ผู้เขียน หัวข้อ: สงสัย ทำไมเจ้าของบริษัทรถไม่ติดอันดับคนรวยของโลก  (อ่าน 4727 ครั้ง)

ออฟไลน์ kris-lack

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,763
พอดีอ่านข่าวนี้แล้วเกิดความสงัสยจริงๆ
http://www.fhm.in.th/SECTION-FEATURES/ARTICLE/READ-The-World-s-Billionaires-2015-150321/

ทั้งๆที่รถยนต์ก็สำคัญไม่น้อยกว่าปัจจัย 5 เลยนะ

JONNY

  • บุคคลทั่วไป
หุ้นส่วน และแชร์ธรุกิจกันเยอะหรือเปล่าครับ

ออฟไลน์ tvm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,375
ตอนนี้มีบริษัทรถยนต์ที่มีเจ้าของเดียวสักกี่บริษัทเองอ่ะครับ
ส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทมหาชนหมด เลยไม่มีเจ้าของที่เป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่งอ่ะครับ

ออฟไลน์ tvm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,375
ตอนนี้บริษัทรถยนต์ที่มีเจ้าของเดียวน่าจะมีไม่กี่บริษัท
บริษัทยักษ์ใหญ่ส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทมหาชนหมด เลยไม่มีเจ้าของที่เป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่งอ่ะครับ

ออฟไลน์ Alcatraz

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,569
    • อีเมล์
ลองดูอันดับแรกง่ายๆ เลยอย่างไมโครซอฟ คุณคิดว่าโลกใช้ซอฟแวร์ตัวนี้กี่ % แล้วบริษัทรถที่ขายได้มากสุดในโลกอย่างโตโยต้า คิดว่าโลกนี้ใช้กี่ %

ทีนี้มาดูต้นทุนบ้าง ไมโครซอฟมีต้นทุนอะไรบ้าง หลักๆคือR&D กับแพ็กเกจนิดหน่อย รถยนตร์ล่ะ R&D โรงงานประกอบ ซับพรายที่เหลือ อย่าง เครื่องเสียง ยาง แม็ก
หัวเทียน แอร์ อื่นๆอีกนับไม่ถ้วน นับเป็น%กำไรแล้ว ต่อคันบริษัทได้ไปไม่ถึง 30%

แน่นอนว่าคนรวยที่คุณว่าเค้านับมูลค่าทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ใช่มูลค่าการลงทุน

ออฟไลน์ tierak

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 903
ตามที่สมาชิกทั้งหลายกล่าวมาเลยครับ
ถ้าให้เลือกเป็นเจ้าของบริษัท(รายใหญ่) ระหว่างรถยนต์ กับ บ.เครื่องดื่ม เช่น ชา หรือน้ำดื่ม ผมขอเลือกอย่างหลัง ;D ;D ;D

ออฟไลน์ nimnim_thailand

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 283
ถ้าดูจาก ตัวธุรกิจ   รถยนต์มันเป็นตลาดแข่งขันครับ มีผู้ผลิตหลายจ้าว ต่อให้เป็นจ้าวตลาดก็ตาม ต้นทุนสูง
กำไรมันไม่ได้สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของโลก

ส่วนคนรวย 20 อันดับ หลายบริษัทเป็นธุรกิจ ที่เรียกได้ว่า ผูกขาดตลาดเลย หรือผู้แข่งขันมีน้อยรายมากๆ   ไม่ต้องแบ่งเค็กกับใคร

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,814
ผมทำงานมาตั้งนานยังไม่รู้เลยว่าเจ้าของบริษัทรถเป็นใคร   

โครงสร้างแต่ละบริษัททั่วไปก็จะมี 
 1. ประธานบริษัทใหญ่ CEO  ส่วนมากอยู่ที่สำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่น CORPERATION
 2.ประธานบริษัทที่ส่งมาดูแลบริษัทในประเทศไทย   อยู่ครบตำแหน่งคราวล่ะ 5 ปี เช่นเดียวกับวิศวกรชาวญี่ปุ่นคนอื่น ๆ 

  แล้วเจ้าของตัวจริงใคร ที่จะมีเงินขนาดที่คุณว่า

ออฟไลน์ warez

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 700
มันเป็นการเรียงลำดับความรวยที่ถือสินทรัพย์ในชื่อของเขาเอง

ยังมีอะไรอีกมากที่รวยกว่า ใหญ่กว่า และมีอำนาจมากกว่า เพียงแต่บุคคลเหล่านั้นไม่ถือสินทรัพย์เอง

ท่านลองไปหาเศรษฐีญี่ปุ่นดูสิครับ เทียบขนาดสินทรัพย์ที่เขาถือ ท่านจะตกใจว่า(คนญี่ปุ่นรวยได้เท่านี้เองเหรอ)

จริงๆแล้วคนรวยจริงๆเขาไม่ถือสินทรัพย์เองหรอกครับ ความดัง ยิ่งเป็นเรื่องที่คนเหล่านี้ไม่สนใจเอาซะเลย

ท่านรู้จัก Rothschild ไหมครับ คิดว่าพวกเขารวยไหม?

ออฟไลน์ bahamu

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 450
ถ้ายังเชื่อเรื่องแบบนี้ ก็งงต่อไปเถอะ เหมือนออสก้าไม่ได้รับรองว่า หนังที่ได้รางวัลจะดีถูกใจคนดู

แล้วที่จัดเป็นคนของใคร ที่ใหญ่กว่านั้นมีอีกน้ำมัน อาวุธ ธนาคาร พวกที่ได้อันดับก็กู้เขามาทั้งนั้น
ไม่ได้มีแท่นพิมพ์แบงค์เอง ว่าไปก็รวยงั้นๆ แต่ขี้เบ่งขี้อวดเสียมาก ช่วงสงครามก็ยืนไม่อยู่

ตอนโดนกระแทกค่าเงิน ขายสมบัติแทบไม่ทัน ที่ชูคอกันอยู่ ก็กลวงไม่น้อย
หรือต้องแลกกับหลายอย่าง แบบหน้าชื่นอกตรม

รถเป็นธุรกิจ ที่ต้องกู้เงินมาทำ และต้องมีรัฐบาลอุ้ม ไม่งั้นอยู่ยาก
ขนาดเยอรมัน รัฐยังอุ้มค่าพัฒนาคาร์บอนไฟเบอร์ จนใช้แทนมิเนียม ไม่งั้นบ.รถก็ไปไม่ไหว
ยุ่นนี้ อุ้มยิ่งกว่า เป็นกลุ่มก้อนแข็งแรง ที่เสียไปก็คิดเอาคืน

ตอนที่โตโยดะ คิดทำเครื่องทอผ้าเหล็กแทนไม้ ต้องบากหน้าไปขอเงินญาติ เพราะใช้อักโขอยู่
ทีแรกญาติไม่คิดให้เพราะมากเกินไป กลัวจะเจ๊ง เพราะกว่าจะสร้างเครื่องไม้ได้ก็เป็นสิบปี
แต่ก็ยอมเสี่ยง เพราะโตโยดะไม่เคยผิดคำพูด ก็มีเงินใช้หนี้ และมีทุนพอมาสร้างรถโตโยต้า

ที่คุรามะ เจอบีบให้ทำรถยุทธภัทณ์ แบบไม่ทำไม่ได้ รอดจากการทิ้งระเบิดของมะกัน แบบหวุดหวิด
หลังสงครามก็ขายรถไม่ค่อยออก ฝืดขนาดประธานไม่มีเงินเดือน ถ้าไม่มีน้ำเลี้ยงคอยช่วยก็เจ๊งไปนานแล้ว

ออฟไลน์ H.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,896
    • อีเมล์
กลุ่มพวกบริษัทรถยนต์น่าจะไม่รวยเหมือนพวกซอฟแวร์หรือทำพวกคลื่นโทรศัพท์หรือน้ำมันครับ เพราะต้นทุนกับการผลิตมันตามๆกันมา
ไม่เหมือนซอฟแวร์ที่เหมือนปั้นขึ้นมาจากอากาศ แทบจะก็อปปี้ขายเลย แถมมีเรื่องลิขสิทธิ์ของใครด้วย

แล้วส่วนใหญ่บริษัทรถน่าจะถือสินทรัพย์ในชื่อของตัวเอง ในขณะที่รายชื่อผู้ถือหุ้นก็แบ่งสัดส่วนกันไปมากมาย เลยต้องหารมูลค่ากัน
H.

ออฟไลน์ nueng

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
ตามที่สมาชิกทั้งหลายกล่าวมาเลยครับ
ถ้าให้เลือกเป็นเจ้าของบริษัท(รายใหญ่) ระหว่างรถยนต์ กับ บ.เครื่องดื่ม เช่น ชา หรือน้ำดื่ม ผมขอเลือกอย่างหลัง ;D ;D ;D



เลือกอย่างหลังเหมือนกัน ว่างๆก็ออกหวยชาเขียวเล่นได้ด้วย...........อุ๊บ ;D ;D

ออฟไลน์ Impulse

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 937
ติดธุรกิจใหญ่นะครับ GM เคยใหญ่ที่สุดในโลก ตอนีน้ผมไม่กล้าคอนเฟิร์มว่าใช่เพราะไม่ค่อยได้ตรมบริษัที่ใหญ่
ส่วนเรื่องรวยสุดฝันไปได้เลยเพราะ ในกลุ่มบริษัทพวกนี้มีน้อยบริษัทมากที่ยังสุขภาพดีจริงๆ

เหตุเพราะก็มันเป้นธุรกิจที่ต้องลงงบประมาณมหาศาลลงในงาน R&D สินค้ามีตกรุ่นได้ กำไลต่อชิ้นไม่ได้สูงมากเพราะมีค่าบริหารบาน แล้วอัตราการซื้อซ้ำของรถ 1 คันมันานมากครับกว่าจะซื้อ จนผมอยากจะคิดว่า ค่าใช้จ่ายในพวกสินค้าสิ้นเปลืองน่าจะมีกำไลคืนบริษัทมากกว่ารถยนต์อีก  แต่ถึงกระนั้นผมก็แทบไม่ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้ครับ ถึงจมีเสียดายบางตัวไปบ้างก็ถือว่า มันไม่ใช่ของเราปล่อยๆมันไปเถอะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 25, 2015, 22:48:26 โดย Impulse »