ผู้เขียน หัวข้อ: ขอถามเพื่อนๆ ทุกคนเรื่อง ระบบการทำงานของธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์ครับ(Dealer)  (อ่าน 20275 ครั้ง)

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
ผมขอสอบถามเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ พอดีว่าผมจะไปสัมภาษณ์งานที่ศูนย์บริการแห่งหนึ่ง

อยากจะทราบว่างานศูนย์บริการมีแผนกอะไรเป็นแผนกหลักๆ(เท่าที่ทราบ คือ ฝ่ายขาย และ ฝ่ายซ่อมบำรุง)

มีอันตรายอะไรที่เกิดขึ้นบ้างครับ ตามความเข้าใจที่เรียนมา(ด้าน safety) แผนกช่างค่อนข้างอันตราย จะมีการใช้เครื่องมือ มีการสัมผัสสารเคมี(น้ำมันต่างๆ)

ขอความรู้ด้วยครับ ขอบคุณครับ ;)

ออฟไลน์ i.Arm

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 116
ถ้าพูดถึงศูนย์บริการ หรือ Dealer รถ ก็ควรจะมี

ฝ่ายขาย
ฝ่ายบริการ
ฝ่ายซ่อมสีและตัวถึง
ฝ่ายบัญชี
ฝ่ายการเงิน
ฝ่ายการตลาด (บางแห่งฝ่ายการตลาดจะถูกยุบรวบเข้ากับฝ่ายขายครับ)
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์
ฝ่ายประชาสัมพันธ์

ที่คิดออกตอนนี้ก็มีตามนี้ครับ .

ออฟไลน์ 5thAvenue

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,430
  • Hi!!!!
    • อีเมล์
ต้องการทำงานแผนกอะไรล่ะครับ

ถ้าคุณต้องการงานที่ห่างอันตราย ก็เลือกแผนกอื่นๆ ที่ไม่ใช่ช่างเครื่อง ช่างซ่อม ช่างสี

แต่โดยปกติ ไม่ค่อยมีเหตุอันตรายมากมายหรอก นอกจากความประมาทเลินเล่อของเรา

อุปกรณ์ที่ดูจะมีอันตรายหน่อย ก็พวก ฮอยยกรถ หรือ แม่แรงยกรถ หรือ อุปกรณ์ดึงถ่างในแผนกซ่อมตัวถัง

หรือแม้ถังแกสในการตัดตัวถัง หรือพวกหม้อแปลงที่ใช้เชื่อมตัวถัง และสุดท้ายก็ สารเคมี เช่น สี น้ำยาแอร์

น้ำมันเบรค นอกนั้น ก็เรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าล่ะครับ สิ่งเหล่านี้ มันจะอันตราย ถ้าเรา ประมาท

มันไม่เหมือนกับเราเข้าไปอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีการปั๊ม ดัด เตาเผา เตาหลอม หม้อต้ม

อันนั้น น่ากลัวกว่าครับ

ถ้าอยากเย็นๆ สบายๆ ก็ลงไปแผนกขาย ฟร้อนท์รับรถฝ่ายบริการ หรือไม่ก็ับัญชี ลูกค้าสัมพันธ์

ช่างอีกประเืภทที่ไม่อันตรายเท่า ก็คือ พวกติดอุปกรณ์ตกแต่งรถใหม่ครับ หรือไม่ก็ แผนกอะไหล่ สุดท้ายก็ ไดรฟเวอร์

ออฟไลน์ ghia

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 345
  • the power of bear
    • อีเมล์
dealer รถยนต์นั้น บางเจ้าก็เรียก "ผู้แทนจำหน่าย" บางที่ก็เรียก "ผู้จำหน่าย" แล้วแต่ว่าภายในบริษัทแม่จะเรียกกัน

งานจะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ  ส่วนที่หาเงิน กับ ส่วนที่ช่วยซัพพอร์ทส่วนที่หาเงิน

ส่วนหาเงินก็จะแบ่งออกเป็น
- งานขาย
- งานบริการหลังการขาย
- งานอะไหล่

ส่วนซัพพอร์ทก็จะมี
- งานบัญชี
- งานการเงิน
- งานสำนักงาน(ธุรการ)
- งานบุคคล

งานในศูนย์บริการถือเป็นงานบริการหลังการขาย โดยจะมี "ผู้จัดการศุนย์บริการ" ดูแลงาน
"Service adviser (S.A.)" ทำหน้าที่รับรถ แจ้งรายละเอียดกับลูกค้า เป็นด่านหน้ารับเรื่องราวร้องทุกข์จากเจ้าของรถ
หลังจากนั้นจะทำการแปลคำพูดรายละเอียดลงเอกสาร จ่ายงานให้กับ "ช่าง" ในศูนย์บริการ
เมื่อช่างรับรถไปจะทำการตรวจสอบ พร้อมแจ้งสาเหตุลับมาที่ S.A. เพื่อให้แจ้งและขอคำอนุมัติสั่งซ่อมจากลูกค้า
โดย S.A. ต้องทำใบประเมินราคาการซ่อมพร้อมกำหนดระยะเวลาการซ่อมเสนอไปให้ลูกค้าด้วย
เมื่อลูกค้าสั่งซ่อมรถ S.A. จะส่งรายละเอียดอะไหล่ที่จำเป็นต้องใช้ไปให้ "เจ้าหน้าที่อะไหล่"
เจ้าหน้าที่อะไหล่จะจัดอะไหล่ออกมาให้จาก คลังอะไหล่ โดยมีเลขสั่งซ่อมกำหนดลงไปในอะไหล่แต่ละชุดเพื่อป้องกันการผิดพลาดในการนำไปใช้
ช่างรับอะไหล่ไปทำการซ่อมรถให้ลูกค้า เมื่อซ่อมเสร็จจะจัดส่งรถให้ "หัวหน้าช่าง" หรือ "Final inspector" ตรวจสอบงานซ่อมก่อนส่งมอบอีกครั้ง
หลังจากทำการตรวจสอบครั้งสุดท้ายเรียบร้อย รถจะถูกส่งไปทำความสะอาดก่อนส่งมอบคืนแกลูกค้า

ในช่วงที่รถทำความสะอาดอยู่นั้น S.A. จะแจ้งรายงานการซ่อมพร้อมค่าใช้จ่ายให้ลูกค้าทราบ และพาลูกค้าไปชำระเงินกับ "แคชเชียร์"
จ่ายเงินเสร็จปุ๊บ รถล้างเสร็จปั๊บ S.A. จะพาลูกค้ามาส่งที่รถพร้อมสรุปงานซ่อมให้ฟังอีกรอบก่อนส่งมอบรถคืนลูกค้า

หลังจากลูกค้ารับรถไปแล้ว 1 วัน "เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์" จะโทรติดตามความพึงพอใจลูกค้าหลังเข้ารับบริการ ในบางที่จะมีการโทรติดตามเป็นระยะหลังจากนี้ด้วย

คราวนี้กลับมาที่ใบเสร็จกับเงินที่ลูกค้าจ่าย
จะถูกส่งไปให้กับ "เจ้าหน้าที่การเงิน" และ "เจ้าหน้าที่บัญชี"
โดย เจ้าหน้าที่อะไหล่ ก็จะส่งเอกสารเกี่ยวกับรายการอะไหล่ที่ใช้ในรถคันเดียวกันไปให้เพื่อใหผ้ตรวจสอบความถูกต้อง
S.A. จะส่งใบสรุป "จ็อบงาน" ไปด้วยเพื่อตรวจสอบค่าแรง ค่าอะไหล่ ไปให้ทั้ง2แผนก

lส่วนการเงินก็จะรู้กระแสเงินสดของบริษัทอยู่ตลอดเวลา
ส่วนของงานบัญชีก็จะต้องจัดการด้านภาษี งานตรวจสอบยอดต่างๆให้ตรงกัน ให้ถูกต้อง
หากในการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆในศูนย์บริการมีปัญหา "เจ้าหน้าที่ธุรการ" ก็จะเข้ามาช่วยดูแล
ลิฟท์ยกรถพัง ประแจเบอร์12หัก ถังถ่ายน้ำมันเครื่องรั่ว แม้แต่ "แม่บ้าน" ที่มาช่วยทำความสะอาด "ช่องซ่อม" ก็ถือเป็นคนที่ช่วยซัพพอร์ท

หากวันไหนเกิดมีช่างป่วยหรือลางาน
"เจ้าหน้าที่งานบุคคล" ก็จะแจ้งให้ผู้จัดการศูนย์บริการรู้เพื่อจัดสรรค์กำลังพลให้เหมาะสมกับงาน (แต่ส่วนใหญ่มันก็ต้องลางานกับผู้จัดการก่อนอยู่แล้วแหละ)
ขาด ลา มาสาย กลายเป็นงานของเจ้าหน้าที่งานบุคคลที่ต้องมาดูแลรวมทั้งเรื่องสวัสดิการ เงินเดือน
ผู้จัดการศูนย์บริการต้องประสานกับงานขายเพื่อขอเป้าการขาย แล้วนำมาวางแผนในส่วนของานบริการ
ต้องวางแผนว่าจะขอคนเพิ่มมั๊ย ขอซื้ออุปกรณ์อะไรเพิ่ม หากยอดขายเพิ่มเท่านี้จะต้องเพิ่มช่องซ่อมเท่าไหร่
เตรียมวางแผนส่งคนไปอบรมความรู้เพิ่มกับทางบริษัทแม่ก็ต้องประสานกับงานบุคคลเพื่อจัดส่งคนเข้าอบรม

ดูแล้วเหมือนจะสับสนวุ่นวาย แต่อย่าตกใจไปครับ
เรามีตัวช่วยอยู่ คือ DMS

DMS คือ dealer management system
เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มาช่วยให้ระบบต่างๆ ง่าย และ เร็ว ขึ้นภายในคลิ๊กเดียว
โดยรายละเอียดที่ว่ามาทั้งหมดจะส่งเข้าไปเก็บไว้ในเซิฟเวอร์และแต่ละแผนกก็สามารถจะทำงานประสานกันได้เลย

โดยรวมๆแล้วก็ประมาณนี้ครับ ไม่รู้ว่าพอจะช่วยอะไรได้บ้างรึเปล่า    ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 12:00:21 โดย ghia »
???????????? ??????????? ????????????????? ????????????????????? ??????????????????? ???????????????? ?????????????????????? ???????????????????? ???????????????? ???????????????? ????????????????? ??????????????????