ผู้เขียน หัวข้อ: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!  (อ่าน 11496 ครั้ง)

ออนไลน์ rvsmart

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 652
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2017, 21:56:27 »
แล้วถ้าต่อไป คนใช้รถไฟฟ้ามากขี้น จนไฟฟ้ามันแพงขี้นมากๆล่ะครับ จะเหมือนlpgมั๊ย ที่ต้องมี2ราคา

ออฟไลน์ Nathal Goldstein

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,900
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2017, 22:21:47 »
ใครก็ได้ช่วยอธิบายผมทีครับ เรื่องที่ว่ามีผู้มีอิทธิพลทางน้ำมัน หรือบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่
ที่คอยสกัดกั้นไม่ให้รถไฟฟ้าได้เกิดเนี่ย  เขาทำกันยังไงครับ?

ขอคำอธิบายแบบชัด ๆ เลยนะครับ ไม่ใช่แบบคลุมเครือประเภท บีบรัฐบาล กีดกันบริษัทรถยนต์
บลา ๆ ๆ  อะไรแบบเนี้ยครับ
อยากถามแบบนี้เหมือนกัน เผื่อมีผู้รู้จริงมีแจงให้ฟังได้ 55

จากเท่าที่สังเกต ค่ายรถเจ้าตลาดค่อนข้างมีอิทธิพล lobby ชัดเจนครับ เค้า lobby มานานแล้วตั้งแต่ราวๆปี 67 หรือ 68 ที่หนักที่สุดคือ รัฐออกกฏหมายสุดกีดกัน ห้ามนำเข้ารถยนต์ทุกชนิด เริ่มในช่วงกลางยุค 70s มั้ง จนถึงช่วงปี 92-93 ถามว่าใครได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ แล้วผู้บริโภคเป็นไงครับ  รถเจ้าตลาดรุ่นนึงที่เอาไว้ทำแท๊กซี่ ทำในประเทศ แต่ขายแพงกว่าที่ขายในประเทศแม่ LOL  ไม่มีหม้อลมเบรค! ไม่มีที่บังแดดฝั่งคนนั่ง!

มาจนถึงปัจจุบันพวกเจ้าตลาดกับ กลุ่ม supplier ชิ้นส่วนปรับเข้าสู่ยุค EV ที่แบตล้วนๆมาแรง ยังไม่ได้ ยิ่งพวก local supplier ปรับไม่ได้เลยมั้ง จึงเป็นที่มาของการ lobby เพื่อ hybrid อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ยังไม่รวมการไม่ยอมให้นำเข้ารถมือสองจากต่างประเทศ เหมือนที่ AUS, NZ etc... ทำกัน สาเหตุง่ายๆครับ กลัวรถใหม่ทำในประเทศที่ห่วยกว่า สเปคสู้ไม่ได้ แต่ดันแพง ขายไม่ออกนั่นเอง

สรุป  hyper protectionism + bootlick + infant industry argument ทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถขยับไปสู่ขั้นตอนการผลิตที่มี value added สูงกว่านี้ได้

นโยบายหลายๆอย่าง มันมาจากคนคิด คนออกมันคิดแบบตื้นๆ ครับ ไม่ใช้แค่ sector นี้แต่อย่างอื่นด้วย ประเทศนี้ถึงยุ่งเหยิง พัฒนาได้ยากมาก

ออฟไลน์ Teera

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,153
    • อีเมล์
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 06:38:05 »
รถไฟฟ้ามันดีกว่ารถน้ำมันอยู่แล้ว คนส่วนใหญ่ถึงสนใจและเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
ผมฟังรายการพี่จิมมี่อยู่ทุกสัปดาห์ ได้ยินรถใส่ถ่านทุกสัปดาห์

แต่ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้และไม่คำนึงถึง คือ
ระบบไฟฟ้า หรืออิเล็กทรอนิกส์ ถ้าไม่ใช่โรงงานใหญ่ๆ ที่ต้องตรวจเช็คระบบทุกวัน มันเป็นอะไรที่ ง่อยมาก
พร้อมที่จะรวน พร้อมที่จะเสียตลอดเวลา
ยกตัวอย่างง่ายๆวิทยุรถที่มีแทบจะทุกคัน มันยังเอ๋อ ทำงานบ้างแฮงบ้าง
นี้คือระบบไฟฟ้า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ถ้ามันไปควบคุมทั้งรถ แค่ IC Diode รวมไปถึง Capacitor ช๊อตตัวเดียว มันพังทั้งรถเลยนะครับ
TV มือถือ Computer และอีกมากมาย ที่อยู่รอบตัวเรา แม้กระทั่งรถเครื่องยนต์สันดาบเอง ก็มี Electronic อยู่เต็มไปหมด ดังนั้น ประเด็นนี้ อย่าคิดมากครับ

ออฟไลน์ Teera

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,153
    • อีเมล์
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #63 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 06:49:58 »
ส่วนใหญ่ก็เดากันไป
ผมขอเดามั่ง
1 HB เป็นทางผ่าน จาก Fuel Engine ไป EV ซึ่ง EV มาแน่ แต่ จะเร็ว หรือ จะช้า คงบอกยาก Factor มันเยอะ แต่ หวังว่า อยากใช้ก่อน ตาย จริงๆ คงฟิน
2 Tecnnology ของ  Battery มีผลมากกก ต่อการเกิดของ EV
3 ผมใช้ EV บ่อย รถกอล์ฟ ไง ดีนะ ชอบๆ

ออฟไลน์ panjap

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,063
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #64 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 09:03:10 »
เมกาว่า แน่ๆ ฐานผลิตรถ EV แท้ๆ ยังมีรถไม่ถึง 1 % ของทั้งประเทศ เทสล่าว่าแน่ๆ ผลิตได้ปีะละ แค่ 5 แสนคัน  ขนาด มี tax refund ให้ด้วยนะ  กว่าเมืองไทยจะมีวิ่งเกลื่อนเมือง นับไป 10 -15 ปี โน่น

ออฟไลน์ Prachsaphol_yjd

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 589
    • อีเมล์
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #65 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 10:28:23 »
นี่การตลาด Nissan ใช่ไหม ;D
กระทู้เดียวโดดๆ

ออฟไลน์ ariazero

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 621
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #66 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 10:33:04 »

ขอบคุณที่ตอบนะครับ
แต่อ่านดูแล้วเหมือนจะตอบว่า การที่ EV, HV ไม่เกิด มันมาจากลูกค้าหรือคนซื้อส่วนใหญ่ยัง "ไม่อยาก"
ซึ่งโอเคครับ อันนี้เข้าใจได้ไม่ยาก ที่เห็นอยู่ปัจจุบันมันก็เป็นแบบนี้อยู่

แต่ประเด็นที่ผมสงสัยและถามคือ "ผู้มีอิทธิพลทางน้ำมัน หรือบริษัทน้ำมัน" คอยสกัดกั้นไม่ให้รถ EV, HV เกิดเนี่ย
เขาทำกันยังไง   กีดกันยังไงครับ   How ???

คืออยากรู้จริง ๆ ครับ  เห็นพูดกันมานานละ  กีดกันในระดับโลก มาจนถึงระดับประเทศเนี่ย
(หรือมันก็เป็นเพียงแค่การมองโลกในแง่ร้าย แล้ว "มโน" เป็นตุเป็นตะกันไป)

อ๋อ How ใช่ใหมครับ?
การสนับสนุนครับ
คำถามมากมายก็จะออกมาจากทางฝั่งกรมพลังงานเองครับ

สำหรับผมนี่คือคำจำกัดความว่ากีดกันอย่างไร
หลักๆคือผลประโยชน์จากพลังงานน้ำมันมันใหญ่ครับ มันใหญ่ขนาดที่ลงทุนที่อื่นตอนนี้ไม่คุ้มครับ
น้ำมันมีความสะดวกกว่าในทุกๆด้าน(ณ ตอนนี้) การยื่นขอการเพิ่มทุน การลงทุน ในตอนนี้ยากกว่าแน่นอนครับผม
พ่วงเป้นลูกโซ่ครับ เมื่อไม่มีการสนับสนุนเม็ดเงินมา Action แต่ละอย่างก็จะช้าครับ ถ้าสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เอื้ออำนวย /เอกชนก็ลงทุนไม่คุ้มค้าจริงๆ ต่อให้รถ Hybrid ไม่มีฐานภาษีเลย "ตลาด"ก็จะไม่รับมันเข้ามาใช้อย่างแน่นอนครับ


สำหรับผมคำว่ากีดกัน เกิดทั้ง 4 ด้านครับ ไม่ใช่แค่ ผู้ประกอบการน้ำมัน ทั้งหมดรวมกันทำให้น้ำมันแข็งแรงครับผม

ผู้ประกอบการน้ำมัน : มีการผลิตน้ำมันอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการ R/D น้ำมันเรื่อยๆ โดยไม่ได้สนับสนุนการลงทุนในการทำปั้มไฟฟ้าหรือการผลิตและสำรวจพลังงานทดแทนจากไฟฟ้า = กีดกัน

ซึ่ง!ไม่ได้บอกว่าเขาจะกีดกันแบบนี้ตลอดไฟ เขาก็ทำครับ แต่มันจะช้าซักหน่อย เช่น GPSC(2013) ลองไปคำนวณเองตามวิธีของแต่ละคนครั้บว่า อีกซักกี่ปีในไทยมันถึงจะbloomซึ่งผมก็ว่า 2033 - 2038 นั่นแหละครับไม่ใช่ตอนนี้ อะไรจะมาแทนน้ำมันในไทยได้ไม่เชื่อว่ามันจะมาใน 25 ปีนี้ครับผม

รัฐบาล : ไม่ได้มอบเงินทุนให้กับการพัฒนาระบบไฟฟ้าในประเทศไทย ก็แค่ ออกนโยบายว่าลดภาษีจาก รถยนต์ EV ไม่ได้ออกสนับสนุนการทำโรงงานไฟฟ้าหรือการเดินระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการมาของรถมัน

เขาก็จะมีเหตผลอย่างเช่น สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่พร้อม ไอ้คำว่าไม่พร้อมนี่ผมว่าดึงได้หลายปีนะกว่ามันจะพร้อม เพราะมันหมายถึงความไม่เชื่อมั่นที่จะลงทุน ความช้าของการปรับปรุง แล้วก็คุณภาพที่ต้องมาวัดกัน ใช้เวลาครับ ระยะเวลาของการทำก็คงจะนานนนนนนพอๆกับที่ สุวรรณภูมิเริ่มสร้างที่หนองงูเห่าแหละ (นับตั้งแต่สร้างโครงการ ยันเปิดใช้งานก็ 2503 - 2549) ประมาณ 45-46 ปีครับ(เอาเฉพาะกรุงเทพก่อนและกันทั้งประเทศรอก่อน)

เอกชน :
ไกลตัวเลยครับเขาไม่ใช้คนที่จะต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้ โอกาสตอนนี้ของรถ EV มืดมัวมากครับ เขาก็ไม่ลงทุนครับ เหอะๆ
ผู้ประกอบการรถยนต์ เขาก็ไม่อยากผลิต หรือแม้กระทั่งนำรถ EV เข้ามาหรอกครับผม สังเกตว่าเอาเข้ามาลองตลาด แล้วก็เอาออกไป เหลืออยู่ไม่กี่เจ้าอัตตราการขายออกก็บ่งบอกแล้วว่ามันเฉพาะกลุ่ม ที่ชอบพลังงานทางเลือก ผู้ประกอบการรถยนต์หลายๆเจ้าปรับตัวทันหมดครับ เขาก็รู้ว่าเอารถอะไรเข้ามาขายให้ได้กำไรที่สุดในไทยตอนนี้ ยังไม่นับปัญหาภายใน ทำไมต้องเอา EV ที่ยังไม่มีอนาคตมาคิดให้มันปวดหัวขนาดนั้น

ผู้บริโภค
กลุ่มนี้อันนี้สำคัญสุดๆครับ ตอบไปแล้วด้านบนครับ ถ้าผมเป็นลูกค้าทั่วไปที่อยากใช้รถ Plug-in hybrid เพราะประหยัตเงินในกระเป๋าคุณ EVไม่ใช้ทางออกขอบคุณแน่นอนครับผม
นอกจากคุณจะเป็นอนุรักษธรรมชาติ หรือเมื่อได้ จุดคุ้มทุนของ รถ Hybrid คันนี้แล้ว ยังไง Hybrid ก็คุ้มกว่าแน่ครับ(แหงสี)

ผมยังนึกไม่ออกว่ารถ EV อะไรที่ตอบสนออะไรตลาดไทยส่วนใหญ่ได้ตอนนี้จริงๆครับ

ส่วนเรื่องแก้ไข? ไม่ต้องห่วงครับเขาทำกันหมดแล้วแหละ มันแก้ได้แล้ว แต่รอเวลาว่ามันจะโตเมื่อไหร่ครับใจเย็นๆเลย
'8X Familia, '91 TFR ,
'94 Sunny B13, '98 520i (E28), '99 Sunny B14,
'08 Vios, '08 C200, '08 Vitara
'15 Vios, '17Accord G9 MC, '17 X1 18i

ออฟไลน์ kan.kom

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 787
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #67 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 12:28:15 »
ถึงเวลาเปลี่ยนจากต้นน้ำ หรือทางผู้ผลิต เราก็ไม่มีทางเลือกครับ
สุดท้ายตอนซื้อ เอารถสันดาบ รถไฟฟ้า รถhb มาวางกางก่อนจะซื้อ
ผู้ผลิตเค้าอยากจะให้คนเลือกอะไร เค้าก็ทำตัวนั้นให้รู้สึกคุ้มค่ากว่าในสายตาผู้บริโภคเอง
พูดง่ายๆ คือ เราโดนบังคับซื้อแบบสมัครใจไปเองครับ

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 24,169
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #68 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 13:05:40 »
คิดว่าเป็นอนาคตที่เลี่ยงไม่ได้ครับ แต่จะอีกกี่ปี ไม่ทราบได้

ออฟไลน์ windrum31

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 85
    • อีเมล์
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #69 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 19:03:58 »
-บริษัทรถยุโยปชั้นนำ Benz BMW ใช้งบลงทุนทำวิจัยไปกับเครื่องดีเซลไปแล้วมหาศาล
-ล่าสุด Mazda เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาบใหม่ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านความสิ้นเปลืองและสิ่งแวดล้อมอ ซึ่งจะดีขึ้นอีกอย่างน้อย 30%
-ผู้นำมหาอำนาจอย่างอเมริกาในปัจจุบัน (นาย ทรัมป์) ก็ไม่ได้เห็นมีท่าทีว่าจะทำอะไรให้รักโลกมากขึ้นเลย

ฉนั้น... ถึง EV จะมาจริงๆคงอีกนานครับ ในไทยนี่ผมให้อีก10 ปีเลย

ออฟไลน์ mentos

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 138
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #70 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 20:18:42 »
ถ้าราคาเท่ากันหรือถูกกว่าผมซื้อนะ แต่ขอประกันยาวๆหน่อย ถ้าได้แบตแลัส่วนควบสิบปีนี่โอเคเลย

ออฟไลน์ Dark Overlord

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,805
  • Hail to the darkside
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #71 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2017, 21:22:08 »
ส่วนตัวผมคิดว่าน้ำมันจะอยู่ไปอีกนาน ราคาก็ถูกลงเพราะหาแหล่งใหม่ๆ
ได้มากขึ้น แต่เดี๋ยวเทคโนโลยี่มันไปของมันเอง
เพราะว่าใครสามารถกระโดดเข้ามาจับตลาดใหม่ได้ก่อน
อนาคตคือรุ่งไปนานแสนนาน เหมือนความหมายของ
Prius ที่แปลว่าผู้ที่มาก่อน 

รัฐต่างๆ ถ้ามองเห็นว่าค่ามลพิษสูงทำให้เสียค่าใช้จ่ายด้านการรักษา
สุขอนามัยเยอะ ก็ต้องหันมาบังคับใช้รถที่มีค่าไอเสียต่ำที่สุดอยู่ดีในอนาคต

ถ้ารถไฟฟ้ามาเมื่อไหร่ รัฐก็ต้องหาพลังไฟฟ้าเพิ่ม หาวิธีกำจัดของเสียจากการ
ผลิตแบตว่ากันไป

แต่ผมกำลังคิดว่ารถอาจจะขายคู่กันไประหว่างน้ำมันกับไฟฟ้าแบบนี้เรื่อยๆ
เพียงแต่ในเมืองใหญ่ที่ค่ามลพิษสูงๆ ต้องแบนรถที่ปล่อยไอเสียเยอะๆ
อันนี้สำคัญมาก เพราะมันเป็นปอดของคนศูนย์กลางเลย เราไม่มีเหตุผลอะไรที่จะ
ไม่แบนไม่ควบคุมพื้นที่ตรงนี้ ค่าป่วยค่ารักษาพยาบาลโรคที่เกิดต่อเนื่องมา
จากมลภาวะก็น่าจะเป็นแสนล้านหรือล้านล้านบาทอยู่ถ้าจะศึกษากันจริงๆ
ญี่ปุ่นเขาอายุยืนทั้งๆ ที่คนอัดบุหรี่ขนาดนั้น ส่วนหนึ่งผมว่าอากาศที่นั่นดี

ออฟไลน์ alpha14

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,964
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #72 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2017, 20:18:13 »
 คนที่เสียผลประโยชน์มักมีข้ออ้างมากมาย ยังไงมันก็มาแน่นอนและจะแพร่หลายในไม่ช้า

ออฟไลน์ HappyCar

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 343
Re: รถHybrid และ รถEV จะวิ่งเกลื่อนเมืองแน่นอน ฟันธง!
« ตอบกลับ #73 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2017, 23:37:29 »
ส่วนตัวผมมองว่า ถ้าประเทศอื่นเริ่มปรับตัวเข้าสู่ยุครถ Hybrid และ EV ประเทศเราเองก็คงจะค่อยๆเริ่มปรับตัวตามเช่นกัน เพียงแต่อาจจะช้ากว่าเค้าเท่านั้นเอง แต่เราก็ไม่อาจจะคาดเดาได้ว่าจะอีกนานแค่ไหน