จริงหรือไม่?? ที่ว่า...สมรรถนะรถญี่ปุ่นระดับกลาง เริ่มขยับเข้าใกล้รถยุโรป??

YenChar

อยากทราบความเห็น และประสบการณ์ของทุกท่านครับ ที่ว่า...

สมรรถนะรถญี่ปุ่นสมัยนี้ พวก C-Segment, D-Segment รถบ้านๆ ราคาไม่แพงสำหรับชนชั้นกลาง
เริ่มขยับเข้าใกล้รถยุโรปมากขึ้นทุกที ทั้งการขับขี่ เครื่องยนต์ ออฟชั่น ความสะดวกสบาย


ทุกท่านเห็นด้วยกับข้อความนี้หรือไม่ครับ??

เนื่องจากบริษัทผมมีจัดทริปกัน เลยมีโอกาศคุยกับรุ่นพี่คนนึง ระดับ Senior Manager ของอีกแผนก
แกกำลังตัดสินใจซื้อรถคันใหม่มาแทน E60 ที่เริ่มจุกจิกแล้ว อยากหันไปเล่นรถตราดาวบ้าง
ตัวเลือกของแกคือ W212 รุ่น 200 CGI
แต่แกมีตัวเลือกที่น่าแปลกใจ สำหรับคนมีเงินระดับซื้อเบนซ์ได้สบายๆ
แต่แกกลับมีแอคคอร์ดตัวท๊อปและแคมรี่ไฮบริดไว้พิจารณาด้วยอีก 2 คัน

แกไปลองขับแคมรี่ไฮบริดมาแล้ว ค่อนข้างประทับใจ และกำลังจะไปลองขับแอคคอร์ดดู
แกเล่าว่า สมรรถนะรถญี่ปุ่นสมัยนี้ ขยับเข้าใกล้รถยุโรปขึ้นมาก
สมัยแกซื้อ 525ise ปี04 แกไม่มองแคมรี่ตาเหยียวเลย สมรรถนะ ต่างชั้นกันมาก
แต่พอเป็นรุ่นนี้ ถึงสมรรถนะรถญี่ปุ่นจะยังไม่เท่า F10 หรือ W212 (ก็แหงหล่ะ) แต่มันเริ่มเข้ามาใกล้จนน่าแปลกใจ

แกให้ความคิดนึงมาคือ ราคาต่างกัน 2 เท่า แต่สมรรถนะไม่ได้ต่างกัน 2 เท่า อาจจะแค่ 1.3-1.4 เท่า เท่านั้น
รวมถึงลูกชายแก กำลังจะได้ใบขับขี่ แต่อยากได้มาสด้า3 แทนที่จะเป็นรถยุโรปซะอย่างงั้น

..............................

- คุณจิมมี่เคยเขียนไว้ว่า Mazda3 คือ Japanese BMW version ขับล้อหน้า
- Lancer EX คือ 1 ในรถญี่ปุ่นที่ช่วงล่างดีเป็นอันดับต้นๆ
- อัลติส 1.8 CVT อัตราเร่ง ความแรง ไล่กับ E90 เบนซินได้สบายๆ
- แอคคอดร์ดใหม่ ออฟชั่นจัดหนัก จัดเต็มพอๆกับรถพรีเมี่ยม พร้อมสมรรถนะที่เพียงพอต่อคนไทย
- แคมรี่ไฮบริด แรงสุดพลัง ขนาดรถสปอร์ตระดับ Entry Level ต้องหืดจับ
- นิสสันเทียน่า นุ่ม นั่งสบาย ขนาดมีคนในบอร์ดเอามาเทียบกับรถยุโรป

.................................

จำได้ว่า สมัยโคโลน่า แทบจะทาบรัศมี E30 ไม่ได้เลย ห่างชั้นกันมาก
ยิ่งพวก E39 หรือเบนซ์ไฟกลมนี่ สมรรถนะแทบจะฉีกแคมรี่หรือแอคคอร์ดได้เลย
แปลว่าสมัยนี้ ระยะห่างมันลดลงเรื่อยๆแล้วใช่มั้ยครับ

ทุกท่าน ว่ายังไงครับ??



TeslaX

แคมรี่ เพราะมีมอเตอร์ รถยุโรปเพราะมีเทอร์โบ ผมว่ามันก็คือๆกันละ แน่จริงลองเอา N/A มาเทียบกันยังไงญี่ปุ่นก็ห่างชั้นอยู่เยอะ



beerrl

ผมว่า ความแตกต่างก็ยังต่างและห่างกันอยู่ เพียงแต่ว่า เมื่อเทียบกับราคาแล้ว อาจจะทำให้ความห่างใกล้กันเข้ามาครับ
โดยส่วนตัว ถ้าไม่ได้ขับด้วยความเร็วสูงบ่อย ขับในเมืองเยอะ ความแตกต่างระหว่าง รถยุโรปและญี่ปุ่น ก็น้อยครับ เพราะ ข้อดีของรถยุโรปคือ ช่วงล่างและการขับขี่ที่ความเร็วสูง อาจจะไม่ได้แสดงให้เด่นชัดครับ
Volvo 850GLT
Honda odyssey
Toyota Camry hybrid
Suzuki swift eco
Hyundai tucson crdi
Nissan Xtrail 2.0V 4wd
Honda Civic FC 1.8EL



panerai

รถญี่ปุ่นสมัยนี้ดีขึ้นและน่าใช้มากขึ้นเยอะครับ เห็นด้วยถ้าจะบอกว่า d-seg ญี่ปุ่นทำหลายๆอย่างได้ดีใกล้เคียงรถยุโรปแล้ว แต่มีอย่างหนึ่งที่รถยุโรปหรูแพงๆไม่เคยทำได้ใกล้เคียงรถญี่ปุ่นคือ ความเรียบง่าย ไมาจุกจิก และความเสถียร ค่าบำรุงรักษาเพราะระบบรถญี่ปุ่นก็ไฮเทศและฉลาดพอๆกับรถยุโรปเลยน่ะครับ
 ปล. ผมชอบความคิดของ senior  ของคุณน่ะครับ ฟังดูแล้วเป็นคนที่มีเหตุมีผล วิสัยทัศน์ดี ถึงสุดท้ายเค้าอาจจะไปจบที่เบนซ์ก็ตาม :)



dusitmon123

อีกอย่างก็คือ ดีไซน์ครับ ยังไงยุโรปก็กิน สวยกว่าเยอะมากๆ



crucifixzz

ถ้าความเร็ว 100 กม/ชม ทางตรง ผมไม่เห็นความแตกต่างระหว่างรถยุโรปกับญี่ปุ่นเลยครับ



GreenG

ถ้าความเร็ว 100 กม/ชม ทางตรง ผมไม่เห็นความแตกต่างระหว่างรถยุโรปกับญี่ปุ่นเลยครับ

ถูกครับ

โดยรวม ถ้าเป็นผม จะเอาแค่ Accord Camry Teana 2.0 ก็พอแล้วครับ

ต้องการแค่วิ่ง 120-140(กรณีแซง) นิ่งๆ ก็พอแล้วครับ



5thAvenue

รถญี่ปุ่น > เน้นขาย เน้นผลตอบแทน ทำยังไงก็ได้ ให้ลูกค้าชอบแล้วซื้อ ปรับปรุงพัฒนาตัวเองให้ดีเทียบเท่ารถยุโรป ให้ลูกค้ามองว่า เป็นรถที่น่าภูมิใจเหมือนรถยุโรป แต่พัฒนาแล้ว ยังไงก็ยังมีเรื่องต้นทุนมาจำกัดเทคโนโลยีไม่ให้ต้นทุนสูงเกินไป
-------
รถยุโรป > EGO สูง และเน้น Style ของตัวเองเป็นหลัก แต่ประสบปัญหาของแพงขายยาก จึงอาจต้องหันไปมองญี่ปุ่นว่า ทำไง ถึงขายได้ ก็ต้องตัดต้นทุนบางอย่างลงไป หรือ ชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี่ที่ล้ำสมัยและต้นทุนที่แพง เพื่อให้ขายแข่งกับรถญี่ปุ่นได้


.... สองอย่างนี้ ผมหมายถึงแบรนด์ธรรมดาสามัญชน + แบรนด์หรูตัวล่าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 24, 2013, 09:02:39 โดย 5thAvenue »



crucifixzz

เปรียบเทียบสมรรถนะของ focus กับพวก civic หรือ lancer ex ก็ได้ครับ   focusได้ชือว่า handling ดีมากในบรรดารถขับหน้าในยุโรป  focus อาจจะ understeer ยากกว่านิดหน่อย แต่การจะทำให้ understeer นั้นก็ต้องขับหนักพอสมควรนะครับ ถ้าขับแบบคนทั่วไปอาการดังกล่าวแทบไม่เกิดขึ้น สิ่งที่แตกต่างกันที่เห็นได้ชัดน่าจะเป็น brand image และpassive safety system ที่ยุโรปให้มาเยอะกว่า 



Nyquist

ที่แน่ๆราคาเริ่มใกล้กัน  ;D



ถ้า c segment ผมว่ายังห่างไกลจากรถยุโรปเยอะ อย่าง ซีวิค อัลติส ไม่ต้องพูดถึง ช่วงล่าง การขับขี่ยังห่างจากรถยุโรปหลายช่วงตัว
ดีที่สุดของ c segment เจแปนในเรื่องการขับขี่และช่วงล่างคือ มาสด้า3 แต่ผมว่ารถมันยังไม่นิ่ง มีอาการดิ้นอยู่เยอะพอสมควร

แต่ถัา d segment นั่นล่ะผมเห็นด้วยเลย มันเข้าไปใกล้รถยุโรปแบบหายใจรดต้นคอแล้ว ที่ผ่านมาคงจะได้ยินคำว่า ม้าญี่ปุ่น กับม้ายุโรป แรงไม่เท่ากัน มันแน่ล่ะ เพราะรถยุโรปมีแรงบิดสูงกว่า เมื่อก่อนคนจะดูแต่แรงม้า และรถยุโรปมีเทอโบ  แต่แคมรี่ไฮบริดมีมอเตอร์ช่วย ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเทอโบ การขับขี่ของ เทียน่า แอคคอร์ด แคมรี่ ผมว่ามันเดินเข้าใกล้รถยุโรปมากๆแล้ว ราคาถูกกว่า2เท่ากว่าๆ แต่การขับขี่ได้75%ของรถยุโรป แต่ทนทานกว่า จุกจิกน้อยกว่า ค่าซ่อม ค่าอะไหล่ถูกกว่า3-4เท่า ศูนย์บริการมีทั่วประเทศ  แต่เรื่องความปลอดภัยผมคิดว่ายังเป็นรองรถยุโรปอยู่พอสมควร



Equcha

แล้วพวก แมวซูหล่ะครับ ญี่ปุ่นเหมือนกัน พอจะเทียบได้มั้ยครับ



5ume7h


- คุณจิมมี่เคยเขียนไว้ว่า Mazda3 คือ Japanese BMW version ขับล้อหน้า
- Lancer EX คือ 1 ในรถญี่ปุ่นที่ช่วงล่างดีเป็นอันดับต้นๆ
- อัลติส 1.8 CVT อัตราเร่ง ความแรง ไล่กับ E90 เบนซินได้สบายๆ
- แอคคอดร์ดใหม่ ออฟชั่นจัดหนัก จัดเต็มพอๆกับรถพรีเมี่ยม พร้อมสมรรถนะที่เพียงพอต่อคนไทย
- แคมรี่ไฮบริด แรงสุดพลัง ขนาดรถสปอร์ตระดับ Entry Level ต้องหืดจับ
- นิสสันเทียน่า นุ่ม นั่งสบาย ขนาดมีคนในบอร์ดเอามาเทียบกับรถยุโรป



แต่จุดเด่นทั้งหมดนี้ หาได้ยากในรถญี่ปุ่นคันเดียว
ในขณะที่รถยุโรปที่ราคาสูงกว่า อาจจะเฉลี่ยข้อดีแต่ละด้านให้มันลงตัวได้



mathician

Citroen Peugeot Renault พวกนี้มันก็รถยุโรปนะ ขับปกติก็ธรรมดา ไม่แตกต่างอะไรเลยกับ Honda
ขับปกติเหมือนคนทั่วไปสมรรถนะรถเหมือนกันหมดแหละผมว่า

สงสัยจัง รถยุโรปที่หมายถึงนี่ยี่ห้ออะไรบ้าง
เพราะว่า Citroen ระดับมันก็เป็นเหมือนๆกับ Toyota บ้านเรานะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 24, 2013, 10:15:21 โดย mathician »



kukonba

ใช่แล้วราคาใกล้รถยุโรปกระบะสมัยนี้ราคาหลักล้านแล้วอย่างฟอร์ดนั่นไง



nogia

ไม่ใช่แค่สมรรถนะอย่างเดียวที่เริ่มขยับเข้าใกล้ แต่ราคาขายก็เริ่มขยับเข้าใกล้รถยุโรปแล้วเช่นกัน 555+
Nissan Teana 200XL SPORT SERIES 2010
Honda CR-V 2.0AWD 2013
Toyota Vios G รุ่น "เจมส์สั่งได้ คุณก็สั่งได้"



scotch_fillet

ประเด็นมันอยู่ที่ --> ลูกชายแกกำลังจะได้ใบขับขี่และอยากได้ Mazda 3 ครับ

คุณคิดว่าพี่แกซื้อ E หรือ 5 แล้วจะเหลือตังค์ซื้อรถให้ลูกเหรอครับ?



Pan Paitoonpong

สมรรถนะรถญี่ปุ่นสมัยนี้ พวก C-Segment, D-Segment รถบ้านๆ ราคาไม่แพงสำหรับชนชั้นกลาง
เริ่มขยับเข้าใกล้รถยุโรปมากขึ้นทุกที ทั้งการขับขี่ เครื่องยนต์ ออฟชั่น ความสะดวกสบาย

เห็นด้วยเป็นคันๆและเป็นกรณีไปครับ

และถ้าให้พูดเรื่องความสะดวกสบาย การจัดพื้นที่ห้องโดยสาร ..ญี่ปุ่นชนะไปนานแล้วด้วยครับ
ออพชั่น..อันนี้ผมว่าไล่ทันแล้วครับ เหลืออีกไม่กี่รายการที่ไม่ต้องนับก็ได้
เครื่องยนต์..แล้วแต่..ถ้าเป็นดีเซลเก๋ง ยุโรปชนะขาด ถ้าเป็นไฮบริด ญี่ปุ่นชนะขาด
ถ้าเป็นเทอร์โบ ยุโรปชนะ

ส่วนเรื่องช่วงล่าง แล้วแต่ว่าพูดถึงรุ่นไหน ถ้ายุโรปอย่าง E-Class ก่อนไมเนอร์เชนจ์
ไม่ได้เจ๋งอะไรขนาดนั้นครับ ตัว Elegance แย่กว่า Camry ..พิมพ์อีกครั้ง แย่-กว่า-Camry
แต่ตัว Avantgarde โอเค เอามันส์ได้บ้าง สนุกได้บ้าง โอเค

แต่ถ้ายุโรปเป็น F10 5-series ผมต้องบอกว่ายังไม่มีรถญี่ปุ่นบ้านๆที่เทียบได้
- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8



Monn

ขอตอบในฐานะที่มีทั้งญี่ปุ่นและยุโรปอยู่ตอนนี้ ขับสลับกัน  มี accord G8 2.0 และ BMW F30 320i ครับ

ข้อดีญี่ปุ่น
1. ราคาถูก ซ่อมถูก ไม่จุกจิก
2. ขับชิลๆ สบายๆ ไม่แข่งกับใคร ไปถึง 120 สบายๆ อัตราเร่ง บี้หน่อย พอได้ ไม่ขี้เหร่
3. กว้างกว่า นั่งสบายกว่า
4. อุปกรณ์มีให้ระดับหนึ่ง ใช้งานประจำวัน ไม่ตกหล่นครับ

ข้อดียุโรป
1. อุปกรณ์ให้มา เกินความจำเป็น ดีมาก แบบว่า รู้สึก เฮ้ย รถฉลาดจังแฮะ
2. เบาะนั่งกระชับ แอบสบายกว่า G8 ในการนั่ง แต่แคบกว่า คือมันโอบเราดี และนุ่มกว่า (งงไหม  ;D)
3. ขับดี มันส์มาก เหยียบเป้นมา ช่วงล่างเกาะกว่าอย่างเห็นได้ชัด แบบว่าไว้ใจได้จริงๆ ไม่มีร่อน วิ่ง 160 รถ standard ไม่สะทกสะท้าน ลูกหลับปุ๋ย
4. ช่วงแซง (สำคัญมาก สำหรับผม) ไว้ใจได้ 100% ไม่มีอาการตื้อ ไม่รอรอบ ไม่ต้องบี้
5. ความปลอดภัย มั่นใจมาก ตอนนี้ผมให้ความสำคัญกับม่านถุงลมมากๆ เพราะดูจากคลิปทดสอบชนต่างๆ คือ เราจะเจ็บจากกระแทกมากที่สุด และมีลูกนั่งหลัง ม่านจะช่วย safety มากอย่างมาก จากที่ผมเห็น

ข้อเสียญี่ปุ่น
1. ข้างในดูดี แต่ก็ตามราคา มีส่วนพลาสติกเยอะ จนอาจจะดู แบบถูกๆ ไปนิดนึง กับรถล้านกว่าๆ
2. ช่วงล่าง ไว้ใจได้ถึงแต่ระดับ 130-140  โดยผมเปลี่ยนโช๊คและแม็กซ์ 20 นิ้วแล้ว คือมันไม่นิ่งพอ เวลาเราขยี้มัน ออกแกว่งๆ นิดหน่อย เคยไปถึง 150-160 ไม่กล้าอีกเลย รู้สึกมันไม่ safe
3. มีแต่ถุงลมคู่หน้า + ด้านข้างเบาะหน้า ผมว่าสมัยนี้มันน้อยไปนะ
4. กินน้ำมันกว่า F30 เพราะมันตื้อกว่า
5. เวลาแซง อย่างที่บอกครับ ลุ้นหน่อย อาจจะเพราะ 2.0 ต้องเรียกรอบอย่างน้อย 4-5000 ถึงจะดึงแซงขึ้น

ข้อเสียยุโรป
1. เวลาวิ่งช้าๆ ดูจะกระตุกเล็กน้อย (อาจจะเพราะเทอร์โบ)
2. แพงทุกอย่าง ค่าดูแล อุปกรณ์เสริมต่างๆ แต่ BSI คลุมไป 5 ปี น่าจะพอไหว

หากเทียบจริงๆ แล้ว ผมเคยลองคิดดู เหล็กยุโรป ดูแล้วหนากว่าจริง คงแพงกว่า อุปกรณ์ข้างในดูเกรดดีกว่าจริง ก็คงแพงกว่า โช๊ค ช่วงล่างต่างๆ ขับดีกว่า เครื่องดีกว่า รวมๆ แล้วทุกอย่างดีกว่า แต่เล็กกว่า แต่ก็ไม่แปลกที่มันจะแพงกว่าถึง 2 เท่าด้วยของที่ดีกว่า หากเลือกวันนี้ ผมก็คงเลือก ยุโรป ด้วยการใช้รถของผม ที่ชอบแซง ขับเร็วระดับนึง สูงสุดตามกฏหมายตลอด ใช้ทางด่วนเยอะ บ้านไกล วิ่งเยอะ วิ่งเร็ว อุปกรณ์ความปลอดภัย สำคัญ

แต่หากเป็นคนขับชิลๆ ต้องการนั่งสบายๆ ญี่ปุ่นทำได้ดีระดับนึงครับ แต่ยังไงขับแล้ว ก็สู้ไม่ได้จริงๆ นะ

อ่อ บางทีหลายคนอาจจะบอก ไม่สำคัญเท่าไหร่ ไม่ได้แข่งกับใคร ขับเรื่อยๆ ญี่ปุ่นก็พอ แต่สำหรับผม เคยเจอแบบจัดเต็มมาแล้ว 2 ครั้งในชีวิต หากรถไม่ดี ผมไม่รอด เรื่องแบบนี้อยู่ที่บุคคลครับ สำหรับผม ความไม่แน่นอน อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ และหากเราป้องกันได้ จะดีกว่าไหม ดังนั้น การจ่ายแพงขึ้นสำหรับผมคือ การปกป้องตัวเราและคนที่เรารัก ด้วยสิ่งที่ดีกว่า (สำหรับผมนะ) เชื่อมั่นมากกว่า เท่านั้นเอง  บางทีแค่เปลี่ยนเลน หากรถเอาไม่อยู่ มันก็อันตรายนะครับ ผมเคย slide เจ้า G8 มาทีแล้ว เจอแอ่งน้ำ ใจแป้วเลย แต่กับ F30 ฝ่าไปได้แบบชิลๆ ก็หวังว่าคงเป็นประโยชน์นะครับ  ;)
S3 - F30
X1 - E84



คนกรุง

รู้แค่ว่าแอคคอร์ดG8 เครื่อง 3.5  6สูบ มันขับสนุกโคตรๆ ออกตัวเนิบๆแต่ช่วงกลางกับปลายเร็วมาก สมรรถนะก็กลางๆกึ่งนิ่ม ถ้าเทียบกับc220 แอคคอร์ด3.5 คุ้มสุดแล้ว



GreenG

ไม่ใช่แค่สมรรถนะอย่างเดียวที่เริ่มขยับเข้าใกล้ แต่ราคาขายก็เริ่มขยับเข้าใกล้รถยุโรปแล้วเช่นกัน 555+

จริงครับ เห็นด้วย

ราคานะช่วยๆ เบรคหน่อยก็ดีนะครับ

D-seg นี่ผมว่ามันแพงไปแล้วละ โดยเฉพาะ Camry 2.0G แพงเกิน

แต่ยังไงก็ต้องซื้อรถกลุ่มนี้แหละ มันบ่งบอกถึงภาพลักษณ์ได้ พวก D-seg 2.0 :D :D



boybkk

ผมว่าช่วงล่างD-Segment ญี่ปุ่นยังกิน focus ไม่ได้นะน้องๆบีเอ็มซีรีส์3เลย



Tyde

น่าจะจริง  เพราะขนาดหนังสือTOPGEAR ยังบอกว่า Mazda 6 เงียบและนิ่งไม่ต่างจากรถหรูสัญชาติเยอร์มัน



Slipknot`

ผมว่าต้องวัดเป็นหมัดต่อหมัดมากกว่า ถ้าภาพรวมยังไงยุโรปก็เหนือกว่า

อย่างที่พี่แพนบอก ACV50 ช่วงล่างชนะ E Elegance สบาย แต่ถ้าวัดกับ F10 นี่ยังห่างชั้น(ทั้งๆที่ 5 กับ E คลาสเดียวกัน)

ช่วงล่าง ความมั่นใจ ภาพลักษณ์ยังไงยุโรปก็เหนือกว่า

แต่สิ่งที่ผมชอบในญี่ปุ่นคือ การจัดการภายในห้องโดยสาร ถือว่ากว้างกว่ายุโรปพอสมควร(วัดกัน Segment ต่อ Segment)

ปล.ราคาญี่ปุ่นก็เริ่มขยับไปเรื่อยๆโดยเฉพาะ D seg(แต่ถ้าราคาขยับ แล้วคุณภาพดีขึ้น วัสดุดีขึ้น การขับขี่ อัตราเร่ง อัตราสิ้นเปลืองดีขึ้น อันนี้ยอมรับได้)



Tuned by Pex

เห็นด้วยที่ว่า D Segment ขยับเข้าใกล้รถยุโรปเข้าไปทุกทีๆ แต่ก็ไม่ใช่ในทุกเรื่องครับ

เอาที่ได้สัมผัสมากับตัวเองเต็มๆ คือช่วงล่าง Accord G8 2.4 ปี10 รถผม สู้ BMW E39 523i ปี 02

ของพี่ชายไม่ติดฝุ่น ขนาดรถพี่ชายเปลี่ยนล้อเป็น ล้อ M 19 นิ้ว ยางบางๆ ซีรีย์ 30 ยังนุ่มกว่า Accord ผมเลย

ไม่นับความหนึบที่หนึบกว่า Accord ผมหลายขุม
85 Mercedes Benz 230 E W123
91 Honda Civic EG 4 Door
03 BMW 323i E46
04 Honda Jazz GD 1.5 VTEC
10 Honda Accord G8 2.4 EL Navi
13 Toyota Vios 1.5 E Auto
13 Honda Civic FB 1.8 E
14 Honda Odyssey Absolute RC1
17 BMW 420d Coupe M Sport F32



Ruksadindan

เป็นความจริงครับ
ลองย้อนกลับไปดูสมัยพี่จิมรีวิว 320i E90 รายนี้หนี Civic 2.0 ไม่ออกเลยนะ ส่วนที่ซีวิคตามอยู่ก็เป็นถุงลมม่านเท่านั้นเอง ช่วงล่างคงยังไม่ต้องเทียบ

แต่เมื่อมาวันนี้ทางเยอรมนีใส่เทอร์โบหนี ก็นำไปได้อีกขั้นสั้นๆครับ



NONT4477

เป็นความจริงครับ
ลองย้อนกลับไปดูสมัยพี่จิมรีวิว 320i E90 รายนี้หนี Civic 2.0 ไม่ออกเลยนะ ส่วนที่ซีวิคตามอยู่ก็เป็นถุงลมม่านเท่านั้นเอง ช่วงล่างคงยังไม่ต้องเทียบ

แต่เมื่อมาวันนี้ทางเยอรมนีใส่เทอร์โบหนี ก็นำไปได้อีกขั้นสั้นๆครับ
เห็นด้วยเลย จริงๆ e90 กับ fd อายุตลาดอยู่ในช่วงใกล้เคียงกันด้วย
320i หนีไม่ออกของจริง 318i ยิ่งไม่ต้องมาคุยเลย
ถ้า fd เพิ่มวัสดุซับเสียงอีกนิด ม่านถุงลมอีกหน่อย  เจ๋งเลย
แต่ทุกวันนี้ fb ยังต่อยอดจาก fd ไม่เท่าไหร่
ส่วน f30 ก้าวกระโดดจาก e90 ไปเยอะอยู่

สำหรับ Camry Hybrid ขาดแค่ออพชั่นกับการตกแต่งนิดหน่อย
ลองใส่ Vdim, Plasma Cluster , AFS กลับคืนมา ใส่ม่านถุงลมข้าง ถุงลมเข่า
ลดพลาสติกภายในลง กับใช้หนังหุ้มเบาะแบบ Lexus
ทำแบบนี้ Lexus คงขายไม่ออก  ;D
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 24, 2013, 13:20:04 โดย NONT4477 »
Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^



XL_SiZe

ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันครับว่า
คนไทยส่วนมากเลยก็ ซื้อรถมาเผื่อโชว์ด้วย...

เป็นหน้าตาซะอีก
ราคาต่างกัน 2 เท่า สมรรถนะดีกว่าอาจจะ 1.4 เท่า
แต่อีก 0.6 เท่าหรืออาจจะได้มากกว่านั้นครับ ที่คนซื้อมองไปถึงภาพลักษณ์ ความภูมิฐานทางสังคม

หลายคนเห็นเพื่อนออกรถยี่ปุ่นใหม่ก็ชมนะครับ สวยดี ว่ะ..
แต่เพื่อนคนไหนออกรถเบนซ์ บีเอ็ม ใหม่ป้ายแดง เพื่อนจะเงียบเลยครับ ถึงกับพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว 555+  ;D



Tonaka

ผมว่าต่างฝ่ายต่างขยับเข้าหากันมากกว่า
阿蘇山



0%

เป็นความจริงครับ
ลองย้อนกลับไปดูสมัยพี่จิมรีวิว 320i E90 รายนี้หนี Civic 2.0 ไม่ออกเลยนะ ส่วนที่ซีวิคตามอยู่ก็เป็นถุงลมม่านเท่านั้นเอง ช่วงล่างคงยังไม่ต้องเทียบ

แต่เมื่อมาวันนี้ทางเยอรมนีใส่เทอร์โบหนี ก็นำไปได้อีกขั้นสั้นๆครับ
เห็นด้วยเลย จริงๆ e90 กับ fd อายุตลาดอยู่ในช่วงใกล้เคียงกันด้วย
320i หนีไม่ออกของจริง 318i ยิ่งไม่ต้องมาคุยเลย
ถ้า fd เพิ่มวัสดุซับเสียงอีกนิด ม่านถุงลมอีกหน่อย  เจ๋งเลย
แต่ทุกวันนี้ fb ยังต่อยอดจาก fd ไม่เท่าไหร่
ส่วน f30 ก้าวกระโดดจาก e90 ไปเยอะอยู่

สำหรับ Camry Hybrid ขาดแค่ออพชั่นกับการตกแต่งนิดหน่อย
ลองใส่ Vdim, Plasma Cluster , AFS กลับคืนมา ใส่ม่านถุงลมข้าง ถุงลมเข่า
ลดพลาสติกภายในลง กับใช้หนังหุ้มเบาะแบบ Lexus
ทำแบบนี้ Lexus คงขายไม่ออก  ;D
 

fd 2.0 ถุงลม 4ใบ มี side airbag ด้วยนิครับ

แต่ยอมรับเลย เก็บเสียงห่วยมาก เสียงดังสุดๆ