ผู้เขียน หัวข้อ: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น  (อ่าน 23512 ครั้ง)

Phongrapee

  • บุคคลทั่วไป
แต่ละท่านมีวิธีการใช้สัญญาณไฟอย่างไรบ้างครับ โดยเฉพาะไฟฉุกเฉินกับสัญญาณไฟสูง เพื่อที่จะสื่อสารกับรถคันอื่น อย่างเช่นว่า ผมให้คุณไปก่อนนะ หรือ ขอผมไปก่อนนะ อะไรทำนองนี้น่ะครับ

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,152
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 17, 2012, 23:53:27 »
สังคมรถตู้ชอบเปิดไฟเลี้ยว ซ้าย ขวา เป็นการบอกว่า อย่าแซงอ่ะครับ ยิ่งถ้าเป็นรถตู้กับรถตู้ด้วยกัน สัญญาณเยอะครับ
ยังมี ตอบไฟรัวๆ อีกครับ สื่อว่า ข้างหน้า มีตำรวจ ครับ ;D ให้เข้าซ้ายครับ ^^
เรารักจ่าโท :))))

dogclubs

  • บุคคลทั่วไป
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 00:20:54 »
กระพริบไฟสูงแปลว่าเราขอทางไปก่อน  แต่บางคนก็ตัดหน้าเฉยเลย คงคิดว่าเราบอกให้ไปก่อนหรอ

ออฟไลน์ NONT4477

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9,856
  • Let the SKYFALL
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 00:23:47 »
^
^
เค้ามีรณรงค์กันอยู่พักนึงครับ
ว่าเปิดไฟสูง = ให้ทาง
และพวกฝรั่งส่วนใหญ่ก็เข้าใจแบบนี้
Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^

ออฟไลน์ Fly to dream

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12,368
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 00:28:28 »
1.เวลาขับแล้วมีรถตามมาเร็วๆ แล้วเราเกิดต้องเบรคเพราะหน้าเรามีอะไรมาบัง ใช้คือ เบรคแล้วเปิดไฟเลี้ยวซ้ายขวาไปมา 2 ครั้งแล้วเปิดไปในทางที่เราอยู่ เช่น ซ้ายขวา ซ้ายขวา แล้วเปิดขวาอีก 2 จังหวะ ทำนองนี้เมื่อเราอยู่เลนขวา

2.ดิฟไฟหน้าเตือนรถที่สวน กระพริบ 2 ครั้ง แล้วเปิดไฟเลี้ยวบอกว่าอยู่ฝั่งเราหรือฝั่งเค้า

3.รักจะขับเร็วกลางคืนบนถนน 4 เลน ไป 2 กลับ 2 ใช้คือ ดิฟไฟหน้า 2 ครั้งพร้อมเปิดไฟเลี้ยว 3 จังหวะ บอกว่าเรามาแล้วนะจะอยู่เลนที่เปิดไฟเลี้ยวนะ (ผมไม่เคยโดนรถบรรทุกตัดแซงออกมาเลยยกเว้นจะทำห่างเกินไป)

แค่นี้ครับของผมเวลาวิ่งทางไกล (มักจะกลางคืน)
ขยะของโลกออนไลน์​ในปัจจุบั​นคือเชื่อคนโง่ที่มีคำพูดสวยหรู​ หาข้อมูล​ไม่จริงมาโกหกคำโตๆ​ อีกอย่างคือพูดความจริงไม่หมด กับพวก​ Avatar ที่ทำเป็น​เก่ง​แต่เก่งน้อยในโลกความจริง​ซึ่งจะหาได้ง่าย

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,088
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 00:50:01 »
หลักๆคือ ดิฟไฟรัวๆ ถ้าข้างหน้ามีด่าน (อันนี้ใช้บ่อย โดนช่วยไว้หลายครั้งแล้วครับ ต่างจังหวัด)
กับดิฟไฟเพื่อขอทาง และเตือนคันอื่นว่าให้ระวังรถเราครับ  (ซึ่งผมชอบระบบนี้มากกว่าดิฟไฟเพื่อให้ทางแล้วครับ เวลาขับกลางคืนผมเคยเหม่อๆ ค่อยๆเฉไปอีกเลน โดนดิฟไฟเตือนเพื่อจะแซง ผมเลยตื่น ไม่งั้นคงจูบต้นไม้แน่ๆ)

Phongrapee

  • บุคคลทั่วไป
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 00:52:25 »
ผมเคยรู้มาแต่ว่า ถ้ากระพริบไฟสูงสั้นๆ แปลว่า เชิญคุณไปได้ ส่วนถ้ายกไฟสูงค้างไว้ คือ ผมขอไปก่อนนะ (ไม่ได้หวง แต่ชะลอไม่ทัน) ไม่รู้ถูกหรือผิดยังไง บางคันก็เข้าใจ บางคันก็ตรงกันข้าม

ออฟไลน์ mathician

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 667
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 01:07:10 »
ผมเคยรู้มาแต่ว่า ถ้ากระพริบไฟสูงสั้นๆ แปลว่า เชิญคุณไปได้ ส่วนถ้ายกไฟสูงค้างไว้ คือ ผมขอไปก่อนนะ (ไม่ได้หวง แต่ชะลอไม่ทัน) ไม่รู้ถูกหรือผิดยังไง บางคันก็เข้าใจ บางคันก็ตรงกันข้าม

ผมก็เข้าใจแบบนี้เหมือนกัน
ในยุโรปไม่ค่อยดีดไฟสูงนาน, ถ้าไม่ให้ผ่าน มันจะไม่ดีดไฟไรเลย
แต่้ถ้าให้ผ่าน ดีดไฟสูงสั้นๆ <<< อันนี้ชัวร์ป๊าบบบ 100%

ออฟไลน์ -Anonymous-

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,428
  • Catch me if you can !!!
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 04:01:24 »
มารอติดตามด้วยคนครับ อยากรู้ เข้าใจสัญญานไฟเยอะๆ

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 05:22:55 »
ไฟสูง จริงจริงแล้วถ้าสังเกตุที่ก้านไฟหน้ารถบางคันจะเขียนไว้ว่า "Pass"
แปลว่ามันเป็นสิ่งสากลที่การ ยกไฟสูงสั้นสั้น แปลว่าเราให้ทางคันหน้าไปก่อน ให้ทางคนเดินข้ามถนน ฯลฯ ครับ
แต่เรามาใช้กันผิดจนกลายเป็น Norm ของประเทศไปแล้วว่าไฟสูงคือการบอกว่าไม่ให้ออกมา
ซึ่งผมก็คิดว่าจะมาเปลี่ยนตอนนี้มันคงจะลำบากมากแล้ว เอาเป็นถ้ายกไฟค้างนานก็คือไม่ให้ออก
แต่ถ้ากระพริบสั้นสั้นก็คือให้ทางแบบที่หลายท่านบอกไว้ น่าจะดีที่สุดครับ

ส่วนไฟฉุกเฉิน หรือเปิด ซ้ายขวา ซ้ายขวา นั้นเป็นสิ่งที่ใช้กันมานานแล้ว แต่คนรุ่นใหม่เริ่มจะไม่ทราบกัน
คือเวลาวิ่งออกต่างจังหวัด แล้วเจอเหตุการณ์ข้างหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เราจะเปิดไฟฉุกเฉินให้กระพริบ 2-3 ครั้ง
หรือถ้าไม่อยากเอื้อมมือไป ก็ให้สัญญาณ ซ้ายขวา ซ้ายขวา แทน เพื่อให้คันหลังใช้ความระมัดระวังและชะลอความเร็ว
บางทีจะเห็นใช้เมื่อเจอทางร่วมทางแยกที่ไม่มีไฟเขียวไฟแดง คือเปิดก่อนถึงแยก พอถึงแยกแล้วก็ปิดแล้วทำตามปกติ
แต่หลายคนไปเห็นเค้าใช้กันมา แล้วก็นึกไปเองว่าเวลาจะตรงผ่านแยกต้องเปิดไฟฉุกเฉิน มันเลย"แพร่"หลายกันอย่างผิดผิดไปทั่วกรุงเทพฯ

ส่วนการวิ่งต่างจังหวัดนั้น ในถนนเลนเดี่ยวที่รถวิ่งสวนกันไปกลับ สัญญาณไฟมาจากกลุ่มคนใช้รถบรรทุกด้วยกันอยู่แล้ว
เปิดไฟเลี้ยวซ้าย คือบอกว่าข้างหน้าทางโล่งให้แซงได้เลย เปิดไฟเลี้ยวขวา คือบอกว่าอย่าเพิ่งแซงมีรถสวนมา
เป็นมารยาทและน้ำใจของพี่พี่สิบล้อ สิบแปดล้อ และรถพ่วงทั้งหลาย ที่มีให้เพื่อนร่วมทาง จะได้ไม่ต้องมาติดชะลอเค้าอยู่คันเดียว

การกระพริบไฟสูงรัวรัวแบบยาวยาว นั้นไม่ได้เป็นสัญญาณมาตรฐานอะไร แต่หลังหลังมักจะรู้กันว่า มีตำรวจตั้งด่านด้านหน้า
ไม่ว่าจะดักความเร็ว หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ขับรถทางไกลสังเกตุดีดีครับ แม้กระทั่งบนทางด่วนเดี๋ยวนี้ก็มีนะ ทำกันเยอะด้วย
ผมเคยขับกลับมาจากสระบุรี ขึ้นดอนเมืองโทลเวย์ ช่วงกำลังจะผ่านด่านแรก รถที่เพิ่งออกจากด่านมากระพริบไฟกันจ้าละหวั่น
ถ้าไม่ทันสังเกตุมองไปฝั่งตรงข้ามก็คงแย่ไปแล้ว ปรากฎว่าเค้าตั้งด่านตรวจจับความเร็ว เราเห็นก่อนเลยชะลอความเร็วลงมาก่อน รอดตัวไป :)

ออฟไลน์ Weetting

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,293
  • ช่วงล่าง+เครื่องยนต์
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 09:25:04 »
ซ้ายที ขวาที ให้ระวังครับ  บางครั้งอาจจะเบรค กระทันหัน 

ถ้าถนน ๔ เลน แล้วพวกรถ กระบะ รถตู้  อยู่ขวา ให้สัญญาณ ไฟขวา ก็แปลว่าฉันจะแช่ขวา  คุณไล่ยังไงฉันก็ไม่ลงซ้าย 

ส่วนเปิดไฟฉุกเฉิน  บางครั้งก็หมายถึงว่าฉันจะเบรคกระทันหัน รุนแรง นะ
Make manual transmission great again
Drive diesel away

ออฟไลน์ mongolias

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,983
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 09:30:19 »
ผมเป็นคนใช้สัญญาณไฟค่อนข้างบ่อยนะ เรียกว่าแทบจะทุกวันเลย
เวลาเจอรถกำลังรอเลี้ยว ถ้าผมจะให้เค้าไปก่อน ผมจะดิฟไฟ 1 - 2 ครั้ง พร้อมชะลอ บางครั้งจะเปิดไฟฉุกเฉิน ถ้าเห็นคันหลังตามมาด้วย
แต่ถ้าผมไม่ให้ทาง ผมจะดิฟไฟหลายๆที หรือไม่ก็ยกค้างครับ

เวลาเจอด่าน ก็ดิฟไฟบอกฝั่งตรงข้าม อันนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะขับต่างจังหวัด 5555

เวลาเจอรถติดก็จะกดไฟกระพริบเตือนคันหลัง ให้เค้าชะลอ

ผมชอบการให้สัญญาณไฟของคนขับรถบรรทุกนะ เวลาขับตามต่างจังหวัดเค้าช่วยเราได้พอสมควรเลย จังหวะไหนแซงได้ก็จะเปิดไฟเลี้ยวซ้ายบอก พอแซงพ้น ผมก็จะกดแตรสั้นๆ 1 ที เพื่อขอบคุณเค้าครับ

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,758
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 10:17:36 »
กระพริบไฟสูงแปลว่าเราขอทางไปก่อน  แต่บางคนก็ตัดหน้าเฉยเลย คงคิดว่าเราบอกให้ไปก่อนหรอ
คนรับ เข้าใจ ถูก คนใช้ เข้าใจผิด ครับ เลยเป็นแบบนี้

แต่ถ้าผมไม่ให้ทาง ผมจะดิฟไฟหลายๆที หรือไม่ก็ยกค้างครับ
ดูเป็นการแสดงความก้าวร้าวไปเลยล่ะครับ (อย่างกับปา flashbang ใส่) ทั้งๆที่การบีบแตรคือทางที่ควรมากกว่า

ส่วนการหยุดกะทันหันบนทางความเร็วสูง เป็นไปได้ก็กดไฟฉุกเฉินครับ....หลังจากเรามั่นใจว่าเบรคอยู่แล้วนะ ตอนขับ SW ลงมาจากเชียงราย ลงเนิน เห็นด่านแต่ไกล ก็ชะลอ แล้วเปิดไฟฉุกเฉินสักไม่กี่จังหวะให้ H-1 ที่ตามมาเห็นกันครับ..

ออฟไลน์ mongolias

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,983
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 10:53:45 »
แต่ถ้าผมไม่ให้ทาง ผมจะดิฟไฟหลายๆที หรือไม่ก็ยกค้างครับ
ดูเป็นการแสดงความก้าวร้าวไปเลยล่ะครับ (อย่างกับปา flashbang ใส่) ทั้งๆที่การบีบแตรคือทางที่ควรมากกว่า

ส่วนการหยุดกะทันหันบนทางความเร็วสูง เป็นไปได้ก็กดไฟฉุกเฉินครับ....หลังจากเรามั่นใจว่าเบรคอยู่แล้วนะ ตอนขับ SW ลงมาจากเชียงราย ลงเนิน เห็นด่านแต่ไกล ก็ชะลอ แล้วเปิดไฟฉุกเฉินสักไม่กี่จังหวะให้ H-1 ที่ตามมาเห็นกันครับ..

คุณอ่านให้ดีๆครับ ดิฟไฟหลายๆที ไม่ใช่ดิฟไฟรัวนะครับ
กดเป็นจังหวะมันไม่ได้แสดงถึงความก้าวร้าวครับ โอเคถ้าคุณดิฟไฟรัวกระหน่ำเลย อันนั้นผมไม่ว่าถ้าคุณจะมองว่ามันก้าวร้าวนะ
การบีบแตรไม่ได้ช่วยอะไรคุณได้เลยนะ ถ้ารถคุณไม่ได้เข้าไปใกล้เค้ามาก หรือถ้ารถคันนั้นเปิดเพลงเสียงดัง เสียงแตรช่วยอะไรคุณไม่ได้เลยครับ
 
ผมยืนยันว่าสัญญาณไฟใช้กับรถยนต์ดีที่สุดครับดีกว่าแตรอีก แตรจะมีประโยชน์เวลาให้สัญญาณกรณีที่คนขับรถคันอื่นเค้ามองไม่เห็นรถคุณ(อยู่ในมุมอับ เช่นรถวิ่งขนาบข้างกันมา และจะเปลี่ยนเลน)

ออฟไลน์ csamabat

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 636
    • อีเมล์
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 11:23:19 »
ปกติผมขับต่างจังหวัด

1.โยกไฟซ้ายมี ขวาที  คือเบรคกระทันหัน

2.ยกไฟสูง รัวๆ(ต้องไม่มีรถอยู่หน้าผม คือ วิ่งอยู่โล่งๆคันเดียว) ให้ฝั่งตรงข้ามเห็น  ก็คือ มีตำรวจ มีด่าน มีกล้อง

3. กำลังวิ่งเลนซ์สวน ถ้า ข้างหน้าแซงขึ้นได้ และเรา ไม่อยาก แซง หรือ อยากให้คันหลังแซง ผมก็เปิดไฟเลี้ยวซ้าย พร้อม เี่บี่ยงไปริมทางนิดนึง ให้คันหลังแซง

4.ถ้าเราวิ่งตามหลังคันนี้เลนซ์สวน แล้วคันหลังจะแซง ถ้าเราเห้นว่าแซงไม่ได้ ผมก็เปิดไฟขวา ไว้ ไม่ให้เขาออก อะครับ

(ไม่แน่ใจ ทำถูกไหม ยัง งงๆ บางทีครับ)
1990 bmw e30 318i Mt 4 door
1992 bmw e36 318iA 4 door
1992 bmw e30 318i At  4door
1993 bmw e36 318i 4 door
1985 bmw e30 325iS cope
1991 bmw e30 318i Mt 4 door
1992 toyota corolla ae92  1.6 se limited
1993 toyota corolla ae101 1.6 Lx limited
1991 Nissan nv van SLX 1.6 At
2006 toyota avanza 1.3 E Mt

Phongrapee

  • บุคคลทั่วไป
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 12:02:32 »
จริงๆถ้ามีการอบรมหรือสอนกันในโรงเรียนสอนขับรถ หรืออบรมตอนสอบใบขับขี่ น่าจะดีนะครับ มันจะได้เข้าใจตรงกัน

ออนไลน์ PREM

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,931
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 12:13:07 »
ถ้าเกิดว่าจะบอกให้คนที่ขับช้าแช่ขวาหลบ ควรจะทำยังไงดีที่สุดครับ

ทุกวันนี้ผมเริ่มจากเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็เปิดไฟเลี้ยวขวา ถ้าไม่หลบ ก็กะพริบไฟสูง 2-3 ทีโดยที่เปิดไฟขวาอยู่
ถ้าไม่หลบอีกก็ยกไฟสูงแช่ ถ้ายังไม่หลบอีกก็จะหาทางไปเอง

ส่วนไฟสูงผมใช้เพื่อจะบอกว่า "ไม่ให้ผ่าน" อ่ะครับ ดูเหมือนคนส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจอย่างนั้นนะ
2009 Nissan Teana 200XL             2012 Honda CR-V 2.4 EL 2WD    
2014 Mazda CX-5 2.5 S                2016 Volvo XC60 D4
2020 Volvo V60 T8 Inscription

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,758
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 12:28:20 »
แต่ถ้าผมไม่ให้ทาง ผมจะดิฟไฟหลายๆที หรือไม่ก็ยกค้างครับ
ดูเป็นการแสดงความก้าวร้าวไปเลยล่ะครับ (อย่างกับปา flashbang ใส่) ทั้งๆที่การบีบแตรคือทางที่ควรมากกว่า

ส่วนการหยุดกะทันหันบนทางความเร็วสูง เป็นไปได้ก็กดไฟฉุกเฉินครับ....หลังจากเรามั่นใจว่าเบรคอยู่แล้วนะ ตอนขับ SW ลงมาจากเชียงราย ลงเนิน เห็นด่านแต่ไกล ก็ชะลอ แล้วเปิดไฟฉุกเฉินสักไม่กี่จังหวะให้ H-1 ที่ตามมาเห็นกันครับ..

คุณอ่านให้ดีๆครับ ดิฟไฟหลายๆที ไม่ใช่ดิฟไฟรัวนะครับ
กดเป็นจังหวะมันไม่ได้แสดงถึงความก้าวร้าวครับ โอเคถ้าคุณดิฟไฟรัวกระหน่ำเลย อันนั้นผมไม่ว่าถ้าคุณจะมองว่ามันก้าวร้าวนะ
การบีบแตรไม่ได้ช่วยอะไรคุณได้เลยนะ ถ้ารถคุณไม่ได้เข้าไปใกล้เค้ามาก หรือถ้ารถคันนั้นเปิดเพลงเสียงดัง เสียงแตรช่วยอะไรคุณไม่ได้เลยครับ
 
ผมยืนยันว่าสัญญาณไฟใช้กับรถยนต์ดีที่สุดครับดีกว่าแตรอีก แตรจะมีประโยชน์เวลาให้สัญญาณกรณีที่คนขับรถคันอื่นเค้ามองไม่เห็นรถคุณ(อยู่ในมุมอับ เช่นรถวิ่งขนาบข้างกันมา และจะเปลี่ยนเลน)

ผมหมายถึงยกค้างครับ และถ้าแตรเดิมไม่ดังก็เปลี่ยนเป็นแบบที่เสียงดังฟังชัดดีกว่า

ถ้าเกิดว่าจะบอกให้คนที่ขับช้าแช่ขวาหลบ ควรจะทำยังไงดีที่สุดครับ

ทุกวันนี้ผมเริ่มจากเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็เปิดไฟเลี้ยวขวา ถ้าไม่หลบ ก็กะพริบไฟสูง 2-3 ทีโดยที่เปิดไฟขวาอยู่
ถ้าไม่หลบอีกก็ยกไฟสูงแช่ ถ้ายังไม่หลบอีกก็จะหาทางไปเอง

ส่วนไฟสูงผมใช้เพื่อจะบอกว่า "ไม่ให้ผ่าน" อ่ะครับ ดูเหมือนคนส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจอย่างนั้นนะ
อิงจากที่พี่จิมพูดบ่อยๆ คือเปิดไฟเลี้ยวขวา ตามด้วยกระพริบไฟสูงนั่นล่ะครับ แต่ถ้ามันไม่หลบก็ !@#$%^&*()_+ ล่ะ อาจจะเข้าสร้างความกดดันด้านท้ายหรือเปล่า? อย่าแซงซ้าย แต่ถ้าไหลไปไกลกว่าจนอยู่ข้างหน้าคงไม่เป็นไรมั้ง

ส่วนไฟสูง เห็นได้ชัดว่าคนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดอย่างนั้นแหละครับ

ออฟไลน์ mongolias

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,983
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 13:11:38 »
ผมหมายถึงยกค้างครับ และถ้าแตรเดิมไม่ดังก็เปลี่ยนเป็นแบบที่เสียงดังฟังชัดดีกว่า
ยกค้างผมว่ามันก็ไม่ก้าวร้าวนะ กระพริบไฟรัวต่างหากอันนั้นแสดงถึงความก้าวร้าวมากกว่า
ส่วนเรื่องแตร คุณกำลังหลงประเด็นแล้วครับ รถคุณแตรดัง แต่ถ้ารถคันที่คุณต้องการบีบใส่เค้าเปิดเพลงดังกว่า มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ แตรมีประโยชน์กับขับที่อยู่ใกล้ๆกันแล้ว + บีบให้สัญญาณมอเตอร์ไซด์

ปล. อาจจะมองคนละจุดกันก็เป็นไปได้ ผมหมายความถึงต่างจังหวัด ที่รถไม่ติดนะ  ผมเข้าใจว่าคุณน่าจะมองในมุมของกรุงเทพฯที่รถมันติดใกล้ๆกัน


ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,758
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 13:15:08 »
ผมหมายถึงยกค้างครับ และถ้าแตรเดิมไม่ดังก็เปลี่ยนเป็นแบบที่เสียงดังฟังชัดดีกว่า
ยกค้างผมว่ามันก็ไม่ก้าวร้าวนะ กระพริบไฟรัวต่างหากอันนั้นแสดงถึงความก้าวร้าวมากกว่า
ส่วนเรื่องแตร คุณกำลังหลงประเด็นแล้วครับ รถคุณแตรดัง แต่ถ้ารถคันที่คุณต้องการบีบใส่เค้าเปิดเพลงดังกว่า มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ แตรมีประโยชน์กับขับที่อยู่ใกล้ๆกันแล้ว + บีบให้สัญญาณมอเตอร์ไซด์

ปล. อาจจะมองคนละจุดกันก็เป็นไปได้ ผมหมายความถึงต่างจังหวัด ที่รถไม่ติดนะ  ผมเข้าใจว่าคุณน่าจะมองในมุมของกรุงเทพฯที่รถมันติดใกล้ๆกัน
ใช่ครับ ผมขับในกรุงเทพเสียส่วนใหญ่ พอบีบแตรใส่แว้นมันก็จะทำท่ามองหน้าหาเรื่อง แม่งไม่ใส่ใจหรอกว่ามันผิด (จนเป็นธรรมดาไปแล้ว) ส่วนตอนขับรถต่างจังหวัด (สายเหนือ) ก็ไม่มีปัญหาอะไรในการใส่สัญญานแตรและไฟครับ นอกจากอีกฝ่ายโง่จริงๆที่กะระยะและความเร็วไม่เป็น (ดีที่ไม่ค่อยเจอเท่าไหร่)

ออฟไลน์ eaowpj

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 610
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 14:18:00 »
การใช้ไฟสูงเพื่อแซงอันนี้ก็ใช้อยู่ครับ แต่ใช้ไฟสูงเพื่อให้ทางผมไม่ใช้เพราะยังมีความสบสนอยู่และเท่าที่เจอส่วนใหญ่รถคันอื่นจะเจอแบบรัว ๆ และขับมาเร็ว ๆ อย่างนี้ไม่ให้ทางแน่ แต่ถ้าใช้ไฟสูงแล้วชะลอรถให้ หรือหยุดให้อย่างนี้เขาให้ทางเรา ส่วนตัวถ้าเป็นกลางวันผมจะให้ทางคนอื่นผมจะชะลอรถให้ ถ้ายังไม่เข้าใจผมจะให้สัญญาณโบกให้ไป กลางคืนก็เปิดกระจกโบกให้ไป จะขอบคุณเมื่อเขาให้ทางเราผมจะโค้งให้ ถ้าจะขอโทษผมจะยกมือแล้วโค้งให้ ส่วนไฟฉุกเฉินที่ใช้เวลาเบรคกระทันหันผมจะลองใช้ดูครับ  :)

ออฟไลน์ -Anonymous-

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,428
  • Catch me if you can !!!
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 14:39:41 »
จริงๆถ้ามีการอบรมหรือสอนกันในโรงเรียนสอนขับรถ หรืออบรมตอนสอบใบขับขี่ น่าจะดีนะครับ มันจะได้เข้าใจตรงกัน
เห็นด้วยอย่างมากครับ เพราะเป็นประโยชน์จริงๆในการใช้ถนน

ออฟไลน์ TTL

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,277
Re: การใช้สัญญาณไฟเพื่อสื่อสารกับรถคันอื่น
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 18:50:36 »
ของผมตั้งแต่ย้ายชีัวิตมาอยู่เชียงใหม่(ก็ยังไม่ถึงเดือน)  ส่วนกทม. อย่างที่ทุกคนพูดครับ บีบแตรหน่อยมันก็มองหน้าหาเรื่องแล้ว ชินแล้วจริงๆ
แต่พอวิ่งไปวิ่งมาในเชียงใหม่เจอพวกแช่ขวาขับรถเฮงซวยเยอะมาก ขึ้นไฟสูงก็แล้วจี้ก็แล้วไม่หลบ ต้องบีบแตรยาวมากมันถึงหลบ
หรือไม่จังหวะดีๆก็ออกซ้ายแซงไปเลย กับอีกประเภทอยู่ทางโค้ง จะแซงก็หลบให้แต่รถก็เร่งไม่ขึ้น ตลกดีคนประเภทนี้
เดี๋ยวนี้เจอแล้วปลง ครับ ยิ่งบางครั้งไปเขียวเรายังเจออีกฝั่งมันปาดเฉยเลย   

ส่วนไอเรื่องไฟสูงเวลาขับบนท้องถนน ส่วนมากผมสิืือว่าผมขอไปก่อน เพราะว่าบางครั้งเรามาเร็ว ชะลอไม่ทันแต่ก็มีรถโพล่ออกมา
ถ้าจะให้รถคันอื่นไปผมก็ชะลอให้ ส่วนมากก็จะรู็้กันทั้งนั้นครับ เพราะว่าผมว่าคนไทยส่วนมาก เข้าใจว่าการขึ้นไฟสูงคือไม่ให้ไป ...