ผู้เขียน หัวข้อ: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ  (อ่าน 10562 ครั้ง)

ออฟไลน์ Mike

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,563
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 19:57:04 »
ผมว่าอยู่ที่ลักษณะการใช้งานด้วยครับ โดยส่วนตัวเป็นคนเท้าหนักเบา แล้วแต่อารมณ์ และสภาพจราจร

ขับ Honda City SV MC ในเมือง ทำได้ดีสุด 8 km/l
ขับ Honda City SV MC ต่างจังหวัด ทำได้ดีสุด 23 km/l

**ลมยาง หน้า/หลัง 35/33 ขับคนเดียว ไม่บ้าหอบของ
                            
ค่าใช้จ่ายน้ำมัน ต่อเดือน เลยแตกต่างกัน      

D-segment
ผมว่าการจอดไม่ยากนะ ส่วนใหญ่หน้าจะมี กล้องหลัง/เซนเซอร์ มาให้ ส่วนที่จอด รถไซส์ไหนๆ ก็หายากพอกันแระ ถ้ามันไม่เพียงพอ

ส่วนตัวผม ถึงแม้จะขับ City แต่ก็ขับคันอื่นร่วมด้วย T6, Mighty X, Dragon Eye, Ranger 2007 ทุกคัน ไซส์ ก็ใกล้เคียงกับ D-segment เลยทำให้การขับรถอื่นๆกลายเป็นเรื่องง่ายหมด โดยเฉพาะเวลาจอด

เวลาผมกลับ ตจว ขับ City เหนื่อยเอาเรื่อง
แต่ถ้าขับ T6 ดีขึ้นกว่า City แถมระยะเวลาสั้นลงด้วย กรุงเทพ-ลำปาง 4-4.3 ชม. ทำได้ ไม่ต้องง้อรถเยอรมัน แถมเหนื่อยน้อยกว่า City แต่ก็คงไม่สบายเท่า D-segment

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 20:06:24 โดย Mike »
SUBARU XV 2.0i-P 16
HONDA City SV 12
FORD Ranger Hi Rider 4DR XLT 2.2 TDCi 12
FORD Ranger Hi Rider OpenCab LIMITED 2.5 TDCi 08
TOYOTA Hilux Vigo 4DR 3.0 G 4X4 08
ISUZU Dragon Eye SpaceCab SLX 2.8 00
TOYOTA Hilux Mighty X 2.5 94
MAZDA Familia 94
MITSUBISHI Cyclone 94
TOYOTA Hilux Super Star 88

ออฟไลน์ Slipknot`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,870
  • *** HLM.COM ***
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 20:51:58 »
สำหรับผมภาพลักษณ์ผมเฉยๆนะ

แต่ขับ D อยู่จะเปลี่ยนรถไป B นี่คิดหนัก

ไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่เป็นความสะดวกสบายครับ

ถ้ามีได้อยากมีรถทุกประเภทครับ เพราะขับได้หมด ไม่ได้สนใจอะไร

อย่างขับในเมือง ชอบ eco car มากๆอะ ประหยัดดี ยอมแคบนิดหน่อย แต่สบายกระเป๋า

ออฟไลน์ raygun

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,047
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 22:42:55 »
.
.
.
ผมไม่เคยอยากขับ D เลย เพราะมันทั้งใหญ่ ทั้งแก่ ดูเหมาะกับคนมีลูกเยอะ
แต่ผมส่วนใหญ่ขับกับแฟนแค่สองคน

เมื่อก่อนสมัยเรียนผมจะซื้อรถสองประตู
แม่บอกอย่าเลย แม่อยากนั่งด้วย เลยตามใจแม่เอา volvo 850 turbo มา
รู้สึกแก่มากตอนนั้น เพื่อนขับ e36 กันเกือบหมด (แต่ 850 มันแรงสุดๆ)
แล้วแม่ก็ไม่เห็นจะเคยมานั่ง เพราะแม่ผมท่านก็ชอบขับรถตัวเอง

หลังจากคันนั้นผมเลยตามใจตัวเองอย่างเดียว ไม่เผื่อแล้ว
เพราะใช้รถ 4-5 ปี มีคนมานั่งเบาะหลังไม่ถึง 10 ครั้ง ไม่รู้จะซื้อคันใหญ่ๆไปทำไม
เรื่องภาพลักษณ์ยิ่งแล้วใหญ่ มันมีแต่ภาพลักษณ์แก่ๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
อยากได้ภาพลักษณ์แนะนำ Benz หรือ Bmw เลยครับ

ออฟไลน์ HYDE--

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,643
    • อีเมล์
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 22:56:51 »
Accord g8 ผมว่า ค่า maintainance ก้ไม่ได้ต่างกับรถเล็กอะไรมากมายนะ
แต่ถ้าอัพเป็นรถยุโรปสิ อันนี้แพงขึ้นเยอะ

ออฟไลน์ scala333

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 14
    • อีเมล์
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 23:06:30 »
ผมใช้ B, D segment, กระบะ, พร้อมๆกัน ค่าใช้จ่ายผมว่าก็ไม่แตกต่างนะ จะมีเเต่ค่าเชื้อเพลิงละ ที่ B segment จัดlpgไป ประหยัด ขับไปทำงานคุ้ม

มีคนถามผมว่า บ้าหรือป่าว เอาสามคันไปซื้อเบนซ์ ซื้อบีเอ็มดีกว่าป่าว ได้หน้าด้วย แต่สำหรับผมคิดว่า ใช้รถถูกประเภทมันก็ขับสบายดี city car ขับในเมือง d segment ขับออก ตจว กระบะขับเข้าสวนเข้าป่า ไปถนนสายเเย่ๆ

เรื่องความปลอดภัย การเดินทางรถเล็กผมว่ามันอันตรายนะ ขับทางไกลเครียด

ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ผมว่า ไม่จำเป็นต้องเเคร์ใครนะ ไร้สาระครับ

เห็นด้วยมากๆครับ

ออฟไลน์ Ongszaa

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 806
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 23:15:22 »
ของผม

จาก nissan  Sunny neo almera 1.8 >> tiida 5dr 1.6g >> Teana 2.5

ค่อยๆ อัพ ตอนนี้ให้ไปขับรถเล็กก็ไม่เอาแล้ว อัตราเร่งมันต่างกัน
แล้วก็ ภาพลักษณ์ต่างกันเยอะคับ เวลาไปห้างก็ต่างกันแล้วคับ
รถใหญ่ บางครั้งไปไหนก็หาที่จอดง่ายกว่ารถเล็กคับ
สบายกว่าด้วย เบาะนิ่มกว่า คนภายนอกจะมองว่าฐานะดีกว่า
ส่วนตัวผม บ้านผมใช้ BMW ทั้งบ้าน แต่ผมก็ชอบ teana เพราะคุ้มราคา
และก็เป็นรถญี่ปุ่น ซ่อมง่าย กว่ายุโรปเยอะคับ

แต่ต้องแลกกับค้าน้ำมันที่แพงขึ้น  กับค่ารถแพงขึ้นแค่นั้นเอง
'08 BMW 525i LCI [E60]
'13 BMW 528i [F10]
'14 BMW 525d LCI M Sport [F10]
'14 BMW 420i M Sport [F32]
'19 BMW 630d GT M Sport[G32]

ออฟไลน์ Sammy_

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,422
    • อีเมล์
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 23:21:55 »
สมัยนี้ ผมว่าคนมองว่ารถบ่งบอกฐานะครับ ยิ่งขับรถแพง ยิ่งว่าเรารวย บางครั้งการบริการก็ต่างกันคนละระดับ

ผมเข้า โชว์รูมรถยนต์ ใน จ.ผม ผมจะสังเกตว่า ถ้าผมขับ Cefiro A33 เข้าไป รปภ. เซ็ลขายรถ จะบริการดีมาก ดูเสร็จก็เดินมาส่งถึงรถ แต่ถ้าวันใหนขับ DMAX เห้อ ไม่อยากจะพูดเลย  ที่นี่ประเทศไทย :-\

ออฟไลน์ warez

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 702
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 23:30:40 »
ทำอะไรเพื่อเอาใจคนอื่นจะเหนื่อยตัวเราเองนะครับ

ปกติขับ BT50pro ยามให้เข้าบริษัท วันหนึ่งต้องไปส่งแฟนเลยไปคันเดียวกัน BM X6 ยามไม่ให้เข้าครับ










เพราะรถแฟนไม่มีสติกเกอร์ผ่านทางครับ

ออฟไลน์ MoO Cnoe

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,456
    • อีเมล์
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2013, 23:36:44 »
ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหาก็จัดเลยครับ
คุณภาพการขับขี่ การโดยสาร ดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด หน้ามือเป็นหลังมือเลย

อย่าว่าแต่เทียบปี 2012 ด้วยกันเลยครับ
ของผม Cefiro ปี 2000 (อายุ 13 ปี) กับ Altis ปี 2008 (อายุ 4 ปี)
รถต่างกัน 8 ปี แต่เชื่อมั้ย Cefiro ขับดีกว่า นั่งสบายกว่า
จะขายก็เสียดาย ขายตอนนี้ 2 แสน++ นิดหน่อย
จะหารถคุณภาพแบบนี้ ราคานี้ได้ที่ไหนอีก (มือ1 ซื้อมา 1.07 ล้่านเมื่อ 13 ปีที่แล้ว)

ข้อเสีย ระยะยาวซ่อมแพงกว่ามากๆครับเมื่อเทียบกับ B
ค่าน้ำมันแพงกว่า ติดแก๊สมาก็ประหยัดกว่า B ไม่มากด้วยซ้ำ
ราคาตกมาก (มูลค่ายิ่งแพง เวลาราคาลงก็ลงเยอะครับ)

สรุปแล้ว อยู่ที่เงินเลยล่ะครับ ถ้าพร้อม ไม่เดือดร้อน ทุกอย่างดีขึ้นอย่างรู้สึกได้ ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์

ออฟไลน์ friend2929

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 194
    • อีเมล์
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 11:07:40 »
ผมว่ามันมีผลกับภาพลักษณ์จริงๆคับผมแต่งชุดเดียวกันแค่เมื่อวานกะวันนี้เมื่อวานขับBenzวันนี้ขับกระบะไปซื้อหมูปิ้งข้างถนนลงเบ้นมามีแต่คนมองแต่ผมเฉยๆนะผมคิดว่านี่แหละThailand only เมืองนอกเขาก้อเฉยๆนะคับยกเวันลงมาจากrollsroy

ออฟไลน์ dusitmon123

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 623
    • อีเมล์
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 12:14:02 »
มันต่างกันทุกอย่างอ่า ภาพลักษณ์อ่าแน่ๆอยู่แล้วครับ ขนาดตำรวจมันยังจับกระบะมากกว่าเลยครับ

เหมือนใช้ Galaxy Y กับ Galaxy Note 2 อ่าครับ ยี่ห้อเดียวกันแท้ๆ แต่ภาพลักษณ์คนละเรื่อง คุณภาพและสเป็กก็คนละอย่าง แต่มันก็รับเข้า โทรออกได้เหมือนกัน เป้นแอนดรอยเหมือนกันด้วย
แต่พอใช้จริงๆมันก็ต่างกันเยอะ

อยู่ที่ความพอใจและกำลังของคุณ

ส่วนตัวผม ต่อให้ต้องออกมือสอง D-Seg ผมยังแฮปปี้กว่า B-Seg ครับ ทำใจไม่ได้จริงๆ อึดอัดเกินครับ

ออฟไลน์ dht_tubes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,338
    • อีเมล์
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 15:52:21 »
สำหรับผมนะครับ ความคิดที่ว่า ขับรถแพงขึ้นคือการ " อัพเกรด " ตัวเอง

มากกว่าการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไป

มันก็ผิด (ในความคิดผม) ตั้งแต่เริ่มแล้วครับ และ้ถ้าเราทำอะไร แล้วมันบิดเบี้ยวตั้งแต่เริ่ม

ยังไงมันก็ไม่มีทางจบแบบถูกต้องได้แน่นอน

จริงอยู่ หลายท่านบอก อย่าโลกสวย คนเราก็ดูกันที่ภายนอกนั่นแหละ
แต่มันก็มาจากการที่เราไม่ยอมรับตัวเองด้วยส่วนนึง ถ้าเราเอง ยังติดอยู่กับกับดักตรงนั้น

วังวนแบบนี้ ไม่มีทางหลุดมาได้หรอกครับ และถ้าระหว่างการเดินทางนี้ ไปเจออุปสรรคติดขัดอะไรขึ้นมา
จะมานึกเสียดายเงินที่จ่ายไป หมดไป กับการเปลี่ยนรถ มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเพราะสายไปแล้ว

ใช้เท่าที่จำเป็นแหละดีที่สุดครับ ถ้าเราต้องใช้รถใหญ่ขึ้น คันเก่าเล็กไป ก็เปลี่ยน ก็เท่านั้น

ถ้าคำนึงค่าเชื้อเพลิง ถ้ารถใช้คนเดียว ซื้อคันใหญ่มันกินเยอะกว่ากันแน่นอนครับ 50% เป็นอย่างน้อย เคยจ่ายเดือนละ 4000 ก็ต้องมี 6000 อย่างต่ำประมาณนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 15:54:18 โดย dht_tubes »

ออฟไลน์ lif_oil

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 126
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 18:39:06 »
สำหรับผมใครๆก็อยากดูดี แต่บางคนทำให้ตัวเองเดือนร้อนมันก็ไม่ใช่เรื่องเพราะสุดท้ายก็ไม่เหลืออะไร จากที่เห็นมาน่ะครับ  ถ้าไม่เดือดร้อนลุยเลยครับ รถซื้อแพงกว่ามักจะดีกว่าเสมอ(ราคาเสื่อมก็สูงกว่าเสมอ)  :) ส่วนตัวผมพึ่งออก มาสด้า3 2.0 แต่บางวันเบื่อๆกลัวรถติด ก็นั่งรถตู้ไปทำงานไปกลับ40บาท(นานๆทีเดือนล่ะ1-2ครั้ง).

ออฟไลน์ purimpro

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 14
  • Manger Production Powder Coating
    • อีเมล์
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2013, 16:19:43 »
ผมอายุ 26 ขับ C-segment แล้วก็ B-segment

ทั้งสองคัน พ่อแม่ไม่ต้องออกเงินให้สักบาทครับ ยืนมาด้วยลำแข้งตัวเองตั้งแต่ 15 (ไม่เคยขอเงินพ่อแม่ใช้)

ทุกวันนี้ ผมมีแค่ 2 คัน ให้พ่อแม่ใช้คันนึง อีกคันนึงขับมาทำงาน แต่ผมภูมิใจที่สามารถทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ก็พอ

ปล.บ้านผมไม่ได้มีฐานะที่ดี เลยต้องช่วยตัวเองแต่เด็ก ๆ ๆครับ

ตอนนี้ก็กำลังผ่อนอยู่ครับ อีก 160,000 บาท หมดหนี้ครับ

ถ้าไม่คิดมากเลยภาพลักษณ์ ขับแบบไหนก็ได้ ตัวผมเองทำงานเป็น Manager Production แต่ขับ สามห่วงเก่า ๆ ไปทำงาน

แต่ลูกน้อง ขับป้ายแดง ครับ  ;D ;D ;D
รูปภาพก็แค่กด "ถูกใจ" จะมาสู้อะไร กับ"หัวใจ" ผูกอยู่ที่ใจคน

ออฟไลน์ decptt

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,572
Re: "อัพเกรดตัวเอง" จาก B-Segment ไปขับ D-Segment // คิดยังไงบ้างครับ
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2013, 17:41:21 »
ตอนนี้ผมมี Teana 250XV sport Series อยู่ครับ
ถ้าให้เลือกได้ ผมจะเลือกเป็น
H1 Delux + Swift ครับ
H1 ใช้ขน ครอบครัวใหญ่ ประมาณ 7-8 คน + เด็ก 2 คน ใช้วันหยุดครับ
Swift ไว้ขับในเมือง เพราะแฟน เอาไว้รับส่งลูก ย่าไม่ออกจากบ้านเลยยกเว้นวันหยุด ส่วนปู่ พาเข้าวัดสัปดาห์ละ 3ครั้ง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมีรถใหญ่
เพราะ Teana ในเมือง 6โล/ลิตร E20 ครับ
ในเงินที่เท่ากัน ลองดูอรรถประโยชน์ใช้สอยครับ
แต่ D-Seg มันนิ่มจิงๆนะ โคตรชอบ วิ่ง 160 สบายมาก ดีกว่า นั่งJAzz ที่ 120อีกครับ