ผู้เขียน หัวข้อ: ##คือน้ำหวานจะบอกว่า....วงการรถบ้านเราไม่มีเปลี่ยนแปลงหรอก## (สาระ)  (อ่าน 10299 ครั้ง)

ออฟไลน์ น้องน้ำหวาน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 244
  • ไม่ไหวจะพูด
    • อีเมล์
 >:( >:( >:( >:(

จะบอกว่า เมื่อคืน นั่งคุยกับเพื่อนน่ะค่ะ เรื่อง อะไรนิดๆหน่อยๆ  แล้วบอกว่า เห็นคนในนี้บอกว่า วงการต้องสั่นสะเทือนแน่นอน เพราะ คู่แข่ง มาจัดเต็มอย่างนั้นอย่างนี้
แถมแนวทางการใช้รถ ของคนไทยต้องมีมากขึ้นแน่นอน เพราะ โครงการeco car เสริมตัวเลือกแบบนั้น

แต่น้ำหวานกลับมองอีกแง่ว่า จริงๆ ไม่มีอะไรเลย แล้วทำไม คนคิดว่ามันเปลี่ยนแปลงก้าวกระโดดอนาคตวงการรถบ้านเราต้องเริด ต้องจัดเต็ม ค่ายยักษ์ใหญ่ ไม่ต้องกั้กแล้ว

เพราะอะไรหรือคะ?

มันเหมือน loop ดีๆ เหมือนช่วง ยุค 90 เลย รถ เซคเมนท์ ใหม่ สุดท้ายกลายเป็นรถตลาดบ้านเรา

สมัยก่อน ถ้าไม่ปรับปรุงคุณภาพ ตัวรถในรุ่นที่สอง ของ City หรือ Vios เชื่อว่า ทุกวันนี้ คนก็คงนิยม Corolla หรือ civic

รถระดับ 1.6 มันยังอยู่ได้ แต่ 1.5 จะมาแทะยอดบ้าง แต่ไม่มาก  ที่ จะคงทน คือกลุ่ม C เครื่อง 1.8 ลิตร 

แต่  C เครื่อง 2.0 จะตายไปจากตลาด เพราะ มันทับซ้อน กับ D 2.0 (accord / camry) เว้น เสียแต่ว่า คุณจะทำ  C 2.0 ให้ดึงดูด (โดยทำราคาเท่า 1.8)

รถ 5 ประตู  ยังไงก็ไม่โดนจริตคนไทยอยู่ดี  และเชื่อว่า Jazz ไม่ได้ขายเยอะเท่าที่ควร ส่วนตระกูลรถที่โตกว่านี้   ถ้าไม่แก้เกมส์ โดยการอุดจุดอ่อน เสริมจุดเด่น หรือทำราคาสวยๆ สักวันรถพวกนี้ ก็จะลดการผลิตจนหมดไปที่สุด จนเหลือซีดาน เนียนๆ เพราะ ค่านิยมคนไทยล้วนๆ

ลำดับการซื้อรถ ของคนไทยมีไว้ เหยียบหัวบ่งบอกฐานะ เท่านั้น และมาแต่ไหนแต่ไร อย่างที่บอก ถ้าไม่ปรับปรุง soluna หรือ city รุ่นแรกให้ดีขึ้น เชื่อว่า ทุกวันนี้ คนไม่สนใจรถ Subcompact หรอก หรือเงินเท่ากัน คนจะแห่ซื้อ C ยี่ห้อรองๆ มากกว่า เพราะ คนส่วนมากยังมองว่า มีรถไว้ขับอวด และก้จะมองรุ่นที่ ต่ำกว่า

และ ณ เวลานี้ B segment เจ้าตลาด อย่าง T หรือ H อยู่ได้ในลำดับที่ ผูกขาด และสูงกว่าแล้ว เพราะ รถ Eco Car รองพื้นหมด และ คนที่ขับ B เจ้าตลาด ก็จะมอง รถในกลุ่ม Eco car แบบแคลนๆ (ทั้งที่จริง นับตามตัวถังมันก็เหมือนกัน หาน้อยมาก ที่จะ เป็น A segmet)

A segment จะเป้นรถ ที่โดน Eco car กดหัวอีกที  แต่จะเป็นตลาดกลุ่มใหม่ ที่ คนจะผ่อนมอเตอร์ไซค์ เหลียวมองบ้าง อย่างน้อยกันแดด กันฝน ลมแอร์เย็นๆ ไปหลายคน และไม่ติดค่านิยม

D Segment มันจะบินถึง เพดานแล้ว และไม่คิดว่า ไปได้ต่อ เหลือแต่ว่า เจ้าไหนจะจัดเต็มหรือไม่กั๊ก แค่นั้น

SUV ไม่มี ใคร กินใคร  B segment SUV คิดว่า มันมีที่ยืน  ส่วน C ขึ้นไป หรือพวกจากกระบะก็ยังไปต่อ  อย่าคิดเองว่า การมาของ Juke / vezel / ecosport จะทำให้ ตลาด SUV มีผลกระทบ

MPV ตลาดกลุ่มน้อย  มาแค่ไม้ประดับ หาก ประเทศไทย ยังเอาคนใส่ท้ายกระบะ เที่ยวไปไหนมาไหนได้ หรือใส่หลังคาแครรี่บอย  คุณก็อย่าคิดเองว่ามันจะเปรี้ยง

"อย่าคิดเองว่า รถที่จัดเต็มกับ Option จะเป็นผู้กำหนดทิศทางของตลาดรถยนต์ไทย ที่เขาใส่ เพราะคิดว่ามันสมควรแก่เวลา มากกว่าใส่เพื่อจะมาพลิกวงการ ถ้าไม่อย่างนั้น fiesta ขายดีไปตั้งนานแล้วค่ะ"


จบค่ะ เท่าที่อ่านในกระทู้ที่ผ่านมา น้ำหวานรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

มาดีตอบดี มาเกรียน แม่จะเอาให้เนียนกว่าถอนขน

ช่วงนี้ หวานเบื่อ ข้าวโพดอบ....... กินแล้วคิดฟันค่ะ

ออฟไลน์ Alcatraz

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,609
    • อีเมล์
นั่นสินะ เฟียสต้าใส่ให้ตั้งนาน พอซิตี้ใส่มาบ้างอวยเป็นแถบๆ

ว่าแล้วก็น่าสงสารฟอร์ดเหมือนกันใส่อะไรมาให้ก่อนเพื่อนแต่คนยังไม่ค่อยสนใจ e20 vsa di turbo แต่ก็ทำตัวเองด้วยล่ะเรื่องศูนย์

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
เป็นแบบที่น้ำหวานบอกแหละคับ

เห็นด้วยๆ

มันก็แค่ขยับๆ กันขึ้นไป

แต่ยังไง ขอ A-car 1 ลิตร 3 แสนมาสักคันเถอะ ให้คนที่เขาขับไม่เยอะไปซื้อบ้าง ;)

ออฟไลน์ soklong

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 197
เห็นด้วยเลยครับ
"รถยนต์ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ....แต่มันเป็นตัวบงบอกฐานะทางสังคม"
ผมเห็นคนไทยส่วนเลือกที่  ซื้อรุ่นล่างที่คลาสสูงกว่ามากว่าตัวท็อปของตัวคลาสต่ำกว่า

ออฟไลน์ roongrus

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 230
ไม่เคยคิดว่ามันจะสะเทือนวงการเลยครับ ไม่ทราบไปฟังใครคนนึงพูดขึ้นมาแล้วมาสรุปว่าเป็นความเห็นของคนกลุ่มใหญ่ทั้งหมด
ผมว่ามันก็เป็นเกมส์การตลาดทั่วไปที่เบอร์ 2 อยากจะขอแบ่งส่วนตลาดมาจากเจ้าตลาดบ้าง และประกอบกับเจ้าตลาด
เปิดช่องโหว่ไว้ให้แล้ว โดยการกั๊กออปชั่นไว้มากเกินไป  เบอร์ 2 สบโอกาสก็เลยชกเข้าใต้เข็มขัด  กลยุทธ์แบบนี้มีแต่เบอร์ 2
เท่านั้นครับที่ทำได้เพราะ มั่นใจในศูนย์บริการหรือบริการหลังการขาย  แต่ในกรณีของ Fiesta มันไม่ใช่เบอร์ 2 มันก็เลยไม่ได้ผล  
เนื่องจากบริการหลังการขายและ "BRAND"  ยังไม่มีอิทธิพลถึงขนาดนั้น  และผมขอเดาว่าเกมส์นี้คงเล่นไม่ได้นานหรือคงได้เปรียบไม่ได้นาน
เพราะเจ้าตลาดคงไม่ยอมยืนเป็นเป้านิ่งให้อัดอย่างเดียว   ถึงเวลาก็ต้องหาวิธีที่จะตอบโต้ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีให้เห็นแล้วโดยการให้ส่วนลดเงินสดและ
แถมประกันชั้น 1  หรือแถม Waranty เพิ่มมากขึ้นเป็น 5 ปี หรือถ้าถึงเวลา MC ก็อาจจะใส่ออปชั่นเหล่านั้นกลับเข้ามาก็ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2014, 14:15:05 โดย somkiatr »

ออฟไลน์ sixmund35

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 176
    • อีเมล์
ของแบบนี้มันไม่น่าจะฟันธงได้นะครับเพราะปัจจัยมันมีเยอะแยะเต็มไปหมด แม้ว่าสิ่งที่คุณพูดอาจจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม

ออฟไลน์ Mortred

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 793
    • อีเมล์
ทำไมจะซื้อรถ ford ทีต้องหาข้อมูลโน่น นี่ นั่น ว่าซื้อดีไหม มีปัญหาอะไรบ้าง เคลมนานไหม อะไหล่แพงไหม ไปซื้อรถที่ศูนย์ไหนดีที่บริการดีๆ ช่างซ่อมเก่งๆ?

แต่พอเป็น โตโยต้า ฮอนด้า คิดอย่างเดียวว่าจะซื้อรุ่นอะไร?

บอกตรงๆว่าตอนนี้ ไอ้คำว่า "fiesta ซื้อมาแล้วรถมีปัญหา" มันฝังอยู่ในสมองผมไปแล้ว ทั้งๆที่ผมก็ยังไม่เคยลองขับ ไม่เคยซื้อ แค่ได้ยินจากการบอกเล่ามาจากหลากหมายทางมากๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมรู้สึกกลัวจัง

เรื่องบริการสำหรับผมไม่เท่าไหร่หรอกน่ะ แต่ว่าอยากได้รถที่ไม่มีปัญหา ไม่จุกจิก รออะไหล่ไม่นาน ช่างศูนย์ซ่อมแล้วจบ

สั้นๆ ซื้อมาแล้วสบายใจ

ว่าแต่เอา city รุ่น s/at หรือ v+ ดีครับ ราคาต่างกัน 1 แสนบาท คิดว่าซื้อมาแล้วใช้ยาว

ออฟไลน์ roongrus

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 230
ทำไมจะซื้อรถ ford ทีต้องหาข้อมูลโน่น นี่ นั่น ว่าซื้อดีไหม มีปัญหาอะไรบ้าง เคลมนานไหม อะไหล่แพงไหม ไปซื้อรถที่ศูนย์ไหนดีที่บริการดีๆ ช่างซ่อมเก่งๆ?

แต่พอเป็น โตโยต้า ฮอนด้า คิดอย่างเดียวว่าจะซื้อรุ่นอะไร?

บอกตรงๆว่าตอนนี้ ไอ้คำว่า "fiesta ซื้อมาแล้วรถมีปัญหา" มันฝังอยู่ในสมองผมไปแล้ว ทั้งๆที่ผมก็ยังไม่เคยลองขับ ไม่เคยซื้อ แค่ได้ยินจากการบอกเล่ามาจากหลากหมายทางมากๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมรู้สึกกลัวจัง

เรื่องบริการสำหรับผมไม่เท่าไหร่หรอกน่ะ แต่ว่าอยากได้รถที่ไม่มีปัญหา ไม่จุกจิก รออะไหล่ไม่นาน ช่างศูนย์ซ่อมแล้วจบ

สั้นๆ ซื้อมาแล้วสบายใจ

ว่าแต่เอา city รุ่น s/at หรือ v+ ดีครับ ราคาต่างกัน 1 แสนบาท คิดว่าซื้อมาแล้วใช้ยาว


v+ ดีกว่าครับ ผมคิดว่าเป็นรุ่นที่คุ้มค่ามากๆเทียบกับออฟชั่นที่ได้

Honda City 2014 V+ AT  689,000 บาท
ล้อแม็ก 15 นิ้ว ลำโพง 4 ตัว จอสัมผัส 7 นิ้ว  Air-Auto  Bluetooth  HDMI  Siri  Smartphone  ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย  
กล้องมองหลัง ครีบฉลาม และ ไล้ฝ้ากระจกข้าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2014, 14:31:58 โดย somkiatr »

ออฟไลน์ Mortred

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 793
    • อีเมล์
ทำไมจะซื้อรถ ford ทีต้องหาข้อมูลโน่น นี่ นั่น ว่าซื้อดีไหม มีปัญหาอะไรบ้าง เคลมนานไหม อะไหล่แพงไหม ไปซื้อรถที่ศูนย์ไหนดีที่บริการดีๆ ช่างซ่อมเก่งๆ?

แต่พอเป็น โตโยต้า ฮอนด้า คิดอย่างเดียวว่าจะซื้อรุ่นอะไร?

บอกตรงๆว่าตอนนี้ ไอ้คำว่า "fiesta ซื้อมาแล้วรถมีปัญหา" มันฝังอยู่ในสมองผมไปแล้ว ทั้งๆที่ผมก็ยังไม่เคยลองขับ ไม่เคยซื้อ แค่ได้ยินจากการบอกเล่ามาจากหลากหมายทางมากๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมรู้สึกกลัวจัง

เรื่องบริการสำหรับผมไม่เท่าไหร่หรอกน่ะ แต่ว่าอยากได้รถที่ไม่มีปัญหา ไม่จุกจิก รออะไหล่ไม่นาน ช่างศูนย์ซ่อมแล้วจบ

สั้นๆ ซื้อมาแล้วสบายใจ

ว่าแต่เอา city รุ่น s/at หรือ v+ ดีครับ ราคาต่างกัน 1 แสนบาท คิดว่าซื้อมาแล้วใช้ยาว


v+ ดีกว่าครับ ผมคิดว่าเป็นรุ่นที่คุ้มค่ามากๆเทียบกับออฟชั่นที่ได้

ผมก็ว่างั้นแหละครับ จอปกติรถยนต์ทั่วไป มัน 7 นิ้วใช่ไหมครับ

เพราะผมคิดว่า คอนโซลหน้า city มันดูใหญ่น่าจะยัดจอ 9 นิ้วได้ 55+

เลยคิดว่าจะเอาตัว s/at

ออฟไลน์ nudragon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,871
  • MT Mania!!
แล้วแต่คนมองครับ นานาจิตตัง


ออฟไลน์ Activehybrid

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,531
อ่านแล้วเห็นด้วยครับ การจะเลือกรถคันนึงไม่ใช่แค่ เป็นสาวกแล้วหลับหูหลับตาเลือก ถามใจตัวเองให้ดีก่อนว่าเราต้องการอะไร

ผมเป็นคนนึงที่ไม่ยึดติดยี่ห้อนะ ถึงแบรนด์รถตลาดจะได้เปรียบก็ตาม ก็ยังมองหาความดีในรถมากกว่า

แต่ตอนนี้ต้องยอมว่าใจผมไปที่ความโหดของAltis1.8คันเดียว

ออฟไลน์ H.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,896
    • อีเมล์
ก็ไม่แน่นะครับ ถ้าเฟียสต้าไม่ใส่ในวันนั้น เราก็อาจจะไม่มีซิตี้ออปเต็มในวันนี้

ไม่เคยคิดว่ามันจะสะเทือนวงการเลยครับ ไม่ทราบไปฟังใครคนนึงพูดขึ้นมาแล้วมาสรุปว่าเป็นความเห็นของคนกลุ่มใหญ่ทั้งหมด
ผมว่ามันก็เป็นเกมส์การตลาดทั่วไปที่เบอร์ 2 อยากจะขอแบ่งส่วนตลาดมาจากเจ้าตลาดบ้าง และประกอบกับเจ้าตลาด
เปิดช่องโหว่ไว้ให้แล้ว โดยการกั๊กออปชั่นไว้มากเกินไป  เบอร์ 2 สบโอกาสก็เลยชกเข้าใต้เข็มขัด  กลยุทธ์แบบนี้มีแต่เบอร์ 2
เท่านั้นครับที่ทำได้เพราะ มั่นใจในศูนย์บริการหรือบริการหลังการขาย  แต่ในกรณีของ Fiesta มันไม่ใช่เบอร์ 2 มันก็เลยไม่ได้ผล  
เนื่องจากบริการหลังการขายและ "BRAND"  ยังไม่มีอิทธิพลถึงขนาดนั้น  และผมขอเดาว่าเกมส์นี้คงเล่นไม่ได้นานหรือคงได้เปรียบไม่ได้นาน
เพราะเจ้าตลาดคงไม่ยอมยืนเป็นเป้านิ่งให้อัดอย่างเดียว   ถึงเวลาก็ต้องหาวิธีที่จะตอบโต้ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีให้เห็นแล้วโดยการให้ส่วนลดเงินสดและ
แถมประกันชั้น 1  หรือแถม Waranty เพิ่มมากขึ้นเป็น 5 ปี หรือถ้าถึงเวลา MC ก็อาจจะใส่ออปชั่นเหล่านั้นกลับเข้ามาก็ได้


ก็แบบนี้แหละครับที่เรียกสะเทือนวงการ ถ้า city ขายดีจนค่ายอื่นที่ไม่มีออปชั่นความปลอดภัยครบๆขายไม่ออกเลย เรียกว่าดับเน่าสนิทจนต้องเข็น mc มาแก้เกม มันก็ถือเป็นบรรทัดฐานไหม่ของสังคมที่ต้องมีออปชั่นความปลอดภัยครบครัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2014, 14:53:03 โดย H. »
H.

ออฟไลน์ Anvers30

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,373
    • อีเมล์
มันคงไม่ทำให้เปลีี่ยนมือ หรือแย่งยอดกันเองในยี่ห้อเดียวกัน แต่เป็นการสร้างมาตรฐานรถยนต์ไทย ที่ทุกยี่ห้อที่ขายในไทยต้องหันมาให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย

จริงๆ แล้วในต่างประเทศ ถุงลม 6 ใบ 10 ใบ ไม่ใช่ออปชั่น แต่เป็นอุปกรณ์ติดรถมาตรฐานรถยนต์ทุกรุ่น พวก VSA VSC แล้วแต่ชื่อเรียก เค้าก็ติดตั้งมาให้ทุกรุ่นมานานแล้ว ยิ่งผลิตมากเท่าไหร่ ต้นทุนมันก็ถูกลงเป็นธรรมดา เลยไม่กระทบราคาขายปลีกมากนัก

บางท่านบอกว่า การอัดออปชั่นในไทย มันอาจจะเป็นการไปลดต้นทุนในส่วนที่มองไม่เห็น ก็เป็นไปได้ครับ แต่ผมกลับรู้สึกว่า บางที่เค้าก็ลดต้นทุนในส่วนที่มองเห็นเลยล่ะ ดูวัสดุในบางรุ่น บางยี่ห้อ ผมว่ามันด้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ทดแทนด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มากขึ้น เพียงแต่มันก็ไม่เสมอไป

ค่านิยมคนไทย ที่คุณน้ำหวานกล่าวมา ผมเห็นด้วยเลยคร้บ มันเป็นเครื่องวัดสถานะทางสังคมอีกชิ้นนึง นอกเหนือจากบ้านและหน้าที่การงาน ฉนั้นแต่ละเซกเมนต์มันก็จะขายได้ต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่เกิดนัยยะการเปลึ่ยนแปลงสำคัญอะไร

ปล. แต่ฟอร์ดมีผลทำให้ขายใหญ่ตื่นตัว เรื่องอุปกรณ์มาตรฐานติดรถครับ ไม่งั้นอย่าหวังว่าจะมีอะไรติดรถ มากมายขนาดนี้ กับรถผลิตในประเทศ

ออฟไลน์ delete

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,707
    • อีเมล์
ไม่สะเทือนได้ไงครับ
ค่ายเจ้าตลาด เล่นออพชั่นอย่างนี้ ค่ายเล็ก จะอยู่ได้ไงครับ
อย่าง มาสด้า 2 อย่างนี้ จะเอาอะไรมาเป็นจุดขายล่ะ
แล้วที่โนเต็มๆคือเฟียสต้า ที่เมื่อก่อนยังพอจะโม้ได้ว่า ยังมีดีอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้ ฮอนด้า จัดให้ ถามกันเลยว่า ให้เลือกระหว่าง ซิตี้ กับ เฟียสต้า มีใครจะเลือกเฟียสต้าบ้าง
ส่วนพี่โต ก็คงจะเพลี่ยงพล้ำอยู่บ้าง แต่คงไม่แคร์ บ.ใหญ่ ยอดขายมากอยู่แล้ว อาจจะยอดตกไปบ้าง แต่อัดโปรเพิ่ม ก็น่าจะกลับมาได้ หรือทรงตัว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้า ซิตี้ มีแบ็คออเดอร์ ที่นานมาก เริ่มจะเล่นตัว ดอกเริ่มแพง
ผู้ซื้อก็คงจะมีเปลี่ยนใจไปค่ายอื่นบ้างเพราะรอนานไม่ไหว รับไม่ได้กับดอกเบี้ย
แต่ฮอนด้าก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ไม่ได้ ก็น่าจะรู้ตัวและรีบๆจัดการปัญหาเพื่อกันคนจองไหลออก

ออฟไลน์ roongrus

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 230
ก็ไม่แน่นะครับ ถ้าเฟียสต้าไม่ใส่ในวันนั้น เราก็อาจจะไม่มีซิตี้ออปเต็มในวันนี้

ไม่เคยคิดว่ามันจะสะเทือนวงการเลยครับ ไม่ทราบไปฟังใครคนนึงพูดขึ้นมาแล้วมาสรุปว่าเป็นความเห็นของคนกลุ่มใหญ่ทั้งหมด
ผมว่ามันก็เป็นเกมส์การตลาดทั่วไปที่เบอร์ 2 อยากจะขอแบ่งส่วนตลาดมาจากเจ้าตลาดบ้าง และประกอบกับเจ้าตลาด
เปิดช่องโหว่ไว้ให้แล้ว โดยการกั๊กออปชั่นไว้มากเกินไป  เบอร์ 2 สบโอกาสก็เลยชกเข้าใต้เข็มขัด  กลยุทธ์แบบนี้มีแต่เบอร์ 2
เท่านั้นครับที่ทำได้เพราะ มั่นใจในศูนย์บริการหรือบริการหลังการขาย  แต่ในกรณีของ Fiesta มันไม่ใช่เบอร์ 2 มันก็เลยไม่ได้ผล  
เนื่องจากบริการหลังการขายและ "BRAND"  ยังไม่มีอิทธิพลถึงขนาดนั้น  และผมขอเดาว่าเกมส์นี้คงเล่นไม่ได้นานหรือคงได้เปรียบไม่ได้นาน
เพราะเจ้าตลาดคงไม่ยอมยืนเป็นเป้านิ่งให้อัดอย่างเดียว   ถึงเวลาก็ต้องหาวิธีที่จะตอบโต้ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีให้เห็นแล้วโดยการให้ส่วนลดเงินสดและ
แถมประกันชั้น 1  หรือแถม Waranty เพิ่มมากขึ้นเป็น 5 ปี หรือถ้าถึงเวลา MC ก็อาจจะใส่ออปชั่นเหล่านั้นกลับเข้ามาก็ได้


ก็แบบนี้แหละครับที่เรียกสะเทือนวงการ ถ้า city ขายดีจนค่ายอื่นที่ไม่มีออปชั่นความปลอดภัยครบๆขายไม่ออกเลย เรียกว่าดับเน่าสนิทจนต้องเข็น mc มาแก้เกม มันก็ถือเป็นบรรทัดฐานไหม่ของสังคมที่ต้องมีออปชั่นความปลอดภัยครบครัน

ยังไม่มีตัวเลขยืนยันยอดขายเลย แล้วมาบอกว่าขายดีจนค่ายอื่นที่ไม่มีออปชั่นความปลอดภัยครบๆขายไม่ออกเลยได้ยังไงครับ  แล้วคุณคิดหรือว่า Vios มันจะขายไม่ออกจนต้องเลิกผลิตไปเลยเหรอ ?  สาวกโตโยต้าในเมืองไทยยังมีเยอะแยะ (แต่ไม่ใช่ผม) ที่ไม่ได้อ่านเว็บบอร์ด หรือหาข้อมูลรถแบบละเอียดยิบ พวก ตาสี ตาสา อาซิ้ม อาเจ็ก พวกนี้ ถ้าไม่มีลูกหลานไปให้ข้อมูลหรือไปล๊อบบี้ ส่วนมากก็จะเอา T กันทั้งนั้น


ออฟไลน์ 2k

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,564
ส่วนตัวผมสรุปสั้นๆว่าคนไทยยังไงก็ก้าวข้ามไม่พ้นโตโยต้าฮอนด้าอยู่ร่ำไป ยี่ห้ออื่นจำพัฒนาตัวดีขึ้นมาอย่างไรในแง่ไหนเจ้าตลาดจะมีข่าวฉาวยังไงก็จะรีบลืมวนกลับมาลูปเดิมที่คิดแต่ว่ารถตลาดดีกว่า ขนาดโตโยต้าเอาเครื่องบล็อคเก่าลากขายตั้งราคาแพงกว่าชาวบ้านแต่ออพชั่นหดยังอุตส่าแก้ตัวให้เลยว่าทำตลาดมานานต้องเข้าใจ บ้าไปแล้วววววว!!!!! คนไทยโดนค่ายต่างชาติกดหัวทุกวันนี้ก็เพราะทำตัวแบบนี้นี่แหละ แต่ผมไม่สนละ ในตอนนี้ค่ายรองอย่างมาสด้า ฟอร์ด เชฟโรเล็ท นิสสันกล้าเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมาใส่กล้าเอารถในเซกเม้นท์ใหม่มาขายโดยไม่ต้องอิงกับใครเท่านึ้พอใจละ จะเลือกย่ำกับทีี่หรือก้าวไปตามยุคสมัยเลือกกันเอาเอง ผมฝ่ากระแสใช้รถที่ใครๆก็ด่าสบประมาทมาสามครั้งแล้ว ทุกครั้งที่ใช้อยู่ดีมีสุขเสมอไม่มีลังเลสักครั้งว่าจุดหมายอยู่ที่ไหน หลายๆคนก็กำลังมีความสุขกับทางเลือกของตัวเองแบบนี้นี่แหละ  8)
หมาเฝ้าบ้านแจกฟรีจ้า www.dogfindhome.com


ออฟไลน์ Nlight

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 764
  • พิมพ์ผิดประจำ
การนำเทคโยโลยีในระดับราคาที่สูงกว่ามาให้คนที่จ่ายเงินน้อยกว่า มีเงินในกระเป๋าน้อยกว่าใช้ จากผุ้ผลักดันที่มีอิทธิผลต่อวงการมาก ผมถือว่า

สะเทือน วงการ แน่นอนครับ แต่มันยังถึงกับการเป็นวัตกรรม เพราะการเพิ่ม Option มันมีมาแต่อดีตต่างวาระกันแค่นั้น

แล้วผมว่ามันต่างจาก Fiesta / City มาก
Fiesta นี้เท่าที่ผมจำได้ ในรุ่นล่างๆมีถุงลมข้างเดียว ? ? ส่วนระบบอื่นๆผมจำไม่ได้ครับ แต่ที่แน่ๆไม่มี E85 นะ
แปลว่า ผมสามารถเข้าไปสั่ง ก๋วยเตี๊ยวพิเศษ ที่ร้าน Ford ผมถึงได้ทานลูกชิ้นกุ้ง แต่ถ้าผมเดินเข้าไปทานก๋วยเตี๋ยว Honda ผมได้ทานลูกชิ้นกุ้งแม้แต่สั่งจานธรรมดา
ไหนจะระบบต่างๆที่ Honda ทำไว้ ค่าตราสินค้า ค่าระบบการทำงาน  etc.. จะไม่นำมาคิดหน่อยหรือครับ ?  ::)




ออฟไลน์ น้องน้ำหวาน

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 244
  • ไม่ไหวจะพูด
    • อีเมล์
จริงๆ ที่บอกว่าวน loop แบบปี 90

ลองดูดีๆสิคะ ตอนที่ โตโยต้า ไม่มีมีใครพูดหรอก ว่ากั๊กนั่นกั๊กนี่  ดีไม่ดี อี ฮอนด้าแทบจะเอาโครงขาย แล้วชูกับแพจเกตมันคุ้มค่า

จนช่วงปลายปี 90 โตโยต้าเริ่มยัดความปลอดภัยเจ้า แรกๆ ในตลาด ABS งี้ ถุงลมงี้ (ถึงแม้ข้างเดียวก็เถอะ) แถมจัดมาตั้งแต่รุ่นล่าง นับตั้งแต่ เปิดผลิต อย่าง Soluna

หนักกว่านั้น Corona โฉม Exsior  ยัดถุงลมตั้งแต่รุ่นล่างยันท๊อปนี่ คนบอกว่าเกรียวกราวววว กันเชียว แถมจะบอกว่าพลิกวงการ

แต่ขอโทษเถอะ ค่ะ ก็ยังไม่มีค่ายไหนจัดถุงลมเลย เจ้า sunny  b 14 ไม่มีถุงลมตลอดช่วงอายุตลาด  ฮอนด้าเองก็เพิ่งจัดถุงลมไป ก็แทบจะเข้าปี 2000 แล้ว

แต่ในทางกลับกัน เรท C segment แท้ อย่าง Corona กลับต้อง อเปหิตัวเอง แบบไม่น่าอภัย ไปตาม Altima / bluebird เพราะ มี D segment ขวางคอแล้ว (ถึงแม้ จะหนีตัวเอง ด้วยจัด 2.2 ก็เถอะ สุดท้ายก็กลับมาเนียนๆ)

อีพวกค่ายลูกกระจ๊อก คงเปรียบเปรยได้กับ รถเกาหลีเพิ่งทำตลาด เทคนิคดี ออฟชั่นจัดเต็ม ราคาน่าคบ แต่ชื่อชั้น และผู้ปกครองเอง ก้ทำให้ขยาด เหมือน ฟอร์ด ที่ทำตัว ณ เวลานี้

อีรถตูดตัดก็ พูดง่ายๆ ค่ะ สมัย city car ครองถนน ล่ะค่ะมาเป็นระรอก

อีพวก 1.8 ก็พัฒนาตลาดกับ พวก 1.6 หมด

บ้านเราบอกตรงๆ ค่ะ ตลาดรถไม่หลากหลายหรอก รสนิยม พวกนี้ ยังไงก็หมุนวนอีรอบเดิม เพียงเปลี่ยน ตัวเล่นใหม่เท่านั้น

ที่จะบอกว่า ออฟชั่นเปลี่ยน ชะตา น่ะ เห็นตั้ง แต่ อีแอททราจ จัดออฟชั่นเกินหน้า เจ้าตลาดเดิม แต่ทำไม ยอดขาย ยังแค่ให้คู่แข่ง คันยิบๆ มากกว่าเลือดออก ประมาณ นั้นแหละค่ะ

ฮอนด้า เองก็รู้จักปรับตัวเยอะค่ะ แต่เชื่อว่า ที่ทำเพราะ แผลเก่ามันใหญ่และคงไม่หายเจ็บ ค้ำอยู่ค่ะ วึ่งไม่รู้จะแก้เกมส์อย่างไร

ส่วนโตโยต้า เอง คนอื่นที่หมั่นไส้แทน เพราะเห็นคู่แข่งสวนคืนหนักๆ แบบนั้น เชื่อว่า ยังไงก็ตีตื้นอยู่ดีแหละ
มาดีตอบดี มาเกรียน แม่จะเอาให้เนียนกว่าถอนขน

ช่วงนี้ หวานเบื่อ ข้าวโพดอบ....... กินแล้วคิดฟันค่ะ

ออฟไลน์ trumpetx

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 673
    • อีเมล์
จริงๆ ที่บอกว่าวน loop แบบปี 90

ลองดูดีๆสิคะ ตอนที่ โตโยต้า ไม่มีมีใครพูดหรอก ว่ากั๊กนั่นกั๊กนี่  ดีไม่ดี อี ฮอนด้าแทบจะเอาโครงขาย แล้วชูกับแพจเกตมันคุ้มค่า

จนช่วงปลายปี 90 โตโยต้าเริ่มยัดความปลอดภัยเจ้า แรกๆ ในตลาด ABS งี้ ถุงลมงี้ (ถึงแม้ข้างเดียวก็เถอะ) แถมจัดมาตั้งแต่รุ่นล่าง นับตั้งแต่ เปิดผลิต อย่าง Soluna

หนักกว่านั้น Corona โฉม Exsior  ยัดถุงลมตั้งแต่รุ่นล่างยันท๊อปนี่ คนบอกว่าเกรียวกราวววว กันเชียว แถมจะบอกว่าพลิกวงการ

แต่ขอโทษเถอะ ค่ะ ก็ยังไม่มีค่ายไหนจัดถุงลมเลย เจ้า sunny  b 14 ไม่มีถุงลมตลอดช่วงอายุตลาด  ฮอนด้าเองก็เพิ่งจัดถุงลมไป ก็แทบจะเข้าปี 2000 แล้ว

แต่ในทางกลับกัน เรท C segment แท้ อย่าง Corona กลับต้อง อเปหิตัวเอง แบบไม่น่าอภัย ไปตาม Altima / bluebird เพราะ มี D segment ขวางคอแล้ว (ถึงแม้ จะหนีตัวเอง ด้วยจัด 2.2 ก็เถอะ สุดท้ายก็กลับมาเนียนๆ)

อีพวกค่ายลูกกระจ๊อก คงเปรียบเปรยได้กับ รถเกาหลีเพิ่งทำตลาด เทคนิคดี ออฟชั่นจัดเต็ม ราคาน่าคบ แต่ชื่อชั้น และผู้ปกครองเอง ก้ทำให้ขยาด เหมือน ฟอร์ด ที่ทำตัว ณ เวลานี้

อีรถตูดตัดก็ พูดง่ายๆ ค่ะ สมัย city car ครองถนน ล่ะค่ะมาเป็นระรอก

อีพวก 1.8 ก็พัฒนาตลาดกับ พวก 1.6 หมด

บ้านเราบอกตรงๆ ค่ะ ตลาดรถไม่หลากหลายหรอก รสนิยม พวกนี้ ยังไงก็หมุนวนอีรอบเดิม เพียงเปลี่ยน ตัวเล่นใหม่เท่านั้น

ที่จะบอกว่า ออฟชั่นเปลี่ยน ชะตา น่ะ เห็นตั้ง แต่ อีแอททราจ จัดออฟชั่นเกินหน้า เจ้าตลาดเดิม แต่ทำไม ยอดขาย ยังแค่ให้คู่แข่ง คันยิบๆ มากกว่าเลือดออก ประมาณ นั้นแหละค่ะ

ฮอนด้า เองก็รู้จักปรับตัวเยอะค่ะ แต่เชื่อว่า ที่ทำเพราะ แผลเก่ามันใหญ่และคงไม่หายเจ็บ ค้ำอยู่ค่ะ วึ่งไม่รู้จะแก้เกมส์อย่างไร

ส่วนโตโยต้า เอง คนอื่นที่หมั่นไส้แทน เพราะเห็นคู่แข่งสวนคืนหนักๆ แบบนั้น เชื่อว่า ยังไงก็ตีตื้นอยู่ดีแหละ

ผมก็คิดแบบนี้เลยครับ ยังไงเจ้าตลาดก็อยู่รอด

"แผลเก่ามันใหญ่และคงไม่หายเจ็บ" เป็นสิ่งที่ทำให้พ่อผมไม่ซื้อ ฮอนด้า มาจนทุกวันนี้

ออฟไลน์ Highway Star

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,667
เห็นด้วยครับ ค่ายรองใส่ออฟชันมาก่อนแล้วอย่างฟอร์ด แต่คนกลัวซ่อม พอเจ้าตลาดใส่มาก็ฮือฮากันใหญ่

ออฟไลน์ fhasociety

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 450
    • อีเมล์
สั้น ๆ "ความเชื่อ" เพราะคำว่า ยี่ห้อ+ื้อง่าย ขายคล่อง ล้วน ๆ เลย
ไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมมัน loop ลองนึกดี ๆ ซื้อรถไรดี toyota สิ ถึก ทน ขายได้ราคา
คำพูดนี้มันวนไปวนมาเป็น 10 20 ปี จนปลูกฝังติดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว
แต่ทุกวันนี้ ก็มีคนรุ่นใหม่ที่เริ่มแหวกแนวไปคบหาค่ายรอง แต่ก็ยังไม่มากพอ
ส่วนมากยังยึดติดแบบเดิม ๆ ยากที่จะเปลี่ยนแปลง...
ลองถามคนใกล้ตัวสิ มีงบเท่านี้ เอารถอะไรดี สิ่งแรกที่นึกถึงคงไม่พ้น toyota และ honda ;D
ทุกวันนี้ ผม ทำงาน เก็บเงิน แต่ง..................รถ

เขตจำกัดความเร็ว 10 แก้วต่อชั่วโมง

ออฟไลน์ 5ume7h

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 851
ไม่เคยคิดว่ามันจะสะเทือนวงการเลยครับ ไม่ทราบไปฟังใครคนนึงพูดขึ้นมาแล้วมาสรุปว่าเป็นความเห็นของคนกลุ่มใหญ่ทั้งหมด
ผมว่ามันก็เป็นเกมส์การตลาดทั่วไปที่เบอร์ 2 อยากจะขอแบ่งส่วนตลาดมาจากเจ้าตลาดบ้าง และประกอบกับเจ้าตลาด
เปิดช่องโหว่ไว้ให้แล้ว โดยการกั๊กออปชั่นไว้มากเกินไป  เบอร์ 2 สบโอกาสก็เลยชกเข้าใต้เข็มขัด  กลยุทธ์แบบนี้มีแต่เบอร์ 2
เท่านั้นครับที่ทำได้เพราะ มั่นใจในศูนย์บริการหรือบริการหลังการขาย  แต่ในกรณีของ Fiesta มันไม่ใช่เบอร์ 2 มันก็เลยไม่ได้ผล  
เนื่องจากบริการหลังการขายและ "BRAND"  ยังไม่มีอิทธิพลถึงขนาดนั้น  และผมขอเดาว่าเกมส์นี้คงเล่นไม่ได้นานหรือคงได้เปรียบไม่ได้นาน
เพราะเจ้าตลาดคงไม่ยอมยืนเป็นเป้านิ่งให้อัดอย่างเดียว   ถึงเวลาก็ต้องหาวิธีที่จะตอบโต้ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีให้เห็นแล้วโดยการให้ส่วนลดเงินสดและ
แถมประกันชั้น 1  หรือแถม Waranty เพิ่มมากขึ้นเป็น 5 ปี หรือถ้าถึงเวลา MC ก็อาจจะใส่ออปชั่นเหล่านั้นกลับเข้ามาก็ได้


ไม่น่าจะเรียกว่าชกใต้เข็มขัดหรอกครับ (ผิดกติกา)
แต่เป็นเพราะการ์ดตก ปล่อยคางว่างให้คู่ต่อสู้ซัดเอามากกว่า

ออฟไลน์ decptt

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,572

MPV ตลาดกลุ่มน้อย  มาแค่ไม้ประดับ หาก ประเทศไทย ยังเอาคนใส่ท้ายกระบะ เที่ยวไปไหนมาไหนได้ หรือใส่หลังคาแครรี่บอย  คุณก็อย่าคิดเองว่ามันจะเปรี้ยง


ผมชอบตลกร้ายอันนี้นะครับ
1. มันเป็นเรื่องจริงที่สุด
2. กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้โดยสาร ไม่มี
    ควรมีกฎหมายที่บังคับผู้โดยสาร 1ท่านต้องคาดเข็มขัดนิรภัยได้ ถ้าบรรทุก 7 ท่าน เข็มขัดนิรภัยตามมาตรฐานต้องมี 7 เส้น ถ้าเป็นจริง รถแต่ละSegment มันจะมีการแข่งขันอีกเยอะ
    และความปลอดภัยต่อผู้โดยสารมันจะมีอีกมากมาย
    ผมเห็นในแคปบางคันอัดกัน 5คน คนขับ 1 คนนั่งด้านหน้าอีก 2 คนหลังกระบะมีอีก 10 ถ้าชนที จะมีกี่ศพ ประกันจะจ่ายไหมครับ หึหึหึ

ออฟไลน์ Freekick042

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 859
มันฮือฮาเพราะเป็นค่ายใหญ่ครับ
แต่วันนี้พี่ที่รู้จักเพิ่งถอยปลาดุกป้ายแดงซะงั้น  คำตอบก็คือค่านิยมเดิมๆครับซื้อง่ายขายคล่อง หาอะไหล่ง่าย(แอบบ่นในใจว่าทำยังกะเจ๊หามาซ่อมเอง เห็นใช้รถ2ปีก็เทิร์นแล้ว)

ออฟไลน์ H.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,896
    • อีเมล์
มันฮือฮาเพราะเป็นค่ายใหญ่ครับ
แต่วันนี้พี่ที่รู้จักเพิ่งถอยปลาดุกป้ายแดงซะงั้น  คำตอบก็คือค่านิยมเดิมๆครับซื้อง่ายขายคล่อง หาอะไหล่ง่าย(แอบบ่นในใจว่าทำยังกะเจ๊หามาซ่อมเอง เห็นใช้รถ2ปีก็เทิร์นแล้ว)
แต่ดุกโตต้าเองก็มีแอร์แบคคู่ abs/ebd นะครับ ซึ่งผมว่าก็เพียงพอแล้ว แต่ไอ้ถุงลมข้างเดียวนี้สิ ไม่พอ
H.

มุมมองของผม จากคนที่ใช้รถเก๋งญี่ปุ่นมา3ค่าย โตโยต้า นิสสัน ฮอนด้า
และผมติดตามข่าวสารวงการรถยนต์มาร่วมๆสิบกว่าปี

ณ วันนี้ ผมบอกได้เลยว่าตลาดรถยนต์บ้านเราเปลี่ยนแปลงไปแบบพลิกฟ้าคว่ำดิน  ใครว่าไม่เปลี่ยนแปลงในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมเถียงขาดใจ
มันเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบไม่มีวันหวนกลับไปแบบเดิมได้อีกแล้ว

แต่ตำแหน่งเจ้าตลาดจะไม่มีทางเปลี่ยนมือในช่วง10ปีนับจากนี้ แต่เค้กจะถูกมวยรองแบ่งไปกินมากขึ้นเรื่อยๆ

โตโยต้า มี4จุดแข็งที่ไม่มีค่ายไหนเทียบได้ก็คือ
1.ศูนย์บริการ  ใครบอกข้อนี้ไม่สำคัญแปลว่าคุณเพิ่งมีรถมาแค่คันเดียว
2.งานวิจัย  โตโยต้ากุมผลวิจัยที่แม่นยำที่สุด โตโยต้าสามารถสร้างรถได้สอดคล้องกับคนทั้งโลกมากที่สุด
3.คุณภาพโดยรวมของรถ  ถ้าไม่นับไฮบริดในเมืองไทยที่ช่างไม่มีความรู้ ก็ถือว่าคุณภาพโดยรวมของโตโยต้าดีกว่ายี่ห้ออื่นจริงๆ ผมไม่คิดว่าคุณภาพรถของฮอนด้าสามารถเป็นคู่แข่งโตโยต้าได้เลย  รถที่ผ่านมือผมมาในรอบ1ปีที่ผ่านมาคือ แคมรี่ไฮบริด แอคคอร์ดG9 และเทียน่าL33
4.เครื่องยนต์ วิศวกรที่ทำเครื่องยนต์ของโตโยต้ายังคงเก่งที่สุด สมรรถนะเครื่องยนต์มันวัดกันเป็นตัวเลข และความทนทานที่คนทั่วไปไว้ใจ

แต่โตโยต้ามีจุดอ่อนอย่างมากคือ เมื่อเวลารถมีปัญหาและแก้ไขไม่ได้ มันจะโทษลูกค้าก่อนเสมอ  รวมทั้งการกั๊กออฟชั่นรถทุกประเภทอย่างน่าเกลียด

และการทำรถออกมากว้างๆเอาใจคนทั่วโลก มันก็กลายเป็นช่องว่างให้คู่แข่งหาตลาดที่ยังว่างอยู่ได้เสมอ

แต่ปัญหาคือจุดอ่อนทั้งหมดที่โตโยต้ามี คู่แข่งไม่สามารถตีให้ตายได้ เพราะแต่ละค่ายก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่ากันเท่าไหร่ 
ยกตัวอย่าง ฮอนด้า มีศูนย์บริการที่เรียกว่าพอจะเทียบชั้นกับโตโยต้าได้ แต่ดันมีคุณภาพรถที่ค่อนข้างบัดซบในความคิดของผม แม้ฮอนด้าจะใส่ออฟชั่นมาให้ตาย แต่คุณภาพรถแบบนี้ ผมก็ซื้อไม่ลง บอกตรงๆ
ในขณะที่นิสสัน มีคุณภาพรถที่ไม่แพ้โตโยต้าเลย และฟิลลิ่งการขับขี่ในแต่ละเซ็กเม้นต์ผมกลับมองว่าเหนือกว่าโตโยต้าด้วยซ้ำ แต่กลับมีศูนย์บริการที่ล้าหลังกว่าโตโยต้าอยู่หลายช่วงตัว  ผมจะไม่ซื้อนิสสันคันต่อไปเพราะศูนย์นี่แหละ

ในขณะที่ฟอร์ด ทำรถที่เหนือกว่าเจ้าตลาดไปหลายก้าวแล้ว และเป็นการเหนือกว่าแบบที่ผมรู้สึกว่ามันต้องเรียกว่าคนละชั้นแล้ว แต่กลับมีศูนย์บริการบัดซบ แถมการทำงานของฝ่าย QCก็บัดซบยิ่งกว่า รวมทั้งความชำนาญในการแก้ปัญหาของช่างและวิศวกรฟอร์ดไทยแลนด์ก็ยิ่งบัดซบไม่แพ้กัน  กลายเป็นว่าลูกค้าที่จะใช้ฟอร์ดต้องเข้าใจรถฟอร์ดก่อนถึงจะใช้ได้ ซึ่งมันบ้ามาก ที่ผมต้องไปนั่งหาข้อมูลศึกษาปัญหาทำความเข้าใจเกียร์ก่อนซื้อรถ ซึ่งมันจะไม่เกิดขึ้นถ้าผมซื้อยี่ห้ออื่น

อีกค่ายที่มีความเป็นยูนิคสูง คือ มาสด้า ทำรถแบบมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน แต่มันไม่มากพอที่จะขึ้นมาเป็นเบอร์2แทนฮอนด้าได้ แม้คุณภาพรถของมาสด้าผมคิดว่าน่าจะเป็นรถญี่ปุ่นที่มีคุณภาพดีที่สุดแล้ว แต่ศูนย์บริการกลับอยู่อันดับท้ายๆ 

สิ่งที่ผมพูดมามันคือเนื้อแท้ของรถสักคันหนึ่ง ไอ้พวกออฟชั่นอะไรต่างๆมันก็แค่เปลือก มันจะหลอกคนที่เพิ่งซื้อรถคันแรกได้ หลอกคนที่ไม่มีประสบการณ์ซื้อรถได้ แต่สำหรับคนที่คร่ำหวอดจริงๆ ผ่านร้อนผ่านหนาว ประมาณว่าเจ็บมาเยอะจริงๆ จะรู้เลยว่าออฟชั่นพวกนี้มันคือน้ำจิ้ม  ไม่ใช่ประเด็นหลักในการซื้อรถเลย

เจ้าตลาดจะร่วงได้ มีทางเดียวคือ ฮอนด้าปรับปรุงคุณภาพรถให้เทียบเท่าโตโยต้า ส่วนงานออกแบบผมคิดว่าฮอนด้าแซงไปแล้ว 
และนิสสันปรับปรุงงานออกแบบให้โดนใจคนส่วนมาก และทำศูนย์บริการให้เทียบเท่าโตโยต้า ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะเกิดใน10ปีนี้

แต่ที่ผมบอกว่าวงการรถยนต์บ้านเรามันเปลี่ยนไปจากหลังตีนเป็นหน้ามือก็คือ ทุกวันนี้ลูกค้าเปิดกว้างมากขึ้น มีความเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น โตโยต้าไม่สามารถทำรถแบบเดิมแล้วขายคนแทบทั้งโลกเหมือนเดิมได้อีก มันเป็นพลวัตการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

และสิ่งที่หลายคนลืมไปอย่างนึงก็คือ ค่ายรถที่จะเป็นแชมป์ ไม่ใช่ค่ายรถที่ทำรถให้คนซื้อแค่ครั้งเดียว แต่คือค่ายรถที่ทำรถให้ลูกค้ากลับมาซื้อคันที่2อีก

แล้วถ้าคุณใช้รถมาหลายๆยี่ห้อจริงๆ คุณจะตอบได้เองเลยว่ายี่ห้อไหนที่คุณไม่คิดจะซื้อมันอีกในคันต่อไป และยี่ห้อไหนที่คุณประทับใจอยากจะซื้อมันอีก

ออฟชั่นมันทำให้คุณตัดสินใจซื้อคันแรก แต่คุณภาพรถมันจะบอกว่าคุณควรจะซื้อคันที่2อีกรึไม่

จุดนี้ผมถึงมองว่า ตำแหน่งเบอร์2ของฮอนด้าวันนี้ที่ดูเหมือนมั่นคง และหลายคนลุ้นว่าสามารถขึ้นที่1ในระยะยาวได้ แต่ผมฟันธงเลยว่าไม่มีทาง ไม่ใช่แค่ไม่มีทางขึ้นที่1 (สำหรับผมตำแหน่งต้องนิ่งอย่างน้อย3-4ปี ถ้าขายชนะปีสองปี ผมยังไม่จัดว่าขึ้นที่1ได้) แต่มีสิทธิ์ร่วงจากอันดับ2ได้ตลอด  และคนที่มีศักยภาพในระยะยาวที่สามารถสอดแทรกขึ้นมาได้คือมาสด้า  ขอแค่วันนี้มาสด้าไทยแลนด์ไม่ใช่มัวแต่จะขายรถ(เพราะรถดีอยู่แล้ว) แต่ให้สนใจที่จะพัฒนาศูนย์บริการให้เทียบชั้นโตโยต้า ในอนาคตครอบครัวจะเล็กลงเรื่อยๆ คนแต่งงานช้าลง ครอบครัวใหญ่แบบอยู่กับพ่อแม่ปู่ย่าตายายจะหมดไป คนในอนาคตจะไม่ได้ต้องการ C-segment หรือ D-segment ที่กว้างที่สุด มีleg roomมากที่สุดแบบปัจจุบัน (ที่ครอบครัวใหญ่เลือกอัลติสมากกว่ามาสด้า3) ดังนั้นมันคือโอกาสของมาสด้า รถที่ถูกสร้างเพื่อคนขับ ไม่ใช่คนนั่ง และคุณภาพตัวรถและการขับขี่เหนือกว่าโตโยต้า ออฟชั่นก็เหนือกว่า และถ้าศูนย์บริการของมาสด้าไม่แพ้โตโยต้า ผมยังไม่เห็นเหตุผลอะไรที่ผมต้องซื้อรถโตโยต้าอีกเลย 






ออฟไลน์ boykung

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,174
  • ตอนเด็กๆ โคตรอยากเป็นจีบันเลย
ผมว่าสมัยนี้คนมองข้ามเจ้าตลาดไปเยอะนะครับ

อย่างน้อยผมและกลุ่มเพื่อนผมไม่มีรถเจ้าตลาดอย่าง T H เลย

ผมยังมีเหลืออยู่คันเดียวคือ Camry ACV40 ซึ่งต้องบอกว่าเข็ดกับคุณภาพวัสดุที่มันละลายเยิ้มเหนียมได้รวดเร็วขนาดนี้ โชคดีที่ยังไม่มีกลิ่นออกมา
Hyundai Grand Starex 2012
Kia Rio 2013
Volvo XC60 D4 Hybrid with Engine Oil 2013
Mercedes Benz S300Hybrid AMG 2014
BMW 420D Coupe M Sport 2016

ออฟไลน์ sakano

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 357
มุมมองของผม จากคนที่ใช้รถเก๋งญี่ปุ่นมา3ค่าย โตโยต้า นิสสัน ฮอนด้า
และผมติดตามข่าวสารวงการรถยนต์มาร่วมๆสิบกว่าปี

ณ วันนี้ ผมบอกได้เลยว่าตลาดรถยนต์บ้านเราเปลี่ยนแปลงไปแบบพลิกฟ้าคว่ำดิน  ใครว่าไม่เปลี่ยนแปลงในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมเถียงขาดใจ
มันเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบไม่มีวันหวนกลับไปแบบเดิมได้อีกแล้ว

แต่ตำแหน่งเจ้าตลาดจะไม่มีทางเปลี่ยนมือในช่วง10ปีนับจากนี้ แต่เค้กจะถูกมวยรองแบ่งไปกินมากขึ้นเรื่อยๆ

โตโยต้า มี4จุดแข็งที่ไม่มีค่ายไหนเทียบได้ก็คือ
1.ศูนย์บริการ  ใครบอกข้อนี้ไม่สำคัญแปลว่าคุณเพิ่งมีรถมาแค่คันเดียว
2.งานวิจัย  โตโยต้ากุมผลวิจัยที่แม่นยำที่สุด โตโยต้าสามารถสร้างรถได้สอดคล้องกับคนทั้งโลกมากที่สุด
3.คุณภาพโดยรวมของรถ  ถ้าไม่นับไฮบริดในเมืองไทยที่ช่างไม่มีความรู้ ก็ถือว่าคุณภาพโดยรวมของโตโยต้าดีกว่ายี่ห้ออื่นจริงๆ ผมไม่คิดว่าคุณภาพรถของฮอนด้าสามารถเป็นคู่แข่งโตโยต้าได้เลย  รถที่ผ่านมือผมมาในรอบ1ปีที่ผ่านมาคือ แคมรี่ไฮบริด แอคคอร์ดG9 และเทียน่าL33
4.เครื่องยนต์ วิศวกรที่ทำเครื่องยนต์ของโตโยต้ายังคงเก่งที่สุด สมรรถนะเครื่องยนต์มันวัดกันเป็นตัวเลข และความทนทานที่คนทั่วไปไว้ใจ

แต่โตโยต้ามีจุดอ่อนอย่างมากคือ เมื่อเวลารถมีปัญหาและแก้ไขไม่ได้ มันจะโทษลูกค้าก่อนเสมอ  รวมทั้งการกั๊กออฟชั่นรถทุกประเภทอย่างน่าเกลียด

และการทำรถออกมากว้างๆเอาใจคนทั่วโลก มันก็กลายเป็นช่องว่างให้คู่แข่งหาตลาดที่ยังว่างอยู่ได้เสมอ

แต่ปัญหาคือจุดอ่อนทั้งหมดที่โตโยต้ามี คู่แข่งไม่สามารถตีให้ตายได้ เพราะแต่ละค่ายก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่ากันเท่าไหร่ 
ยกตัวอย่าง ฮอนด้า มีศูนย์บริการที่เรียกว่าพอจะเทียบชั้นกับโตโยต้าได้ แต่ดันมีคุณภาพรถที่ค่อนข้างบัดซบในความคิดของผม แม้ฮอนด้าจะใส่ออฟชั่นมาให้ตาย แต่คุณภาพรถแบบนี้ ผมก็ซื้อไม่ลง บอกตรงๆ
ในขณะที่นิสสัน มีคุณภาพรถที่ไม่แพ้โตโยต้าเลย และฟิลลิ่งการขับขี่ในแต่ละเซ็กเม้นต์ผมกลับมองว่าเหนือกว่าโตโยต้าด้วยซ้ำ แต่กลับมีศูนย์บริการที่ล้าหลังกว่าโตโยต้าอยู่หลายช่วงตัว  ผมจะไม่ซื้อนิสสันคันต่อไปเพราะศูนย์นี่แหละ

ในขณะที่ฟอร์ด ทำรถที่เหนือกว่าเจ้าตลาดไปหลายก้าวแล้ว และเป็นการเหนือกว่าแบบที่ผมรู้สึกว่ามันต้องเรียกว่าคนละชั้นแล้ว แต่กลับมีศูนย์บริการบัดซบ แถมการทำงานของฝ่าย QCก็บัดซบยิ่งกว่า รวมทั้งความชำนาญในการแก้ปัญหาของช่างและวิศวกรฟอร์ดไทยแลนด์ก็ยิ่งบัดซบไม่แพ้กัน  กลายเป็นว่าลูกค้าที่จะใช้ฟอร์ดต้องเข้าใจรถฟอร์ดก่อนถึงจะใช้ได้ ซึ่งมันบ้ามาก ที่ผมต้องไปนั่งหาข้อมูลศึกษาปัญหาทำความเข้าใจเกียร์ก่อนซื้อรถ ซึ่งมันจะไม่เกิดขึ้นถ้าผมซื้อยี่ห้ออื่น

อีกค่ายที่มีความเป็นยูนิคสูง คือ มาสด้า ทำรถแบบมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน แต่มันไม่มากพอที่จะขึ้นมาเป็นเบอร์2แทนฮอนด้าได้ แม้คุณภาพรถของมาสด้าผมคิดว่าน่าจะเป็นรถญี่ปุ่นที่มีคุณภาพดีที่สุดแล้ว แต่ศูนย์บริการกลับอยู่อันดับท้ายๆ 

สิ่งที่ผมพูดมามันคือเนื้อแท้ของรถสักคันหนึ่ง ไอ้พวกออฟชั่นอะไรต่างๆมันก็แค่เปลือก มันจะหลอกคนที่เพิ่งซื้อรถคันแรกได้ หลอกคนที่ไม่มีประสบการณ์ซื้อรถได้ แต่สำหรับคนที่คร่ำหวอดจริงๆ ผ่านร้อนผ่านหนาว ประมาณว่าเจ็บมาเยอะจริงๆ จะรู้เลยว่าออฟชั่นพวกนี้มันคือน้ำจิ้ม  ไม่ใช่ประเด็นหลักในการซื้อรถเลย

เจ้าตลาดจะร่วงได้ มีทางเดียวคือ ฮอนด้าปรับปรุงคุณภาพรถให้เทียบเท่าโตโยต้า ส่วนงานออกแบบผมคิดว่าฮอนด้าแซงไปแล้ว 
และนิสสันปรับปรุงงานออกแบบให้โดนใจคนส่วนมาก และทำศูนย์บริการให้เทียบเท่าโตโยต้า ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะเกิดใน10ปีนี้

แต่ที่ผมบอกว่าวงการรถยนต์บ้านเรามันเปลี่ยนไปจากหลังตีนเป็นหน้ามือก็คือ ทุกวันนี้ลูกค้าเปิดกว้างมากขึ้น มีความเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น โตโยต้าไม่สามารถทำรถแบบเดิมแล้วขายคนแทบทั้งโลกเหมือนเดิมได้อีก มันเป็นพลวัตการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

และสิ่งที่หลายคนลืมไปอย่างนึงก็คือ ค่ายรถที่จะเป็นแชมป์ ไม่ใช่ค่ายรถที่ทำรถให้คนซื้อแค่ครั้งเดียว แต่คือค่ายรถที่ทำรถให้ลูกค้ากลับมาซื้อคันที่2อีก

แล้วถ้าคุณใช้รถมาหลายๆยี่ห้อจริงๆ คุณจะตอบได้เองเลยว่ายี่ห้อไหนที่คุณไม่คิดจะซื้อมันอีกในคันต่อไป และยี่ห้อไหนที่คุณประทับใจอยากจะซื้อมันอีก

ออฟชั่นมันทำให้คุณตัดสินใจซื้อคันแรก แต่คุณภาพรถมันจะบอกว่าคุณควรจะซื้อคันที่2อีกรึไม่

จุดนี้ผมถึงมองว่า ตำแหน่งเบอร์2ของฮอนด้าวันนี้ที่ดูเหมือนมั่นคง และหลายคนลุ้นว่าสามารถขึ้นที่1ในระยะยาวได้ แต่ผมฟันธงเลยว่าไม่มีทาง ไม่ใช่แค่ไม่มีทางขึ้นที่1 (สำหรับผมตำแหน่งต้องนิ่งอย่างน้อย3-4ปี ถ้าขายชนะปีสองปี ผมยังไม่จัดว่าขึ้นที่1ได้) แต่มีสิทธิ์ร่วงจากอันดับ2ได้ตลอด  และคนที่มีศักยภาพในระยะยาวที่สามารถสอดแทรกขึ้นมาได้คือมาสด้า  ขอแค่วันนี้มาสด้าไทยแลนด์ไม่ใช่มัวแต่จะขายรถ(เพราะรถดีอยู่แล้ว) แต่ให้สนใจที่จะพัฒนาศูนย์บริการให้เทียบชั้นโตโยต้า ในอนาคตครอบครัวจะเล็กลงเรื่อยๆ คนแต่งงานช้าลง ครอบครัวใหญ่แบบอยู่กับพ่อแม่ปู่ย่าตายายจะหมดไป คนในอนาคตจะไม่ได้ต้องการ C-segment หรือ D-segment ที่กว้างที่สุด มีleg roomมากที่สุดแบบปัจจุบัน (ที่ครอบครัวใหญ่เลือกอัลติสมากกว่ามาสด้า3) ดังนั้นมันคือโอกาสของมาสด้า รถที่ถูกสร้างเพื่อคนขับ ไม่ใช่คนนั่ง และคุณภาพตัวรถและการขับขี่เหนือกว่าโตโยต้า ออฟชั่นก็เหนือกว่า และถ้าศูนย์บริการของมาสด้าไม่แพ้โตโยต้า ผมยังไม่เห็นเหตุผลอะไรที่ผมต้องซื้อรถโตโยต้าอีกเลย 







สุดยอดครั
มองขาดมากๆ :)

ออฟไลน์ Activehybrid

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,531
Re: ##คือน้ำหวานจะบอกว่า....วงการรถบ้านเราไม่
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 10:39:39 »
มาสด้าไม่มีทางแซงฮอนด้าได้รอกครับ ฮอนด้าก็ไม่มีวันขึ้นแทนโตโยต้าได้ อดีตที่ผ่านมาจนปัจจุบันสามารถใช้คาดเดาอนาคตได้

ประเทศไทยมีแค่ 3ค่ายเท่านั้น

1.โตโยต้า
2.อีซูซุ
3.ฮอนด้า(กลุ่มลูกค้าหลักที่ไม่ใช่ผู้ชายซะเป็นส่วนใหญ่)

ค่ายอื่นอาจจะดีขึ้น แต่ให้ล้ม3ค่ายนี้ได้ ชั่วอายุผมหรือคุณๆ อาจจะไม่ได้เห็น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 01, 2014, 12:29:21 โดย Activehybrid »

ออฟไลน์ Larry

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 562
ไม่สะเทือนได้ไงครับ
ค่ายเจ้าตลาด เล่นออพชั่นอย่างนี้ ค่ายเล็ก จะอยู่ได้ไงครับ
อย่าง มาสด้า 2 อย่างนี้ จะเอาอะไรมาเป็นจุดขายล่ะ
แล้วที่โนเต็มๆคือเฟียสต้า ที่เมื่อก่อนยังพอจะโม้ได้ว่า ยังมีดีอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้ ฮอนด้า จัดให้ ถามกันเลยว่า ให้เลือกระหว่าง ซิตี้ กับ เฟียสต้า มีใครจะเลือกเฟียสต้าบ้าง
ส่วนพี่โต ก็คงจะเพลี่ยงพล้ำอยู่บ้าง แต่คงไม่แคร์ บ.ใหญ่ ยอดขายมากอยู่แล้ว อาจจะยอดตกไปบ้าง แต่อัดโปรเพิ่ม ก็น่าจะกลับมาได้ หรือทรงตัว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้า ซิตี้ มีแบ็คออเดอร์ ที่นานมาก เริ่มจะเล่นตัว ดอกเริ่มแพง
ผู้ซื้อก็คงจะมีเปลี่ยนใจไปค่ายอื่นบ้างเพราะรอนานไม่ไหว รับไม่ได้กับดอกเบี้ย
แต่ฮอนด้าก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ไม่ได้ ก็น่าจะรู้ตัวและรีบๆจัดการปัญหาเพื่อกันคนจองไหลออก
ตัวผมคนหนึ่งที่เลือกเฟียสต้าโดยไม่สนใจออฟชั่้นของฮอนด้า ณ เวลานี้ เพียงเพราะรูปลักษณ์ของเฟียสต้าโดนใจผมมากกว่า อย่าพึ่งตัดสินคนทั้งหมดหรือคนทั่วไปจากออฟชั่นของรถเพียงอย่างเดียว คนหนึ่งคนสามารถหาเหตุผลให้ตัวเองซื้อรถคันนั้นๆ ได้ร้อยแปดพันประการ ต้องยอมรับว่าศูนย์บริการฟอร์ดห่วยแตกกว่าฮอนด้า เพราะครอบครัวผมเองมีแอคคอร์ด G7 อยู่คันหนึ่ง การบริการของฮอนด้าทำเอาผมประทับใจ อาจมีงี่เง่าบ้างแต่ก็พอรับได้ ต่างจากเีฟียสต้าที่ผมเข้าไปใช้บริการ นานกว่าจะเข้ามารับรถ คุยไม่ค่อยรู้เรื่อง มารยาทเสียโดยการกวักมือเรียกลูกค้าให้เดินไปหา แต่สิ่งที่ประทับใจในการแก้ปัญหาของศูนย์ฟอร์ดในช่วงที่เกียร์เทพเจ้ามีปัญหาคือผมได้รับการเคลมและเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ภายในเวลาไม่กี่วัน นัดวันเวลา เอารถเข้าจอด เสร็จแ้ล้วโทรตาม ไม่เกินเวลานัด จนถึงตอนนี้เกียร์ที่เคลมมาก็ยังใช้งานได้ปกติดี คงจะเป็นโชคดีของผมที่เจอศูนย์ฟอร์ดพอพึ่งพาอาศัยได้

มองในระยะไกลผมมองเช่นเดียวกับคุณอุบลวรรณ ในเรื่องเกี่ยวกับศูนย์บริการ หากคุณใช้รถมาไม่ต่ำกว่า 1-2 คัน คุณจะมองที่ศูนย์บริการมากกว่าออฟชั่นที่ติดมากับตัวรถ ตัวผมเองก็แอบหวังลึกๆ ในใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการรถยนต์เกิดขึ้น อยากให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดจากค่ายรถต่างๆ ที่พยายามแข่งกันทำตลาด อยากเห็นออฟชั่นเยอะจนล้นควบคู่กับศูนย์บริการที่ดี

ตอนนี้หากจะให้ผมเลือกซื้อรถยนต์ใหม่ซัก 1 คัน ตัวผมเองก็ไม่ได้มองไปที่ฮอนด้า หรือโตโยต้าเลย เหตุผลก็ตามข้างต้น ดีไซด์ไม่โดนใจ ที่สำคัญผมเป็นพวกบ้าเทคโนโลยี (วินโดว์ใหม่มาทีไร ต้องลองลงในเครื่องตัวเองก่อนเสมอ ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่เสถียร แต่มันก็เป็นความสุขของผม) ผมเลยมองไปที่ Fiesta Ecoboost ซึ่งโดยรวมก็เดิมๆ นั้นแหละครับ เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนหน้าตา แต่ศูนย์บริการคงเดิม แต่ผมขับเฟียสต้า เทียบกับซิตี้และวีออสแล้ว ผมสนุกกับเฟียสต้ามากกว่า บางทีอาจจะเป็นเพราะผมชอบมัสแตงก็ได้ มันเลยทำให้ผมฝังใจรักฟอร์ดเข้าเต็มเปา ^^