord , HR-V , CR-V ก็คงขายไปได้เรื่อยๆจากแฟนบอยฮอนด้า

BR-V กับ WR-V น่าจะตายสนิท แพงเหลือเกิน

แต่คุณภาพกลับสวนทางกลับทางจีนเหลือเกิน

จีนยกระดับขึ้น ส่วน Honda ดาวน์ลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะปัญหาเคลมคุณภาพต่างๆนาๆ

จีนตอนนี้เหมือนพยายามจะกำจัดคู่แข่งโดยการขายแบบไม่เอากำไรมาก

เน้นให้คู่แข่งตายไปเอง



DiKiBoyZ

อันนี้ผมอ่านๆ ดูแล้ว ไม่แน่ใจว่า ข้อมูลมาจากแหล่งไหนนะครับ

แต่ World Automotive อย่าง Brand Financial เขามีแชร์ ข้อมูลรายได้ ยอดขาย กำไร และ มูลค่าของแบรนด์ ไว้อยู่ ปี 2024 เทียบกับ ปี 2025

Honda เอง ก็รายได้เพิ่มนิดหน่อยซะด้วยซ้ำ (ตรงกันกับ ใน ChatGPT ด้วย)

ใน Top 10 ค่ายที่น่าเป็นห่วง หรือ รายได้ลดลง คือ VW Group และ Mercedes Benz และ กลุ่ม Stellantis (พวก Citroen, FIAT, OPEL, ALFA ฯลฯ)

ไม่ได้แย้งนะครับ ผมแชร์ข้อมูลในส่วนที่ผมมี เห็นตรงหรือแย้ง ถือว่าแชร์ความคิดความเห็นกันได้ครับ



apinui

อ่านตรงไหน ก็ยังไม่เจอคำว่า"ขาดทุน"

ดังนั้น สำหรับหนุ่ม office ที่ชอบประเมินสถานะการบริษัท จากกำไรขาดทุน ...ผมมองว่า ก็ไม่น่าใช่สาระอะไร เพราะบริษัทก็ยังกำไรอยู่ แม้กำไรนั้นจะลดลง

เพราะ ถ้าฮอนด้า ทำกำไรจากการขายรถยนต์เพิ่มขึ้นไม่ได้ การเพิ่มกำไรด้วยวิธีการลดต้นทุน ก็ยังมีอยู่ครับ  ::) ::) ::)



Devil13

ความคิดส่วนตัวผมนะครับ คิดว่า

Product Honda ในประทศไทย (รวมถึงตลาดโลกด้วย) ยังไม่มีอะไรใหม่ๆมาให้ ว้าว

ในไทยก็ Civic , City , Accord , HR-V , CR-V ก็คงขายไปได้เรื่อยๆจากแฟนบอยฮอนด้า

BR-V กับ WR-V น่าจะตายสนิท แพงเหลือเกิน

แต่คุณภาพกลับสวนทางกลับทางจีนเหลือเกิน

จีนยกระดับขึ้น ส่วน Honda ดาวน์ลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะปัญหาเคลมคุณภาพต่างๆนาๆ

จีนตอนนี้เหมือนพยายามจะกำจัดคู่แข่งโดยการขายแบบไม่เอากำไรมาก

เน้นให้คู่แข่งตายไปเอง

เรื่องฮอนด้าเห็นด้วยครับ
ที่ขายออกจิงๆก็เห็นแต่ city และก็มี civic บ้าง ส่วนแอคคอร์ด กับ Crv ยอดหายไปเยอะ
จริงๆโมเดล ตปท. มีน่าสนใจเยอะนะ รถไฟฟ้าไชส์เล็กดีไชน์สวยก็มี รถกระบะไลฟ์สไตล์ก็มี แต่พี่แกเงียบมากไม่หือไม่อืออะไรเลย

ส่วนจีนตอนนี้ บู๊กระหน้ำ สู้ยิบตาเลย
รุ่นใหม่มีแต่จะดีขึ้น ราคารุ่นเก่าก็ลงเอาเรื่อยๆ



rtong

  ถ้ามาถึงแบรนด์จีน ทำให้ทั้ง ยุโรป  อเมริกา เกาหลี และญี่ปุ่นยอดขายลดลงมากๆ
คิดว่ากำไรลดลงทุกยี้ห้อ เพราะการมาของรถ EV จีน อย่างเช่น BYD ยอดขายปี 2025 กว่า 4 ล้านคัน ยังไม่รวมยี้ห้ออื่นๆอีก 
  ถือว่า Honda ทำได้ดีด้วยซ้ำที่ยังทำกำไรได้ยอดขายลดลงน้อยกว่ายี้ห้ออื่น  ในขณะที่เพื่อนร่วมชาติอย่าง Nissan ที่ถึงกับขายอาคารสำนักงานใหญ่ 
  คิดว่าคงมีบางยี้ห้อจะหายไปด้วยซ้ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 07, 2026, 17:07:00 โดย rtong »



helloweentz

ติดตามครับ
BRV 2016
Mileage :  173,583
รายการซ่อม :
เกียร์
แอร์
โช๊คหลัง
ลูกยางยึดท่อ
เพลาขับ



AgentMolder

รถ EV จีนนี่ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์โลกเปลี่ยนจริงๆ drop ทั้งโลกเลย แต่ก็นะ ธุรกิจแบบจีนๆ ยอมขาดทุน เพื่อให้แบรนด์อื่นตาย แล้วตัวเองผงาด น่ากลัวมาก
2005 Toyota Vios 1st Gen
2012 Honda Civic FD
2018 Toyota Camry ACV70
2023 Toyota Yaris Cross
2024 Porsche 718 Cayman Style Edition
2025 MB E-Class E220d W214



suriya24

คุณภาพสวนทางกับราคาแบบนี้ แฟนบอยก็ลาออกไปเยอะอยู่ครับ



ฟง อวิ๋น

ผมว่าการมาของรถจีน ทำให้ความรู้สึกต่อราคาของรถแต่ละกลุ่มเปลี่ยนไปมากครับ (ขอยอมรับว่าผมก็เป็นหนึ่งในนั้น)

ประกอบกับรายได้ที่ลดลง ทำให้เริ่มรู้สึกว่ารถราคาเกิน 1 ล้านบาทคือ "แพง" เกินไป

แถมยังมีรถไฟฟ้าระดับราคาครึ่งล้าน ในขนาดและการใช้งานที่รับได้มาให้เลือกเพิ่มอีก ผมก็หวั่นไหวเหมือนกันนะครับนี่
Isuzu SLX, Accord G4, Colorado, Hilux Tiger, Lancer I, Triton, D-Max Cab4, TiiDA, Mazda2 I, Mazda2 II, D-Max, Fortuner, Sunny B14, Jazz GK, Accord G9, Mazda2 Sky, GLA200, Yaris, Alphard30, Lancer II, Lander III, Ranger, XL7, Forester SK, Swift, Stargazer, Aion V



Devil13

ผมว่าการมาของรถจีน ทำให้ความรู้สึกต่อราคาของรถแต่ละกลุ่มเปลี่ยนไปมากครับ (ขอยอมรับว่าผมก็เป็นหนึ่งในนั้น)

ประกอบกับรายได้ที่ลดลง ทำให้เริ่มรู้สึกว่ารถราคาเกิน 1 ล้านบาทคือ "แพง" เกินไป

แถมยังมีรถไฟฟ้าระดับราคาครึ่งล้าน ในขนาดและการใช้งานที่รับได้มาให้เลือกเพิ่มอีก ผมก็หวั่นไหวเหมือนกันนะครับนี่

จีนรุกโหดมากครับ
ถึงขั้นจะดึงคนขี่มอเตอร์ไช์มาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทน
ในจีน มีรถรุ่นเล็ก2ประตู ราคา 1.2 แสนบาทขายครับ กะเอาทุกกลุ่มเลย ตามสื่อว่าถ้าเข้าไทยคงได้ราคา 1 แสนปลายๆ



XyteBlaster

honda แค่กำไรลด ครับ

แต่ nissan นี่สิ .. จะขายของเก่ากินได้อีกนานเท่าไหร่ ขาดทุนทีเป็นหมื่นล้าน



Tien.W

ยังกำไร แต่ แค่ลดลง

ผมว่า น่าห่วง นิสสัน มากกว่า