ผู้เขียน หัวข้อ: โรงไฟฟ้าปั่นไฟให้รถ EV กับรถ Hybrid ใช้น้ำมัน แบบไหนมีประสิทธิภาพมากกว่ากันครับ  (อ่าน 6242 ครั้ง)

ออฟไลน์ eHEV

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,193
จากการที่ผมรู้สึกว่ารถ EV ใกล้เข้ามาในชีวิตบ้านเรามากขึ้น (เป็นรถในกลุ่ม ล้านกว่าๆ Premium)
ทำให้ผมรู้สึกว่า อนาคตบ้านเราอาจจะมีรถ EV มากขึ้น ถ้ารถอย่างเช่น Leaf ประกอบในไทย

แต่ผมสงสัยอย่างนึงครับ คือ ประเทศบ้านเราไม่มีโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์
https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2455&Itemid=116
สัดส่วนการใช้ไฟฟ้า จะเป็นพลังงานสิ้นเปลืองเป็นหลัก ซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษ (บ้าง)
และการที่เราผลิตไฟฟ้า มีเครื่องปั่นไฟ หม้อแปลง สายส่งผ่านๆ กันมาจนมาถึงเต้ารับที่ชาร์ทไฟ และเข้ารถยนต์
มันจะเกิด loss ไปเรื่อยๆ (ข้อดีมีครับ ที่ในเมืองจะมีมลพิษต่ำลง)

ผมสงสัยว่าสุดท้าย เราก็ยังใช้พลังงานสิ้นเปลืองเหมือนเดิม แล้วมันจะต่างอะไรกับการที่เราใช้รถน้ำมัน ในรถ Hybrid ครับ

ผมอยากขอความเห็นจากทุกท่านครับ ว่าทั้งสองแบบ อันไหนมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน และแง่สิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ delete

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,748
    • อีเมล์
เรื่องสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า ลองดูของอเมริกาเทียบครับ ถึงแม้เค้าจะมีรฟ.นิวเคลียร์ แต่ก็ไม่ได้เยอะอะไรนะ

ส่วนของไทย
ลองอ่านนี่ครับ มาตรการรองรับระบบไฟฟ้า เพื่อรถไฟฟ้า

http://www.eppo.go.th/images/Infromation_service/studyreport/ensol.pdf

ปอลิง ไทยมีแผนทำรฟ.นิวเคลียร์ ในปี 2573 แล้วล่าสุดเลื่อนไปปี 78

และกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศตอนนี้ ล้นอยู่นะครัช จากพวกพลังงานทางเลือกต่างๆ มีข่าวอยู่เลยว่าล้นเยอะแยะ เพราะแห่กันขอโควต้าเพื่อขายไฟให้การไฟฟ้า

 

ออฟไลน์ testmaster

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 450
    • อีเมล์
จาก โรงไฟฟ้าสิครับ internal combustion efficiency อย่างมากประมาน 50% เองครับ

ออฟไลน์ Fly to dream

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12,067
ไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าในไทย หลักๆคือบ้านเรือนและอุตสาหกรรม

เขื่อน - อันนี้ตัดไปเลยในการปั่นไฟ เพราะการปล่อยน้ำขึ้นอยู่กับกรมชลฯ  กฟผ  ไม่ได้ปั่นไฟมากเท่าไหร่เลย มีหลายแห่งก็จริง
พลังความร้อน - ถ่านหิน,ก๊าซ,น้ำมันเตา นี่คือม้างานหลักของโรงไฟฟ้าไทย แต่มีแค่ไม่กี่แห่งที่ทำงานได้เต็มที่ เช่นแม่เมาะ พระนครเหนือ-ใต้ จะนะ แค่นี้แหละหลักๆ

นอกนั้นจะมีโรงไฟฟ้าเอกชนซึ่งเป็นถ่านหิน กับก๊าซ ป้อนไฟให้ กฟผ รับซื้อ แต่จะมีที่ป้อนไฟให้นิคมอุตฯ โดยตรงก็มี

ตอนนี้ไทยพึ่งโรงไฟฟ้าที่ไปสร้างในลาวเยอะ ภาคใต้ก็ซื้อเพิ่มจากมาเลฯ ความมั่นคงทางพลังงานยังไม่มีมากเลย

https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2168:art-20171006-01&catid=49&Itemid=251

https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=80&Itemid=116


จากเหตุผลแบบนี้ ไทย ควรทำควบคู่กันไปก่อน ไม่ใช่เอะอะก็จะดันรถ EV เต็มที่มันเว่อไป โรงไฟฟ้าจะสร้างก็ต่อต้านกัน
พลังงานหมุนเวียนกับไทยเป็นเรื่องตลกนึงนะ ใครมันจะมีพื้นที่เป็นหลายๆไร่เพื่อผลิตไฟฟ้าได้ถึง 1 MW คิดดูว่าจะใช้พื้นที่ใหญ่ขนาดไหน อีกทั้งแดดในไทยไม่ใช่จะมีตลอดปี  แผงโซล่ามีประโยชน์ในแน่ช่วยลดค่าไฟในสเกลไม่ใหญ่มากกว่าจะผลิตเป็นอุตสาหกรรม เช่นติดบนหลังคาบ้านตัวเอง หลังคาสำนักงาน

อีกอันพลังงานลม อันนี้ยากเหมือนกัน ต้องหาพื้นที่ๆมีลมเฉลี่ย 21 กม/ชม ขึ้นไป ตลอดทั้งปี ซึ่งไทยมันมีมั้ย หายากมากถ้าไม่มีบนเข้าก็ทะเล
แต่ใครจะให้ติด ?  มันมีมลพิษทางเสียงมากใช่ว่าจะไม่มี  มีผลวิจัยอีกอย่างมันส่งผลต่อนกมาก เพราะคลื่นเสียง และการหมุนส่งผลต่อการส่งสัญญาณโทรทัศน์และไมโครเวฟ   

ดังนั้นประเทศไทยทำอะไรก็อย่าเล่นเอาตามประเทศที่เค้าพร้อมแล้ว  รถ EV น่ะดี แต่พื้นฐานในประเทศยังไม่ดีขนาดนั้นก็ควรทำควบคู่กันไป ไม่ใช่เร่งรีบทำตามเทร็นคนอื่น  ดูอย่างฝรั่งเศสไว้ ที่เค้าประท้วงกันรุนแรงในตอนนี้
ขยะของโลกออนไลน์​ในปัจจุบั​นคือเชื่อคนโง่ที่มีคำพูดสวยหรู​ หาข้อมูล​ไม่จริงมาโกหกคำโตๆ​ อีกอย่างคือพูดความจริงไม่หมด กับพวก​ Avatar ที่ทำเป็น​เก่ง​แต่เก่งน้อยในโลกความจริง​ซึ่งจะหาได้ง่าย

ออฟไลน์ akewizard

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,471
พลังงานไฟฟ้า ได้เปรียบตรงที่มีแหล่งผลิตได้หลากหลายรูปแบบครับ
ไม่ว่าจะนิวเคลียร์ แสงอาทิตย์ พลังงานลม ถ่านหิน พลังน้ำจากเขื่อน หรือแม้แต่ใช้พลังงานจากคลื่นทะเลก็ยังได้
และโดยภาพรวมมันสะอาดกว่าพวกเชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยครับ

ส่วนประสิทธิภาพอาจจะไม่ได้ต่างกันมากนัก อย่างไฟฟ้าก็มี loss เวลาขนส่งมาตามสาย
แต่น้ำมันเองก็ต้องมีการใช้พลังงานในการขนส่งไปตามปั๊มที่ต่างๆ  ก็ถือว่ามีการ loss เหมือนกันนะ

ออฟไลน์ Jacob

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,803
อย่าลืมเรื่องพลังงานสะอาดด้วย น้ำมันใช้แล้วหมดไป แต่แสงอาทิตย์ไม่มีวันหมด บ้านใครก็ตั้งโซล่าเซลล์ได้ แล้วส่วนใหญ่ก็ชาร์จรถตอนกลางคืนซึ่งการใช้กระแสไฟฟ้าน้อยกว่ากลางวัน
แล้วตอนรถติด รถไฟฟ้าก็ดับ แต่รถที่ใช้เครื่องยนต์ทำงานตลอด แค่นี้ก็สูญเสียต่างกันแล้ว ไหนจะต้องสูญเสียพลังงานไปกับระบบส่งกำลัง เช่น เกียร์) ไม่ก็ดูรถ e-power อย่าง nissan note ก็ได้ ใช้เครื่องเดียวกันแต่ประหยัดน้ำมันกว่า
ปล. เมืองนอกเค้ารถไฟฟ้าเยอะกว่ายังไม่เห็นมีปัญหา เมืองไทยอีก 20-30 ปีก็คงยังไม่มีเยอะเท่าเค้าในปัจจุบัน แล้วทำไมต้องไปกังวลอะไรขนาดนั้น ถ้ามีปัญหาจริง กระแสไฟฟ้าขาดแคลนขึ้นมาจริงๆเมืองนอกเค้าต้องเจอปัญหาก่อนอยู่แล้ว ไม่ต้องคิดมาก
ปล.2 บอกว่าไทยต้องซื้อไฟฟ้าจากต่างชาติส่งผลต่อความมั่นคงได้ แล้วตอนนี้เราก็ต้องซื้อน้ำมันต่างชาติอยู่มันมั่นคงกว่ายังไง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 29, 2018, 07:47:25 โดย Jacob »

ออฟไลน์ Koong

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 921
จากโรงไฟฟ้าน่าจะประสิทธิภาพดีกว่านะครับ ควบคุมมลพิษต่างๆง่ายกว่า. ความยืดหยุ่นของเชื่อเพลิงที่จะนำมาใช้เยอะกว่า

ไม่งั้นโรงงานใหญ่ๆคงตั้งเครื่องปั่นไฟใช้เองกันหมดแล้ว




ออฟไลน์ pladaek

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,639
  • FF1.5SMG
กังหันลมแถวบ้านผม 300 กว่าต้นล่ะครับ
ถ้าไล่ตั้งแต่ห้วยบง อ.ด่านขุนทด มาถึงอ.เทพสถิต เรื่อยๆมาถึง อ.ซับใหญ่ รวมๆน่าจะ 500 ต้น
ไม่รู้ว่ามันจะพอไหม..

เคยเห็นข่าวจากกระทรวงพลังงานว่า ตอนนี้ไฟฟ้าสำรองของไทยล้น
จนมีการประกาศไม่รับซื้อไฟจากเอกชน อันนี้ไม่รู้ว่าจริงแค่ไหน..

ส่วนตัวผมมองว่าพลังงานไฟฟ้ามันสะอาดกว่าอะครับ
ในแง่รักษ์สิ่งแวดล้อมผมขอเลือกไฟฟ้าก่อน
แม้ว่าขั้นตอนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามันจะก่อมลพิษมากกว่าเครื่องยนต์สันดาปก็ตาม
แต่โรงงานมันอยู่เป็นที่เป็นหลักแหล่ง..
ไม่ได้ขับรถเพื่อทำเวลาที่ดีที่สุด.. แต่ขับรถเพื่อเจอช่วงเวลาที่ดีที่สุด..

ออฟไลน์ Ji.Cl.

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 678
    • อีเมล์
จากข้อมูลของกระทรวงพลังงาน การใช้ไฟฟ้า "ในไทย" 1 หน่วย ปล่อย CO2 508 กรัม

http://www.eppo.go.th/index.php/en/en-energystatistics/co2-statistic?orders[publishUp]=publishUp&issearch=1

ผมคำนวณคร่าวๆ จากรีวิวของคุณ J!MMY (Hyundai Ioniq) ไฟฟ้า 1 หน่วย รถวิ่งได้ 7.64 กิโลเมตร

ตกเฉลี่ย 508/7.64 = CO2 66.5 g/km

Nissan Leaf ก็ใช้พลังงานไฟฟ้าตกประมาณ 6-8 กิโลเมตร/หน่วยไฟฟ้าเช่นกัน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในขณะที่ Accord Hybrid อยู่ที่ประมาณ 100 g/km ซึ่งถ้า Civic / Altis ที่ขนาดใกล้ Ioniq มีทำรุ่น Hybrid

อาจจะได้เห็นตัวเลข 90-95 g/km

และจากข้อมูลเบื้องต้นที่ผมทราบมา Nissan Note E-Power ซึ่งเป็นไฮบริดน้ำมันล้วน ปล่อย CO2 62 g/km (น้อยกว่า Ioniq/Leaf ที่ใช้ไฟฟ้านิดๆ)

http://www.headlightmag.com/nissan-note-e-power-goes-to-asean/

เทียบดูแล้ว ผมถือหางรถไฟฟ้าล้วนว่ายังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใกล้เคียง หรือมากกว่าไฮบริดน้ำมันเล็กน้อย ถ้าเทียบรถขนาดเดียวกัน เต็มที่ไม่เกิน 20%

ปล. Eco Sticker ของไทย เท่าที่ทราบยังไม่นับรวม CO2 จากไฟฟ้าเข้าไปนะครับ รถที่ชาร์จไฟได้ อาจจะเชื่อถือตัวเลขสติ๊กเกอร์นี้ไม่ได้เท่าไรนัก

ออฟไลน์ แมวดราม่า

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,566
  • แมวบ้า(ขับ)รถ
เรื่อง รฟฟ. รอดู รบ.ใหม่ กับที่ดินแปลงหนึ่งไว้ให้ดีครับ

เราอาจจะไม่ต้องรอปี 73 ก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับใครได้เป็น รบ.
Dare to Drama! | Original Nissan X-Trail Club Thailand: http://www.facebook.com/groups/180634121979355/

ออฟไลน์ Turin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,660
เรื่อง รฟฟ. รอดู รบ.ใหม่ กับที่ดินแปลงหนึ่งไว้ให้ดีครับ

เราอาจจะไม่ต้องรอปี 73 ก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับใครได้เป็น รบ.
ถ้าได้ทำจริงคงดี ... ว่าแต่ต้องขั้วไหนได้ถึงจะมีหวังล่ะนี่ ...... แต่ถ้าเดา คงเป็นขั้วปัจจุบันไหมครับ ขั้วตรงข้ามไม่น่ากล้าแตะเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ลำพังแค่ผ่านด่าน สว. ก็หือขึ้นคอแล้ว

ออฟไลน์ h0661036

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 922
ตอนนี้ปริมาณไฟฟ้าสำรองบ้านเราน่าจะล้น   สาเหตุก็เพราะ การประมาณการความต้องการใช้กระแสไฟฟ้า ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ( การสร้างแบบจำลองจะดู อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ   วางแผนทีเป็นสิบปี ตอนนั้นคนคำนวณคงไม่คิดว่าบ้านเมืองจะเป็นแบบทุกวันนี้) 
   

ออฟไลน์ U9WS

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,293
  • slower is better
เข้าสู่ยุค EV เร็วก็กระทบทั้งโรงงานผลิตรถเดิมๆ และโรงไฟฟ้า เดือดร้อนคนไม่ใช่รถต้องเอาภาษีประเทศมาช่วยอุ่มภาษี EV และจ่ายค่าไฟที่แพงขึ้น

เข้าช้า ก็ไม่ได้เป็นผู้นำเรื่องการผลิตรถ EV อีกหน่อยรถน้ำมันไม่ได้รับความนิยม ประเทศไทยก็คงเป็นยุคนำเข้าเหมือนมือถือปัจจุบัน

ออฟไลน์ Jacob

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,803
ทุกวันนี้คนไม่ใช้รถต้องมานั่งดมควันรถผมว่ามันยิ่งกว่าค่าไฟขึ้นราคาอีกนะ ถึง EV จะมาช้าแต่ควรจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมได้แล้ว ขนาดญี่ปุ่นเป็นประเทศผลิตรถแต่อากาศดีกว่าบ้านเราเยอะ คนก็ร่วมกันใช้รถน้อยหันไปใช้ขนส่งมวลชนแทน

ออฟไลน์ Mr.Joe

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 420
ชอบกระทู้แนวนี้ครับ
นอกจากที่เราๆคุยกันในฐานะ "คนใช้รถ" กัน
คนไทยยุคใหม่เราเริ่มคุยกันในมุม "eco-system" กันมากขึ้น
สร้างสรรค์ดีครับ

ออฟไลน์ Fly to dream

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12,067
ญี่ปุ่น​สิ่งแวดล้อม​ดีก็ใช่ครับ​ขนส่งมวลชน​ดีจริง​ แล้วไทยจะให้เป็น​แบบเค้าเพียงแค่ให้คนซื้อรถ​ EV ใช้หรอครับ​ ไม่​มีทางเลย​ แค่ราคารถไฟฟ้า​ของไทยวิ่งไกลๆมี​ 65-70 บาท​ ไป-กลับวันนึงเกือบ​ 140 บาท​ มันไมได้​แค่นั้น​ หลายคนต้องนั่งวิน​ นั่งสอง​แถว​เข้าซอยอีกต่อ วันนึงจ่ายไปแล้ว​กี่บาท​ จะว่ารัฐอย่างเดียวก็ไม่ได้​อีก​ ถ้าไม่​ให้เอกชน​ร่วมลงทุนจะเอาเงินที่ไหน​มาสร้าง​ ราคามันก็เลยแพง​ พอแพงแล้วมันคุ้มมั้ยถ้าครอบครัว​นึงสอง-สาม​ คนเดินทางพร้อมๆกัน​ สรุปใช้รถถูกกว่า

แต่พอใช้รถจะไปให้เค้าซื้อ​ EV.เลย​ เป็น​ไปไม่ได้​  อีกอย่างประเทศไทย​ปล่อยให้มีตรอกซอกซอยเยอะเกินไป​ ถนนหลักมารับซอยเหล่านั้นมันน้อย​ รถก็เลยติด​ ต่อให้​สร้างรถไฟฟ้า​ได้มากกว่า​นี้​ยังไง​ก็​ไม่ครอบคลุม​ เพราะ​ผังเมืองมันพึ่งมาคิดทำไม่นานนี้​ ปล่อยให้ที่อยู่​อาศัย​มาอยู่ใน​เมือง​ ปนกับธุรกิจ​ โรงเรียน​โรงพยาบาล​ มาอยู่กระจุกไปหมด​ พอเวณคืน​ก็แพงทำอะไร​ไม่ได้

ดูอย่างรภไฟฟ้า​ชานเมืองสายหัวลำโพง​ มหาชัย​ ที่จะสร้างแต่โดนบ้านที่รุกเขตทางรถไฟ​ต่อต้านดิ แค่นี้รัฐ​ก็​ง่อยแดกแล้ว​ พวกบุกรุก​แท้ๆ​ ทั้งที่ได้ประโยชน์​ต่อคนที่มีบ้านนอกเมืองมากกว่า​ชุมชนแออัด​ที่ต่อต้าน​ สุดท้าย​ก็​พับเก็บ

นึกๆไปช่วงสงครามโลก​ทำไมกรุงเทพ​ไม่​โดนบอมให้ราบพอที่จะวางผังเมือง​ใหม่นะ  แบ่งโซนด้วนถนนใหญ่​ free way ผ่าเมืองสัก​สี่เส้น​ วงแหวนสักสองชั้น​ เอาธุรกิจ​มาอยู่เป็น​ดาวน์​ทาวน์​กลางเมือง​ บ้านคนอยู่วงแหวนรอบนอก​ ความแออัด​คงจัดการ​ง่ายกว่านี้
ขยะของโลกออนไลน์​ในปัจจุบั​นคือเชื่อคนโง่ที่มีคำพูดสวยหรู​ หาข้อมูล​ไม่จริงมาโกหกคำโตๆ​ อีกอย่างคือพูดความจริงไม่หมด กับพวก​ Avatar ที่ทำเป็น​เก่ง​แต่เก่งน้อยในโลกความจริง​ซึ่งจะหาได้ง่าย

ออฟไลน์ mick

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,520
Efficiency โรงไฟฟ้าเยอะกว่ารถยนต์มาก ยิ่งไม่นับพวกรถเก่าหรือแต่งท่อให้ดัง มีมลภาวะมากขึ้นนะครับ
จิตสำนึกคนมันต่ำ มีท่อก็ไปตัดแคท ตัดกรองไอเสียให้ดัง ให้ควันดำ ตามสันดานที่เกิดมา

ออฟไลน์ lay

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,181
ได้ความรู้ดีมากเลยครับ ขอขอบคุณทุกท่าน

ออฟไลน์ HHHsung

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,375
เอาง่ายๆ นะครับ คิดจากต้นทุนพลังงานคือน้ำมันหรือแก๊ส เพื่อให้รถ 1 คัน วิ่งได้

รถยนต์เครื่องสันดาป--- น้ำมัน,แก๊ส = พลังงานกล (แรงที่รถวิ่งจากการจุดระเบิด) + พลังงานความร้อน (จากการจุดระเบิด) + พลังงานกล (แรงเสียดทานจากการเบรค)
+ พลังงานกล  (ระบบส่งกำลัง,เกียร์) + พลังงานสูญเสียอื่นๆ (การขนส่งน้ำมัน)

รถไฟฟ้า.................น้ำมัน,แก๊ส = ไอน้ำ (การต้มน้ำเพื่อปั่นกังหันปั่นไฟ) + พลังงานความร้อน (น้ำเป็นไอน้ำ) + พลังงานกล (แรงที่รถวิ่ง)
+ พลังงานสูญเสียอื่นๆ ( ประสืทธิภาพการแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นกล, ต้นทุนค่าขนส่งระบบไฟฟ้า, ประสิทธิภาพการชาร์จแบตเตอรี่, พลังงานความร้อนแบตเตอรี่ที่รับและจ่ายกระแสไฟฟ้า)

เครื่องสันดาป พลังงานความร้อน พลังงานกลจากระบบส่งกำลังและการเบรค สามส่วนนี้จะอยู่ในราวๆ 70-80 % ของพลังงานทั้งหมด

ส่วนรถไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมมีประสิทธิภาพประมาณ 50% พลังงานสูญเสียอื่นๆ อย่างระบบการแปลงพลังงานกลเป็นไฟฟ้า (ระบบไดร์ท และ มอเตอร์ไฟฟ้า) และ ประสิทธิภาพการกักเก็บประจุพลังงาน (แบตเตอรี่) มีไม่ถึง 10%

จะเห็นได้ว่าในเรื่องพลังงาน การให้รถเคลื่อนที่จากจุด A ไป B รถไฟฟ้าใช้ต้นทุนพลังงานน้อยกว่าพอสมควร ดังนั้นยังงัยอนาคตก็น่าจะดีกว่า

นอกจากนี้ผลกระทบในเรื่องสิ่งแวดล้อม เครื่องสันดาปทีสร้างมลภาวะ ด้านเสียง และ แก็ส CO ควบคุมยากกว่ารถไฟฟ้าที่สร้างมลภาวะด้านสารพิษจากแบตเตอรี่ ที่สามารถตั้งโรงงานกำจัดได้










ออฟไลน์ eHEV

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,193
ขอบคุณทุกความเห็นครับ