« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2026, 11:20:53 »
ยากครับ ในตลาดไทย toyota ไปอยู่กับ pickup กับ budget car เป็นหลัก
รถ budget ก็พวก segment a,b,c คนเน้นความ reliable ค่าใช้จ่ายน้อย ราคาไม่แรง เน้น first jobber กับคนแก่ ดูอย่าง c-hr เคยเอาเข้ามาเจาะกลุ่มวัยรุ่นวัยทำงาน ตายไม่มีฟื้น ต้องเอา Ccross มากู้หน้าเจาะกลุ่มคุณลุงคุณป้าแทน
และในกลุ่ม pickup เค้ามี fortuner มาทำตลาดด้วยพิกัดภาษีที่ดี ทำให้ segment suv ควบรวม C,D หมด
ถ้า rav4 เข้ามาในจะเจอภาษี ทำให้ราคาทะลุฟ้าแบบ CRV แน่นอน มันจะถูกเอาไปเทียบกับ X1,GLA ใน segment premium-entry ด้วยขนาดที่ไม่ได้กว้างต่างกันชัดเจน แบบ aclass,2series vs camry จะต้องโดน share ตรงนี้อีก เพราะว่ากันตาม margin toyota ไม่ตั้งราคาถูกมาต้องได้เห็นตัว top 2ล้าน แน่นอน
บวกกับตลาดหลักของเค้า คนที่งบถึงจะไปเลือก semi premium / premium ไปเลยด้วยฐานเงินเดือนที่ค่าผ่อนต่างกันแค่นิดเดียว
และบอกเลยว่า hev toyota อาจจะเก่งแต่ phev/bev ค่อนข้างมีปัญหา ถ้าชอบ rav4 มากลองหา nx450h+ มาใช้ได้ครับ ปัญหาเรื่องไฟฟ้าผมใช้มา 2 ปี เจอบ่อยมาก เรื่องการชาร์จ ระยะไม่ตรงวูบบ่อย การทำงานของเครื่องยนต์กับไฟฟ้าไม่ smooth เหมือน hev บางทีเครื่องติดทั้งที่แบตเยอะ หรือสลับมาใช้น้ำมันร่วมทั้งที่ระยะไฟฟ้ายังเหลือเกิน 50% ในตลาดมือสองรุ่นนี้น้อยส่วนใหญ่คนไปออก 350h กันหมด ถ้ามือสองราคาไม่ได้รุนแรงมากถ้าไหวกับ rav4phev by toyota ผมว่าซื้อมือสอง nx450h+ สบายๆ ซื้อมาลองเลยครับ
ภาพรวมผมว่าระบบการทำงานยังห่างชั้นกับรถ premium ด้วยกันเองโดยเฉพาะ bmw/volvo เพราะ benz ก็มีง้องแง้งบ้างตามสภาพปกติในทุกรุ่น
ยิ่งในตลาด bev พูดเลยว่า toyota คือท้ายตาราง rz ผม subs มาใช้ปีเดียว คือติได้เกือบทุกจุด ตีไปอยู่เกรดเดียวกับ mg ได้เลย บริหารไฟมั่ว ระยะทางไม่ตรง แบตวูบ วัสดุก็ไม่ได้หรูหราเหมือนรุ่นก่อนๆ จอช้า software ห่วย ใช้งานยาก ราคาแพง
แต่ว่าไม่ได้ครับ toyota เค้าเปลี่ยนแผนไปเรื่อยๆเรื่องไฟฟ้า 2025 - 2026 -2027 ล่าสุด press release ไป 2035 แล้วครับ คงไม่อยากเลื่อนทุกปี เพราะยอดรถน้ำมันก็ทำให้เค้ายังเป็นเบอร์ 1 ได้อยู่ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ รถ budget ขายดีครับ