ผู้เขียน หัวข้อ: รบกวนถามพี่จิมมี่และทุกๆคนเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องครับ  (อ่าน 22189 ครั้ง)

ออฟไลน์ mangporza

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 118
เราจะมีวิธีดูเกรดของน้ำมันเครื่องอย่างไร แล้วน้ำมันเครื่อง แต่ละชนิดเหมาะกับการใช้งานแบบไหนครับ

ที่เค้ามีเรียกกันหลายๆตัวเช่น 5W-30 5W-40 0W-40  นี่มันคืออะไรแล้วต่างกันยังไงครับ แล้วแล้วพิจารณาจากตรงไหนเพื่อที่จะรู้ได้ว่าน้ำมันเครื่องตัวไหนที่เหมาะสมกับรถของเรามากที่สุดครับ

ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับความรู้ที่จะได้รับจากทุกๆคนครับ

Chariot

  • บุคคลทั่วไป
มันคือค่า SAE ซึ่งบอกความหนืดของน้ำมันเครื่องครับ

ความหนืดของน้ำมันเครื่องขึ้นอยุ่กับอุณหภูมิของแต่ละประเทศที่ใช้

เช่น เมืองหนาวจัดๆ ก็ใช้แค่ 0W หรือ 5W ก็พอ และเมืองร้อนบ้านเราก็ใช้ 30W หรือมากสุดก็ 50W พอละ

แต่ถ้าเมืองใครเดี๋ยวร้อนเดี่ยวหนาวล่ะ เช่นเมกา จีน ประเทศที่สภาพแวดล้อมต่างกันมากๆ จะทำไงดี

เขาก็เลยผลิตน้ำมันแบบ Multi-Grade ออกมาครอบคลุมทุกช่วงอุณหภูมิไงครับ

เช่น 0W-50 ก็ใช้ได้ตั้งแต่ ทุ่งน้ำแข็ง ยันทะเลทราย


ในบ้านเรานั้นไม่เข้าใจว่ามันจะผลิต multi grade มาทำเกลืออะไร จ่ายไปแต่ใช้ประโยชน์แค่ 30W-50 รู้สึกไม่คุ้มค่าเงินเลย...

Chariot

  • บุคคลทั่วไป
อ้อ นอกจากดูค่า SAE แล้ว ยังต้องดูค่า API ด้วยนะครับ

สำหรับรถแก๊สโซลีน ค่า API จะต้องขึ้นต้นด้วยอักษร S เช่น SH SJ สุดสุดในปัจจุบันรู้สึกจะ SL แล้วนะ

ส่วนรถดีเซล API จะขึ้นต้นด้วย C เช่น CD CE ปัจจุบันสูงสุดคือ CF


ตัวอักษรที่สองนั้น บอกถึงมาตรฐานการใช้งานครับ ยิ่งตัวอักษรสูงขึ้น(จากA-Z)มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีขึ้น

ส่วนรถเราจะใช้ API เท่าไหร่ก็ต้องดู คู่มือครับ หรือไม่ก็ซื้อ API สูงๆไว้เลยก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไรกับเครื่องครับ

แต่ถ้ารถเราใช้แค่ API ต่ำๆเราจะจ่ายแพงขึ้นโดยไม่จำเป็นทำไมล่ะ...


น่าจะเอาไปขึ้น DIY ซะเลยนะเนี่ย...

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
คุณน้องจะเขียนไหมเล่าครับ?
คุณพี่ มีข้อมูล เอกสารต่างๆ พร้อมให้คุณน้องโดยละเอียด แต่คุณพี่ยังไม่มีเวลาเขียนสักที เพราะยุ่งแต่กับรีวิวและสารพัดงานการเนี่ยแหละ
คุณน้องจะทำเลยไหมละ? ถ้าสนใจ มาช่วยกันหน่อยเหอะ ไม่ไหวแล้วเวลานี้ ตังค์ ไม่มีให้เน่อ บอกก่อนนา เหอๆๆ

สรุปให้ว่า Chariot บอกมาถูกส่วนนึงครับ แต่ มาตรฐาน API  ดีเซลหนะ สูงสุด เค้าไป CI-4 กันแล้วละลุง!
ส่วนมาตรฐานน้ำมันเครื่องเบนซินหนะ เท่าที่จำไม่ผิด มี SM แล้วนี่นา?

ส่วนค่าตัวเลขด้านหลัง นั้น คือค่าความหนืด ครับ 30 จะไหลลงสู่ที่ต่ำได้ดีกว่า 40 หรือ 50

ซื้อน้ำมันเครื่อง คร่าวๆ ดู 3 อย่าง

1. รถเราใช้อะไร เปิดคู่มือครับ มีบอกแน่นอน
2. น้ำมันเครื่องไหน เหมาะกับรถเรา ดู
    2.1 ค่าความหนืด เอาให้ตรงกับคู่มือผู้ใช้รถได้เป็นดี ใช้เบอร์ไหนมา ก็ใช้ไปอย่างนั้น ไม่ต้องไปเปลี่ยนให้เบอร์สูงขึ้น เช่นจาก 40 เป็น 50 แต่อย่างใด
    2.2 ดู มาตรฐาน API ดูได้จาก สัญลักษณ์ โดนัท ถ้าไม่มี อ่านข้างกระป๋องให้ดีๆ ควรเป็น เบนซิน เกรด ตั้งแต่ SL ขึ้นไป ได้แล้วครับ
          ส่วนดีเซล ควรเป็น CH-4 หรอื CI-4 ขึ้นไปได้แล้วครับ
3. ดูแหล่งซื้อ โปรดระวังน้ำมันเครื่องปลอม... ดูยาก อย่าถามว่าดูยังไง ขนาดคนในบริษัทน้ำมันยังตกม้าตายมาแล้วเลย ถ้าดูแค่บรรจุภัณฑ์ภายนอก

อันนี้ ต้องขอบคุณ คุณปู่ประสงค์ ครับ ให้ความรู้เรื่องนี้กับผมสมัยจัดรายการวิทยุไว้ดีเลยทีเดียว อิ อิ

Chariot

  • บุคคลทั่วไป
สนใจนะครับ แต่รอว่างๆก่อนนะครับ กะว่าจะเขียน DIY เหมือนกันครับ ตั้งใจจะเน้นแนวปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี



อ้อ...เพิ่มเติมนะครับ สมมุติว่าคู่มือรถเราบอกให้ใช้ 40W อายุการใช้งาน 5,000 กิโลเมตร

แต่เราไปซื้อ 50W มา แล้วบอกว่าใช้งานได้นานขึ้น ไม่จริงนะครับ ยังไงก็ต้องเปลี่ยนที่ 5,000 กิโลเมตรเหมือนเดิม


ถ้ารถเก่าๆหน่อย เจ้าของอาจจะโยนคู่มือทิ้งไปแล้ว ให้ไปหา Auto Data ตามอู่ใหญ่ๆเขาก็มีบอกครับ มีทุกรุ่นทุกยี่ห้อในไทย

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
ไม่เกี่ยวนะ เรื่องนี้พี่ขอแย้ง

น้ำมันเครื่องสมัยนี้ เขาเปลี่ยนถ่ายกันที่ระดับ 10,000 กิโลเมตรแล้วละครับ
มันขึ้นอยู่กับเกรดว่า API อะไร มี Additive อะไรที่ใส่ลงไป
ไม่ได้อยู่ที่ค่าความข้นใส นะเบสท์ !

ยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน ทุก 5,000 ตามที่เข้าใจอยู่นะเบสท์
เปลี่ยนบ่อยแบบนั้น มันมีน้ำมันเก่า ออกมาสู่โลกมากเกินจำเป็นนา แล้วสิ่งแวดล้อมของเราละเบสท์?

ออฟไลน์ mangporza

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 118
ขอบพระคุณมากๆครับได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลย

งั้นรบกวนถามพี่จิมมี่อีกสักนิดว่า แสดงว่า รถเราเริ่มใช้เบอร์อะไรตามคู่มือมา เราก็สามารถใช้เบอร์นั้นไปได้ตลอดจนกว่าเราจะเลิกใช้มันใช่รึเปล่าครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับ

ออฟไลน์ st_citroen

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 443
API SM and CI ถ้าเป็นน้ำมันแบบธรรมดาก็ 10000 กิโลเมตร เปลี่ยนก็ได้ครับ แต่ถ้าเป็นแบบสังเคราะห์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็เปลี่ยนที่  20000 กิโลเมตรยังได้เลยครับ

ออฟไลน์ อืม...นะ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 648
  • Spirit of the "R"
ขอแชร์ความเห็นนิดนึงครับ ผิด-ถูกรบกวนชี้แนะด้วย
- ตอนนี้น้ำมันเครื่องเบนซินที่เห็น API SM แลล้วครับ
- เรื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ถ้า้เป็นสังเคราะห์แท้ 100%
  ตอนนี้ที่ผมใช้ของ ปตท. ช่างแนะนำว่ายืดไปได้ถึง 12,000 กม.ได้เลย
  ส่วนกึ่งสังเคราะห์ได้ถึง 10,000 กม. และธรรมดาได้ 7,000 กม.
- เรื่องความหนืดที่ใช้ รถใหม่ๆก็ใช้ตามสเปคที่บอกในคู่มือ
  แต่รถที่ใช้มานานเป็นสิบปี เครื่องน่าจะเริ่มมีการสึกหรอมากกว่าตอนใหม่ๆ
  ถ้าใช้ความหนืดน้อยๆ (เท่าตอนแรก) ถ้าเครื่องหลวม อาจมีการ "กินน้ำมันเครื่อง" ได้
  แนะนำให้เปลี่ยนเบอร์ให้หนืดขึ้นอีกหน่อย เช่น จาก xW-30 เป็น xW-40 น่าจะเหมาะกว่า
  เครื่อง n.a. น่าจะใช้แค่ถึง xW-40 ก็พอสำหรับรถบ้าน ส่วนรถที่ลากรอบสูงๆ น่าจะใช้ได้ถึง xW-50
  แต่เครื่อง Turbo ก็น่าจะใช้ xW-50 และอาจสูงได้ถึง xW-60 เลย
  เพราะรถที่เป้น Hi Performance จะมีความร้อนในเครื่องสูง ต้องใช้น้ำมันเครื่องที่หนืดกว่า
  ไม่งั้น...พังแน่ๆเลยครับ
'18 Honda Jazz gk5 s mt
'11 Volkswagen Scirocco R
'04 Honda Integra dc5 Type R
'96 Honda Prelude bb1

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
คุณ mangporza กับคุณ st_citroen เข้าใจถูกแล้วครับ ทั้งสองท่านเลย

ส่วนคุณ อืม นะ นั้น

1 ถูกครับ SM แล้ว
2. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นน้ำมันเครื่องธรรมดา หรือสังเคราะห์หรอกครับ จะเป็นแบบไหน ก็จับเปลี่ยนถ่ายได้ที่ 10,000 กม.ขึ้นไปหมดทั้งนั้นครับ
ต่อให้ใช้ เฮลิกซ์ ธรรมดา ถ้าข้างกระป๋อง ระบุว่า เป็น API SL หรือ SM ขึ้นไป จับเปลี่ยนที่ 10,000 ได้หมดแล้วละครับ

3. ขอยืนยันว่า สามารถใช้ต่อไปได้ โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนเบอร์น้ำมันเครื่องให้สูงขึ้นแต่อย่างใดครับ
รถคันที่บ้านผม ใช้เบอร์ไหน ก็ใช้เบอร์นั้นมาตลอด และปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่อง ก็มาจากสาเหตุอื่น ไม่เคยเจอเรื่องกินน้ำมันเครื่องครับผม แม้จะ 10 ปีแล้วก็ตาม

4. มันน่าแปลกอย่างนึงว่า รถเทอร์โบ เครื่องหมุนรอบจัดกว่าก็จริง มันควรจะใช้น้ำมันเครื่องที่ "ลื่นกว่า หรือลื่นเท่าเดิม" ไม่ใช่หรือครับ
จะใช้แบบหนืดกว่า ให้มันแอบช่วยหน่วงเครื่องเล่นๆ กันนิดๆ ทำไมเอ่ย อันนี้ งง ครับ

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,457
  • Long live M/T
เรื่องระยะการเปลี่ยนถ่ายนั้นรถทุกคันในบ้านผมตอนนี้ไม่มีคันไหนใช้น้ำมันเครื่องต่ำกว่าหมื่นโลเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นฝูงฮอนด้าที่ใช้น้ำมันธรรมดา ทีด้าที่ใช้กึ่งสังเคราะห์ และ NX ที่ใช้สังเคราะห์ก็ตาม
คำว่า 5,000 โลเปลี่ยนนั้น ใช้กันมาตั้งแต่ 20 ปีกว่าก่อนหน้านี้ ทุกวันนี้น้ำมันเครื่องรุดหน้าไปมาก เช่นเดียวกับเทคโนโลยีการผลิตเครื่อง การจ่ายน้ำมัน การเผาไหม้ ที่ก่อให้เกิดเขม่าน้อยลง

ดังนั้นหมื่นโล สบาย แต่อาจจะเป็นเพราะหลายคนมีความเชื่อว่าถ้าเปลี่ยนที่หมื่นโลเท่ากัน เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันสังเคราะห์จะคงสภาพได้ดีกว่า อย่างนั้นก็เลยคิดว่าถ้าใช้น้ำมันธรรมดาก็ควรเปลี่ยนที่ 5,000 โล จริงๆมาตรฐานใหม่ของทุกวันนี้ขยับขึ้นกันหมด

สังเคราะห์หรือไม่สังเคราะห์ดีล่ะ? ผมว่าดูที่ความรุนแรงในการขับขี่ครับ รถบ้านทั่วไป คนขับนิสัยดี มีแนวโน้มทรมานเครื่องน้อยกว่าคนเท้าหนักๆ เมื่อภาระของเครื่องสูงมาก ความสามารถในการทนร้อนและคงค่าความหล่อลื่นเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่เช่นนั้นคุณคงกล้าเอาน้ำมันเครื่องแกลลอนละ 450 บาทเทใส่เครื่อง K20A แล้วลากรอบ 9000 ในสนามแข่งไปแล้ว

ส่วนเรื่องความหนืดแต่ละระดับจะเหมาะกับรถประเภทไหนนั้น..
เครื่องฮอนด้าที่หมุนรอบจัด มักชอบใช้น้ำมันเครื่องที่หนืด 30 หรือ 40
เครื่อง SR ไม่มีเทอร์โบนิยมใช้ 40
เครื่อง SR เทอร์โบ มักใช้ 50 กัน แม้ว่ารถคันนั้นจะถูกโมให้ลากได้ 8,500รอบก็ตาม
เครื่อง LS1 V8 โมดิฟาย ใช้เบอร์ 60

ดังนั้นถ้าให้สรุป ผมว่ามันไม่มี pattern ที่แน่นอนที่จะตัดสินได้ว่าเครื่องเทอร์โบใช้เบอร์นั้น เครื่องรอบจัดใช้เบอร์นี้ แต่ถ้าถามว่าทำไมเครื่องเทอร์โบบางเครื่องชอบใช้เบอร์หนืด ผมเดาส่งว่ามันอาจเป็นเพราะความร้อนที่เกิดขึ้นในเครื่องไม่ได้มาจากแค่ข้อเหวี่ยง แค็มชาฟท์ หรือลูกสูบ แต่ยังต้องเอาไปหล่อเลี้ยงเทอร์โบด้วย ดังนั้นภาระความร้อนที่เทอร์โบสร้างมา ทำให้ต้องเผื่อน้ำมันให้หนืดขึ้นไว้ 1 ขั้น เพราะถ้าใช้น้ำมันเบอร์หนืดเท่าเดิม ความร้อนที่รับภาระมาจากเทอร์โบจะส่งผลให้น้ำมันร้อนจนสูญเสียแรงดัน

ซึ่งถ้าให้เลือกระหว่างหนืดจนหน่วงเครื่อง แต่รักษาแรงดันไว้ได้ เคลือบชิ้นส่วนได้ทัน เร็วแล้วไหลสะดวกพอ
กับเร็วลื่นสบายคล่อง แต่พออัดแล้วแรงดันหาย ไิ้อ้อย่างหลังนี่ทำให้เครื่องพังได้ง่ายกว่า

ถ้าใครกำลังคิดว่าเทอร์โบตัวจ้อยร่อยก่อความร้อนได้มากขนาดนั้นเชียวหรือ ผมคงแนะอะไรไม่ได้นอกจาก
ลองหารถที่ใช้เทอร์โบแบบมีช่องต่อให้น้ำเข้าไปวนระบายความร้อนแกนดู แล้วลองติดวัดอุณหภูมิน้ำดูแล้วซัดหนักๆ

จากนั้นลองปิดระบบวนน้ำเทอร์โบ ต่อให้วนเฉพาะเครื่องกับหม้อน้ำเช่นเดิม แล้วลองซัด เทียบอุณหภูมิน้ำดู แล้วคุณจะทราบเลยว่ามันสร้างความร้อนให้กับระบบเครื่องโดยรวมมากขนาดไหน
- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

ออฟไลน์ อืม...นะ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 648
  • Spirit of the "R"
คุณ mangporza กับคุณ st_citroen เข้าใจถูกแล้วครับ ทั้งสองท่านเลย

ส่วนคุณ อืม นะ นั้น

1 ถูกครับ SM แล้ว
2. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นน้ำมันเครื่องธรรมดา หรือสังเคราะห์หรอกครับ จะเป็นแบบไหน ก็จับเปลี่ยนถ่ายได้ที่ 10,000 กม.ขึ้นไปหมดทั้งนั้นครับ
ต่อให้ใช้ เฮลิกซ์ ธรรมดา ถ้าข้างกระป๋อง ระบุว่า เป็น API SL หรือ SM ขึ้นไป จับเปลี่ยนที่ 10,000 ได้หมดแล้วละครับ

3. ขอยืนยันว่า สามารถใช้ต่อไปได้ โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนเบอร์น้ำมันเครื่องให้สูงขึ้นแต่อย่างใดครับ
รถคันที่บ้านผม ใช้เบอร์ไหน ก็ใช้เบอร์นั้นมาตลอด และปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่อง ก็มาจากสาเหตุอื่น ไม่เคยเจอเรื่องกินน้ำมันเครื่องครับผม แม้จะ 10 ปีแล้วก็ตาม

4. มันน่าแปลกอย่างนึงว่า รถเทอร์โบ เครื่องหมุนรอบจัดกว่าก็จริง มันควรจะใช้น้ำมันเครื่องที่ "ลื่นกว่า หรือลื่นเท่าเดิม" ไม่ใช่หรือครับ
จะใช้แบบหนืดกว่า ให้มันแอบช่วยหน่วงเครื่องเล่นๆ กันนิดๆ ทำไมเอ่ย อันนี้ งง ครับ

ได้ความรู้ใหม่อีกแล้วครับ ขอบคุณคุณจิมมี่ และคุณ Commander Cheng มากๆครับ
และขออนุญาติเสนอความเห็นเพิ่มเติมนิดนึงครับ
3. พอดีที่คิดว่าเครื่องเก่าแล้วน่าจะใช้เบอร์ที่หนืดขึ้น เพราะรถเพื่อนๆผมหลายคันที่ขับกันโหดๆ
    ส่วนใหญ่น้ำมันเครื่องหายกันเพราะว่าพอซัดหนัก เครื่องเริ่มหลวมมากขึ้น
    พอลากรอบมันเลยเกิดช่องว่างที่น้ำมันเครื่องมันซึมเข้าไปในระบบเผาไหม้
    น้ำมันเครื่องเลยหายไปเพราะถูกเผาไหม้ไปด้วย
    สังเกตุจากรถที่เก่ามากๆๆๆ (เป็นสิบกว่าปี) ที่วิ่งแล้วควันขาวๆไหลออกท่อ
    อันนั้นคือน้ำมันเครื่องที่มันถูกเผาไหม้ (ไม่สมบูรณ์)ครับ <--- ตามที่ผมเคยได้ฟังมานะครับ
    ส่วนเรื่องที่รถที่บ้านคุณจิมมี่ยังคงใช้น้ำมันเครื่องเบอร์เดิมได้ตลอด เป็นไปได้ไหมครับว่าเครื่องยังฟิตอยู่
    อาจเป็นเพราะไม่ได้ขับแบบทรมานเครื่อง หรือรถยังไม่เก่ามาก เลยไม่มีปัญหาเรื่องกินน้ำมันเครื่อง
   
4. ที่เครื่องรอบจัดต้องใช้เบอร์หนืด เนื่องจากเคยลองซัดยาวๆ หรือขับในสนามพักใหญ่ๆ
    จน Oil Temp เกิน 120 มาแล้วครับ (H22A ลากรอบ 6-8 พันตลอด ตอนนั้นใช้ 0W40)
    ปรากฏว่า Oil Press ตกลงมากว่าตอนที่ขับสภาวะปกติเยอะมาก จึงเริ่มถึงบางอ้อ
    คือมันต้องยอมแลกกันบ้างระหว่างเอาลื่น หรือเอาการปกป้องเครื่องยนต์น่ะครับ
    ถ้าจะเอาลื่นๆ เวลาซัดรอบสูง ความร้อนมาก น้ำมันเครื่องเหลว แรงดันตก เครื่องพัง
    ถ้าเอาหนืด ฉุดกำลังเครือง แต่พอความร้อนสูง น้ำมันเครื่องจะไม่เหลวมากจนแรงดันตก เครืองยังมีชีวิตอยู่

อันนี้เป็นความเข้าใจส่วนตัว แบบงูๆปลาๆของผมนะครับ ไม่ทราบผิดหรือเปล่า แหะๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 05, 2009, 15:37:27 โดย อืม...นะ »
'18 Honda Jazz gk5 s mt
'11 Volkswagen Scirocco R
'04 Honda Integra dc5 Type R
'96 Honda Prelude bb1

ออฟไลน์ roomno9

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 151
โห ผมยังเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 5000 กิโลอยู่เลย

ออฟไลน์ boykung

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,174
  • ตอนเด็กๆ โคตรอยากเป็นจีบันเลย
งั้นพวก สังเคราะห์100 ก็จับเปลี่ยนทุก 20,000 ได้เลยสิครับ

ตอนนี้ผมใช้ สังเคราะห์100 เปลี่ยนที่ 10,000 อยู่
Hyundai Grand Starex 2012
Kia Rio 2013
Volvo XC60 D4 Hybrid with Engine Oil 2013
Mercedes Benz S300Hybrid AMG 2014
BMW 420D Coupe M Sport 2016

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,457
  • Long live M/T
จริงๆทำได้มานานแล้ว แต่หลายคนยังกลัวและเกรงว่ามันจะสกปรกจนเครื่องพัง

ถ้าขับโหดร้ายทารุณมาก โอเค 20,000 โลเปลี่ยนอาจจะน่ากลัว
แต่สำหรับคน 90% ที่ขับรถกันดีๆ 20,000 โลน่ะสบายครับแต่น้ำมันสังเคราะห์ของคุณต้องดีจริง
เพราะบางยี่ห้อมันก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นครับ

ผมยกตัวอย่างให้ฟัง
CR-V พ่อผม เครื่อง K20 ใส่น้ำมันเครื่องแล้วลืมเปลี่ยน ที่ 17,000โล แรงดันถอยจนไฟน้ำมันเครื่องเตือนวาบ
พ่อผมขับรถเหมือนลูกเค้าน่ะนะครับ 17,000โล..นี่คือน้ำมันเครื่องธรรมดาของศูนย์ฮอนด้า

NX ผมเองเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งก่อนหน้านี้ในเดือน พ.ย. ปี 2007 ผมวิ่งไปราวหมื่นโลจนสิ้นปี 2008 แต่พอขึ้นปี 2009 ผมใช้ทีด้าบ่อยขึ้นมาก และเก็บ NXไว้ใช้นิดเดียว แต่ก็ใช้ไปอีก 5,000 กว่าโลก่อนเปลี่ยนถ่ายออก นี่คือ 15,000โลกกับช่วงเวลาราว 2 ปี ที่ขับแบบลากรอบตลอดและทรมานเครื่องตลอด หม้อน้ำระบายความร้อนได้ไม่ดีเต็มที่นัก แม้ในวันที่ถ่ายออก ก็ยังสามารถคงแรงดันน้ำมันได้ดี และอัดได้แบบฮีทไม่ขึ้น นี่เป็นน้ำมัน Castrol EDGE

พี่ประธาน NX Club ของผมยิ่งหนักกว่านี้อีก SR20DET ใช้แก๊ส แกใช้รถเยอะมาก ผ่านมา 30,000 โลด้วยน้ำมันเครื่อง Total9000 โดยที่เครื่องไม่เป็นอะไร

ดังนั้นผมว่าตอนนี้ ถ้าผมใช้น้ำมันสังเคราะห์ ผมกล้าเปลี่ยนถ่ายที่ 15,000 โลแบบไม่ต้องกลัวอะไรเลยครับ
20,000 ก็กล้าถ้าเป็นรถแม่หรือรถพี่ผม
- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

ออฟไลน์ nanobot

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 25
กำลังกังวลอยู๋พอดี ผมใช้ 320d อยู่ตามกำหนดที่ show บนจอ on-board เปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งแรกที่ 14,000 กิโลเมตร ตาม BSI
ตอนนี้ขับไป 6,000 กว่าๆแล้ว โทรไปที่ศูนย์ก็ยืนยันว่าเป็นมาตราฐานของ BMW ไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนเองที่ 10,000 กิโลเมตร

ออฟไลน์ mangporza

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 118
ถ้างั้นรบกวน อีกครั้งครับ แล้วในท้องตลาดบ้านเราตอนนี้ น้ำมันเครื่องยี่ห้อไหนดีที่สุด ครับ จากที่เคยใช้กันมาครับ

ขอบพระคุณทุกๆท่านล่วงหน้าอีกครั้งครับ สำหรับความรู้ที่ได้และความรูที่กำลังจะได้เพิ่มต่อไปครับ

ออฟไลน์ ginger02

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
    • อีเมล์
เอาอย่างนี้ไหมละครับ Commander Cheng กับ J!MMY ครับ เป็น idea นะครับมาลงขันกันคนละนิดหน่อย  เอารถ K.J!MMY เป็นเกณฑ์ก็ได้ครับ  ครบกำหนดแล้วหาที่ทดสอบเพื่อวิเคราะห์สภาพของน้ำมันเครื่องนั้นเปรียบเทียบกับของใหม่ดูว่าคุณสมบัติเปลี่ยนไปอย่างไรดีไหมครับ


อีกนิดนะครับการทดสอบ เช่น การทำ Review ของ K.J!MMY เนี่ยถ้าจะให้เนียนขึ้น  ผมว่าสมาชิกจะได้มีส่วนร่วมกันด้วย เช่น การทดสอบเรื่องความเงียบในห้องโดยสาร  มาช่วยกันร่วมกันเป็นเจ้าของเครื่องมือสักหน่อยจะดีมั้ย  แล้วนำมาใช้ในการทำ Review จะดีไหมหนอ ???


ส่วนตัวผมใช้ PTT Sythetic ตัวแรกราคาไม่แรงมากครับถ่ายทิ้งที่ประมาณ 1x,xxx หรือไม่เกิน 3 เดือนครับ  เพราะไม่อยากทนฟังเสียงเครื่องที่มันครวญครางดังขึ้นครับ  เครื่อง 5S ครับติด gas แบบหัวฉีด ใช้วิ่งระยะยาวๆบนบูรพาวิถีทุกวันครับรอบเครื่องจะอยู่ประมาณ 3,xxx

ปล.  เคยเจอใครก็ไม่รู้แหลครับเอา Vigo ขึ้นไปบนบูรพาวิถีเป็น location ถ่ายรูปด้วยละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 05, 2009, 22:55:11 โดย ginger02 »

Chariot

  • บุคคลทั่วไป
ที่ผมบอกว่า 5,000 โลนั้น เป็นการสมมุติเฉยๆครับ อย่าเข้าใจผิดว่าให้เปลี่ยนที่ 5พันโลนะ ::)

ในคห.นั้น สิ่งที่ต้องการจะบอกคือว่า..

"การเปลี่ยนน้ำมันให้หนืดขึ้น ไม่ได้ทำให้ระยะการใช้งานนานขึ้นนะครับ ยังไงก็ต้องเปลี่ยนที่ระยะเท่าเดิมอยู่ดี"  ;)

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,604
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
เอาอย่างนี้ไหมละครับ Commander Cheng กับ J!MMY ครับ เป็น idea นะครับมาลงขันกันคนละนิดหน่อย  เอารถ K.J!MMY เป็นเกณฑ์ก็ได้ครับ  ครบกำหนดแล้วหาที่ทดสอบเพื่อวิเคราะห์สภาพของน้ำมันเครื่องนั้นเปรียบเทียบกับของใหม่ดูว่าคุณสมบัติเปลี่ยนไปอย่างไรดีไหมครับ


อีกนิดนะครับการทดสอบ เช่น การทำ Review ของ K.J!MMY เนี่ยถ้าจะให้เนียนขึ้น  ผมว่าสมาชิกจะได้มีส่วนร่วมกันด้วย เช่น การทดสอบเรื่องความเงียบในห้องโดยสาร  มาช่วยกันร่วมกันเป็นเจ้าของเครื่องมือสักหน่อยจะดีมั้ย  แล้วนำมาใช้ในการทำ Review จะดีไหมหนอ ???


ส่วนตัวผมใช้ PTT Sythetic ตัวแรกราคาไม่แรงมากครับถ่ายทิ้งที่ประมาณ 1x,xxx หรือไม่เกิน 3 เดือนครับ  เพราะไม่อยากทนฟังเสียงเครื่องที่มันครวญครางดังขึ้นครับ  เครื่อง 5S ครับติด gas แบบหัวฉีด ใช้วิ่งระยะยาวๆบนบูรพาวิถีทุกวันครับรอบเครื่องจะอยู่ประมาณ 3,xxx

ปล.  เคยเจอใครก็ไม่รู้แหลครับเอา Vigo ขึ้นไปบนบูรพาวิถีเป็น location ถ่ายรูปด้วยละ

ผมว่าอันนี้น่าจะแตกเป็นประเด็นกระทู้ใหม่ดีกว่าครับผม

การทดสอบเรื่องความเงียบในห้องโดยสาร นั้น น่าสนใจครับ แต่ว่า ใครจะซื้อ ใครจะเป็นเจ้าของ? และที่สำคัญสุดพคือ ใครจะออกตังค์

เอาไว้ให้เว็บของเรา มีเงินคงคลังมากในระดับหลายแสนก่อนครับ ถึงจะเริ่มลงทุนเครื่องมือกันได้

ส่วนรถของผมนั้น คงเอามาเป็นเกณฑ์ไม่ได้ครับ เพราะรถคันนี้  เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และน้ำมันต่างๆ ไม่ตรงตามอายุการใช้งานที่ควรเป็นไปแล้ว เพิ่งจับเปลี่ยนถ่ายทุกอย่างที่ 17,xxx กิโลเมตรไปนี่เอง โดยเปลี่ยนทั้งระบบ รวมทั้งน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ เพราะเจอน้ำท่วม

ออฟไลน์ st_citroen

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 443
ถ้างั้นรบกวน อีกครั้งครับ แล้วในท้องตลาดบ้านเราตอนนี้ น้ำมันเครื่องยี่ห้อไหนดีที่สุด ครับ จากที่เคยใช้กันมาครับ

ขอบพระคุณทุกๆท่านล่วงหน้าอีกครั้งครับ สำหรับความรู้ที่ได้และความรูที่กำลังจะได้เพิ่มต่อไปครับ
โมบิลวัน(อันนี้แพงสุด) วาโวลีน(อันนี้ถูกดีใช้คุ้ม) โททาล(อันนี้ก็ถูกครับ) ส่วนตัวใช้โมบิลวัน(กระป๋องทองฝาทองนะ สำหรับเบนซิน)มากที่สุดครับ

ออฟไลน์ InBox

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 19
OK . . .What does a 5W-30 do that an SAE 30 won't?
When you see a W on a viscosity rating it means that this oil viscosity has been tested at a Colder temperature. The numbers without the W are all tested at 210° F or 100° C which is considered an approximation of engine operating temperature.

ตัวเลขหน้า W นั้นคือความหนืดที่ทดสอบกับอุณหภูมิต่ำมากๆใช้สำหรับเมืองหนาว..
ตัวเลขที่ไม่มี W เค้าทดสอบความหนืดที่อุณหภูมิ 100 °C

ดังนั้นผมคิดว่าบ้านเรามองแค่ตัวหลังก็พอล่ะ..ส่วนประเทศที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวต้องดูทั้งตัว W และ without W

ลองอ่านดูในนี้เค้าอธิบายใด้เข้าใจง่ายดี..
http://www.upmpg.com/tech_articles/motoroil_viscosity/index.html

ออฟไลน์ liveshow

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,750
  • รถไม่แรงแต่แซงยาก
รถผม เครื่องหลวมครับ(ดีเซล) แต่ ยังวิ่งได้ เคยลองใช้น้ำมัน เกรด 15-40 ขับทางไกล 400กว่าโล น้ำมันเครื่องหายไปเกือบลิตร ส่วนความร้อน ขึ้นมาครึ่งของมาตรวัดพอดี

ตอนนี้ ลองมาใช้ 20-50 ของรถบรรทุกใหญ่ดู นม.ค หายไปนิดหน่อย และความร้อน ตามรูป เลยครับตอนกลางคืน แต่ถ้าตอนเช้า-บ่ายจะสูงกว่านิดหน่อย
(อย่าไปดูไมล์กิโลนะครับ มันตายมาสามปีแล้ว)

ปล. เคยขับรถไปเทียบกับร้านไก่ปิ้งดู แยกไม่ออกเลยระหว่างควันรถผม กับ ควันไก่ปิ้ง
ก็แค่คนธรรมดา ไม่ลองก็ไม่รู้

ออฟไลน์ Cool Runner

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 590
น้ำมันเครื่องนอกจากดูความหนืดและเกรดให้เหมาะกับเครื่องแล้วต้องดูคุณภาพด้วย
เพราะบางยี่ห้อเกรดที่บอกมาสูงกว่าแต่พอใช้จริงสู้ยี่ห้อที่เกรดต่ำกว่าไม่ได้เลย
เจอความร้อนสูงๆหน่อยไหม้เป็นคราบเขม่า คราบโคลนติดตามชิ้นส่วนต่างๆ

น้ำมันเดี๋ยวนี้คุณภาพดีกว่าเมื่อก่อนเยอะระยะเปลี่ยนถ่ายไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นน้ำมัน ธรรมดา กึ่งสังเคราะห์ หรือสังเคราะห์
ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเอง สภาพการใช้งาน สภาพแวดล้อมและประสิทธิภาพหรือเกรดของน้ำมันมากกว่า ในคู่มือรถทุกยี่ห้อจะไม่ระบุประเภทของน้ำมัน จะระบุแค่ความหนืดและเกรดที่หมาะสมเท่านั้น
น้ำมันเครื่องธรรมดาใช้ในกระบะดีเซลคอมมอนเรลเติมจากในโรงงานเมืองไทยนี่แหละ แต่ส่งขายยุโรปยังกำหนดให้เปลี่ยนที่ 20,000 โลได้เลย

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,704
ถ้างั้นรบกวน อีกครั้งครับ แล้วในท้องตลาดบ้านเราตอนนี้ น้ำมันเครื่องยี่ห้อไหนดีที่สุด ครับ จากที่เคยใช้กันมาครับ

ขอบพระคุณทุกๆท่านล่วงหน้าอีกครั้งครับ สำหรับความรู้ที่ได้และความรูที่กำลังจะได้เพิ่มต่อไปครับ
โมบิลวัน(อันนี้แพงสุด) วาโวลีน(อันนี้ถูกดีใช้คุ้ม) โททาล(อันนี้ก็ถูกครับ) ส่วนตัวใช้โมบิลวัน(กระป๋องทองฝาทองนะ สำหรับเบนซิน)มากที่สุดครับ

Lancer Evolution และ GT-R ถึงได้เลือกเติมจากโรงงานไงครับ

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,457
  • Long live M/T
เรื่องน้ำมันเครื่องในบ้านเราตัวไหนเป็นอย่างไร ผมพอบอกได้แต่จำไว้เลยว่าผมไม่ได้เอาผลไป run ในห้องแล็บน่ะครับ แน่นอนมันไม่แม่น

ความเห็นส่วนตัวของผม ถ้าให้ยึดติดกับน้ำมันเครื่องยี่ห้อเดียว ในชั่วโมงนี้ผมมักขอเลือก Castrol เพราะที่ผ่านมากับประสบการณ์ตัวเองไม่ว่าจะเป็น GTX ธรรมดา, Magnatec, RS, หรือ Edge ผมคิดว่ามันมีความสามารถในการคงแรงดันภายใต้การทำงานเครื่องที่หนักหน่วงได้ดี  อีกทั้งผมได้เคยคุยกับคนทำเครื่องฮอนด้าอย่างอาจารย์หนู Zero Start ก็มักจะมี Castrol เป็นน้ำมันเครื่องทางเลือกเสมอ

Mobil1 นั้นผมก็เคยใช้ และรู้สึกว่ามันก็ดีสูสีกับ Castrol ใส่แล้วไม่ได้รู้สึกต่างกันในด้านความแรงเลย รวมถึงความสามารถในการรักษาแรงดัน แต่อันนี้มันเป็นเพราะสมัยก่อน Mobil1 ที่หนืด 40 มีราคาสูงกว่า Castrol RS มากในท้องตลาด ผมจึงหันไปคบ Castrol แทน ในเมื่อมันดีเท่ากัน (ในความคิดเรา) แถมถูกกว่าตั้ง 600 บาท
ตอนนี้ราคามันไม่หนีกันแล้ว แต่ผมเสพย์ติด Castrol ไปซะแล้วเนี่ยสิ

อีกอย่างนึง เคยมีคนทำเครื่องฮอนด้าเล่าให้ผมฟังว่าเวลาเปิดรอบ 9000 ในสนามแข่งทีไร แล้วถอดแค็มมาตรวจสอบ จะพบว่าแค็มของเครื่องที่ใช้ Mobil1 เมื่อแข่งไปหลายๆสนามมีรอยสึกมากกว่าเล็กน้อย แต่ใครจะบ้าเปิด 9000 รอบถ้าไม่ใช่ฮอนด้าหรือซูเปอร์คาร์ (ผมไม่สนอยู่แล้วเพราะเปิดได้แค่ 7500)

น้ำมันเครื่องที่ผมจะไม่แตะถ้าไม่จำเป็นคือ PTT

เปล่าไม่ใช่ว่าไม่รักชาตินะครับ แต่ของมันเห็นๆกันอยู่ ผมติดตัววัดแรงดันน้ำมันเครื่องไว้คอยสังเกตตลอดและพบว่าเทียบกับยี่ห้ออื่น เวลาซัดหนักๆแล้วมาจอดเดินเบา แรงดันน้ำมันเครื่องของ PTT จะถอยลงต่ำกว่า 20 ปอนด์ ในขณะที่ของยี่ห้ออื่นตกลงมาอย่างมากสุดก็ 24-25 ปอนด์ ผมเลยเสียว

แถมหลังจากนั้นไม่นาน ผมกับเพื่อนชาววิภาไปบ้ากันที่คลอง 5 แล้วตกลงก็ลากรถกลับ เพราะลูกสูบติด
ได้ความว่าน้ำมันเครื่องที่ใส่คือ PTT ตัวท้อปสุดนะ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็มาวิ่งคลอง 5 เล่นไปแล้วรอบนึงด้วยน้ำมันยี่ห้ออื่นที่ใช้มา 10,000 โล ก็ไม่เป็นไร PTT ลงมาถึงวิ่ง 7 run ก็ลากกลับบ้าน

ยิ่งตัว PTT Feel Racing หนืด 50 นั้น ผมมีรุ่นน้องซึ่งเป็นเจ้าของ Sunny เครื่อง Pulsar ลองเอามาใช้ แล้วไปอัดเกียร์ 3 มา 1 รอบ อุณหภูมิน้ำมันเดินขึ้นเร็วมาก และต้องขับวอร์มชิลล์อยู่นานกว่าจะลดลง เรียกได้ว่าน้ำมันกึ่งสังเคราะห์ของยี่ห้ออื่นอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ

ทั้งหมดนี้อาจจะฟังดูเหมือน "เขาเล่าว่า" แต่ถ้าอยากเจอเจ้าของรถสองคันนี้ ก็บอกได้ครับว่าจะไปเจอได้ที่ไหน อันนี้ก็แล้วแต่จะเชื่อ ส่วนตัวผมลองมาเองแล้วกับตัวท้อป และเครื่องก็ไม่ได้พัง ฉะนั้นคนขับรถทั่วไปคงไม่มีปัญหากับมันหรอกครับ แต่ 10,000 โลแล้วเสียงเครื่องดังขึ้นมากนั้น จริงครับ เจอเหมือนกัน

- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

ออฟไลน์ st_citroen

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 443
Castrol เคยใช้ในไทรทันครับ เจ็ดพันกว่ากิโลเมตรเสียงมันก็เริ่มดังขึ้นแล้วครับ เลิกใช้ไปเลย