ผู้เขียน หัวข้อ: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++  (อ่าน 20981 ครั้ง)

ออฟไลน์ bittersweett1st

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 181
    • อีเมล์
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2013, 10:42:27 »
ถ้างั้น ผมมองไว้เลย ว่า Brio Amaze 1.5 i-Dtec EarthDream น่าจะได้เกิดถ้าฮอนด้ามองเห็นนะ

-เครื่องยนต์ดีเซล 1500cc ผ่านครับ
-ประหยักน้ำมันถึง 25.8 kpl ผ่านครับ
-ปล่อยไอเสียนี่ผมไม่แน่ใจ แต่น่าจะผ่านนะครับ(รอผู้รู้)

ถ้ามาแบบนี้ มีถอยแน่นอนครับต่อจากอัลมีร่า ให้น้องไว้ใช้

ออฟไลน์ question

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 80
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2013, 12:37:50 »
แบบนี้....ก็เข้าทางอะไรน่ะ...สมิตๆๆๆ....เพราะขยายเพิ่มโรงงานชิ้นส่วนที่เวียตนาม พม่า เข้าไปด้วยแล้วน่ะ

ออฟไลน์ Sappe!

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,976
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2013, 15:26:49 »
รอดู FORD  ;D
'02 Ford Ranger 2.5 Turbo XLT
'06 Ford Ranger 3.0 TDCi XLT
'10 Ford Focus 2.0 TDCi Ghia
'11 Ford Fiesta 1.6 Sport
'14 Ford EcoSport 1.5 Titanium

ออฟไลน์ banch

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,214
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2013, 18:05:01 »
ปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะก่อกำเนิดเกิดขึ้น

เมื่อนั้น รถยนต์ในเขตเศรษฐกิจนี้จะปลอดภาษี

บริษัทรถยนต์สามารถนำเข้ารถจากประเทศสมาชิก ประเทศใดก็ได้เข้ามาขายในไทยได้อย่างเสรี

เมื่อเป็นเช่นนั้นอะไรจะเกิดขึ้น

อย่างร้ายแรง บริษัทรถยนต์ก็ย้ายโรงงานประกอบหนีประเทศไทยไปประเทศเพื่อนบ้านที่ ค่าแรงถูกกว่า เงื่อนไขดีกว่า

อย่างเบาะๆ บริษัทรถยนต์ก็จะไม่พิจารณาลงทุนเพิ่มในประเทศเรา พูดง่ายๆว่าไปเปิดโงงานใหม่ที่ประเทศเพื่อบ้านแทนที่จะเปิดที่บ้านเรา

ซึ่งอย่างเบาะๆ ข้อนี้เราก็เห็นว่าเราเสียโอกาสไปหลายยี่ห้อแล้ว หลายยี่ห้อไปเปิดโรงงานที่ มาเลเซีย อินโดนีเชีย ซึ่งเราก็ทำอะไรเค้าไม่ได้ด้วย

เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจำเป็นต้องรักษาโรงงานประกอบที่มีอยู่ไม่ให้ย้ายหนีไปไหน

โดยการยื่นข้อเสนอพิเศษ แบบโครงการ Eco Car 2 และอื่นๆ ที่อาจจะตามมา



มีอีกเรื่องที่เกียวเนื่องกัน

คือเรื่องค่าแรงแพง ค่าแรง 300

ถ้ามันไม่ถูกดึงไปเป็นเกมการเมืองเสียก่อน

มันมีนัยยะของมันอยู่ ไม่ใช่ว่าเค้าอยากจะปรับก็ปรับ

ถ้าใครรู้จักคนที่ทำงาน HR บ้าง จะพอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

ทุกวันนี้ตลาดแรงงานประเทศเรา อยู่ในสภาวะขาดแคลนแรงงานนะครับ ขาดแคลนอย่างหนักด้วย

เนื่องจากว่าคนรุ่นใหม่เรียนจบระดับปริญญาตรีเยอะมาก

คนที่เรียนจบระดับ ม.3 ม.6 ปวช. ปวส. ที่จะเป็นกำลังหลักในตลาดแรงงาน

มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

คนที่เรียนจบระดับปริญญาตรี คนเหล่านี้ไม่ต้องการทำงานที่ต้องใช้แรงงาน

ค่าแรง 300 ถึงได้กำเนิดขึ้น

ซึ่งค่าแรง 300 เอง มันมีทั้งด้านดีและด้านเสีย

แต่เรามักจะเห็นแต่ด้านเสียของมัน ที่ถูกเอามาออกสื่อ

ข้อเสียก็ที่รู้ๆกันคือทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น

แต่ข้อดีของมันก็คือ

การดึงคนกลุ่มที่เรียนจบ ปริญญาตรี ที่ไม่อยากขายแรงงาน ที่ยังว่างงาน เข้าสู่ตลาดแรงงาน

และที่สำคัญ คือ เมื่อ AEC เกิดขึ้น แรงงานฝีมือจะไหลเข้ามาทำงานประเทศเราเนื่องจากค่าแรงของเราแพงกว่า (ขอเน้นว่าแรงงานฝีมือ)

เมื่อนั้นศักยภาพการแข่งขันของบ้านเราก็จะเพิ่มตามไปด้วย




ก็เล่าสู่กันฟังครับ
















ออฟไลน์ maxzerker

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 181
    • อีเมล์
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2013, 19:15:59 »
วิ่งไหนกันดี 555

แทนที่จะกระตุ้นรถ ผมว่าลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานหรือถนนดีกว่าไหมครับ ผังเมืองไรงี้

ทุกวันนี้ ติดขึ้น 100% แล้ว ทุกท่านก็ทราบอยู่ ยังจะกระตุ้นยอดขายรถหรือรถถูกๆ เพื่ออะไรกัน

รถติดจริงครับ ยอมรับเลย

แต่เชื่อผมครับ บางคนออกเพราะแทนคันเก่านะครับ อย่างผมเคยขับ สามห่วงมาก่อน กินน้ำมัน(กว่ารถรุ่นใหม่)
ผมถึงไปออก Eco car ครับ เพราะไม่อยากใช้แก๊ซ และอยากได้รถใหม่
ผมก็ถอย Swift แทน สามห่วงครับ สั่นหงึกๆ หงักๆ ขับแล้วประสาทจะกิน

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2013, 19:59:55 »
วิ่งไหนกันดี 555
แทนที่จะกระตุ้นรถ ผมว่าลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานหรือถนนดีกว่าไหมครับ ผังเมืองไรงี้
ทุกวันนี้ ติดขึ้น 100% แล้ว ทุกท่านก็ทราบอยู่ ยังจะกระตุ้นยอดขายรถหรือรถถูกๆ เพื่ออะไรกัน
รถติดจริงครับ ยอมรับเลย
แต่เชื่อผมครับ บางคนออกเพราะแทนคันเก่านะครับ อย่างผมเคยขับ สามห่วงมาก่อน กินน้ำมัน(กว่ารถรุ่นใหม่)
ผมถึงไปออก Eco car ครับ เพราะไม่อยากใช้แก๊ซ และอยากได้รถใหม่
ผมก็ถอย Swift แทน สามห่วงครับ สั่นหงึกๆ หงักๆ ขับแล้วประสาทจะกิน
เข้าใจครับ ใครๆ ก็เบื่อ ของผมน้ำมันรั่วมาจากยางมันไม่ดีแล้ว แต่ผมขี้เกียจเปลี่ยน

ออฟไลน์ Amaranthe

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 707
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2013, 20:07:36 »
ผมอยากให้ปรับปรุงถนนหนทางและระบบขนส่งสาธารณะมากกว่า
บางนาตราด นี่พังทั้งปีทั้งชาติ

ถ้าต้องการลดมลพิษ ด้วยการสนับสนุนรถ Eco Car ละก็
สนับสนุนรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียว ๆ ดีกว่ามั้ย ผมรออยู่
แต่คงยาก เพราะไฟฟ้าคงไม่พอมาจ่ายให้ประชาชนช๊าตไฟที่บ้านอีก และด้วยเหตุผลอื่น ๆ

ออฟไลน์ Volta

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,693
    • อีเมล์
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2013, 02:26:25 »
ขนาดอีดคคาร์เฟสแรก ยังทำเอาตลาดรถปั่นป่วนขนาดนี้
ถ้าเฟสสองออกมาอีก จะขนาดไหนหนอ?
สวัสดีทุกๆคนครับ

ออฟไลน์ Slipknot`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,870
  • *** HLM.COM ***
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2013, 16:27:52 »
ขอ 1.5 Diesel ฟินมาก ขับในเมือง

ออฟไลน์ Arado_kung

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,072
    • อีเมล์
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2013, 19:47:45 »
ปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะก่อกำเนิดเกิดขึ้น

เมื่อนั้น รถยนต์ในเขตเศรษฐกิจนี้จะปลอดภาษี

บริษัทรถยนต์สามารถนำเข้ารถจากประเทศสมาชิก ประเทศใดก็ได้เข้ามาขายในไทยได้อย่างเสรี

เมื่อเป็นเช่นนั้นอะไรจะเกิดขึ้น

อย่างร้ายแรง บริษัทรถยนต์ก็ย้ายโรงงานประกอบหนีประเทศไทยไปประเทศเพื่อนบ้านที่ ค่าแรงถูกกว่า เงื่อนไขดีกว่า

อย่างเบาะๆ บริษัทรถยนต์ก็จะไม่พิจารณาลงทุนเพิ่มในประเทศเรา พูดง่ายๆว่าไปเปิดโงงานใหม่ที่ประเทศเพื่อบ้านแทนที่จะเปิดที่บ้านเรา

ซึ่งอย่างเบาะๆ ข้อนี้เราก็เห็นว่าเราเสียโอกาสไปหลายยี่ห้อแล้ว หลายยี่ห้อไปเปิดโรงงานที่ มาเลเซีย อินโดนีเชีย ซึ่งเราก็ทำอะไรเค้าไม่ได้ด้วย

เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจำเป็นต้องรักษาโรงงานประกอบที่มีอยู่ไม่ให้ย้ายหนีไปไหน

โดยการยื่นข้อเสนอพิเศษ แบบโครงการ Eco Car 2 และอื่นๆ ที่อาจจะตามมา



มีอีกเรื่องที่เกียวเนื่องกัน

คือเรื่องค่าแรงแพง ค่าแรง 300

ถ้ามันไม่ถูกดึงไปเป็นเกมการเมืองเสียก่อน

มันมีนัยยะของมันอยู่ ไม่ใช่ว่าเค้าอยากจะปรับก็ปรับ

ถ้าใครรู้จักคนที่ทำงาน HR บ้าง จะพอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

ทุกวันนี้ตลาดแรงงานประเทศเรา อยู่ในสภาวะขาดแคลนแรงงานนะครับ ขาดแคลนอย่างหนักด้วย

เนื่องจากว่าคนรุ่นใหม่เรียนจบระดับปริญญาตรีเยอะมาก

คนที่เรียนจบระดับ ม.3 ม.6 ปวช. ปวส. ที่จะเป็นกำลังหลักในตลาดแรงงาน

มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

คนที่เรียนจบระดับปริญญาตรี คนเหล่านี้ไม่ต้องการทำงานที่ต้องใช้แรงงาน

ค่าแรง 300 ถึงได้กำเนิดขึ้น

ซึ่งค่าแรง 300 เอง มันมีทั้งด้านดีและด้านเสีย

แต่เรามักจะเห็นแต่ด้านเสียของมัน ที่ถูกเอามาออกสื่อ

ข้อเสียก็ที่รู้ๆกันคือทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น

แต่ข้อดีของมันก็คือ

การดึงคนกลุ่มที่เรียนจบ ปริญญาตรี ที่ไม่อยากขายแรงงาน ที่ยังว่างงาน เข้าสู่ตลาดแรงงาน

และที่สำคัญ คือ เมื่อ AEC เกิดขึ้น แรงงานฝีมือจะไหลเข้ามาทำงานประเทศเราเนื่องจากค่าแรงของเราแพงกว่า (ขอเน้นว่าแรงงานฝีมือ)

เมื่อนั้นศักยภาพการแข่งขันของบ้านเราก็จะเพิ่มตามไปด้วย




ก็เล่าสู่กันฟังครับ

















- เรื่องค่าแรง 300 บาทเนี่ยผมด่าเพื่อนๆ HR ไปหลายคนแล้วว่าไอ้พวกนั่งอยู่บนหอคอยงาช้างดูเป็นแต่กระดาษมึงไม่เคยลงไปสัมผัสพื้นที่จริง ไอ้เรื่องที่คุณคิดว่าจะดันแรงงานปริญญาตรีที่ว่างงานลงมาทำแทนคุณคิดผิดสุดๆเลย เพราะเด็กใหม่ที่จบปริญญาตรีเดี๋ยวนี้ ego เยอะ ความคิดของเค้าคือตัวเองเรียนมาตั้งเยอะเรื่องอะไรต้องมาได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำ คนพวกนี้ต่อให้ค่าแรงขั้นต่ำมันจะเยอะขนาดไหนตราบใดมันไม่แพงกว่าเงินเดือนปริญญาตรีกูไม่ทำครับ นอนอยู่บ้านเฉยๆให้พอ่-แม่เลี้ยงดีกว่า ลองไปหาสถิติดูเลยว่าตั้งแต่ปรับค่าแรงเป็น 300 บาทมีคนจบปริญญาตรีลงมาเป็นแรงงานระดับล่างกี่% เพิ่มขึ้นจากตอนค่าแรงต่ำกว่านี้กี่%

- ส่วนเรื่องแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านจะไหลมาบ้านเราขนาดค่าแรงเมื่อก่อนนี้ยังไหลมาเพียบยิ่งได้ข่าวค่าแรง 300 บาทตอนนี้ยิ่งไหลมาหนักกว่าเดิมอีก จนคนต่างดาวจะเต็มประเทศแล้ว แถมเล่นตัวเหมือนคนไทยแล้วด้วยนะ

- การปรับค่าแรง 300 บาททำให้ดัชนีเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ เอาง่ายๆคือถ้าต้นทุนเพิ่มราคาสินค้าทุกอย่างต้องเพิ่มเป็นปกติ แต่ต้นทุนที่มีกับราคาสินค้าที่สุดของบ้านเราคือค่าแรงครับ การปรับขึ้นค่าแรงแบบกระทันหัน(บางจัวหวัดจาก150บาทเป็น300บาท ต้นทุนค่าแรง%)ทำให้ผู้ผลิตต้องลดต้นทุนลงง่ายสุดคือปลดพนักงานออกบางส่วนและเพิ่มราคาสินค้า ทีนี้ผู้ผลิตทุกรายพร้อมกันปรับราคาสินค้าขึ้นทีนี้ก็เงินเฟ้อแหลกราญ

- ผมคำนวณมาข้อเสียเยอะกว่าข้อดีที่คุณว่ามาอีกครับ

ออฟไลน์ NineKlao

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,825
  • ชีวิตไม่ได้เป็นดังที่คิด ก็มันคือชีวิตนี่
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2013, 20:48:27 »
ผมมองไม่เห็นขอดีเท่าไหร่

ซื้อมาแทนคันเก่า แล้วคันเก่ามันไปไหน ส่วนน้อยที่ไปเต้น หรือมีคนซื้อต่อ

แต่สวนใหญ่ผมเห็นพ่อแม่เก็บไว้ใช้เป็นรถสำรอง เสียดายราคาขายกันทั้งนั้น ขนาดราคาปีที่แล้วคนยังไม่ค่อยอยากจะขาย

ยิ่งปีนี้กดกันเข้าไป ยิ่งไม่มีคนปล่อยนอกจากจำเป็นจริงๆ

โึครงการนี้ต้องดูข้างบนครับใครได้ผลประโยชน์ ซึ่งแน่ๆ ไม่ใช้ประชาชนตาดำๆอย่างพวกเรากันซะที่ไหน >:(


ออฟไลน์ PorrMacKenna

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 158
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2013, 21:04:07 »
ปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะก่อกำเนิดเกิดขึ้น

เมื่อนั้น รถยนต์ในเขตเศรษฐกิจนี้จะปลอดภาษี

บริษัทรถยนต์สามารถนำเข้ารถจากประเทศสมาชิก ประเทศใดก็ได้เข้ามาขายในไทยได้อย่างเสรี

เมื่อเป็นเช่นนั้นอะไรจะเกิดขึ้น

อย่างร้ายแรง บริษัทรถยนต์ก็ย้ายโรงงานประกอบหนีประเทศไทยไปประเทศเพื่อนบ้านที่ ค่าแรงถูกกว่า เงื่อนไขดีกว่า

อย่างเบาะๆ บริษัทรถยนต์ก็จะไม่พิจารณาลงทุนเพิ่มในประเทศเรา พูดง่ายๆว่าไปเปิดโงงานใหม่ที่ประเทศเพื่อบ้านแทนที่จะเปิดที่บ้านเรา

ซึ่งอย่างเบาะๆ ข้อนี้เราก็เห็นว่าเราเสียโอกาสไปหลายยี่ห้อแล้ว หลายยี่ห้อไปเปิดโรงงานที่ มาเลเซีย อินโดนีเชีย ซึ่งเราก็ทำอะไรเค้าไม่ได้ด้วย

เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจำเป็นต้องรักษาโรงงานประกอบที่มีอยู่ไม่ให้ย้ายหนีไปไหน

โดยการยื่นข้อเสนอพิเศษ แบบโครงการ Eco Car 2 และอื่นๆ ที่อาจจะตามมา


ขอให้ข้อมูลดังนี้นะครับ

1. ภาษีนำเข้ารถยนต์ระหว่าง ASEAN เป็น 0 มาหลายปีแล้วครับ
2. ตราบใดที่ตลาดเรายังใหญ่กว่าชาวบ้าน ฐานการผลิตก็ต้องอยู่ใกล้ตลาดครับ
2.1 กระบะ 1 ตันประเทศเรายอดขายใหญ่สุดแล้ว ประเทศไทยยังไงก็ต้องฐานการผลิตครับ
2.2 ตลาดรถเก๋ง C D ญี่ปุ่นยังไงก็อยู่ไทย อินโดยอดขายเยอะจริง แต่เป็นพวก Innova, Ertiga
3. คนไทยใน Toyota Honda ยังไงก็ต้อง lobby ให้ฐานมาลงเมืองไทยมากกว่าอยู่แล้วครับ ไม่ย้ายง่ายๆ หรอก ลงทุนมาซะขนาดนี้แล้ว
4. ในบรรดาประเทศอาเซียนด้วยกัน ผมว่าญี่ปุ่นชอบอยู่เมืองไทยสุดนะ  ;D

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2013, 21:06:56 »
มันจริงๆ ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ 6162002

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,087
Re: ++ เงื่อนไข Ecocar เฟส 2 โหดกว่าเดิมพอสมควร ++
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2013, 21:48:10 »
ปี 2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะก่อกำเนิดเกิดขึ้น

เมื่อนั้น รถยนต์ในเขตเศรษฐกิจนี้จะปลอดภาษี

บริษัทรถยนต์สามารถนำเข้ารถจากประเทศสมาชิก ประเทศใดก็ได้เข้ามาขายในไทยได้อย่างเสรี

เมื่อเป็นเช่นนั้นอะไรจะเกิดขึ้น

อย่างร้ายแรง บริษัทรถยนต์ก็ย้ายโรงงานประกอบหนีประเทศไทยไปประเทศเพื่อนบ้านที่ ค่าแรงถูกกว่า เงื่อนไขดีกว่า

อย่างเบาะๆ บริษัทรถยนต์ก็จะไม่พิจารณาลงทุนเพิ่มในประเทศเรา พูดง่ายๆว่าไปเปิดโงงานใหม่ที่ประเทศเพื่อบ้านแทนที่จะเปิดที่บ้านเรา

ซึ่งอย่างเบาะๆ ข้อนี้เราก็เห็นว่าเราเสียโอกาสไปหลายยี่ห้อแล้ว หลายยี่ห้อไปเปิดโรงงานที่ มาเลเซีย อินโดนีเชีย ซึ่งเราก็ทำอะไรเค้าไม่ได้ด้วย

เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจำเป็นต้องรักษาโรงงานประกอบที่มีอยู่ไม่ให้ย้ายหนีไปไหน

โดยการยื่นข้อเสนอพิเศษ แบบโครงการ Eco Car 2 และอื่นๆ ที่อาจจะตามมา


ขอให้ข้อมูลดังนี้นะครับ

1. ภาษีนำเข้ารถยนต์ระหว่าง ASEAN เป็น 0 มาหลายปีแล้วครับ
2. ตราบใดที่ตลาดเรายังใหญ่กว่าชาวบ้าน ฐานการผลิตก็ต้องอยู่ใกล้ตลาดครับ
2.1 กระบะ 1 ตันประเทศเรายอดขายใหญ่สุดแล้ว ประเทศไทยยังไงก็ต้องฐานการผลิตครับ
2.2 ตลาดรถเก๋ง C D ญี่ปุ่นยังไงก็อยู่ไทย อินโดยอดขายเยอะจริง แต่เป็นพวก Innova, Ertiga
3. คนไทยใน Toyota Honda ยังไงก็ต้อง lobby ให้ฐานมาลงเมืองไทยมากกว่าอยู่แล้วครับ ไม่ย้ายง่ายๆ หรอก ลงทุนมาซะขนาดนี้แล้ว
4. ในบรรดาประเทศอาเซียนด้วยกัน ผมว่าญี่ปุ่นชอบอยู่เมืองไทยสุดนะ  ;D
+1 เรื่องนี้เห็นด้วยมากๆครับ

ยังไงเรื่องความสามารถในการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ของไทย ถือว่าเป็นหนึ่งในภูมิกาค   และญี่ปุ่นเข้ามาอยู่ไทยเพียบ   ถ้าไม่มีอะไรร้ายแรงจริงๆ ยังไงฐานการผลิตมันก็อยู่ที่ไทยนี่ แน่นอนครับ

ส่วนเรื่อง ค่าแรง 300 อันนี้ผมไม่ค่อยได้สัมผัสกับกลุ่มแรงงานเท่าไร  แต่เรื่องจะเอาปริญญาตรีลงมาทำงาน ผมว่าเป็นไปไม่ได้

รุ่นผม จบตรี สมัครงาน เรียกเงินเดือนกัน 25k-30k (แน่นอน ว่าไม่มีที่ไหนให้ครับ สุดท้ายก็นอนอยู่บ้าน)   คนที่ได้งานจริงๆ ก็เงินเดือน 15-19k (วิศวะนะครับ แต่ส่วนใหญ่ได้ Sale Engineer) แฟนผมตอนนี้ทำงานกับญี่ปุ่น  เป็นตระกูลที่รวยติดทอป 5 ของญี่ปุ่น ได้เงินเดือน สตาร์ท 23k กับอัลติสป้ายแดงขับฟรี   นี่ผมว่าเยอะเกือบที่สุด เท่าที่จบตรีจะเป็นไปได้ละ (ไม่นับพวก Off shore นักบิน หรือบางอาชีพที่พิเศษจริงๆ) 

เพราะงั้น ผมไม่คิดว่าค่าแรง 300 จะเกิดผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการเหมือนกันครับ