ผู้เขียน หัวข้อ: กระบะท้ายปัด เป็นที่เราหรือที่รถ สาระดีๆที่อ่านเจอเลยเอามาให้ดูครับ  (อ่าน 16914 ครั้ง)

ออฟไลน์ thelen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 11
    • อีเมล์
เนื่องจากได้อ่านบทความของคุณ aUNg-pAo แล้วได้ย้อนมองมาที่ตัวเอง ว่า..เกิดอะไรขึ้นกับรถกระบะเหรอ
ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น ปัดขนาดหมุนเลยเหรอ ว่าดังนั้นเลยนึกย้อนอดีต พร้อมกับหาข้อมูลมานำเสนอ
เพื่อให้มองเหตุการณ์ทุกอย่างแบบ 2 ด้าน จะได้ไม่เป็นการอคติจนเกินไปมองทุกอย่างๆ มีเหตุและผล
แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดกับคุณเปานั้น แน่นอนครับน่าตกใจและน่าเสียใจมิใช่น้อย ดั้งนั้นผมขอเป็นอีก
หนึ่งกำลังใจให้กับคุณเปาครับ สู้ๆ  มาเข้าเรื่องกันเลยครับ....ฮฺฮฺฮฺ

ส่วนตัวผมเองขับกระบะมาพอสมควร แต่ก่อนเคยขับ มิตซูไซโค แบบมีแค๊บ พี่โตไฮลัก มิตซูตอนเดียว
(ที่นั่งเป็นแบบม้านั่งยาว) แต่ไม่เคยเกิดอาการท้ายปัดแม้แต่ครั้งเดียวทั้งฝนตกและไม่ตก
ต่อมาขับรถเก๋ง จนมาออกกระบะอีกคันเป็น ดีแม็กซ์ แบบ4ประตู ก็ไม่เคยปัด เท่าๆที่เคยสัมผัส รถที่ปัดจะเป็น
พวกมีแค๊บยกสูงซะส่วนใหญ่
เพราะถ้าดูจากภายนอกจะเห็นว่า รถพวกนี้ด้านหน้ารถจะทิ่มๆลงอย่างชัดเจน
ดังนั้นในความเห็นส่วนตัวของผมน้ำหนักของรถส่วนใหญ่จะมาตกอยู่ตรงส่วนหน้ารถ ทำให้ท้ายรถยกตัวขึ้น
(ท้ายเบานั่นแหละครับ) ตอนออกดีแม็กใหม่ๆ(แบบ4ประตู) แถมยางติดรถมาให้รู้สึกจะเป็น 215/R16 ผมรู้สึก
ว่ามันเล็กไปหน่อย เลยไปถอยยางมิชชลิน 265/R16 มาใส่แทน ตอนเข้าโค้งหนักๆจะมีเสียงเอียดๆพอประมาณ
แต่ไม่เคยปัดเลยครับ ผมเป็นคนเดินทางบ่อย ครั้งนึงไปอุบลตอนเข้าพรรษา(ไปดูแห่เทียน) ขากลับเข้ากรุงเทพ
ประมาณ6โมง-1ทุ่ม ช่วงประทุมต่อรังสิต ฝนตกปอยๆมาตลอดทาง ความเร็วประมาณ 80-100 แล้วแต่ทางจะอำนวย เบรคบางครั้ง
เพราะรถค่อนข้างหนาแน่น แต่ไม่เคยเกิดอาการท้ายปัดใดๆเลยครับ อาจเป็นเพราะช่วงล่างของแบบ4ประตู+ยางที่
ผมใส่หรือปล่าวไม่ทราบได้ จึงทำให้ไม่เกิดอาการดังกล่าว เพราะเท่าที่ดูถ้ารถเป็นแบบ4ประตู ตัวรถจะไม่ได้เทไป
ข้างหน้าเหมือนอย่างรถที่เป็นแบบแค็บโฟล์ (ลองสังเกตุดูนะครับ) อาจเพราะทางค่ายรถเห็นว่ารถแบบ4ประตู ส่วนใหญ่
ไม่ได้ใช้บรรทุกของ แต่เอามาโดยสารซะส่วนใหญ่เลยเซตช่วนล่างมาให้แบบโดยสาร ส่วนรถแบบแค็บจัดให้เป็นรถ
บรรทุกเลยเป็นแหนบเหล็กซึ่งแข็งกว่า เหมาะสำหรับบรรทุกมากกว่าขับโดยสารปกติ ที่เล่ามาเป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ
ด้านล่างนี้เป็นข้อความที่ผมเห็นว่ามีสาระดีเลยเอามาให้ทุกท่านลองพิจาณาดูครับ
เครดิตบทความ:คุณBecky...http://www.ranthong.com

**หากเข้าข่ายเอนเอียง หรืออาจก่อให้เกิด เกาเหลา(ดราม่า)รบกวน คุนจิมมี่ ตักเตือน หรือลบได้เลยครับ (*v*)

รถกระบะ กับอาการท้ายปัด อันตรายจากการใช้รถผิดประเภท

ก่อนอื่น สาเหตุที่ผมเขียนข้อความนี้ขึ้นมาก็เพราะ
ได้รับ เมลล์ฟอร์วาร์ดมาจากเพื่อน เรื่องเกี่ยวกับอุบัติเหตุจากอาการท้ายปัดของรถกระบะ
ซึ่งมีในรถกระบะทุกคัน ของทุกค่าย แล้วตั้งคำถามว่าทำไมค่ายรถถึงไม่แก้ไขในจุดนี้
จึงอยากพูดถึงสาเหตุของ อาการท้ายปัดของรถกระบะ

หากคุณคิดว่าทำไมค่ายรถถึงไม่ป้องกันจุดนี้ ไม่ใช่เค้าไม่อยากป้องกันครับ แต่จงใจไม่ทำครับ
และบอกได้ว่าที่คนส่วนใหญ่ท้ายปัด เพราะ   ใช้รถผิดประเภท ครับ
รถกระบะ มีไว้สำหรับบรรทุกของ ฉะนั้น ต้องบรรทุกของครับ รถถึงจะไม่ปัด
ทำไมน่ะเหรอครับ  เพราะรถกระบะ "ถูกออกแบบ" มาสำหรับการบรรทุก ครับ
หากคุณไม่มีการบรรทุก โดยส่วนใหญ่รถคุณก็จะปัดด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้


1 ลมยางแข็งเกินไป (ถึงจะใช้ลมยางปกติตามมาตรฐาน แต่ถ้าไม่ได้บรรทุกหน้ายางจะไม่กดพื้นอยู่ดี)
2 หน้ายางเล็ก (ยิ่งตัวธรรมดา 2.5 แคปของทุกรุ่นนั้นเล็กมาก 215/70/R15 6" เอง)
3 ดอกยางไม่เหมาะสม (เป็นแบบเน้นความทนทาน และอายุการใช้งาน ไม่ได้เน้นการจับยึดเกาะถนน)
4 โช้คแข็งและเด้ง (เพราะต้องเผื่อการรองรับน้ำหนักบรรทุก ทำให้เวลาขับเร็วแล้วรถเด้งล้อหลังอาจจะถึงกับลอย)
5 ท้ายยก (เพราะไม่มีน้ำหนักบบรรทุก เวลาเบรกหน้าจะทิ่ม แล้วท้ายจะยิ่งลอย)
 
คุณๆ อาจจะเถียงว่า ที่เค้าใช้บรรทุกกันก็ไม่ได้บรรทุกของตลอดเวลานี่
ใช่ครับ เค้าไม่ได้บรรทุกของตลอดเวลา แต่เวลาไม่ได้บรรทุก (สำหรับคนที่รู้)
เค้าจะปล่อยลมยางออก 3-5 ปอนด์ โดยเฉพาะล้อหลัง
เพื่อให้ยางสัมผัสพื้นเต็มที่ แล้วคุณล่ะ รู้รึเปล่า
 
นึกภาพดูนะครับ
รถกระบะที่มีน้ำหนักตัวรถหนักกว่ารถเก๋งประมาณ 20 - 50% แล้วแต่รุ่น
แต่ขนาดหน้ายางพอๆกัน อาจเล็กกว่ารถเก๋งบางคับเสียอีก แต่ดันเนื้อยางแข็งกว่า
แถมน้ำหนักไปกองอยู่ส่วนหน้าช่วงห้องโดยสาร ไม่ได้ถ่ายน้ำหนักเต็มลำเหมือนเก๋ง
รุ่นใหญ่ๆ 3.0 หรือ 4 ประตูบางตัวยังดี ล้อใหญ่ แต่ก็สูง และน้ำหนักก็เทไปหน้ารถมากขึ้น
ยิ่งกระบะตัวมีแคป สมดุลจะน้อยที่สุด แล้วท้ายที่มันเบาๆสูงๆ (เพราะไม่มีของ)
เวลาเบรก หน้าจะทิ่ม ด้านหน้ารถหนักอยู่แล้ว พอเบรก น้ำหนักจะยิ่งเทลงข้างหน้า
ล้อหน้าจึงกดกับพื้นถนนเต็มที่ รวมกับส่วนใหญ่ล้อหน้าเป็นดิสเบรค หยุดได้ดังใจ
ถ้ายิ่งมีระบบกระจายแรงเบรก ล้อหน้าที่ยิ่งถูกถ่ายน้ำหนักมา จะยิ่งหยุดหนึบขึ้นอีก
ส่วนช่วงท้ายที่ไม่มีอะไรเลย ว่างๆ โล่งๆ ยาวๆ สูงๆ แข็งๆ ลอยๆ โดดๆ เด้งๆ
มันจะลอยไปไหน เพราะหน้ารถมันหยุดแล้ว แต่กระบะท้ายสิ ยังไม่หยุด
มันจะยังพยายามที่จะ พุ่ง ยก โยน โดด เด้ง  ลื่น ลอย ไหล ไถล  ฯลฯ
และมันก็คิดอย่างเดียวคือไม่ว่าจะยังไงข้าจะต้องแซงล้อหน้าให้จงได้
ยิ่งถ้าสะดุดโดนขอบสะพานหรือรอยต่อถนน รวมกับถนนที่ลื่นๆ ด้วยแล้วล่ะก็
ปัดครับ ยังไงก็ปัด  ไม่ว่าจะ แม่ไหนๆ คุณพระอะไร หรือกระทั่งพระเจ้า ก็ช่วยไม่ได้
ตายไม่ตาย หนักไม่หนัก ว่ากันอีกที (พูดเกินจริงน่าดู แต่ถ้ามันได้จังหวะก็นึกถึงบุญบาปที่เคยทำมาเอาไว้แล้วกัน)
 
ยิ่งยี่ห้อนึงนะครับ โครงสร้างใหญ่ จุดศูนย์ถ่วงสูง แถมยกสูงมากๆ และท้ายก็ยิ่งสูงมากๆ
ไม่รู้ว่ามันจะสูงไปไหน และเป็นยี่ห้อเดียวที่ผ่านการทดสอบการหลบหลีกสิ่งกีดขวางมาได้ไงไม่รู้
เห็นภาพแล้วอื้อหือออ......   แต่ดันขายดิบขายดีเป็นเททิ้งลงสุสานรถแล้วซื้อมาชนทิ้งใหม่
สำหรับยี่ห้อนี้นั้น เรียกได้ว่าถ้าปัดแล้ว "จบ" เลยครับ
ต่อหน้าต่อตามาแล้ว (พ่อผมขับ ผมนั่งคู่หน้า) ฝนเริ่มพรำๆนี่ล่ะ
วิ่งสวนทางมากับผม อยู่หลังรถเก๋งอีกคัน สงสัยเบรคตามหลังคันที่ตามมา 
เริ่มจากท้ายปัดซ้าย หน้ารถออกขวา(ซ้ายมือผม) โผล่หน้ารถมาครึ่งคัน
แล้วส่ายไปด้านซ้าย(ขวามือผม) หลบหายไปหลังรถเก๋งที่นำหน้าเค้ามา
พอรถผมจะสวนกับรถเก๋ง ก็โผล่มาอีกทีหน้ารถผมพุ่งลงข้างทาง
มุดลงคูน้ำ แล้วเสยหน้าพุ่งขึ้นฟ้า  ตีลังกาเอาหน้ารถฟาดกับพื้นแล้วพลิกอีก 2 ตลบ
ไปนอนนิ่งหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่ตรงทางเลี้ยวเข้าโรงงานอะไรสักอย่าง
แถวๆช่วง บุรีรัมย์-โคราช (ถ้าเป็นยิมนาสติกเอาเหรียญทองไปเลย)
ผมลงไปดูดีที่ไม่ตาย เพราะ เบลท์ช่วยไว้ แต่ถุงลมไม่ทำงาน
ถนนแค่ 2 เลน สวนกัน แล้วเสยตัดหน้าผมไประยะห่างประมาณ 20 เมตร
ดีว่า ฝนเพิ่งเริ่มลงเม็ด รู้ว่าถนนต้องลื่น เลยปล่อยเท้า ถอนคันเร่งยาวๆ
ไม่งั้นคงได้ลากเอารถผมไปด้วยแน่ๆ
 
ดังนั้นหากคุณคิดจะใช้รถกระบะเพื่อการขับขี่โดยไม่บรรทุก แล้วไม่อยากให้ท้ายปัด ก็ต้องทำดังนี้ครับ
1. เปลี่ยนล้อ ให้ใหญ่ขึ้น (กระบะธรรมดาใช้ R15 หน้า 6" ควรเปลี่ยนเป็น R16 หน้า 7" เป็นอย่างน้อย เปลี่ยน4 ล้อ  หลายตังอยู่)
2. เปลี่ยนยาง ให้เป็นแบบ ยางเก๋ง (เนื้อยางจะนิ่มและเกาะถนนกว่ายางบรรทุกของรถกระบะ ก็หลายตัง)
3. ตัดแหนบ เปลี่ยนโช๊ค เพิ่มกันโคลง  (ให้มันไม่แข็งและไม่เด้งมากนัก อีกหลายตัง) 
4. เซ็ตช่วงล่างใหม่ ให้ท้ายไม่ยก (หลายตังอีกอยู่ดี)
5. ปล่อยลมยางออก ให้หน้ายางสัมผัสพื้นได้ดีขึ้น (อันนี้พอทำได้ไม่เสียตัง)
6. ใส่หลังคาหลังและติดแร็กหลังคา หรือกล่อง U-Box ในกระบะ เพื่อเพิ่มน้ำหนักท้าย (อันนี้ดีหน่อย เสียงตังแต่ได้ประโยชน์)
   รวมๆ แล้ว ก็เสียตังเพื่มอีก 5 หลัก กลางๆเลยครับ (เผลอๆ 6 หลัก) แถมซดน้ำมันมากขึ้นเห็นๆ
   (บางรุ่น ล้อให้มาใหญ่อยู่แล้วก็ดีไป เปลี่ยนน้อยหน่อย)
   หากทำได้อย่างน้อย 3 ข้อขึ้นไป รถคุณจะปัดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
 
จากคำถามของเจ้าของเมลล์นะครับ
ทำไมคุณไม่เอาระบบป้องกันล้อปัดหรือระบบอะไรก็ได้มาแก้ไขให้มาเป็น อุปกรณ์มาตรฐานประจำรถทุกรุ่น
ทำได้ครับ แต่ติดตั้งไปแล้วระบบก็จะช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกครับ เพราะมันอยู่กับโครงสร้างการออกแบบมากกว่า
แล้วอีกอย่าง ถ้าคุณใช้บรรทุกของตามจุดประสงค์ของรถ ก็ไม่จำเป็นต้องมีระบบนี้
แล้วถ้าถามว่ามีมั้ย บางรุ่นมีครับ ที่เค้าวิเคราะห์ตลาดแล้วว่า รุ่นนั้นๆ คนไม่ค่อยได้ใช้บรรทุก
และเค้าก็จะเซ็ตช่วงล่างทั้งหมดให้เป็นอีกแบบให้เข้ากับระบบ เพราะระบบจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อ มีปัจจัยครบด้วยครับ
แต่ก็มีเป็นบางรุ่นของบางค่ายเท่านั้น ส่วนใหญ่ อยู่ใน SUV ซะมากกว่า รถพื้นฐานกระบะไม่ค่อยใช้กัน
เพราะตัวต่อเติม เช่น มิว-7 หรือ ฟอร์จูนเนอร์ จะเซ็ตช่วงล่างอีกแบบนึงและน้ำหนักท้ายค่อนข้างมากทำให้ไม่ปัดอยู่แล้ว
 
สำหรับคนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถนะครับ ลองคิดนะครับดูว่า
คุณจะซื้อกระบะแล้วไม่บรรทุก เพียงเพื่อตามกระแสนิยม แต่เสี่ยงกับชีวิตคุณเองดีหรือไม่
หรือซื้อมาแล้ว เซ็ตระบบใหม่อีกหลายหมื่นบาท เพื่อความปลอดภัย
ซึ่งราคารวมแล้วก็อาจจะพอซื้อรถเก๋งได้เลยนะครับ ตัดสินใจเอาครับ


สำหรับทุกท่านที่ได้อ่านนะครับ ผมอยากให้ช่วยคัดลอก
และเผยแพร่ให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่เพียงเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง
เพราะคุณๆและครอบครัว ต้องใช้รถใช้ถนนทุกวัน
และรถยนต์ คืออุปกรณ์ฆ่าคนที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
มันพุ่งเข้ามาชนคุณได้ทุกเมื่อ ตราบใดที่คุณยังอยู่บนถนน
เราไม่ชนเค้า เค้าไม่รู้ ชนเรา เราก็ตายอยู่ดี
จะ ฟอร์วาร์ดเมลล์ โพสต่อที่อื่น หรือทำอย่างไรก็ได้ครับ ไม่ขอสงวนสิขสิทธิ์ใดๆ
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ vellcap

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,984
ของแชร์ด้วยนะครับ ในฐานะผู้ที่เคยหมุนมาแล้ว  ;)
รถ Vigo 4Dr 3.0 Auto หมุนตอน U-Turn ขณะที่ฝนตก พอผมกดคันเร่งรถออกตัวไปหน่อยท้ายกวาด Drift โชว์กลางถนนเลยครับ
อันนี้ผมมองว่าผมผิดเองที่กดคันเร่งมากไป แล้วแรงบิดเครื่องดีเซลมันสูงแถมมาที่รอบต่ำอีก
และผมโทษ Toyota ที่ทำไมไม่ทำ Traction Control มาเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับรถที่มันแรงบิดสูงที่รอบต่ำอย่าง Vigo 3.0 บ้าง
แต่ปัดตอนรถวิ่งนั้น ผมไม่เคยเจอนะครับ

ออฟไลน์ NONT4477

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9,856
  • Let the SKYFALL
ขอบคุณข้อมูลดีๆ ที่เอามาแชร์ครับ  :)
Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^

ออฟไลน์ Weetting

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,164
  • ช่วงล่าง+เครื่องยนต์
เห็นด้วยแต่ไม่ทั้งหมด 

ประเด็นเรื่อง โช้ค 

เอาจากประสบการณ์ผมเนี่ยละ    โช้คน้ำมัน  เหมาะสำหรับ รถกระบะ 4 ประตูเท่านั้น(แต่ใช้แก็สก็ได้นะ) เพราะว่าน้ำหนักจะกดลงมากพอที่จะไม่ทำให้ล้อหลังลอยลอย

แต่กระบะรูปแบบอื่นๆ ควรใช้โช็คแก็ส  ต้องยอมไม่นุ่ม แต่เพราะว่ามันจะกดล้อให้ลงพื้นได้มากกว่า อีกทั้งเวลาเบรคโช้คแบบไขว้จะรั้งตัวไม่ให้ท้ายลอย
ไม่ให้หน้าทิ่มากเกินไป  เพื่อการไม่ปัดอย่างที่บอกมา  เป็นอีกเรื่องว่าทำไม โช้คควรวางแบบไขว้  ถ้าเพิ่มโ้ช้คได้ เป็น4 ตัว แนะนำให้เป็นแบบไขว้(แบบเดิม)และเพิ่มแบบวางทะแยงเข้าไป 2 ตัว  หากจะก้ไขแหนบ ถ้าคิดว่าเป็นแค็ปแล้วไม่ค่อยบรรทุกเอาแหนบบรรทุกกลับลงก็พอแล้วครับ 
สรุปผมแนะนำตัวแค็ปไม่ค่อยได้บรรทุกดังนี้
 
แบบประหยัด
1กลับแหนบบรรทุก
2 เปลี่ยนโช้ค หรือเพิ่มแบบทะแยงเข้าไป
3.ยางควรมีหน้ากว้าง 215 สำหรับตัวเตี้ย และ 265 สำหรับยกสูง ยางเก๋งจะสึกไวเกินไป
4.ติดกันชนหลังแบบเหล็ก แบบออฟโรด สวยด้วย ถอยชนอะไรเบาๆไม่เป็นไร

นิสัย
1. อย่ากระทืบคันเร่งตอนออกตัว
2.เจอถนนเปียกอย่าซ่า ไม่ควรเกิน 90
Make manual transmission great again
Drive diesel away

ออฟไลน์ panithanks

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 80
ขอบคุณครับ ผมว่ารถกระบะเป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อใช้งาน บรรทุกของ โครงสร้างของรถและช่วงล่างจึงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการขับซิ่ง แล้วยิ่งกระบะสมัยนี้แรงกว่าเมื่อก่อนมาก โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย แต่ผมขึ้นทางด่วนหรือขับรถทางไกลเจอพวกกระบะบ้าพลังบ่อยมาก บางคันขับกัน 180 แถมมุดกันด้วยอีกต่างหาก ผมว่าอันตรายมากโดยเฉพาะคนอื่นจะซวยไปด้วยครับ แย่จริงๆ :-[

บ้านผมก็มีรถกระบะนะครับแต่เคยเบรคจนท้ายปัดทีนึง น่ากลัวมากๆขนาดไม่ได้ขับเร็วนะ หลังจากนั้นถ้าขับกระบะผมขับไม่เกิน 100 เลยไม่ว่าถนนจะว่างขนาดไหนก็ตาม

ออฟไลน์ dusitmon123

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 613
    • อีเมล์
นี่ล่ะครับ ผมถึงต้องออก BT-50 Pro เพราะเซตช่วงล่างมาค่อนข้างดี เหมาะกับการนั่งพอสมควร หน้ายางกว้าง ล้อใหญ่ คงช่วยได้มาก

ผมเข้าใจนะครับ ประเด็นที่ว่า เอากระบะมานั่งเป็นเก๋ง แต่มันไม่มีทางเลือกครับ ภาษีรถคันแรกมันบังคับ คือถ้าไม่ออก รถเล็กเครื่อง1.5 ก็ต้องออกกระบะ 4 ประตู
ผมสูง 180 หนัก 95 ขับรถไปทำงานกรุงเทพ-สระบุรี ลพบุรี โคราช อาทิตนึงสามสี่ครั้ง
ผมว่ารถเล็ก B-Seg กับเครื่อง 1.5 มันดูไม่เหมาะเสียยิ่งกว่ารถกระบะสะอีกครับ

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
ผมมองว่า ก็เป็นจริงตามที่เจ้าตัวเขียนมาส่วนหนึ่งครับ

แต่ความเป็นจริงก็คือ หลายๆคน ลืมกันไปแล้วว่า
รถกระบะสมัยนี้ แรงบิดที่ลงสู่ล้อมันเยอะมาก...


ไม่ต้องอื่นไกล...เอาประสบการณ์ผมนี่แหละ...

1. Triton 3.2 4x4 5MT ปี 2005
ตอนนั้น ยังจัดรายการวิทยุ ที่ ราชมงคล เทเวศน์
คืนนั้น เที่ยงคืน ออกจากสถานี ฝนหยุดตกแล้ว พื้นปูนซีเมนต์

ออกตัวจากไฟแดง เบาๆ เกียร์ 1 ยังไม่เป็นไร เกียร์ 2 ก็ยังปกติ
เพราะใส่เกียร์ 3 และเริ่มเหยียบเพิ่มกว่าทั้ง 2 เกียร์ นิดเดียว เท่านั้นแหละครับ
ท้ายกวาดออกไปทางขวาอย่างรวดเร็ว ผมก็เลยถอนเท้าจากคันเร่ง และท้ายรถ
ก็กลับมาตั้งลำตรงๆ เหมือนเดิม คราวนี้ ผมใส่เกียร์ 4H ขับกลับบ้านเลยครับ
ไม่เอาแล้ว...

2. BT-50 PRO ใหม่ ทริปขับขึ้นหลวงพระบาง
ยังอยู่แค่ช่วงออกจากวังเวียงใหม่ๆ ถนนเป็นหลุมบ่อเยอะมาก
พอพ้นช่วงหนึ่ง มีคนมาราดน้ำไว้ จนฉ่ำกำลังลื่นเลย

ถ้าผมเข้าเกียร์ 1 หรือ 2 ไปปกติ เลี้ยงคันเร่งแผ่วเบา ผมจะพ้นอุปสรรค
ออกไปได้ง่ายดาย แต่ เพราะผมรู้แล้วละว่า ตรงนี้คือพื้นลื่น รถคันข้างหลัง
ตามมาไม่ห่างมากนัก ผมก็เลย เปิดไฟฉุกเฉิน และลองเหยียบเพิ่มมากกว่าเดิมอีกนิดหน่อย
บนพื้นทรายแดงที่มีน้ำแบบนั้น..

ผลก็คือ ล้อหลังหมุนจนจะเริ่มฟรีแล้ว ท้ายจะเริ่มกวาดออกทางด้านซ้ายมือครับ
พอท้ายเริ่มออกปุ๊บ ผมก็แค่ถอนเท้าจากคันเร่ง รถก็จะกลับมาอยู่ในทางตรงตามเดิมได้ไม่ยาก

ดังนั้น ผมจะบอกว่า แรงบิดที่มากมายมหาศาลของรถสมัยนี้ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งครับ
ที่ทำให้รถกระบะหมุนได้ง่ายด้วยเช่นกัน

เขาถึงต้องมี Traction Control ติดตั้งมาให้บ้างแล้ว ในรถบางรุ่น หนะครับ

ออฟไลน์ nouiii_1

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 145
    • อีเมล์
ดังนั้นเห็นควรว่าต้องมี traction control 100% ในรถสมัยใหม่ใช่หรือไม่ เพื่อเป็นการเอาใจใส่แก่ลูกค้า

ออฟไลน์ tommaris

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 561
    • อีเมล์
สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดคือ  ต้องรู้ขีดจำกัดของตัวเองและรถ และไม่ประมาท
ชีวิตเราเองไม่ต้องรอให้ใครมาช่วยครับ

สมมุติ เราใช้รถกระบะส่งของอัดลมยางเที่ยวไปบรรทุกเต็มที่ 65 ปอนด์
ขากลับรถเปล่าถ้าไม่ถ่ายลมออก  เราก็ต้องรู้ว่าเฮ้ยที่รถเปล่าแต่ลมยาง
แข็งโป๊กเลยนะ  แล้วก็ต้องมองตัวเราเองด้วยว่าเราไม่ใช่ลูกชายร้านเต้าหู้
และชีวิตจริงไม่ใช้การ์ตูน

ใช้สติมากๆ ระมัดระวังมากๆ เผื่อมากๆ อย่าได้ประมาทแม้แต่นิดเดียว

ออฟไลน์ aUNg-pAo

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 59
2ปีครึ่งแล้ว ที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
2ปีครึ่งแล้ว ที่บทความนี้อยู่ในโลก internet
แล้ว 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างมากน้อยแค่ไหน สำหรับผู้ผลิตรถกระบะทั้งหลาย
ที่จะต้องเห็นความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคให้มากขึ้น
เรื่องนี้เปาตอบไม่ได้จริงๆครับ เพราะพูดตามตรงก็คือ เปาไม่ได้เป็นคนที่รู้เรื่องเครื่องยนต์กลไก เป็นแค่คนขับรถธรรมดาคนนึงจริงๆ
ที่เขียนมาข้างบน อ่านไปก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็รับรู้ได้ว่ามันก็เป็นประโยชน์แหละ

ซึ่งคนที่เป็นแบบเปามีอีกเยอะครับ และก็คงคิดเหมือนกับเปาเลยแหละว่า แค่ไม่ได้มีการบรรทุกต้องมีการปรับเปลี่ยนโน่นนี่นั่นขนาดนี้เลยเหรอ
แล้วถ้าวันดีคืนดี อยากจะบรรทุกขึ้นมาล่ะ ต้องกลับไป set ตัวรถให้เหมือนเดิมอีกใช่ไม๊
แล้วถ้าเราไม่เคยเข้ามาอ่านในกระทู้นี้ มีใครเคยมาบอกเราไม๊ว่า เราต้องทำอะไรบ้างถ้าเราไม่บรรทุก
ขนาดผู้ผลิต เค้ายังไม่บอกเราเลย (แต่ก็มีเรื่องแอบตลกนะ...รถกระบะ4ประตู ก็บอกอยู่ว่าเค้าออกแบบมาให้บรรทุก แต่ดันเก็บค่าต่อภาษี
ใน rate ของรถเก๋ง ที่ cc รถสูง ปีนึงปาเข้าไป 6000 บาท เอ่อออออ...ฉันมี4ประตู ฉันผิดตรงไหน แต่ฉันก็ยังมีกระบะท้ายไว้บรรทุกนะ)

ผู้ผลิตบางรายก็ได้มีการปรับสมรรถนะของรถให้ปลอดภัยขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกบางรายที่ยังไม่ได้ปรับ
(แต่ถ้าเค้ามีการปรับปรุงในส่วนอื่นๆแทนเพื่อให้รถปลอดภัยขึ้น ก็ขอบคุณมากๆครับ พอดีเปาก็ไม่ได้เป็นคนที่ศึกษาเรื่องรถอย่างละเอียด
ถ้าคุณทำอะไรก็ตามเพื่อประโยชน์ของผู้ขับขี่อย่างเรา เราก็ขอยืนปรบมือให้ แต่ถ้ายังไม่ทำซะที ก็ทำเถอะครับ ขอร้อง)

ยิ่งสภาวะช่วงนี้ รถกระบะขายดีมาก เพราะเจอเรื่องน้ำท่วม ซึ่งเมื่อตอนที่เปาซื้อกระบะตอนนั้นเมื่อ 4 ปีก่อน จุดประสงค์ที่ซื้อก็เพราะที่หมู่บ้านเปาน้ำท่วมบ่อย
(สีวลี เมืองเอกครับ ท่วมได้ทุกปี) ตอนนั้นที่บ้านใช้ lancer ซึ่งแค่ฝนตกนิดหน่อย ตลาดสี่มุมเมือง หมู่บ้านสีวลี น้ำก็ท่วมมิดล้อแล้ว
พ่อก็ต้องจอดรถไว้หน้าหมู่บ้าน แล้วเดินเท้าเข้ามาโลกว่าๆ ก็เลยตัดสินใจกันว่าจะซื้อกระบะไว้ซักคัน เอาไว้ลุยน้ำท่วม (แต่ไม่เคยคิดว่าจะเอามาบรรทุก)
พอซื้อมาก็ใช้ประโยชน์คุ้มค่าจริงๆครับ รถกระบะเราไม่เคยดับตอนตะลุยน้ำ แถมเปายังขับตระเวนรับคนในหมู่บ้านที่เดินลุยน้ำไปส่งแต่ละบ้านด้วย)

ช่วงนี้คนที่ซื้อรถเพราะเอาไว้ลุยน้ำก็มีเยอะ และก็มีหลายหน่วยงาน หลายค่ายผู้ผลิต มาบอกวิธีการบำรุงรักษารถ และวิธีการเอารถกระบะลุยน้ำยังไง
ไม่ให้เครื่องดับ แต่ตอนที่น้ำไม่ท่วมล่ะ และก็ไม่ได้บรรทุกอะไรล่ะ มีใครเคยบอกเราไม๊ ว่าต้องทำอะไรกับรถกระบะบ้าง???

ก็นั่นแหละครับ คนที่รู้ก็โชคดีไป ส่วนคนที่ไม่รู้ก็เสี่ยงกันต่อไป..........

ออฟไลน์ thelen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 11
    • อีเมล์
เห็นด้วยกับคุณเปาเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับข้อมูล
ทางด้านนี้จากผู้ผลิตเลย และเป็นอีกหนึ่งอย่างที่อยากให้ผู้ผลิตแนะนำเราตอนที่คิดจะซื้อบ้าง
ไม่ใช่คิดจะทำยอดอย่างเดียว เป็นอีกเหตุผลนึงที่ผู้ผลิตควรปรับปรุงครับ เพราะในเมื่อคุณ(ผู้ผลิต)
ไม่แนะนำวิธีการหรือข้อเสียของรถแต่ละอย่างให้ผู้บริโภคทราบก็ควรปรับปรุงในส่วนความปลอดภัย
ของผู้บริโภคให้มากขึ้น เพราะอย่างเราๆเองจะไปรู้ได้อย่างไรว่าไม่บรรทุกแล้วรถปัด เราไม่มีทางรู้ได้เลย
ครับนอกจากซื้อมาขับแล้วเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จริงไม๊ครับ

**ขอออกตัวนิดนึงครับ ว่า บทความเรื่อง"รถกระบะ กับอาการท้ายปัด อันตรายจากการใช้รถผิดประเภท"
เป็นเครดิตบทความของ:คุณBecky...http://www.ranthong.com แต่ด้วยว่าเห็นว่ามีสาระดีเลยหยิบยืม
มาเพื่อให้ผู้ที่ยังไม่เคยทราบ ได้พิจารณาอ่านดู และได้แชร์ความคิดกับท่านที่มีประสบการณ์ มาเล่าสู่กันฟัง
ซึ่งกันและกันครับ ดังนั้นหากมีการพาดพิงไปที่บทความ ขอความกรุณาใช้คำว่า"เจ้าของบทความ" แต่หากว่า
ต้องการตักเตือนหรือกล่าวโทษใดๆแก่กระผมเอง ขอความกรุณาใช้คำว่า"เจ้าของกระทู้"จะได้หรือไม่ครับ
ว่ากล่าวได้ครับแต่ขอแบบเจาะจงนิดนึงครับ ( -  -" ) เพราะผมอ่านแล้วเหมือนเหมารวมผมไปด้วยหน่ะครับ
***ขอคุณล่วงหน้าครับ สำหรับทุกท่านที่อ่าน และทุกท่านที่มาแชร์ประสปการณ์..สาธุๆ

ออฟไลน์ Newhang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,810
เมื่อวานขับ fiestaไปที่แฟร์ชั่น เข้าไปจอดในอาการจอดรถใหม่ที่เพิ่งทำ
พอเริ่มวนขึ้นพอดีเกียร์มันเปลี่ยนเป็นเกียร์1 มันก็ดังกึดๆๆสะท้านไปพวงมาลัย ในใจคิดว่าเอาแล้วรถเป็นอะไรวะ เลยไปลองที่ชั้นต่อไป มันก็เป็นอีกแต่ผมเห็นอะไรแว๊ปๆที่หน้าจอ  พอชั้นต่อไปก็ลองอีกคราวนี้ชัดเจน คิดว่าtraction controlมันทำงานครับ แต่ไฟespมันกระพริบถี่เลย

นี่ถ้าเป็นกระบะจะเป็นยังไง แรงบิดเยอะกว่า

แต่ผมก็เห็นรถเค้าขึ้นไปจอดกัน ก็ไม่รู้ว่าคันอื่นเค้ามีอาการกันมั๊ย

NgoH

  • บุคคลทั่วไป
รถยกสูงส่วนใหญ๋ติดตั้งระบบล๊อคเฟืองท้าย ทำให้บางจะหวะล้อหมุนฟรี แล้วเกิดอาการอีกล้อหนึงมาช่วยหมุน จึงเกิดอาการท้ายปัดได้ง่ายๆครับ จากประสบการณ์ครับ

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,702
ขอบคุณครับ อยู่ที่ผู้ผลิตเลยแหละ ว่าต้องปรับอุปกรณ์ และให้ความรู้