ผู้เขียน หัวข้อ: ต้นทุนการผลิตรถกระบะทั้ง 2 กับ 4 ประตู เทียบกับ เก๋ง B และ C segment ครับ  (อ่าน 11587 ครั้ง)

ออฟไลน์ eddie

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 327
    • อีเมล์
ช่วงนี้มีคนพูดถึงกระบะใหม่ที่จะเปิดตัวบ่อยๆ เลยสงสัยว่าจริงๆต้นทุนหน้าโรงงานที่ใช้สร้างรถกระบะพวกนี้มันพอๆกับรถเก๋ง B และ C Segment ที่ราคาพอๆกันหรือเปล่าครับ ถ้ายังไม่นับโครงสร้างภาษี  เพราะรู้สึกเหมือนกับว่ารถกระบะเดี๋ยวนี้ใช้เครื่องดีเซลไฮเทค 2.2-3.2 ลิตร ซึ่งดูเหมือนต้นทุนไม่น่าจะถูกกว่าเครื่อง 1.5 -2.0 ลิตร เบนซินหรือ 2.0 ลิตรดีเซลของเก๋งที่ราคาพอกัน เกียร์ก็ไม่ได้ล้าสมัย วัสดุภายในห้องโดยสารก็ไม่ต่างกับเก๋งที่ราคาพอกันนัก ออพชั่นก็พอๆกัน แถมรุ่นขับสี่ยังมีเกียร์เพิ่มมาอีกชุดด้วย เหล็กก็น่าจะใช้มากกว่ารถเก๋งที่ราคาพอกัน ที่ราคาขายมันพอกันนี่เพราะรถเก๋งเสียภาษีมากกว่า หรือรถเก๋งมีกำไรต่อหน่วยมากกว่า หรือต้นทุนหน้าโรงงานมันพอๆกันจริงๆครับ ใครรู้ช่วยตอบด้วย

ออฟไลน์ โคโรลล่า ไฮทอร์ก

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 77
    • อีเมล์
มีคนใกล้ตัวบางคนที่ใกล้ชิดกับโรงงานกระบะหรือเปล่าครับ
ถามเค้าได้ ถ้าเป็นแผนกที่เกี่ยวข้องโดยตรงนี่ก็กระจ่างแน่ๆ
ให้เธอมั่นใจได้ ___ๆ
ถ้าอยากออกรถ ต้องที่ ___
ส่วนค่าแลกเปลี่ยน ไม่ต้องห่วง ___ทุกอย่าง
เซอร์วิสดูแลให้ทั่วไทย
ต้อง ______ ___ ก็มั่นใจ มั่นใจได้ ___ๆ
ถ้าเป็นรถใช้แล้วคุณภาพดี ___มั่นใจ ______ ____ ค่ะ
______ ___ ความคุ้มค่า ______ รับประกัน

ออฟไลน์ prai

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,153
ต้นทุนกระบะมาสูงครับ สูงกว่า B,C Segment
ที่ทำราคาได้พอกันน่าจะมาจากฐานภาษีด้วยส่วนนึง
แต่กำไรนี่ผมไม่ทราบครับ

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับ

1. ต้นทุน B-Segment จะถูกกว่า C-Segment แค่เพียงนิดหน่อยเท่านั้น
ว่ากันเป็นรุ่นๆ ไป ไม่ตายตัว แต่ ราคาขาย ของ C-Segment จะต้อง
ทิ้งช่วงจาก B-Segment ไปพอสมควร เพราะ ในเมื่อ B เน้นขายราคาถูกกว่า
แต่ ขอยอดขายต่อหน่วยเยอะกว่า เพื่อให้ได้กำไรต่อคัน พอกันกับ C-Segment
ซึ่งมีราคาสูงกว่า ปริมาณรถขายได้น้อยกว่า แต่กำไรต่อคัน เยอะกว่านิดหน่อย

2. ต้นทุนรถกระบะทุกยี่ห้อในไทย ราคาสูงกว่ารถ B-Segment นิดหน่อย

ยกเว้นรายเดียวคือ Toyota Hilux Vigo ที่ถึงแม้ว่า จะลงทุนไปเยอะ
แต่ ด้วยปริมาณการผลิตมหาศาล ทำให้ ต้นทุนต่อคัน ลดต่ำลง ไปได้มาก
และสามารถทำกำไรต่อคัน ได้เยอะขึ้น ครับ

ออฟไลน์ YIM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,015
  • ไม่น่ารัก เราไม่มอง!!
    • อีเมล์
เออ ไม่เคยคิดถึงเลย ต้องขอบคุณจขกท. และพี่ Jimmy ครับ
JDM เท่านั้น จะครองโลก!

ออฟไลน์ T1k

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 711
    • T1K
    • อีเมล์

ออฟไลน์ XL_SiZe

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,041
คลายข้อสงสัยได้มากครับ

เพราะสงสัยเหมือนกันว่ารถกะบะมันถูกกว่าจริงหรือ
หรือเป็นเพราะภาษีเท่านั้น

เพราะฉะนั้น เราก็ไม่ได้ซื้อรถในราคาจริง เราซื้อสิทธิ์การใช้คือภาษีมากกว่า..

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
คลายข้อสงสัยได้มากครับ

เพราะสงสัยเหมือนกันว่ารถกะบะมันถูกกว่าจริงหรือ
หรือเป็นเพราะภาษีเท่านั้น

เพราะฉะนั้น เราก็ไม่ได้ซื้อรถในราคาจริง เราซื้อสิทธิ์การใช้คือภาษีมากกว่า..

ถึงได้พยายามบอกมาตลอดไงครับว่า ทุกวันนี้ ที่รถในบ้านเรามันแพงหนะ
กำไรจากคนขาย ยังไม่มากเท่ากับภาษีที่ต้องจ่ายเข้ารัฐบาลไป

ซึ่งสุดท้าย ภาษีตรงนี้ ไปอยู่ในกระเป๋ากระทรงการคลัง กันเต็มๆ

ออฟไลน์ eddie

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 327
    • อีเมล์
เท่าที่สรุปจากที่คุณจิมมี่อธิบาย แสดงว่าต้นทุนที่แท้จริงของกระบะ มันก็พอๆกับเก๋ง C segment ใ่ช่ไหมครับ เพราะต่างก็แพงกว่าB segment นิดหน่อย อยากรบกวนถามเพิ่มเติม 2 ประเด็นครับ 1.ถ้าต้นทุนพอกัน แปลว่ารถกระบะใช้ทุนหนักไปทางเครื่อง เกียร์ แต่เก๋งหนักไปทาง โครงสร้าง ระบบอิเล็กโทรนิคส์ต่างๆ ระบบเบรค ช่วงล่าง เหรอครับ 2.หรือที่ต้นทุนต่อหน่วยใกล้กันเพราะกระบะผลิตแมสกว่าครับ

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
โดยเฉลี่ยนะครับ

เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง มีราคา 30% จากราคารถ "หน้าโชว์รูม" จะเป็นเก๋ง หรือกระบะ โดยประมาณครับ

เช่น เมื่อ ปี 1996 ที่ Honda City 1.3 ออกมาใหม่ๆ ราคา 3 แสนปลายๆ 4 แสนต้นๆ เป็นราคาปลีก

ต้นทุนที่ได้ยินมา ไม่ยืนยัน
ค่าตัวถัง และโครงสร้างทั้งหมดหนะ ราวๆ 8 หมื่นบาท
เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง มีราวๆ 4-5 หมื่นบาท
ต้นทุน ดูเหมือนจะมีแค่ 130,000 บาทใช่ไหมครับ?
เปล่าเลย ยังมีต้นทุนเรื่องการจัดการ เรื่องการรับประกัน (คันละไม่กี่หมื่นบาท บวกเข้าไป)
ต้นทุนด้านการขนส่ง Logistic ค่าโฆษณา กำไรซึ่งบริษัทรถเองก็สมควรจะต้องได้รับ
ในสัดส่วนที่เหมาะสม (มีสูตรคำนวนพวกนี้อยู่ แต่เราไม่มีทางรู้ครับ)
ฯลฯ ค่าโน่นนี่นั่น และที่สำคัญคือ ภาษีสรรพสามิต มันเลยทำให้ราคาออกมาดูแพงไงครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 22, 2011, 12:55:52 โดย J!MMY »

ออฟไลน์ Valkilrey

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 646
    • อีเมล์
อย่างน้อยถึงแม้ว่าราคารถในไทยจะแพง แต่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องถูกกว่าประเทศ USA ค่อนข้างมากเท่าที่ได้ยินมา ทั้งภาษีประจำปี เบี้ยประกันภัย ค่าจอดรถ ค่าบำรุงรักษา ค่าแต่งรถ ฯลฯ

ออฟไลน์ mothsan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,546
จากที่กล่าวมา ว่าต้นทุนรถุกระบะสูงกว่า B segment  แต่ตำกว่า C-segment เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่ารถกระบะเสียภาษีเท่า C-segement ก็จะทำให้
รถกระบะราคาถูกกว่า C-segment  คร่าวๆก็
  Cost / Unit (  B-segment < Pickup  < C-segment ) ---- Same Excise tax ---> Sale price/ unit ( B-segment < Pickup cos< C-segment )

แต่เนื่องจาก ภาษีระกระบะ ถูกกว่า ภาษีรถเก่งมาก ๆ เพราะฉะนั้น ราคาควรจะเป็นประมาณนี้
 Cost / Unit (  B-segment < Pickup  < C-segment ) ----Diff Excise tax ---> Sale price/ unit ( B-segment = Pickup < C-segment )

แต่ทำไมราคาในตลาด มันเป็นแบบนี้ละครับ
                                                                            [Sale price/ unit  ( B-segment < Pickup cost-unit  =C-segment  )


น่าจะแสดงว่ารถกระบะ ขายมีกำไรมากกว่า รถ B & C segment มากละสิครับ ทำไมละครับ  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 22, 2011, 17:17:28 โดย mothsan »

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
ดูดีๆนะครับ
รถกระบะ ทุกวันนี้ ราคา เท่ากับ รุ่นถูกสุด ของ B-Segment จนถึง รุ่นรองท็อปของ C-Segment
หรือว่าง่ายๆคือ 4.5 แสน - 9.8 แสน บาท อยู่ในช่วงนี้กันครับ

ออฟไลน์ YenChar

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,171
ขอมองต่างมุมบ้าง

รถกระบะ ได้ความทนทานที่มากกว่า
อายุการใ้ช้งานที่ประเมินแล้ว นานกว่ารถเก๋งโดยทั่วๆไป

หัวหน้าผมเคยเอาเรื่องรถกระบะกับรถเก๋งไปคุยกัน
เรื่องค่าเสื่อม เทียบกับรถเก๋ง
สรุปแล้วเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่การใช้งานจริงแล้วคาดว่า
รถกระบะจะมีต้นทุนสูงกว่าครับ

ออฟไลน์ eddie

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 327
    • อีเมล์
ถามเสริมนิดนึงนะครับว่า จริงๆต้นทุนหน้าโรงงานของ รถพวก PPV กับ SUV ของแท้นี่มันจะต่างกันเกินเท่าตัวมั้ยครับ เช่น Fortuner กับ Prado หรือ Pajero Sport กับ Shogun น่ะครับ