ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องหัวฉีด VS เครื่อง Direct Injection มันต่างกันอย่างไรครับ  (อ่าน 30331 ครั้ง)

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 201
ตามความเข้าใจของผมนะครับ เครื่องหัวฉีด มันมีวิวัฒนาการ มาจากเครื่อง คาร์บิว ใช่ไหมครับ

เเล้วมาตอนนี้ เริ่มจะเห็น เครื่อง Direct Injection ที่เป็น เบนซิน วางตลาดเเล้ว คําถามคือ

1. มันต่างกับเครื่องหัวฉีดอย่างไรครับ

2.เเล้วทําไม เครื่อง Direct Injection ของเบนซิน เพิ่งจะมาฮิต ติดตลาด

ในขณะที่ เครื่อง Diesel Direct Injection มีมานานโขเเล้ว 

3.เครื่อง Direct Injection ของดีเซล ทํางาน เหมือนหรือต่าง กับเครื่อง Direct Injection  ของเบนซินอย่างไรครับ ???l 

ขอบคุณมากครับ

conan_murder

  • บุคคลทั่วไป
มันก็คือหัวฉีดครับ ต่างกันตรงที่มันฉีดน้ำมันเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง

ผมเข้าใจอย่างนี้นะ ผิดพลาดอะไรขออภัย

ออฟไลน์ koruru

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 765
    • อีเมล์
อย่ารู้ด้วยคน รอ เฮียจิม ดีกว่า

ออฟไลน์ i-din

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 458
เครื่องหัวฉีด คือใช้หัวฉีดแทนคาร์บูเรเตอร์ ซึ่งโดยปกติจะติดไว้ที่ท่อไอดี แน่นอนว่าเป็นเครื่องเบนซินนะ จุดระเบิดด้วยหัวเทียน ส่วน Direct Injection ก็คือย้ายตำแหน่งติดตั้งหัวฉีดจากท่อไอดี มาเป็นในกระบอกสูบเลยครับ สรุปแล้วว่ามันต่างกันแบบนี้นะ

ส่วนทำไมเพิ่งฮิต ผมเดาว่าการออกแบบห้องเผาไหม้ดีขึ้น ทำให้การฉีดน้ำมันเข้าโดยตรง มีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์มากกว่าในอดีตมาก สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงลงได้ แล้วก็เมื่อมีการเผาไหม้สมบูรณ์ มลพิษที่เกิดขึ้นก็มีค่าน้อยลงน่ะครับ

เหตุผลลึกๆ ก็ต้องรอผู้รู้น่ะครับ อิอิ

ออฟไลน์ Tonaka

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,706
เครื่่องหัวฉีดยุคแรกๆ ถูกพัฒนามาจากเครื่องคาบูเรเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่ฉีดน้ำมันเพื่อให้ผสมกับอากาศ 

   เครื่องรุ่นเก่าๆ จะมีหัวฉีดอยู่ที่เดียวคือแทนที่ตำแหน่งของหัวนมหนู (หัวจ่ายน้ำมันของระบบคาบูเรตอร์)

   จากนั้นก็เริ่มพัฒนามาเป็น หัวฉีดแบบหลายหัวที่เรียกว่า MPI หรือ Multi-point fuel injection ซึ่งเครื่องยนต์เบนซินส่วนใหญ่ในปัจจุบันใฃ้อยู่  โดยระบบนี้จะจัดวางหัวแยกไปในแต่ละสูบโดยอยู่ตรงท่อไอดี ก่อนเข้าห้องเผาใหม้  ซึ่งระบบนี้จะทำให้ส่วนผสมของน้ำมันและอากาศคงที่มากกว่า ระบบเก่า

  ส่วน แบบสุดท้ายคือฉีดตรงเข้าห้องเผาใหม้หรือ Direct Injection ซึ่งระบบนี้คือการทำงานคล้ายเครื่องดีเซล คือ หัวฉีดจะฉีดน้ำมันตรงสู่ห้องเผาใหม้เลย  ซึ่งระบบนี้จะเสถียรมากเพราะสามารถควบคุบส่วนผสมของน้ำมันและอากาศได้คงที่มากกว่า   แต่ก็มีข้อเสียเช่น ในเครื่องของมิตซบิชิ ปาเจโร่ เครื่อง GDI นี้ไม่สามารถติดแก๊สได้เลย

   
阿蘇山

ออฟไลน์ penalty

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 272
  • Ingenieur
ก็อย่างที่คุณ i-din บอกไปครับ คือแทนที่จะฉีดน้ำมันที่ท่อไอดี ก็เปลี่ยนเป็นฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ ข้อดีของมันก็เช่น
  • เมื่อน้ำมันระเหยในห้องเผาไหม้ ก็จะดูดความร้อน ทำให้อุณหภูมิไอดีเย็นลง ไอดีหดตัว อากาศเข้าห้องเผาไหม้ได้เยอะขึ้น เพิ่ม Effective Compression Ratio
  • เมื่อห้องเผาไหม้เย็นลง ก็จะเกิดการ Knock ยากขึ้น ทำให้สามารถเพิ่ม Geometric Compression Ratio ได้มากขึ้น นั่นคือ Feul Efficiency สูงขึ้น
  • สามารถทำ Lean Burn ได้ คืออัตราส่วนระหว่างอากาศกับน้ำมันบางกว่า 14.7:1 (อาจจะเป็น 15:1 หรือ 16:1 หรืออะไรก็ว่าไป) โดยการฉีดน้ำมันปริมาณน้อยเข้าห้องเผาไหม้ แต่น้ำมันที่ฉีดจะไปหนาแน่นแถวๆหัวเทียน คือหนากว่า 14.7:1 (อาจจะเป็น 12:1 แถวๆหัวเทียน) แต่บริเวณอื่นๆห่างไกลหัวเทียนมีน้ำมันน้อยมากๆ (อาจจะ 20:1) ทำให้อัตราส่วนโดยเฉลี่ยแล้วบางกว่า 14.7:1 ซึ่งก็จะประหยัดมากทีเดียว

แต่ก่อนไม่ค่อยนิยมเพราะออกแบบยาก ทั้งหัวฉีด ห้องเผาไหม้ ลูกสูบ แต่เดี๋ยวนี้พัฒนาไปมากแล้ว ทำได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น เชื่อถือได้
เครื่อง Sky-G ของ Mazda ก็ใช้ Direct Injection ร่วมกับ Variable Valve น่าจะได้ประสิทธิภาพสูงทีเดียว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 08, 2009, 00:07:53 โดย penalty »
If God did not build it, an Engineer did.

ออฟไลน์ AIMU

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 281
2. ต้องบอกว่ามันถึงเวลา จากเทคโนโลยี ลองมองย้อนกลับไปดูเรารู้จักกับ CDI กันเมื่อไหร่ (1997) มันมาจากเทคโนโลยี ECU กับหัวฉีดที่ทนแรงดันสูง ควบคุมน้ำมันได้แม่นยำ ระบบ GDI มันก็เริ่มพัฒนาตามๆกันมา ส่วน Diesel ระบบ DI ทำไมมีกันมานาน เพราะ Diesel ไม่ต้องการ A/F Ratio ที่แม่นยำ เท่ากับ Gasoline รอบของเครื่องยนต์ Diesel ไม่สูงมาก ลองคิดดูว่า เรามีเวลาฉีดน้ำมันได้กี่ ms ถ้ารอบอยู่ที่ 6000 rpm หัวฉีดกลไกสร้างแรงดันไม่มากเท่าไหร่ การควบคุมจังหวะฉีดเพี้ยนบ้างก็ไม่มีปัญหา
3. หลักการทำงานเหมือนกัน แต่แตกต่างที่ระบบการจุดระเบิด

ออฟไลน์ Jxxx

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 483
ก็อย่างที่คุณ i-din บอกไปครับ คือแทนที่จะฉีดน้ำมันที่ท่อไอดี ก็เปลี่ยนเป็นฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ ข้อดีของมันก็เช่น
  • เมื่อน้ำมันระเหยในห้องเผาไหม้ ก็จะดูดความร้อน ทำให้อุณหภูมิไอดีเย็นลง ไอดีหดตัว อากาศเข้าห้องเผาไหม้ได้เยอะขึ้น เพิ่ม Effective Compression Ratio
  • เมื่อห้องเผาไหม้เย็นลง ก็จะเกิดการ Knock ยากขึ้น ทำให้สามารถเพิ่ม Geometric Compression Ratio ได้มากขึ้น นั่นคือ Feul Efficiency สูงขึ้น
  • สามารถทำ Lean Burn ได้ คืออัตราส่วนระหว่างอากาศกับน้ำมันบางกว่า 14.7:1 (อาจจะเป็น 15:1 หรือ 16:1 หรืออะไรก็ว่าไป) โดยการฉีดน้ำมันปริมาณน้อยเข้าห้องเผาไหม้ แต่น้ำมันที่ฉีดจะไปหนาแน่นแถวๆหัวเทียน คือหนากว่า 14.7:1 (อาจจะเป็น 12:1 แถวๆหัวเทียน) แต่บริเวณอื่นๆห่างไกลหัวเทียนมีน้ำมันน้อยมากๆ (อาจจะ 20:1) ทำให้อัตราส่วนโดยเฉลี่ยแล้วบางกว่า 14.7:1 ซึ่งก็จะประหยัดมากทีเดียว

แต่ก่อนไม่ค่อยนิยมเพราะออกแบบยาก ทั้งหัวฉีด ห้องเผาไหม้ ลูกสูบ แต่เดี๋ยวนี้พัฒนาไปมากแล้ว ทำได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น เชื่อถือได้
เครื่อง Sky-G ของ Mazda ก็ใช้ Direct Injection ร่วมกับ Variable Valve น่าจะได้ประสิทธิภาพสูงทีเดียว


ตามที่คุณ penalty ว่าไว้เลยครับ


ออฟไลน์ Jxxx

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 483
อ้อ น้ำมันจะถูกฉีดในช่วงจังหวะอัดนะครับ ไม่เหมือนเครื่องยนต์ที่ใช้ port injection

ของ Mazda ตัวที่ใช้อยู่ปัจจุบัน (ไม่ใช่ในตัว Sky-G นะครับ) จะมีปั้มเชื้อเพลิงแรงดันสูงอีกตัวนะครับ ช่วง idle จะมีแรงดัน 30 bar ( 3 MPa) ช่วง high load จะเพิ่มขึ้นเป็น 115 bar ( 11.5 Mpa) ครับ