นี่คือแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและระบบขนส่งมวลชน

love street

สวัสดีครับ ผมมีไอเดียอยากจะมานำเสนอโดยเป็นการชวนให้ toyota motor thailand , nextem ev , nissan , thairung เปลี่ยนแปลงระบบขนส่งสาธารณะในประเทศด้วยยานยนต์คันจิ๋วขนาดใหญ่กว่า kei car ญี่ปุ่นเล็กน้อย นั่งกระบะหลังได้ 5 คน วิ่งตามตรงอก ซอยลึกเหมือนรถกะป๊อในปัจจุบัน ซึ่งจะมีการทำแบบส่วนบุคคลท้ายกระบะเรียบไว้ใช้ขับขนของเบาภายในระยะบ้านถึงตลาดด้วย แนวคิดคือการนำรถ nextem orca จากจีนมาปรับปรุงงานวิศวกรรมโดยใช้เวลาเครื่องยนต์ 1000cc. Turbo ของ nissan almera ประกบคู่กับเกียร์ซีวีทีขายในแบรนด์ oto ซึ่งสนับสนุนโดยทุนไทยขายเป็นรถขนส่งหรือฟลีตในขณะที่นิสสันใช้พื้นฐานเครื่อง 1.2l e-power และ toyota ใช้ 660-800cc. Turbo hybrid ส่วน nextem เป็นแบบรถไฟฟ้า ด้านราคาคาดว่าจะไม่เกิน 500,000 บาท ถ้าใช้ซื้อล็อตใหญ่โดยนายทุนบริษัทขนส่งสาธารณะ น่าจะสามารถกำหนดราคาค่าโดยสารที่ 10 บาทต่อเที่ยวต่อคน และอายุใช้งานรถ 8 ปี



love street

ฝากติดตามเพจเค้าหน่อยงับ



apinui

รถเล็กแบบนี้ ผมเห็นมีตลาดเดียวอะที่เค้าควรใช้ คืองานบริการด้านสุขภาพ หรือผู้สูงอายุ เท่านั้นเลย

ซึ่งบอกเลย ผมรอให้ Kei car มีขายในไทยราคาถูกและผมจะเปิดบริษัท บริการด้านสุขภาพ รับส่งผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล

ปัญหาทุกวันนี้คือ คนวัยพ่อแม่เรา หรือสูงอายุตอนนี้ ขาดลูกหลานพาไปโรงพยาบาลจำนวนมากเลยครับ และรถที่จะเอามาบริการก็มีแต่คันใหญ่ พอคันใหญ่ค่าบริการมันก็จะสูงตามไปด้วย

ในญี่ปุ่นมีแล้วนะครับ บริการนี้ ขับรถไปรับ เข็นรถวิลแชร์ผู้สุงอายุขึ้นรถได้เลย ถึงที่หมายก็เข็นลง ส่งมือหมอ หาที่จอดง่าย ขึ่นลงง่าย

ถ้ามีปบบนี้ขายและคันละ 5แสน บอกเลย มีตลาดเดียวแหละที่จะซื้อ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2026, 11:32:18 โดย apinui »



เนื้อน่องไม่หนัง

ผมคิดว่าปัญหาของรถสองแถว คือ มีไม่เพียงพอ ในเวลาที่ต้องการครับ การเอาคันเล็ก มาวิ่งมันเลยไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร่ นอกจากเป็นเส้นทางเก่าที่วิ่งกันมานาน
เส้นทางใหม่ๆ เลยใช้รถกระบะเอามาวิ่ง รถเต็มหรือถึงเวลาก็ออกเลย ช่วง off-peak ก็ลดรอบวิ่งลง ไม่งั้นไม่คุ้มค่าวิ่งครับ

คนที่เอารถมาวิ่ง อาจเจ้าของรถ ที่จ่ายส่วนแบ่งในการเข้ามาขับ บนเส้นทางนั้นๆ 
กับอีกเคสคือ เจ้าของสัปทานสายรถจ้างมาขับแล้วให้ส่วนแบ่ง

กลุ่มลูกค้าที่ซื้อรถมาเพื่อนวิ่งงานแบบนี้ก็ไมไ่ด้เยอะ ยิ่งเป็นรถเฉพาะทางยิ่งขายยาก
ถึงเวลาปลดออกไม่มีใครซื้อ จะเอาไปวิ่งทางไกลก็ไม่ได้อีก แถมพอรถมีน้อยอะไหล่จะมีรองรับไหม
เคยนั้งรถกะป๋อ ไม่ได้นั้งเต็มคันด้วย พอเจอสะพานสูงหน่อย ต้องวิ่งลากเกียร์ 1-2 ขึ้นไปแบบ อืดๆ ซึ่งผมคิดว่ามันอันตราย และทำให้รถติด
และ CVT กับรถที่ต้องบรรทุกคนเยอะๆ ผมว่าไม่รอดครับ



love street

พอดีผมกะจะให้เจ้าของสัมปทานเป็นคนจ้างคนขับรถกะป๊อ สองแถวน่ะครับ โดยกะป๊อวิ่งในซอยเล็กลึก และเส้นเล็กรอง ส่วนสองแถววิ่งเส้นเล็กหลัก ในขณะที่มินิบัสจะเป็นถนนใหญ่ ซึ่งมินิบัสมี mine mobility , nexpoint อยู่แล้วที่ทำรถพวกนี้โดนเฉพาะ แต่สองแถวกับกะป๊อยังไม่มีแบรนด์ไทยแบบเฉพาะเลยแถมยังสามารถเอามาทำเป็นรถส่วนยุคคลขายได้ด้วย รถสองแถวจะใช้ toyota hilux champ , oto truck ส่วนกะป๊อจะใช้ nextem , oto mini truck สมมุติมีรถกะป๊อวิ่ง 50 คันแถวลาดพร้าววังหิน จ้างคนขับ 50 คน ค่าจ้างรายเดือน 18,000 บาทต่อคน โดยรถคันนึงวิ่ง 40 เที่ยวต่อวัน ผู้โดยสารต่อเที่ยว 5 คน จะตกรายได้ต่อคันวันละ 2000 บาท เจ้าของสัมปทานเก็บค่าโดยสารเก็บค่ากำไรต้นทุน 335 บาท เก็บค่าน้ำมัน 300 บาท เก็บค่าอาหารและน้ำให้เป็นสวัสดิการอาหารจากเครือซีพีพร้อมน้ำอัดลมเอสวันละ 1.6 ลิตร รวม 200 บาทต่อวัน เก็บค่าบำรุงรักษา 300 บาทต่อวัน จ่ายคนขับ 600-865 บาทต่อวันเป็นเงินเดือนเบี้ยเลี้ยง น่าจะได้ในมุมพนักงาน ส่วนในมุมธุรกิจ รถคันละ 500,000 บาท รายได้ที่รถคันนุงทำได้ต่อวันเพิ่อหักราคาต้นทุน 10,000 บาทต่อเดือน ตกเฉลี่ยปีละ 120,000 บาท อายุรถ 8 ปี คืนทุนในไม่เกิน 5 ปีแรกครับ



เนื้อน่องไม่หนัง

เอาจริงๆ ลองคุยกับ ai ถึงความเป็นไปได้ก่อนก็ได้นะครับ....

รถกะป๋อ / รถสี่ล้อเล็ก: จดทะเบียนเป็น "รถยนต์รับจ้างบรรดาทีมีขนาดย่อม" ข้อกำหนดคือขนาดต้องไม่เกิน 1.5m x 4m เครื่องยนต์ไม่เกิน 800cc
ส่วนใหญ่น่าจะเป็น เครื่องเก่าเขียงกงเอามาใส่ ซื้อผมมองว่าตลาดมันเล็กมากๆ ไม่คุ้มกับการที่จะผลิตทั้งคันเพือตลาดนี้ ยอมขยับเป็น สองแถวพื้นฐานกระบะดีกว่า แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสัมปทานด้วยว่า ระบุไหมว่าเป็นรถแบบไหน

ในกลุ่มกะบะเองส่วนใหญ่ก็ใช้ตัวถูกสุด revo บล๊อคเล็ก เพราะมันแรงเพียงพอแล้ว อาศัยวิ่งไหลๆ ลากเกียร์ ไปเรื่อยๆ ปลดระวางยังเอาไปทำอย่างอื่นได้
ขนาด nissan/ mitsu ที่ราคาถูกกว่ายังไม่ค่อยมีใครเอามาวิ่งงานแบบนี้เลยครับ คิดว่าทำรุ่นใหม่มาเพื่อตลาดนี้ ไม่น่าจะตอบโจทย์ครับ

40 รอบต่อวันผมมองว่าเป็นเรื่องที่ยาก หลายๆเส้น ระยะทางไม่ได้ไกลครับ แต่ใช้ความเร็วไม่ได้ ถ้าไม่ใช้ช่วงรถติด 1 เที่ยวอาจ 15-20 นาที แต่ถ้าติดหนักๆ 30-60 นาที อาจเป็นไปได้
ถ้าจะวิ่ง 40 รอบต่อวัน น่าจะใช้เวลาอย่างน้อยๆ 10 ชม ซึ่งไม่น่าขับไหวแน่นอน ไหนจะต้องจอดรอเวลาออกอีก ไม่ใช้ว่าเร่งทำรอบได้



Symphonic

จริงๆ แล้วมันก็มี Suzuki Carry อยู่แล้วนะ บริษัทรถไม่ต้องไปลงทุนใหม่
แต่ถ้าจะออกแบบรถใหม่มาขาย มันมีกฎหมายที่ต้องผ่านมาตรฐานด้วย
เช่นมลพิษไอเสีย, ความปลอดภัย การชน ถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัย ADAS
ซึ่งมีต้นทุนวิจัยแลพผลิตสูงขึ้นอีกระดับนึง ราคาจะขึ้นไปชนกับรถมาตรฐาน
ที่มีขายอยู่ในปัจจุบันอีก

แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นรถขนส่งสาธารณะแล้วขอยกเว้นไม่เอาอะไรเลย
พอมีอุบัติเหตุเหตุใหญ่ขึ้นมาก็จะมาต่อว่ากันอีกว่าทำไมไม่ควบคุมอีกน่ะสิครับ



DiKiBoyZ

สำหรับผมนะ

รถกระป้อ รถแตง นี่คือ 1 สาเหตุของรถติดในกรุงเทพมหานคร เลย เพราะ

- จอดทุกที่ที่มีคนโบก ทำให้การ flow ของสภาพจราจรเสีย

- จอดแช่ จอดรอคน

- ระหว่างไม่ได้วิ่ง ก็จอดริมถนน กินพื้นที่บนถนนอีก

สำหรับผม ปัญหา ไม่ใช่ตัวรถ แต่เป็น การบริหารจัดการ

ถ้า บริหารจัดการดี ใช้กระบะติดหลังคา หรือ รถแดง ทุกวันนี้ ก็ใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องเล็กลง หรือ ใหญ่ขึ้น หรอก



muzaa

1.ความเป็นไปได้ OEM 4 บริษัททำอย่างไรครับไขว้ไป ไขว้มา อย่างไร ยากครับ จะให้ทำ JV เฉพาะกิจเพื่องานนี้ดูน่าจะไม่คุ้มค่าการทำ JV ครับ
2.การนำรถคันนึงมาดัดแปลงวางเครื่องตามใจ โดยไม่ได้ดู พื้นฐานงานวิศวกรรมว่าต้องปรับแก้อะไรบ้าง ต้นทุนมากนะครับไม่ใช้ต้นทุนเครื่องยนต์แต่ต้นทุนงานดัดแปลงวิศวกรรม ซึ่งไม่ใช่แ่ค่วางเครื่องซึ่งก็ไม่ง่ายแบบคิดจะวางก็วางแบบเชียงกง เบรก ช่วงล่างถูกปรับปรุงหรือยังครับ
3.ดัดแปลงใหม่ขนาดนี้ต่างคนต้องทดสอบใหม่ 4 ครั้งแยกจากกันนะครับต้นทุนแต่ละค่ายรับไปปอีก
4.จาก 4 ข้อนี้ทำอย่างไรให้ต้นทุนไม่ถึง 3.5 แสน เพื่อให้ขายคันละ 5 แสนครับ
เรื่องพวกนี้ถ้าคิดเองจบขนาดนี้และง่ายขนาดนี้ คงไม่ต้องเรียนวิศวกรรมยานยนต์ เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ ครับถ้าคิดและเสกได้เองโดยไม่นึกถึงอะไรครับ



helloweentz

ตอนนี้ มี นะ  คันเล็กๆ เล็กกว่า carry อีก  ส่งพัสดุ
BRV 2016
Mileage :  173,583
รายการซ่อม :
เกียร์
แอร์
โช๊คหลัง
ลูกยางยึดท่อ
เพลาขับ



youngbear

 8) 8) 8)....... ดีนะฮับ ช่วยกันคิดนอกกรอบบ้าง บ้านเมืองจะได้เจริญ  :-X