ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200

zuntos

ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 22:19:39 »
คิดว่ารถราคาขนาดนี้ผมคงไม่ได้มีโอกาสเปลี่ยนรถบ่อยแน่ๆครับ ใช้ยาว 7-8 ปีเลยครับ

1.520d -  ชอบความประหยัด จะหนึบไปไหน แอบกระด้างนิดๆ แต่รับได้ แต่ไม่ค่อยชอบรูปทรง
2.E200 - ชอบรูปทรง นั่งขับผ่อนคลาย แต่ไม่ชอบภายใน แอบไปดูเกรย์มาออฟเขาจัดเต็มดีแท้

หลังจากที่ไปลองมาแล้วถามแฟน แฟนชอบ 520d ครับ (ได้ส่วนลด+ประหยัด) แต่ผมชอบทั้งคู่เลย เลือกไม่ถูกจริงๆครับ ทำยังไงดีครับ โยนหัวก้อย ?
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


*** ตัดสินใจได้แล้วครับ ผมไป E200 AVG รถศูนย์ MBTH ครับผม ขอบคุณมากๆครับ ***
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2014, 19:24:45 โดย zuntos »



jojow

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 22:29:23 »
ง่ายๆๆเลยคับ

เลือกที่แฟนชอบคับ^^

(ระยะยาว เครื่องดีเซล มันทนทานนะคับ ค่าบำรุงรักษาต่ำด้วยคับ)
https://SecreLocal.com - Live Chat Online - No Verify - Anonymous Adult Dating -   Chat Local Area



yod artstu

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 22:45:16 »
7-8 ปีคงยังไม่เสียอะไรมาก ถ้ารุ่นนั้นๆไม่มี Defect
อู่ประจำผมรับแต่ BM เห็น E60 และ Z4 ตัวเก่า
ไปเปลี่ยนเกียร์ ราคายังแรงพอสมควรครับ

รถถ้ายิ่งมีระบบไฟฟ้ามาก มีเซนเซอร์มาก มีชิ้นส่วนมาก
ก็จะมีสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังตามจำนวนชิ้นส่วนที่มากเป็นเงาตามตัว

เจ้าแก่ผมบูรณะทั้งคัน ลงเครื่อง M50 2500 เป็นเครื่องเก่าญี่ปุ่น วางสายใหม่ สภาพภายนอกรวมๆดี

เซนเซอร์ จับเปลี่ยนเกือบทั้งหมด ยกรางหัวฉีดใหม่ คอยล์จุดระเบิดใหม่ หัวเทียนใหม่
 ดันมองข้ามท่อน้ำเข้าเครื่องไป 1 รายการ
แจ็คพอตแตกเลยครับ เครื่องฮีท ยังดีจอดทัน
กำลังซ่อมอยู่ และจับเปลี่ยนอะไหล่อยู่

หมดไปเยอะมากๆครับคันนี้ 555

เทียบกับรถญี่ปุ่นที่เก่ากว่า ที่มันมีชิ้นส่วนน้อยๆ แบบ KE70 ที่บ้าน นี่ไม่ค่อยมีอะไรจะเสียเลย
ส่วนคันอื่นๆที่เก่าอย่าง nissan primera ที่บ้านก็ยังไม่มีอาการอะไร รวมถึง vios 2003 ด้วย


ส่วนตัวไม่รู้ว่ารถ bmw หรือ merc อะไรจะจุกจิกน้อยกว่า
แต่ผมมองๆไปทาง merc นะครับ เพราะชอบ

รวมๆผมว่า สองยี่ห้อนี้ถ้ามันจะจุกจิกนี่พอๆกัน
งานนี้ ยกให้ passionล้วนๆครับ ชอบคันไหนจิ้มคันนั้น ไม่ต้องมีเหตุผลเลยครับ
: )



CJ.

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 22:49:14 »
ถ้าชอบก็ 520d ครับ

ปล.ถ้าสุดท้ายจะเอา E แล้วใช้ยาว แนะนำให้ออกกับ MBTH นะครับ
2005 Jaguar XJ Super V8
2011 Aston Martin DBS
2013 Jaguar XJL 5.0 V8 Portfolio
2017 Lexus RX200t Premium
2019 Bentley Continental GT W12
2021 Porsche 911 Carrera S
2024 Honda CR-V e:HEV RS
2025 Honda HR-V e:HEV RS
2025 Toyota Camry 2.5 HEV Premium Luxury



Alcatraz

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 23:06:50 »
ส่วนใหญ่ใช้ในเมืองรถติด เลือก E Class

วิ่งชานเมือง ต่างจังหวัด รถไม่ติด เลือก Series-5



MEK:PS

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 23:15:23 »
เป็นผมเลือกที่ รูปทรงตามที่ตัวเองชอบ ตามมาตัวการขับขี่
หรือเอาที่เเฟนชอบก็ได้ครับ



Number 7

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 23:18:21 »
ผมลือก 520d



S6

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 23:32:38 »
จะอยู่กันยาวๆ ก็ต้องรักกันจริงก่อน



Pat.Lee

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 05, 2014, 23:44:44 »
แฟนชอบ 520d อย่างงี้คงมีคำตอบแล้วหละครับเพราะคุณไม่ได้ไม่ชอบ 520d ดังนั้นผมขอเสนอเหตุผลสนับสนุนให้คุณรู้สึกว่าเลือกถูกต้องนะครับ
1. ใช้ยาว 7-8 ปีน่าจะวิ่งเกิน 1 แสนกิโลเมตร 520d จะช่วยคุณเซฟค่าน้ำมันเป็นเงินหลักแสนครับ ทั้งอัตราบริโภคที่ต่ำกว่าและราคาน้ำมันที่ต่ำกว่าด้วย
2. BMW มี BSI ให้ 5 ปีซึ่งเท่ากับประหยัดเงินไปอีกราวๆ 1 แสนบาทนะครับ
3. ราคาค่าตัวหลังหักส่วนลดแล้ว 520d ราคาก็พอๆ กับ E200 ถือว่าเท่ากัน
4. อัตราเร่ง BMW ให้คุณได้ดีกว่าครับ
5. ใช้ยาว Benz ต้องออกกับ MBTH จะดีกว่าครับเดี๋ยวนี้มีซอฟแวร์เยอะเกรย์อาจจะดูแลให้ไม่ได้ตลอดอายุการใช้งาน หากซื้อเกรย์ไปเข้าศูนย์ถ้าเค้ารับซ่อมก็จัดหนักครับ ดังนั้นหากซื้อ Benz คงไม่ได้ Option จัดเต็มครับ



Nikle_pk

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 00:25:26 »
ใช้ยาวนี่กี่ปีครับ
ถ้าจะใช้สัก 10 ปี อย่าเพิ่งมองว่ารถคันที่จะซื้ออีก 10 ปีจะเป็นยังไงนะครับ
ให้มองตัวเองก่อนครับ ว่าอีก 10 ปี จะเป็นยังไงมากกว่าครับ อีก 10 ปีหลังจากนี้
จะเปลี่ยนบุคคลิกการขับขี่หรือไม่ ครอบครัวต้องการรถประเภทไหนในอีก 10 ปีข้างหน้า
น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นครับ เพราะบุคคลิกรถ 2 คันนี้มันชัดอยู่แล้วครับระหว่าง
ขับสนุก กับ นั่งสบาย

ขอให้ได้รถที่ถูกใจครับ
My Review !!! New Vellfire 2.5ZG Edition !!!
http://community.headlightmag.com/index.php?topic=44242.0



Slipknot`

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 01:30:37 »
ถ้าคุณชอบทั้งคู่ ก็เลือก BMW ครับ

เพราะ ผบ.ก็ชอบ จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง



tongteeratas

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 02:44:28 »
เป็นผม ผมเลือก e 200ครับ นั่งสบายกว่ากันเยอะ ช่วงล่างนิ่ม แล้วของ bm ก้รู้ราคากันอยู่ครับ ว่าซ่อมแพงกว่า mb ขนาดไหน
ส่วนเรื่องการซ่อมของ mb สมัยนี้อู่นอกราคาถูกกว่ากันเยอะเรยครับ แนะนำไปออกกับเกรย์เจ้าหนึ่งแถวๆ ถ.กาญจนาภิเษกครับ
ออพชั่นเยอะดี ราคาแรงไปนิด แต่ขอส่วนลด กับศูนย์บริการดูมาตรฐานดีนะครับ ถ้าซื้อกับเค้าพอหมดประกันแล้วเค้าบอกว่า ซ่อมลดราคา 40% ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ จากราคา mbth เรยนะครับ ปล.ผมรักmbครับ 55555(ถ้าเพิ่มงบได้ไป e300 เรยครับ)



zuntos

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 07:07:43 »
ง่ายๆๆเลยคับ

เลือกที่แฟนชอบคับ^^

(ระยะยาว เครื่องดีเซล มันทนทานนะคับ ค่าบำรุงรักษาต่ำด้วยคับ)

ขอบคุณครับ  ;D

7-8 ปีคงยังไม่เสียอะไรมาก ถ้ารุ่นนั้นๆไม่มี Defect
อู่ประจำผมรับแต่ BM เห็น E60 และ Z4 ตัวเก่า
ไปเปลี่ยนเกียร์ ราคายังแรงพอสมควรครับ

รถถ้ายิ่งมีระบบไฟฟ้ามาก มีเซนเซอร์มาก มีชิ้นส่วนมาก
ก็จะมีสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังตามจำนวนชิ้นส่วนที่มากเป็นเงาตามตัว

เจ้าแก่ผมบูรณะทั้งคัน ลงเครื่อง M50 2500 เป็นเครื่องเก่าญี่ปุ่น วางสายใหม่ สภาพภายนอกรวมๆดี

เซนเซอร์ จับเปลี่ยนเกือบทั้งหมด ยกรางหัวฉีดใหม่ คอยล์จุดระเบิดใหม่ หัวเทียนใหม่
 ดันมองข้ามท่อน้ำเข้าเครื่องไป 1 รายการ
แจ็คพอตแตกเลยครับ เครื่องฮีท ยังดีจอดทัน
กำลังซ่อมอยู่ และจับเปลี่ยนอะไหล่อยู่

หมดไปเยอะมากๆครับคันนี้ 555

เทียบกับรถญี่ปุ่นที่เก่ากว่า ที่มันมีชิ้นส่วนน้อยๆ แบบ KE70 ที่บ้าน นี่ไม่ค่อยมีอะไรจะเสียเลย
ส่วนคันอื่นๆที่เก่าอย่าง nissan primera ที่บ้านก็ยังไม่มีอาการอะไร รวมถึง vios 2003 ด้วย


ส่วนตัวไม่รู้ว่ารถ bmw หรือ merc อะไรจะจุกจิกน้อยกว่า
แต่ผมมองๆไปทาง merc นะครับ เพราะชอบ

รวมๆผมว่า สองยี่ห้อนี้ถ้ามันจะจุกจิกนี่พอๆกัน
งานนี้ ยกให้ passionล้วนๆครับ ชอบคันไหนจิ้มคันนั้น ไม่ต้องมีเหตุผลเลยครับ

รักพี่เสียดายน้อง ประมาณนั้นเลยครับ ^^

ถ้าชอบก็ 520d ครับ

ปล.ถ้าสุดท้ายจะเอา E แล้วใช้ยาว แนะนำให้ออกกับ MBTH นะครับ

ถ้าถามตัวผมเอง ผมชอบ e200 ครับ แต่ถ้าเกิดเอามาเทียบเรื่องของความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปผมกลับชอบ 520d เอ๊ะยังๆไง....

ส่วนใหญ่ใช้ในเมืองรถติด เลือก E Class

วิ่งชานเมือง ต่างจังหวัด รถไม่ติด เลือก Series-5

ปกติใช้รถย่านชานเมือง มีดูงานอยุธยา สระบุรี อาทิตย์ละ 2 ครั้ง กรุงเทพเข้าอาทิตย์ละ 1 ครั้งครับ

เป็นผมเลือกที่ รูปทรงตามที่ตัวเองชอบ ตามมาตัวการขับขี่
หรือเอาที่เเฟนชอบก็ได้ครับ

แอบอิจฉาแฟนนิดๆ ทีหล่อนยังได้มินิเลย เอาตัวเลือกอื่นมาให้ก็ไม่เอา ต้องมินิเท่านั้น

ผมลือก 520d

ขอบคุณครับ

จะอยู่กันยาวๆ ก็ต้องรักกันจริงก่อน

ผมคงต้องให้เห็นรักแท้ก่อนสินะครับ

แฟนชอบ 520d อย่างงี้คงมีคำตอบแล้วหละครับเพราะคุณไม่ได้ไม่ชอบ 520d ดังนั้นผมขอเสนอเหตุผลสนับสนุนให้คุณรู้สึกว่าเลือกถูกต้องนะครับ
1. ใช้ยาว 7-8 ปีน่าจะวิ่งเกิน 1 แสนกิโลเมตร 520d จะช่วยคุณเซฟค่าน้ำมันเป็นเงินหลักแสนครับ ทั้งอัตราบริโภคที่ต่ำกว่าและราคาน้ำมันที่ต่ำกว่าด้วย
2. BMW มี BSI ให้ 5 ปีซึ่งเท่ากับประหยัดเงินไปอีกราวๆ 1 แสนบาทนะครับ
3. ราคาค่าตัวหลังหักส่วนลดแล้ว 520d ราคาก็พอๆ กับ E200 ถือว่าเท่ากัน
4. อัตราเร่ง BMW ให้คุณได้ดีกว่าครับ
5. ใช้ยาว Benz ต้องออกกับ MBTH จะดีกว่าครับเดี๋ยวนี้มีซอฟแวร์เยอะเกรย์อาจจะดูแลให้ไม่ได้ตลอดอายุการใช้งาน หากซื้อเกรย์ไปเข้าศูนย์ถ้าเค้ารับซ่อมก็จัดหนักครับ ดังนั้นหากซื้อ Benz คงไม่ได้ Option จัดเต็มครับ

คำแนะนำลึกซึ้งมากครับ ขอบคุณครับ

ใช้ยาวนี่กี่ปีครับ
ถ้าจะใช้สัก 10 ปี อย่าเพิ่งมองว่ารถคันที่จะซื้ออีก 10 ปีจะเป็นยังไงนะครับ
ให้มองตัวเองก่อนครับ ว่าอีก 10 ปี จะเป็นยังไงมากกว่าครับ อีก 10 ปีหลังจากนี้
จะเปลี่ยนบุคคลิกการขับขี่หรือไม่ ครอบครัวต้องการรถประเภทไหนในอีก 10 ปีข้างหน้า
น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นครับ เพราะบุคคลิกรถ 2 คันนี้มันชัดอยู่แล้วครับระหว่าง
ขับสนุก กับ นั่งสบาย

ขอให้ได้รถที่ถูกใจครับ

คิดว่าไม่น่าใช้ถึง 10 ปีครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

ถ้าคุณชอบทั้งคู่ ก็เลือก BMW ครับ

เพราะ ผบ.ก็ชอบ จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง

ชอบทั้งคู่ 50-50 ครับ  ;D

เป็นผม ผมเลือก e 200ครับ นั่งสบายกว่ากันเยอะ ช่วงล่างนิ่ม แล้วของ bm ก้รู้ราคากันอยู่ครับ ว่าซ่อมแพงกว่า mb ขนาดไหน
ส่วนเรื่องการซ่อมของ mb สมัยนี้อู่นอกราคาถูกกว่ากันเยอะเรยครับ แนะนำไปออกกับเกรย์เจ้าหนึ่งแถวๆ ถ.กาญจนาภิเษกครับ
ออพชั่นเยอะดี ราคาแรงไปนิด แต่ขอส่วนลด กับศูนย์บริการดูมาตรฐานดีนะครับ ถ้าซื้อกับเค้าพอหมดประกันแล้วเค้าบอกว่า ซ่อมลดราคา 40% ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ จากราคา mbth เรยนะครับ ปล.ผมรักmbครับ 55555(ถ้าเพิ่มงบได้ไป e300 เรยครับ)

เกรย์ชื่อคล้ายๆ สุกี้ชื่อดังหรือเปล่าครับ
e300 ผมยังไม่มั่นใจระบบไฮบริดของเขาน่ะครับ





AkE

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 08:29:03 »
520d คับใช้ยาวๆประหยัดและแรงพอได้คับ ช่วงนี้ส่วนลดเยอะด้วย



despinaauto lci

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 09:01:16 »
    8 ปี วิ่งซัก 160,000 กม.
         ค่าน้ำมัน 520d ประมาณ 320,000 บาท     E200 ประมาณ 550,000 บาท
        ราคาซื้อป้ายแดงรวมส่วนลด 520d =  E200
       BSI 5ปี ประหยัดซัก 100,000 บาท แต่หลังจากนั้นบีเอ็มจะแพงกว่า
       สรุป บีเอ็มประหยัดกว่า 300,000  แต่....

       เมื่อขายต่อราคาบีเอ็มร่วงกว่าเบนซ์ .......??? เท่าไร

    เวลาที่ใช้ จะคาบเกี่ยว Model change ทั้งคู่  ซึ่งผมมองว่า เบนซ์ตกรุ่น ดูดีกว่าบีเอ็มตกรุ่นครับ

   รวมหลายๆปัจจัย ผมเลือก E200 MBTH

      ทั้งนี้ปัจจัยทั้งหลายผมอาจไม่เหมือน จขกท. ลองปรึกษากับแฟนดูครับ
Last id: despinaauto
2003-ACCORD 3.0 gen 7(2008 sold)
2006-CIVIC FD 1.8(2012 sold)
2008-ACCORD 2.4 gen 8(2013 sold)
2012-E250 CGI
2013-520i F10
2013-E200 coupe sport facelift
2014-528i F10 lci M Sport
2014-320d F30 upgrade m performance power



prystal

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 09:06:06 »
โจทย์เดียวกับผมเลยครับ ใช้ยาวผมเลือกe200 นะครับ กะว่าจะรอไปจองตอนงานเดือนธันวา น่าจะได้ส่วนลดซักแสน ว่าจะเพิ่มตัว keyless go
ส่วนตัวเน้นนั่งสบาย  และ ภาพลักษณ์ ด้วยครับ ไม่เน้นออฟชั่น อิอิ



jaesz

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 09:06:36 »
ผมเลือก 520D นะ   เห็นบอกไปดู E200 อีกด้วย แหม ถ้าคิดจะเอารถเกรย์ ซื้อรถมือสองออกศูนย์ไทยยังดีกว่าเวลามีปัญหาพวกกล่องเครื่อง กล่องกุญแจ สารพัดกล่องนี่ คุณจะได้รู้จักว่า SCN Coding เป็นอย่างไรเบนซ์นะครับ ไม่ใช่โตโยต้า จะหาอู่นอกดูแลทีนึงก้ไม่ได้ว่าจะสบาย ๆ ทุกวันนี้อู่นอกยังทำ SCN Coding ไม่ได้เลยครับ ไอ้ที่ทำได้ก็เอาเซิร์ฟเวอร์จีนมา พอจะแก้อย่างอื่นก็ต้องไปอ้อนวอนให้มันทำให้อีก เบื่ออะครับ

software ของ BMW มันก็เหมือน Windows XP ที่มี Tools ให้คุณเลือกใช้ได้มากมาย ในแง่คนซ่อมมันสะดวกกว่าเยอะ
software ของ BENZ ก็คงเหมือน OS/2, ที่มันไม่open source เท่าไหร่ ต่อให้เข้า Developer Mode ใน Star ได้ก็ใช่ว่าจะซ่อมได้ทุกอย่าง

โดนแค่ครั้งเดียวก็เบื่อแล้วกับอาการหนัก  ๆของ เบนซ์อะครับ มีกุญแจในมือสี่ดอก สตาร์ทไม่ได้ซักดอก แบตก็ใหม่อะไรก็เปลี่ยนหมด มันยังไม่ขยับไปไหนเลยอะครับ

ไม่เจอกับตัวเองคงไม่รู้

ใช้เบนซ์รุ่นใหม่ ๆคันเดียว เสียวน๊านนนน นาน



miie9

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 09:35:15 »
ถ้าผมเป็น จขกท. ยิ่งอ่าน ยิ่งตัดสินใจยาก อิอิ มีดีคนละมุม  :P



templeboy

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 09:42:37 »
ถ้าชัวร์ว่าจะใช้ยาวจริง 8 ปีขึ้น...ตัดเรื่องราคาขายต่ออกไป เพราะสุดท้ายราคาลงมาไม่อะไรกันมากมาย

ใช้ยาวต้องดูเรื่องบำรุงรักษาเป็นหลัก เครื่องดีเซลยิ่งได้เปรียบ ยิ่ง BMW มี BSI ด้วยยิ่งช่วยได้เยอะ ถ้าเป็นได้ต่อรองเอา BSI ปีที่ 6 มาด้วย จะยิ่งทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

ที่เหลือเป็นเรื่องรูปร่างหน้าตาภายนอกภายใน ซึ่งแล้วแต่รสนิยมเลย แต่ที่แน่ๆ iDrive ของ BMW ใช้งานดีกว่าง่ายกว่า Command ของ MB เยอะ

.....ทั้งหมดนี้คุณต้องชัวร์นะครับว่าใช้ยาวจริงๆ
ถ้าทำอะไรดีๆ แล้วคนมองว่าสร้างภาพ...ก็ช่างเขา อย่างน้อยเราก็ยังได้ทำดี ไม่เหมือนเขา...ที่แค่ "คิดดี" ยังทำไม่ได้
ว.วชิรเมธี



H3T

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 09:54:25 »
 ถ้าเป็นช่วงก่อนหน้านี้ ผมเลือก 520d ครับ ส่วนลดเยอะกว่า E200 Executive ที่ตัดของซะน่าเกลียดเลย

 ตอนเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา MBTH ออก E200 Avantgarde ราคาเท่าเดิม 3.39 ล.
   เพิ่ม กระจังหน้า AMG , ท่อคู่ , ILS , พวงมาลัย 3 ก้าน , Ambient lighting

 ตอนนี้ผมเลือก E200 AV ของ MBTH ครับ



w212cdi

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 09:55:58 »
ดูแล้ว ท่านใช้รถต่อปีระยะทางไม่มาก แนะนำ เบนซิน ครับ e200

หรือไม่ลองมอง 520i เทียบดู  ราคา <3 m  ก็น่าสนนะ ส่วนต่างเยอะพอควร

 



Pat.Lee

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 10:28:36 »
อ่านคอมเมนท์ดห็นคุณ จขกท บอกว่ากลัวเรื่องระบบไฮบริดของเบนซ์เลยไม่มอง E300 งั้นผมขอแจ้งเรื่องที่ให้ตัดสินใจยากขึ้นซักหน่อยครับคือ E300 ถ้าระบบไฮบริดเสียมันยังวิ่งได้ปกตินะครับไม่เหมือนแคมรี่เพียงแต่มันจะทำตัวเป็น E250 CDI แทนเท่านั้นเองครับ แต่ถ้าแบตฯเสียค่าเปลี่ยนก็น่าจะแพงอยู่ครับ
ปล. ผมใช้ E300 มา 2 หมื่นโลแล้วเรื่องระบบไฮบริดไม่มีปัญหาครับ แต่สวิทซ์เปลี่ยนเกียร์เสียไป 1 ครั้งตอน 9 พันโลเคลมฟรีนะครับ ลองชั่งน้ำหนักดูครับ E200 E300 520d
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2014, 10:41:56 โดย Pat.Lee »



Auto

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 10:29:54 »
ถ้าใช้ไม่ยาว ก่อนหมด BSI  แล้วขายนี่ผมจิ้มให้ไปที่ 520D  เครื่องดีเซลแรงและประหยัดเลยครับ    แต่ถ้ายาวกกว่านี้ก็ไม่ค่อยแนะนำ

ส่วน ไฮบริดอีกตัวนั้นถ้าใช้งานและ  ขายก่อน 10 ปี  ก็น่าซื้อครับ



ChiLun

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 11:47:31 »

จากที่ใช้มาbmจะกระด้างกว่ามากครับ แต่ถ้าเปลี่ยนยางเป็นธรรมดา เลือกตัวนุ่มๆหน่อยก็จบครับ
ยิ่งถ้ามีโอกาสขับต่างจังหวัดตามที่ว่า ผมว่าbmตอบสนองดีกว่าครับ




game.jirapat

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 12:02:04 »
ผมเลือก E Classครับ



tommaris

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 12:19:51 »
ซื้อรถให้ตามใจเมียครับ  ;D ;D ;D

(ถ้ารุ่นนั้นๆ ไม่แย่เกินไป)



zuntos

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 13:46:55 »
520d คับใช้ยาวๆประหยัดและแรงพอได้คับ ช่วงนี้ส่วนลดเยอะด้วย


ลดเยอะนี่ได้ประมาณ 4 แสน+bsi 6 ปีหรือเปล่าครับ


   8 ปี วิ่งซัก 160,000 กม.
         ค่าน้ำมัน 520d ประมาณ 320,000 บาท     E200 ประมาณ 550,000 บาท
        ราคาซื้อป้ายแดงรวมส่วนลด 520d =  E200
       BSI 5ปี ประหยัดซัก 100,000 บาท แต่หลังจากนั้นบีเอ็มจะแพงกว่า
       สรุป บีเอ็มประหยัดกว่า 300,000  แต่....

       เมื่อขายต่อราคาบีเอ็มร่วงกว่าเบนซ์ .......??? เท่าไร

    เวลาที่ใช้ จะคาบเกี่ยว Model change ทั้งคู่  ซึ่งผมมองว่า เบนซ์ตกรุ่น ดูดีกว่าบีเอ็มตกรุ่นครับ

   รวมหลายๆปัจจัย ผมเลือก E200 MBTH

      ทั้งนี้ปัจจัยทั้งหลายผมอาจไม่เหมือน จขกท. ลองปรึกษากับแฟนดูครับ


ผมเป็นคนข้างข้างใช้รถเยอะ ปีนึงเกือบๆ 4 หมื่นโล เลยไม่รู้ว่า BSI 5 ปี หรือ 100000 km ที่ให้มาจะคุ้มหรือเปล่า


โจทย์เดียวกับผมเลยครับ ใช้ยาวผมเลือกe200 นะครับ กะว่าจะรอไปจองตอนงานเดือนธันวา น่าจะได้ส่วนลดซักแสน ว่าจะเพิ่มตัว keyless go
ส่วนตัวเน้นนั่งสบาย  และ ภาพลักษณ์ ด้วยครับ ไม่เน้นออฟชั่น อิอิ
[/quผมote]


ไม่รู้จะรอถึงธันวาไหวหรือเปล่า อิอิ


ผมเลือก 520D นะ   เห็นบอกไปดู E200 อีกด้วย แหม ถ้าคิดจะเอารถเกรย์ ซื้อรถมือสองออกศูนย์ไทยยังดีกว่าเวลามีปัญหาพวกกล่องเครื่อง กล่องกุญแจ สารพัดกล่องนี่ คุณจะได้รู้จักว่า SCN Coding เป็นอย่างไรเบนซ์นะครับ ไม่ใช่โตโยต้า จะหาอู่นอกดูแลทีนึงก้ไม่ได้ว่าจะสบาย ๆ ทุกวันนี้อู่นอกยังทำ SCN Coding ไม่ได้เลยครับ ไอ้ที่ทำได้ก็เอาเซิร์ฟเวอร์จีนมา พอจะแก้อย่างอื่นก็ต้องไปอ้อนวอนให้มันทำให้อีก เบื่ออะครับ

software ของ BMW มันก็เหมือน Windows XP ที่มี Tools ให้คุณเลือกใช้ได้มากมาย ในแง่คนซ่อมมันสะดวกกว่าเยอะ
software ของ BENZ ก็คงเหมือน OS/2, ที่มันไม่open source เท่าไหร่ ต่อให้เข้า Developer Mode ใน Star ได้ก็ใช่ว่าจะซ่อมได้ทุกอย่าง

โดนแค่ครั้งเดียวก็เบื่อแล้วกับอาการหนัก  ๆของ เบนซ์อะครับ มีกุญแจในมือสี่ดอก สตาร์ทไม่ได้ซักดอก แบตก็ใหม่อะไรก็เปลี่ยนหมด มันยังไม่ขยับไปไหนเลยอะครับ

ไม่เจอกับตัวเองคงไม่รู้

ใช้เบนซ์รุ่นใหม่ ๆคันเดียว เสียวน๊านนนน นาน


รถเกรย์ผมคงไม่ซื้ออ่ะครับ เพียงแต่ลองเข้าไปดูเปรียบเทียบกับตัว MBTH เท่านั้นครับ สงสัยต้องใช้อารมย์เป็นตัวตั้งเลยครับ


ถ้าผมเป็น จขกท. ยิ่งอ่าน ยิ่งตัดสินใจยาก อิอิ มีดีคนละมุม  :P


เคยมีเพื่อนสมาชิกกล่าวเอาไว้ "คนมีครอบครัวแล้ว เลือกรถยากกว่าคนโสด" จริงแท้แน่นอนเลยครับ คือถ้าผมยังไม่มีลูกผมคงกระโดดไป 370z แน่นอนครับ


ถ้าชัวร์ว่าจะใช้ยาวจริง 8 ปีขึ้น...ตัดเรื่องราคาขายต่ออกไป เพราะสุดท้ายราคาลงมาไม่อะไรกันมากมาย

ใช้ยาวต้องดูเรื่องบำรุงรักษาเป็นหลัก เครื่องดีเซลยิ่งได้เปรียบ ยิ่ง BMW มี BSI ด้วยยิ่งช่วยได้เยอะ ถ้าเป็นได้ต่อรองเอา BSI ปีที่ 6 มาด้วย จะยิ่งทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

ที่เหลือเป็นเรื่องรูปร่างหน้าตาภายนอกภายใน ซึ่งแล้วแต่รสนิยมเลย แต่ที่แน่ๆ iDrive ของ BMW ใช้งานดีกว่าง่ายกว่า Command ของ MB เยอะ

.....ทั้งหมดนี้คุณต้องชัวร์นะครับว่าใช้ยาวจริงๆ


คิดว่าใช้ยาวชัวร์ครับ อาจจะ 7 หรือ 8 ปี


ถ้าเป็นช่วงก่อนหน้านี้ ผมเลือก 520d ครับ ส่วนลดเยอะกว่า E200 Executive ที่ตัดของซะน่าเกลียดเลย

 ตอนเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา MBTH ออก E200 Avantgarde ราคาเท่าเดิม 3.39 ล.
   เพิ่ม กระจังหน้า AMG , ท่อคู่ , ILS , พวงมาลัย 3 ก้าน , Ambient lighting

 ตอนนี้ผมเลือก E200 AV ของ MBTH ครับ


หน้าตา E200 มันเย้ายวนผมมากๆ


ดูแล้ว ท่านใช้รถต่อปีระยะทางไม่มาก แนะนำ เบนซิน ครับ e200

หรือไม่ลองมอง 520i เทียบดู  ราคา <3 m  ก็น่าสนนะ ส่วนต่างเยอะพอควร

 


ผมค่อนข้างใช้รถเยอะเหมือนกันครับ เฉลี่ย 40000 กิโลเมตร/ปี


อ่านคอมเมนท์ดห็นคุณ จขกท บอกว่ากลัวเรื่องระบบไฮบริดของเบนซ์เลยไม่มอง E300 งั้นผมขอแจ้งเรื่องที่ให้ตัดสินใจยากขึ้นซักหน่อยครับคือ E300 ถ้าระบบไฮบริดเสียมันยังวิ่งได้ปกตินะครับไม่เหมือนแคมรี่เพียงแต่มันจะทำตัวเป็น E250 CDI แทนเท่านั้นเองครับ แต่ถ้าแบตฯเสียค่าเปลี่ยนก็น่าจะแพงอยู่ครับ
ปล. ผมใช้ E300 มา 2 หมื่นโลแล้วเรื่องระบบไฮบริดไม่มีปัญหาครับ แต่สวิทซ์เปลี่ยนเกียร์เสียไป 1 ครั้งตอน 9 พันโลเคลมฟรีนะครับ ลองชั่งน้ำหนักดูครับ E200 E300 520d


ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ  ;D


ถ้าใช้ไม่ยาว ก่อนหมด BSI  แล้วขายนี่ผมจิ้มให้ไปที่ 520D  เครื่องดีเซลแรงและประหยัดเลยครับ    แต่ถ้ายาวกกว่านี้ก็ไม่ค่อยแนะนำ

ส่วน ไฮบริดอีกตัวนั้นถ้าใช้งานและ  ขายก่อน 10 ปี  ก็น่าซื้อครับ


ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ



จากที่ใช้มาbmจะกระด้างกว่ามากครับ แต่ถ้าเปลี่ยนยางเป็นธรรมดา เลือกตัวนุ่มๆหน่อยก็จบครับ
ยิ่งถ้ามีโอกาสขับต่างจังหวัดตามที่ว่า ผมว่าbmตอบสนองดีกว่าครับ




ถ้าเปลี่ยนเป็นยางธรรมดา จะนุ่มขึ้นเยอะไหมครับ


ผมเลือก E Classครับ


ขอบคุณครับ  ;D


ซื้อรถให้ตามใจเมียครับ  ;D ;D ;D

(ถ้ารุ่นนั้นๆ ไม่แย่เกินไป)


เมียผมแค่ได้ยินเซลบอกว่าประหยัดค่าน้ำมันไปมาก + ได้ส่วนลดเยอะ ก็หน้ามืดเห็นดีเห็นงามกับเขาแล้วอ่ะครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 06, 2014, 13:52:48 โดย zuntos »



mr_chaii

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 14:34:22 »
ผมเคยเกิดปัญหานี้เมื่อ 4 ปีที่แล้วคับ ตัวเลือกเดียวกันเลย สุดท้ายจบที่ E200 รถผมใช้น้อยมาก 4 ปี 12,000โล จัด E200 Panoramic roof
ออฟชั่นล้นๆ happy มากคับ ติดอย่างเดียวที่สู้ BM ไม่ได้เลย คือ เรื่องความแรง  ถ้าเอา E200 ต้องทำใจเรื่องความมันส์ในการขับขี่หน่อย แต่นั่งสบายโคด เวลา ยากมันส์แนะนำให้ไปขับ mini ของขุ่นภรรยาเรยคับ ปล.แต่อย่าให้ขุ่นเทอมาขับ E บ่อยๆนะคับ เพราะเด๋วมินิจะต้องกลายเป็นของคุณแทน  >:( ;D ;D



somkeat

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 14:46:21 »
E200executiveเพื่อนพึ่งซื้อ2.99ล้าน แต่ผมอยากได้e200avgโทรต่อ3.1ล้านไม่ยอมได้แค่3.29ล้าน. ผมรอmotor showคี.นี้ครับ ตอนนี้ดู320d gtไปด้วยเลยเเต่ไม่รู้ได้ส่วนลดเท่าไร



HYDE--

Re: ซื้อรถใช้ระยะยาว ระหว่าง 520d กับ E200
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: กันยายน 06, 2014, 14:58:02 »
ต้องลองคิดดูครับว่า ในระยะยาว เราอยากได้รถที่ ช่วงล่างหนึบ หรือ รถที่นั่งสบาย มากกว่ากัน
เพราะ E200 ช่วงล่าง Executive นี่มันไม่หนึบจริงๆนะครับ เวลาเจอโค้งต้องรีบลดความเร็วเลยล่ะ ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ถ้า AMG ก็คงดีขึ้นหน่อย
แต่ถ้า เป็น 520d มันหนึบมากๆครับ โค้งยาวๆนี่ไส่ไปเลย แต่ก็ต้องแลกกับความสบายที่น้อยกว่าหน่อย โดยเฉพาะเบาะหลัง

ถ้าไม่ชอบรูปทรง ลองไส่ชุดแต่ง M กับ ล้อ 20 อาจจะชอบมากขึ้นก็ได้นะ

อีกอย่างนึง ถ้าใช้ยาวๆ รถศูนย์เถอะครับ ไม่ว่าจะ Benz หรือ BMW ก็เถอะ เพราะเราจะพึ่งศูนย์ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นรถเกรย์