« ตอบกลับ #16 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:27:11 »
ฝั่ง logistic ไปไฟฟ้าเยอะแล้วนะครับโดยเฉพาะ บ. หรือ องค์กรใหญ่ อย่างไปรณีย์ไทยก็มีรถขนส่งเป็น EV เยอะขึ้นมาก DHL ก็มี IKEA Decathlon ก็ใช้รถไฟฟ้าหมดแล้ว
และถ้าต้นทุนไฟฟ้า มันดีกว่าน้ำมันไปเรื่อยๆ มันก็ไปตามธรรมชาติเองละครับ ยิ่งสายสร้างตัวชอบทำตัวเองแบบนี้(ล่าสุดจะประท้วงหยุดวิ่ง) ขนส่งที่เป็นองค์กรแล้วใช้ EV ยิ่งได้เปรียบ
อนาคตระบบรางสมบูรณ์ การขนส่งจะไม่ได้ลากยาวเหมือนเมื่อก่อน แค่ไปรับส่งของตามสถานีกระจายสินค้า ซึ่ง EV ก็ได้เปรียบอีก...ถ้าขนส่งสร้างตัวยังทำตัวแบบนี้ต่อไปก็ตายเองละครับ
ส่วนเรื่องน้ำมัน B10 E85 20 ...ปัญหาคือ ถ้าหมดวิกฤตแล้ว จะยังสนับสนุนกันต่อรึเปล่า หรือจะทิ้งไปเหมือนเมื่อก่อน
เพราะตอนน้ำมันมันถูก น้ำมันมันถูกกว่า Bio เอทานอล นะ พอเอาพวกนี้มาผสมมากๆ แล้วน้ำมันแพง คนใช้น้ำมันก็ด่ากันอีก
จะให้คนทำ เอทานอล เขาทำๆ หยุดๆ เขาก็ตายพอดีครับ น้ำมันถูกเลิกทำ น้ำมันแพงให้ทำเยอะๆ ไม่มีใครเขาอยากลงทุนหรอกครับ
ผมว่าก็ปล่อยไปแบบนี้ละ น้ำมันขาดก็ประหยัดกันหน่อย นี่ยังเห็นจอดรถไม่ดับเครื่องกันหน้า 7-11แถวบ้านอยู่เลย...แก้ที่นิสัยคนใช้รถ ง่ายกว่านโยบายนะ
การสื่อสารดูจะเป็นปัญหาใหญ่เหมือนกันนะครับ ถ้า รัฐบาลส่งสารได้ดีพอ พร้อมจะเดินไปทิศเดียวกัน ลดการนำเข้ากับซื้อของในประเทศที่แพงกว่า(นิดหน่อย) มันมีความคุ้มค่าในเชิงตัวเลขที่ไม่เหมือนกันอยู่ครับ
ส่วนภาพการบอกให้ประหยัด ในยุคที่เน้นความสะดวกสบายกันขนาดนี้ ผมเห็นทิศทางแล้วยากครับ
........
ไม่อยู่ที่การสื่อสารครับ คนเข้าใจหมด...แต่ไม่อยากเข้าใจ ถ้าคนเน้นสะดวกสบาย เอาแต่ได้ส่วนตัว เขาไม่เอาของแพงกว่าหรอกครับ จำได้ในบอร์ดนี้เนี่ยละ ช่วงนั้นยังด่าอยู่เลยว่าเอาเอทานอลมาผสมทำไม เอื้อนายทุนเอทานอลหรือสวนปาล์มรึเปล่า...ลองไปขุดโพสเก่าๆดูก็ได้ครับ
และช่วงน้ำมันถูก กับปาล์มแพงนี่ส่วนต่างสูงมากครับ ดูน้ำมันปาล์มก็ได้ว่าช่วงพีคราคาเท่าไหร่ ขนาดตอนนี้ราคาไม่ต่างกันมาก ยังไม่เริ่มเอาสูตร B10 กลับมาทำเลยครับ ยังยืน B5-7 กันอยู่เลย ถ้าจะแก้จริงๆคือ รัฐยอมโดนด่า แล้วครั้งหน้าไม่มีใครเลือกเข้ามา ถามว่าระบบประชาธิปไตยจะมีนักการเมืองคนไหนกล้าทำไหมครับ(และสุดท้ายก็โดนรัฐบาลใหม่ที่เน้นประชานิยมแก้นโยบายอยู่ดี)
ผมถึงบอกว่า เป็นไปตามธรรมชาติหนะดีแล้ว ใครไม่ปรับตัว ไม่ลดการใช้ก็ให้มันตายไป คนที่เขามองไปข้างหน้าปรับตัวได้ก็รอด ก็เท่านั้น คนใช้น้ำมันถ้าอยากรอดก็ต้องปรับตัว ฝั่งเบนซินเขาเติม E20/E85 ได้ถ้าน้ำมันมันขาดจริงๆ ตอนนี้ปั้มแถวบ้าน บางบ่อ ดีเซลขาด(เพราะสายสร้างตัวแถวนี้เยอะ) เบนซินเหลือปั้มโล่ง ซึ่งมันก็ดีนะ อนาคตค่ายรถน่าจะกล้าๆทำกระบะไฟฟ้าขายได้เยอะขึ้น ผมยังอยากได้ Hilux Champ ไฟฟ้ามาขนของเลย(ถ้ามันต่ำกว่าล้านนะ)
...อีกอย่างคือ ถ้าเทียบจริงราคาดีเซลตอนนี้ยัง 30ต้นๆ สมัยโหดๆนี่ 35 แต่ที่ขาดน่าจะเพราะแห่ตุนกัน(โดยเฉพาะปั้มบัตรแดง ดีเซลขาดเกือบหมด) ถ้าเลิก panicกัน ใช้แต่พอดี ดูทิศทางสงครามมันจบเร็วกว่าสมัยสงครามอ่าวเสียอีกครับ(ไม่รู้ว่าคนที่panicสมัยนี้ทันกันรึเปล่านะ) มันก็พอไปได้ครับ แย่ตรงที่ว่าสมัยนี้การใช้น้ำมันเยอะมากและสื่อโซเชียลมันปล่อยข่าวให้คนตื่นเต้นกันง่ายขึ้นก็เท่านั้นเองละ