จุดคุ้มของ PHEV และอัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริง

nnss

ผมอยากทราบเรื่องการออกต่างจังหวัดสำหรับ PHEV ประมาณ2-3 senarios ครับ ว่าแบบไหนเหมาะสมสุด
อ้างอิงว่าแบตเต็มก่อนออกเดินทางและน้ำมันเต็มถัง วิ่งระยะ400กม

1. วิ่งแบตล้วนจนหมด (100กม +-) และน้ำมันต่อยาวๆจนถึงปลายทาง
2. วิ่ง hybrid ให้ตัวรถจัดสรรพลังงานเองจนถึงปลายทาง
3. วิ่งแบตล้วน แวะชาร์จ ac บ้างระหว่างทาง

แต่ละแบบทื่กล่าวมา แบบไหนเหมาะสมสุดครับ เข้าใจว่าข้อ 1 ก็คือวิ่งเบนซินน้ำมันล้วนๆเลยน่าจะอยุ่ที่ 12-14 โลลิตรในช่วง 300 กมหลังจากแบตหมด
ส่วนข้อ 2 อันนี้ผมอยากทราบเป็นพิเศษว่าอัตราสิ้นเปลืองมันเท่าไรครับ ประหยัดเหมือน hybrid ญี่ปุ่นปัจจุบันไหม (20+ กิโลลิตร) และวิ่ง hybrid แบบนี้แบตจะหมดที่ประมาณกมที่เท่าไหร่ และเฉลี่ย 400 โลอัตราสิ้นเปลืองจะเป็นยังไง

อ้างอิงเป็นรถ BMW รหัส e ทั้งหลายครับเช่น 330e 530e ที่เป็นแบตวิ่งได้ 100 โลแล้ว



DiKiBoyZ

Re: จุดคุ้มของ PHEV และอัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2026, 17:19:39 »
ข้อ 1 ไม่มีจริงครับ

เพราะถ้าแบตหมด มันก็จะเข้าโหมด Hybrid (ก็คือข้อ 2.) นั้นละ

ข้อ 3. รถปลั๊กอินไฮบริด ชาร์จ AC ช้ามากๆ มันไม่คุ้มกับการจะไปชาร์จ 3-4 ชั่วโมง นอกบ้านหรอกครับ

ทุกวันนี้ ชาร์จเต็มจากบ้าน วิ่งออกไปทำงาน กลับมา ก็ชาร์จ แทบทุกวัน (วิ่งได้ 70 กว่าโล)

เคยกดโหมด วิ่งไปชาร์จไป บอกเลยว่ากินน้ำมัน ไม่คุ้มกับสิ่งที่ได้

ให้รถมันจัดการระบบ Hybrid ของมัน ดีที่สุด

จุดเด่นของ PHEV คือ วิ่งในระบบที่แบตเตอรี่ วิ่งได้ คือ วิ่งในเมืองไปกลับ แบบแทบไม่ต้องใช้น้ำมันเลย นี่คือ จุดเด่นที่สุดของมัน



Magl

Re: จุดคุ้มของ PHEV และอัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2026, 18:05:52 »
พึ่งออก phev seal5 ของ byd มา มีรถไฟฟ้าแล้วคันนึงนะครับ
ข้อดี คือผมไม่ต้องติดตั้ง ac wall charger เช้าส่งลูกที่โรงเรียน เย็นอีกรอบ แบตหมดพอดี เสียบสายที่ให้มา ชารจ์ 5-6 ชม. เช้าเต็มพอดี
ข้อเสีย มันชารจ dc ไม่ได้ แต่ก็ไม่น่สขารจเพราะวิ่งได้แค่ 90 โล
ออกต่างจังหวัดแล้ว 1 ทริป ต่อการชารจ์เต็ม 1 รอบ วิ่งได้ราว 1100 โล หารเฉลี่ยน้ำมันได้ 24-25 โล/ลิตร ตั้ง soc ไว้ที่ 60 พอต่ำกว่า 60 เครื่องติดปั่นไฟ วนไป ไม่ไปกดไฟฟ้าล้วน วิ่ง 110 บางทีใช้ไฟฟ้า พอกด 120 เครื่องทำงานพร้อมมอเตอร์
โดยส่วนตัวระยะทางที่ใช้ เหมาะสมสำหรับผม



Mos37257

Re: จุดคุ้มของ PHEV และอัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2026, 19:28:14 »
ขอยกตัวอย่าง Lexus NX350h/NX450h+ นะครับ
ซึ่งรถ Phev เเต่ละคันพอแบต EV จะทำงานเป็นไฮบริดหรือน้ำมันล้วนก็เเตกต่างกันไป

1. วิ่ง400 โล ใช้น้ำมันจริง340 กิโล ไฟฟ้าอีก60โล ซึ่งในโหมดไฮบริดพอไฟฟ้าหมด NX ทำได้15-16 กิโลเมตร
2. วิ่ง HV mode ซึ่งถ้าวิ่งทางไกลมีการเรียกอัตราเร่ง ก็จะมีการสลับพลังงาน EV มาช่วยบ้างซึ่งพอขับ400โล ไฟ EV ก็อาจจะหมดครับ เเต่อัตราสิ้นเปลืองก็จะหารเฉลี่ยมากขึ้นนิดนึง รวมๆเเล้วไม่ต่างกับ 1 ถ้าเป็นของ Lexus นะครับ
3. อันนี้ไม่ไหวครับ เพราะ AC ยังชาร์จช้าเเละวิ่งได้ไม่เยอะมากครับ



nobody123

Re: จุดคุ้มของ PHEV และอัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2026, 20:26:20 »
จากคนที่เริ่มรู้ตัวว่า ถ้า BMW ผมเสียหนักภายในปี 2032 รอบหน้าผมอาจซื้อ* PHEV อย่าง BMW 330e LCI มือสอง (ถ้าได้คันที่เจ้าของเปลี่ยนไม่เอายางรันแฟลตยิ่งดี)

ตอบจากที่ใช้จริงเลยนะครับ รถผมแบตเล็กกว่า 330e รุ่นใหม่ แต่แนวคิดคล้ายกัน

ถ้าวิ่งต่างจังหวัดประมาณ 400 กม. แบตเต็ม + น้ำมันเต็ม

แบบแรก วิ่งไฟให้หมดก่อนแล้วค่อยใช้น้ำมันยาว
ทำได้ครับ แต่ไม่ค่อยคุ้ม พอแบตหมด รถจะกลายเป็นเครื่องล้วนแบบมีแบตต่ำ อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่แถว ๆ 12–14 โลลิตรตามที่คุณเข้าใจเลย

แบบที่สอง ปล่อย Hybrid ให้รถจัดการเอง
อันนี้ง่ายสุด ไม่ต้องคิดมาก รถมันจะสลับใช้ไฟกับน้ำมันเองตามจังหวะ
ทั้งทริปจะอยู่ประมาณ 16–20 โลลิตร ขึ้นกับการขับและสภาพถนน
บางช่วงใกล้เคียง Hybrid ญี่ปุ่นได้ แต่โดยรวมจะไม่เท่า เพราะเรื่องน้ำหนักรถ

แบตจะไม่หมดทีเดียว มันจะค่อย ๆ ถูกใช้เป็นช่วง ๆ บางทีถึงปลายทางยังเหลือไฟอยู่

แบบที่สาม วิ่งไฟแล้วแวะชาร์จ AC ระหว่างทาง
ถ้ามีจุดชาร์จและคุณต้องแวะอยู่แล้วก็โอเค (ผมเคยจะชาร์จโรงแรม โดนไปชั่วโมงละ 100)
แต่ถ้าต้องแวะเพื่อชาร์จอย่างเดียว ส่วนตัวผมว่าไม่ค่อยคุ้ม เพราะ AC มันช้า

วิธีที่ผมใช้จริงตอนวิ่งไกล เช่นช่วงสงกรานต์

ผมเปิด Hold แบตไว้ก่อน ตอนวิ่งทางยาว
เข้าแหล่งท่องเที่ยวหรือวิ่งช้า ๆ ค่อยใช้ไฟฟ้า (ช่วงข้ามเมืองรถจะตัดน้ำมันเอง แต่ในเมืองผมเลือกใช้ไฟฟ้าเอง)
ขากลับถนนโล่ง ผมให้รถชาร์จแบตด้วยน้ำมันเก็บไว้
รถติดขากลับสงกรานต์ ผมใช้ไฟฟ้าตลอดช่วงรถติด
ถึงบริเวณหมู่บ้าน ยังเหลือไฟให้ใช้ (บางทีก็เหลือเยอะกว่าที่คิด)

สรุปง่าย ๆ
ถ้าไม่อยากคิดมาก เข้า Hybrid แล้วขับยาวไปเลยจบ
แต่ถ้าอยากรีดประสิทธิภาพเพิ่มอีกนิด เก็บไฟไว้ใช้ตอนรถติดหรือในเมือง จะคุ้มกว่าปล่อยหมดตั้งแต่ต้นครับ

*ผมใช้คำว่า อาจซื้อ เพราะติดเรื่องสำคัญ คือ ผมจอดติดเกียร์ N 330e ยาว ๆ ไม่ได้ (Deepal ที่ไปลอง เขาบอก รถเขาออกแบบให้ทำได้) เพราะ บางที่ บางที ผมต้องจอดขวาง รออนาคตว่ามีใครโปรแกรมปลดได้แบบ E90 ครับ ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็คงหารุ่นอื่น



PaPaMan

Re: จุดคุ้มของ PHEV และอัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริง
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2026, 09:23:32 »
ใช้ 530e ครับ


ข้อ1. วิ่งแบตล้วนจนหมด
ถ้าเปิด Auto ไว้ พอความเร็วเกิน90 รถมันจะติดเครื่องครับ ไม่ใช้ไฟฟ้าต่อ ดังนั้นถ้าเราขับความเร็วเดินทางมันจะใช้เครื่องยนต์ครับ ยกเว้นว่าคุณจะกดโหมดใช้ไฟฟ้าล้วน (มันจะสามารถวิ่งได้ความเร็วสูงสุด 140) แบบนั้นมันถึงจะใช้ไฟฟ้าจนหมดครับ ไม่ควรทำแบบนี้ เราควรจะสงวนแบตไว้วิ่งช้าๆในเมืองหรือเวลาที่ใกล้จะถึงบ้าน (เพื่อกลับไปเสียบชาร์จที่บ้านเอาครับ)


ข้อ2. วิ่งไฮบริดไปตลอดทาง เป็นวิธีที่ง่ายสุดครับแต่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดครับ ผมไม่ชอบ ผมชอบจัดการเองมากกว่า


ข้อ3. แวะชาร์จระหว่างทาง เป็นวิธีที่ไม่คุ้มค่าครับ เพราะชาร์จได้แต่ AC มันช้าเสียเวลามาก เราสามารถขับไปชาร์จไปได้ครับ ยอมเสียน้ำมันดีกว่าเสียเวลาเที่ยวเป็นไหนๆ


วิธีที่ผมชอบใช้คือออกจากบ้านมาก็ใช้ Auto ให้รถมันจัดการเองเลย พอขึ้นทางด่วนได้ (รถโล่ง วิ่งทำความเร็วได้ ) ก็กดโหมด safe batt ให้ชาร์จไฟกลับ ตั้งไว้ซัก 90% ถ้าถึงแล้วก็กลับเป็นโหมด Auto เวลาขับเข้าเมืองก็ใช้โหมด auto ตามปกติ ถ้าแบตต่ำแล้วมีโอกาสขับความเร็วลอยตัวได้ผมก็กดชาร์จทันทีเป็นแบบนี้วนลูปไปเรื่อยครับ ขากลับบ้านถ้าแบตเหลือผมก็จะกดใช้ไฟฟ้าล้วนตอนใกล้ๆถึงบ้าน กะเอาให้ไฟหมดตอนถึงบ้านพอดี (ซึ่งก็มักจะทำได้ประมาณนั้นเพราะชินเรื่องการคำนวนระยะทางแถวบ้านแล้วครับ) แล้วเสียบชาร์ตอนถึงบ้านเอาครับ เป้าหมายคือพยายามให้มีไฟในแบตไว้ตลอดเพื่อใช้งานในเมืองหรือเวลาที่ต้องขับช้าๆแล้วใช้ไฟให้หมดตอนถึงบ้านครับ



sukhontha

Re: จุดคุ้มของ PHEV และอัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริง
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2026, 14:46:51 »

[/quote]
พึ่งออก phev seal5 ของ byd มา มีรถไฟฟ้าแล้วคันนึงนะครับ
ข้อดี คือผมไม่ต้องติดตั้ง ac wall charger เช้าส่งลูกที่โรงเรียน เย็นอีกรอบ แบตหมดพอดี เสียบสายที่ให้มา ชารจ์ 5-6 ชม. เช้าเต็มพอดี
ข้อเสีย มันชารจ dc ไม่ได้ แต่ก็ไม่น่สขารจเพราะวิ่งได้แค่ 90 โล
ออกต่างจังหวัดแล้ว 1 ทริป ต่อการชารจ์เต็ม 1 รอบ วิ่งได้ราว 1100 โล หารเฉลี่ยน้ำมันได้ 24-25 โล/ลิตร ตั้ง soc ไว้ที่ 60 พอต่ำกว่า 60 เครื่องติดปั่นไฟ วนไป ไม่ไปกดไฟฟ้าล้วน วิ่ง 110 บางทีใช้ไฟฟ้า พอกด 120 เครื่องทำงานพร้อมมอเตอร์
โดยส่วนตัวระยะทางที่ใช้ เหมาะสมสำหรับผม

ถ้าเลือกรถประเภทนี้  วิธีใช้งานก็ต้องแบบนี้ครับ  ใช้วันหนึ่งไม่เยอะมาก  แล้วกลับไปเสียบแบตฯที่บ้าน...    ถ้าจำเป็นวิ่งยาวได้  แต่อัตราการใช้เชื้อเพลิงก็จะกลับมาประมาณนี้แหละ  หรือถ้าวิ่งยาวไปกว่านั้น   อัตราการใช้เชื้อเพลงจะลดต่ำลง  ตามระยะทางที่ไกลขึ้นครับ



marvel

Re: จุดคุ้มของ PHEV และอัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริง
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2026, 16:00:13 »
มีคลิปทดสอบรถของต่างประเทศ คลิปนึง ทดสอบเปรียบเทียบ 530e  520i และ i5
530e ขับโดยใช้แบตอย่างเดียวได้ 56.3 ไมล์ (90.08 กม.)(นาที 17:32)

หลังจากแบตเหลือ 0% ขับต่อโดยโหมด hybrid อีก 31:43 นาที เป็นระยะทาง 23.5 ไมล์ (37.6 กม.)
ได้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันในโหมด hybrid นี้ 38.6 mpg (13.67 กม./ลิตร) (นาที 23:52)

ถ้าวิ่ง 90.08 กม. จนแบตหมด ต่อจากนั้นวิ่งโหมด hybrid จนระยะรวมครบ 400 กม.
โดยสมมติฐานว่า ระยะทางที่เหลือวิ่งโหมด hybrid ได้ 13.67 กม./ลิตร ตามผลทดสอบ
จะได้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสำหรับ 400 กม. นี้ 17.64 กม./ลิตร

- ถ้าจะรวมราคาพลังงานทั้งหมด ก็ต้องรวมค่าไฟที่ชาร์จไว้ 100% เข้าไปด้วย
- อัตราสิ้นเปลืองดูจากหน้าจอ ไม่รู้ว่ารถรุ่นนี้คลาดเคลื่อนแค่ไหน
รถรุ่นอื่นๆเท่าที่เคยใช้ หน้าจอดีกว่าความเป็นจริง 3% - 9%




Odrecranon

Re: จุดคุ้มของ PHEV และอัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริง
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: วันนี้ เวลา 17:40:44 »
PHEV mode hybrid ของแต่ละ brand อาจ setting ไม่เหมือนกันครับ

ผมเองใช้ Volvo T8 22.5 และเคยเช่า T6 ที่ตปท

Hybrid คือ ใช้แบตที่มีจนหมด หลังจากนั้นจะทำงานแบบ HEV
Pure คือคล้าย Hybrid แต่เครื่องจะพยายามตัดเข้าระบบ ICE ได้ยากกว่า เช่น ตอนเร่งแซง
Power and AWD ผมว่าคล้าย ๆ กัน คือ power ทั้ง Battery และ เครื่องยนต์จะทำงานตลอด แต่ AWD จะมีบางช่วงที่ battery ไม่ทำงาน


ถ้ารูปแบบการใช้ชีวิต ขับไม่ประมาณวันละ 70-80 km และเท้าไม่หนัก ผมว่าเทียบเท่า BEV ครับ
คำนวณการกินไฟแบบ BEV เลย แต่ T8 รับไฟได้ค่อนข้างช้า ถ้าจำไม่ผิด 3.7kw-h
ส่วน 350e เหมือนจะ max 11 kw-h เลยครับ

แต่ถ้าเท้าหนัก พอแบตหมด จะทำงานคล้าย HEV จะช่วงลดการทำงานของเครื่องยนต์ได้ช่วงติดไฟแดง
หรือถ้าออกต่างจังหวัด ลงเขาและเหยียบเบรค แบตผมเคยขึ้นไปเกือบ 50%

อัตราสิ้นเปลือง ถ้าแบตหมดเลย อยู่ช่วง 15 km/l ครับ
ถ้ากดให้เครื่องยนต์ชาร์จไฟเข้าแบต อยู่ที่ 12 km/l

ส่วนโปรแกรมที่ T8 มี
Battery เลือก Hold, Auto หรือ charge ได้
เช่น ออกต่างจังหวัดไกล ๆ ก็ hold แบต เก็บไว้ขับในเมือง หรือไว้ช่วง splint เพื่อเร่งแซง

สำหรับผม ถ้ามีงบประมาณในการดูแลเพียงพอ มีรถที่บ้านหลายคัน ผมชอบระบบนี้ที่สุดครับ
ถ้าได้แบตความจุ 25-30 kw-h ผมคิดว่ามันจะดีมาก

ถ้าต้องขับ 400 km ผมจะ hold battery ตอนขับทางไกล พอเข้าเมืองค่อนใช้ battery ครับ
ผมเองไม่ค่อยได้สนใจอัตราสิ้นเปลืองเท่าไหร่ คือผมสังเกตว่า ICE คันเก่า ๆ ของผมขับทางไกล
อัตราสิ้นเปลืองเท่า ๆ กันหมด และผมเองก็ไม่เคยคิดเรื่องชาร์จ แบบ public เพราะรถผมมันรับไฟได้ช้า
ผมมองว่าถึงจุดหมายให้ไวสุด คือเป้าหมายผม แต่ถ้าบางท่านชอบแวะทานข้าว ขับไปเรื่อย ๆ อยากทำตัวเลขสิ้นเปลือง
ก็คงไม่เสียหาย ถ้ารถรับไฟได้ไวครับ